Share

ตอนที่4

last update Last Updated: 2026-02-13 17:50:58

ตอนที่ 4

หลี่ปิงเฉิงเหยียดริมฝีปากยิ้มออกมาหลังมอง ‘งิ้ว’ ที่กู้ฮองเฮาร้อง และมีถานม่านอวี้คอยตีกลองรับเป็นจังหวะแสนเสนาะ แล้วที่สำคัญทุกคนดูเหมือนจะมองไม่ออกเสียด้วย เขาแสนจะชิงชังอย่างยิ่ง แต่ก็ยังไม่อยากโอ้อวดว่าตนเองเท่าทันสตรีทั้งสอง

“ถานไท่เว่ยคิดเห็นเป็นประการใดเล่า?” 

หลี่อี้ฝานหันไปถามถานหมิงฮ่าวซึ่งแม่ทัพใหญ่ ในฐานะถานไท่เว่ยจะตอบอันใดออกไปได้อีก เพราะเช่นไรคนของเขาก็เสียหายไปแล้ว ชื่อเสียงของบุตรสาวคนเล็กของตนปกติก็ไม่ใช่จะดีอยู่แล้ว บัดนี้เห็นกันถ้วนหน้าว่าถานเมิ่งจีไม่สะอาดบริสุทธิ์อีกต่อไปแล้วเขายังจะไปเรียกร้องอันใดได้อีก

“เรื่องของม่านอวี้ กระหม่อมยกให้ฝ่าบาทและฮองเฮาทรงเมตตาพ่ะย่ะค่ะ แต่เมิ่งจีกับท่านอ๋องแปดเช่นไรก็คงยากจะนิ่งเฉย หวังว่าฝ่าบาทจะเห็นใจกระหม่อมด้วย” 

ถานม่านอวี้นั้นชะตาชีวิตของนางแต่เดิมก็หนีไม่พ้นอนุภรรยาของสกุลใหญ่อยู่แล้ว บัดนี้กำลังจะได้เป็นถึงพระชายารองในองค์ไท่จื่อ หรือเหลียงตี้ (ตำแหน่งพระสนมในองค์รัชทายาทขั้น 3 ชั้นเอก หลี่ไท่หยางสามารถแต่งเข้าตำหนักบูรพาได้ 2 นาง) ก็นับว่าเขาส่งบุตรสาวคนโตแสนอาภัพไปได้ดิบได้ดีหมดห่วงแล้ว แต่ที่เขากำลังห่วงอย่างหนักย่อมเป็นถานเมิ่งจีบุตรสาวลำดับที่สี่ของตนเท่านั้น

“เช่นนั้นเจิ้นจะพระราชทานสมรสให้กับเมิ่งจีและปิงเอ๋อร์ให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน หรือเจ้าคิดเห็นเป็นอย่างไรปิงเอ๋อร์?” 

คราแรกหลี่ปิงเฉิงคิดจะคัดค้าน แต่พอเหลือบไปเห็นสายตาชิงชังอยากสังหารกันให้ตายของพี่ชายต่างมารดาเขาก็พลันเปลี่ยนใจ ในเมื่อมันได้คุณหนูใหญ่ที่เป็นเพียงบุตรจากอนุภรรยาจากสกุลถาน เขาจะพ่ายแพ้ได้อย่างไร ที่สำคัญถานเมิ่งจีครบครันทั้งฐานะบุตรสาวสายตรง และมีตระกูลเดิมมารดาที่นับว่าสำคัญ กู้ฮองเฮาเลือกฝ่ายแล้วเขาจะช้ามิได้เช่นกัน

“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา” 

เป็นอันเข้าใจกันว่าหลี่ปิงเฉิงยินดีจะแต่งงานเอาคุณหนูสี่ไปเป็นพระชายาเอก ถานหมิงฮ่าวถึงกับยิ้มออกมาได้เต็มหน้า ต่างกันกับถานเถียนหย่งและหลี่ไท่หยางที่มีใบหน้าบึ้งตึงไม่เก็บกิริยาเลยสักส่วน

“แต่ภายในใจของลูกและเมิ่งจีรักใคร่ผูกพันกันมาหลายหนาวนะพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ” 

