LOGINกระท่อมร้างแห่งนี้ห่างจากแหล่งกบดานของคนร้ายไม่ไกลนัก เมื่อเปิดเข้าไปดูก็เจอดรุณีน้อย และเด็กเล็กหน้าจิ้มลิ้ม พร้อมกับทารกวัยแบเบาะตามจำนวนที่ได้รายงานไว้ กลุ่มคนสามช่วงวัยกำลังร้องไห้ระงมเพราะหวาดกลัว
"ดูแลเรื่องอาหารการกินหรือยัง?"
"ให้ทหารไปหาซื้อของกินในเมืองแล้ว ส่วนเด็กทารกคงต้องเป็นน้ำข้าวไปก่อนขอรับ"
"ทารกควรกินนม หาใช่น้ำข้าว" ซื่อเซี่ยยี่มีท่าทีไม่พอใจ นางโกรธพวกโจรสารเลวนี่จนตัวสั่น
หันซ้ายหันขวา สตรีที่ถูกจับมายังเป็นเพียงเด็กสาว ไม่มีใครเป็นสตรีเพิ่งคลอด นางเดินเข้าไปถามสตรีที่อุ้มทารกไว้ "ทารกสองคนนี้ถูกลักพาตัวมานานหรือยัง"
"ประมาณ สองสามวันแล้วเจ้าค่ะ พวกเราไม่รู้จะทำอย่างไร เลยบดหมั่นโถวที่คนพวกนั้นเอามาให้ แล้วผสมน้ำ แล้วค่อยกรองเอาแต่น้ำให้พวกเขาดื่ม" เด็กสาวนางนั้นตอบ พลางมองทารกที่อ้าปากร้องแทบไม่มีเสียงอย่างนึกสงสาร
ซื่อเซี่ยยี่พยักหน้า เดินออกมาพร้อมกับส่งสัญญาณเรียกลูกน้องมารวมแถว "บ้านใครมีเหนียงซื่อ (ภรรยา) หรือสตรีเพิ่งคลอดลูก ก้าวออกมา!"
นายทหารสองนายยกมือขึ้นและร้องตอบ
"ข้าขอรับ"
"ข้าด้วย"
"เจ้าสองคนแบ่งเด็กสองคนนี้ไปดูแลให้ดีจนกว่าจะหาบิดามารดาของเด็กเจอ ทำได้หรือไม่!?"
"ทำได้ขอรับ!" ทั้งสองขานรับพร้อมกัน แม้นายของเขาไม่สั่งก็เต็มใจทำอยู่ เด็กน้อยน่าเวทนาเช่นนี้จะดูดายก็ใจดำเกินไป
"ข้าอนุญาตให้เจ้าทั้งสองคนพาทารกกลับบ้านได้ทันที ไปได้!"
"ขอรับ!" ทั้งสองคำนับนายเหนือหัวอีกครั้ง ก่อนแบ่งกันรับทารกน้อยไปอุ้มทีละคน
ซื่อเซี่ยยี่เดินตามไป หยิบถุงเงินออกมาและแบ่งเงินให้ทหารทั้งสอง "เงินนี่เอาไว้ซื้อของใช้จำเป็นให้เจ้าตัวน้อย หากไม่พอ มาขอเพิ่มที่ข้า"
ทั้งคู่ต่างรับถุงเงินไป ใจนึกชื่นชมแม่ทัพของพวกเขานัก แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็ง ไร้ความอ่อนโยนนุ่มนวล แต่แท้จริงแล้วนางเป็นคนดีมากคนหนึ่ง และด้วยเหตุนี้กับฝีมืออันเก่งฉกาจ พวกเขาจึงยอมรับซื่อเซี่ยยี่เป็นนาย ทั้งที่นางเป็นสตรี
"รีบไปเถอะ เจ้าก้อนแป้งสองก้อนนี้หิวเสียจนไม่มีเสียงร้องแล้ว" นางบอกพร้อมกับเอานิ้วเขี่ยแก้มทารกคนหนึ่ง
เมื่อหมุนตัวเดินมาได้สามสี่ก้าวก็เจอจู้เฉิงที่ยืนโบกพัดยิ้มแต้ "...อะไร?"
