Home / แฟนตาซี / ทายาทจักรพรรดิมังกร / บทที่ 19 เงามังกรในกระจกจันทรา

Share

บทที่ 19 เงามังกรในกระจกจันทรา

last update publish date: 2026-10-20 19:57:36

เสียงลมหนาวพัดผ่านแนวผาหิมะขณะที่เฟิงอ้าวเทียนและหลินซีเหยาเดินทางกลับจากวิหารใต้ธารน้ำแข็ง สิ่งที่พวกเขาพบในสถานที่แห่งนั้นยังคงเต็มไปด้วยปริศนา ทั้งกระดิ่งจันทราเงิน ภาพสลักมังกรสองสายเลือด และพลังมืดที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงหิน

ไม่มีใครพูดถึงสิ่งเหล่านั้นอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งมู่ชางซึ่งเดินอยู่ด้านหลังเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

“องค์รัชทายาท พลังของพระองค์เป็นอย่างไรบ้าง หลังจากเข้าไปในวิหาร?”

เฟิงอ้าวเทียนยกมือขึ้นมองฝ่ามือของตนเอง

“ยังคงสงบ ไม่มีพลังมืดแทรกซึมเข้ามา”

“แล้วพลังสีเงินเล่า?”

“มันยังอยู่”

มู่ชางขมวดคิ้ว “พระองค์ควรบอกให้ละเอียดกว่านี้”

อ้าวเทียนถอนหายใจ ก่อนอธิบายตามตรง

“เมื่อกระดิ่งดัง ข้ารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งตอบสนองอยู่ภายในสายเลือด พลังสีทองดำของข้าไม่ได้ต่อต้านมัน แต่ก็ไม่ได้หลอมรวมกันอย่างที่เกิดขึ้นตอนอยู่ใกล้รอยสลักโบราณ มันเหมือนพลังทั้งสองกำลังรออะไรบางอย่าง”

หลินซีเหยาหันมามองเขา

“บางทีอาจไม่ได้รอสิ่งของ แต่อาจกำลังรอความทรงจำก็ได้ค่ะ”

อ้าวเทียนเลิกคิ้ว “เจ้าเคยพบเรื่องเช่นนี้หรือ?”

“ไม่เคย แต่ในหุบเขามังกรเงินมีคำสอนเก่าแก่กล่าวไว้ว่า พลังของมังกรไม่ได้เก็บอยู่เพียงในแก่นพลัง บางครั้งมันยังสืบทอดผ่านความทรงจำของบรรพชนด้วย”

นางเว้นช่วงเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ

“หากคำสอนนั้นเป็นจริง พลังที่ตอบสนองต่อกันอาจกำลังพยายามบอกเราว่า ครั้งหนึ่งสายเลือดทั้งสองเคยเชื่อมโยงกันมากกว่าที่บันทึกไว้”

มู่ชางฟังแล้วนิ่งไป

“เรื่องนี้ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ อย่าเพิ่งเชื่อสิ่งที่ตำราเก่าเขียนทั้งหมด เพราะแม้แต่ตำราของราชวงศ์มังกรก็ยังมีหน้าที่ขาดหายไปหลายส่วน”

“ข้าทราบค่ะ” ซีเหยาตอบ “ข้าไม่ได้คิดว่าบรรพชนจะถูกต้องทุกเรื่อง เพียงแต่ไม่อยากปฏิเสธสิ่งที่เราเห็นด้วยตาตนเอง”

อ้าวเทียนพยักหน้าเห็นด้วย

“เราจะกลับไปตรวจสอบข้อมูลที่มีอยู่ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อ”

เมื่อทั้งสามมาถึงป้อมมังกรเหนือ เหยียนซ่งก็ออกมาต้อนรับทันที นายทหารผู้บัญชาการป้อมสวมเกราะสีเข้ม มีรอยแผลพาดผ่านคิ้วซ้ายจากการต่อสู้กับอสูรมังกรเมื่อหลายปีก่อน

“องค์รัชทายาท ข้ากำลังจะส่งคนออกตามหาพวกท่านพอดี มีบางอย่างเกิดขึ้นที่ลานฝึก”

อ้าวเทียนหยุดฝีเท้า

“เกิดอะไรขึ้น?”

