Teilen

ตอนที่ 6

last update Veröffentlichungsdatum: 13.08.2026 10:26:08

ตอนที่ 6

สายตาคู่สวยมองผู้คนที่เดินผ่านไปมา นั่งมองเงียบ ๆ ฟังเสียงผู้คนที่คุยกันจอแจ ก่อนจะก้มมองไอศกรีมที่เพิ่งซื้อมาของตัวเอง ตักเจ้าความเย็นรสหวานเข้าปาก หลังจากออกมาจากร้านอาหาร ตั้งใจว่าจะกลับ แต่ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ว่าที่คุณแม่ตัวเล็กพาตัวเองมานั่งมองผู้คนในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใกล้กับคอนโดฯ หรู นั่งมองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมากับไอศกรีมถ้วยเล็ก ๆ มองตามเด็กตัวเล็กที่จับจูงมือคุณแม่เดินไปด้วยรอยยิ้ม เห็นแล้วก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ถ้าเจ้าจิ๋วออกมาเป็นผู้หญิงก็ดีนะ เธอจะได้มีเพื่อนมาเดินห้างแบบนี้ ยิ่งมองก็ยิ่งคิดถึงพ่อกับแม่ คิดถึงช่วงวันหยุดที่เราสามคนมักจะมาเดินเที่ยงห้างด้วยกัน

ได้แต่ถามตัวเองซ้ำ ๆ

ย้ำกับตัวเองอีกครั้งว่าสิ่งที่เธอทำอยู่ มันถูกแล้วใช่ไหม

กึก !

สายตาคู่สวยสบตาเข้ากับดวงตาคู่คมของใครบางคน ผู้ชายตัวสูงในชุดเสื้อเชิ้ตดูดี เขาเองก็หันมาสบตาเธอ รอยยิ้มสวยกำลังจะยิ้มทักทายให้เขากลับต้องหยุดลง เมื่อเห็นว่ามีผู้หญิงมาด้วยกันกับเขา ผู้หญิงคนนั้นสวย สวยมาก ๆ ดวงตาคู่สวยหลบตาคมคู่นั้นของธารทัพพ์ ก้มมองถ้วยไอศกรีมในมือของตัวเอง โดยไม่กล้าที่จะหันไปมองตามว่า เขาเดินไปทางไหน

เท้าเล็ก ๆ ค่อย ๆ เดินไปตามถนน เดินไปเรื่อย มองผู้คน มองรถที่กำลังติดอยู่บนท้องถนน ออกจากห้างสรรพสินค้า ตั้งใจจะนั่งรถเมล์กลับคอนโด ฯ ที่อยู่ไม่ไกล แต่เพราะการจราจรที่ติดมาก พราวนิชาเลยตั้งใจจะเดินกลับ ค่อย ๆ เดินไป แป๊บเดียวก็น่าจะถึงแล้ว ดีกว่านั่งติดแหง็กอยู่บนรถ

“ทัพมีอะไรหรือเปล่า”

 ข้าวหอมเอียงใบหน้ามองผู้ชายตัวสูงที่สามีส่งมาให้ช่วยถือของและส่งมารับตัวเองกลับบ้านด้วยสายตาสงสัย ไม่รู้ว่าธารทัพพ์กำลังมองหรือสนใจอะไรอยู่

“เปล่า แล้วนี่ไอ้กรถึงบ้านยัง” ธารทัพพ์เปลี่ยนเรื่อง ดึงสายตากลับมามองข้าวหอม เก็บเอาอาการหงุดหงิดของตัวเองเอาไว้ ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น เพียงเพราะใครบางคนเอาแต่นั่งนิ่งหลบหน้ากันอย่างนั่นเหรอ แล้วมันไม่ดีหรือไง... แล้วทำไมเขาถึงรู้สึกไม่ชอบ

“ถึงแล้ว” ธารทัพพ์เอ่ยถามเพื่อนตัวเองที่มันบอกว่า จะรีบไปรับลูกชายที่ฝากเอาไว้บ้านลุงกับป้า เข้ากรุงเทพฯ เมื่อไร ลุงกับป้าของเพื่อนมักจะรับลูกชายของมันไปเล่นด้วย คณกรเลยโทร. มาขอให้เขามารับภรรยาของตัวเองอย่างข้าวหอมที่มาซื้อของคนเดียว คณกรเป็นเพื่อนกับเขาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมฯ รวมถึงข้าวหอม ภรรยาของเพื่อนด้วย ปกติมันกับครอบครัวจะอยู่ที่เชียงราย แต่อาทิตย์นี้ มันพาครอบครัวมาเที่ยวกรุงเทพฯ