ถึงถานเมิ่งจีจะดื้อดึง แต่นางโฉมงามยิ่งนัก เขาเฝ้าถนอมนางมาหลายหนาว แต่กลับไม่ได้เชยชม จึงคิดว่าต่อให้นางไม่บริสุทธิ์แล้วแต่แต่งนางไปเป็นเหลียงตี้อีกคนนับว่ายอมรับได้ ที่สำคัญหากบุตรสาวทั้งสองของสกุลถานมาอยู่ตำหนักบูรพา ตำแหน่งไท่จื่อของตนมีเพียงมั่นคง ยิ่งคิดก็ยิ่งมีแต่ผลดีไม่เสียหาย ยามใดเขาได้เชยชมนางจนสาแก่ใจจะทิ้งขว้าง นางก็ไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้อง เพราะเหตุการณ์คืนนี้จะกดศีรษะถานเมิ่งจีตราบจนสิ้นใจ

“คงต้องถามถานไท่เว่ยแล้วว่าจะยินดีให้คุณหนูสี่แต่งเข้าตำหนักบูรพาไปเป็นเพียงเหลียงตี้ หรือยินดีจะให้นางแต่งมาเป็นพระชายาเอกของท่านอ๋องแปดเช่นเปิ่นหวางดี” 

ขวับ!

หลี่ไท่หยางหันขวับมามองจ้องน้องชายคู่แค้นราวกับจะฉีกเนื้อของอีกฝ่ายให้แหลกยับ หากแต่นั่นกลับยิ่งทำให้หลี่ปิงเฉิงสาแก่ใจ อดีตมันเคยทำสิ่งใดเอาไว้ เขาจะสนองคืนมันกลับไปนับหมื่นเท่า!

“ฝ่าบาท ปิงเฉิงมีสิ่งหนึ่งอยากจะขอร้อง มิทราบว่ากล่าวได้หรือไม่” 

หลี่อี้ฝานยกมือทำสัญญาณว่าให้บุตรชายที่เขารักเกินผู้ใด แต่ยากจะแสดงออกไปได้ให้เขากล่าวได้เลย หลี่ปิงเฉิงจึงยิ่งยกยิ้มพึงใจเพิ่มขึ้นมาสามส่วน

“สมรสพระราชทานนี้ปิงเฉิงขอร้องฝ่าบาทช่วยประทานก่อนครบหนึ่งเดือน เพราะเช่นไรข้าวสารก็ถูกหุงจนสุกไปแล้ว หากช้าไปครรภ์ของคุณหนูสี่เกิดเติบโตก่อนสมรสคงหาใช่สิ่งดี” 

“นี่เจ้า!!!” 

หลี่ไท่หยางแทบกระอักโลหิตออกมาเดี๋ยวนี้เมื่ออีกฝ่ายเยาะเย้ยกันไม่หยุด

“ถานไท่เว่ยคิดเห็นเป็นประการใด” 

แน่นอนว่าถานหมิงฮ่าวย่อมคิดเห็นตรงกับว่าที่บุตรเขยราวกับนัด นั่นจึงยิ่งเพิ่มพูนความคับแค้นใจของหลี่ไท่หยางขึ้นไปอีกนับล้านเท่า แต่หลี่ปิงเฉิงกลับสาแก่ใจอย่างถึงแก่น!

ในขณะที่ทางด้านนอกต่างปรึกษาหารือกันถึงพิธีสมรสที่จะจัดขึ้นระหว่างไท่จื่อหลี่ไท่หยางกับคุณหนูใหญ่ถานม่านอวี้กับคู่ของท่านอ๋องแปดและคุณหนูสี่อย่างตึงเครียดอยู่นั้น ฝ่ายของถานเมิ่งจีกลับกำลังถูกแช่อยู่ในถังไม้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรล้างพิษของยาปลุกกำหนัด

เรือนกายอรชรเปลือยเปล่านั่งพิงขอบถัง ดวงตาคู่งามนั้นบวมช้ำ เพราะผ่านการร้องไห้มากว่าครึ่งชั่วยาม แต่พอพิษเริ่มจืดจางลงไปมากแล้วสติของเด็กสาวก็คืนกลับมา จึงคอยเตือนตนเองให้หยุดฟูมฟายได้แล้ว เนื่องจากร้องไห้จนตาของตนบอดสนิท ทุกสิ่งก็มิอาจหวนคืน มีเพียงแต่นางที่ต้องเข้มแข็ง ถูกผู้อื่นย่ำยีก็แย่พอแล้ว นางจะไม่ย่ำยีตนเองซ้ำ!

“บุรุษผู้นั้นคือผู้ใด?” 

ก่อนอื่นนางจะต้องรู้แจ้งเสียก่อนว่าเจ้าบุรุษต่ำทรามที่ฉวยโอกาสข่มเหงสตรีไร้หนทางต่อสู้คือผู้ใด เพราะจะได้เตรียมตัวรับมือกับอีกฝ่ายได้ถูก และคนที่จะไขความกระจ่างให้แก่นางได้จะเป็นผู้ใดไปได้หากไม่ใช่ ‘ฮุ่ยลู่เจียว’ สาวใช้วัยสิบเก้าหนาวที่บัดนี้ดูแลนางไม่ห่าง

“คุณหนูจำท่านอ๋องแปดสักนิดก็มิได้หรือเจ้าคะ” 

ฮุ่ยลู่เจียวทราบดีว่าคุณหนูศีรษะได้รับบาดเจ็บ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังจำเรื่องในอดีตไม่ได้แม้เพียงหนึ่งส่วน แต่คนที่คุณหนูหวาดกลัวจนเป็นลมเมื่อสามหนาวก่อนก็ลืมไป ด้วยนางไม่แน่ใจจึงลองถามย้ำดูอีกครั้ง

“ไม่เลย ข้าจำเขาสักนิดก็ไม่ได้ เจ้าช่วยเล่าเรื่องของเขาให้ข้าฟังได้หรือไม่?” 

“……” 

ฮุ่ยลู่เจียวถึงกับชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ภายในใจของสาวใช้คนงามกลับหาได้นิ่งสงบดังกิริยาภายนอก เพราะภายในใจของนางกำลังร้องซ้ำ ๆ ว่า ‘แย่แล้ว ๆ’ ไม่หยุด

“หรือเจ้าเองก็ไม่ทราบเช่นกัน” 

แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะถึงฮุ่ยลู่เจียวจะเป็นเพียงสาวใช้ แต่ก็เป็นสาวใช้ที่ได้ติดตามคุณหนูสี่ไปทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่สถานศึกษาของต้าเซิ่ง เรียกได้ว่าถานเมิ่งจีได้เรียนรู้อันใด สาวใช้ผู้นี้ก็ได้เรียนเช่นกัน ดังนั้นแล้วเรื่องของท่านอ๋องแปดย่อมต้องทราบดีเป็นแน่

“หามิได้เจ้าค่ะคุณหนูสี่ แต่ลู่เจียวกำลังเรียบเรียงเรื่องราวอยู่เจ้าค่ะ เพราะเรื่องระหว่างคุณหนู องค์ไท่จื่อ และท่านอ๋องแปดนี้นับว่าเป็นศัตรูคู่แค้นมีหนี้แค้นเก่ามากล้นเชียวเจ้าค่ะ” 

“……” 

คราวนี้กลับเป็นคนในถังไม้บ้างแล้วที่หมดคำจะถามต่อไป เพราะมิคาดว่าระหว่างถานเมิ่งจีในอดีตกับท่านอ๋องแปดหลี่ปิงเฉิงจะเคยมี ‘แค้นเก่า’ ต่อกันนั่นเอง

“เมื่อสามหนาวก่อนคุณหนูเกิดไปรับรู้ว่าคุณหนูเหลิ่ง ‘เหลิ่งหลิวหราน’ บุตรสาวคนโตของท่านอัครมหาเสนาบดีเหลิ่งมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับองค์ไท่จื่อที่เป็นคู่หมั้นคู่หมายของตนเอง ทั้งที่ฝ่ายคุณหนูใหญ่เหลิ่งเองก็เพิ่งจะหมั้นหมายกับท่านอ๋องแปดหลี่ปิงเฉิงเจ้าค่ะ” 

“……” 

เหมือนถูกชกตรงลิ้นปี่ เพราะถานเมิ่งจีคนใหม่ที่ไร้ความทรงจำเดิมไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าในอดีตบุรุษที่ทั้งดูเป็นสุภาพบุรุษและอ่อนโยนเช่นหลี่ไท่หยางจะเคยทำเรื่องไม่สมควรกับคนที่กำลังจะเป็นว่าที่น้องสะใภ้ได้ลงคอนั่นเอง

“เล่าต่อไป” 

แต่เพียงครู่เดียวนางก็คิดตกว่าตนเองก็หาได้รักใคร่อันใดบุรุษนามหลี่ไท่หยาง หากจะมีก็เพียงชื่นชมและชื่นชอบ แต่ถึงขั้นรักใคร่จนเสียใจเมื่อทราบว่าเขาเคยนอกกายและนอกใจนางยังไปไม่ถึง

“คงไม่เกิดเรื่องร้ายหากว่าคุณหนูใหญ่เหลิ่งสุดท้ายกลับมีข่าวจากคนในจวนอัครมหาเสนาบดีว่านางกำลังตั้งครรภ์เจ้าค่ะ ลู่เจียวจำได้ว่าพอคุณหนูทราบก็โกรธมาก ไม่ฟังผู้ใดตรงไปจวนสกุลเหลิ่งทันที แต่ก็ไม่ได้พบหน้าคุณหนูใหญ่เหลิ่งอยู่ดีเจ้าค่ะในวันนั้น” 

ถานเมิ่งจีในวันนั้นอายุเพียงสิบสามหนาว ไม่แปลกที่จะควบคุมโทสะไม่ได้ถึงขั้นบุกจะไปเอาเรื่องคน

“แต่นั่นกลับยิ่งเพิ่มความโกรธแค้นให้คุณหนูมากขึ้น ยิ่งคุณหนูใหญ่ม่านอวี้เอาข่าวบางอย่างมาบอกแก่คุณหนูอยู่หลายวัน ก็เหมือนยิ่งเพิ่มความแค้นใจให้คุณหนูเจ้าค่ะ” 

หึ! นางคิดอยู่แล้วทีเดียวว่าคนเช่นถานม่านอวี้คงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องความลับในเชิงชู้สาวของคุณหนูใหญ่สกุลเหลิ่งและองค์ไท่จื่อไม่มากก็น้อย ซึ่งเท่าที่ได้ฟังจากปากของสาวใช้นางก็ยิ่งมั่นใจว่าที่ความลับมันแดงจนมาเข้าหูถานเมิ่งจีในอดีต ถานม่านอวี้จะต้องเป็นคนนำมาเปิดโปงเป็นแน่

“คุณหนูพยายามที่จะไปพบหน้าคุณหนูใหญ่เหลิ่งอีกหลายครั้ง แต่ก็ล้มเหลวจวบจนถึงเทศกาลแข่งขันล่าสุนัขจิ้งจอกบนภูเขาไถ่ซานที่เหล่าคุณหนูและคุณชายสกุลใหญ่รวมไปถึงเชื้อพระวงศ์ต้องเข้าร่วม หากไม่เข้าร่วมก็จะถูกมองว่าไม่ภักดีต่อราชวงศ์หลี่ มาถึงคุณหนูจึงบอกแก่ลู่เจียวว่าเป็นโอกาสที่ดี” 

ถึงสาวใช้คนสนิทจะกล่าวว่าเป็น ‘โอกาสที่ดี’ หากแต่เจ้าจันทร์หรือก็คือถานเมิ่งจีคนปัจจุบันกลับคิดดีไม่ได้เลยเพราะคนเอาแต่ใจและอยู่ในอารมณ์โกรธ แถมขณะนั้นถานเมิ่งจีอายุเพียงสิบสามหนาวคงมีแต่ความคิดตื้นเขินเป็นแน่

“หลังจากนั้นเกิดอันใดขึ้นหรือลู่เจียว” 

