แชร์

บทที่ 4 ความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจ

ผู้เขียน: Futhaone
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-04-02 21:47:29

 

เจิ้งเจี๋ยมองใบหน้าขาวซีด ที่หมดสติภายใต้ออมแขนของตน พร้อมความสับสนวุ่นวายใจ ด้วยเหตุใดกัน ตัวเขาถึงเลือกที่ทิ้งกระบี่มังกรคู่ใจ เพียงเพื่อรับร่างไร้สติของทหารอ่อนแอผู้นี้ได้ ดวงตาเข้มยังคงพินิจพิจารณาทุกส่วนของใบหน้า ขนตาที่เรียวยาว ปากชมพูอันอวบอิ่ม แก้มแดงราวกับมะเขือเทศ มันช่างดูงดงามราวกับสตรีเหลือเกิน

ตึก! ตึก! ตึก! เสียงหัวใจดังขึ้น เต้นแรงอย่างผิดปกติ เพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความกังวลและความสับสนเช่นนี้ เป็นเพราะอะไรกัน

ดอกเหมยฮวาร่วงโรยลงมาบนใบหน้าของเสี่ยวเยาอย่างนุ่มนวล แม่ทัพจ้องมองนางอย่างไม่ละสายตา ก่อนเงยหน้ามองต้นเหมยฮวาด้วยความตกตลึง เหตุใดต้นไม้ที่โดนสาปไปพร้อมกับเขา ถึงร่วงโรยลงมาในเวลานี้ นับสิบปีที่เขาเฝ้ารอคอยให้มีผู้ใดมาแก้คำสาปของตน กลิ่นหอมของดอกเหมยฮวาที่มันปลิวละล่องไปทั่วทุกทิศทาง ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายของเหล่าทหาร ที่ยินดีกับปรากฎการณ์นี้ 

"เหตุใดดอกเหมยฮวาถึงร่วงโรยลงมา ในขณะที่เจ้าอยู่ในอ้อมแขนข้า หู่หลง? "

ร่างบางอ่อนระทวยในชุดทหาร ถูกโอบอุ้มด้วยเเขนแกร่งอันทรงพลัง มุ่งตรงไปยังจวนท่านแม่ทัพ ท่ามกลางเหล่าทหารที่ยืนมองด้วยความสงสัยในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของท่านแม่ทัพ เพราะไม่เคยมีทหารผู้ใดถูกปฏิบัติด้วยความอ่อนโยนดังเช่นนายทหารผู้นี้มาก่อน แต่ถึงกระนั้นก็อย่าได้ชะล่าใจไปเพราะนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ก่อนหน้านี้...

"เอาพวกนางไปขังไว้ อย่าให้เห็นเดือนเห็นตะวัน ไม่เช่นนั้นก็ส่งตัวกลับวังไปซะ!!"

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเดือดดาลของท่านแม่ทัพ 'เจิ้งเจี๋ย' ทำให้เหล่านางกำนัลต่างหวาดกลัว จนตัวสั่นราวกับลูกนกในกำมือ ท่ามกลางเหล่าทหารนับสิบยืนล้อมเหล่าพวกนาง ด้วยสีหน้าอันโหดเหี้ยม พร้อมกระบี่จี้ตรงคอ หมายจะสบั่นให้ขาดในพลิบตา เมื่อมีรับสั่ง

"ฝ่าบาททรงรู้ว่า ท่านแม่ทัพต้องปฏิเสธ จึงรับสั่งไว้ว่า ท่านแม่ทัพต้องเลือกนางกำนัลไว้ปรนนิบัติรับใช้ให้จงได้ มิเช่นนั้นก็แต่งตั้งทหารชั้นผู้น้อยไว้รับใช้แทนนางกำนัลเจ้าคะ"กูกูผู้ที่ยึดมั่นในคำสั่ง มีหรือที่นางจะยอมกลับไปแต่โดยดี แม้ต้องยืนรออยู่ตรงนี้เจ็ดชั่วยาม ก็จะทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จลุล่วงไปด้วยดีเสียก่อน  

