LOGIN111 1-2
ตอนที่ 220 หลินชิงอี้ผู้เลือดเย็น
เสี่ยฉางทนฟังคำก่นด่าสาปแช่งที่หลุดออกจากปากอู๋ซิ่วเหลียนต่อไปไม่ไหว
“คุณหลิน! ถ้ายังคุยกับคนของตัวเองไม่รู้เรื่อง วันหลังก็อย่าได้เอาใครมาเสนอให้ผมอีก! คิดว่าคนอย่างผมต้องง้อพวกคุณรึไง? ยังมีสาวๆอีกนับไม่ถ้วนที่ต่อแถวรอแต่งงานกับผมอยู่!”
สิ้นเสียงตวาดด่าใส่หลินชิงอี้ เสี่ยฉางก็เหลือบมองอู๋ซิ่วเหลียนอย่างเย็นชาอีกครั้ง ก่อนจะโบกมือร่ำลาเดินออกจากบ้านตระกูลหลินไปอย่างไม่ใยดี
หลินชิงอี้ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น เฝ้ามองอู๋ซิ่วเหลียนที่กำลังเลือดขึ้นหน้า จากนั้น เขาก็ได้พยายามก้าวเข้าไปใกล้เธอเพื่อหวังปลอบโยน
ทว่าทันทีที่อยู่ในระยะประชิดตัว อู๋ซิ่วเหลียนก็หวดฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าของเขาสุดแรงเกิด
ทั้งถูกด่าทั้งถูกตบหน้ากันแบบนี้ จากเดิมที่หลินชิงอี้เคยรู้สึกผิดต่ออู๋ซิ่วเหลี่ยน ที่บังคับให้เธอต้องแต่งงานใหม่ ความรู้สึกแย่ๆเหล่านั้นกลับอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
เขาเกิดเป็นชายชาติทหาร มีหรือที่จะยอมปล่อยให้เพศที่ต่ำต้อยกว่าดูหมิ่นศักดิ์ศรีได้ถึงเพียงนี้!?
หลินชิงอี้ที่กำลังโกรธจัด ออกแรงผลักผู้หญิงตรงหน้าอย่างสุดกำลัง อู๋ซิ่วเหลียนถึงกับเสียศูนย์ล้มคะมำลงกับพื้น พร้อมด้วยเสียงร้องโอดครวญเพราะความเจ็บปวด
ในที่สุดเรื่องทุกอย่างก็ได้รับการเฉลยแล้ว! ปรากฏว่าความลับที่หลินชิงอี้และย่าอู๋เก็บงำเอาไว้นั้นก็คือ เรื่องการแต่งงานใหม่ของตัวเธอเอง!!!
ที่แท้คนชั่วช้าอย่างหลินชิงอี้ ก็แอบไปเจรจาทำสัญญากับเสี่ยฉางอย่างลับๆ ทั้งหมดก็เพื่อขับไล่ผู้หญิงเจ้าปัญหาอย่างอู๋ซิ่วเหลียนให้พ้นจากบ้านตระกูลหลินนั่นเอง!
“นี่แก…นี่แกอยากแต่งงานใหม่กับอีนางนั่นมากใช่มั้ย?! ถึงได้พยายามกำจัดฉันแบบนี้!!?”
อู๋ซิ่วเหลียนใช้สองมือค้ำยันพยุงตัวเองลุกขึ้นจากพื้นในสภาพเนื้อตัวสั่นเทา ชี้นิ้วใส่หน้าหลินชิงอี้พร้อมด่ากราดสาปแช่งด้วยความอาฆาตแค้นสุดขั้วหัวใจ
“ไอ้ชาติชั่วหลินชิงอี้! แกทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง?! ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าแกจะต้องการอะไร ฉันก็ยอมตามใจแกทุกอย่าง! ถึงแม้แกจะไม่เคยมอบสถานะใดๆให้กับฉันก็ไม่เป็นไร! ถึงฉันกับลูกจะต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆก็ไม่เป็นไรอีก! ฉันยอมอดทนทุกอย่างเพราะหวังว่าสักวันหนึ่งแกจะยอมแต่งงานกับฉัน!! แล้วนี่เหรอคือสิ่งที่แกตอบแทนฉัน?! ทั้งแก ทั้งนังแก่ชั่วช้านั่น พวกแกแม่ลูกมันชั่วช้าเลวทรามยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานซะอีก!!!”
สิ้นเสียงสาปแช่งก่นด่า อู๋ซิ่วเหลียนก็กระโจนเข้าใส่หลินชิงอี้อย่างไม่คิดชีวิต วันนี้จะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งตายกันไปข้าง!!
ปรากฏว่าเสียงทะเลาะชุลมุนวุ่นวายดังลั่นไปทั่วทั้งห้องนั่งเล่น หลินเสวี่ยที่เพิ่งกลับมาจากสถานที่เรียนพิเศษ เมื่อเปิดประตูเข้ามาจึงต้องได้ยินเป็นธรรมดา
จังหวะที่เดินเข้ามานั้น ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หลินชิงอี้ชูกำปั้นชกใส่อู๋ซิ่วเหลียนจนแน่นิ่งไปกับพื้น
“แม่?!!”
