LOGINบรรยากาศภายในผับกึ่งร้านอาหารคืนนี้สุดสะพรึง พยัคฆ์นึกว่าตนเองก้าวเข้ามาในบ้านผีสิง บนผนังรอบด้านกลายเป็นฉากสยองขวัญ ด้านหนึ่งเป็นผนังบ้านไม้ผุพัง อีกด้านเป็นฉากปราสาทรกเรื้อด้วยวัชพืชพาดพัน
“โอ้” เขาสะดุ้งเมื่อก้มลงมองพื้น มันเป็นจอภาพที่มีหนอนตัวเป้งชอนไชน่าขยะแขยง
พยัคฆ์ขนลุกซู่ พนักงานเสิร์ฟอยู่ในชุดผีสารพัดชนิด แฟรงเกรนสไตล์กำลังมิกซ์เครื่องดื่มอยู่ที่บาร์ ผีแม่ชีเยื้องย่างหน้าบึ้งตึงเสิร์ฟเครื่องดื่ม ส่วนอีกด้านเป็นเฟรดดี้ ครูเกอร์
“พับผ่าสิ ฮัลนิบาลก็มา ไม่ใช่ผี แต่น่ากลัวกว่าผีซะอีก” พยัคฆ์ลูบแขนตัวเองขณะเดินสวนกับชายร่างใหญ่ แปลงร่างเสียจนจำไม่ได้ว่าเป็นพนักงานเสิร์ฟคนไหน
เขาเดินไปนั่งที่ประจำ แวมไพร์สาวผิวขาวกำลังเป็นที่สนใจของลูกค้า เธอเดินนวยนาดเสิร์ฟเครื่องดื่มให้หนุ่มๆ เสร็จก็ค้อมตัวเข้าหาลูกค้า ทำทีจะกัดต้นคอให้จมเขี้ยวปลอม แต่ยืดตัวขึ้นมาก่อนที่จะโดนตะปบ ชุดตัวนั้นช่างเซ็กซี่ ตัวเสื้อเกาะอกจนต่ำ กระโปรงพองๆ สั้นเหนือเข่า รองเท้าส้นสูงมีสายพันไปมาจนถึงใต้เข่า ทั้งหมดเป็นสีดำ ยกเว้นผ้าคลุมที่เป็นสีแดง
แวมไพร์สาวเต้นยั่วแขกทีละโต๊ะ เขามองเพลินเหมือนถูกสะกดจนกระทั่งแม่ค้างคาวน้อยเดินใกล้โต๊ะเข้ามาเรื่อยๆ
ขวดเครื่องดื่มสีใสถูกวางลงตรงหน้า ตามด้วยแก้วสองใบ และดอกกุหลาบสีแดงสด
“เมย์ล่ะ” เขาถามแวมไพร์ ไม่ยอมรับดอกไม้
ใบหน้าแต่งจนเข้มทั้งสีขาว แดง ดำ และตาโตกลมบ็อกสุกใสยื่นมาตรงคอเขา “เมย์ไม่มา” เสียงที่ผ่านออกมาจากฟันปลอมมีเขี้ยวทำให้ฟังไม่ชัด
“หือ”
“เมย์ไม่มา มีแต่แวมไพร์ฉาวเจ้าเฉน่ห์”
เขารำคาญเสียงที่เปล่งผ่านเขี้ยวปลอมนั้นเหลือเกิน แต่ก็เข้าใจว่าแวมไพร์จำเป็นต้องมีเขี้ยว
“อ๋อเหรอ” พูดยอกย้อนแบบนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร คราวนี้เขายื่นมือไปรับดอกไม้ที่เธอยื่นค้างไว้
แต่สาวน้อยเปลี่ยนใจเอาคืน
“เฮียชอบกุหยาบเหยอ ดูไม่เข้ากับเฮียเยยนะ”
“ถ้าให้ก็รับ เดี๋ยวเสียน้ำใจ”
“พูดแบบนี้แฉดงว่าไม่ชอบกุหยาบ แล้วเฮียชอบดอกอะไร”
“เฮียจะบอกแค่คนเดียว” เขาหันไปมองทางโซนพนักงาน
ปานดวงใจมองตาม เพื่อนผีของเธอเดินสวนกันไปมาตรงจุดนั้นขวักไขว่ หญิงสาวแสร้งทำเสียงรำคาญใส่คนที่ไม่ยอมตัดใจ
“โอ๊ย อยากรู้จะแย่ แล้วเมย์ก็ไม่ไปถามพี่มารีหยอก มันไม่ฉำคัญเล้ย”
