เข้าสู่ระบบ“ความลับของฝ่าบาทก็คือ ฝ่าบาทชอบอ่านหนังสือปกขาว (หนังสือลามก) เป็นชีวิตจิตใจ หากเราสามารถหามาให้พระองค์ได้ ข้าเชื่อว่าพวกเราจะ สามารถดึงฝ่าบาท มาอยู่ฝ่ายเราได้แน่นอน” ฉือลี่เฉี่ยวที่ตอนนี้กลายมาเป็น คนจัดหาหนังสือปกขาวให้ฝ่าบาทอย่างลับ ๆ มั่นใจว่าวิธีนี้ จะสามารถดึงฝ่าบาท ให้มาเป็นฝ่ายตนได้อย่างแน่นอน
“พี่หญิงหนังสือปกขาวคืออะไรเจ้าคะ?” “คือหนังสือที่บรรยายการร่วมรัก” พอนางตอบลู่อัน นางก็นึกขึ้นมาได้ว่า ยุคนี้นางเป็นเพียงคุณหนูอายุ17 และอีกอย่างหนังสือปกขาว เป็นสิ่งต้องห้ามของคนยุคนี้ ฝ่าบาทประกาศกฎ ห้ามขายหนังสือปกขาว หากใครฝ่าฝืนถือว่ามีความผิด แต่พระองค์กลับชอบอ่านเสียเอง ฟังดูย้อนแย้งและน่าขำดี “เจ้ารู้ได้อย่างไร เคยอ่านแล้วหรือ?” เหว่ยอ๋องเอ่ยถามเสียงเข้ม ลู่เสียนฉีกยิ้ม “หม่อมฉันยิ่งกว่าอ่านอีกเพคะ เพราะว่าหม่อมฉันเขียนมันขึ้นมาเอง” “เจ้าเขียนนิยายปกขาว!!” ทุกคนร้องออกมาด้วยความตกใจ จะบอกว่าอย่างไรดี ในยุคปัจจุบัน เพราะว่าบ้างาน ยามว่างก็แต่งนิยายผู้ใหญ่ขาย นางขยันนางทำทุกอย่างที่ได้เงิน “ซู่! ห้ามพูดเสียงดัง หากว่าได้ผลจริง ข้าเขียนขึ้นมาได้เจ้าค่ะ แต่ว่าท่านรองแม่ทัพ ห้ามบอกว่าข้าเป็นคนเขียนเด็ดขาด” “ได้ ข้าไม่บอกแน่นอน” “แล้วเหตุใดท่านอ๋อง ถึงอยากให้หม่อมฉันเป็นสตรีที่ร้ายกาจ มากกว่าเป็นสตรีที่อ่อนหวานนุ่มนวล และเป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อมละเพคะ?” เหว่ยอ๋องยกชาขึ้นดื่มก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้าไม่เคยมีสตรีใดมาก่อน และไม่คิดอยากมีจนมาเจอเจ้า ข้าออกสู้รบกับทหารตั้งแต่ข้าอายุ15 ใช้ชีวิตกับสหาย มากกว่าครอบครัวด้วยซ้ำไป กลับมาเมืองหลวงบ้างเป็นครั้งคราว เท่าที่เห็นสตรีเหล่านั้น ข้าแทบอยากอาเจียนออกมา กับการเสแสร้งเป็นสตรีที่เพียบพร้อมต่อหน้าผู้คน แต่กับเจ้ามันต่างออกไป เจ้าไม่ใส่ใจว่าใครจะมองเจ้าอย่างไร เพราะสิ่งที่เจ้าทำก็เพื่อปกป้องตระกูลลู่” ลู่เสียนระบายยิ้มออกมา “ท่านอ๋อง ท่านหน้าตาหล่อเหล่าแล้วใจของท่านยังหล่อมากด้วยเพคะ” เหว่ยอ๋องรีบยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มแก้เขิน เสมองไปทางอื่นเพราะทำตัวไม่ถูก “คุณหนูใหญ่ ข้าขอลองคบคุณหนูลู่เจินบ้างจะได้หรือไม่ ที่จริงข้าก็ยังไม่มีใคร” ฉือลี่เฉี่ยวเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง เพราะเขาก็ไม่อยากอยู่เป็นโสดคนเดียว “ได้แน่นอน แต่ว่าท่านก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า พวกข้าเป็นบุตรสาวตระกูลพ่อค้า ตัวข้าเองมีความตั้งใจว่า จะช่วยดูแลกิจการของตระกูลให้ดี เรื่องคู่ครองเป็นเรื่องรอง ส่วนน้องสาวของข้า หากพวกนางจะอยากออกเรือนกับใคร เป็นเรื่องของพวกนาง แต่ในฐานะที่ข้าเป็นพี่สาว ก็จะพยายามปกป้องดูแลพวกนาง เท่าที่จะทำได้” “และที่ข้าพูดออกมาทั้งหมด ก็เพื่อให้พวกท่านได้เข้าใจ พวกเราตัดสินใจคบหากันได้ แต่ตระกูลของพวกท่านคงไม่อาจยอมรับ และคงอาจมีปัญญาตามมา หากพวกเขามาระราน ข้าจะบอกเอาไว้ก่อนว่า พวกข้าไม่ใช่ลูกพลับนิ่ม ที่จะให้ใครมารังแก กันได้ง่าย ๆ ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจคบหา ก็ควรคิดให้มันดี