เข้าสู่ระบบ134 1-2
ตอนที่ 266 มุมมืดของกระทรวงศึกษา
ทันทีที่ได้ยินข่าวนี้ หลินจิงซูก็ทำใจเชื่อแทบไม่ลง เธอหวังเพียงว่า มีแต่ทางกระทรวงศึกษาเท่านั้นที่จะสามารถเปิดโปงความจริงนี้ได้ ทว่าใครจะไปคาดคิด แม้แต่กระทรวงศึกษาเองก็ยังปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเธอ
เจ้าหน้าที่โจวและจางหลานคงช่วยได้เพียงเท่านี้จริงๆ เพราะทั้งคู่ไม่มีทั้งเส้นสายหรือความเกี่ยวข้องใดๆกับคนในกระทรวงศึกษาเลย คราวนี้นับเป็นเรื่องจวนตัวเกินกว่าจะช่วยเหลือหลินจิงซูได้แล้วจริงๆ
จางหลานที่กลัวว่าหลินจิงซูจะคิดมาก จึงได้พูดปลอบใจไปว่า
“จิงซูน้อย บางทีผลคะแนนสอบของเราอาจไม่ได้ถูกสวมรอยหรอก เราอาจเผลอเขียนคำตอบสลับข้อโดยไม่รู้ตัวรึเปล่า?”
แต่ถึงอย่างนั้น สัญชาตญาณของหลินจิงซูกลับบอกว่า ‘ไม่ใช่อย่างแน่นอน’ ประการแรก เธอมั่นใจยิ่งกว่าอะไรว่า ตนเองทำข้อสอบชุดนี้ได้ และสอง เธอได้ตรวจทานเป็นอย่างดีก่อนส่งกระดาษคำตอบแล้ว เมื่อตัดทั้งสองข้อนี้ทิ้งไป ความเป็นไปได้จึงเหลือเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือผลคะแนนสอบของเธอถูกเพื่อนคนนั้นสวมรอยไปไม่ผิดแน่!
ในเมื่อผลการเรียนที่ผ่านมาคือเครื่องชี้วัดความเข้าใจต่อเนื้อหาการศึกษา ฉะนั้น คุณจะสามารถทำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างไรในเมื่อเกรดเฉลี่ยการเรียนไม่ดี? จะบอกว่าจู่ๆก็เก่งขึ้นมาภายในข้ามคืนอย่างนั้นหรือ?
หากหลินจิงซูไม่สามารถไขความจริงเรื่องคะแนนถูกสวมรอยนี้ได้ การจะเดินบนเส้นทางการเรียนต่อไปคงไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว
อย่างที่เจ้าหน้าที่โจวเพิ่งพูดไป นักเรียนที่เคยตกเป็นเหยื่อแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ความลับนี้ถูกเปิดโปง คนร้ายทุกคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ย่อมต้องทำทุกวิธีทาง เพื่อป้องกันไม่ให้เหยื่อคนนั้นมีโอกาสผ่านเข้ารั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างเด็ดขาด
มิฉะนั้นแล้ว ข้อมูลส่วนตัวทุกอย่างที่เคยถูกสวมรอย ก็จะถูกเปิดโปงทันที
หลินจิงซูก้าวออกจากบ้านของจางหลาน เธอแหงนหน้ามองแผ่นฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาลด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า
ใครเห็นก็ย่อมสัมผัสได้ว่า วันนี้แดดร้อนแรงมากเพียงใด แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงพายุฝนใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า
ในชาติก่อนหน้า เธอใช้ชีวิตมาครึ่งค่อนศตวรรษ เผชิญพบกับด้านมืดของสังคมมาแทบทุกแง่มุม ต้องปรับตัวเปลี่ยนสีตามสถานการณ์เพื่อความอยู่รอดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่เคยคาดคิดที่ไหนกันว่า กลับมาชาตินี้เธอยังจะต้องพบเจอกับเรื่องเหล่านี้อยู่อีก!
ระหว่างที่เดินไปตามท้องถนนท่ามกลางความสิ้นหวัง ทันใดนั้น หลินจิงซูก็พลันได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น
“จิงซู!”
ปรากฏว่าเป็นเสียงของจู้หยาน
สาวน้อยหันขวับเหลียวกลับไปมอง เห็นจู้หยานที่สวมใส่เสื้อเชิ้้ตสีดำกำลังยืนอยู่ไม่ไกล
“จู้หยาน…”
หลินจิงซูถึงกับต้องหลั่งน้ำตาอีกครั้ง
จู้หยานก้าวฉับเข้าหาอย่างไม่รีรอ ตรงเข้าสวมกอดสาวน้อยไว้ในอ้อมแขนโดยไม่สนใจผู้คนรอบข้าง เขาลูบหลังปลอบประโลมหลินจิงซูอย่างเบามือ ขณะเดียวกัน เจ้าสาหร่ายที่มาด้วยก็ยังพยายามใช้อุ้งเท้าของมันเขี่ยๆ ราวกับต้องการเป็นกำลังใจให้เธออีกคน
หลินจิงซูไม่คิดจะปิดบังใดๆ เธอบอกเล่าให้จู้หยานฟังไปตามตรงว่า ผลคะแนนสอบของเธอน่าจะถูกคนสวมรอยไม่ผิดแน่
ได้ฟังเช่นนั้น จู้หยานก็ถึงกับตื่นตกใจเป็นอย่างมากเช่นกัน
…..
ไม่พูดพล่ามให้เสียเวลา จู้หยานรีบพาเธอกลับไปที่บ้านของศาสตราจารย์หวังโดยเร็ว
“คุณตา เรื่องการสวมรอยคะแนนสอบนี่มันมีจริงๆเหรอครับ?”
