Mag-log inกระท่อมร้างแห่งนี้ห่างจากแหล่งกบดานของคนร้ายไม่ไกลนัก เมื่อเปิดเข้าไปดูก็เจอดรุณีน้อย และเด็กเล็กหน้าจิ้มลิ้ม พร้อมกับทารกวัยแบเบาะตามจำนวนที่ได้รายงานไว้ กลุ่มคนสามช่วงวัยกำลังร้องไห้ระงมเพราะหวาดกลัว
"ดูแลเรื่องอาหารการกินหรือยัง?"
"ให้ทหารไปหาซื้อของกินในเมืองแล้ว ส่วนเด็กทารกคงต้องเป็นน้ำข้าวไปก่อนขอรับ"
"ทารกควรกินนม หาใช่น้ำข้าว" ซื่อเซี่ยยี่มีท่าทีไม่พอใจ นางโกรธพวกโจรสารเลวนี่จนตัวสั่น
หันซ้ายหันขวา สตรีที่ถูกจับมายังเป็นเพียงเด็กสาว ไม่มีใครเป็นสตรีเพิ่งคลอด นางเดินเข้าไปถามสตรีที่อุ้มทารกไว้ "ทารกสองคนนี้ถูกลักพาตัวมานานหรือยัง"
"ประมาณ สองสามวันแล้วเจ้าค่ะ พวกเราไม่รู้จะทำอย่างไร เลยบดหมั่นโถวที่คนพวกนั้นเอามาให้ แล้วผสมน้ำ แล้วค่อยกรองเอาแต่น้ำให้พวกเขาดื่ม" เด็กสาวนางนั้นตอบ พลางมองทารกที่อ้าปากร้องแทบไม่มีเสียงอย่างนึกสงสาร
ซื่อเซี่ยยี่พยักหน้า เดินออกมาพร้อมกับส่งสัญญาณเรียกลูกน้องมารวมแถว "บ้านใครมีเหนียงซื่อ (ภรรยา) หรือสตรีเพิ่งคลอดลูก ก้าวออกมา!"
นายทหารสองนายยกมือขึ้นและร้องตอบ
"ข้าขอรับ"
"ข้าด้วย"
"เจ้าสองคนแบ่งเด็กสองคนนี้ไปดูแลให้ดีจนกว่าจะหาบิดามารดาของเด็กเจอ ทำได้หรือไม่!?"
"ทำได้ขอรับ!" ทั้งสองขานรับพร้อมกัน แม้นายของเขาไม่สั่งก็เต็มใจทำอยู่ เด็กน้อยน่าเวทนาเช่นนี้จะดูดายก็ใจดำเกินไป
"ข้าอนุญาตให้เจ้าทั้งสองคนพาทารกกลับบ้านได้ทันที ไปได้!"
"ขอรับ!" ทั้งสองคำนับนายเหนือหัวอีกครั้ง ก่อนแบ่งกันรับทารกน้อยไปอุ้มทีละคน
ซื่อเซี่ยยี่เดินตามไป หยิบถุงเงินออกมาและแบ่งเงินให้ทหารทั้งสอง "เงินนี่เอาไว้ซื้อของใช้จำเป็นให้เจ้าตัวน้อย หากไม่พอ มาขอเพิ่มที่ข้า"
ทั้งคู่ต่างรับถุงเงินไป ใจนึกชื่นชมแม่ทัพของพวกเขานัก แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็ง ไร้ความอ่อนโยนนุ่มนวล แต่แท้จริงแล้วนางเป็นคนดีมากคนหนึ่ง และด้วยเหตุนี้กับฝีมืออันเก่งฉกาจ พวกเขาจึงยอมรับซื่อเซี่ยยี่เป็นนาย ทั้งที่นางเป็นสตรี
"รีบไปเถอะ เจ้าก้อนแป้งสองก้อนนี้หิวเสียจนไม่มีเสียงร้องแล้ว" นางบอกพร้อมกับเอานิ้วเขี่ยแก้มทารกคนหนึ่ง
เมื่อหมุนตัวเดินมาได้สามสี่ก้าวก็เจอจู้เฉิงที่ยืนโบกพัดยิ้มแต้ "...อะไร?"