"เจ้า....รักเด็กกว่าที่คิดนะ" เขาเดินไปกระแซะนาง "ไหนๆเราก็จะแต่งงานกันแล้ว มีสักคนสองคนค่อยแต่งก็ไม่น่าเกลียดนัก"
ฉีจู้เฉิงคาดว่านางจะตบตีเขาสักทีสองทีและต่อปากกับเขา แต่นางกลับทำหน้ายิ้มเยาะ
"เสียใจด้วยนะ ข้ามีลูกให้เจ้าไม่ได้หรอก"
"ร่างกายเจ้าสมบูรณ์ดีมิใช่หรือ ตอนที่เจ้าบาดเจ็บคราวก่อนข้า หมอตรวจแล้วก็ว่าปกติดี" ฉีจู้เฉิงเลิกคิ้ว
"เหตุผลง่ายๆ ข้าไม่อยากมีลูกอย่างไรเล่า!"
"ได้! ถ้าเจ้าไม่อยากมี เราก็ไม่มี!"
ฉีจู้เฉิงตอบไม่ต้องคิด เขาไม่เคยขัดใจนางอยู่แล้ว...แต่ถ้า "พลาดพลั้ง" ก็ถือว่ายกผลประโยชน์ให้จำเลยเช่นเขาก็แล้วกัน อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ว่านางแอบกินยาที่พวกนางคณิกากินเพื่อป้องกันมิให้ตั้งครรภ์ เอาไว้รอพวกเขาแต่งงานกันก่อนเถอะ เขาจะกำจัดยาพวกนั้นให้หมดจากจวนเลยคอยดู!
"ยิ้มหน้าเป็นอยู่ได้" ซื่อเซี่ยยี่ย่นคิ้วมอง "เสร็จธุระตรงนี้แล้วก็เข้าเมืองกันเสียที!"
เงาตามตัวของนางได้ยินเช่นนั้นก็รีบตามติดไปทันที
ข้าแซ่ ฉี นามว่า จู้เฉิง
อายุสี่ปี สามารถท่องตำราพันอักษรได้
อายุสิบปี สามารถถกปรัชญาแข่งกับปราชญ์เลื่องชื่อแห่งฉางอันชนะขาดลอย
อายุสิบสี่ปี สอบได้เป็นจิ้นซื่อ (บัณฑิตที่สอบหน้าพระที่นั่ง) และเป็นจอหงวน
อายุสิบห้าปี เกือบถูกเสือฆ่าในงานขบวนตามเสด็จประพาสล่าสัตว์ แต่รอดตายเพราะมีดรุณีน้อยมาช่วยไว้ หลังจากนั้นข้าก็ตกหลุมรักนางอย่างมิอาจถอนตัว
อายุสิบแปดปี ออกเดินทางบุกเบิกเจรจากับนอกด่าน จนเส้นทางสายไหมถือกำเนิดขึ้นในอีกเจ็ดปีต่อมา
อายุยี่สิบห้าปี ภารกิจยิ่งใหญ่เสร็จสมบูรณ์ลงได้ กลับจากเส้นทางสายไหม ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้น เลี่ยโหว เป็น ฉางผิงโหว
ในปีเดียวกัน ทูลขอสมรสพระราชทาน แต่งตั้งแม่ทัพซื่อ ซื่อเซี่ยยี่ เป็นฟูเหริน...นางคือพี่สาวที่ช่วยชีวิตข้าไว้เมื่อสิบปีก่อนนั่นเอง
ฉีจู้เฉิงเป็นบุรุษร่างสูงสง่า สวมเสื้อผ้าเนื้อดีที่มีใส่กันจำกัดเพียงในกลุ่มเชื้อพระวงศ์ทว่ามีรอยเลือดย้อมอยู่เป็นรอยด่างดวง เดินถือถาดที่มีกาและจอกเหล้าเข้ามาในห้อง
เส้นผมสีดำละเอียดรวบสูง ครอบด้วยกวานสีเงินราคาแพงระยับ เขาเดินอกผายไหล่ผึ่ง ใบหน้าประดับรอยยิ้มแพรวพราวที่มุมปากอย่างทรงเสน่ห์ ตรงมาหานางในดวงใจ
นาง แม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน ผู้ถอดเสื้อผ้าท่อนบนทิ้งเกลื่อนกลาดบนพื้นจนเหลือเพียงผ้ารัดหน้าอกกับกางเกงขาสั้นท่อนล่าง นอนไขว่ห้างอยู่บนเตียงอย่างไม่สนสายตาบุรุษเช่นเขา...หรือแม้แต่บุรุษใด
ผู้ที่อยู่เหนือคนมากมายเช่นเขา มิเคยใส่ใจสตรีใดเท่านาง
"เซี่ยเอ๋อร์..."
