Share

บทที่ 12

Penulis: หออักษร
การที่ฉินหมิงบุกรุกเข้าพระราชวังโดยพลการ เรื่องนี้จะว่าใหญ่ก็ใหญ่ จะว่าเล็กก็เล็ก

ความเร็วในการแพร่กระจายข่าวสารในวังนั้นรวดเร็วมาก

ฉินหมิงเพิ่งจะเข้าสู่พระราชวัง

ขันทีหวังเป่าก็ได้รับข่าวแล้ว รีบเดินเข้าไปในตำหนักไท่เหอ

ที่นี่คือสถานที่ที่เซียวซูเฟยเตรียมตัวก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยง

ขณะนี้ นางกำลังให้สาวใช้สองสามคนช่วยสวมเสื้อผ้าและแต่งหน้าทำผม เตรียมจะเข้าร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้พร้อมกับฮ่องเต้เฉียน

“พระสนม ฉินหมิงก็มาเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วยเพคะ”

“เจ้าเด็กคนนี้ช่างเหมือนวิญญาณตามหลอกหลอนไม่เลิกจริง ๆ !”

เซียวซูเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย

เรื่องวุ่นวายที่ฉินหมิงก่อขึ้นในช่วงสองสามวันมานี้ นางได้ยินมาบ้างแล้ว

หลังจากที่ได้ทราบว่าฉินหมิงได้ค่ายทหารอู่เวยไปแล้ว ในใจของนางก็เต็มไปด้วยความระแวดระวัง

“ไปแจ้งจางหมิง อย่าให้ฉินหมิงเข้ามา”

“เพคะ!”

จางหมิงเป็นหัวหน้าหน่วยองครักษ์อวี่หลิน มีลูกน้องอยู่ภายใต้บังคับบัญชาไม่น้อย

เนื่องจากประจำการอยู่ในวังตลอดทั้งปี แน่นอนว่าเขาก็ต้องหาที่พึ่งพิง

ผู้อยู่เบื้องหลังที่เขาหาก็คือเซียวซูเฟย

หลายปีมานี้ที่ทำงานให้เซียวซูเฟย เขาก็ได้รับผลประโยชน์ไม่น้อย

หลังจากที่คำสั่งของเซียวซูเฟยถูกถ่ายทอดลงไป

ไม่นานนักฉินหมิงก็ถูกขวางไว้ที่ใต้กำแพงวัง

“องค์ชายโปรดหยุดก่อน!”

จางหมิงปรากฏตัวขึ้นที่หน้ารถม้าของฉินหมิง

“จางหมิง?”

ฉางไป๋ซานขมวดคิ้วเล็กน้อย ในอดีตจางหมิงเคยเป็นลูกน้องของเขา

เพียงแต่ภายหลังไปช่วยงานเซียวซูเฟย ก็ค่อย ๆ ตีตัวออกห่างจากเขาไป

“แม่ทัพฉาง ไม่ได้พบกันเสียนาน”

จางหมิงโค้งตัวเล็กน้อย ประสานมือคารวะ ท่าทีเช่นนี้ไม่มีความเคารพต่อฉางไป๋ซานเลยแม้แต่น้อย

เมื่อมองลูกน้องที่ค่อย ๆ ห่างเหินไปจากตนเองผู้นี้ ฉางไป๋ซานก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“พวกเรามาเข้าร่วมงานเลี้ยง เจ้ามาขวางรถไว้ทำไม”

“ตำแหน่งในงานเลี้ยงมีจำนวนจำกัด มีเพียงโต๊ะไม่กี่ตัวนั้น พวกท่านได้รับคำเชิญแล้วหรือ?”

“การค้ากับกองคาราวานสินค้าหนานหยางครั้งนี้ องค์ชายเป็นผู้เจรจาสำเร็จ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็สมควรที่จะให้องค์ชายเข้าไป”

ฉางไป๋ซานโต้เถียงอย่างมีเหตุผล

จางหมิงกลับทำหน้าดูถูก กล่าวอย่างเรียบเฉย

“ใคร ๆ ก็รู้ว่าองค์ชายได้ออกจากราชสำนักไปแล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้ยังจะหน้าด้านกลับมาขอเข้าร่วมงานเลี้ยงอีก ไม่กลัวคนอื่นจะนินทาเอาหรือ?”

“บังอาจ!”