"ข้าจะคัดเลือกเหล่าทหารชั้นผู้น้อย ไว้ปรนนิบัติของกาย แทนพวกนางกำนัลของเจ้า จงกลับเข้าวังไปซะเถอะ! ท่านกูกูย่อมรู้ดีว่า เหตุใดข้าถึงจงเกลียดจงชังเหล่านางกำนัลยิ่งนัก " กูกูรับรู้ได้ถึงคำพูดอันหนักแน่นของท่านแม่ทัพ ขืนนางยังฝืนอยู่อย่างนี้ คงมีแต่จะเอาชีวิตตนและพวกนางกำนัลมาแขวนอยู่บนเส้นด้ายเสียเปล่าๆ

ท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ย นับว่าเป็นแม่ทัพคนโปรดขององค์จักรพรรค หากจะให้ขนานนามที่ถูกต้องก็คือ เจิ้งเจี๋ย มีชื่อเสียงที่เลื่องลือทางด้านสติปัญญา ที่เฉียบคม มองการไกล แถมวรยุทธ์เป็นเลิศมิอาจมีผู้ใดในใต้หล้าเทียบเคียงได้ ความโหดเหี้ยมที่เล่าขานกันปากต่อปากเป็นเพียงตำนานที่ไม่มีผู้ใดพบเจอกับตัวมาก่อน  รู้เพียงว่าเคยต่อสู้สงครามเคียงข้างองค์จักรพรรคด้วยความจงรักภักดีดั่งเช่นบิดาของเขา  จนชนะศึกสงครามสามแคว้นใหญ่ ผู้คนในใต้หล้าไม่ผู้ใดไม่รู้จักท่านแม่ทัพ'เจิ้งเจี๋ย'

"ข้าน้อยขอลาท่านแม่ทัพ" กูกูและเหล่านางกำนัลต่างพากันกลับ ด้วยความจำนนแต่โดยดี เหล่านางกำนัลทั้งหลาย ต่างรู้สึกโล่งใจไร้ความหวาดกลัวจนสิ้น เพราะไม่มีผู้ใดอยากทำงานอยู่ในจวนท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ย นอกเสียจาก...นางกำนัลผู้นั้น ที่บัดนี้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

สองกำนัลผู้น้อยกำลังซุบซิบนินทากันโดยไม่ทันระวังตนว่า มีบุคคลอื่นแอบฟังเรื่องราวอยู่ตรงมุมอับ ผู้ที่ว่านั้นเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก 'เสี่ยวเยา'

"ว่ากันว่าท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ยสั่งฆ่านางกำนัลเหมยหลิน เห็นว่านางถูกท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ย ผลักตกหน้าผาอสรพิษดำ"

"ยึ๋ย!! ข้านึกถึงหน้าผาด้านล่างนั่น ที่เต็มไปด้วยเหล่าอสรพิษดำ ท่านแม่ทัพเลี้ยงดูพวกมัน เพื่อเป็นใช้อาวุธสังหารคนที่โหดเหี้ยมเกินมนุษย์ ฝ่าบาททรงโปรดปรานท่านแม่ทัพผู้นี้ได้อย่างไรกัน"

"จุ๊ๆ เบาเสียงหน่อย เจ้าอย่าเอ่ยถึงเบื้องบน หากมีใครผ่านมาได้ยินเข้า เราสองคนคอขาดแน่ เจ้าก็รู้ว่าท่านแม่ทัพเป็นอนุชาคนโปรดของฝ่าบาท แต่มีเรื่องที่ข้าเพิ่งได้ยินมาจากเหล่านทหาร ที่ว่ากันว่า ท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ยโดนคำสาปด้วย"

"โดนคำสาป!! "

"ใช่ ว่ากันว่าใครที่อยู่เคียงข้างท่านแม่ทัพ ย่อมถึงแก่ความตายทุกคนไป"

นางกำนัลทั้งสองที่กำลังนำเสื้อผ้าแพร่ไหมปักลวดลายมังกรทอง เดินตามท่านกูกูไปยังตำหนักใหญ่