“แท่นศิลาที่ใช้ตรวจวัดพลังมังกรเกิดแสงขึ้นเอง ทั้งที่ไม่มีใครเข้าไปฝึกใกล้ ๆ ทหารยามบอกว่ามีแสงสีเงินปรากฏอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดับลง”

สายตาของทุกคนหันไปยังทิศทางเดียวกัน

ซีเหยารู้สึกถึงเกล็ดเงินที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้ออุ่นขึ้นเล็กน้อย

อ้าวเทียนสังเกตเห็นท่าทางของนาง

“เกล็ดเงินตอบสนองหรือ?”

นางพยักหน้าอย่างระมัดระวัง

“เพียงเล็กน้อยค่ะ ไม่ได้รุนแรงเหมือนตอนอยู่ในวิหาร”

เหยียนซ่งรีบนำพวกเขาไปยังลานฝึกด้านใน แท่นศิลาสีดำตั้งอยู่กลางลาน มีรอยอักขระโบราณสลักอยู่รอบฐาน ปกติแท่นนี้ใช้ตรวจสอบความมั่นคงของพลังมังกรในร่างผู้ฝึก แต่เวลานี้มีเส้นสีเงินบาง ๆ ปรากฏอยู่บนผิวศิลา

อ้าวเทียนก้าวเข้าไปใกล้ ทว่ามู่ชางยกแขนขวางไว้ก่อน

“อย่าเพิ่งแตะต้อง”

“ข้าเพียงต้องการตรวจดู”

“นั่นยิ่งเป็นเหตุผลที่ต้องระวัง หากแท่นศิลาตอบสนองต่อพลังของพระองค์โดยตรง เราไม่รู้ว่ามันจะส่งผลอย่างไร”

ซีเหยาคุกเข่าลงห่างจากแท่นศิลาหลายก้าว นางหลับตาและสัมผัสพลังที่แผ่ออกมาอย่างแผ่วเบา โดยไม่ได้ส่งพลังของตนเข้าไปกระตุ้น

ผ่านไปครู่หนึ่ง นางก็ลืมตาขึ้น

“แท่นศิลานี้ไม่ได้กำลังดูดพลังค่ะ มันกำลังสะท้อนพลังที่หลงเหลืออยู่”

เหยียนซ่งขมวดคิ้ว “สะท้อนพลังที่หลงเหลือ?”

“ใช่ค่ะ คล้ายกับร่องรอยที่ติดอยู่บนวัตถุหลังจากได้รับพลังมังกรเป็นเวลานาน แต่สิ่งที่ผิดปกติคือร่องรอยนี้มีพลังสองสายอยู่พร้อมกัน”

นางชี้ไปยังอักขระที่ปรากฏเป็นเส้นสีเงิน

“พลังสีทองดำอยู่ลึกลงไป ส่วนพลังสีเงินอยู่ด้านบน เหมือนมีใครบางคนเคยใช้พลังทั้งสองกับแท่นนี้ในอดีต”

อ้าวเทียนมองแท่นศิลาอย่างครุ่นคิด

“แสดงว่าแท่นนี้อาจเกี่ยวข้องกับผู้สืบสายเลือดทั้งสอง?”

“อาจเป็นไปได้ แต่เรายังสรุปไม่ได้ค่ะ”

มู่ชางเดินวนรอบแท่นศิลาช้า ๆ ก่อนพบรอยแตกเล็ก ๆ ที่ฐานด้านหลัง

“ตรงนี้มีร่องรอยความเสียหายใหม่”

เหยียนซ่งรีบเข้ามาดู

“เมื่อสามวันก่อน ข้าให้ทหารตรวจสอบแท่นศิลาตามปกติ ไม่มีใครรายงานว่ามีรอยแตก”

อ้าวเทียนย่อตัวลงพิจารณา รอยแตกนั้นไม่ได้เกิดจากแรงกระแทก เพราะขอบของมันเรียบเกินไป คล้ายมีพลังบางอย่างแทรกผ่านเนื้อศิลาจากด้านใน

เขายื่นมือเข้าใกล้ แต่ไม่ได้สัมผัส

ทันใดนั้น พลังสีเงินใต้ข้อมือก็สั่นไหว

ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นในความคิดของเขาอย่างรวดเร็ว

ภายในห้องหินที่ไม่คุ้นเคย มีมังกรสีเงินตัวหนึ่งยืนอยู่หน้ากระจกทรงกลม ข้างกายของมันมีมังกรสีทองดำยืนเฝ้าอยู่ ทั้งสองไม่ได้ต่อสู้กัน แต่กำลังช่วยกันปกป้องบางสิ่งที่อยู่หลังกระจก

ภาพนั้นเลือนหายไปก่อนที่เขาจะเห็นรายละเอียดมากกว่านี้

อ้าวเทียนชักมือกลับทันที

“องค์รัชทายาท!” มู่ชางเข้ามาประคองแขนเขา “พระองค์เห็นอะไร?”

