LOGIN129 2-2
ตอนที่ 257 แฝงตัวเข้าจับกุม
อู๋ซิ่วเหลียนเป็นหนึ่งคนที่รู้ซึ้งถึงความเหี้ยมโหดและโรคจิตของเสี่ยฉางเป็นอย่างดี หากเรื่องนี้เกิดแดงขึ้นมา ชาตินี้เธอคงถูกคุมขังทรมานอยู่แต่ในห้อง คงไม่มีโอกาสได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันอีกไปชั่วชีวิตแน่!
ซึ่งก็แน่นอนว่า อู๋ซิ่วเหลียนมีดีแค่คำขู่จริงๆ
“แก…”
อู๋ซิ่วเหลียนเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัด เวลานี้ ทั้งสองแม่ลูกเป็นอันรู้แจ้งชัดเจนแล้วว่า พวกตนถูกหลอก!
ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสิ้นหวังนั้นเอง จู่ๆสุ้มเสียงของชายอาวุโสคนหนึ่งก็ดังขึ้นทำลายความตึงเครียดทั้งหมดภายในบ้าน
“ชิงอี้ อยู่บ้านรึเปล่า?”
เมื่อเปิดประตูบ้านออก จึงพบว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านนั่นเอง
ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่จากภาครัฐอีกหลายชีวิตติดตามมาด้านหลังด้วย
เผชิญพบกับคนระดับนี้ หลินชิงอี้จึงรีบเปลี่ยนสีหน้าอย่างฉับไว กลายเป็นคนยิ้มแย้มดูเป็นมิตรขึ้นมาทันที ก่อนจะเร่งโค้งศีรษะทักทายคนเหล่านั้นด้วยถ้อยคำสุภาพ เพราะรู้ดีว่าคนกลุ่มนี้มาเพื่อดำเนินการเรื่องเวนคืนที่ดินอย่างแน่นอน!
“บ้านริมแม่น้ำหลังนั้นไม่ใช่ว่ายกให้เป็นชื่อของลูกสาวแล้วเหรอ? ตอนนี้เธออยู่ไหนล่ะ? ให้มาลงชื่อเพื่อรับรองการเวนคืนสิ”
ผู้ใหญ่บ้านนั่งอยู่ในห้องรับแขกพร้อมกับเจ้าหน้าที่รัฐอีกหลายคน
หลินชิงอี้รีบตรงดิ่งเข้าครัว เร่งชงชาออกมาต้อนรับ
“พอดีลูกสาวของผมไม่อยู่บ้านครับ แต่เธอได้ฝากโฉนดบ้านหลังนั้นไว้กับผมก่อนออกไปข้างนอกแล้ว ถ้าจะจัดการเรื่องเวนคืนที่ดินตอนนี้เลย ก็สามารถดำเนินการผ่านผมได้โดยตรง! ลูกสาวได้ฝากให้ผมดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้เองครับ”
หลินชิงอี้ยิ้มเอ่ยตอบ พร้อมกับทยอยยกน้ำชาส่งให้แขกผู้มีเกียรติรายคนด้วยความนอบน้อม
ทันทีที่อู๋ซิ่วเหลียนตระหนักได้ว่า ผู้ใหญ่บ้านพาเจ้าหน้าที่รัฐมาหาถึงบ้าน ก็เป็นโอกาสให้เธอระเบิดน้ำหูน้ำตาร้องคร่ำครวญเสียงดังลั่น
“ผู้ใหญ่บ้านคะ! โปรดคืนความเป็นธรรมให้แก่ดิฉันและลูกสาวด้วยเถอะค่ะ! ฮึกๆ…พี่ชายของสามีดิฉันจิตใจต่ำช้าเกินมนุษย์มนา! ความจริงแล้วโฉนดบ้านหลังนั้นเป็นสินสอดเดิมระหว่างดิฉันกับสามีที่ตายไปค่ะ แต่พอข่าวการเวนคืนที่ดินถูกป่าวประกาศออกมา ผู้ชายคนนี้ก็ฮุบไปเป็นของตัวเองหน้าตาเฉย! ส่วนฉันกับลูกสาวกลับไม่ได้เงินเลยแม้แต่หยวนเดียว! ได้โปรดเถอะค่ะ ช่วยคืนความเป็นธรรมให้กับเราสองแม่ลูกด้วย!!”
อู๋ซิ่วเหลียนปล่อยโฮพร้อมน้ำตาอาบสองแก้ม ร้องไห้สะอึกสะอื้นเจียนว่าจะขาดใจต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่รัฐทั้งหมด เผชิญพบกับภาพฉากที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ ทุกคนต่างก็เผยสีหน้าประหลาดใจกันถ้วนหน้า
และในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน เมื่อใดที่ลูกบ้านได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจ เขาย่อมต้องเป็นบุคคลที่จะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหา
แต่ถึงอย่างนั้น หากพูดกันตามเนื้อผ้า อู๋ซิ่วเหลียนในปัจจุบันกลับไม่ใช่คนของหมู่บ้านนี้อีกต่อไป พูดง่ายๆก็คือเธออยู่นอกเขตอำนาจการดูแลของเขา และสอง เท่าที่เขาจำได้ สิทธิ์การครอบครองบ้านหลังนั้นไม่ได้เป็นของหลินชิงอี้และอู๋ซิ่วเหลียนตั้งแต่แรกไม่ใช่หรือ?