"อ...อึก!!!เป็นอนุชาของฝ่าบาท มิน่าล่ะ! ถึงเหิมเกริมได้ถึงเพียงนี้ แถมยังโครตน่ากลัว รีบหาทางหนีกลับบ้านก่อนดีกว่า"

เสี่ยวเยาผู้ที่แกล้งทำเป็นสลบ ใช้กลอุบายจนแอบออกจากจวน นางผ่านกำแพงหลังจวนท่านแม่ทัพออกมาได้ ด้วยวิธีการที่ไม่มีผู้ใดหลอกเลียนแบบได้ เสี่ยวเยาแอบเข้าวังเพื่อตามหากูกูท่านนั้น ผู้ที่รู้วิธีการกลับไปยังโลกปัจจุบัน

"เหมือนเห็นหลังกูกูอยู่ไวไว หายไปไหนแล้วนะ!"

"........"

"นางกำนัลต่ำต้อยกล้าดีอย่างไร!! ขัดคำสั่งท่านอ๋อง ถอดเสื้อผ้าของเจ้าซ่ะ "

"ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถิด ข้ามิอาจทำได้"

พลั๊วะ!

 ใบหน้าสวยงามของนางกำนัลผู้น้อยโดยฝ่ามือทรงพลังผู้ที่ขึ้นชื่อว่าบุรุษ กวัดแกว่งไปยังแก้มทั้งสองข้างอย่างไร้ความปราณี วีรบุรุษเยี่ยงนี้ไม่ควรเกิดมาด้วยซ้ำ ว่าแต่ท่านอ๋องผู้นั้นกับนั่งดื่มน้ำชาอย่างสำราญใจ เสมือนว่าตนไม่ได่นั่งอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ได้อย่างไร ไม่สะทกสะท้านช่างไร้ความรู้สึก เสี่ยวเยาได้แต่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา  

'ผู้ชายตบตีผู้หญิงมีมาตั้งแต่ยุคนี้เลยเหรอ'

นางครุ่นคิดในใจก่อนจะเดินดรุ่ยๆมุ่งตรงไปยังจวนท่านอ๋อง เพราะภาพตรงหน้านั้น ยิ่งทำให้นางรู้สึกเดือดดาลขึ้นมาอย่างลืมตน

"ได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถิด"น้ำเสียงที่อ้อนวอนร้องขอชีวิตเล็กๆไร้ซึ่งหนทางหลีกหนีได้ ช่างดูไร้ค่ายิ่ง สำหรับบุรุษที่ยืนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

"ตบตีผู้หญิงแบบนี้ หมายจะฆ่าให้ตายหรือไง เจ้าคนชั่ว นี่เพศแม่แกเลยนะ!!"น้ำเสียงตะคอกดังขึ้นด้วยความโกรธกริ้วสุดจะอดกลั้นไว้อีกต่อไป 

"เอ๊ะ!! ทหารผู้นี้พูดจาแปลกประหลาด แถมยังรนหาที่ตาย กล้าดีอย่างไร? ต่อหน้าท่านอ๋อง ยังกล้า ช่างเอิมเกิมยิ่งนัก! "บุรุษผู้มองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยความสงสัยในรูปลักษณ์ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน

"แล้วไง? วีรบุรุษระยำเลวทราม เยี่ยงพวกท่าน สมควรให้ฉันคำนับหรือไง?"

"เจ้า!! รนหาที่ตายเสียแล้ว"

'หึหึ เจ้าต่างหากที่รนหาที่ตาย"เสี่ยวเยายิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย อย่างน้อยนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอ ตบตีกับพวกดูถูกผู้หญิง

       "ตายซะเถอะ! ""

อ๊ากกก สู้ตายเว้ยย!!"