อ้าวเทียนหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนตอบ

“ข้าเห็นกระจกบานหนึ่ง มังกรสีเงินกับมังกรสีทองดำกำลังเฝ้ามันอยู่”

ซีเหยาชะงัก

“กระจกหรือคะ?”

“ใช่ เจ้าเคยเห็นสิ่งเช่นนั้นในหุบเขามังกรเงินหรือไม่?”

นางพยายามนึกถึงภาพจากตำราและสถานที่ที่เคยพบ แต่สุดท้ายก็ส่ายหน้า

“ข้าไม่เคยเห็นกระจกที่มีลักษณะเช่นนั้น แต่ในศาลบรรพชนมีภาพวาดเก่าชิ้นหนึ่ง เป็นภาพวงกลมสีเงินล้อมด้วยลวดลายมังกรสองตัว ผู้เฒ่าเรียกมันว่า ‘กระจกจันทรา’ ทว่าไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นของจริงหรือเป็นเพียงสัญลักษณ์”

“กระจกจันทรา...” อ้าวเทียนทวนคำ

เมื่อชื่อนั้นหลุดออกจากปากของเขา อักขระบนแท่นศิลาก็สว่างขึ้นชั่วขณะ

แสงสีเงินไหลไปตามรอยสลัก ก่อนจะหยุดตรงสัญลักษณ์มังกรสองตัวที่พันเกี่ยวกัน

ทุกคนถอยออกมาอย่างระมัดระวัง

แต่แท่นศิลาไม่ได้ระเบิดหรือปลดปล่อยพลังใด ๆ มันเพียงส่องแสงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วทิ้งอักขระใหม่ไว้บนผิวหิน

ซีเหยาก้มอ่านอย่างตั้งใจ

“จันทราสะท้อนอดีต สุริยันรักษาต้นกำเนิด…”

นางหยุดไปเล็กน้อย ก่อนอ่านต่อ

“ผู้เห็นภาพมิใช่ผู้ครอบครองความทรงจำ ผู้ครอบครองความทรงจำมิใช่ผู้กำหนดความจริง”

มู่ชางขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

“ถ้อยคำนี้หมายความว่าอย่างไร?”

ซีเหยาส่ายหน้า

“ข้ายังไม่เข้าใจทั้งหมดค่ะ แต่ดูเหมือนมันกำลังเตือนเราไม่ให้เชื่อภาพที่เห็นโดยไม่ตรวจสอบ”

อ้าวเทียนจ้องอักขระเหล่านั้นอยู่ครู่หนึ่ง

“ถ้าเช่นนั้น ภาพที่ข้าเห็นก็อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราว ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด”

“ถูกต้องค่ะ” ซีเหยาตอบ “เราไม่รู้ว่ามังกรสองตัวนั้นเป็นใคร ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังปกป้องสิ่งใด และไม่รู้ว่ากระจกเกี่ยวข้องกับผนึกใต้ธารน้ำแข็งอย่างไร”

นางเงยหน้าขึ้นมองเขา

“สิ่งเดียวที่เรารู้คือพลังของท่านตอบสนองต่อแท่นศิลา และมันแสดงภาพที่อาจเกี่ยวข้องกับอดีตของสายเลือดทั้งสอง”

อ้าวเทียนพยักหน้า

“เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นแล้ว”

เขาหันไปหาเหยียนซ่ง

“สั่งให้ทหารปิดลานฝึกชั่วคราว ห้ามผู้ใดแตะต้องแท่นศิลา และอย่าให้ข่าวเรื่องพลังสีเงินแพร่ไปถึงคนนอกป้อมจนกว่าเราจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น”

“รับบัญชา”

“ส่วนรอยแตกที่ฐานแท่น ให้บันทึกตำแหน่งไว้ อย่าพยายามซ่อมหรือใช้พลังปิดมัน”