ร่างของสตรีนั้นเด้งขึ้นจากเตียงมานั่งชันเข่าขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มกว้างเปิดออก "เหล้าจ๋า...!" นางนุ่งเพียงกางเกงขาสั้น แค่นางชันเข่าข้างหนึ่ง เขาก็เห็นไปถึงไหนต่อไหน
เขาชอบที่นางมีรางวัลพิเศษให้เขาแบบไม่ตั้งใจทุกที
นางยื่นมือมารับถาดสุราอาหารว่างจากมือเขา "ไปอาบน้ำเสียสิ จะได้มาร่วมดื่มกับข้า" นางบอกเมื่อเห็นเขายังไม่ได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียด้วยซ้ำ
เขาเป็นคนรักความสะอาดยิ่งสิ่งใด แต่เพราะนางอยากดื่มเหล้าหลังอาบน้ำ เขาจึงยกมาให้ก่อน
"เช่นนั้นเจ้าก็ดื่มไปก่อน ไม่ต้องรอ" เขาบอกและเดินไปห้องน้ำ
ซื่อเซี่ยยี่กลับเดินตามมาพร้อมกาสุราสีขาว
อาภรณ์หรูร่วงหล่นจากกายสูงลงพื้น ร่างกายเขาเปลือยเปล่าขณะหันมองนางที่ยืนพิงกรอบประตูและมองเขากลับอย่างไม่รู้สึกกระดากอาย
"เอาแต่จ้องเช่นนั้น เพราะตัวข้าน่ามองใช่หรือไม่?" เขายิ้ม พลางมองหญิงสาวที่ปล่อยผมยาวสยายดั่งม่านน้ำตก พร้อมทั้งเสื้อผ้าน้อยชิ้นทำให้นางดูมีเสน่ห์สมเป็นสตรีขึ้นมา
"โหวเหย๋หลงตัวเองเกินไปแล้ว" นางตอบและยกกาเหล้ากรอกเหล้ารสเลิศลงคอ
เขาเพียงยิ้มและก้าวลงไปนั่งในอ่าง หันหลังให้นาง ในถังอาบน้ำมีควันสีขาวลอยเอื่อยอยู่บนผิว
เสียงฝีเท้านางดังมาจากด้านหลังและหยุดเหนือศีรษะเขา "น้ำร้อนพอหรือไม่?"
"กำลังดีทีเดียว" เขาครางอย่างสบายตัว ก่อนที่มือน้อยๆจะยื่นจอกสุรามาให้
"ดื่มคนเดียวจะไปสนุกอันใด?"
