LOGIN“บุตรสาวของตระกูลพ่อค้า ชื่อเสียง…” นางยังพูดไม่ทันจบ เหว่ยอ๋องก็เอ่ยขึ้น
“ห้ามเสียมารยาท นางตั้งใจมาทำงาน” “แล้วพวกนางวัดตัวเสร็จหรือยังเพคะ?” “ยัง” เมื่อได้ยินคำตอบ องค์หญิงก็เดินไปนั่งยังมุมหนึ่ง ด้วยท่าทีไม่พอใจ ท่านหญิงฟู่เหลียนฮวาและฉือลี่อิง จึงตามไปนั่งด้วยกัน ลู่เสียนจึงรีบลุกมาทำหน้าที่ต่อ เพราะดูแล้วบรรยากาศรอบข้าง ดูไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่ นางจึงอยากรีบทำให้เสร็จเร็ว ๆ แล้วรีบกลับ เมื่อวัดตัวท่านอ๋องเสร็จ นางก็มาตรวจทานกุนซือเจียวลู่อีกครั้ง จากนั้นก็เป็นรองแม่ทัพฉือ แต่เพราะความรีบร้อน ลู่เสียนจึงสะดุดเสียหลัก จะพุ่งร่างไปหารองแม่ทัพฉือ แต่เหว่ยอ๋องที่มองอยู่ก่อนแล้ว รีบถลามาดึงร่างของนางเอาไว้ ก่อนลู่เสียนจะตกอยู่ในอ้อมกอด ของเขาอย่างไม่ตั้งใจ องค์หญิงที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว กลับมองต่างออกไป นางคิดว่าลู่เสียนตั้งใจยั่วยวน ทั้งรองแม่ทัพและเหว่ยอ๋อง องค์หญิงผู้มีอารมณ์ร้อนและเอาแต่ใจ ก็ลุกแล้วก้าวเข้ามา กระชากแขนลู่เสียน ก่อนจะฟาดฝ่ามือลงไปเต็มแรง แต่เหว่ยอ๋องจับมือขององค์หญิงไว้ทันท่วงที “เจ้าคิดจะทำอะไร! เป็นถึงองค์หญิงทำกิริยาไม่ต่างอะไรกับไพร่!” จบคำพูดของเหว่ยอ๋อง องค์หญิงคล้ายเป็นคนถูกตบหน้าเสียเอง คำพูดของเขา เจ็บจนไปถึงข้างใน ความรู้สึกอับอายเริ่มตามเข้ามา เขาตำหนินางเช่นนี้ได้อย่างไร และยังต่อหน้าพี่ลี่เฉี่ยว เสด็จพี่ท่านใจร้ายเกินไปแล้ว องค์หญิงสะอื้นออกมา ก่อนจะหมุนตัวแล้ววิ่งออกไปอย่างน้อยใจ ท่านหญิงฟู่เหลียนฮวาและฉือลี่อิง รีบตามองค์หญิงออกไปทันที เหว่ยอ๋องยืนมองด้วยท่าทีสงบนิ่ง ก่อนรองแม่ทัพฉือจะเดินเข้า “ท่านทำเช่นนี้ ไม่ยิ่งจะสร้างความเดือดร้อนมาให้ คุณหนูใหญ่หรอกหรือ?” เหว่ยอ๋องนั่งลงอย่างเฉือยชา ก่อนจะรินชามาดื่ม แล้วหันมาเอ่ยกับลู่เสียน “คุณหนูใหญ่ ท่านพร้อมจะร้ายอย่างเต็มตัวแล้วหรือไม่?” “ข้าหรือ?” ลู่เสียนชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ร้ายอย่างเต็มตัว หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าตอนนี้นางยังร้ายไม่พอ เหว่ยอ๋องเห็นนางครุ่นคิด จนคิ้วขมวดชนกันก็ยกยิ้ม “หากเจ้าพร้อมจะร้ายข้าก็ร้ายไปพร้อมกับเจ้า” หือทำไมประโยคนี้ฟังดู คล้ายท่านอ๋องสารภาพรัก บ้าไปแล้ว! ลู่เสียนเจ้าอย่าคิดเข้าข้างตัวเอง เจียวลู่ยกแขนมากอดอก มองเหว่ยอ๋องอย่างประเมิน บุรุษผู้เย็นชาผู้นี้ ผ่านสนามรบมาก็หลายครั้ง สงสัยอย่างเปลี่ยนเป็นสนามรักดูบ้าง แต่ก็ดีพวกเขาปีนี้อายุก็25ปีแล้ว พร้อมลงสู้ศึก กับสนามรักดูสักตั้ง หากเหว่ยอ๋องจะร้ายไปกับนาง เขาที่เป็นสหาย ก็ต้องร้ายไปด้วยใช่หรือไม่ “ร้ายอย่างเต็มตัว? หม่อมฉันยังร้ายไม่พอหรือเพคะ?” “ฮึ! เจ้าก็แค่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงบางอย่าง พวกเขารับไม่ได้ ก็เลยคิดว่าเจ้านั้นร้าย ข้าให้คนสืบเรื่องเจ้ามาหมดแล้ว” พอเขาเอ่ยจบต้องก็ตกใจ นี่เขาเผลอพูดอะไรออกไป “ให้คนไปสืบเรื่องของข้า?” ลู่เสียนตกใจตาเบิกกว้าง คนอื่น ๆ ก็ตกใจไม่แพ้กัน เจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ มองเหว่ยอ๋องอย่างตกใจและแปลกใจ วันแรกที่เจอนางบนโรงน้ำชา เขาดูไม่ใส่นางเลยสักนิด แล้วเหตุใดจู่ ๆ ท่านอ๋องผู้เงียบขรึม กลายเป็นคนคลั่งรักขึ้นมา จนพวกเขาเองก็ตั้งตัวไม่ทัน “ข้าขอบอกเจ้าตามตรง ข้าพอใจเจ้า อยากคบหาอย่างจริงใจ” “แต่ว่าหม่อมฉัน เพิ่งเจอท่านอ๋องวันนี้เองนะเพคะ!” “ข้าพบเจอเจ้าหลายวันแล้ว เราก็แค่ลองเปิดใจ ลองคบหากันดูก่อน ดีหรือไม่? ข้าไม่อยากทำให้เจ้ารู้สึกอึดอัด” ลู่เสียนยืนครุ่นคิด หากมีท่านอ๋องมาเป็นคนหนุนหลัง ก็คงดีไม่น้อย “ตกลงเพคะ พวกเราลองคบกันดู” คำตอบของนาง ทำให้เหว่ยอ๋องถึงกับใจเต้นระรัว ใบหน้าที่ปกติเย็นชา กลับมีรอยยิ้มขึ้นมา อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เจียวลู่ระบายยิ้มออกมา เมื่อเห็นสหายรักที่เติบโตมาด้วยกัน เริ่มมีชีวิตชีวา “ข้าก็จะขอคบกับเจ้าบ้าง จะได้หรือไม่คุณหนูรอง?” เจียวลู่หันมาถามลู่อัน “พี่หญิงข้าควรตอบอย่างไรดี?” “ตอบไปว่า ส่งแม่สื่อมาสู่ขอเลยเจ้าค่ะ” “หา….” ลู่อันเขินจนใบหน้าแดงก่ำ เจียวลู่กลับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ พวกนางช่างไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ “ข้าจะทำให้เจ้า เป็นนางร้ายอันดับหนึ่งของแคว้นโจว” เหว่ยอ๋องเอ่ยขึ้นอย่างหมายมาด สีหน้าจริงจัง “นางร้ายอันดับหนึ่ง!” “ใช่และเราต้องหาคนสนับสนุนคนสำคัญ นั่นก็คือฮ่องเต้” “ฮ่องเต้!! ทุกคนร้องออกมาด้วยความตกใจ นี่มันเหมือนวางแผนออกไปรบเลยนะ “หากจะร้ายก็ร้ายแบบมีคุณภาพ ร้ายแบบมีบารมีคุ้มครอง ให้ข้าเดายามนี้องค์หญิง คงไปฟ้องฮองเฮาและไทเฮาเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องรีบเอาฝ่าบาท มาเป็นฝ่ายเราให้ได้” เจียวลู่ได้ยินก็ยกแขนขึ้นมากอดอก พร้อมครุ่นคิด “ดึงฝ่าบาทมาเป็นฝ่ายเรา มันไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะองค์หญิง ก็เป็นพระธิดาคนโปรด หากนางดึงฝ่าบาท ไปเป็นฝ่ายนางก่อนเรา จะทำอย่างไร?” “สมกับที่เจ้าเป็นกุนซือ ข้าเสนอแนวคิด” ฉือลี่เฉียวขอแสดงความคิดเห็น เพราะเขานึกบางอย่างขึ้นมาได้ “อย่างไร?” “ก็เอ่อ…” เขาจะพูดออกไปอย่างไรดี ภาพลักษณ์ฮ่องเต้อาจดูไม่ดี และอาจเป็นการลบหลู่เบื้องสูง พวกนางอาจรับไม่ได้หรือเปล่านะ “พูดมา!” เหว่ยเอ่ยขึ้น แต่ลู่เสียนเห็นเขามีความลำบากใจ และมองมาทางพวกนางบ่อยครั้ง นางจึงเอ่ยขึ้นมาบ้าง “พวกข้าจะปิดปากให้สนิท” “คือความชอบของฝ่าบาท เป็นสิ่งที่พระองค์ปิดเป็นความลับมานาน” “เป็นความลับแล้วท่านรู้ได้อย่างไร?” “ก็ข้าไปเห็นโดยบังเอิญ” “ปัง! เจ้าพูดได้หรือยัง อ้อมไปอ้อมมาข้าชักรำคาญ” เหว่ยอ๋องทุบกำปั้นลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด เบื่อความลีลาของรองแม่ทัพ“อืม..