“เฮียเกิดวันจันทร์ ควรชอบดอกอะไรดี” เขาหัวเราะและหันมาตอบ
“จะไปรู้เหรอ” เธอยื่นกุหลาบไปให้เขา จากนั้นก็รินเครื่องดื่ม
“วันนี้เอาอะไรมาเสิร์ฟครับ” เขาเก๊กเสียงสุภาพ
“spirytus”
“แน่ใจนะ”
“อืม แน่ฉิ คืนฮัลโลวีน บอสบอกเอาไว้ว่าจะปล่อยผี เขาหมายถึงพวกเมย์นี่แหยะ” เธอขยับเข้าไปใกล้ๆ เขา ป้องปากกระซิบ “แล้วก็พวกผีพนันบางกลุ่ม วันนี้พนักงานฉามารถเอ็นจอยกับลูกค้าได้ หากลูกค้าต้องการการบริการฉุดเอ็กซ์คลูซีฟ” เธอถอยออก ขยับตัวโยกตามจังหวะดนตรี
“หมายถึง...” เขาเลื่อนสายตาขึ้นลงบนเรือนร่างที่แอบปรามาสในใจว่าเหมือนเด็กมัธยม แต่ตอนนี้ดูไม่ต่างจากพริตตี้ตัวท็อปเลย
“ไม่ใช่อย่างที่เฮียคิด แหม เฮียก็คิดแต่เรื่องอย่างว่า เมย์ไม่เอาเฮียหรอก”
“ฉันก็ไม่เอาเธอ มารีล่ะ วันนี้เป็นผีอะไร” เขาหันไปมองทางโซนพนักงานอีกครั้ง
“ผีหยุมหัว”
พยัคฆ์หันขวับ “ทะลึ่ง”
“จริงนะ เฮียไม่เชื่อเหรอ”
เขามองริมฝีปากอิ่มที่บิดเบี้ยวไปมาเหมือนเจ้าตัวก็รำคาญสิ่งแปลกปลอมในปาก “ไม่เชื่อ”
“ก็แล้วแต่ ถึงไม่หยุมวันนี้ อีกไม่กี่วันว่าที่คู่หมั้นมาก็โดนหยุมอยู่ดี” ปานดวงใจขำใส่คนปั้นหน้าบึ้งตึง ก่อนจะถอนหายใจ บอกด้วยความสงสารแกมสมเพช “พี่มารีเป็นแวมไพร์แบบเมย์นี่แหละ แต่เฮียเอ๋ย เมย์บอกแล้วไงว่าอย่าไปฉนใจ เขาไม่ได้รักเฮียแล้ว มาฉนใจบริการฉุดเอ็กซ์คลูซีฟดีกว่า” ปานดวงใจดึงความสนใจเขากลับมา
“ว่ามาสิ”
“คุณลูกคลื่นบอกว่าทุกๆ วันฮัลโลวีน ร้านเราจะเปิดให้บริการเฉพาะลูกค้าวีวีไอพีเท่านั้น”
“ใครมั่งล่ะที่จัดว่าเป็นวีวีไอพี คนขับอูเบอร์อย่างฉันด้วยเปล่า”
“เฮียมันเหนือกว่าลูกค้าพวกนั้นแล้ว เฮียเป็นเพื่อน แต่เมย์หมายถึงกลุ่มที่มาเล่นกาฉิโนของบอสแล้วได้พักห้องเพรสฉิเดนท์สูท พร้อมบริการลีมูซีนฟรีน่ะ วันนี้จะเปิดให้บริการเฉพาะกลุ่มนั้น เฮ้อ อธิบายเหนื่อย พูดก็ไม่ถนัด เข้าใจยังล่ะ”
“เข้าใจแล้ว”
“ค่อยยังชั่ว แล้วเมย์เห็นว่าว็อดก้าโปรแลนด์ตัวนี้เขาร่ำลือว่าแรงดีนัก เลยอยากให้เฮียดื่มให้ลืมความเฉ้า”
“เลี้ยงเหรอ”
“เปล่า วันนี้ฟรี ฟรี ฟรี และฟรี เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ส่วนไอ้เรื่องจะเลี้ยงน่ะ เฮียฝันไปเถอะ เมย์เอาเงินไว้เปย์เด็กหนุ่มค่ะเฮียขา”