จู้หยานไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อนจึงไม่เข้าใจ ทำได้เพียงแค่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย และอดที่เอ่ยถามศาสตาจารย์หวังออกมาไม่ได้
ศาสตราจารย์หวังยิ้มปลอบประโลมสาวน้อยที่กำลังวิตกกังวล เขาถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งแล้วจึงตอบกลับไปว่า
“มีจริงๆ ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีวาระการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกิดขึ้น มักจะมีเรื่องพรรค์นี้อยู่ควบคู่กันเสมอ กระทั่งตาเองก็เคยได้ยินได้ฟังมา แต่เท่าที่รู้ สุดท้ายคนที่ตกเป็นเหยื่อก็ไม่เห็นจะเคยได้รับความเป็นธรรมอะไรเลย ช่วงแรกที่ทางกระทรวงได้รับแจ้ง ก็ดูเหมือนจะกระตือรือร้นอยู่หรอก แต่พอเวลาผ่านไป เรื่องมันก็ค่อยๆเงียบหายไปเอง”
“คุณตาพอจะช่วยอะไรได้บ้างรึเปล่าครับ? พอจะไปที่กระทรวงศึกษาตรวจดูผลสอบจริงๆของจิงซูได้รึเปล่าครับ?”
จู้หยานเอ่ยปากขอร้อง
เนื่องด้วยศาสตราจารย์หวังเป็นอาจารย์ระดับอาวุโสในมหาวิทยาลัย ย่อมต้องมีทั้งเพื่อนฝูงทั้งคนรู้จักอยู่ในกระทรวงศึกษาเป็นธรรมดา
หลินจิงซูจ้องหน้าศาสตราจารย์หวังตาไม่กระพริบ ดวงตากลมโตของเธอทอประกายเปี่ยมไปด้วยความหวัง
“ได้สิ พอดีรุ่นน้องคนหนึ่งทำงานอยู่ในกระทรวงศึกษาพอดี เดี๋ยวจะวานให้เจ้านั่นช่วยไปตรวจสอบดูให้นะ”
ศาสตราจารย์หวังพยักหน้าตอบตกลงด้วยความเต็มใจ
“อย่ากังวลไปเลย ขอเพียงเรื่องนี้ถึงมือคุณตาของผม ก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วล่ะ แต่ถ้าผลออกมาว่า คะแนนสอบของคุณไม่ได้ถูกสวมรอยจริงๆ ยังไงปีหน้าคุณก็ต้องสอบผ่านอย่างแน่นอน! ผมเชื่อแบบนั้น!”
จู้หยานส่งยิ้มให้หลินจิงซูเป็นการปลอบใจ
หลินจิงซูพยักหน้าอย่างเข้าใจ และได้แต่หวังว่า เธอจะสอบไม่ผ่านด้วยตัวเองจริงๆ…
เวลาล่วงเลยไปอีกวัน ก็มีข่าวสำคัญส่งมาจากรุ่นน้องคนนั้นที่ศาสตราจารย์หวังไหว้วานให้ช่วยเหลือ
“ทางกระทรวงศึกษายังคงยืนยันว่า ผลคะแนนที่เคยแจ้งผ่านมาทางโรงเรียน เป็นผลคะแนนที่จิงซูน้อยสอบได้จริงๆ แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น…”
ศาสตราจารย์หวังเปรยประโยคท้ายอย่างมีนัยยะแฝง
“หมายความว่ายังไงครับ?”
จู้หยานเกิดคำถามขึ้นในใจทันที
“ก็ตาขอให้รุ่นน้องคนนั้นช่วยเอากระดาษคำตอบต้นฉบับของจิงซูออกมาตรวจสอบอีกที แต่ทางสำนักงานกระทรวงศึกษากลับปฏิเสธนี่สิ…”
ตำแหน่งงานในกระทรวงศึกษาของรุ่นน้องเขาคนนี้ใช่ว่าเล็กๆเสียเมื่อไหร่ แต่เหตุใดเจ้าหน้าที่ในสำนักงานถึงยังกล้าปฏิเสธคำขอล่ะ? ศาสตราจารย์หวังรู้สึกว่า เรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลนัก
เพราะโดยปกติแล้ว ตามกฎข้อบังคับทั่วไปของกระทรวงศึกษาระบุไว้ว่า หากมีคดีเข้าข่ายการทุจริตการสอบเกิดขึ้น ผู้ร้องทุกข์สามารถยื่นหนังสือเพื่อขออนุมัติการตรวจทานเอกสารต้นฉบับของตนได้ ทว่าคราวนี้พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ในสำนักงานกลับดูผิดปกติจนเกินไป ทำเอาศาสตราจารย์หวังรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก
“แล้วทีนี้จะพิสูจน์ยังไงล่ะครับ ว่าคะแนนสอบของจิงซูถูกสวมรอยจริงรึเปล่า?”
พูดจบ จู้หลายก็เหลือบไปมองหลินจิงซูเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะพูดต่อว่า
“คุณตา ไม่มีหนทางไหนที่จะช่วยจิงซูได้แล้วเหรอครับ?”
ศาสตราจารย์หวังจำใจส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้
แม้รุ่นน้องของเขาที่ทำงานอยู่ในกระทรวงศึกษาจะพอมีตำแหน่งอยู่บ้าง แต่สำหรับเรื่องนี้ที่มีผู้ทรงอำนาจกว่าในกระทรวงอยู่เบื้องหลัง กับไม้ขีดก้านเดียวอย่างเขาจะเอาอะไรไปต่อกรได้?
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