น่าเสียดายฝนดันมาตกหนักเสียก่อน เพลิงไหม้จึงไม่ได้เผาทำลายโรงเตี๊ยมให้เสียหายมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับตระกูลลู่อยู่ไม่น้อย” เจินซีหยวน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเจินเอ่ยพร้อมยกชาขึ้นดื่มอย่างเฉื่อยชา“ต่อไปนางและตระกูลลู่ คงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น อีกอย่างตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องมาคอยหนุนหลัง พวกเราคงทำอะไรยากขึ้น ไม่คิดว่าตระกูลลู่ที่ไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษ จะมีบุตรสาวเก่งการค้าเช่นคุณหนูใหญ่ นางเข้ามาดูแลไม่นาน ก็พบเจอสิ่งผิดปกติ ที่ซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จากที่พวกเราส่งคนเข้าไปแฝงตัว และกอบโกยผลประโยชน์ คงต้องรีบดึงคนของเราออกมาพ่ะย่ะค่ะ”“ก็แค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะกังวลไปทำไม มีเหว่ยอ๋องหนุนหลังแล้วอย่างไร จัดการพวกเขาทั้งคู่ไปเสียพร้อมกัน ที่จริงข้าก็อยากจะจัดการเขามาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที ศึกที่ผ่านมาเขาฆ่าทหารของข้าตายไปหลายหมื่นนาย เป็นเพราะมีตระกูลลู่คอยสนับสนุนเสบี่ยง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงพาแคว้นเจินชนะไปแล้ว” เจินซีหยวนหรือหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน เอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ “ใจเย็น ๆ เถิดเพคะ อีกไม่นานเราต้องได้จัดการพวกเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเหว่ยอ๋องได้ แ
“เรื่องที่เกิดขึ้นเราค่อย ๆ สืบไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” ลู่เสียนจ้องมองกุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ อย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นพวกท่านสองคนมีความจริงใจเพียงใด ที่จะคบหากับคุณหนูรองและคุณหนูสาม?”“ข้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉือเป็นเดิมพัน” รองแม่ทัพฉือตอบด้วยความมั่นใจ“ข้าก็เอาศักดิ์ศรีของตระกูลเจียวเป็นเดิมพันเช่นกัน” เจียวลู่ตอบด้วยความหนักแน่นลู่เสียนหันไปมองบิดาและมารดา นางคิดว่าตระกูลลู่ ต้องการบุรุษที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มาช่วยกันปกป้องอีกแรง ลำพังนางคนเดียว มันยากเกินไปเพราะกิจการตระกูลลู่มีมากมาย มันเกินกำลังของนางจริง ๆนอกจากเหว่ยอ๋องแล้ว นางต้องการบุรุษมาเพิ่มอีก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือ กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ ก็ในเมื่อเขาสองคนมีใจให้กับน้องสาวของนาง นางก็ช่วยทำให้มันเร็วขึ้นก็แค่นั้นเอง พบเจอบุรุษที่ดีอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องรีบต้อนเข้ามาไว้ในรั้วแล้วเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี“พวกท่านต้องการค่าสินสอดเท่าใดเจ้าคะ?”“ห้ะ…ค่าสินสอดหรือ?” เจียวลู่และร
ลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่”“จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ ““อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย”“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว
เมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไปเมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง“จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว”“เข้าไปกันเถอเพคะ”“อืม”ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่“ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?”“วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่”“ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?”“มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว“ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา”“จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ”“พ่ะย่ะค่ะ”พนักงานเมื่อรู้ว่า
“เจ้าว่าอะไรนะ!” ลู่เสียนลุกพรวดขึ้นมาด้วยตกใจ เกิดเหตุพร้อมกันสี่แห่ง คงมีคนจงใจวางเพลิงเป็นแน่ มันจะมากเกินไปแล้ว! “จางไห่รีบแจ้งทหารที่อยู่ใกล้เคียง ให้มาช่วยดับไฟ ส่วนพวกเจ้าจัดการศพเหล่านี้”เหว่ยอ๋องเอ่ยขึ้น “ลู่เสียนเราจะทำอย่างไรดีลูก?” ฮูหยินใหญ่ตรงเข้ามาจับแขนลู่เสียนอย่างหวาดวิตก ลู่เสียนโกรธมากจนนัยน์ตาแดงก่ำ นางจิกเล็บลงบนฝ่ามือจนเจ็บ “ท่านปู่ บรรพบุรุษตระกูลลู่ ข้าต้องการพลัง อภินิหารอะไรก็ได้เจ้าค่ะ ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นอย่างอัดอั้นและโกรธแค้น “เจ้าไปนั่งตรงลาน นำเลือดของเจ้าชโลมกำไลที่เจ้าสวม จากนั้นก็คงแล้วแต่โชคชะตา ว่าจะพิจารณาเจ้าอย่างไร” ลู่เสียนไม่รีรอ รีบคว้าดาบของทหาร มาปาดไปที่ฝ่ามือ แล้วนำเลือดไปชโลมกำไลที่นางสวมทันที ทุกคนมองภาพนั้นอย่างตกตะลึงพรึงเพริด คุณหนูใหญ่นางทำอะไร! เหตุใดต้องทำร้ายตัวเอง นางเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่ ลู่เสียนไม่สนใจสายตาผู้ใด นางก้าวไปนั่งขัดสมาดตรงลานหน้าจวน จู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เหมือนกำลังจะมีพายุฝน เสียงฟ้าร้องดังใกล้เข้ามา จากนั้นทั่วทั้งฟ้า ก็ปรากฏฟ้าแลบแปลบปลาบ และฟาดลงมาอย่างน่ากลัว เสียงฟ้าร้องฟ้
แสงสาดส่องสีท้อง ทอประกายบนท้องฟ้า บ่งบอกว่าเช้าวันใหม่ได้มาเยือน เสียงนกร้องอยู่ด้านนอก ปลุกให้เหว่ยอ๋องงัวเงียตื่น ก่อนจะกระชับกอดร่างบางเบาไว้อย่างหวงแหน ลู่เสียนซุกใบหน้าลงบนแผ่นอกของเขาอย่างผ่อนคลายเหว่ยอ๋องยกมือมาลูบศีรษะนางอย่างเอ็นดู ลู่เสียนนอนทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนจะเอ่ยขึ้น“เมื่อคืนเราจัดไปกี่รอบเพคะ”“ทำไมเจ้ารู้สึกเจ็บหรือ?“ก็นิดหน่อยเพคะ หม่อมฉันทนไหว ที่ถามเพราะ…” ลู่เสียนยกมือมาลูบแผงอกเขาไปมา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปช้า ๆ เหว่ยอ๋องรู้สึกเสียวซ่านขึ้นมาทันที“จิ้งจอกน้อย หากเจ้ายังไหว ข้าพร้อมเสมอ”“หม่อมฉันคิดว่า พิษกำหนัดยังคงลงเหลืออยู่เพคะ คงยังรีดพิษออกไม่หมด” ลู่เสียนเอ่ยพร้อมลูบไล้มังกรเขาเล่น เหว่ยอ๋องขยับกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะมองนางด้วยาสายตาร้อนแรง“ขอข้าสำรวจร่างกายเจ้าหน่อย ว่ายังมีพิษหลงเหลืออยู่หรือไม่” เอ่ยจบเขาก้มลงไปดูดดอกไม้งาม ที่ยามนี้แดงช้ำจากการกระทำที่รุนแรง เขาจับขาของนางให้อ้าออกกว้างขึ้น ก่อนจะก้มลงไปแล้วใช้ลิ้นตวัดดูดดึงยอดเกสร“ท่านอ๋อง งือออ”“ข้าเรียนรู้สิ่งที่เจ้าทำกับข้า”“เก่งเพคะ”พอได้รับคำชม เหว่ยอ๋องก็เดินหน้า ด้วยความมั่นใจ ก่







![จอมนางคู่บัลลังก์ [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)