ฉางไป๋ซานตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาล กำลังจะพุ่งลงไปโจมตีเขา

แต่ทหารโดยรอบได้พุ่งเข้ามาแล้ว ล้อมรถม้าของฉินหมิงไว้อย่างแน่นหนา

จางหมิงยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน กล่าวด้วยท่าทีที่เหนือกว่า

“แม่ทัพฉาง ท่านและองค์ชายต่างก็เป็นคนมีหน้ามีตา ข้าก็ไม่อยากจะทำให้เรื่องราวมันดูน่าเกลียดเกินไป”

“พวกท่านไปเองเถิด ข้าก็จะถือว่าทั้งสองท่านไม่เคยมาที่นี่เลย ดีหรือไม่?”

ฉางไป๋ซานถูกล้อมไว้ เมื่อเผชิญหน้ากับฝูงชนที่จ้องมองอย่างเอาเรื่อง เขาก็กัดฟันแล้วกล่าวว่า

“จางหมิง เจ้าช่างเป็นคนเนรคุณจริง ๆ !”

“ก็แค่ต่างคนต่างรับใช้นายของตน ท่านพูดเช่นนี้ก็ใจแคบเกินไปแล้ว”

จางหมิงไม่รู้สึกว่านี่มีปัญหาอะไร ตรงกันข้าม กลับทำหน้าเย้ยหยันแล้วสั่งสอนฉางไป๋ซาน

ฉางไป๋ซานโมโหอย่างยิ่ง แต่ในตอนนี้ข้างกายของเขามีองครักษ์ชุดเกราะยืนอยู่หลายสิบคน

ชั่วขณะหนึ่งจึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

“จางหมิง เจ้าช่างเป็นสุนัขรับใช้ที่ดีจริง ๆ เซียวซูเฟยคงจะให้ผลประโยชน์แก่เจ้าไม่น้อยเลยกระมัง?”

ในตอนนี้ เสียงหนึ่งก็พลันดังมาจากในรถม้า

ฉินหมิงเปิดม่านรถม้า แล้วกระโดดลงมา

จางหมิงถูกด่าต่อหน้าลูกน้องมากมายขนาดนี้ ใบหน้าก็พลันเขียวทีขาวที

บรรยากาศโดยรอบเย็นเยียบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง

“องค์ชาย พวกเราเพียงแค่ปฏิบัติตามคำสั่ง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในวัง”

จางหมิงกัดฟันพูด ในใจเริ่มคำนวณแล้วว่าอีกสักครู่หลังจากที่ขับไล่ฉินหมิงไปแล้ว จะหัวเราะเยาะเขาอย่างไรดี

“ปฏิบัติตามคำสั่งหรือ?”

มุมปากของฉินหมิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มดูแคลน

“วันนี้ข้าจะเข้าไปให้ได้ แล้วจะทำอย่างไรเล่า?”

“หากท่านอยากจะให้เรื่องไปถึงฝ่าบาท จางหมิงไม่มีความสามารถอื่นใด แต่พร้อมจะอยู่เป็นเพื่อนท่าน”

“ไป!”

ฉินหมิงกวักมือเรียก นำฉางไป๋ซานเดินเข้าไปในพระราชวังต่อไป

ท่าทียั่วยุเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าต้องการจะทะเลาะกับจางหมิงจนเรื่องไปถึงท้องพระโรง

จางหมิงแค่นเสียงเย็น ในใจแอบหัวเราะเยาะฉินหมิงที่ไม่รู้จักสถานการณ์

ฮ่องเต้เฉียนมีทัศนคติต่อฉินหมิงอย่างไร ทุกคนต่างก็รู้ดีอยู่แล้ว

เขายังจะกล้าให้เรื่องไปถึงฮ่องเต้เฉียนอีกหรือ?

ขอเพียงแค่ไปถึงแล้ว ไม่ใช่แค่จางหมิงกับฮ่องเต้เฉียนเท่านั้น

เซียวซูเฟยก็อยู่ที่นั่นด้วย

รับรองได้เลยว่าจะทำให้เขาไม่ได้อยู่ดี ๆ แน่!

“ท่านแม่ทัพ พวกเรา...”

ลูกน้องสองสามคนเดินเข้ามาอย่างลังเล ถามจางหมิงว่าควรจะลงมือหรือไม่

จางหมิงโบกมือแล้วเอ่ยขึ้น

“เอาละ ไม่ต้องสนใจ ในเมื่อเขาอยากจะก่อเรื่อง พวกเราก็อยู่เป็นเพื่อนเขาก่อเรื่อง ทำให้เรื่องราวมันใหญ่โตขึ้นจะดีที่สุด!”

เช่นนี้แล้ว ฉินหมิงภายใต้การ “คุ้มกัน” ของจางหมิง ก็เดินทางมาถึงนอกตำหนักอย่างรวดเร็ว

เซียวซูเฟย ฮ่องเต้เฉียน และเหล่าขุนนางต่างรอคอยการเข้ามาของกองคาราวานสินค้าหนานหยางอยู่ที่นี่นานแล้ว

แต่กองคาราวานสินค้าหนานหยางยังไม่มา ก็ได้เห็นเงาของฉินหมิงเสียก่อน

ฮ่องเต้เฉียนขมวดพระขนง

“ใครให้เขาเข้ามา?”

เฉินซื่อเม่าและเฉียนไฉต่างก็ประหลาดใจอยู่บ้าง

เซียวซูเฟยจ้องมองจางหมิงด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร ดูเหมือนกำลังตำหนิเขาว่าทำงานไม่ได้เรื่อง

จางหมิงรีบเดินเข้าไปข้างหน้า กล่าวเสียงเบาว่า

“ฝ่าบาท องค์รัชทายาทยืนกรานจะเข้ามาให้ได้ กระหม่อมได้ขัดขวางหลายครั้งหลายคราแล้ว แต่ก็ขวางไว้ไม่อยู่...”

เซียวซูเฟยเลิกคิ้วขึ้น ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงเจตนาของจางหมิง

นางรีบส่งสายตาให้บัณฑิตไท่ฉางชิวปิงอวิ๋นทันที

ชิวปิงอวิ๋นก้าวออกมาข้างหน้าแล้วเอ่ยขึ้น

“ฝ่าบาท การที่ฉินอ๋องจะเข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ กระหม่อมเห็นว่าไม่ค่อยเหมาะสมพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้เฉียนก็ทรงคิดเช่นนั้น

“ฉินหมิง เจ้ามาที่นี่ทำไม?”

เหล่าขุนนางต่างก็มองฉินหมิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากฟังว่าเขาจะพูดว่าอย่างไร

ฉินหมิงกล่าวอย่างเรียบเฉย

“เสด็จพ่อ การค้าขายของกองคาราวานสินค้าหนานหยางก็เป็นลูกที่เจรจาได้สำเร็จ เหตุใดเมื่อจัดงานเลี้ยง กลับไม่มีใครเรียกลูกเลย?”

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของทุกคนก็ดูแปลกประหลาดอย่างยิ่ง

เรื่องเช่นนี้ยังจะต้องพูดออกมาให้ชัดเจนอีกหรือ?

ฉินหมิงมิใช่องค์รัชทายาทแล้ว เรื่องของกองคาราวานสินค้าหนานหยางก็ได้ให้ผลประโยชน์แก่เขาเพียงพอแล้ว

ตามหลักแล้วราชสำนักกับเขาก็ไม่ติดค้างอะไรกัน

ในตอนนี้ที่ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ หรือว่าเขาต้องการจะมาทวงบุญคุณต่อ?

เช่นนั้นแล้วการกระทำนี้ก็ช่างไร้ซึ่งมารยาทเสียจริง

เซียวซูเฟยเอ่ยปาก

“ฉินอ๋องกล่าวล้อเล่นแล้วเพคะ วันนี้ราชสำนักจัดเลี้ยงกองคาราวานสินค้าหนานหยาง และขุนนางที่เกี่ยวข้อง”

“ท่านกำลังจะเดินทางไปรักษาการณ์ชายแดนที่หลิ่งหนาน ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ การมาร่วมงานเลี้ยงอีก เกรงว่าจะไม่ค่อยเหมาะสมกระมัง?”

ฉินหมิงพยักหน้า

“ท่านพูดถูกแล้ว ครั้งนี้ข้าก็มิได้มาเพราะราชสำนักจริง ๆ ”

“ว่ากระไรนะ?”

ทุกคนต่างมองเขาด้วยความสงสัย

ในตอนนี้เอง ตัวแทนหลายร้อยคนจากกองคาราวานสินค้าหนานหยาง ก็ได้เดินทางมาถึงที่นี่แล้ว

พวกเขาเอ่ยปาก

“ฝ่าบาทแห่งต้าเฉียน ฉินอ๋องเป็นคนที่พวกเราเชิญมาด้วยกัน”

“การประชันบทกวีและประลองยุทธ์ในวันนี้ พวกเราได้เชิญฉินอ๋องมาช่วยสักหน่อย คงจะไม่มีปัญหากระมัง?”