"ฮ๊าาา"

เสี่ยวเยากระโดดขึ้นคอนายพลท่านนั้น อย่างไม่ลังเล ถึงนางจะไม่เป็นวรยุทธิ์ ไม่มีทักษะใดๆ แต่ไม่เคยให้ใครรังแกตนได้ง่ายดายหรอก 

"โป๊ก!! โป๊ก!! นี่แนะ!! นี่แนะ!! กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายเพศแม่ของแกฮ่ะ" นางใช้กำปั้นอันทรงพลัง ที่ไม่รู้ว่าได้พลังนี้มาอย่างไร นางทุบกำปั้นลงไปบนศรีษะ และลำตัวของพลทหารผู้นั้นนับครั้งไม่ถ้วน อย่างเมามัน ที่น่าทึ่งไปกว่านั้น คือนางไม่เจ็บมือเลยสักนิด

"อะไรเนี่ย!! ไม่เจ็บมือเลยเหรอ ว้าวสุดยอด"

"โฮ้ย! โฮ้ย! แค่มัดเล็กๆ ทำไมเจ็บปวดเช่นนี้"

"นั้นซิ ดังนั้น ข้าจะพวกทุบเจ้าด้วยมัดเล็กนี้ จนกว่าพวกเจ้าจะขอโทษ นางกำนัลผู้นี้ ไม่สิ ลองท่าไม้ตายของข้าเป็นไง ย๊าก!!!"

"ฮ๊ากกกกกก!!! จ..จะ..เจ้า!" ทหารผู้นั้นร้องโอดครวญขึ้นด้วยความเจ็บปวด เลือดขึ้นหน้าจุกไปทั้งกายและใจ ดิ้นทุรนทุราย เหมือนจะตายเสียให้ได้ เมื่อเสี่ยวเยาขย่ำสุดแรง ตรงแก่นกายน้อยอย่างไร้ความเมตตา

"วรยุทธ์ของข้าคือ กำให้มิด บิดให้แน่นไงล่ะ เชอะ!"เสียงกระซิบเบาๆของนางทำให้ดวงตาเบิกโพลงด้วยตกตลึง

"อึก!! T-T จะ..เจ้า..อึก!"

".........."

เสี่ยวเยาประคองนางกำนัลผู้บาดเจ็บให้ลุกขึ้นยืน เพื่อจะก้าวออกจากจวนหลังนี้ให้ไว

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เยี่ยม เยี่ยม ข้าชักสนใจทหารน้อยผู้นี้แล้วซิ "

บัดนี้ ท่านอ๋องผู้นั้นได้ลุกขึ้นเดินตรงมายังพวกนางทั้งสอง อย่างสง่าฝ่าเผย ไร้ความรู้สึก เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง  ตรงปลายคิ้วมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ แต่ไม่อาจกลบกลื่นความหล่อเหลา ดุจดั่งท่านชายในเทพนิยายได้ ข้างกายมีดาบดำคู่ใจ แววตาที่ไร้ความกลัว ไร้ความรู้สึก มันคืออะไรกันนะ เสี่ยวเยาไม่รอช้ารีบใช้กำปั้นของตน หมายจะทุบตีตรงศรีษะ ไม่เช่นนั้นนาง และนางกำผู้นี้อาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปก็ได้

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   ตอนที่ 36 ตอนพิเศษ (1)

    ทุกอย่างกลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง ท่ามกลางผู้คนที่แสนจะวุ่นวายบนท้องถนนเดินวนไปวนมาในตัวเมืองไร้ความสงบ เป็นสัญญาณการกลับมายังยุคเดิมของใครผู้หนึ่งภายใต้ความสงสัยใคร่รู้ว่าเรื่องราวระหว่างพวกเขามันจบลงเพียงเท่านี้จริงๆ หรือ? "นี้ๆเหยา เสี่ยวเหยา" เสียงใสที่คุ้นเคยดังขึ้น"เอ๊ะ!"ดวงตากลมโตพองโตด้วยความสับสนและหวาดหวั่น เมื่อพบว่าตนเองยังคงยืนจ้องมองภาพวาดพู่กันแต่ทว่าสองเท้าผงะถอยหลังเล็กน้อย เมื่อภาพวาดพู่กันใบนั้นกลับกลายเป็นภาพวาดพระราชวังอันว่างเปล่าไม่มีสิ่งอื่นใด แม้กระทั่งบุคคลที่ยิ่งใหญ่ดั่งเช่นองค์จักรพรรดิไท่จู่ หรือนี่คือตอนจบที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงพร้อมเขาผู้ที่หลับใหลภายใต้อ้อมแขนเธอไปตลอดกาล"อึก!" น้ำใสเอ่อล้นตรงขอบตาเรียวราวกับว่าโดนของมีคมทิ่มแทงใจเธอตลอดเวลา"เป็นอะไรไปเสี่ยวเหยา ฉันเรียกเธออยู่ตั้งนาน สติหายไปเนี่ย...""เอ๊ะ! ปะ...เปล่าแค่คิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะ!" เธอฝืนยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนสาวเสียงพร่ำบ่นของอิงอิงทำให้รู้ตัวทันทีว่าตนได้กลับมายังปัจจุบันแล้ว ในเมื่อภาพวาดใบนั้นเปลี่ยนเช่นนั้น...ร่างบางไม่รอช้าวิ่งสุดกำลังด้วยใจที่ร้อนรนไปยังแผ่นจารึกหน้า