สาวใช้ลู่เจียวอ้ำอึ้ง เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้กลับทำให้หัวใจของถานเมิ่งจีดำดิ่งไปกับการหวาดกลัวคำตอบ แต่หากไม่รู้เอาไว้ นางจะประเมินความแค้นระหว่างตนเองและหลี่ปิงเฉิงไม่ได้เช่นกัน

“ในหุบเขาไถ่ซาน ลู่เจียวมิได้ติดตามคุณหนูไปเจ้าค่ะ เพราะวันนั้นเกิดถ่ายท้องจนลุกไม่ไหว มีเพียงคุณหนูสี่กับคุณหนูใหญ่และสาวใช้ของคุณหนูใหญ่ที่ติดตามนายท่านและคุณชายสามไปเจ้าค่ะ และที่ทราบหลังจากนั้นก็คือคุณหนูสี่นำงูโยนใส่ม้าขณะที่คุณหนูใหญ่เหลิ่งกำลังขี่อยู่ จนม้าตกใจตื่นเตลิดแล้วตกหน้าผาไปทั้งคนทั้งม้า กว่าจะค้นหาพบก็อีกสามวันให้หลังจึง…” 

ลู่เจียวหยุดเล่าเพื่อกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกับไม่กล้ามองหน้าของถานเมิ่งจี จนคนในถังน้ำสมุนไพรกำหมัดแน่น ไม่อยากให้คำตอบนั้นเป็นไปในทางที่ร้ายเลย ทว่าคำขอของนางกลับไร้ผล

“จึงพบศพของคุณใหญ่เหลิ่งและม้าเจ้าค่ะ แล้วที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือหลังจากมีการตรวจศพจึงพบว่าคุณหนูใหญ่เหลิ่งกำลังตั้งครรภ์ได้สามเดือนเจ้าค่ะ” 

ความรู้สึกเหมือนถูกกำปั้นแกร่งชกตรงลิ้นปี่หวนคืนกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันจุกและเจ็บอย่างสาหัส เพราะถึงนางหาใช่คนทำ แต่เจ้าของร่างกายนี้ในอดีตก็เป็นผู้ทำ มันคือการฆ่าคนเชียวนะ และหาใช่ฆ่าเพียงหนึ่ง แต่ฆ่าถึงสามชีวิต!

“แล้ว…แล้วข้าไม่ได้รับโทษอันใดเลยหรือ ข้าสังหารคนถึงสองกับม้าอีกหนึ่งเชียวนะ” 

ถามออกไปถานเมิ่งจีก็ยกมือสองข้างขึ้นมามอง ก่อนจะบังเกิดภาพหลอนเห็นสองมือตนเองมีแต่โลหิตแดงเถือกไปหมด!

“กรี๊ด!!!” 

“คุณหนูสี่! คุณหนูสี่ ท่านหมอหลวง! มีผู้ใดอยู่ด้านนอกบ้าง มาช่วยเร็วเข้า คุณหนูสี่ของข้าหมดสติไปแล้ว…” 

เสียงของลู่เจียวดังห่างออกไปทุกที แต่ภาพมือเปื้อนเลือดกลับติดตาจนนางดำดิ่งสู่ความมืดมิดก็ยังไม่เลือนหาย!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่ 15

