LOGINตอนที่ 4 หาเงิน2
หมู่บ้านซานตงมีบ้านเกือบร้อยหลังคาเรือน บ้านถูกปลูกใกล้ๆกันแต่ก็ยังมีบริเวณพอจะปลูกผักกินกันภายในครัวเรือน หลี่เลี่ยงหลิงเดินไปตามถนนของหมู่บ้านก็ต้องเจอกับสายตาของชาวบ้านที่มองมาและซุบซิบนินทาเธอระยะเผาขนโดยไม่มีความเกรงอกเกรงใจ
“หืม...หายไปหลายวัน ก็นึกว่าจะหนีตามบุรุษใดไปแล้ว” หญิงสาวคนหนึ่งในชุดแขนยาวขายาวและหมวกปีกกว้างสำหรับลงแปลงนามองมาทางเธอ ก่อนจะจีบปากจีบคอพูดกับสหายสองสามคน
“นั่นสิ...เสื้อผ้าใหม่รองเท้าใหม่เสียด้วย มีคูปองซื้อแต่ไม่ทำงาน ได้คูปองมายังไงกันนะ” ลูกคู่คนแรกเริ่มทำงาน
“ตายจริง หรือว่าจะใช้อะไรต่อมิอะไรแลกมา” ลูกคู่คนที่สองพูดพลางก็ปรายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำให้อีกสองคนก็พลอยทำตามไปด้วย
หลี่เลี่ยงหลิงที่ตอนแรกกะจะเดินผ่านเลยไปแต่เมื่อมองกันขนาดนี้เธอก็ขอสักประโยคสองประโยคก็แล้วกัน
“อุ๊ย!!! ขอโทษนะ พอดีว่ามีอะไรต่อมิอะไรให้แลก ไม่เหมือนคนบางคนที่ต่อให้อยากจะแลก ก็ไม่มีใครเขารับ”หลี่เลี่ยงหลิงที่หมั่นไส้จึงตอกกลับจนพวกนั้นหน้าเหวออ้าปากหวอ เพราะปกติเธอคนเก่าจะด่ากลับแบบสาดเสียเทเสียไม่จิกกัดให้เจ็บแสบเช่นนี้หรอก
“แก!!!!” หญิงสาวทั้งสามขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้เข้ามาทำอะไรหลี่เลี่ยงหลิง
“ต้องขอตัวก่อนนะ พอดีว่ามีธุระที่ต้องทำ ไม่ได้ว่างมายืนเห่ายืนหอนอยู่ข้างทางเช่นนี้” หญิงสาวที่มีลักษณะการพูดการจาเปลี่ยนไปยิ่งทำให้คนมองมากยิ่งขึ้น แต่เธอก็ไม่สนใจสาวเท้าจะเดินจากไปจาก...พวกมลพิษ
“อ่อ...คงยังไม่รู้กระมัง ว่าจางซวงอวี่กับหวังหร่านชิงกำลังจะหมั้นหมายกัน” หญิงสาวจากในกลุ่มพยายามเติมเชื้อไฟเพราะอยากรอดูเรื่องสนุกๆ เธอไม่เชื่อว่า...หากนางเลี่ยงหลิงมันรู้ว่าบุรุษที่หมายปองกำลังจะไปเป็นของคู่กัดแล้วจะยังทนเฉยอยู่ได้
“จางซวงอวี่ หวังหร่านชิง” หลี่เลี่ยงหลิงทวนชื่อที่ได้ยินก่อนจะเบิกตากว้าง นี่มันชื่อตัวประกอบคู่กัดของหลี่เลี่ยงหลิงในนิยายเรื่องเล่ห์รักจอมพล และยังเป็นตัวร้ายเล็กๆอุปสรรคของพระเอกของเรื่องอย่างหยางจางเหว่ยด้วย
หญิงสาวที่หาเรื่องทั้งสามยิ้มเยาะด้วยความสะใจที่สามารถทำให้หลี่เลี่ยงหลิงหน้าตาซีดเผือดไปได้ สงสัยจะสะเทือนใจหนัก
“หน้าซีดไปอย่างนี้คงจะชอบข่าวดีนี้กระมัง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เมื่อมีคนเปิดอีกสองคนก็หัวเราะตามอย่างสะใจ
หลี่เลี่ยงหลิงที่ชะงักไปหันกลับมา จนสตรีทั้งสองยิ้มให้กันอย่างย่ามใจว่าวิธีนี้ได้ผล และพวกตนจะได้เห็นสตรีงดงามของหมู่บ้านมีเรื่องกัน แต่สุดท้ายก็เป็นหลี่เลี่ยงหลิงที่โดนถีบจนกระเด็นออกมา
“วันไหนอย่างนั้นหรือ” หญิงสาวถามทั้งสามด้วยเสียงเรียบนิ่ง จนคนพวกนั้นยิ้มอย่างพอใจ
“อีก 3 วัน”
“อ่อ...ขอบใจนะที่บอก ดีเลยในงานคงมีอาหารอร่อยๆ” หลี่เลี่ยงหลิงที่แทบจะไม่รู้สึกอะไรกับหญิงร้ายชายเลวคู่นั้นเลย เพราะเธอรู้เช่นเห็นชาติพวกมันมาจากความทรงจำของร่างนี้แล้ว จะว่าหลี่เลี่ยงหลิงคนเก่าโง่ก็ไม่ผิดหรอกที่ตามเกมกลของคนอื่นไม่ทันจนต้องกลายเป็นที่รังเกียจของผู้คน แต่คนที่ทำมันก็สมควรโดนเอาคืนเช่นกัน