"เจ้า....รักเด็กกว่าที่คิดนะ" เขาเดินไปกระแซะนาง "ไหนๆเราก็จะแต่งงานกันแล้ว มีสักคนสองคนค่อยแต่งก็ไม่น่าเกลียดนัก"
ฉีจู้เฉิงคาดว่านางจะตบตีเขาสักทีสองทีและต่อปากกับเขา แต่นางกลับทำหน้ายิ้มเยาะ
"เสียใจด้วยนะ ข้ามีลูกให้เจ้าไม่ได้หรอก"
"ร่างกายเจ้าสมบูรณ์ดีมิใช่หรือ ตอนที่เจ้าบาดเจ็บคราวก่อนข้า หมอตรวจแล้วก็ว่าปกติดี" ฉีจู้เฉิงเลิกคิ้ว
"เหตุผลง่ายๆ ข้าไม่อยากมีลูกอย่างไรเล่า!"
"ได้! ถ้าเจ้าไม่อยากมี เราก็ไม่มี!"
ฉีจู้เฉิงตอบไม่ต้องคิด เขาไม่เคยขัดใจนางอยู่แล้ว...แต่ถ้า "พลาดพลั้ง" ก็ถือว่ายกผลประโยชน์ให้จำเลยเช่นเขาก็แล้วกัน อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ว่านางแอบกินยาที่พวกนางคณิกากินเพื่อป้องกันมิให้ตั้งครรภ์ เอาไว้รอพวกเขาแต่งงานกันก่อนเถอะ เขาจะกำจัดยาพวกนั้นให้หมดจากจวนเลยคอยดู!
"ยิ้มหน้าเป็นอยู่ได้" ซื่อเซี่ยยี่ย่นคิ้วมอง "เสร็จธุระตรงนี้แล้วก็เข้าเมืองกันเสียที!"
เงาตามตัวของนางได้ยินเช่นนั้นก็รีบตามติดไปทันที
ข้าแซ่ ฉี นามว่า จู้เฉิง
อายุสี่ปี สามารถท่องตำราพันอักษรได้
อายุสิบปี สามารถถกปรัชญาแข่งกับปราชญ์เลื่องชื่อแห่งฉางอันชนะขาดลอย
อายุสิบสี่ปี สอบได้เป็นจิ้นซื่อ (บัณฑิตที่สอบหน้าพระที่นั่ง) และเป็นจอหงวน
อายุสิบห้าปี เกือบถูกเสือฆ่าในงานขบวนตามเสด็จประพาสล่าสัตว์ แต่รอดตายเพราะมีดรุณีน้อยมาช่วยไว้ หลังจากนั้นข้าก็ตกหลุมรักนางอย่างมิอาจถอนตัว
อายุสิบแปดปี ออกเดินทางบุกเบิกเจรจากับนอกด่าน จนเส้นทางสายไหมถือกำเนิดขึ้นในอีกเจ็ดปีต่อมา
อายุยี่สิบห้าปี ภารกิจยิ่งใหญ่เสร็จสมบูรณ์ลงได้ กลับจากเส้นทางสายไหม ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้น เลี่ยโหว เป็น ฉางผิงโหว
ในปีเดียวกัน ทูลขอสมรสพระราชทาน แต่งตั้งแม่ทัพซื่อ ซื่อเซี่ยยี่ เป็นฟูเหริน...นางคือพี่สาวที่ช่วยชีวิตข้าไว้เมื่อสิบปีก่อนนั่นเอง
ฉีจู้เฉิงเป็นบุรุษร่างสูงสง่า สวมเสื้อผ้าเนื้อดีที่มีใส่กันจำกัดเพียงในกลุ่มเชื้อพระวงศ์ทว่ามีรอยเลือดย้อมอยู่เป็นรอยด่างดวง เดินถือถาดที่มีกาและจอกเหล้าเข้ามาในห้อง
เส้นผมสีดำละเอียดรวบสูง ครอบด้วยกวานสีเงินราคาแพงระยับ เขาเดินอกผายไหล่ผึ่ง ใบหน้าประดับรอยยิ้มแพรวพราวที่มุมปากอย่างทรงเสน่ห์ ตรงมาหานางในดวงใจ
นาง แม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน ผู้ถอดเสื้อผ้าท่อนบนทิ้งเกลื่อนกลาดบนพื้นจนเหลือเพียงผ้ารัดหน้าอกกับกางเกงขาสั้นท่อนล่าง นอนไขว่ห้างอยู่บนเตียงอย่างไม่สนสายตาบุรุษเช่นเขา...หรือแม้แต่บุรุษใด
ผู้ที่อยู่เหนือคนมากมายเช่นเขา มิเคยใส่ใจสตรีใดเท่านาง
"เซี่ยเอ๋อร์..."