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   ตอนที่ 35 : สุขอุราภายใต้รักนิรันดร์ จบบริบูรณ์

    ร่างบางภายใต้ชุดทหารก้าวเท้าไปยังกล่องสีทองก่อนเปิดมันออกด้วยใจตื่นตระหนกเล็กน้อย ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อพบว่าในกล่องใบนั้นมีแต่ความว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใดน่าอัศจรรย์ใจกล่องที่ท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ยหวงแหนนักราวกับไข่ในหินทว่าบัดนี้กลับไม่มีสิ่งใดมันว่างเปล่าอย่างน่าเห็นใจ หากเขาฟื้นขึ้นจะเป็นอย่างไรต่อไป ใครกันที่กล้าล้วงคอหมาป่าเช่นเขา"เป็นเช่นนี้แล้ว...ภาพวาดใบนั้นอยู่ใดกัน?" น้ำเสียงอันแผ่วเบาเอ่ยขึ้นอย่างผิดหวังก่อนจะพินหลังมองลี่ซานที่ตกตะลึงไม่แพ้นาง"ข้าไม่รู้จริง ๆ ข้าไปต้มยาให้ท่านแม่ทัพทานก่อน" ร่างสูงรีบวิ่งออกจากที่นี่อย่างว่องไวดุจสายลมเพราะถึงอย่างไรตนก็ไม่สามารถหาคำอธิบายมาให้นางได้ เสี่ยวเหยานั่งลงเบื้องหน้าผู้ที่นอนอย่างสงบด้วยแววตาอย่างหวาดหวั่นเพราะร่างกายที่นอนแน่นิ่งอย่างอิดโรยสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันแผ่วบางมันช่างทรมานใจนางเหลือเกิน"ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรฉันจะช่วยคุณให้ได้!" คำพูดอันหนักแน่นของสตรีผู้ที่มาจากยุคปัจจุบันทำให้คิ้วข้างหนึ่งกระตุกขึ้นเหมือนจะรับรู้ความคิดของนางทว่านางพินหลังจากไปโดยไม่ได้สังเกตเห็นแม้แต่น้อยก่อนจะสั่งให้ทหารเฝ้ายามจวนแม่ทัพไว้อย่าง

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   ตอนที่ 34 : สุขอุราภายใต้น้ำตา (1)