หญิงสาวพูดจบก็ไม่สนใจใบหน้าของสตรีทั้งสามเลย เธอเดินจากไปพร้อมตะกร้าไข่ที่ปิดบังไว้ด้วยผ้าขาว แต่เหมือนจะมีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ยิ้มอย่างพอใจในความเปลี่ยนแปลงของสตรีที่คนอื่นต่างรังเกียจ
“เติบโตขึ้นแล้วสินะ”
สตรีผู้นั้นไม่ใช่ใครแต่เป็นภรรยาของหัวหน้าปัญญาชนที่บังเอิญนั่งอยู่ริมทาง จนได้ยินชัดเจนเต็มสองหูว่าทั้งสี่คนโต้เถียงเรื่องอะไรกัน และใครกันที่หาเรื่องก่อน
หยางจางเหว่ยที่ลงแปลงนาแล้วมองไปยังร่างบางของสตรีที่เขายังไม่ได้ไปพบด้วยแววตาอ่านไม่ออก เขามองเสื้อผ้ารองเท้าใหม่ที่หญิงสาวสวมใส่มาก็คิ้วขมวดอย่างไม่ชอบใจ
‘เงินที่เขาให้ไปคงเอามาหาซื้อของพวกนี้สินะ’ หยางจางเหว่ยส่ายหน้าอย่างผิดหวังและคิดในใจว่าเขาคงจะยกเลิกเรื่องที่จะไปพูดคุยกับหญิงสาว เพราะคงเสียเวลาเปล่าๆที่จะไปหาความจากคนเช่นนั้น
ชายหนุ่มก้มหน้าทำงานต่ออย่างขยันขันแข็ง จนเพื่อนปัญญาชนด้วยกันถึงกับทึ่งในความรวดเร็วของชายหนุ่มที่ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถปักดำกล้าในนาจนเสร็จไปหลายแปลงแล้ว
“จางเหว่ย...นี่นายจะรีบไปไหนกัน เบาแรงหน่อยสหาย” ปัญญาชนหลายคนเอ่ยแซวมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจในพฤติกรรมนี้ที่เป็นปุบปับ เวลาทำงานปกติไม่เป็นเช่นนี้
กลุ่มคนที่แปลกใจต่างเงยหน้าส่งสัญญาณกันอย่างเงียบๆ ก่อนจะแยกย้ายกันออกไปทำงานส่วนของตัวเอง
ตอนที่ 15 คดีพลิก3นางโจวหยวนหน้าชาดิกกับคำพูดเพียงไม่กี่คำของหญิงสาวคราวลูก แต่เมื่อมองหน้าสามีเขากลับเบือนหน้าหนีไม่ช่วยแก้ต่างแม้แต่นิดเดียว‘ตาแก่ซ่งดูเอาเถิด ปล่อยให้สตรีคราวลูกมาถอนหงอกเมียตัวเอง น่าตายนัก!!!’“นี่แกด่าป้าโจวว่าหูเบาอย่างนั้นหรือ” หวังหร่านชิงพูดขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว“เป็นเธอต่างหากที่พูดออกมา...หวังหร่านชิง” หญิงสาวอมยิ้มพลางมองไปที่ตัวโง่งมอย่างหร่านชิงที่วางแผนนี้ขึ้นมาให้กลบฝังตัวเอง ทั้งที่จะย้ายตามสามีออกไปจากหมู่บ้านอยู่แล้ว“อย่ามัวแต่โบ้ยไปมาให้คนอื่นเลย ในฐานะผู้ใหญ่ของหมู่บ้านฉันมาบอกให้เธอย้ายออกไปเสียเถอะ อย่าได้ยืดเยื้อออกไปให้เสื่อมเสียยิ่งกว่านี้เลย” โจวหยวนยังยืนกรานความคิดมืดบอดของตัวเอง โดยมีชาวบ้านที่มาด้วยพยักหน้าสนับสนุน“ฉันอุตส่าห์เปิดโอกาสให้ถามแต่ดูเหมือนว่า....ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านซ่งจะไม่รับเอาไว้” หญิงสาวพูดพลางหันไปมองชายวัยกลางคนผู้เป็นสามีของสตรีที่ยังคงใช้คำพูดน่าเกรงขามไม่หยุด“เช่