“แล้วเธอเป็นนักดื่มเหรอ” พอไม่ได้ใส่แว่นแล้วดูสวยขึ้น แต่จะชัดเจนกว่านี้หากไม่ถูกเคลือบด้วยเครื่องสำอางจนหนา
“โธ่ ฉบายมาก นี่ไม่ใช่เมรีขี้เมานะ แต่เป็นเมย์คอทองแดง” ปานดวงใจรินเหล้าลงไปในแก้วทั้งสอง
“เดี๋ยว ผสมสักหน่อย ตัวนี้มันแรงมาก” พยัคฆ์ยั้งมือบางก่อนที่เธอจะส่งเครื่องดื่มเข้าปาก
“ป๊อดว่ะ” ปานดวงใจว่าเขา และลุกไปหยิบน้ำผลไม้มาเทใส่แก้วทั้งสองใบ เธอส่งให้เขาแก้วหนึ่ง และค่อยๆ ละเลียดจิบแก้วตัวเอง
พยัคฆ์มองลำคอระหงขยับน้อยๆ ยามเครื่องดื่มไหลลงคอ แต่เขี้ยวที่เธอใส่ไว้ทำให้เหล้าบางส่วนไหลย้อยลงมา ยอมรับโดยดุษณีว่าสายตาเขาไหลตามเครื่องดื่มลงไปที่เนินอกเธอ เขาเผลอกลืนเครื่องดื่มตามทั้งที่ยังไม่ได้จิบด้วยซ้ำ พยัคฆ์ไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังยื่นมือออกไปยังหยาดหยดของน้ำ
“เฮีย มันดีมาก ทั้งกลิ่นและรสชาติอ่อนโยนมาก” เธอเบิกตาประหลาดใจ ไม่เห็นด้วยกับการจัดอันดับที่ยกให้เหล้าตัวนี้แรงที่สุดในโลก
“ระ...เหรอ” พยัคฆ์ชักมือกลับทันควัน แต่สายตาสงสัยของปานดวงใจทำให้เขาหนีไม่พ้น “มีอะไรติดตรงคอเธอน่ะ”
“ตรงไหนเหรอเฮีย” ปานดวงใจลูบลำคอจนสะดุดกับสิ่งที่เธอไม่ชอบ “นี่หรือเปล่า”
“ชะใช่ๆ” เขารับสมอ้างกับไฝเม็ดเล็กๆ ที่นิ้วเธอแตะ
“ไฝ เมย์ไม่ชอบเลย มันเป็นจุดเด่นให้คนชอบมองคอของเมย์ กลับไปว่าจะไปจี้ออก”
“อย่าจี้เลย มันทำให้เธอดูเป็นกุลสตรีได้” พยัคฆ์เห็นด้วยตั้งแต่เห็นครั้งแรกว่ามันเป็นจุดเด่นบนลำคอขาวๆ แล้วมันก็ทำให้ปานดวงใจดูเซ็กซี่ขึ้นด้วย แต่ไม่เท่ากับร่องรอยของเครื่องดื่มในตอนนี้
ปานดวงใจผสมเครื่องดื่มอีกแก้ว แล้วยื่นไปขอชนกับเขา
“ทำตอนไหนเหรอ” ปานดวงใจถาม ในใจเดาว่าต้องเป็นตอนมาถึงบ้านพักแล้วปราบง่วงนอน เฟย่าจึงพาไปนอนในห้องพักแน่ๆ พอออกมาตรงปิ้งย่าง เฟย่าก็เอาใส่รถเข็นคลุมมุ้งมาด้วยเพื่อป้องกันแมลงระหว่างที่จับกลุ่มกินอาหาร“ก็ที่เข้าไปนอนในห้องเมื่อตอนบ่ายแก่ๆ แล้วให้น้องปิ่นนอนเป็นเพื่อนไง”“มีลายแบบเสือสมิงของแท้เลยนะ” พลอยใสเดินเข้ามาดูใกล้ๆ จับผมที่หยิกเป็นลอนใหญ่ๆ ตั้งแต่เกิด จนได้ฉายาว่าเสือหยิกดึงไปดึงมา ใครๆ ก็ชอบผมของปราบซึ่งได้สิ่งนี้มาจากพ่อของเฟย่าเต็มๆ“แอ๊” ปราบหัวเราะชอบใจที่พลอยใสกับแพรสวยแย่งกันจับแก้มตนเอง เจ้าหนูย่ำเท้าบนขาของภูผา