    ร่างสูงสวมเสื้อผ้าสีขาวบางเส้นผมยุ่งเหยิงไร้ความสง่าผ่าเผยดังเช่นก่อนมือหนาคู่นั้นเคยทุบตีทำร้ายผู้อ่อนแออย่างไร้ความปรานีบัดนี้ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเพื่อตอกย้ำความเลวทรามที่ตนเป็นผู้ก่อ ร่างสูงย่างก้าวไปพร้อมองครักษ์ซ้ายขวาแต่ทว่าไม่ใช่องครักษ์ที่เฝ้าอารักขาเขาดั่งเช่นก่อนมุ่งหน้าไปสู่ลานประหารเพื่อให้เหล่าราษฎรทั้งหลายรับรู้ถึงการกระทำชั่วอันมีโทษถึงตายดังเช่นการก่อกบฏโดยหมายจะปลิดชีพฮ่องเต้ผู้เที่ยงธรรมอีกทั้งยังเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดอย่างไร้ความสำนึกผิดชอบชั่วดี ทุกอย่างที่วางแผนไว้จบสิ้นเพียงเพราะเฮ่ออี้ทนต่อพิษบาดแผลไม่ไหวจึงยอมเปิดปากเผยความจริงจนหมดสิ้น"ข้าแค่ทำตามคำสั่งของท่านอ๋อง สั่งการให้ข้าหาวิธีทำให้ท่านแม่ทัพเข้าใจผิดว่านางทรยศต่อท่าน! ข้าจะได้ทองคำเป็นสิ่งตอบแทน"" เพียงเพราะต้องการทองคำเจ้าถึงกับทำร้ายสตรีเช่นนี้ยังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่! " ริมฝีปากของเขาเม้มแน่นด้วยความพยายามกลั้นความรู้สึกอันโทสะไว้ในใจ"ชะ..ใช่! ข้าไม่สมควรเกิดมาเป็นบุรุษท่านแม่ทัพโปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถอะ ขะ..ข้า..สาบานว่าจะไม่ทำเยี่ยงนี้กับผู้ใดอีก""อย่างนั้นเหรอ ฮึ! " เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย'

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   ตอนที่ 33 : ค่ำคืนที่มิอาจยับยั้งชั่งใจได้ NC18+

    จันทราสีทองสว่างรายล้อมไปทั่วหุบเขากิ่งไม้ไผ่กระทบไปมาท่ามกลางสายลมพัดโบกสลับกิ่งไม้ดังสนั่นไปทั่วใบไม้นั้นกระทบแสงทองของดวงจันทร์งดงามดุจดั่งสวนสวรรค์ ร่างบางถูกวางไว้บนเสื้อคลุมขนสัตว์อันอบอุ่นของเขา ไม่รู้เวทมนตร์อันใดถึงทำให้นางยอมจำนนต่อเขาอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ แม้จะหักห้ามใจไว้เพียงใดแต่กลับถลำลึกอยากถอนตัวยิ่งมองแผ่นอกกว้างอันไร้พันธนาการมันช่างหอมหวานรัญจวนใจเหลือเกิน 'นี่หรือ? หากได้ลิ้มลองสักครั้งยากจะลืมได้ โรคจิตเหรอเปล่าเราแล้วอย่างนี้จะทำใจกลับบ้านได้อย่างไร อึก!' ความคิดหยุดนิ่งเมื่อริมฝีปากหนาบดริมฝีปากสวยได้รูปของนางเพื่อชิมรสหวาน สัมผัสนั้นช่างเร่าร้อนยิ่งกว่าไฟสงครามเสียอีก มือหนาเคล้นคลึงทรวงอกอย่างไม่ทันให้นางได้เตรียมใจความเสียวสะท้านแผ่ซ่านไปทั้งตัวอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เขาเปลื้องชุดบางที่สวมใส่ในตัวนางออกอย่างง่ายดาย "อะ..อะ...ดะเดี๋ยวสิ!" ดวงตาคู่สวยถี่ลงเล็กน้อย "ครั้งนี้...จะเจ็บไหม?" น้ำเสียงสั่นระริกของนางทำให้เขาเผยยิ้มอย่างเอ็นดู"ข้าจะทะนุถนอมเจ้าเป็นอย่างดี จงอย่าได้เป็นกังวลไปเพราะข้ารักเจ้าเพียงผู้เดียว"" อืม" นางพยักหน้าตอบรับอย่างง่ายดาย