ร่างของสตรีนั้นเด้งขึ้นจากเตียงมานั่งชันเข่าขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มกว้างเปิดออก "เหล้าจ๋า...!" นางนุ่งเพียงกางเกงขาสั้น แค่นางชันเข่าข้างหนึ่ง เขาก็เห็นไปถึงไหนต่อไหน
เขาชอบที่นางมีรางวัลพิเศษให้เขาแบบไม่ตั้งใจทุกที
นางยื่นมือมารับถาดสุราอาหารว่างจากมือเขา "ไปอาบน้ำเสียสิ จะได้มาร่วมดื่มกับข้า" นางบอกเมื่อเห็นเขายังไม่ได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียด้วยซ้ำ
เขาเป็นคนรักความสะอาดยิ่งสิ่งใด แต่เพราะนางอยากดื่มเหล้าหลังอาบน้ำ เขาจึงยกมาให้ก่อน
"เช่นนั้นเจ้าก็ดื่มไปก่อน ไม่ต้องรอ" เขาบอกและเดินไปห้องน้ำ
ซื่อเซี่ยยี่กลับเดินตามมาพร้อมกาสุราสีขาว
อาภรณ์หรูร่วงหล่นจากกายสูงลงพื้น ร่างกายเขาเปลือยเปล่าขณะหันมองนางที่ยืนพิงกรอบประตูและมองเขากลับอย่างไม่รู้สึกกระดากอาย
"เอาแต่จ้องเช่นนั้น เพราะตัวข้าน่ามองใช่หรือไม่?" เขายิ้ม พลางมองหญิงสาวที่ปล่อยผมยาวสยายดั่งม่านน้ำตก พร้อมทั้งเสื้อผ้าน้อยชิ้นทำให้นางดูมีเสน่ห์สมเป็นสตรีขึ้นมา
"โหวเหย๋หลงตัวเองเกินไปแล้ว" นางตอบและยกกาเหล้ากรอกเหล้ารสเลิศลงคอ
เขาเพียงยิ้มและก้าวลงไปนั่งในอ่าง หันหลังให้นาง ในถังอาบน้ำมีควันสีขาวลอยเอื่อยอยู่บนผิว
เสียงฝีเท้านางดังมาจากด้านหลังและหยุดเหนือศีรษะเขา "น้ำร้อนพอหรือไม่?"
"กำลังดีทีเดียว" เขาครางอย่างสบายตัว ก่อนที่มือน้อยๆจะยื่นจอกสุรามาให้
"ดื่มคนเดียวจะไปสนุกอันใด?"
