Masukเขารับมาและกรอกมันลงคอบ้าง เหล้าร้อนไหลผ่านลำคอ ผิวกายร้อน ขณะนี้ภายในยิ่งร้อนกว่า เขายกมันขึ้นดื่มอีก แต่ยังไม่ทันได้กลืนลงคอ นางก็ก้มศีรษะในท่ากลับหัวนั้นมาตรงหน้าหน้าเขาและประทับริมฝีปากนางเข้ากับริมฝีปากเขา บังคับให้เขาแบ่งปันมันให้นาง
"หวานจริง" ชายหนุ่มเอ่ยชมขณะผละจากริมฝีปากบาง "ชิมจากจอกยังไม่หวานเท่านี้"
นางไม่ตอบคำเขา เพียงยืนและช่วยเขาแกะกวานออกจากศีรษะ ปล่อยผมเขาลงมา และช่วยเขาสระผม
"ข้าทำเองก็ได้ ไม่ต้องลำบากเจ้าหรอก เซี่ยเอ๋อร์..."
"เจ้าทำช้ายิ่ง กว่าจะอาบน้ำสระผมเสร็จ จันทร์คงลับฟ้าไปแล้ว"
แม้จะผ่านศึกมาหมาดๆ แต่ผมของเขายังเป็นเงางามกว่านางเสียอีก...ซื่อเซี่ยยี่ตักน้ำรดศีรษะเขา แล้วใช้หวีหวีให้ผมไม่พันกัน จากนั้นจึงใช้สบู่สระผมให้เขาอย่างนุ่มนวลเท่าที่จะทำได้
"เจ้าจะทำเช่นนี้ให้ข้าทุกวันได้หรือไม่?" เขาถามเสียงออดอ้อนยิ่ง
"ไม่ได้ ข้าเมื่อยขาแทบตายแล้ว"
"เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะนวดให้ เจ้าปรารถนาท่าไหน บอกข้ามาได้"
"มีดีอันใดก็ใช้ออกมาให้หมด"
"ตามแต่ท่านแม่ทัพจะบัญชาขอรับ" เขาเอ่ยยิ้มๆ
นางสระผมให้เขาเป็นครั้งที่สองจึงตักน้ำล้างฟองออกจนเกลี้ยง หยิบน้ำมันหอมออกมา
"กลิ่นหอมแปลกดี" ฉีจู้เฉิงทำจมูกฟุดฟิด
"ได้ยินว่าทำมาจากดอกกุหลาบของปอสื่อ (เปอร์เซีย)" นางว่า
"ซื้อมาหรือ?"
"ขโมยมาจากน้องชายตัวดี"
"จิ้งเหอสินะ"
"จะมีใครอีก"
เขาไม่กล่าวคำใด เมื่อเห็นว่านางจัดการสระผมให้เขาเรียบร้อยก็ลุกขึ้นยืน
นางสะบัดมือและเท้าร่าๆเพื่อไล่หยดน้ำ
"แบบนี้ตัวเจ้าก็เปียกหมดสิ" เขาเห็นนางสะบัดมือจนน้ำกระโดนเสื้อเป็นดวง อดขำไม่ได้จริงๆ "อีกอย่าง เจ้ารัดหน้าอกไว้แบบนี้ไม่อึดอัดหรือ? ให้ข้าคลายออกให้หรือไม่?"
"เดี๋ยวก็ได้คลายแล้ว จะใจร้อนไปไย" นางตอบพลางหยิบเสื้อนอนสีขาวโยนส่งให้เขา
เขาบิดน้ำที่เรือนผมจนหมาดอีกครั้ง แล้วจึงสวมเสื้อที่นางโยนมาให้ "เอาล่ะ คลายผ้าได้หรือยังเห็นแล้วอึดอัดแทนจริง"
ยามต้องอยู่ในสนามรบ นางมักคิดว่าหน้าอกนางช่างเป็นภาระ เพราะหนักและใหญ่โตทำให้เคลื่อนไหวลำบาก ดังนั้นยามศึกทุกครา นางจะรัดหน้าอกไว้ ทำให้ข้าศึกบางคนนึกว่านางเป็นชายเลยทีเดียว
นางหันมาส่งเสียงจิ๊จ๊ะ "หน้าอกก็หน้าอกข้า เดือดร้อนอะไรเจ้ากัน?"
"ข้ากลัวเลือดลมเจ้าไม่ไหลเวียน เสียสุขภาพเอาได้น่ะสิ" เขาว่า "ผู้อื่นอุตส่าห์หวังดีแท้ๆ"
"อยากถอดก็มาถอดเอาเอง ข้าจะไปรอที่เตียง" ซื่อเซี่ยยี่เดินไปนั่งลงไขว่ห้างบนเตียง แล้วกระดิกนิ้วเรียวเรียก
ฉีจู้เฉิงเดินไปหาอย่างว่าง่าย ทว่าเมื่อไปถึงขอบเตียงกลับถูกนางผลักลงนั่ง ส่วนตนเองเป็นฝ่ายขึ้นนั่งคร่อมร่างเขาเสียอย่างนั้น
นางวางแขนทั้งสองประกบศีรษะเขา "ถอดสิ"
เขาโอบกอดนางกลับที่เอวบาง แล้วค่อยๆเลื่อนมือขึ้น สะกิดปมผ้าที่ผูกเอาไว้จนคลายออก จนทรวงอกนุ่มหยุ่นคู่ใหญ่นั้นเบียดเข้ากับอกแกร่ง
"อา...หายใจสะดวกจริงๆด้วยสิ..." นางยิ้มยวนยั่ว ทั้งเลื่อนหน้าอกไปถูไถที่ริมฝีปากเขา
"ข้าแกะให้แล้ว เจ้าก็ลงไปได้แล้วเซี่ยเอ๋อร์..."
"พูดจาผายลมสุนัขอะไรของเจ้า?" นางหรี่ตามองอย่างอันตราย อุตส่าห์กำลังอารมณ์ดีแท้ๆ "เจ้าคิดว่าข้าลงทุนทำเช่นนี้แล้วเจ้าจะกลับไปนั่งดื่มเหล้าอย่างนั้นรึ?"
"กินทั้งแบบนี้ก็ได้นี่" ใช่ว่าจะไม่เคยทำ”
"หุบปาก!" นางตวาดใส่และพุ่งริมฝีปากเข้าประกบกลีบปากเขา ก่อนจุมพิตร้อนพัวพันจะตามมาติดๆ
เขาเองก็ตอบโต้กลับอย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน ถ้าไม่แรงกลับ ก็รับมือว่าที่ฟูเหรินจอมหื่นเช่นนางมิได้หรอก
พลังฝ่ามือปล่อยออก ม่านทั้งสองฝั่งจึงหล่นร่วงลงมาปิด เปลวเทียนไหววูบและดับลง เป็นอีกคืนที่เตียงของเขาและนางลุกเป็นไฟ
"วิชามีค่ากว่าทรัพย์นับแสน แม้อับจนหนทางก็ต่อชีวิตได้" หมิงเสวี่ยท่องสุภาษิตผิดๆถูกๆใส่นาง "แต่หน้าอกนี่ถ้าหย่อนยานจะพาลราคาตกเอาได้นะ ไม่คุ้มหรอก!""กว่ามันจะยาน คงเรียกทรัพย์ได้นับแสน!" จิงจื่อหนี่ตอบโต้ ร่ำๆจะกระโดดลงไปให้ได้ซื่อเซี่ยยี่ทนดูไม่ไหว นางหุบพัดแล้วเดินเข้ามาหิ้วเอวแน่งน้อยให้กลับไปนั่งที่เดิม...ก็ตลกและน่าเอ็นดูอยู่หรอก แต่ถ้าพวกนางเล่นมากไปข้าจะเสียงานน่ะสิ!"ตั้งสติกันหน่อย ดูโน่น" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มพรายเมื่อเป้าหมายของพวกนางถูก "ผลัก" ออกมาจากหลังฉากกั้น"การประมูลที่แท้จริงจะเริ่มจากนี้ต่างหาก"ไป๋จิ้งเหอที่ถูกผลักมากลางเวทีทรุดไปกับพื้นเพราะถูกสกัดจุดไว้ ชวนเรียกคะแนนสงสารเห็นใจจากคนหมู่มาก พอฉีจู้เฉิงเดินเข้ามาประคองให้ยืนได้มั่นคงดี การประมูลสาวงามจึงเริ่มต้นขึ้น"แปดพันตำลึง!" เสียงใครบางคนจากด้านล่างตะโกนราคาขึ้นมาเป็นคนแรก "อะไรนะ?!" หมิงเสวี่ยตาค้าง"แค่เริ่มก็แปดพันตำลึงแล้วรึ!?""แปดพันห้าร้อยตำลึง!""เก้าพันตำลึง!!"ตัวเลขเริ่มสูงขึ้นเรื่อยจนหมิงเสวี่ยแทบจะลมจับ มันจะไปสิ้นสุดที่จำนวนใดกันแน่!"ข้ามีงบให้เจ้าไม่อั้น" ซื่อเซี่ยยี่วางตั๋วแลกเงินบนโต๊ะใบหนึ่ง