...

ฮ่องเต้เฉียนและเซียวซูเฟยต่างก็เงียบไป

จางหมิงที่เมื่อครู่ยังโหวกเหวกโวยวายจะให้เรื่องไปถึงฮ่องเต้เฉียน ในตอนนี้สีหน้าก็ดูย่ำแย่อย่างยิ่ง

เขาคิดถึงความเป็นไปได้มากมาย

แต่กลับไม่เคยคิดเลยว่า วันนี้ฉินหมิงจะเข้ามาในฐานะตัวแทนของกองคาราวานสินค้าหนานหยาง

อันที่จริงนี่ก็เป็นเรื่องปกติมาก

คนของกองคาราวานสินค้าหนานหยาง เดิมทีก็มีความไม่พอใจต่อราชสำนักต้าเฉียนอยู่หลายประการ

และฉินหมิงก็มีบารมีสูงส่งอย่างยิ่งในหมู่พวกเขา

จึงยืมตัวฉินหมิง เพื่อแสดงความไม่พอใจในการค้าขายครั้งนี้ของพวกเขา

“ดี ดี... ในเมื่อเป็นที่นั่งของกองคาราวานสินค้าหนานหยาง เช่นนั้นก็เชิญนั่งเถิด”

ฮ่องเต้เฉียนจ้องมองฉินหมิงอย่างเย็นชา ในดวงตาเต็มไปด้วยความพิโรธ

วันนี้ฉินหมิงต่อให้ต้องอาศัยที่นั่งของกองคาราวานสินค้าหนานหยาง ก็จะต้องเข้ามาในตำหนักให้ได้

เห็นได้ชัดว่ามีแผนการบางอย่าง

ขุนนางไม่น้อยในที่นั้น ต่างได้กลิ่นที่ไม่ปกติบางอย่างแล้ว

ดูเหมือนว่างานเลี้ยงในวันนี้ คงจะต้องวุ่นวายขึ้นมาอีกแล้ว...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 515

    เมื่อฉู่หงจางได้ยินคำถามของเขา ก็รีบชิงกล่าวขึ้นทันทีว่า“ข้าเจอฉินอ๋องมาน่ะสิ”เมื่อได้ยินคำว่าฉินอ๋อง ทุกคนในที่นั้นก็พลันเบิกตาโตด้วยความตื่นตระหนกพวกเขาจ้องมองฉู่หงจางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ“เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดฉินอ๋องถึงมาที่นี่ได้เล่า?”“หรือว่าเขานำกองทัพใหญ่มาตั้งค่ายที่นี่แล้ว? เช่นนั้นพวกเราจะเอาอาวุธและเสบียงได้อย่างไร?”พวกเขาทั้งหมดล้วนรู้สึกสิ้นหวัง เดิมทีคิดว่าการปะทะกับฉินหมิง ก็ลำบากแสนเข็ญอยู่แล้วแต่ยามนี้กลับเห็นฉินหมิงตัวจริงบัญชาการอยู่ภายในด่าน!“ข้าไม่รู้ แต่แสนยานุภาพของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่นัก อีกทั้งอาวุธยังครบครันล้ำสมัย ข้าจึงไม่ได้ปะทะหักหาญด้วย และรีบถอยกลับมาทันที”ฉู่หงจางกล่าวอย่างแช่มช้า ไม่ได้นำความผิดพลาดมาใส่ไว้ที่ตนเองแต่มองไปทางผู้อาวุโสทั้งหลายที่อยู่ตรงหน้า“ทุกท่าน จากนี้ไปพวกท่านต้องมอบทหารให้ข้า มิเช่นนั้นข้าจะไม่ลงมืออีกเด็ดขาด!”ว่าไปแล้ว คนเหล่านี้เพื่อต้องการถนอมขุมกำลังของชนเผ่าตนเองแต่ละคนจึงมอบกำลังพลออกมาเพียงไม่กี่สิบคน จำนวนคนเพียงเท่านี้สำหรับพวกเขาแล้วแทบไม่มีประโยชน์อันใดเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าฉินหมิงยิ่งเป็นเรื่องน