“รถติดเนอะ”

“อืม ช่วงเลิกงาน เลิกเรียนด้วย”

“น่าเบื่อมาก” ข้าวหอมมองท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถ หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาส่งข้อความหาสามี ถามอีกครั้งว่าถึงบ้านกันหรือยัง ธารทัพพ์ยิ้มให้กับคำพูดของข้าวหอม คงเพราะแบบนี้หรือเปล่า ครอบครัวของเพื่อนถึงลงหลักปักฐานกันอยู่ที่เชียงราย ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองก็เรียนจบในมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ

เด็กดื้อ…

ในตอนที่รถจอดติดสัญญาณไฟ สายตาของธารทัพพ์หันไปเจอผู้หญิงตัวเล็กในชุดนักศึกษาที่กำลังเดินช้าอยู่บนทางเท้า ท่ามกลางผู้คนที่เดินไปมามากมาย แต่สายตาของเขากลับหยุดอยู่ที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้น มันน่าหักเงินเดือนอานัสไหม ทำไมไม่บอกเขาว่า หลังจากออกจากมหาวิทยาลัย อีกคนยังไม่กลับคอนโดฯ

เดินกลับอย่างนั้นเหรอ

ทำไมชอบทำให้ตัวเองลำบาก เงินก็ให้แต่ไม่ยอมใช้ รถก็ให้นั่ง มีคนตามรับตามส่ง แต่ชอบไปไหนมาไหนเอง โคตรจะดื้อ…

“ขอบใจนะมึง”

“อืม” ธารทัพพ์พยักหน้าตอบรับ ก่อนจะวางของในมือของตัวเองบนโต๊ะ ก่อนจะหันไปมองตามเสียงตึงตังพร้อมกับเสียงเรียก

“ลุงทัพ~~”

“สวัสดีลุงทัพก่อนครับ อคิณ” คณกรรีบบอกลูกชายที่รีบร้อนวิ่งมาหาคุณลุงทัพของตัวเอง

“สาหวัดดีครับลุงทัพ”

“ไง ตัวแสบ”

เด็กชายอคิณวัยสามขวบไม่ตอบคุณลุงทัพของตัวเอง แต่เจ้าตัวเล็กกลับแบมือยื่นไปตรงหน้าคุณลุงสุดหล่อของตัวเองที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานหลายเดือน แต่เด็กสามขวบย่างเข้าสี่ขวบกลับจำคำสัญญาของคุณลุงเพื่อนของพ่อแม่ได้ว่า ลุงทัพจะซื้อรถบังคับให้

“อะไร”

ธารทัพพ์ย่อตัวลงนั่ง วางมือลงบนมือเล็กที่ยื่นมาตรงหน้า แอบยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของลูกชายเพื่อน

“ลุงทัพอะ~~ คิณงอนแล้ว” เด็กชายกอดอกตัวเอง ทำหน้าตูมส่งให้คุณลุงสุดหล่อของตัวเอง

“ลูกมึงนี่ขี้งอนว่ะ”

“เหมือนกันเลย เหมือนมาก” คณกรมองตามลูกชายที่เดินหนีไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ ภรรยาของตัวเองแล้วหันมาบอกเพื่อน ธารทัพพ์ได้แต่ยิ้มน้อย ๆ ส่ายหน้าไปมาให้กับไอ้คนปากกล้า แต่ไม่กล้าพูดเสียงดังให้คนที่นั่งอยู่ไม่ไกลได้ยิน

“ไปมึง ไปอัปเดตชีวิตหน่อย”

“มึงไปก่อน เดี๋ยวกูเอานี่ไปให้ลูกมึงก่อน” ธารทัพพ์ชูของในมือของตัวเองที่ซ่อนเอาไว้ให้เพื่อนดู ของเล่นที่เขาตั้งใจซื้อไว้ให้หลาน ไม่ได้ลืม ก็แค่แกล้งเจ้าเด็กแก้มป่องอย่างเจ้าอคิณเท่านั้น

“อืม”

คณกรเดินออกไปที่สวนหย่อมพร้อมกับถุงเครื่องดื่มที่ตัวเองซื้อติดมือมาด้วย ก่อนที่จะออกไปรับลูกชาย ไปนั่งรอเพื่อนเพื่อนั่งคุยอัปเดตชีวิตที่ผ่าน ปกติก็คุยกันไม่บ่อย คงเพราะต่างคนก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเองต้องทำ

“ไงมึง นั่งเงียบเลย”

“มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย”