"ก...ก็พอมี...เจ้าค่ะ""เช่นนั้นข้าให้ยืม" ว่าพลางโยนถุงเงินหนักอึ้งลงบนโต๊ะหมิงเสวี่ยยิ้มร่าเริง "ขอบคุณพี่ซื่อเจ้าค่ะ!" ด้วยประสบการณ์ขโมยอันยาวนาน เพียงหญิงสาวใช้อุ้งมือประคองถุงเงินก็พอจะเดาจำนวนได้ และในใจนางก็ยังคิดเรื่องไป๋จิ้งเหออยู่ ...หากนางเข้าร่วมการประมูล นางคงต้องแกล้งพ่ายแพ้เพื่อให้เป้าหมายของไป๋จิ้งเหอแสดงตัวออกมา และเมื่อถึงตอนนั้นก็จะได้รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใครอา...นางนี่ช่างฉลาดจริงๆ!เบื้องหลังม่านโปร่ง บุรุษที่ถูกซื่อเซี่ยยี่จับตามอง กำลังมองเทียบชื่อสาวงามที่เข้ารับการประมูลเช่นกัน" "สาวงามคนสุดท้ายนี่ช่างคุ้นหน้าจริง" คนสนิทที่มีรอยยิ้มประหลาดเอ่ยทักเป็นหัวหน้ายิ้มละไม "นางเป็นคนที่เราหมายตาไว้อย่างไรเล่า""นายท่านช่างมีหัวใจรักที่มั่นคงนัก เพียงเจอหน้านางไม่กี่ครั้งก็จดจำได้ไม่ลืมเลือน""ช่วยไม่ได้นีนะ ใครใช้ให้ข้ากับนางมีความหลังอันล้ำลึกกันเล่า?""เช่นนั้นการประมูลครั้งนี้นายท่านจะแพ้มิได้นะขอรับ" สำหรับคนงามเช่นนาง ต่อให้ต้องทุ่มกำลังทรัพย์เท่าใดก็ต้องช่วงชิงมาให้ได้"ว่าจบ ชายหนุ่มก็ให้คนรับใช้เปิดหีบเล็กใบหนึ่งออก ภายในมีทองคำอัดแน่นอยู่ "เท่านี้เจ้าว่าพอ
"นายท่าน เชิญทางนี้เจ้าค่ะ" เด็กสาวเชื้อเชิญชายหนุ่มร่างสูงผมสีน้ำตาลเข้มพร้อมผู้ติดตามจำนวนหนึ่งนั่งที่โต๊ะที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ ร่างสูงนั้นหันกลับไปยิ้มอบอุ่นชวนให้เด็กสาวเคลิบเคลิ้ม พร้อมคำตอบที่ดูเป็นสุภาพชน"นายท่าน นี่อาจเป็นกับดักนะขอรับ" ผู้ติดตามคนหนึ่งของบุรุษผู้นั้นเอ่ยขึ้น ใบหน้าเขามักประดับด้วยรอยยิ้มประหลาด"น่าสนุกดี" ชายคนนั้นตอบสั้นๆ ท่าทางไม่ยี่หระ "ถ้าคนพวกนั้นไม่จะโต้กลับพวกเราบ้าง ข้าคงผิดหวังไม่น้อยทีเดียว"เช่นนั้นก็รอดูเรื่องสนุกให้สบายใจดีกว่า"สองสาวในคราบหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรี ต่างลืมตัว จูงมือกันวิ่งกลับชั้นบน สองร่างถลาวืดผ่านผ้าม่าน รีบแย่งกันเกาะรั้วเตี้ยเพื่อให้มองเห็นเวทีได้ชัดเจน"พี่ซื่อเจ้าคะ ด้านล่างบอกว่าจะเริ่มประมูลสาวงามแล้วเจ้าค่ะ!" จิงจื่อหนี่ร้องบอกอย่างตื่นเต้น"มีเทียบชื่อสาวงามหรือไม่?" ซื่อเซี่ยยี่หันไปถามเด็กสาวที่ยืนรับใช้อยู่"นี่เจ้าค่ะ" เด็กสาวยิ้มหวานจรุงใจ พลางยืนส่งเทียบชื่อให้"วันนี้มีประมูลห้าคนสินะ" ซื่อเซี่ยยี่ถามเมื่อเปิดผ่านๆแล้วหันไปถามจิงจื่อหนี่กับหมิงเสวี่ย "พวกเจ้าอยากชมดูกันหรือไม่""อยากเจ้าค่ะ!" เด็กสาวสองคนรีบมะรุมม