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   บทที่ 32 เพลิงศึกแห่งรัก

    ในเวลาต่อมากำลังพลเคลื่อนที่ นำทัพโดยท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋คุ้นเคยผู้บัญชาการมุ่งหน้าไปยังหุบเขาเพลิง ที่ซ่อนตัวของเหล่านักรบชุดดำ ซึ่งเป็นทาสกบฏของอ๋องจี๋ชงซึ่งวางแผนรวบรวมกำลังพลได้จากเหล่าบรรดานักโทษในคดีร้ายแรง มาฝึกฝนซักซ้อมอย่างเข้มงวดไม่มีความปรานี หากผู้ใดคิดจะถอนตัวเป็นอันต้องโดนจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนา ความโหดเหี้ยมของนักรบชุดดำ แม้จะเป็นสตรี หรือเด็กก็ไม่อาจพ้นความตายจากกระบี่ไปได้ จนกลายเป็นตำนานถึงความไร้ปรานีไม่แพ้โจรป่า เพียงไม่กี่เวลาเหล่าทหารของท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ยได้มาถึงจุดหมายปลายทางที่ว่าไว้ ชายร่างสูงบนอ่านม้าด้วยสีหน้าของเขานิ่งสงบเหมือนผิวน้ำนิ่งชูมือขึ้น เพื่อส่งสัญญาณให้เหล่าทหารโจมตีฝีเท้าทหารเงียบงันดุจเงาวิญญาณ เสียงศรแหวกก้องสะท้อนในม่านรัตติกาล ประกายอัคคีแรกในค่ายกบฏลุกโชน ดุจอุกกาบาตพัดตกจากสวรรค์สู่ชะตากรรมมิอาจเลี่ยงได้"อ๊าก!!" เสียงร้องของเหล่ากบฏดังก้องไปทั่วหุบเขาอย่างน่าเวทนา เพราะมิอาจตั้งรับได้ทันท่วงที "บุก!!" เสียงเข้มยังคงสั่งการบนอ่านม้า แววตาดุดันไหวพริบเฉียบแหลมเยี่ยงหมาป่า ก่อนเคลื่อนทัพโจมตีค่ายกบฏเพื่อยุติสงครามบัลลังก์เลือด หอกและกร

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   บทที่ 31 : พันธนาการจำนนด้วยแรงปราถนา

    เพียงไม่กี่ชั่วยาม เมื่อรุ่งสางมาเยือน เหล่าวิหคปักษาต่างบินล่องลอยไปตามสายลม ส่งเสียงขับขานอันไพเราะ เพื่อต้อนรับเช้าวันใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเช่นเดิม ทว่าร่างบางภายใต้ผ้าผืนหนายังคงพริ้มตานอนด้วยความอ่อนเพลียจากการทำศึกอันแสนหนักหน่วงเอาการ ไม่อาจหลบหนีให้ไกลจากน้ำมือหมาป่าจอมหื่นกระหายได้เลย ใบหน้าคมยังคงดูสะอาดตาเผยยิ้มมุมปากเล็กน้อย ไม่คิดว่าสตรีผู้แข็งแกร่งดั่งหินผา จะงดงามและทรงพลังราวกวางป่าเช่นนี้ อีกทั้งยังมีไหวพริบอันฉลาดดั่งนกอินทรี ทว่าบัดนี้นางกลับตกเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว มันช่างสุขใจราวกับได้รับของขวัญอันล้ำค่าเกินกว่าจะหาสิ่งใดมาเทียบนางได้เสี่ยวเหยาพริ้มตาตื่น ดวงคู่สวยเพ่งมองผู้ที่นั่งใกล้ตนเหมือนเป็นฝ่ายแพ้ให้เขาอย่างง่ายดาย เพราะภาพมากมายเมื่อยามราตรีได้เกิดขึ้นในห้วงความทรงจำ ก่อนลุกพรวดดึงผ้าคลุมร่างตนไว้ แววตาเกรี้ยวกราดดั่งแมวน้อย ยังคงมองบุรุษผู้ไร้สำนึกผิดต่อนาง"ท่านมันป่าเถื่อน ไร้ความปรานี ข่มเหงรังแก..."นางอ้ำอึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง "ข้าทั้งคืนอย่างนั้นเหรอ" "ท่าน!!" นางชี้นิ้วไปยังบุรุษเจ้าปัญหาด้วยไฟมรสุมที่อัดแน่นภายในใจ"เจ้าดูมีความสุขม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status