"วิชามีค่ากว่าทรัพย์นับแสน แม้อับจนหนทางก็ต่อชีวิตได้" หมิงเสวี่ยท่องสุภาษิตผิดๆถูกๆใส่นาง "แต่หน้าอกนี่ถ้าหย่อนยานจะพาลราคาตกเอาได้นะ ไม่คุ้มหรอก!""กว่ามันจะยาน คงเรียกทรัพย์ได้นับแสน!" จิงจื่อหนี่ตอบโต้ ร่ำๆจะกระโดดลงไปให้ได้ซื่อเซี่ยยี่ทนดูไม่ไหว นางหุบพัดแล้วเดินเข้ามาหิ้วเอวแน่งน้อยให้กลับไปนั่งที่เดิม...ก็ตลกและน่าเอ็นดูอยู่หรอก แต่ถ้าพวกนางเล่นมากไปข้าจะเสียงานน่ะสิ!"ตั้งสติกันหน่อย ดูโน่น" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มพรายเมื่อเป้าหมายของพวกนางถูก "ผลัก" ออกมาจากหลังฉากกั้น"การประมูลที่แท้จริงจะเริ่มจากนี้ต่างหาก"ไป๋จิ้งเหอที่ถูกผลักมากลางเวทีทรุดไปกับพื้นเพราะถูกสกัดจุดไว้ ชวนเรียกคะแนนสงสารเห็นใจจากคนหมู่มาก พอฉีจู้เฉิงเดินเข้ามาประคองให้ยืนได้มั่นคงดี การประมูลสาวงามจึงเริ่มต้นขึ้น"แปดพันตำลึง!" เสียงใครบางคนจากด้านล่างตะโกนราคาขึ้นมาเป็นคนแรก "อะไรนะ?!" หมิงเสวี่ยตาค้าง"แค่เริ่มก็แปดพันตำลึงแล้วรึ!?""แปดพันห้าร้อยตำลึง!""เก้าพันตำลึง!!"ตัวเลขเริ่มสูงขึ้นเรื่อยจนหมิงเสวี่ยแทบจะลมจับ มันจะไปสิ้นสุดที่จำนวนใดกันแน่!"ข้ามีงบให้เจ้าไม่อั้น" ซื่อเซี่ยยี่วางตั๋วแลกเงินบนโต๊ะใบหนึ่ง
"ก...ก็พอมี...เจ้าค่ะ""เช่นนั้นข้าให้ยืม" ว่าพลางโยนถุงเงินหนักอึ้งลงบนโต๊ะหมิงเสวี่ยยิ้มร่าเริง "ขอบคุณพี่ซื่อเจ้าค่ะ!" ด้วยประสบการณ์ขโมยอันยาวนาน เพียงหญิงสาวใช้อุ้งมือประคองถุงเงินก็พอจะเดาจำนวนได้ และในใจนางก็ยังคิดเรื่องไป๋จิ้งเหออยู่ ...หากนางเข้าร่วมการประมูล นางคงต้องแกล้งพ่ายแพ้เพื่อให้เป้าหมายของไป๋จิ้งเหอแสดงตัวออกมา และเมื่อถึงตอนนั้นก็จะได้รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใครอา...นางนี่ช่างฉลาดจริงๆ!เบื้องหลังม่านโปร่ง บุรุษที่ถูกซื่อเซี่ยยี่จับตามอง กำลังมองเทียบชื่อสาวงามที่เข้ารับการประมูลเช่นกัน" "สาวงามคนสุดท้ายนี่ช่างคุ้นหน้าจริง" คนสนิทที่มีรอยยิ้มประหลาดเอ่ยทักเป็นหัวหน้ายิ้มละไม "นางเป็นคนที่เราหมายตาไว้อย่างไรเล่า""นายท่านช่างมีหัวใจรักที่มั่นคงนัก เพียงเจอหน้านางไม่กี่ครั้งก็จดจำได้ไม่ลืมเลือน""ช่วยไม่ได้นีนะ ใครใช้ให้ข้ากับนางมีความหลังอันล้ำลึกกันเล่า?""เช่นนั้นการประมูลครั้งนี้นายท่านจะแพ้มิได้นะขอรับ" สำหรับคนงามเช่นนาง ต่อให้ต้องทุ่มกำลังทรัพย์เท่าใดก็ต้องช่วงชิงมาให้ได้"ว่าจบ ชายหนุ่มก็ให้คนรับใช้เปิดหีบเล็กใบหนึ่งออก ภายในมีทองคำอัดแน่นอยู่ "เท่านี้เจ้าว่าพอ