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 514

    ผู้คนทั้งหลายต่างตกอยู่ในความเงียบแม้แต่ฉู่หงจางที่เอาแต่ตะโกนโหวกเหวกอยู่ด้านล่าง เวลานี้ก็ยังรู้สึกได้ถึงเม็ดเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดซึมเต็มแผ่นหลังฉินหมิงช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว ยามที่พวกเขาทำศึกกับอีกฝ่ายก่อนหน้านี้ก็ตระหนักได้แล้วว่าฉินหมิงในเวลานี้ไม่เพียงมีกองทัพที่แข็งแกร่ง แต่ขุมกำลังทางการค้าก็ยังกดดันพวกเขาได้รอบด้านอีกด้วยหลังสูญเสียการสนับสนุนจากฉินหมิง ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาในช่วงไม่กี่วันนี้ก็ยากลำบากยิ่งนักไม่นานเสบียงในยุ้งฉางก็ร่อยหรอแทบเห็นก้นถังนี่เป็นเพราะพวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีเกินไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาส่งผลให้ประชากรในชนเผ่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีปากท้องต้องเลี้ยงดูมากมาย เดิมทีมีฉินหมิงคอยหนุนหลัง ทุกคนจึงสามารถกินอิ่มนอนหลับตามสบายทว่าเมื่อไร้ซึ่งการสนับสนุนจากฉินหมิง จำนวนประชากรที่มากมายก็กลายเป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ลำพังพวกเขาก็มีพื้นที่ทำกินเพียงน้อยนิดอยู่แล้วผลผลิตทางการเกษตรย่อมไม่เพียงพอต่อการบริโภคยามนี้เมื่อมีประชากรมากขึ้น จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ผู้คนอิ่มท้องเรื่องราวเหล่านี้เริ่มปรากฏเค้าลางให้เห็นในชนเผ่าเล็ก ๆ บ้าง

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 513

    เมื่อได้ยินข่าวนี้ สีหน้าของฉินหมิงและกวนเยว่ก็พลันแปรเปลี่ยนไป“เหตุใดถึงมาเร็วนัก?”“พวกมันปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ดูคล้ายรีบร้อนอยู่บ้าง คงเป็นราชสำนักกดดันให้มาพ่ะย่ะค่ะ”ผู้ใต้บังคับบัญชารายงานด้วยความไม่แน่ใจในใจพวกเขาเองก็สงสัยเช่นกันแม้ศัตรูจะมาถึงอย่างรวดเร็ว แต่ฉินหมิงกลับไม่ได้ตื่นตระหนกเขาพากวนเยว่เดินตรงไปที่กำแพงเมือง กองทัพหนานหมานนับพันชีวิตมายืนรออยู่หน้ากำแพงเมืองเรียบร้อยแล้วเมื่อเห็นจำนวนคน ฉินหมิงและกวนเยว่ก็สบตากัน ทั้งสองคนต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย“เหตุใดถึงมากันเพียงเท่านี้ล่ะ?”“นับว่าน้อยไปจริง ๆ ”กวนเยว่ขมวดคิ้วเรียวด้วยความประหลาดใจ ก่อนกล่าวขึ้นเช่นนั้นฉินหมิงยืนอยู่บนกำแพงเมือง ส่งยิ้มให้กองทัพข้าศึกพลางกล่าวว่า“ทุกท่าน พากำลังพลมาเพียงเท่านี้ คิดว่าจะตีเมืองที่ชัยภูมิดีเยี่ยมเช่นนี้แตกหรือ?”แม่ทัพผู้นำกำลังพลมาในครั้งนี้ มีนามว่าฉู่หงจางเขาคือหัวหน้าเผ่าเหลียนซานในฐานะฝ่ายบุกโจมตี ใบหน้าของเขากลับมีแต่ความไม่เต็มใจ ขณะประสานหมัดคารวะฉินหมิงพร้อมกล่าวว่า“กราบเรียนท่านอ๋อง พวกเราเพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น ท่านสู้ราชสำนักไม่ได้หรอก