ๆ” “ที่ข้าตัดสินใจคบกับท่านอ๋อง ทั้ง ๆ ที่ เพิ่งพบเจอกัน ก็เพราะเขาแสดงความจริงใจ และพร้อมจะสนับสนุนข้า และยอมรับในตัวตนของข้า หากพวกท่านยอมรับในสิ่งที่ข้าพูดได้ ก็ไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ” สามบุรุษฟังนางพูดยาวเหยียด พร้อมครุ่นคิดตามไปด้วย นางเปิดใจพูดออกมาตรง ๆ เช่นนี้ ทำให้พวกเขาต้องคิดทบทวนให้ดี เพราะความหมายที่นางพูดถึงจริง ๆ ก็คือพวกนางจะไม่ยอมให้ใครมารังแก พวกเขามองหน้ากัน ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกมา “พวกข้ายอมรับและพร้อมจะปกป้องพวกเจ้าอย่างสุดความสามารถ” “ขอบคุณเจ้าค่ะ” พวกนางลุกขึ้นมาโค้งให้พวกเขา เป็นการขอบคุณ ก่อนลู่เสียนจะเอ่ยขึ้น “ข้าพร้อมจะเป็นนางร้ายอันดับหนึ่งแล้วเจ้าค่ะ” ลู่เสียนเอ่ยออกมาอย่างร่าเริง ก่อนจะขอตัวกลับจวน ทางด้านวังหลวง องค์หญิงจื้อเหม่ยฮวา รีบตรงไปยังตำหนักของฮองเฮาทันที เมื่อมาถึงกลับเห็นไทเฮานั่งอยู่ด้วย องค์หญิงเห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มออกมาอย่างหมายมาด อยู่พร้อมกันเช่นนี้ดีจริง ๆ “เสด็จแม่! เสด็จย่า ฮือ ๆ ฮือ ๆ เหว่ยอ๋องรังแกข้า” องค์หญิงตรงเข้าไปสวมกอดพระมารดา ก่อนจะร้องไห้ตีโพยพายขึ้นมาด้วยความเสียใจ “เกิดอะไรขึ้น! องค์หญิงเล่ามาให้ละเอียด เหว่ยอ๋องรังแกเจ้าอย่างไร” องค์หญิงได้โอกาส เริ่มเล่าความยาวสาวความเท็จขึ้นมาทันที จากที่นางฟังเรื่องราวจากท่านหญิง และพบกับตนเองในวันนี้ นางก็พอสรุปได้ว่า บุตรสาวตระกูลลู่เป็นคนเช่นไร “คุณหนูใหญ่ตระกูลลู่ นางตั้งใจยั่วยวน รองแม่ทัพฉือและเหว่ยอ๋อง หม่อมฉันเห็นกับตา” ไทเฮาและฮองเฮา หลังจากฟังสิ่งที่องค์หญิงเล่า ก็โกรธขึ้นมาเป็นฟืนเป็นไฟ เพราะเชื่อในสิ่งที่นางเล่ามาทั้งหมด ข่าวที่เขาร่ำลือกัน เป็นความจริงหรือนี่ เป็นบุตรสาวตระกูลพ่อค้า เป็นกาแต่พยายามตะเกียกตะกาย ให้กลายเป็นหงส์ เหว่ยอ๋อง กุนซือเจียวลู่ รองแม่ทัพฉือ นางจะต้องขัดขวาง ไม่ให้พวกเขา ไปยุ่งเกี่ยวกับบุตรสาวตระกูลลู่ อย่างเด็ดขาด “เห็นว่างานชมบุปผา ปีนี้ฝ่าบาทได้เชิญคุณหนูตระกูลลู่เข้าร่วมด้วย” ไทเฮาเอ่ยขึ้น “ฝ่าบาทไม่ปรึกษาหม่อมฉันสักนิด” ฮ่องเฮาเอ่ยขึ้นอย่างน้อยใจ “เชิญมาแล้วอย่างไร พวกเราก็จัดการให้อับอาย จนไม่กล้าสู้หน้าผู้คนไปเลย เป็นอย่างไร?” ไทเฮาผู้แก่วิชาเหมือนใบหน้าของนาง เผยแผนการที่จะจัดการ คุณหนูตระกูลลู่ แต่ฮองเฮาถอนใจออกมา “เสด็จแม่เราทำโจ่งแจ้งไม่ได้นะเพคะ ตระกูลลู่มีป้ายทองคำ อีกทั้งเป็นคนสำคัญของฮ่องเต้ หากฝ่าบาทรู้เข้าอาจถูกตำหนิเอาได้เพคะ” “ก็แค่ทำให้อับอาย ไม่จำเป็นที่ต้องทำอย่างโจ่งแจ้ง มีหลายร้อยวิธี ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเถอะ” ฮองเฮาได้ยินเช่นนั้น ก็หันไปยิ้มกับองค์หญิงอย่างพอใจ มีไทเฮาหนุนหลังจะต้องไปกลัวสิ่งใด สตรีที่นางหมายตาไว้ให้เหว่ยอ๋อง คือคุณหนูฉือลี่อิง น้องสาวของรองแม่ทัพฉือ ส่วนรัชทายาท สตรีที่นางหมายตาเอาไว้ก็คือ คุณหนูฟู่เหลียนฮวี่ น้องสาวของท่านหญิง เพราะฉะนั้นสตรีอื่นไม่มีสิทธิ์เรือนอนุจางตระกูลลู่ อนุจางนั่งเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย ฮูหยินรองและคุณหนูห้าลู่เจียว วางยากำหนัดคุณหนูใหญ่ อีกทั้งส่งคนให้ไปรังแกแต่จับได้เสียก่อน พวกนางพากันหนีไป แต่ถูกเหว่ยอ๋องจับกลับมา คุณหนูใหญ่จึงได้สั่งให้ขังทั้งสองคนเอาไว้ในเรือนสองวันก่อนทุกคนในจวนยังคงจดจำได้ดี ภาพที่จางไห่ องครักษ์คนสนิทของท่านอ๋อง สังหารคนร้ายต่อหน้าทุกคน น่าสยดสยองจนทุกคนขวัญผวา โชคที่ที่นางเพียงแค่คิด แต่ยังไม่ได้ลงมือ ไม่เช่นนั้นชีวิตนางและบุตรสาวอีกสองคน จะเป็นเช่นไรคุณหนูหกลู่ฟางและคุณหนูเจ็ดลู่เซียน เปิดประตูเข้ามาพร้อมของว่างและน้ำชา มองมารดาที่ยังคงนั่งเหม่อลอย“ท่านแม่ทานอะไรเสียหน่อยเจ้าค่ะ” อนุจางหันมามองบุตรสาวอย่างเต็มตา พวกนางเติบโตมาเป็นสตรีที่สวยสดงดงาม ถึงจะเป็นเพียงบุตรสาวของอนุ แต่ก็มีความเป็นอยู่อย่างดี คหบดีลู่เฉิงแม้จะไม่ได้รักใคร่นาง แต่ก็ดูแลให้อยู่สุขสบาย ฮูหยินใหญ่ก็ใจกว้างและมีเมตตา นางจะโง่เขลาแค้นเคือง คุณหนูใหญ่ไปด้วยเหตุอันใด แค่นางตัดเบี้ยหวัดลงมา หากไม่ใช้สุรุ่ยสุร่ายย่อมเพียงพออย่างแน่นอน อนุจางลุกมาหาบุตรสาวทั้งสอง ก่อนจะดึงพวกนางมากอด “ต่อไปเราต้องดีกับ
“อืม..น่าเสียดายฝนดันมาตกหนักเสียก่อน เพลิงไหม้จึงไม่ได้เผาทำลายโรงเตี๊ยมให้เสียหายมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับตระกูลลู่อยู่ไม่น้อย” เจินซีหยวน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเจินเอ่ยพร้อมยกชาขึ้นดื่มอย่างเฉื่อยชา“ต่อไปนางและตระกูลลู่ คงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น อีกอย่างตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องมาคอยหนุนหลัง พวกเราคงทำอะไรยากขึ้น ไม่คิดว่าตระกูลลู่ที่ไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษ จะมีบุตรสาวเก่งการค้าเช่นคุณหนูใหญ่ นางเข้ามาดูแลไม่นาน ก็พบเจอสิ่งผิดปกติ ที่ซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จากที่พวกเราส่งคนเข้าไปแฝงตัว และกอบโกยผลประโยชน์ คงต้องรีบดึงคนของเราออกมาพ่ะย่ะค่ะ”“ก็แค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะกังวลไปทำไม มีเหว่ยอ๋องหนุนหลังแล้วอย่างไร จัดการพวกเขาทั้งคู่ไปเสียพร้อมกัน ที่จริงข้าก็อยากจะจัดการเขามาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที ศึกที่ผ่านมาเขาฆ่าทหารของข้าตายไปหลายหมื่นนาย เป็นเพราะมีตระกูลลู่คอยสนับสนุนเสบี่ยง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงพาแคว้นเจินชนะไปแล้ว” เจินซีหยวนหรือหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน เอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ “ใจเย็น ๆ เถิดเพคะ อีกไม่นานเราต้องได้จัดการพวกเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเหว่ยอ๋องได้ แ
“เรื่องที่เกิดขึ้นเราค่อย ๆ สืบไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” ลู่เสียนจ้องมองกุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ อย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นพวกท่านสองคนมีความจริงใจเพียงใด ที่จะคบหากับคุณหนูรองและคุณหนูสาม?”