"นายท่าน เชิญทางนี้เจ้าค่ะ" เด็กสาวเชื้อเชิญชายหนุ่มร่างสูงผมสีน้ำตาลเข้มพร้อมผู้ติดตามจำนวนหนึ่งนั่งที่โต๊ะที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ ร่างสูงนั้นหันกลับไปยิ้มอบอุ่นชวนให้เด็กสาวเคลิบเคลิ้ม พร้อมคำตอบที่ดูเป็นสุภาพชน"นายท่าน นี่อาจเป็นกับดักนะขอรับ" ผู้ติดตามคนหนึ่งของบุรุษผู้นั้นเอ่ยขึ้น ใบหน้าเขามักประดับด้วยรอยยิ้มประหลาด"น่าสนุกดี" ชายคนนั้นตอบสั้นๆ ท่าทางไม่ยี่หระ "ถ้าคนพวกนั้นไม่จะโต้กลับพวกเราบ้าง ข้าคงผิดหวังไม่น้อยทีเดียว"เช่นนั้นก็รอดูเรื่องสนุกให้สบายใจดีกว่า"สองสาวในคราบหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรี ต่างลืมตัว จูงมือกันวิ่งกลับชั้นบน สองร่างถลาวืดผ่านผ้าม่าน รีบแย่งกันเกาะรั้วเตี้ยเพื่อให้มองเห็นเวทีได้ชัดเจน"พี่ซื่อเจ้าคะ ด้านล่างบอกว่าจะเริ่มประมูลสาวงามแล้วเจ้าค่ะ!" จิงจื่อหนี่ร้องบอกอย่างตื่นเต้น"มีเทียบชื่อสาวงามหรือไม่?" ซื่อเซี่ยยี่หันไปถามเด็กสาวที่ยืนรับใช้อยู่"นี่เจ้าค่ะ" เด็กสาวยิ้มหวานจรุงใจ พลางยืนส่งเทียบชื่อให้"วันนี้มีประมูลห้าคนสินะ" ซื่อเซี่ยยี่ถามเมื่อเปิดผ่านๆแล้วหันไปถามจิงจื่อหนี่กับหมิงเสวี่ย "พวกเจ้าอยากชมดูกันหรือไม่""อยากเจ้าค่ะ!" เด็กสาวสองคนรีบมะรุมม
"ต๊าย ตายแล้ว ท่านฉีนี่ช่างมีสายตาแหลมคมเหลือเกิน ตอนนี้สตรีที่มีมาดเย็นชาตาดุเช่นนี้กำลังเป็นที่นิยมเลยเจ้าค่ะ!"แม่เล้ามองไป๋จิ้งเหอสายตาเป็นประกาย"...เพราะดูดุและเย่อหยิ่ง...ชายทั่วหล้าหมายมาดชนะใจโฉมสะคราญ เช่นนั้นบรรยากาศในการประมูลคงครึกครื้นขึ้นอีกเป็นแน่"ชายหนุ่มยิ้มบาง "ข้าอยากรู้จริงว่าใครจะได้นางไปครอง? และนางจะได้ราคาสูงเท่าใดกัน?""เช่นนั้นก็อย่ารอช้าเลยเจ้าค่ะ เข้าไปด้านในกันดีกว่า งานประมูลใกล้จะเริ่มเต็มทีแล้ว"แม่เล้านางนี้รีบเปิดม่านพาพวกเขาออกไปยังห้องโถง..."พี่ซื่อ ข้าเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก" จิงจื่อหนี่มองไปรอบด้านที่มีแต่บุรุษสลับกับสาวงามหน้าตาเลิศล้ำดั่งนางสวรรค์ พลางเดินตัวลีบหลบหลังซื่อเซี่ยยี่กับหมิงเสวี่ยที่เดินนำหน้า"ถ้ากลัวก็กอดพี่สาวไว้แน่นๆนะ" มือบางโอบเอวกลมไว้ ท่ามกลางสายตาริษยาของหนุ่มและสาวๆนางโลม"นายท่านเจ้าคะ เชิญเจ้าค่ะ" เสียงหวานใสของนางคณิกาเอ่ยเชื้อเชิญหมิงเสวี่ยที่พยายามวางทางให้เหมือนเหอหลางของนาง"ด้านบนยังว่างหรือไม่?" ซื่อเซี่ยยี่ถาม หากจะหาที่นั่งที่มองได้ชัดเจนที่สุด ย่อมอยู่ด้านบนซึ่งสงวนไว้สำหรับผู้ดีมีสตางค์"ยังว่างอยู่เจ้