เหยียนซ่งรับคำสั่ง ก่อนเรียกทหารมาควบคุมพื้นที่

เมื่อทุกคนออกจากลานฝึก ซีเหยากลับรู้สึกถึงความผิดปกติอีกอย่างหนึ่ง

เกล็ดเงินของนางเย็นลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันเพิ่งอุ่นขึ้น

นางหยิบมันออกมาดู พบว่ามีเงาสีดำบาง ๆ พาดผ่านผิวเกล็ด ก่อนจางหายไปในพริบตา

“มีอะไรหรือ?” อ้าวเทียนถาม

ซีเหยากำเกล็ดเงินไว้ในมือ

“ข้าไม่แน่ใจค่ะ แต่ข้าคิดว่ามีใครบางคนรับรู้แล้วว่าเราเห็นภาพนั้น”

สีหน้าของมู่ชางเคร่งขรึมขึ้นทันที

“เจ้าหมายถึงสิ่งที่อยู่หลังประตูโบราณหรือ?”

“อาจใช่ หรืออาจเป็นสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระจกจันทรา ข้ายังไม่มีหลักฐานมากพอจะระบุ”

อ้าวเทียนมองไปยังแนวภูเขาที่อยู่ไกลออกไป

“ไม่ว่าเป็นใคร เราจะไม่ยอมให้มันชี้นำการตัดสินใจของเรา”

เขาหันกลับมาหาซีเหยา

“พรุ่งนี้เราจะส่งข่าวไปยังวังมังกร ขอให้ซูเหวินตรวจสอบเรื่องกระจกจันทราจากตำราเก่า และเจ้าจะได้ส่งคำถามไปยังผู้อาวุโสหลัวด้วย”

ซีเหยาพยักหน้า แต่ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ

“ข้ามีข้อสงสัยอีกอย่างค่ะ”

“ว่ามา”

“ถ้ากระจกจันทราเกี่ยวข้องกับความทรงจำจริง เหตุใดจึงต้องมีคำเตือนว่าผู้เห็นภาพไม่ใช่ผู้ครอบครองความทรงจำ?”

อ้าวเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง

“บางทีคนที่เห็นภาพอาจไม่ใช่คนที่เคยอยู่ในเหตุการณ์นั้น”

“หรือภาพที่เห็นอาจถูกเปลี่ยนแปลงได้” ซีเหยากล่าวเสริม “หากมีใครสามารถบิดเบือนความทรงจำของมังกรได้ เรื่องราวในอดีตก็อาจไม่ใช่อย่างที่เราเคยถูกสอนมา”

ไม่มีใครตอบในทันที

คำพูดของนางทำให้สิ่งที่พวกเขาค้นพบตั้งแต่เริ่มเดินทางมีความหมายต่างออกไป หากอดีตถูกบิดเบือนจริง ความขัดแย้งระหว่างราชวงศ์มังกรทองดำกับเผ่ามังกรเงินอาจไม่ได้เกิดขึ้นด้วยเหตุผลที่พวกเขาเชื่อมาตลอด

อ้าวเทียนกำมือแน่นเล็กน้อย

“เราจะค้นหาความจริง แต่จะไม่ตัดสินบรรพชนจากภาพเพียงภาพเดียว”

ซีเหยามองเขา ก่อนพยักหน้าอย่างหนักแน่น

“ข้าก็คิดเช่นนั้นค่ะ”

คืนนั้น ทั้งสองแยกย้ายกลับที่พักโดยยังไม่มีคำตอบเกี่ยวกับกระจกจันทรา ทว่าความสงสัยได้กลายเป็นเส้นทางใหม่ที่พวกเขาต้องเดินต่อไป

ไกลออกไปใต้ธารน้ำแข็ง ภายในห้องหินที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ กระจกทรงกลมบานหนึ่งตั้งอยู่บนแท่นสีขาว ลวดลายมังกรสีเงินและสีทองดำรอบกรอบกระจกถูกปกคลุมด้วยฝุ่นหนา

พื้นผิวกระจกมืดสนิทมานานหลายพันปี

แต่ในคืนนี้ เงาสะท้อนที่ไม่ควรมีอยู่กลับปรากฏขึ้นชั่วขณะ

มันเป็นภาพของชายหนุ่มผู้มีดวงตาสีทองดำ ยืนอยู่เคียงข้างหญิงสาวผู้มีดวงตาสีเงิน

ทั้งสองไม่ได้หันมองกัน

พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับเงาดำขนาดมหึมาที่อยู่หลังกระจก