"ต๊าย ตายแล้ว ท่านฉีนี่ช่างมีสายตาแหลมคมเหลือเกิน ตอนนี้สตรีที่มีมาดเย็นชาตาดุเช่นนี้กำลังเป็นที่นิยมเลยเจ้าค่ะ!"แม่เล้ามองไป๋จิ้งเหอสายตาเป็นประกาย"...เพราะดูดุและเย่อหยิ่ง...ชายทั่วหล้าหมายมาดชนะใจโฉมสะคราญ เช่นนั้นบรรยากาศในการประมูลคงครึกครื้นขึ้นอีกเป็นแน่"ชายหนุ่มยิ้มบาง "ข้าอยากรู้จริงว่าใครจะได้นางไปครอง? และนางจะได้ราคาสูงเท่าใดกัน?""เช่นนั้นก็อย่ารอช้าเลยเจ้าค่ะ เข้าไปด้านในกันดีกว่า งานประมูลใกล้จะเริ่มเต็มทีแล้ว"แม่เล้านางนี้รีบเปิดม่านพาพวกเขาออกไปยังห้องโถง..."พี่ซื่อ ข้าเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก" จิงจื่อหนี่มองไปรอบด้านที่มีแต่บุรุษสลับกับสาวงามหน้าตาเลิศล้ำดั่งนางสวรรค์ พลางเดินตัวลีบหลบหลังซื่อเซี่ยยี่กับหมิงเสวี่ยที่เดินนำหน้า"ถ้ากลัวก็กอดพี่สาวไว้แน่นๆนะ" มือบางโอบเอวกลมไว้ ท่ามกลางสายตาริษยาของหนุ่มและสาวๆนางโลม"นายท่านเจ้าคะ เชิญเจ้าค่ะ" เสียงหวานใสของนางคณิกาเอ่ยเชื้อเชิญหมิงเสวี่ยที่พยายามวางทางให้เหมือนเหอหลางของนาง"ด้านบนยังว่างหรือไม่?" ซื่อเซี่ยยี่ถาม หากจะหาที่นั่งที่มองได้ชัดเจนที่สุด ย่อมอยู่ด้านบนซึ่งสงวนไว้สำหรับผู้ดีมีสตางค์"ยังว่างอยู่เจ้
"ข้าขอเป็นสาวใช้ติดตามพวกท่านก็แล้วกันเจ้าค่ะ" จิงจื่อหนี่ตอบอย่างระริกระรี้"เราอาจต้องไปในสถานที่อโคจรบางที่..." ซื่อเซี่ยยี่เปรย "แต่ช่างเถอะ มีข้าไปทั้งคน จะอายอะไร"หมิงเสวี่ยกับจิงจื่อหนี่นิยมชมชอบในความกล้าหาญเกินหญิงของซื่อเซี่ยยี่ยิ่ง และหวังว่าพวกนางจะดูเข้มแข็งและองอาจไม่แพ้นางเมื่อเจริญวัยขึ้นกว่านี้"ถ้าเช่นนั้นเราจะรออันใด เสวี่ยเอ๋อร์ พาเราไปรื้อตู้เสื้อผ้าของเสี่ยวเหอดูหน่อยว่ามีชุดไหนเหมาะกับเจ้าบ้าง”เด็กสาวทั้งสองพยักหน้ารับคำอย่างร่าเริง โดยเฉพาะหมิงเสวี่ยที่รู้สึกว่าซีหนิงที่นางอยู่มาช้านานไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแผนขายไป๋จิ้งเหอให้หอนางโลมราบรื่นเป็นอย่างยิ่งฉีจู้เฉิงนั่งโบกพัดไปมาด้วยท่าทางเรียบเฉย เขาสาดผงยาสลบใส่ไป๋จิ้งเหอเพื่อจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดบุรุษเป็นชุดสตรีได้โดยที่ไป๋จิ้งเหอไม่ขัดขืน เจ้าหลิวลู่เฉินเองก็ทำตามคำสั่งของเขาได้ดี ดีเกินความคาดหมายจริงๆเขาสั่งให้หลิวลู่เฉินนำภาพวาดล่วงหน้ามาก่อน เพื่อติดต่อแม่เล้าของที่นี่ไว้ว่าเช้าวันประมูลเขาจะเป็นผู้นำแม่นางไป๋มาเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งตัวที่นี่ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนทีละขั้น และเขากำลังรอให้ไป๋จิ้ง