หลินเสวี่ยทิ้งสัมภาระทุกอย่างลง แล้ววิ่งปรี่เข้าไปสวมกอดอู๋ซิ่วเหลียนที่นอนอยู่บนพื้น เธอตวาดลั่นทั้งน้ำตา
“คุณลุง! นี่มันเรื่องอะไรกันคะ!? ทำไมต้องทำร้ายแม่หนูขนาดนี้ด้วย?!!”
หลินเสวี่ยที่เพิ่งมาถึงที่เกิดเหตุยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร สิ่งเดียวที่เห็นเป็นประจักษ์ชัดก็คือ ใบหน้าของอู๋ซิ่วเหลียนที่ถูกชกจนบวมเป่ง มีทั้งเลือดกำเดาและน้ำหูน้ำตาไหลมากองรวมกันมั่วซั่วไปหมด ทางด้านหลินชิงอี้นั้น สภาพของเขาก็ไม่สู้จะดีนักเช่นกัน ปรากฏรอยข่วนและฝ่ามือสีแดงฉานประดับอยู่เต็มใบหน้า
นาทีนั้น หลินชิงอี้และย่าอู๋ต่างหันไปมองหน้าสบตากันเล็กน้อย และเป็นฝ่ายย่าอู๋ที่พูดขึ้นก่อนว่า
“นังเด็กไม่รักดี นี่แกหยุดแหกปากโวยวายได้แล้ว!”
ดวงตาของย่าอู๋เปล่งประกายสาดฉายความเย็นชาออกมาให้เห็น เธอพูดกับหลินเสวี่ยที่กำลังประคองร่างของอู๋ซิ่วเหลียนไว้ไม่ห่างตัว
“เสวี่ยเอ๋อร์ แกน่ะไม่อยากกลับเข้าโรงเรียนเพื่อจะได้มีโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้งรึไง?”
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น หลินเสวี่ยเสมือนค้นพบแสงสว่างแห่งความหวัง ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นทันที พร้อมกับร้องถามด้วยความตื่นเต้นดีใจว่า
“คุณย่ามีวิธีช่วยหนูเหรอคะ? ได้โปรดช่วยหนูด้วยเถอะค่ะ!!”
“วิธีน่ะมีแน่”
ย่าอู๋ระบายยิ้มกว้าง ตีหน้ารับบทบาทเป็นคุณย่าผู้แสนใจดีในบัดดล และพูดต่อว่า
“คุณฉางที่เป็นผู้อำนวยการโรงงานเนื้อสัตว์ เขาเป็นญาติห่างๆของครูใหญ่ที่โรงเรียนแก ขอเพียงเขายอมช่วยเหลือ เพียงแค่เขาอ้าปากพูดคำเดียว เรื่องทุกอย่างก็จบแล้ว! ก็แค่เรื่องกลับเข้าโรงเรียน ไม่เห็นจะใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรเลย!”
หลินเสวี่ยตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ ร่องรอยแห่งความหวังครั้งใหญ่ฉายวาบปรากฏขึ้นในดวงตาเกินกว่าจะปกปิดได้
“แล้วต้องทำยังไงเหรอคะเขาถึงจะยอมช่วย?”
“ไม่นานมานี้ คุณฉางบอกกับลุงของแกว่า อยากจะเริ่มต้นชีวิตคู่ใหม่กับผู้หญิงดีๆสักคน ลุงของแกก็เลยหวังดีทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อให้แม่ของแกยังไงล่ะ แต่พอเอาเข้าจริง เรื่องนี้กลับไม่ง่ายเลย…”
ย่าอู๋ทิ้งท้ายปิดประโยค ปรายตามองอู๋ซิ่วเหลียนด้วยสีหน้าละเหี่ยใจ
เห็นเช่นนั้น หลินเสวี่ยก็เข้าใจได้ในทันทีว่าย่าอู๋กำลังหมายถึงอะไร แรกเริ่มเธอยอมรับว่าตกใจอยู่บ้าง ทว่าตอนนี้ กลับกลายมาเป็นมีความปรารถนาบางอย่างผุดขึ้นภายในใจของเธอแทน
“แม่คะ โอกาสทองอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ ทำไมถึงไม่…”
พบเห็นปฏิกิริยาของหลินเสวี่ยที่แสดงออกมาเช่นนั้น ทั้งหลินชิงอี้และย่าอู๋ต่างก็แอบสบตายิ้มให้กันและกัน พวกเขารู้ดีตั้งแต่แรกแล้วว่า ลำพังแค่พวกเขาสองคนที่เกลี้ยกล่อมอู๋ซิ่วเหลียน ย่อมไม่เป็นผลอย่างแน่นอน แต่หากสามารถหลอกใช้หลินเสวี่ยเป็นเครื่องมือได้ ในฐานะคนเป็นแม่อย่างอู๋ซิ่วเหลียน ย่อมต้องลังเลชั่งใจเช่นกัน!
ถูกหลินเสวี่ยจ้องตาคาดคั้นอย่างไม่ละความหวังแบบนั้น อู๋ซิ่วเหลียนได้แต่รู้สึกขมขื่นใจจนแทบกระอักเลือดออกมา
แม้กระทั่งลูกสาวแท้ๆของเธอก็ยัง…
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