จากนั้นภาพทั้งหมดก็แตกกระจายราวกับถูกบางสิ่งบดขยี้

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากความมืด

“พวกเขาพบสัญลักษณ์แล้ว…”

เสียงนั้นหยุดไป ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“คราวนี้ต้องไม่ปล่อยให้พวกเขาพบกระจกจันทราก่อนที่ผนึกจะอ่อนกำลังลง”

ความมืดแผ่คลุมกระจกอีกครั้ง

และในส่วนลึกของหุบเขาเหมันต์ โซ่ที่ผูกมัดบางสิ่งเอาไว้ก็สั่นสะเทือนเบา ๆ ราวกับตอบรับถ้อยคำเหล่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 40 หัวใจที่จักรพรรดิเลือก

    พระราชวังมังกรกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง รายงานจากหุบเขามังกรถูกส่งมายังห้องทรงงานอย่างต่อเนื่อง ข้อพิพาทระหว่างเผ่าเกล็ดแดงและเผ่าเกล็ดเงินถูกยุติลงชั่วคราว แหล่งแร่พลังถูกแบ่งเขตใหม่ นักรบทั้งสองฝ่ายได้รับคำสั่งให้หยุดการปะทะ และที่สำคัญที่สุด... ทั้งสองเผ่าเริ่มส่งตัวแทนมาพูดคุยกันแทนการใช้อาวุธ ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องทรงงาน อ่านรายงานฉบับหนึ่งอย่างตั้งใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่หลังโต๊ะ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้อยู่บนเอกสาร มันอยู่ที่นาง ไป๋อวี้เหยารู้สึกได้ จึงเงยหน้าขึ้น "ท่านมองข้าทำไม?" "มองไม่ได้หรือ?" "ท่านมองมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว" "ข้าเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความอดทนมาก" นางวางรายงานลง "ท่านไม่มีงานทำหรือ?" "มี" "แล้วทำไมไม่ทำ?" "ข้ากำลังทำ" "ทำอะไร?" "มองเจ้า" นางถอนหายใจ "นี่เรียกว่างานหรือ?" "สำหรับข้าใช่" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "จักรพรรดิมังกรนี่จริง ๆ เลย" เฟิงเทียนหลงยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ "ออกไปเดินกัน" "ตอนนี้?" "ใช่" "ท่านไม่มีประชุมหรือ?" "เลื่อนแล้ว" "อีกแล้ว?" "ข้าเป็นจักรพรรดิ" "แล้ว?" "ข้ามีสิทธิ์เลื่อนประชุม" นางห

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 39 มังกรเหนือเปลวเพลิง

    ลานหินของหุบเขามังกรยังคงมีรอยแตกจากเหตุการณ์ก่อนหน้า เหล่ามังกรกำลังช่วยกันซ่อมแซมพื้นที่ ขณะที่ผู้นำทั้งสองเผ่ายืนมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ไป๋อวี้เหยาเดินอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง "ดูเหมือนทุกคนจะสงบลงแล้ว" "ชั่วคราว" เขาตอบ "ความขัดแย้งที่สะสมมานานไม่หายไปในวันเดียว" "แต่วันนี้อย่างน้อยก็ไม่มีใครต่อสู้กัน" "เพราะพวกเขากลัวข้า" นางหันมองเขา "แล้วท่านไม่อยากให้พวกเขาเชื่อใจกันหรือ?" "อยาก" เฟิงเทียนหลงมองไปยังมังกรสองเผ่า "แต่ความเชื่อใจต้องเกิดจากพวกเขาเอง" ไป๋อวี้เหยาพยักหน้า ทันใดนั้นมังกรหนุ่มเกล็ดแดงคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือคนที่เคยเปิดฉากต่อสู้ในวันก่อน ชายหนุ่มคุกเข่าลง "ฝ่าบาท" เฟิงเทียนหลงหยุด "มีอะไร?" "ข้าต้องการขอทดสอบฝีมือกับเผ่าเกล็ดเงิน" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "ยังจะสู้กันอีกหรือ?" มังกรหนุ่มรีบส่ายหน้า "ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะ" เขามองไปยังอีกฝ่าย "ข้าต้องการประลองอย่างเป็นทางการ" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินนิ่งไป "ประลอง?" "ใช่" ชายหนุ่มพูด "เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเราไม่ได้จำเป็นต้องเกลียดกัน" ไป๋อวี้เหยามองเขาอย่างแปลกใจ เฟิงเทียนหลงเองก็ไม่ได้พูด