“เรื่องงาน ?” ใบหน้าหล่อของธารทัพพ์ส่ายหน้าไปมาเบา ๆ ก่อนจะยกเบียร์ในมือของตัวเองขึ้นดื่ม นิ่งไปสักพัก มองหน้าเพื่อน ก่อนจะค่อย ๆ พูดคำคำนั้นออกมา

“กูทำผู้หญิงท้อง”

“เชี่ย ! จริงดิวะทัพ”

“อืม”

“ใครวะ แล้วมีใครรู้ยัง”

“มีแค่ไอ้ไวซ์กับนัท ลูกน้องกู” คณกรพยักหน้าแต่สีหน้าของเขากลับเครียดกว่าคนที่บอกว่าทำผู้หญิงท้อง มันปัญหาใหญ่แต่เพื่อนเขา มันกลับทำหน้านิ่ง ๆ

“เลี้ยงยากไหมวะ”

“อะไร ?” คณกรขยับคิ้วเข้าหากันเอ่ยถามเพื่อนด้วยความสงสัย คืออะไรที่ธารทัพพ์กำลังพูดถึง

“ลูกไง เลี้ยงยากไหม”

“เหมือนเลี้ยงลูกหมาลูกแมวแหละ” คณกรตอบทีเล่นทีจริง แต่พอเห็นหน้าของเพื่อนที่ดูจะเชื่อแบบจริงจัง เขาเลยต้องรีบเปลี่ยนคำตอบ กลัวว่าเพื่อนเขามันคิดแบบนั้นจริง ๆ ลูกคนที่ไหนจะเลี้ยงเหมือนลูกหมาลูกแมวได้

“…ถ้าจ้างคนเลี้ยงก็ไม่ยากหรอกมึง แต่ถ้าเลี้ยงกันเอง เหมือนกูกับข้าว อยากจะบอกว่าหนักมาก” คณกรบอกตามความจริง เลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ไม่ใช่ว่าแค่มีเงินก็มีได้ ก็เลี้ยงได้ แต่ว่ามันต้องมีเวลาด้วย เวลาที่จะอยู่ดูทุก ๆ การเติบโตของลูก

“อย่าบอกนะ ว่ามึง...”

“อืม กูรับผิดชอบ” แม้ว่าชีวิตตอนนี้ของเขา มันจะยังไม่พร้อมที่จะมีใครเข้ามา แต่เขาก็เป็นคนที่มีความรับผิดชอบพอที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป แม้ว่ามันจะเป็นความผิดพลาดที่เขากับอีกคนจะไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่ทว่า มันก็เกิดขึ้นแล้ว ยังไงก็ต้องรับผิดชอบ…

“แค่ลูกเหรอวะ”

ธารทัพพ์ไม่ตอบ ไม่พูดอะไร เพราะเขายังไม่อยากตอบอะไรตอนนี้ เอาแต่นั่งมองตรงไปยังคุณแม่ลูกหนึ่ง ภรรยาของเพื่อนที่กำลังนั่งเล่นกับลูกชายในบ้าน ก่อนจะดึงสายตากลับมามองเพื่อนตัวเองที่เมื่อก่อนจะเรียกว่าโคตรจะเจ้าชู้ ทำไมเพื่อนเขามันถึงหยุดและเปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่มีเจ้าอคิณ เขายังคิดภาพไม่ออกเลยว่า ถ้าเขาเป็นพ่อคน เป็นพ่อของเด็กคนหนึ่ง มันจะออกมาแบบไหน จะเป็นเหมือนพ่อ พ่อที่เขาไม่ชอบในสิ่งที่พ่อเป็น พ่อที่เข้มงวดกับทุกเรื่อง หรือจะเป็นแบบไหน เขาก็ไม่รู้ได้เลย 

ดวงตาคู่สวยจับจ้องมองหน้าจอมือถือด้วยหัวใจที่เหม่อลอย ไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกยังไง รู้แค่ว่าอีกหนึ่งปีหลังจากนี้ เธอจะกล้ากลับไปเรียนต่ออีกไหม แม้จะไม่มีรูปตัวเองในเพจข่าวซุบซิบของมหาวิทยาลัย แต่ทว่าแค่ชื่อย่อกับคณะก็ทำให้เธอรู้ในทันทีว่าข่าวเขียนถึงใคร

#ท้องไม่มีพ่อ

ใครกันนะที่เอาข่าวนี้ไปปล่อย คนที่รู้เรื่องนี้ มีแค่เพื่อนของเธอ พราวนิชาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นจนเจ็บ พยายามข่มความรู้สึกของตัวเองให้ไม่คิดเรื่องไม่ดีกับเพื่อนทั้งสองอย่างฟ้าใสและเจนจิรา ได้แต่ปลอบตัวเองว่า เพื่อนคงไม่ทำแบบนั้นหรอก ตอนนี้เธอไว้ใจใครได้บ้าง เชื่อคำพูดของเพื่อนคนไหนดี

แต่ว่าแล้วใครกัน ใครที่ปล่อยข่าวพวกนั้น

“เป็นอะไร”

มือเล็กรีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาของตัวเองที่ไหลออกมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสบตาผู้ชายตัวสูง ไม่รู้ว่าเขาเดินมาหยุดตรงหน้าเธอตั้งแต่เมื่อไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากลับมาตอนไหน คงเพราะเธอเอาแต่สนใจหน้าจอมือถือของตัวเอง เอาแต่จมอยู่กับเรื่องที่ได้เห็น จมอยู่กับความคิดซับซ้อนที่กำลังเป็นอยู่

“เปล่าค่ะ”

ใบหน้าเล็กส่ายหน้าไปมา พยายามยิ้มให้อีกคนน้อย ๆ คนที่ช่วงนี้ เขาพูดคุยกับเธอมากขึ้น แต่ทว่ากลับต้องสะดุ้งตกใจน้อย ๆ เมื่อมือหนาของอีกคนยื่นมาปาดเช็ดน้ำตาบนแก้มของเธอ

“ไม่เป็นอะไร แล้วร้องทำไม”

“ไม่…”

“เถียงเก่ง” ธารทัพพ์ว่าคนที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองร้องไห้ เขาขยับตัวนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกันกับเด็กขี้แย ขยับคิ้วขึ้นเหมือนต้องการคำตอบว่าอีกคนเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้มานั่งร้องไห้ตรงนี้ แต่ว่าคำตอบที่เขาได้รับ ไม่ใช่คำตอบที่ออกมาจากปากเล็ก แต่เป็นบางอย่างที่อยู่ในมือเล็ก หน้าจอมือถือเปิดอยู่ 

“สนใจทำไม”

คนพูดน้ำเสียงเรียบนิ่ง ถือวิสาสะดึงมือถือที่อยู่ในมือเล็กมา ก่อนจะปิดหน้าจอแล้วว่าลงบนโต๊ะตรงหน้า เงยหน้าขึ้นมามองเด็กตรงหน้าตัวเองที่เอาแต่นั่งมองหน้ากัน แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดร้องไห้ เขาไม่ชอบน้ำตา ไม่ชอบ คงเพราะเติบโตมาอย่างลูกของนายทหาร พี่น้องมีแต่ผู้ชาย ถูกสอนมาว่าเป็นลูกผู้ชาย ห้ามร้องไห้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้เด็กขี้แย

“หยุดร้อง”

“ฮึก~ พราว พราวหยุดไม่ได้ ฮึก…”

 ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ยิ่งเขาห้ามไม่ให้เธอร้องไห้ บอกให้เธอหยุด แต่น้ำตามันยิ่งไหลออกมาเหมือนเธอควบคุมตัวเองไม่ได้เลย พยายามฮึบเอาไว้แล้ว แต่น้ำตามันก็ไหลอยู่ดี ดวงตาคู่สวยเงยหน้าสบตาสายตาดุ ๆ คู่นั้น เม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นพยายามกลั้นน้ำตา กลั้นเสียงสะอื้นของตัวเอง กลัวว่าคนหน้าดุตรงหน้าจะดุกันอีก

“ห้ามดุนะคะ พราว พราวพยายามอยู่ค่ะ” แล้วเขาจะกล้าดุไหมล่ะ มองกันด้วยสายตาแบบนี้ ใครจะดุลง

ยิ่งมองปากเล็กนั่น ยิ่งทำให้ธารทัพพ์รู้สึกวูบไหวขึ้นมาแปลก ๆ จนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปเกลี่ยริมฝีปากแดงชมพูนั่น อยู่ ๆ ก็รู้สึกมันเขี้ยวเด็กเถียงเก่ง รู้สึกอยากลองวิธีของตัวเองว่า ถ้าทำแบบที่คิดไป เด็กขี้แยตรงหน้าจะหยุดร้องไห้ไหม

“…คุณ ! อื้อ~”

แค่อยากจะ อยากจูบปากเล็ก ๆ นั่น

มือเล็กยกขึ้นทุบลงบนไหล่กว้างของคนที่อยู่ ๆ ก็โน้มใบหน้าเข้ามาจูบกัน อาการที่ไม่เกิดขึ้นนานแล้ว ค่อย ๆ ตีขึ้นมา เพียงเพราะกลิ่นบางอย่างจากคนตัวโต