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 512

    หาไม่แล้วการขนส่งสองรอบที่ต่อเนื่องกันเช่นนี้ ย่อมทำให้ความเสียหายของพวกเขาพุ่งสูงถึงขีดสุดแน่นอนทว่าในยามที่พวกเขากำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ส่งข่าวจากหนานหมานเข้ามาอีกครั้ง“ท่านอ๋อง ทางหนานหมานส่งข่าวมาอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกมันแจ้งมาว่าหากไม่เห็นยุทธปัจจัย ก็จะไม่เคลื่อนกำลังพลเด็ดขาด”“เจ้าพวกสารเลว สิ่งของชุดแรกที่เราส่งออกไป ขนาดจวนถึงที่หมายอยู่รอมร่อ พวกมันกลับไม่ยอมโผล่หัวออกมารับ พอเวลานี้เกิดเรื่องผิดพลาด ก็คิดจะมาโทษพวกเราเสียอย่างนั้น”อวี้อ๋องตบโต๊ะด้วยความเดือดดาลใจเวลานี้พวกเขาไร้หนทางจะเดินต่อแล้วจริง ๆในด้านยุทธปัจจัย พวกเขาย่อมไม่มีทางส่งไปถึงได้ในเวลาอันสั้นแต่ก็จำเป็นต้องสร้างแรงกดดันแก่ฉินหมิงให้ได้ขณะนั้น เหลียงอ๋องผู้อยู่ด้านข้างก็กล่าวขึ้นมาว่า“เอาเช่นนี้เถิด พวกเราส่งข่าวบอกฝ่ายหนานหมาน ให้พวกมันจัดส่งทหารออกมาก่อน รอจนพวกมันเข้าสู่หลิ่งหนานเมื่อใด พวกเราค่อยส่งยุทธปัจจัยอ้อมไปทางปีกข้าง ถึงเวลานั้นสิ่งของย่อมตกถึงมือพวกมันเอง”จะอาศัยเพียงราชสำนักออกแรงฝ่ายเดียว ย่อมเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดความแข็งแกร่งของฝ่ายฉินหมิงนั้นเป็นที่ป

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 511

    “ข้าเตรียมตัดขาดการส่งเสบียงทั้งหมดของหนานหมานแล้ว”“ในช่วงเวลานี้จะมีผ้าทอกองพะเนิน ยางพาราขาดแคลน สินค้าในตลาดอาจเกิดความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงต้องรบกวนพวกเจ้าทั้งสามช่วยข้าควบคุมสถานการณ์ให้ดี”ทั้งสามคนต่างก็พยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นเมื่อฉินหมิงใช้กำลังทหารกดดันหนานหมานอย่างหนักหน่วงก็ถึงคราวแนวหลังอย่างพวกเขาต้องลงมือบ้างย่อมต้องเป็นการกดดันทางด้านการค้าเฉินซื่อเม่าคาดเดาวิธีการของฉินหมิงได้นานแล้วยามนี้เพียงรอฉินหมิงกลับมาพยักหน้าอนุญาตก็จะเริ่มลงมือได้ทันที“วางใจเถิด ท่านผู้อาวุโสเฉิน”เฉียนไฉตบอกรับรองว่า“พวกเรายังมีท่าเรืออีกหลายแห่งในเจียงหนาน เท่านี้ก็พอแล้ว”“อำเภออินซานเองก็มีการติดต่อกับกลุ่มหนานหยาง สามารถระบายสินค้าออกไปได้ส่วนหนึ่งเช่นกัน”“อย่างมากสินค้าก็แค่กองอยู่ที่นี่ รอสงครามจบลงก็ยังทำเงินได้ดังเดิม”ทั้งสามคนต่างผลัดกันออกความเห็น ล้วนแต่มีหนทางจัดการทั้งสิ้นเมื่อเห็นพวกเขามั่นใจเช่นนั้น เฉินซื่อเม่าก็พยักหน้าอย่างแช่มช้าหลายวันต่อมาท่ามกลางหุบเขาในดินแดนหนานหมานกลุ่มผู้อาวุโสและหัวหน้าเผ่าต่างเฝ้ารอคอยด้วยใจจดจ่อมาหลายวันแล้วสาเ