"คิดจะไปก่อกวนใครหรือ?" น้ำเสียงนุ่มนวลติดเจ้าเล่ห์ดังขึ้นมาจากด้านหลังของทั้งสอง ไป๋จิ้งเหอยิ้มออกมาทันทีที่เห็นบุรุษผู้มาเยือน ร่างสูงนั้นแต่งชุดสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆ เนื้อผ้าพลิ้วไหวบ่งบอกฐานะสูงส่ง พัดที่โบกไปมาในมือเป็นภาพวาดลายพระหัตถ์ของหวงตี้องค์ปัจจุบันไป๋จิ้งเหอและเฉี่ยวเหมยรีบรุดมาประสานมือคารวะเขาอย่างนอบน้อม"ข้าน้อยคารวะโหวเหย๋""ไม่ต้องมากพิธีหรอก คนกันเองทั้งสิ้น" ฉีจู้เฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส "แล้วก็ เรียกชื่อข้าพี่ฉีดีกว่า ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวผู้อื่นแตกตื่นกันหมด""ไม่นึกว่าท่านจะมาถึงซีหนิง" ไป๋จิ้งเหอว่า "ไม่ทราบว่ามีธุระอันใด""ข้าตามกลิ่นสาวงามมา" เขาตอบ "สาวงามแสนซนที่ชอบไปโน่นมานี่มิได้หยุด""อ้อ มาตามคู่หมั้นนี่เอง" ไป๋จิ้งเหออารมณ์ดีขึ้นทันตา "เช่นนั้นท่านควรรีบพานางกลับไป""แต่ข้าไม่ชอบขัดความสุขของว่าที่ภรรยา" ชายหนุ่มว่า "เห็นว่านางกำลังทำเรื่องน่าสนุกใช่หรือไม่?""นางกำลังกลั่นแกล้งข้าอยู่" ว่าพลางถอนใจ "ตอนนี้นางขโมยเหนียงซื่อข้าไปแล้ว โหวเหย๋""ท่านฉี คู่หมั้นท่านก็ขโมยภรรยาข้าไปเช่นกัน" เฉี่ยวเหมยโวยวายใหญ่พัดในมือฉีจู้เฉิงหรือโหวเหย๋พลันโบกรัวๆ จากนั
"ปกติสตรีต้องดื่มแล้วเมาจนลำบากยอดบุรุษพากลับบ้านมิใช่รึ? เหตุใดข้ากลับต้องทำหน้าที่บุรุษแทนกันล่ะ?!" นางบ่นอุบขณะพยุงเขากลับจวนแม่ทัพ"นั่นสิ..." จู่ๆเขาก็สร่างเมาเมื่อถึงประตูจวนแม่ทัพ เขายืนตัวตรงแล้วช้อนตัวซื่อเซี่ยยี่ไว้ในอ้อมแขน "ขอบคุณที่เตือนข้า""เจ้า...!""จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ...บุรุษ""
ซื่อเซี่ยยี่ครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่อาจหาคำตอบให้ตนเองได้ว่า คนพิลึกผู้นี้เหตุใดต้องการแต่งงานกับนางเพียงนี้ฟังจากที่เขาพูด หรือนางกับเขาจะเคยมีบุญคุณความแค้นต่อกัน?อีกประการหนึ่ง เขามีบรรดาศักดิ์ถึงชั้นเลี่ยโหว ซึ่งสูงกว่านางไม่กี่ขั้น เหตุใดนางจึงไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน? ยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบให
ซื่อเซี่ยยี่รู้สึกตัวเมื่อมีกลิ่นหอมของวัตถุบางอย่างมาอังที่จมูก ดวงตากลมเบิกกว้าง ทว่ามองเห็นเพียงความมืดนี่ไม่ใช่ยามค่ำคืน แต่นางถูกปิดตาเอาไว้ เมื่อลองขยับมือเล็กน้อย ก็พบว่าทั้งแขนและขาก็ถูกมัดเอาไว้…//ท่านหมอ อาการแม่นางท่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง?//เสียงชายหนุ่มที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นสติที่ยังคงอ
"ใช่แล้ว ภักดี" นางว่า "ความลับที่พูดคุยกันในหอสุ่ยเซียนจะไม่มีวันแย้มพรายไปถึงผู้ใดโดยเด็ดขาด นั่นเป็นข้อที่หนึ่ง"ซื่อเซี่ยยี่มองอีกฝ่ายนิ่งจนอู๋เม่ยเหนียงประหลาดใจ "เป็นอะไรล่ะ เสี่ยวเมา ดื่มชาอีกหน่อยสิ"ซื่อเซี่ยยี่ชักสงสัยที่ถูกคะยั้นคะยอจนเกินเหตุ สัญชาตญาณระวังภัยเริ่มทำงาน จึงหันไปหยิบขนมม