ซื่อเซี่ยยี่นึกเห็นใจคนฟั่นเฟือนผู้นี้...อา คนบ้ามักบอกว่าตัวเองไม่บ้า เป็นเช่นนี้สินะ นางถอนใจแล้วพูดต่อ "น้องชาย เจ้าเชื่อข้าเถอะ แต่งกับข้า ไม่มีความสุขหรอก เจ้าล้มเลิกความคิดเถอะนะ""ข้าไตร่ตรองและคิดถี่ถ้วนดีแล้ว จึงได้ไปเข้าเฝ้า ทูลขอสมรสพระราชทาน" ฉีจู้เฉิงยิ้มบาง "ขอเพียงได้ติดตามอยู่ข้างกายท่านแม่ทัพ ไม่ว่าต้องทำเช่นไรข้าก็ยอม""ถ้าต้องการแบบนั้น มิสู้มาเป็นลูกน้องข้า!""แต่ข้าอยากดูแลท่านทั้งในยามศึกและยามอยู่บนเตียงนี่""หน้าไม่อาย!""ขอบคุณท่านแม่ทัพที่เยินยอ" ฉีจู้เฉิงเดินมาใกล้อีก ครานี้ยื่นมือมาโอบเอวนาง "ข้าว่าท่านควรรับราชโองการแต่โดยดีเถิด ท่านเป็นขุนนางภักดีมานาน อย่าได้เสียเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เลย"ซื่อเซี่ยยี่ตอบโต้ด้วยสัณชาตญาณการป้องกันตัวระยะประชิด...คนผู้นี้มือไวชะมัด! นางจับมืออุ่นที่เอวและออกแรงบีบรุนแรง ดึงร่างสูงเข้าหาตัว เตรียมจะบิดไพล่ไปด้านหลังของเขา แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะหมุนตัวตามการบิดหมุนของนาง ทำให้นางเป็นฝ่ายเสียหลักเอง!"ท่านแม่ทัพ เดินระวังหน่อย" เขาเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "เช่นนี้อย่างไรเล่าท่านถึงต้องมีคนอยู่เคียงข้าง""เจ้า!" นางไม่คาดว่าเขา
สองวันต่อมา จวนแม่ทัพ"จื๋อจินอู่ ซื่อเซี่ยยี่ รับราชโองการ!""หม่อมฉัน จื๋อจินอู่ ซื่อเซี่ยยี่ น้อมรับราชโองการ" หญิงสาวคุกเข่าลงเบื้องหน้าขันทีคนสนิทของฮ่องเต้"ด้วยพระบัญชาแห่งองค์ฮ่องเต้ จื๋อจินอู่ ซื่อเซี่ยยี่ แห่งกองกำลังพิทักษ์แผ่นดิน สร้างความดีความชอบไว้มาก มีความจงรักภักดีเหนือใคร ทั้งยังเก่งกล้ามากด้วยความสามารถ เพื่อให้สกุลซื่อและสกุลฉีได้มีบุตรหลานสืบสกุลและช่วยแบ่งเบาราชกิจ จึงแต่งตั้งให้จื๋อจินอู่ ซื่อเซี่ยยี่ เป็นฟูเหรินของฉางผิงโหว ฉีจู้เฉิง ขอให้ซื่อเซี่ยยี่ปฏิบัติหน้าที่ฟูเหรินอย่างเหมาะสม ควรค่าแก่การยกย่อง และเป็นตัวอย่างที่ดีงามแก่คนรุ่นหลังสืบไป จบราชโองการ"ซื่อเซี่ยยี่ฟังแล้วตกตะลึงนิ่งงันอยู่กับที่ จนรองแม่ทัพกองกำลังพิทักษ์แผ่นดิน หยางหมี่เฟิงต้องสะกิดให้รู้สึกตัว…ตัวบัดซบตัวไหนคือฉีจู้เฉิง?!โทสะแล่นริ้วหาที่ระบายยาก มองเห็นขันทีคนสนิทม้วนแผ่นผ้าหลังจากประกาศโองการเสร็จ นางพลันลุกพรวด ยื่นมือคว้าคอเสื้อเขาจนแทบหงายหลัง"ม...แม่ทัพซื่อ...โปรดระงับโทสะด้วย""ท่านแม่ทัพ รับราชโองการก่อนเถิดเจ้าค่ะ!" หยางหมี่เฟิงช่วยเตือนสติอีกแรง"ไม่! จนกว่าข้าจะรู้ว่า เจ้าคน