ตอนที่ 15 คดีพลิก2หญิงสาวเจ้าของบ้านเมื่อเห็นกลุ่มชาวบ้านผลักประตูรั้วเข้ามาในบริเวณบ้านของเธอก็ยิ้มร้ายออกมา ชายหนุ่มมองรอยยิ้มของหญิงสาวข้างกายก็รู้สึกว่าเวลาสตรีผู้นี้ยิ้มเช่นนี้ก็น่าชมไม่น้อยเลย“เข้ามากันสักที อยู่ในที่ของฉันแบบนี้...จะทุบตีใครไปก็ไม่ผิดใช่หรือไม่” หลี่เลี่ยงหลิงหันไปถามข้อกฎหมายกับคนมีศรีระดับสูงที่นั่งหน้าตายให้เธอเกาะมาสักพักแล้ว“อืม...แค่ไม่ตายก็พอ” คำว่าตายพอเป็นน้ำเสียงของชายหนุ่มกลับให้ความรู้สึกขนลุกชอบกล นี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่ารังสีสังหาร“แล้วคุณหยางจะไม่ลุกไปเล่นด้วยกันหน่อยหรือคะ” หญิงสาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้และกระซิบเสียงหวาน ดวงตากลมช้อนมองราวกับสาวตามตรอกซอยโคมเขียวโคมแดงจนชายหนุ่มรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพียงการแสดงเพื่อยั่วยุให้ชายหนุ่มไม่พอใจเล็กน้อยๆเท่านั้น“จุ๊บ!!! พี่จางเหว่ยเรียกให้ชิน” มือหนาคว้าคอเรียวเข้าหาโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก่อนจะประทับริมฝีปากบนเรียวปากอวบอิ่มช่างจำนรรจา ก่อนจะกระซิบเตือนสิ่งที่หญ
ตอนที่ 15 คดีพลิก1 เสียงผู้คนจอแจหลายสิบคนดังมาแต่ไกลก็ไม่ได้ทำให้ชายหญิงที่กำลังนั่งจิบชารู้สึกหวาดหวั่น ทั้งคู่อยู่ในอาการนิ่งสงบเฝ้ารอการมาถึงของคนกลุ่มใหญ่ เมื่อเสียงใกล้เข้ามาหลี่เลี่ยงหลิงก็รู้งานเข้าไปนั่งใกล้ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเงียบตามนิสัย ศีรษะเล็กเอียงพิงท่อนแขนคนตัวสูงราวกับคู่สามีภรรยาใหม่ที่เพิ่งผ่านพิธีมงคลมาหมาดๆ เรียวปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มหวาน และมองเสี้ยวหน้าของสามีด้วยแววตารักใคร่ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย เขามองนักแสดงหญิงข้างกายที่เหมือนจะรู้งานโดยไม่ต้องบอกว่าทำเช่นไร ไม่เสียแรงที่เขาตัดสินใจหยิบยื่นข้อเสนอดีๆให้หญิงสาว มือบางลูบท่อนแขนแกร่งเบาๆขณะแนบใบหน้าเสี้ยวหนึ่งลงมา ก้อนเนื้อในอกของชายชาติทหารเร่งจังหวะขึ้นจนเขาพยายามข่มมันเอาไว้ แต่มันไม่ฟังตามที่เขาสั่งเลยแม้แต่น้อย “บ้านซอมซ่อของนางหลี่เลี่ยงหลิงอยู่บนเนินข้างหน้านี้เอง เ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่3 หญิงสาวหยิบสมุดปากกาออกมาร่างข้อตกลงด้วยสีหน้าจริงจัง เธอนั่งเขียนอย่างตั้งใจอยู่เกือบสองชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเข้าครัวทำอาหารมื้อเที่ยง แต่พอออกมามองไปหน้าบ้านก็พบลานกว้างที่ว่างเปล่าไร้เต็นท์สนาม ก่อนจะมองไปรอบบ้านก็พบสิ่งแปลกปลอมสีแดงซีดๆที่ห้อยอยู่ตามประตูหน้าต่าง รวมถึงต้นไม้บริเวณบ้าน “นี่พวกคุณกำลังทำอะไรกัน” เสียงเย็นเยียบบ่งบอกอารมณ์ผู้พูดได้เป็นอย่างดี ชายหลายคนหยุดชะงักหันมามองต้นเสียง แต่เมื่อเจ้านายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงระเบียงโบกมือให้ทำต่อ พวกเขาเกือบสิบคนก็ไม่สนใจหญิงสาว... ‘ว่าที่ผู้หญิงของนายท่านรอง’ อีกเลย “มานั่งนี่” หยางจางเหว่ยผายมือไปที่เก้าอี้ข้างกายเขา เรียกให้หญิงสาวไปนั่ง แต่สายตากลับบังคับเสียมากกว่า หลี่เลี่ยงหลิงคิ้วขมวดชนกันก่อนจะเดินไปและกระแทกตัวลงนั่งบ่งบอกอารมณ์ของเธอโดยไม่เสแสร้งเหมือนผู้หญิงหลายคนที่มักจะใส่หน้ากากเวลาอยู่กับเขา ซึ่งนั่นเป็นข้อดีที่เขาตัดสินเลือก...