“อื้อ~ คุณทัพ อุบ !” พราวนิชาใช้แรงทั้งหมดผลักคนฉวยโอกาสออกแล้วรีบลุกขึ้น รีบวิ่งกลับเข้าห้องของตัวเอง

คนตัวเล็กวิ่งหายเข้าห้องพร้อมกับเสียงอาเจียนที่ดังออกมาจากด้านใน เรียกสติที่นิ่งค้างของธารทัพพ์ให้กลับมา เขาขยับตัวลุกขึ้นแล้วก้าวเดินตรงไปยังห้องนอนเล็ก เดินตรงเข้าไปหาคนที่อาเจียนอยู่ในห้องน้ำ

“อย่า ! อย่าเข้ามาค่ะ”

“ทำไม เป็นอะไร” คนที่จะเข้าไปช่วยหยุดชะงัก เมื่อถูกห้าม ถามออกไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยให้กับความดื้อของคนตัวเล็กที่กำลังน่าจะมีอาการแพ้ท้อง นี่น่าจะเป็นอาการแพ้ท้องอย่างที่เขาเคยอ่านเจอ

“พราวเหม็น”

 ยิ่งเธอพูด มันยิ่งทำให้เขาเสียความมั่นใจมากกว่าเดิม เขาไม่เคยจูบใครก่อนเลย แถมเมื่อก่อนพวกผู้หญิงก็ยังอยากจูบเขาก่อนด้วย

แล้วเธอเป็นใคร มาบอกว่าเหม็นเขา !

“อ้วก !”

พราวนิชาไม่ได้สนใจคนที่เอาแต่ยืนนิ่งมองกันตรงหน้าประตูห้องน้ำ เธอหันไปอ้วกทุกสิ่งทุกอย่างออกมาจนหมดแล้วรีบล้างปาก หันไปมองหน้าคนที่ยังคงยืนนิ่งมองกันอยู่

“เหม็นอะไร”

“ก็เหม็น เหม็นกลิ่นเหล้าหรือเปล่าคะ”

พราวนิชาตอบเสียงเบา ๆ ไม่กล้ามองสบตาคนที่ยังคงอยู่ขว้างประตูห้องน้ำไม่ยอมให้เธอออกไป เธอไม่แน่ใจว่ามันกลิ่นอะไร เป็นเหล้าหรือเบียร์ แต่รู้แค่ว่าพอได้กลิ่นนั่น มันรู้สึกไม่ดี ไม่กล้ามอง เพราะอยู่ ๆ มันก็เกิดความรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้าลามไปถึงใบหู เมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดก่อนหน้านี้

เขาจูบเธอ !

ธารทัพพ์ยกมือขึ้นป้องปากตัวเองก่อนจะเป่าลมออกจากปากออกมาเบา ๆ จนทำให้ได้กลิ่นเบียร์จาง ๆ เบียร์แค่กระป๋องเดียวที่เขากินกับเพื่อนก่อนกลับมาที่คอนโดฯ ธารทัพพ์ขยับถอยหลังออก ถอยออกจากประตูห้องน้ำ ขยับออกเพื่อให้อีกคนเดินออกมา มองใบหน้าเล็กที่ดูไม่ค่อยสดใสนั่น

"ต้องกินยาไหม”

“ไม่ต้องค่ะ”

“กินข้าวหรือยัง”

“กินแล้วค่ะ”

“อืม แล้วก็อาบน้ำพักผ่อนได้แล้ว” ธารทัพพ์บอกแค่นั้นก็เดินออกจากห้องนอนเล็ก เดินออกมาด้วยหัวใจและความรู้สึกของตัวเองที่มันกำลังตีกันไปมา มันว้าวุ่นไปหมด เมื่อคิดถึงจูบนั่น จะเรียกว่าจูบก็ไม่ได้ เขาแค่แตะปากลงบนปากเล็กแค่ไม่นาน แต่ทำไม มันกลับทำให้หน้าอกข้างซ้ายของผู้ชายอายุสามสิบเต้นแรงแบบนี้

สงสัยมันคงเป็นเพราะดื่มเบียร์เข้าไปแน่ ๆ

ธารทัพพ์ส่ายหัวไปมาให้กับอาการของตัวเองที่กำลังเป็นอยู่ ก่อนจะรีบเดินขึ้นบันไดกลับห้องนอนของตัวเอง

“นัท” พอเข้ามาในห้อง ธารทัพพ์ก็ต่อสายหาลูกน้องคนสนิทของตัวเองอย่างอานัส

“จัดการเรื่องที่ส่งไปให้หน่อย สืบให้ด้วยว่ามาจากไหน”

(ครับผม)

อานัสวางสายไปแล้ว แต่ธารทัพพ์ก็ยังคงนั่งมองหน้าจอมือถือของตัวเองนิ่ง มองรายชื่อที่อยู่บนหน้าจอมือถือของตัวเอง เขาเพิ่งรู้ว่า เขากับคนตัวเล็กอย่างพราวนิชายังไม่มีช่องทางการติดต่อกัน แม้แต่เบอร์โทร. ของเธอ เขาก็ยังไม่มี ตอนนี้มีข้อความส่งมาหาเขาหลายข้อความและสายโทร. เข้ามาจากคนที่บ้าน เขาเลือกที่เลื่อนผ่าน เพราะรู้ว่าแม่จะคุยด้วยเรื่องอะไร มือถือถูกวางลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง เจ้าของมือถือถอนหายใจออกมาน้อย ๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืน เดินตรงไปยังห้องแต่งตัว 

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 20

    ตอนที่ 20(หนูเจ้าเอยกลับมาแล้ว พรุ่งนี้ทัพช่วยไปรับน้องที่สนามบินหน่อยได้ไหม)“ผมไม่ว่างครับ”(จะไม่ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเลยหรือไง แม่เลือกน้องเพราะเมื่อก่อนเราชอบน้องมากไม่ใช่หรือไง) นั่นมันตั้งแต่สิบ ยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เขาเอ็นดูเจ้าเอยเหมือนน้องสาว แล้วอะไรนะ ที่ทำให้แม่เขาคิดว่าเขาชอบ เจ้าเอยคือลูกสาวเพื่อนแม่ ลูกสาวคุณน้ารำเพย เจ้าเอยเป็นเพื่อนวัยเด็กกับเขาและแทนไทมาตั้งแต่จำความได้ อายุห่างกับเขาห้าปี ตอนนี้อีกคนก็น่าจะเรียนจบปริญญาโทแล้ว เขาเองก็จำไม่ได้แล้ว ว่าเขากับเจ้าเอยได้เจอกันนานแค่ไหนแล้ว(ตาทัพ)“ผมมีเมียมีลูกแล้วนะครับ” ธารทัพตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่ดูจริงจัง เขาคิดว่าแม่จะล้มเลิกความตั้งใจของตัวเองแล้วเสียอีก คำว่าเมีย คำว่าลูกที่เขาพูดออกไป มันมาจากความรู้สึกของเขา ความรู้สึกของเขาจริง ๆ แม่เจ้าจิ๋วเป็นเมียเขา คนมีอะไรกันจนมีลูกด้วยกัน ก็ต้องเรียกว่าเมียถึงจะถูก แม้จะได้กันแค่ครั้งเดียวก็เถอะ เจ้าจิ๋วก็เป็นลูกเขา ถ้าเขาไป แม่เจ้าจิ๋วรู้ เธอก็น่าจะไม่สบายใจ เดี๋ยวก็เอาข้อตกลงของเรามาพูดอีก เขาไม่อยากให้มีข้อตกลงอะไรระหว่างเธ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 19

    ตอนที่ 19ไม่อยากลุกขึ้นมาจากเตียง ไม่อยากออกมาจากห้อง แต่ก็ต้องออกมา เพราะตอนนี้เจ้าจิ๋วกำลังประท้วงกันด้วยความหิว พราวนิชาค่อย ๆ เปิดประตูห้องนอนออก ค่อย ๆ ก้าวเดินออกจากห้อง มองซ้ายมองขวา แต่ชั้นสองของบ้านกลับเงียบ บ้านหลังใหญ่แต่บ้านช่างเงียบเหงาจัง ใบหน้าเล็กดูเศร้าลงเล็กน้อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เดินลงบันได เดินตามกลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากห้องห้องหนึ่งที่น่าจะเป็นห้องครัว บานประตูเปิดเอาไว้ เท้าเล็กหยุดนิ่งอยู่หน้าประตู พร้อมกับมองเข้าไปด้านใน เห็นสาวใช้สองคนกับป้าสมศรี หัวหน้าแม่บ้านกำลังช่วยกันทำอาหาร ที่น่าจะเป็นมื้อเช้า วันนี้ตั้งใจตื่นเช้าเลยตื่นก่อนเวลาอาหารมื้อเช้าอีก เพราะไม่อยากให้ทุกคนรอ“มีอะไรให้พราวช่วยไหมคะ”สายตาทั้งสามคู่หันมาจับจ้องมองเธอนิ่ง ก่อนจะหันกลับไปทำสิ่งที่ตัวเองทำอยู่กันต่อ ไม่มีใครพูดกับเธอเลยสักคน ใบหน้าสวยเศร้าลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หมุนตัวเดินออกจากห้องครัว เธออยากกลับแล้ว อยากกลับบ้าน ไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่ได้ถึงสองเดือนตามที่ตกลงกับธารทัพพ์เอาไว้ไหม ทำไมคนที่นี่ดูจะไม่ชอบเธอเลย หรือเพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงใจแตก ท้องก่อนแต่งงานอย่างนั้นเหรอ พราวนิชาเดินออ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 18