หนึ่งปีก่อนหน้านี้..."จู้เฉิง เจ้าแน่ใจแล้วรึที่ขอเช่นนี้" ฮ่องเต้ทรงตรัสถามย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ…สตรีมีมากมาย เหตุใดจำเพาะต้องขอแต่งงานกับสตรีผู้นั้น?สตรีที่ไม่สมกับเป็นสตรีสตรีที่ไม่เคยชายตาแลบุรุษใดสายพระเนตรวาววับ จับจ้องร่างโหวหนุ่มอย่างเฝ้ารอคำตอบ พระองค์กระหายนัก อยากทราบว่าเหตุใดชายหนุ่มผู้หล่อเหลาฉลาดเฉลียว สร้างผลงานจนประจักษ์ต่อสายตาคนทุกผู้ จึงต้องการแต่งงานกับสตรีห้าวหาญเช่นนั้น"กระหม่อมแน่ใจที่สุดพะย่ะค่ะ" เขาตอบฮ่องเต้ด้วยรอยยิ้มมั่นใจ "หากมิใช่นาง กระหม่อมจะขออยู่ลำพังไปจนตาย ไม่สมรสกับสตรีอื่นใด"“หากเราบังคับเจ้าแต่งกับองค์หญิงสักนางแทนเล่า?” ฮ่องเต้ตรัสลองใจบุรุษในเสื้อม่วงปักลายคลื่น เจ้าของนามฉีจู้เฉิง รีบคุกเข่าลงกับพื้น “เช่นนั้นก็สั่งประหารกระหม่อมแทนเถิดพะย่ะค่ะ” แววตาแน่วแน่ สีหน้าจริงจัง ริมฝีปากเม้มเข้า ขับเน้นให้ใบหน้าของเขาดูคล้ายจะขาดใจตามคำที่เอ่ยฮ่องเต้แย้มสรวล “เจ้าลุกขึ้นเถอะ ข้าเพียงถามดูเท่านั้น”"หากว่ากันตามเนื้อผ้าแล้วเจ้ากับนางนั้นเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก..." ครานี้รัชทายาทเป็นผู้ตรัส "แต่เจ้าเอาความมั่นใจมาจากที่ใดว่านางจะยอมแต
เขารับมาและกรอกมันลงคอบ้าง เหล้าร้อนไหลผ่านลำคอ ผิวกายร้อน ขณะนี้ภายในยิ่งร้อนกว่า เขายกมันขึ้นดื่มอีก แต่ยังไม่ทันได้กลืนลงคอ นางก็ก้มศีรษะในท่ากลับหัวนั้นมาตรงหน้าหน้าเขาและประทับริมฝีปากนางเข้ากับริมฝีปากเขา บังคับให้เขาแบ่งปันมันให้นาง"หวานจริง" ชายหนุ่มเอ่ยชมขณะผละจากริมฝีปากบาง "ชิมจากจอกยังไม่หวานเท่านี้"นางไม่ตอบคำเขา เพียงยืนและช่วยเขาแกะกวานออกจากศีรษะ ปล่อยผมเขาลงมา และช่วยเขาสระผม"ข้าทำเองก็ได้ ไม่ต้องลำบากเจ้าหรอก เซี่ยเอ๋อร์...""เจ้าทำช้ายิ่ง กว่าจะอาบน้ำสระผมเสร็จ จันทร์คงลับฟ้าไปแล้ว"แม้จะผ่านศึกมาหมาดๆ แต่ผมของเขายังเป็นเงางามกว่านางเสียอีก...ซื่อเซี่ยยี่ตักน้ำรดศีรษะเขา แล้วใช้หวีหวีให้ผมไม่พันกัน จากนั้นจึงใช้สบู่สระผมให้เขาอย่างนุ่มนวลเท่าที่จะทำได้"เจ้าจะทำเช่นนี้ให้ข้าทุกวันได้หรือไม่?" เขาถามเสียงออดอ้อนยิ่ง"ไม่ได้ ข้าเมื่อยขาแทบตายแล้ว""เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะนวดให้ เจ้าปรารถนาท่าไหน บอกข้ามาได้""มีดีอันใดก็ใช้ออกมาให้หมด""ตามแต่ท่านแม่ทัพจะบัญชาขอรับ" เขาเอ่ยยิ้มๆนางสระผมให้เขาเป็นครั้งที่สองจึงตักน้ำล้างฟองออกจนเกลี้ยง หยิบน้ำมันหอมออกมา"กลิ่นหอมแปลกด