“ข้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉือเป็นเดิมพัน” รองแม่ทัพฉือตอบด้วยความมั่นใจ“ข้าก็เอาศักดิ์ศรีของตระกูลเจียวเป็นเดิมพันเช่นกัน” เจียวลู่ตอบด้วยความหนักแน่นลู่เสียนหันไปมองบิดาและมารดา นางคิดว่าตระกูลลู่ ต้องการบุรุษที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มาช่วยกันปกป้องอีกแรง ลำพังนางคนเดียว มันยากเกินไปเพราะกิจการตระกูลลู่มีมากมาย มันเกินกำลังของนางจริง ๆนอกจากเหว่ยอ๋องแล้ว นางต้องการบุรุษมาเพิ่มอีก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือ กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ ก็ในเมื่อเขาสองคนมีใจให้กับน้องสาวของนาง นางก็ช่วยทำให้มันเร็วขึ้นก็แค่นั้นเอง พบเจอบุรุษที่ดีอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องรีบต้อนเข้ามาไว้ในรั้วแล้วเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี“พวกท่านต้องการค่าสินสอดเท่าใดเจ้าคะ?”“ห้ะ…ค่าสินสอดหรือ?” เจียวลู่และร
ลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่”“จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ ““อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย”“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว
เมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไปเมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง“จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว”“เข้าไปกันเถอเพคะ”“อืม”ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่“ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?”“วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่”“ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?”“มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว“ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา”“จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ”“พ่ะย่ะค่ะ”พนักงานเมื่อรู้ว่า
“เจ้าว่าอะไรนะ!” ลู่เสียนลุกพรวดขึ้นมาด้วยตกใจ เกิดเหตุพร้อมกันสี่แห่ง คงมีคนจงใจวางเพลิงเป็นแน่ มันจะมากเกินไปแล้ว! “จางไห่รีบแจ้งทหารที่อยู่ใกล้เคียง ให้มาช่วยดับไฟ ส่วนพวกเจ้าจัดการศพเหล่านี้”เหว่ยอ๋องเอ่ยขึ้น “ลู่เสียนเราจะทำอย่างไรดีลูก?” ฮูหยินใหญ่ตรงเข้ามาจับแขนลู่เสียนอย่างหวาดวิตก ลู่เสียนโกรธมากจนนัยน์ตาแดงก่ำ นางจิกเล็บลงบนฝ่ามือจนเจ็บ “ท่านปู่ บรรพบุรุษตระกูลลู่ ข้าต้องการพลัง อภินิหารอะไรก็ได้เจ้าค่ะ ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นอย่างอัดอั้นและโกรธแค้น “เจ้าไปนั่งตรงลาน นำเลือดของเจ้าชโลมกำไลที่เจ้าสวม จากนั้นก็คงแล้วแต่โชคชะตา ว่าจะพิจารณาเจ้าอย่างไร” ลู่เสียนไม่รีรอ รีบคว้าดาบของทหาร มาปาดไปที่ฝ่ามือ แล้วนำเลือดไปชโลมกำไลที่นางสวมทันที ทุกคนมองภาพนั้นอย่างตกตะลึงพรึงเพริด คุณหนูใหญ่นางทำอะไร! เหตุใดต้องทำร้ายตัวเอง นางเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่ ลู่เสียนไม่สนใจสายตาผู้ใด นางก้าวไปนั่งขัดสมาดตรงลานหน้าจวน จู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เหมือนกำลังจะมีพายุฝน เสียงฟ้าร้องดังใกล้เข้ามา จากนั้นทั่วทั้งฟ้า ก็ปรากฏฟ้าแลบแปลบปลาบ และฟาดลงมาอย่างน่ากลัว เสียงฟ้าร้องฟ้