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 510

    แต่กำลังคิดถึงกิจการภายในตระกูล และน้องสาวสุดที่รักนั่นเอง“เอ่อ...”ใบหน้าของฉินหมิงพลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขาไม่อยากไปตอแยคุณหนูน้อยผู้นั้นเลยสักนิดเพียงนึกถึงหญิงสาวผู้แสนเอาแต่ใจนางนั้น ฉินหมิงก็รู้สึกว่านางช่างรับมือได้ยากนักทว่าด้วยมารยาท ฉินหมิงจึงยังคงล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบขลุ่ยเลาหนึ่งออกมา“นี่เป็นขลุ่ยที่ข้าทำขึ้น รอท่านว่างเมื่อใด ก็ช่วยนำไปมอบให้นางทีเถิด”“ของพรรค์นี้จะมีประโยชน์อันใด?”ซุนเหมี่ยวปรายตามองของที่ฉินหมิงยื่นส่งมาแวบหนึ่ง ก่อนยัดมันเข้าไปในอกเสื้อด้วยความรังเกียจฉินหมิงมองเขาอย่างจนใจ ก่อนอธิบาย“นี่ท่านไม่รู้จักคำว่าแม้นของกำนัลเล็กน้อยแต่น้ำใจหนักแน่นหรือไร? ยิ่งไปกว่านั้น ขลุ่ยเลานี้ข้าสั่งให้ทำขึ้นเพื่อทดสอบทักษะฝีมือของโรงช่างโดยเฉพาะ ลองดูสิว่ามันมีกี่รู?”“โอ๊ะ... สิบสามรูรึ?”ฉินหมิงมีมาตรฐานเรื่องความแม่นยำของงานฝีมือสูงยิ่งเขาจึงให้กลุ่มช่างฝีมือฝึกฝนอยู่เป็นประจำเช่นระดับเสียงของขลุ่ย ยิ่งแบ่งระดับเสียงได้มากเท่าใด ก็หมายความว่าวิธีการผลิตต้องประณีตมากเท่านั้นก่อนหน้านี้ฉินหมิงได้ทิ้งบททดสอบหนึ่งไว้ให้แก่ช่างฝีมือในโรงผลิต

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 380

    เขายังเป็นฝ่ายลงมือก่อน กดดันตระกูลเซียวจนแทบหายใจไม่ออก แล้วฉวยโอกาสควบคุมตลาดสิ่งทอทั้งแถบเจียงหนานไว้ได้ท้ายที่สุด สกุลเซียวที่จนตรอกถึงกับล้มโต๊ะ หนำซ้ำยังไปฟ้องราชสำนักอีกด้วย!แค่เพียงวิธีการเหล่านี้ ใครบ้างเล่าได้เห็นแล้วไม่ยกนิ้วหัวแม่มือชมว่าเยี่ยม?แต่พอมาถึงฮ่องเต้เฉียนที่นี่ กลับกลาย

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 378

    พยักหน้ารับคำ เขาก็ออกจากอำเภอชางซาน......หลายวันต่อมา จดหมายหนึ่งฉบับก็ถูกส่งมาถึงมือเซียวซูเฟยหวังเป่าขันทีคนสนิทของนางได้รับข่าวก็รีบวิ่งตาลีตาลานไปยังตำหนักหย่างซิน“พระสนม ฉินหมิงยังคงลงมือเล่นงานตระกูลเซียวอยู่พ่ะย่ะค่ะ ตวนอ๋องไปด้วยตนเองแล้วก็ไร้ประโยชน์!”ได้ยินข่าวนี้ เซียวซูเฟยที่ส

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 363

    อีกด้านหนึ่ง ภายในตระกูลเซียวก็กำลังวุ่นวายเหมือนโจ๊กในหม้อนับตั้งแต่เซียวผิงจางกลับมา กิจการผ้าทอของตระกูลเซียวก็ถือว่าหลุดมือไปโดยสิ้นเชิงและเซียวผิงจาง ลูกหลานอกตัญญูผู้นี้ เดิมทีควรจะช่วยผู้อาวุโสในบ้านจัดการสถานการณ์แต่เขากลับล้มป่วยและเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในห้องไม่กล้าออกมาไม่รู้ว่าเป็นเพร

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 309

    ทั้งสองกลับถึงชานเมืองหลิงเจียงอย่างรวดเร็วฉินหมิงมาถึงบ้านชาวนา แล้วเล่าเรื่องธัญพืชเก่าให้เฉาชวนฟัง“กระหม่อมขอลองชิมหน่อย”เฉาชวนชักมีดสั้นจากเอว กรีดกระสอบธัญพืชบนรถม้าของฉินหมิง แล้วยื่นมือไปหยิบธัญพืชกำหนึ่งมายัดเข้าปาก“พอ แย่กว่าของก่อนหน้านี้เล็กน้อย แต่ราคาถูกกว่ามาก รวมกับไข่ของพวกเร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status