    ตอนที่ 18ดวงตาคู่สวยเอาแต่จ้องมองบ้านหลังใหญ่บนเนื้อที่หลายร้อยไร่ รายล้อมด้วยภูเขา มองจากตรงนี้เห็นทุ่งหญ้าสวยงาม มองจากตรงนี้ มองเห็นต้นไม้ต้นใหญ่อยู่ตรงโน้น“เข้าบ้านสิ”พราวนิชาดึงสายตากลับมามองคนที่เรียกกัน ก่อนจะค่อย ๆ เดินก้มหน้าหมายจะไปหยิบกระเป๋าเดินทางของตัวเอง แต่มือเล็กกลับชะงัก เพราะคำสั่งที่แสนจะนิ่งเงียบนั่น“เอาไว้นั่นแหละ”“ค่ะ” ว่าที่คุณแม่ก้มหน้ารับคำเบา ๆ แล้วเดินตามคุณผู้หญิงของบ้าน เดินตามเข้าไปนั่งลงบนพื้นพรมหน้าโซฟา เธอไม่กล้าขึ้นไปนั่งบนนั้นสายตาตำหนิที่ถูกส่งมาจากผู้หญิงวัยกลางคน ยิ่งทำให้ว่าที่คุณแม่ได้แต่ก้มหน้า ทุก ๆ สายตาที่จับจ้องมองมาที่เธอ คนที่บ้านหลังนี้ ทำให้เธอรู้สึกกลายเป็นคนตัวเล็กนิดเดียว“ผู้ใหญ่พูดด้วย ทำไมไม่เงยหน้าขึ้นมา พ่อแม่ของเธอไม่เคยสอนหรือไง”“สอนค่ะ”“เธอรู้ไหม เธอไม่เหมาะสมที่จะเป็นลูกสะใภ้ของฉันเลย ฉันมีคนที่เหมาะสมเอาไว้ให้ลูกชายฉันแล้ว” ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นจนเจ็บ เจ็บกับคำว่าไม่เหมาะสม เจ็บกับคำว่าพ่อแม่ไม่สอน ความผิดพลาดมันทำให้คนอื่นมองเธอได้ขนาดนี้เลยเหรอ พราวนิชาก้มหน้านิ่งมองมือของตัวเองที่บีบเข้าหากันแน่นจนเจ็บ ไ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 17

    ตอนที่ 17เสียงกดกริ่งหน้าประตูเรียกให้พราวนิชาที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาต้องละสายตาไปมองประตูที่ยังมีเสียงกดกริ่งดังอยู่ คิ้วเรียวสวยขยับเข้าหากันน้อย ๆ ใครกันนะ ถ้าเป็นเจ้าของห้องอย่างธารทัพพ์หรืออานัส ถ้าเป็นทั้งสองคนก็น่าจะเปิดเข้ามาแล้ว ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ยังไม่เคยมีแขกเข้ามาที่ห้องของธารทัพพ์เลยสักครั้งแต่ยังไม่ทันที่จะได้สงสัยอะไรมากไปกว่านั้น ว่าที่คุณแม่ก็ขยับลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้อง ผู้หญิงวัยกลางคนตรงหน้าทำให้หัวใจของพราวนิชาเต้นแรง ใบหน้าเรียบนิ่งนั่น มีเค้าโครงใบหน้าเหมือนกับเจ้าของห้อง มือเล็กค่อย ๆ ยกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้า แม้ตอนนี้จะยังไม่รู้ว่าอีกคนเป็นใคร“สวัสดีค่ะ”“เธอเป็นใคร”“คือว่าหนู…”“เป็นแม่บ้านเหรอ ฉันเป็นแม่เจ้าของห้อง” คุณธัญสินีมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง มองสำรวจผู้หญิงตัวเล็กในชุดธรรมดา ๆ แต่ดูยังไง ๆ ก็ไม่เหมือนแม่บ้านอย่างที่ท่านเอ่ยถามออกไป ใบหน้าก็เล็กเหมือนเด็ก ผิวพรรณก็ดูดี ไม่เหมือนคนที่ทำงานแบบนี้เลย“ค่ะ หนูเป็นแม่บ้าน นะ หนูทำงานเสร็จพอดี ขอตัวก่อนนะคะ” พราวนิชายกมือไหว้คนตรงหน้าแล้วรีบเดินออกจากห้อง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงตึกตัก หวา