    ตลอดงานพิธีการในช่วงเช้าเริ่มตั้งแต่ลงจากหลังม้าจนยกน้ำชาให้กับฮ่องเต้และฮองเฮา ถานเมิ่งจีทำทุกสิ่งถูกต้องเพราะนางทำใจได้แล้ว คิดว่านับจากนี้นางคือลูกจ้าง ส่วนท่านอ๋องแปดคือนายจ้าง เรื่องทางกายนางคิดหลบหลีกคงยาก ซึ่งคิดให้ดีหลี่ปิงเฉิงเปิดเผยพูดจาจริงใจยังดีกว่าหลอกลวงให้นางคิดเข้าข้างตนเอง‘เป็นเช่นนี้ย่อมดีแล้ว’ นางคิดในใจอย่างไม่ถือโทษโกรธท่านอ๋องแปดอีกต่อไป เพราะเขาชัดเจน นางเองก็จะได้ชัดเจนเช่นกัน ระหว่างนางกับเขามีเพียงความใคร่ หากร่วมหมอนจะไม่มีสิ่งใดเกินไปจากนั้น“เจ้าเหนื่อยเกินไปจนสติวิปลาสไปแล้วหรือ?”หลี่ปิงเฉิงที่สังเกตมาพักใหญ่แล้วเห็นว่าถานเมิ่งจีนั้นดูยิ้มแย้มใบหน้าผ่องใส ผิดกับเมื่อครั้งลงจากหลังม้ามาพร้อมกัน ก็ให้สงสัยว่าที่ตนพูดออกไปอาจทำร้ายจิตใจนางจนสติวิปลาสไปแล้วหรือไม่ จึงดูกลับมาร่าเริงได้ไวถึงเพียงนี้ หรือผู้ใดแอบเอาน้ำชาต้าหมา (กัญชา) ให้นางกินเข้าไป จึงดูอารมณ์ดีเกินไปเช่นนี้“เหนื่อยนั้นมาก แต่รู้สึกว่าการแต่งงานนี้ที่จริงก็หาได้เลวร้าย จึงทำให้หม่อมฉันอารมณ์ดีเพคะ” หญิงสาวหันไปคุยกับเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มออกมาจากใจจริงแท้ ดูอย่างไรนางก็ไม่ได้เสแสร้งจนเ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่ 14

    ตอนที่ 14แปดวันช่างผ่านไปเร็วนัก นับตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาถานเมิ่งจีและถานม่านอวี้ถูกเหล่าฮูหยินถานและถานไท่เว่ยพาเข้าไปยังหอบรรพชนโดยมี ‘ถานเหยียนซ่ง’ บุตรชายคนรองสายตรงที่จะรับตำแหน่งผู้นำสกุลถานคนต่อไป ซึ่งเพิ่งกลับมาจากชายแดนถึงสกุลถานเมื่อสองวันก่อนก็เข้าไปร่วมชมพิธี ‘อำลาบรรพชน’ เช่นสตรีทุกคนในดินแดนต้าเซิ่งแห่งนี้ล้วนต้องกระทำเมื่อยามออกเรือน และถานเหยียนซ่งในอนาคตแน่นอนว่าจะต้องทำหน้าที่บิดาส่งบุตรสาวออกเรือนต่อจากถานหมิงฮ่าวคนเดียวที่ไม่อาจเข้าร่วมมีเพียงถานเถียนหย่ง ถึงภายนอกอีกฝ่ายไม่แสดงกิริยาไม่พึงใจออกไป แต่ภายในใจของคุณชายสามกลับเต็มไปด้วยความริษยาพร้อมจะสาดเพลิงโทสะสังหารพี่ชายต่างมารดาที่ได้ดีมีหน้ากว่าตนทุกสิ่ง โดยไม่สนใจว่ากว่าถานเหยียนซ่งเขาจะก้าวหน้าถึงเพียงนี้ลำบากยากเข็ญเพียงใด ต้องฝึกฝนวิชาการต่อสู้มาตั้งแต่วัยเพียงห้าหนาว จนเก่งกาจรอบด้านทั้งบุ๋นและบู๊ต่างจากเด็กวัยเดียวกันมากเพียงใด“เริ่มท่องคติธรรมครองเรือนแห่งต้าเซิ่งได้แล้ว เสี่ยวม่าน เสี่ยวเมิ่ง”สองกายอรชรในอาภรณ์สีแดงลวดลายนกยวนยางคู่สีทองนั่งบนเบาะหน้าแท่นวางป้ายวิญญาณคนสกุลถานเคียงข้างกัน โดยมีเห