ส่วนเรื่องสินสอดอะไรนั่นก็แค่สัญญาปากเปล่า ตามข้อกฎหมายแล้ว อู๋ซิ่วเหลียนไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับโฉนดบ้านหลังนั้นเลย
“นี่มันเรื่องอะไรกัน? เพราะเท่าที่รู้ บ้านริมแม่น้ำหลังนั้นเป็นชื่อของแม่สามีคุณมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แล้วเพิ่งจะมีการถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกสาวของคุณชิงอี้เมื่อไม่กี่เดือนก่อนนี่เอง ถ้าไล่เรียงตามประวัติผู้ถือครองจริงๆ กลับไม่มีชื่อของคุณซิ่วเหลียนปรากฏอยู่เลยนะ สงสัยจะเกิดความเข้าใจผิดอะไรขึ้นรึเปล่า?”
ผู้ใหญ่บ้านย่นคิ้วขมวดเล็กน้อย พร้อมตอบปฏิเสธกลับไปอย่างสุภาพ
หลินชิงอี้และย่าอู๋ได้ฟังเช่นนั้น ต่างก็พากันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
อู๋ซิ่วเหลียน อีนังตัวแสบ! เผลอหน่อยเป็นไม่ได้เชียว! สบโอกาสก็รีบเข้าทางผู้ใหญ่บ้านทันที หวังจะยืมมือคนอื่นมาแก้แค้นสินะ! แต่ช่างน่าเสียดาย เพราะสิ่งเดียวที่เธอใช้อ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบ้านหลังนั้น กลับมีเพียงลมปากและคำพูดลอยๆเท่านั้น!
พบเจอคำตอบประโยคนี้เข้าไป อู๋ซิ่วเหลียนถึงกับพูดอะไรไม่ออก ซึ่งความจริงเธอเองก็พอรู้อยู่แก่ใจตั้งแต่แรกแล้วว่า วิธีพึ่งพาผู้ใหญ่บ้านแบบนี้ ไม่น่าจะเกิดประโยชน์อะไร แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็แค่รู้สึกว่า อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้ลองทำอะไรเลย
หลังจากนั้น หลินชิงอี้ก็ได้พยายามถามถึงมูลค่าการเวนคืนของบ้านหลังนั้น เขาอยากจะรู้ว่าทางรัฐจะประเมินราคาให้สักเท่าไหร่ พร้อมกันนั้น ก็รีบวิ่งไปหยิบโฉนดบ้านหลังนั้นออกมาจากที่ซ่อนลับ แล้วมอบให้กับคนเหล่านั้นทันที จากนั้น ก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เฝ้ารอคอยให้เจ้าหน้าที่รัฐทำการประเมินราคาคร่าวๆให้
“ผู้ใหญ่บ้านครับ เรื่องเงินค่าเวนคืนที่ดิน ลูกสาวได้ฝากให้ผมเป็นคนดูแลจัดการทั้งหมด ไว้เธอกลับมาเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน”
หลินชิงอี้นั่งยิ้มไม่หุบ จ้องมองโฉนดบ้านในมือเจ้าหน้าที่รัฐด้วยแววตาเป็นประกาย
“ลูกสาวเป็นคนมอบโฉนดบ้านหลังนี้ให้คุณด้วยตัวเองรึเปล่า?”
เจ้าหน้าที่รัฐนายหนึ่งที่นั่งเงียบมาตลอดจนถึงตอนนี้ จู่ๆก็ปริปากเอ่ยถามออกมา
“ใช่แล้วครับ ลูกสาวเป็นคนฝากให้ผมจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ถ้ามีอะไร ก็สามารถติดต่อผ่านทางผมได้เลยครับ!”
หลินชิงอี้พยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้ม
“อย่างนั้นเหรอครับ?”
ชั่วขณะฉับพลัน สีหน้าท่าทางของเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนในที่นั้น ก็ผันเปลี่ยนแทบจะในทันที ระดับน้ำเสียงเปลี่ยนเป็นขึงขังจริงจังขึ้นหลายเท่า
“แต่ทางตำรวจเพิ่งแจ้งกับพวกเราว่า โฉนดบ้านของคุณหลินจิงซูเพิ่งถูกคนขโมยไปเมื่อไม่นานมานี้เอง และจากที่ตรวจสอบดูคร่าวๆแล้ว มันก็คือโฉนดใบนี้ไม่ผิดแน่”
หลินชิงอี้ถึงกับหน้าถอดสีฉับพลัน รอยยิ้มทั่วใบหน้าพลันแข็งค้างเป็นหิน
อะไรนะ? เจ้าหน้าที่ตำรวจ? เจ้าหน้าที่รัฐพวกนี้รู้เรื่องจากตำรวจอีกทีงั้นเหรอ?
“อืม ในเมื่อคนร้ายเผยตัวขนาดนี้แล้ว อีกทั้งยังนำของกลางออกมาจากที่ซ่อนด้วยตัวเองอีก เท่านี้ก็ชี้ชัดแล้วล่ะ ผมขอเชิญคุณไปที่สถานีตำรวจพร้อมกับพวกเราด้วยครับ”
ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่รัฐอีกคนก็หยิบป้ายตำรวจออกมาแสดงตัวเป็นประจักษ์ต่อสายตาทุกคน
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