ย่อตัวเด้งไปเด้งมา“ข่ายปู” ปิ่นมุกวิ่งกลับมาที่ชามข้าวของตัวเองและกินต่อ“พี่ๆ ล่ะคะเสือโหย” พยัคฆ์ถามสาวน้อยตากลมโต ซึ่งหน้าเปรอะทั้งข้าวทั้งปู“เย่นเป๋า”“ตายแล้ว เมย์เข้าไปดูก่อนนะ ไม่งั้นรื้อเสื้อผ้าออกหมด แล้วเอาน้ำมนต์ใส่กระเป๋าลากไปลากมาอีกแน่” ปานดวงใจรีบลุกไปจากวงทันทีปานดวงใจหายเข้าประตูไป เสียงร้องไห้ของปราบก็ดังขึ้นลั่นคลอง“แอะ แง้ๆๆๆๆ” ร้องอย่างเจ็บปวดเหมือนโดนมดกัด“น้องปราบก็อย่าดึงผมตัวเองสิ” แพรสวยแกะมือกลมป้อมที่เผลอจับผมหยิกๆ ของตัวเองดึงโด
“พี่เหรอมีข่าวดี ไม่มีนะ” เฟย่าทำหน้าประหลาดใจ หยิบป๊อปคอร์นก้นถ้วยมากรอกปาก และแก้ฝืดคอด้วยน้ำส้มคั้น“เดี๋ยวเอาน้องวัวไปเก็บบ้านแล้วผมไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาให้พี่เฟย่าดีกว่า” ภูผาเอะใจกับคำพูดของปานดวงใจ“เหรอ” เฟย่าดึงกระเป๋าสะพายที่ปิ่นมุกกำลังรื้ออย่างเอาเป็นเอาตายมาใกล้ตัว หยิบจุกนมฟันเหยินส่งให้ลูกเสร็จก็หยิบบางสิ่งออกมา “นี่หรือเปล่าคะหมอผา” เฟย่ายิ้มเขินอายภูผาปรี่มาดึงสิ่งที่เขาบอกว่าจะไปซื้อจากมือเฟย่า สัตวแพทย์หนุ่มตาโต...มันขึ้นสองขีด“เยบเข้ ในที่สุดๆๆๆ” ภูผากระโดดตัวลอย ดีใจจนพูดได้แค่นี้“ยินดีด้วยนะหมอผา” พยัคฆ์เดินมาแสดงความยินดีที่รั้วกั้นคอก“ยูกฉาว” ปกป้องวิ่งมาเกาะรั้วข้างๆ พ่อ เพื่อเอาข่าวมารายงานคนที่อยู่ด้านนอกของคอก“ยูกฉาว” น้ำมนต์วิ่งมาบอกด้วย“ยูกฉาว” นะโมก็พลาดไม่ได้“พี่พลอยกับน้องแพรตั้งชื่อให้แล้วจ้ะแม่เมย์” พลอยใสเดินตามมา“ชื่ออะไรคะ” ปานดวงใจถาม“เจสสิก้าจ้ะ” แพรสวยตอบ“พี่พลอยกับน้องแพรคะ อาเฟย่ากำลังจะมีน้องให้ปิ่นมุก จะเปิดรับสมัครสมาชิกเข้าแก๊งเสือสมิงเพิ่มอีกสักคนจะได้ไหมคะ” เฟย่าส่งสายตาอ้อนวอนให้รับสมาชิกเพิ่ม ไม่อยากให้ลูกอีกคนตกสำรวจ เพราะเด็
แพรสวย ปกป้อง นะโม และน้ำมนต์รีบมายืนเบียดพลอยใส นะโมกับน้ำมนต์ตัวเตี้ย พี่สาวจึงลดโทรศัพท์ลงเพื่อให้ทุกคนได้เห็นเต๋าเต้ย สองบ่าของเต๋าเต้ยเองก็มีทาโร่กับนีโม่เกยคางอยู่“โห พี่เต่าเต่าสวยอีกแล้ว” พลอยใสอุทาน“โย่ โม่” ปกป้องเรียกเพื่อน“โปก” สองหนุ่มอีกฝั่งเรียกปกป้อง“พ่อฉลามก็ทำสีผม แล้วก็ทำไข่แมวไว้บนหัวสองเม็ด หล่อมากๆ เลยนะ แต่พ่อฉลามบอกว่าหล่อแค่ไหนก็รักแม่อุ๋งคนเดียวไม่ต้องห่วง”“เหรอ มีไข่แมวบนหัวด้วยเหรอ น้องปกเคยบีบไข่แมวของคนงานตอนมันหลับ แมวตกใจลุกมาตะปบ น้องปกก็เลยต่อยแมว แมวก็เลยตะปบๆๆๆ แรงขึ้น น้องปกร้องไห้เลย” พลอยใสพูดถึงวีรกรรมของปกป้องเมื่อไม่นานมานี้“เหรอ พี่เต่าเต่าชอบลูบไข่แมว น่ารักดี พ่อฉลามก็เลยทำผมทรงไข่แมวให้พี่เต่าเต่าลูบแทน แต่ของพี่เต่าเต่าเป็นทรงซาลาเปา” เต๋าเต้ยดึงฉลามเข้ามาในกล้อง ให้สองสาวได้ดูไข่แมวบนหัวของฉลามทั้งฉลามและเต๋าเต้ยซึ่งผมแสกกลางเหมือนกัน ทำผมสีเดียวกันคือฝั่งหนึ่งเป็นสีน้ำตาลทอง อีกฝั่งเป็นสีดำ ของเต๋าเต้ยมัดสองข้างเป็นจุกกลมๆ แบบอาหมวย ส่วนฉลามผมสั้น จุกกลมๆ สองข้างจึงเล็กจิ๋ว ไม่ว่าทั้งสองคนจะทำสีไหน ทรงไหนก็ดูเข้ากับใบหน้าไปหมด ส่ว
“ปกทำอะไรอยู่ครับ” พยัคฆ์ตะโกนถาม เพราะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง ก่อนที่เด็กๆ จะหัวเราะกันจนเขารู้สึกผวา“ทำพามดี หย่อ ช่วยเหยือฉังคม” ปกป้องพูดเสียงแข็งขันเสียงปกป้องสิ้นสุดก็มีอีกเสียงดังขึ้น“ปก เอาน้องขึ้นไปไว้แบบนั้นได้ยังไง หยุดๆๆ” เสียงปานดวงใจแหวเข้ามาในห้องน้ำ “นะโมด้วย ลงมาเดี๋ยวนี้”“อ้าวๆ น้องปิ่นลูกแม่ โถๆๆๆ จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีล่ะคราวนี้” เฟย่าไม่รู้ว่าเช้านี้ตนเองยกมือทาบอกไปกี่ครั้งแล้ว และนี่เป็นอีกครั้ง“ฮึก ฮึก แงงงงงงงงงงงงง” ปิ่นมุกเลือกได้แล้วว่าจะทำอะไรดีเฟย่าเดินจิกปลายเท้าลงบนพื้นบริเวณที่ไม่เปื้อน ตรงดิ่งไปหาลูกสาวซึ่งคว่ำอยู่บนโรบอทถูพื้นขนาดใหญ่ ความเคลื่อนไหวและแรงสั่นสะเทือนที่พาไปชนตรงนั้นตรงนี้ทำให้หนูน้อยกลัว ในขณะที่นะโมซึ่งอยู่บนโรบอทอันใหญ่กว่าหัวเราะอย่างสนุกสนาน“มั่งๆ” น้ำมนต์วิ่งไปขวางหน้านะโม“ม่าย โน่นๆ” นะโมชี้ไปยังโรบอทที่ปิ่นมุกเพิ่งถูกยกขึ้นไป“ปี้โปกด้วย” ปกป้องเข้าไปดันนะโมออก อยากจะขึ้นไปเล่นอันของนะโมพยัคฆ์ออกมาเห็นภาพดังกล่าวก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากส่ายหัว“เฮียไปส่งลูกๆ เถอะ เดี๋ยวเมย์จัดการเอง” ปานดวงใจบอกอย่างปลงๆ“ปีหน้าปกเข้าโรงเ
“ทาหน้าแบบแม่แม ทาทู้กคน หย่อยด้วย” ปกป้องดูจะภูมิใจกับสิ่งที่ทำลงไป“โอ้โห เละสุดๆ” แพรสวยสวมชุดไทยสวยงามเหมือนจะประกวดนางสงกรานต์ชักเท้าที่ก้าวเข้ามาในห้องกลับทันทีที่เห็นสภาพห้องและน้องๆ“ปี้แพ” นะโมอยู่ใกล้ประตูที่สุดเดินไปหา“หยุดๆ อย่าเข้ามา เดี๋ยวเปื้อน” แพรสวยยกมือบัง“ฉวยฉุๆ” ปกป้องบอก“เสือสมิงคนเล็กสวยพอหรือยังล่ะน้องแพร พี่พลอย” พยัคฆ์ถามแพรสวย และเอี้ยวตัวไปมองคนที่ยืนอึ้งอยู่นอกประตูอีกคน ทั้งสองทำปากยื่นกับผลงานสุดเละ“โอ้ว สวย หล่อ และปังสุดๆ ไปเลย” เฟย่ายกมือทาบอก ยิ้มเจื่อนๆ แต่ก็อดหัวเราะไปด้วยไม่ได้“ทายาย้า” นะโมวิ่งไปวิ่งมาโชว์ ทำท่าเหมือนซูเปอร์แมนปานดวงใจยืนอย่างสงบนิ่งขณะข่มอารมณ์ไว้ ชั่วครู่ก็เดินออกไปยังห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด วันนี้แม่บ้านต้องไปตรวจตามนัดที่โรงพยาบาล จะเข้ามาสายหน่อย ปานดวงใจทนเห็นสภาพนี้จนถึงเวลานั้นไม่ได้ เก็บกวาดล่วงหน้าไปคร่าวๆ ก่อนก็ยังดี“เฟย่าเอาของไปเก็บที่รถแป๊บนะ เดี๋ยวมาช่วยเมย์เก็บกวาด” เฟย่าตะโกนตามหลังปานดวงใจ นางแบบสาวต้องเดินขึ้นเดินลงห้องของปานดวงใจสองรอบ เพราะเสื้อผ้าที่เอามาให้ลองและเครื่องประดับมีมากเหลือเกิน “พี่
“ไปกันเสือเหี้ยม” แพรสวยหันมาดึงน้ำมนต์ก่อนจะวิ่งตามพลอยใสไป ส่วนคนที่คลุมโปงอยู่ก็เปิดผ้าออกมา“โปกเป็นเฉือฉมีนะ ฮึกๆๆ” ปกป้องกอดพยัคฆ์“ครับ ไม่มีใครออกจากแก๊งครับ ปกยังเป็นเสือสมิงเหมือนเดิม” พยัคฆ์กำหมัดให้ปกป้องต่อยแสดงคำมั่นสัญญา จากนั้นเด็กชายก็ขยับไปหาปานดวงใจ“แม่แม ดาบๆๆ” เมื่อกี้ปกป้องได้ยินว่าพี่สาวเอาโทรศัพท์ไปคุยกับเต๋าเต้ย แต่ตัวเองยังไม่เสร็จธุระจึงไม่ยอม“ดาบ ดาบ” นะโมก็เป็นไปกับเขาด้วย“เอาของพ่อเสือก็ได้ มาครับเด็กๆ พ่อเสือสั่งเป็น” เขาล้วงโทรศัพท์ขึ้นมา ลูกๆ จึงย้ายจากปานดวงใจที่ซู้ดปากเพราะความเจ็บไปหาพ่อหลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงความวุ่นวายในบ้านก็กลับมาเป็นปกติ ปานดวงใจกับพยัคฆ์ต้องใช้น้ำเย็นเข้าลูบ แบ่งปันความรักให้เท่ากันทุกคน ไม่ให้ลูกรู้สึกว่ารักใครคนใดคนหนึ่งมากกว่ากัน ซึ่งทั้งสองก็รับมือได้ดี พวกเขาเครียดกันแทบตายเรื่องกำไลของปิ่นมุก แต่พอเล่าให้เฟย่ากับภูผาฟัง ทั้งสองได้แต่หัวเราะด้วยความเอ็นดู เฟย่าบอกว่ายังไม่เอากำไลข้อเท้าคืนจนกว่าปกป้องจะเบื่อ จึงกลายเป็นว่าตอนนี้ปกป้องกับปิ่นมุกใส่กำไลกันคนละวงแต่ปิ่นมุกก็ได้เป็นสาวน้อยสวยมากในเช้าตรู่วันศุกร์ที่เฟย่าเ