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่13

    ตอนที่ 13หน้าจวนสกุลถานไท่เว่ยวันนี้พอได้ฟังว่าหลานสาวตัวน้อยกำลังจะกลับจวน เหล่าฮูหยินถานก็ไม่กลัวแดดกลัวลมสั่งให้บ่าวไพร่ชายหญิงยกเก้าอี้มาให้นั่งรอตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันสาดแสงเลยด้วยซ้ำ เห็นแล้วสองพี่น้องถานเถียนหย่งและถานม่านอวี้ต่างก็ริษยาจนขนตาแทบไหม้“ท่านย่ากลับไปรอในโถงกลางดีหรือไม่เจ้าคะ แดดเริ่มแรงแล้ว ประเดี๋ยวจะป่วยเอาได้นะเจ้าคะ” ถานม่านอวี้ที่ไม่ยอมพลาดทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูตัวร้ายของตนเร่งรุดตรงไปเอาหน้ากับผู้เป็น ‘ท่านย่า’ เพื่อประจบสอพลอ แต่ดูไม่ประจบสอพลอ ทว่ากิริยานั้นดูห่วงใยจากใจจริง แต่คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาขนาดเหล่าฮูหยินมีหรือจะมองไม่ออก ถึงนางมองออกและเท่าทันอย่างไร เหล่าฮูหยินถานกลับไม่แสดงออกมา นางเลือกที่จะเก็บจดทดเอาไว้ในใจเพียงเท่านั้น เพราะหนึ่งในอดีตนางเคยใจร้ายกับมารดาของถานม่านอวี้ จนสุดท้ายพอคลอดถานเถียนหย่งออกมาได้เพียงเจ็ดวัน สตรีผู้นั้นก็แขวนคอตายจากไปกับสองเพราะนางผ่านโลกมานานจึงทราบว่ายิ่งตนเองตำหนิถานม่านอวี้ก็คล้ายดังนางโยนถ่านร้อน ๆ ไปใส่ถานเมิ่งจี เช่นนี้ที่ผ่านมานางจึงทำราวกับเป็นคนแก่สายตาไม่ดีหูก็ตึง ถานม่านอวี้รังแกถานเมิ่งจีบ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่12

    ผ่านไปถึงเจ็ดวันกว่าที่ถานเมิ่งจีจะลุกขึ้นจากเตียงไหว แต่ยังดีว่านับจากค่ำคืนนั้นหลี่ปิงเฉิงก็ไม่โผล่หน้ามาให้นางได้ลำบากใจอีกเลย ช่างดีต่อใจของนางอย่างยิ่งจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาถึงสิบเอ็ดวัน นางจึงได้โอกาสกลับจวนสกุลถาน เพราะเหลือเวลาสำหรับเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวอีกเพียงแปดวันเท่านั้น ซึ่งตลอดเวลาถานเมิ่งจีก็มีความสุขไม่น้อย เพราะที่ตำหนักซ่างหยางนี้ไม่มีถานม่านอวี้คอยทำให้นางปวดสมองกับความร้ายกาจที่มาในคราบของผู้ถูกกระทำ แล้วผลักภาระบทนางร้ายให้นางแสดงอยู่ทุกวัน ยิ่งท่านอ๋องแปดทำตัวดังกับว่าได้ตายจากไปแล้วนางยิ่งสุขล้น!“รถม้ามารอที่หน้าตำหนักแล้วพ่ะย่ะค่ะพระชายาถาน” คนที่กำลังเตรียมตัวจะลุกขึ้นเดินถึงกับสะดุดแทบล้ม ยังดีมีลู่เจียวช่วยประคอง เพราะอยู่ดี ๆ กลับถูกท่านกงกงอาวุโสเรียกนางว่า ‘พระชายาถาน’ ทั้งที่อีกตั้งแปดวันงานแต่งงานพระราชทานจะมาถึง“ทะ ท่านหลิ่วกงกง ข้ายังเป็นเพียงคุณหนูสี่เท่านั้น” นางเอ่ยแก้ความเข้าใจของท่านกงกงซึ่งดูจากหลายวันที่ผ่านมาแล้ว นางคิดว่ากงกงผู้นี้คงดูแลตำหนักซ่างหยางแห่งนี้ทั้งหมดเป็นแน่ อนาคตนางจะมาอาศัยที่ตำหนักแห่งนี้ก็สมควรพูดจาให้ดีกับกงกงผู้นี้เอาไ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่11