เธอมาทำหน้าที่นี้ “จะบอกได้ยังว่าผ้าแดงมงคลพวกนี้เอามาติดทำไม คงไม่ได้จะมารวบรัดตัดตอน” หญิงสาวทำ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่2“นายกล้าหรือถิงเฟิง” หยางหลิงฉีทำหน้าแหยๆ ส่ายหัวไม่ยอมเป็นคนเข้าไปเด็ดขาด เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังเกิดสงคราม “ฉันหมายถึงนาย...ไป” คนเจ็บที่ยังคงมีผ้าพันแผลพันรอบตัวเอ่ยขึ้น แต่นั่นทำให้ชายอีกคนถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ฉันไปทำข้าวเช้าในครัวดีกว่า” หยางหลิงฉีพูดจบก็เดินตรงไปยังห้องครัวไม่หันหลังกลับมาอีกเลย แม้เพื่อนจะส่งเสียงเรียกแค่ไหนก็ตาม หยางถิงเฟิงเองก็ไม่กล้าเข้าไปขัดเช่นกัน แม้ว่าเขาจะมีเรื่องรายงานเกี่ยวกับแผนการที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เหมือนจะมีเรื่องบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี คงได้แต่รอให้นายท่านออกมาจากห้องของ...เอ่อ... คุณหลี่เสียก่อน ภายในหมู่บ้านเช้านี้ก็ยังมีเรื่องเล่าเช่นเดิมและก็ยังคงเป็นเรื่องของสตรีบนเขากับชายหนุ่มปัญญาชนแซ่หยางที่วันนี้หายหน้าหายตาลางานอีกเช่นเดิม จนทำให้เกิดกระแสขับไล่กันขึ้นในหมู่หญิงชาวบ้านทั้งวัยเยาว์และรุ่นใหญ่ เกิดจากการปลุกปั่นว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสมของหลี่เลี่ยงหลิงทำให้หมู่บ้านเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยแกนนำในครั้งนี้ค
ตอนที่ 14 แผนขับไล่1 เสียงสกุณาขับขานประสานเสียงใสดังก้องกังวานในยามที่แสงอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน ร่างบางขาวผ่องในชุดนอนสีขาวพลิกกายคล้ายกำลังจะตื่นจากนิทราที่แสนหวาน เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ร่างบางบิดกายไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเบิกตาโพลงและไล่มองร่างกายของตัวเองอย่างรวดเร็ว ผ้าห่มผืนไม่หนาไม่บางถูกเปิดขึ้น ดวงตากลมโตสำรวจอย่างตื่นตระหนกก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก “สงสัยจะฝันไป” หลี่เลี่ยงหลิงถอนหายใจยาว ลูบอกบรรเทาอาการหัวใจเต้นเร็ว “ฝันอะไรของเธอ” เสียงทุ้มแหบห้าวเข้มของบุรุษดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงที่อยู่ใกล้ตัวเธอมากๆ หญิงสาวเบิกตากว้างหันไปทางต้นเสียงก็สบเข้ากับดวงตาคมดุที่กำลังจ้องมาที่เธอ ร่างสูงเอนกายตะแคงข้างอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ เขาวางศีรษะไว้บนแขนและเลิกคิ้วเชิงถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย “นะ...นี่คุณ!!! งั้นเมื่อคืนก็...” ไม่ใช่ความฝัน หลี่เลี่ยงหลิงกรีดร้องไร้เสียงในใจ อับอายเหลือคณาที่ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างไร้ยางอายไปกับชายหนุ่มที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย