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 38 คำตัดสินเหนือสองเผ่า

    ลานประชุมของหุบเขามังกรถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง ผู้นำของสองเผ่านั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะหิน เผ่าเกล็ดแดงขึ้นชื่อเรื่องพลังเพลิง เผ่าเกล็ดเงินมีพลังน้ำแข็ง ทั้งสองเผ่าเคยร่วมมือกันปกป้องชายแดนมาหลายครั้ง แต่ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนสะสมมานานจนกลายเป็นความไม่ไว้วางใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่ตรงกลาง ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ข้างเขา ไม่มีใครกล้าพูดอะไรในช่วงแรก จนกระทั่งผู้นำเผ่าเกล็ดแดงเป็นฝ่ายเปิดปาก "ฝ่าบาท พวกเราไม่ได้ต้องการทำสงคราม" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินมองอีกฝ่าย "แต่พวกเจ้ารุกล้ำเขตของเรา" "เขตนั้นเป็นของพวกเรามาก่อน" เสียงเริ่มดังขึ้น เฟิงเทียนหลงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะหนึ่งครั้ง กึก ทุกคนเงียบ "ข้าจะฟังทีละคน" ผู้นำทั้งสองฝ่ายก้มศีรษะ เฟิงเทียนหลงหันไปหาเผ่าเกล็ดแดง "พูด" อีกฝ่ายจึงอธิบายว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเคยเป็นแหล่งแร่พลังของพวกเขา แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเผ่าเกล็ดเงินขยายพื้นที่เข้ามา เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินก็รีบโต้แย้ง "พวกเราไม่ได้ยึดพื้นที่" "แต่พวกเจ้าตั้งเสาหินของเผ่าไว้!" "เพราะแม่น้ำเปลี่ยนทาง!" เสียงเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เฟิงเทียนหลงยังคงนิ่ง ไป๋อวี้เหยา

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 37 ศึกกลางเวหามังกร

    ลานฝึกของหุบเขามังกรถูกปิดลงชั่วคราว เศษหินจากการต่อสู้ยังคงกระจายอยู่ทั่วพื้น ผู้คนของทั้งสองเผ่าต่างช่วยกันเก็บกวาด ไม่มีใครกล้าพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก ไป๋อวี้เหยาเดินเคียงข้างเฟิงเทียนหลงกลับเข้าสู่เขตพักของราชสำนัก รอยถลอกเล็ก ๆ บนแขนของนางถูกพันด้วยผ้าสีขาวเรียบร้อยแล้ว แต่คนที่เดินอยู่ข้างกันยังคงมองมันเป็นระยะ นางถอนหายใจ "ท่านมองแผลข้ามาสิบรอบแล้ว" "สิบเอ็ด" "นับด้วยหรือ?" "แน่นอน" "มันไม่ได้เจ็บแล้ว" "ข้ารู้" "ถ้ารู้แล้วจะมองทำไม?" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป "เพื่อให้แน่ใจ" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "ท่านนี่..." ยังไม่ทันพูดจบ เสียงมังกรคำรามก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า ทั้งคู่เงยหน้าพร้อมกัน มังกรเกล็ดแดงสามตัวกำลังบินไล่ตามมังกรเกล็ดเงินอีกสองตัว เปลวไฟสีแดงพุ่งผ่านอากาศ น้ำแข็งสีฟ้าตอบโต้ทันที "พวกเขายังไม่หยุดอีกหรือ?" ไป๋อวี้เหยาถาม เฟิงเทียนหลงถอนหายใจ "ดูเหมือนจะไม่" เขาหันไปหาองครักษ์ "พานางกลับตำหนัก" "ไม่" ไป๋อวี้เหยาขัดขึ้น เฟิงเทียนหลงหันมามอง "อวี้เหยา" "ข้าไม่เข้าไปในสนามรบ" นางชี้ขึ้นฟ้า "แต่ข้าอยากเห็นว่าท่านจะจัดการอย่างไร" เขานิ่งไปเล็กน