"ข้าขอเป็นสาวใช้ติดตามพวกท่านก็แล้วกันเจ้าค่ะ" จิงจื่อหนี่ตอบอย่างระริกระรี้"เราอาจต้องไปในสถานที่อโคจรบางที่..." ซื่อเซี่ยยี่เปรย "แต่ช่างเถอะ มีข้าไปทั้งคน จะอายอะไร"หมิงเสวี่ยกับจิงจื่อหนี่นิยมชมชอบในความกล้าหาญเกินหญิงของซื่อเซี่ยยี่ยิ่ง และหวังว่าพวกนางจะดูเข้มแข็งและองอาจไม่แพ้นางเมื่อเจริญวัยขึ้นกว่านี้"ถ้าเช่นนั้นเราจะรออันใด เสวี่ยเอ๋อร์ พาเราไปรื้อตู้เสื้อผ้าของเสี่ยวเหอดูหน่อยว่ามีชุดไหนเหมาะกับเจ้าบ้าง”เด็กสาวทั้งสองพยักหน้ารับคำอย่างร่าเริง โดยเฉพาะหมิงเสวี่ยที่รู้สึกว่าซีหนิงที่นางอยู่มาช้านานไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแผนขายไป๋จิ้งเหอให้หอนางโลมราบรื่นเป็นอย่างยิ่งฉีจู้เฉิงนั่งโบกพัดไปมาด้วยท่าทางเรียบเฉย เขาสาดผงยาสลบใส่ไป๋จิ้งเหอเพื่อจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดบุรุษเป็นชุดสตรีได้โดยที่ไป๋จิ้งเหอไม่ขัดขืน เจ้าหลิวลู่เฉินเองก็ทำตามคำสั่งของเขาได้ดี ดีเกินความคาดหมายจริงๆเขาสั่งให้หลิวลู่เฉินนำภาพวาดล่วงหน้ามาก่อน เพื่อติดต่อแม่เล้าของที่นี่ไว้ว่าเช้าวันประมูลเขาจะเป็นผู้นำแม่นางไป๋มาเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งตัวที่นี่ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนทีละขั้น และเขากำลังรอให้ไป๋จิ้ง
"คิดจะไปก่อกวนใครหรือ?" น้ำเสียงนุ่มนวลติดเจ้าเล่ห์ดังขึ้นมาจากด้านหลังของทั้งสอง ไป๋จิ้งเหอยิ้มออกมาทันทีที่เห็นบุรุษผู้มาเยือน ร่างสูงนั้นแต่งชุดสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆ เนื้อผ้าพลิ้วไหวบ่งบอกฐานะสูงส่ง พัดที่โบกไปมาในมือเป็นภาพวาดลายพระหัตถ์ของหวงตี้องค์ปัจจุบันไป๋จิ้งเหอและเฉี่ยวเหมยรีบรุดมาประสานมือคารวะเขาอย่างนอบน้อม"ข้าน้อยคารวะโหวเหย๋""ไม่ต้องมากพิธีหรอก คนกันเองทั้งสิ้น" ฉีจู้เฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส "แล้วก็ เรียกชื่อข้าพี่ฉีดีกว่า ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวผู้อื่นแตกตื่นกันหมด""ไม่นึกว่าท่านจะมาถึงซีหนิง" ไป๋จิ้งเหอว่า "ไม่ทราบว่ามีธุระอันใด""ข้าตามกลิ่นสาวงามมา" เขาตอบ "สาวงามแสนซนที่ชอบไปโน่นมานี่มิได้หยุด""อ้อ มาตามคู่หมั้นนี่เอง" ไป๋จิ้งเหออารมณ์ดีขึ้นทันตา "เช่นนั้นท่านควรรีบพานางกลับไป""แต่ข้าไม่ชอบขัดความสุขของว่าที่ภรรยา" ชายหนุ่มว่า "เห็นว่านางกำลังทำเรื่องน่าสนุกใช่หรือไม่?""นางกำลังกลั่นแกล้งข้าอยู่" ว่าพลางถอนใจ "ตอนนี้นางขโมยเหนียงซื่อข้าไปแล้ว โหวเหย๋""ท่านฉี คู่หมั้นท่านก็ขโมยภรรยาข้าไปเช่นกัน" เฉี่ยวเหมยโวยวายใหญ่พัดในมือฉีจู้เฉิงหรือโหวเหย๋พลันโบกรัวๆ จากนั
"ปกติสตรีต้องดื่มแล้วเมาจนลำบากยอดบุรุษพากลับบ้านมิใช่รึ? เหตุใดข้ากลับต้องทำหน้าที่บุรุษแทนกันล่ะ?!" นางบ่นอุบขณะพยุงเขากลับจวนแม่ทัพ"นั่นสิ..." จู่ๆเขาก็สร่างเมาเมื่อถึงประตูจวนแม่ทัพ เขายืนตัวตรงแล้วช้อนตัวซื่อเซี่ยยี่ไว้ในอ้อมแขน "ขอบคุณที่เตือนข้า""เจ้า...!""จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ...บุรุษ""
ซื่อเซี่ยยี่ครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่อาจหาคำตอบให้ตนเองได้ว่า คนพิลึกผู้นี้เหตุใดต้องการแต่งงานกับนางเพียงนี้ฟังจากที่เขาพูด หรือนางกับเขาจะเคยมีบุญคุณความแค้นต่อกัน?อีกประการหนึ่ง เขามีบรรดาศักดิ์ถึงชั้นเลี่ยโหว ซึ่งสูงกว่านางไม่กี่ขั้น เหตุใดนางจึงไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน? ยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบให
ซื่อเซี่ยยี่รู้สึกตัวเมื่อมีกลิ่นหอมของวัตถุบางอย่างมาอังที่จมูก ดวงตากลมเบิกกว้าง ทว่ามองเห็นเพียงความมืดนี่ไม่ใช่ยามค่ำคืน แต่นางถูกปิดตาเอาไว้ เมื่อลองขยับมือเล็กน้อย ก็พบว่าทั้งแขนและขาก็ถูกมัดเอาไว้…//ท่านหมอ อาการแม่นางท่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง?//เสียงชายหนุ่มที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นสติที่ยังคงอ
"ใช่แล้ว ภักดี" นางว่า "ความลับที่พูดคุยกันในหอสุ่ยเซียนจะไม่มีวันแย้มพรายไปถึงผู้ใดโดยเด็ดขาด นั่นเป็นข้อที่หนึ่ง"ซื่อเซี่ยยี่มองอีกฝ่ายนิ่งจนอู๋เม่ยเหนียงประหลาดใจ "เป็นอะไรล่ะ เสี่ยวเมา ดื่มชาอีกหน่อยสิ"ซื่อเซี่ยยี่ชักสงสัยที่ถูกคะยั้นคะยอจนเกินเหตุ สัญชาตญาณระวังภัยเริ่มทำงาน จึงหันไปหยิบขนมม