    ตอนที่ 11กึก! กึก!เสียงฝีเท้าหนักดังปลุกให้ลู่เจียวที่หลับอยู่หน้าเตียงของคุณหนูสี่สะดุ้งก่อนจะลุกขึ้นนั่งด้วยใบหน้าเลิ่กลั่ก ก่อนจะซีดจนขาวเมื่อเห็นจนกระจ่างว่าผู้มาเยือนในยามดึกดื่นนั้นคือ ‘ท่านอ๋องแปด’ หาใช่คนร้ายที่ใด แต่สำหรับนางแล้วให้เป็นคนร้ายยังน่ากลัวน้อยกว่าท่านอ๋องแปดหลายส่วนนัก!“ท่านอ๋องแปด!” “หุบปาก แล้วตามคนของเปิ่นหวางไปพักข้างนอก” ลู่เจียวนั้นยังคงนิ่ง เพราะไม่คิดทิ้งคุณหนูสี่ไว้กับบุรุษร้ายกาจนาม ‘หลี่ปิงเฉิง’ ต่อให้อีกฝ่ายมีใจคออำมหิตเพียงใดสาวใช้ผู้จงรักภักดีต่อนายสาวก็ไม่กลัวตาย“อยากตายสินะ!” กระบี่ในมือตวัดไปพาดบนลำคอเล็กของสาวใช้ไม่กลัวตายตรงหน้าเตียง แต่ถึงลู่เจียวจะหวาดกลัวจนตัวสั่นหน้าซีดเผือด แต่นางกลับไม่ยอมขยับเปิดทางให้แก่ท่านอ๋องแปดแม้เพียงเสี้ยวธุลี หลี่ปิงเฉิงจับจ้องสาวใช้ของคุณหนูสี่ราวกับจะฉีกเนื้อเลาะกระดูก นางเองก็กัดฟันจ้องตอบเช่นกัน กลัวตายนั้นนางก็มีไม่ต่างจากคนอื่น ๆ แต่นางมีหน้าที่ ‘ปกป้อง’ คุณหนูสี่ ต่อให้ต้องตายลงเดี๋ยวนี้นางก็ไม่เสียใจ“!!!” ลู่เจียวเร่งหลับตาลงทันทีที่เห็นว่าท่านอ๋องแปดเงื้อมือที่กำด้ามกระบี่ขึ้นสูงสุดปลายแขน ทำใจเ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่ 10

    ตอนที่ 10และตลอดทั้งบ่ายไปจนถึงตลอดคืน ไข้ของถานเมิ่งจีก็ยังสูงอย่างน่าเป็นห่วง จนหลี่ปิงเฉิงต้องเรียกให้ท่านหมอหลวงจางมาพักค้างแรมภายในตำหนักซ่างหยางของตนเสีย เนื่องจากเกรงว่าหากคุณหนูสี่อาการทรุดหนักก็จะได้มีหมอรักษาได้ทันเวลาไม่ประมาทอีกต่อไป“บาดแผลของคุณหนูสี่นั้นไม่ธรรมดา เป็นไข้หนักถึงเพียงนี้ยังนับว่าน้อยหรือ หากให้กระหม่อมกล่าวความจริงจากใจก็คือนางไม่ตายก็นับว่าแกร่งเกินบุรุษบางคนอยู่มากแล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องแปด” ท่านอ๋องแปดรับฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะออกคำสั่งให้ซ่งจินนั้นไปรับตัวสาวใช้คนสนิทของคุณหนูสี่แซ่ถานมาดูแลในช่วงสายของอีกวัน เพราะเขามีข้อราชกิจต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในช่วงค่ำของวันนี้ ไม่ไปไม่ได้ และคนในตำหนักข้างกายที่ตนวางใจได้มีแต่บุรุษทั้งสิ้น คงมีแต่วิธีเท่านั้นจึงพอคลายความกังวลว่านางอาจถูกอีกฝ่ายส่งคนมา ‘ซ้ำรอย’ จนนางถึงแก่ความตายไป เช่นนั้นแผนของเขาเห็นทีจะเสียหายไปไม่มากก็น้อยเป็นแน่“ข้าได้ข่าวว่าถานเมิ่งจีถูกลอบสังหาร เรื่องนี้จริงเท็จเป็นประการใดกันแน่ปิงเอ๋อร์” หลังจากประชุมขุนนางเสร็จเมื่อช่วงบ่าย บัดนี้จึงเป็นมื้อค่ำพร้อมหน้าทั้งไท่จื่อ กู้ฮองเฮา ร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status