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 36 ศึกสองเผ่ามังกร

    ลานหินกลางหุบเขามังกรเต็มไปด้วยความตึงเครียด มังกรสองกลุ่มยืนประจันหน้ากันคนละฝั่ง ฝั่งหนึ่งมีเกล็ดสีแดงเข้ม อีกฝั่งมีเกล็ดสีเงินอมฟ้า ไม่มีใครยอมถอย ไป๋อวี้เหยาที่กำลังเดินกลับจากริมแม่น้ำกับเฟิงเทียนหลงหยุดลงเมื่อเห็นความผิดปกติ "เกิดอะไรขึ้น?" เฟิงเทียนหลงมองไปยังลานหิน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที "พวกเขากำลังจะสู้กัน" "ทำไม?" "ความขัดแย้งระหว่างสองสายเลือด" เขาตอบสั้น ๆ ก่อนหันไปหาองครักษ์ "พานางออกไปจากตรงนี้" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "แล้วท่านล่ะ?" "ข้าจะจัดการเอง" "อีกแล้วหรือ?" เขามองนาง "อวี้เหยา ที่นี่อันตราย" "ข้ารู้" นางมองมังกรสองกลุ่ม "แต่ถ้าท่านเข้าไป ข้าก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป เขาไม่อยากให้นางเข้าใกล้การต่อสู้ แต่ก็รู้ดีว่านางไม่ใช่คนที่จะยอมกลับไปนั่งรอโดยไม่ถามอะไร "อยู่ข้างข้า" เขาพูดในที่สุด "ห้ามวิ่งเข้าไป" "ตกลง" "หากข้าบอกให้ถอย เจ้าต้องถอยทันที" "ได้" เขาจับมือนาง "และอย่าปล่อยมือข้า" ไป๋อวี้เหยามองมือที่ถูกจับไว้ "ท่านกลัวข้าหายหรือ?" "มาก" คำตอบตรง ๆ ทำให้นางพูดไม่ออก ทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้ลานหิน เสียงโต้เถี

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 35 หุบเขามังกรใต้บัลลังก์

    ประตูหินขนาดมหึมาเปิดออกช้า ๆ ไป๋อวี้เหยายืนอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง มองเส้นทางเบื้องหน้าด้วยความสนใจ หุบเขาที่อยู่ตรงหน้าต่างจากพื้นที่อื่นในแดนมังกรอย่างชัดเจน ภูเขาสูงเรียงตัวล้อมรอบผืนดินกว้างใหญ่ หน้าผาสีดำมีเส้นแร่สีทองแทรกอยู่เป็นแนวยาว น้ำตกจากยอดเขาไหลลงสู่แม่น้ำสีเงินที่ทอดผ่านกลางหุบเขา บนท้องฟ้ามีมังกรจำนวนมากบินอยู่ บางตนบินเป็นกลุ่ม บางตนฝึกเปลี่ยนร่าง บางตนต่อสู้กันกลางอากาศ และบางตนนอนขดตัวอยู่บนหน้าผารับแสงอาทิตย์ ไป๋อวี้เหยามองทุกอย่างอย่างตื่นตาตื่นใจ "ที่นี่คือหุบเขามังกร?" "ใช่" เฟิงเทียนหลงเดินเคียงข้างนาง "ที่นี่เป็นสถานที่ที่มังกรสายเลือดโบราณใช้ฝึกฝนและเติบโต" "แล้วท่านเคยมาที่นี่บ่อยไหม?" "ตอนเด็ก" นางหันมองเขา "ตอนเด็กท่านเป็นอย่างไร?" เขานิ่งไปครู่หนึ่ง "ซน" ไป๋อวี้เหยาหัวเราะ "ข้าเดาไว้แล้ว" "เจ้ารู้ได้อย่างไร?" "ดูจากตอนนี้ก็รู้" เฟิงเทียนหลงเลิกคิ้ว "ตอนนี้ข้าซนตรงไหน?" "ชอบตามข้า" "นั่นไม่เรียกว่าซน" "ชอบหวงข้า" "นั่นก็ไม่ใช่" "ชอบหาเรื่องมานั่งข้าง ๆ" เขาเงียบ ไป๋อวี้เหยายิ้มกว้าง "เห็นไหม?" "ข้าแค่ชอบอยู่ใกล้เจ้า" คำตอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status