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 16

    ตอนที่ 16ธารทัพพ์ยกมือขึ้นกุมขมับของตัวเอง ก่อนจะนวดมันไปมาเบา ๆ แหงนหน้าขึ้นมาเพดานห้องพัก หลังจากจบการประชุมกับผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ เขาก็รีบตรงดิ่งกลับห้องพัก ไม่ไปกินเลี้ยงกับผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ เพราะอาการที่เขากำลังเป็นอยู่ มันเป็นแบบนี้มาสองวัน นับตั้งแต่วันที่เขาเดินทางมาถึงที่นี่ เพื่อมาประชุมใหญ่กับผู้ถือหุ้นของโรงแรมมันตราในกรุงลอนดอนแค่อีกห้าวัน อีกแค่ห้าวันก็จะได้กลับ เขาเลยอดทนไม่อยากไปหาหมอหรือขอกลับก่อน มองหน้าจอมือถือของตัวเองที่เงียบ ไม่มีข้อความหรือสายโทร. เข้าจากใครบางคนที่เขากำลังคิดถึงคิดถึง ! อย่างนั้นเหรอ ?ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นมาน้อย ๆ ให้กับความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกของเขาที่มันกำลังค่อย ๆ เกิดขึ้นในหัวใจในตอนนี้ติ๊ง !พอคิดถึง ข้อความจากใครบางคนก็ดังขึ้น เหมือนกับว่าเธอรู้ รู้ว่าเขากำลังคิดถึงเธอ มุมปากหนายกยิ้มน้อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้เปิดอ่านข้อความจากอีกฝ่าย แค่เห็นชื่อของเธอ มุมปากเขา มันก็ยิ้มไปเองแล้ว เหมือนรู้ว่าเขาเลิกประชุมแล้ว ทั้ง ๆ เวลาของที่นี่กับประเทศไทยต่างกัน ตอนนี้ที่โน่นคงน่าจะดึกมากแล้วพราวนิชา : กินข้าวหรือยังคะธ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 15

    ตอนที่ 15ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่การตื่นนอนขึ้นมาแล้วตัวเองนอนอยู่ข้าง ๆ ผู้ชายตัวโต ไม่รู้ว่าเขาเข้ามาในห้องตอนไหน แต่พอตื่นเช้ามาเมื่อไรก็เห็นพ่อเจ้าจิ๋วนอนอยู่ข้าง ๆ แล้ว แรก ๆ ก็ไม่ชิน แถมยังตกใจ แต่พอผ่านไปสักพัก ทุกอย่างมันเริ่มกลายเป็นความเคยชินที่มีเขานอนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกอบอุ่น นอนหลับโดยไม่ต้องกลัวอะไร และไม่ต้องเปิดโคมไฟเอาไว้เหมือนอย่างทุกครั้ง สายตาคู่สวยมองปลายคางของผู้ชายตัวโตนิ่ง เผลอยกนิ้วขึ้นแตะลงบนแก้มของเขาเบา ๆ เหมือนต้องการเช็กอีกครั้ง ว่านี่มันคือความจริง ไม่ใช่ความฝัน“ตื่นแล้วเหรอ”ดวงตาของคนหลับไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองกันในตอนที่เขาพูด แต่ธารทัพพ์ขยับตัวพลิกไปหาคนตัวเล็กที่นอนอีกฝั่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองคนตัวเล็กที่นอนอยู่ห่างจากเขาแค่เพียงนิด ไม่ได้ใกล้ ไม่ได้ไกล พอให้เขาได้กลิ่นหอมหวานละมุนนั่น“สะ สายแล้วค่ะ”“วันหยุด”จริงสิ วันนี้วันหยุด เธอลืมไปเลย คงเพราะทุก ๆ วันที่เธออยู่ที่นี่ ทุก ๆ วันของเธอ มันก็เหมือน ๆ เดิมเลย แทบไม่ได้ดูว่าวันนี้วันอะไร แต่มีแค่เขาที่ออกไปทำงานทุกวัน และมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิม คงเป็นเขา เขาที่กินมื้อเช้ากับเธอก่อนออกไปทำงานทุกวัน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status