กระท่อมร้างแห่งนี้ห่างจากแหล่งกบดานของคนร้ายไม่ไกลนัก เมื่อเปิดเข้าไปดูก็เจอดรุณีน้อย และเด็กเล็กหน้าจิ้มลิ้ม พร้อมกับทารกวัยแบเบาะตามจำนวนที่ได้รายงานไว้ กลุ่มคนสามช่วงวัยกำลังร้องไห้ระงมเพราะหวาดกลัว"ดูแลเรื่องอาหารการกินหรือยัง?""ให้ทหารไปหาซื้อของกินในเมืองแล้ว ส่วนเด็กทารกคงต้องเป็นน้ำข้าวไปก่อนขอรับ""ทารกควรกินนม หาใช่น้ำข้าว" ซื่อเซี่ยยี่มีท่าทีไม่พอใจ นางโกรธพวกโจรสารเลวนี่จนตัวสั่นหันซ้ายหันขวา สตรีที่ถูกจับมายังเป็นเพียงเด็กสาว ไม่มีใครเป็นสตรีเพิ่งคลอด นางเดินเข้าไปถามสตรีที่อุ้มทารกไว้ "ทารกสองคนนี้ถูกลักพาตัวมานานหรือยัง""ประมาณ สองสามวันแล้วเจ้าค่ะ พวกเราไม่รู้จะทำอย่างไร เลยบดหมั่นโถวที่คนพวกนั้นเอามาให้ แล้วผสมน้ำ แล้วค่อยกรองเอาแต่น้ำให้พวกเขาดื่ม" เด็กสาวนางนั้นตอบ พลางมองทารกที่อ้าปากร้องแทบไม่มีเสียงอย่างนึกสงสารซื่อเซี่ยยี่พยักหน้า เดินออกมาพร้อมกับส่งสัญญาณเรียกลูกน้องมารวมแถว "บ้านใครมีเหนียงซื่อ (ภรรยา) หรือสตรีเพิ่งคลอดลูก ก้าวออกมา!"นายทหารสองนายยกมือขึ้นและร้องตอบ"ข้าขอรับ""ข้าด้วย""เจ้าสองคนแบ่งเด็กสองคนนี้ไปดูแลให้ดีจนกว่าจะหาบิดามารดาของเด็กเจอ
"ขอรับ!" เสียงเหล่าทหารขานรับกันพร้อมเพรียง วิ่งวุ่นทำตามคำสั่ง"แบ่งกำลังส่วนหนึ่งค้นหาให้ทั่วว่ามันเอาเด็กและสตรีไปซ่อนไว้ที่ใด หากหาไม่เจอก็ไปลากพวกมันมาถาม หากมันไม่ตอบก็เฆี่ยนพวกมันจนกว่าจะตอบ!""ขอรับ!""เหนื่อยหรือไม่ เซี่ยเอ๋อร์?" ฉีจู้เฉิงเดินมาหาพร้อมถุงใส่น้ำใบย่อมที่ทำจากกระเพาะแกะนางคว้าไป ไม่มีแม้แต่คำว่าขอบใจ เมื่อน้ำถ่ายเทจากถุงเข้าปาก นางก็พ่นออกมา"นี่มันน้ำนี่!" นางบอกสายตาขุ่น เหวี่ยงถุงน้ำฟาดกับอกแกร่ง "ข้าต้องการสุรา หาใช่น้ำไม่""เพิ่งใช้แรงกาย ถ้าดื่มเหล้าทันทีจะไม่ดีต่อสุขภาพนะ" ชายหนุ่มยิ้มบาง "เอาไว้เราเข้าตัวเมืองแล้วข้าจะเลี้ยงเหล้าเจ้าให้จุใจทีเดียว"ดวงตาหรี่น้อยๆยังคงมองมาที่เขา"อีกอย่าง...จะเมาในเวลางานได้อย่างไร?"ซื่อเซี่ยยี่ส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างนึกขัดใจ "ขอกินให้ชื่นใจสักสามสี่อึกน่า" นางต่อรอง"ทำไมพูดเหมือนข้าพกติดตัว?" เขาทำหน้าฉงน"ก็..." ซื่อเซี่ยยี่ทำจมูกฟุดฟิด "มีกลิ่นเหล้าจางๆออกมาจากตัวเจ้า..." นางเดินวนรอบตัวชายหนุ่มและกระดิกนิ้วเป็นเชิงบอกว่าให้ส่งมันมาให้นาง "ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะไม่รู้ว่าข้าชมชอบสุราเพียงใด ส่งมา"เขาหัวเราะน้อยๆ แล้วหยิ





![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

