แชร์

ออกเดินทาง ตอนต้น

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 09:37:49

เมื่อรถม้าเดินทางมาถึงจวนตระกูลฉี ร่างสูงใหญ่ก็กระโดดลงมาก่อน เขายืนรอช่วยเหลือสตรีในรถม้าอย่างใจจดใจจ่อ และครั้งนี้ก็ไม่ผิดไปจากที่คาดการณ์

“ข้าลงเองได้เจ้าค่ะ รถม้าไม่ได้สูงขนาดนั้น”

น้ำเสียงแผ่วเบาดังขึ้นชิดแผงอกหนั่นแน่น เพราะถูกวงแขนแกร่งตวัดรัดแล้วอุ้มลงจากรถม้าโดยไม่ทันตั้งตัว

“ใช่เจ้าค่ะ รถม้าไม่ได้สูงเลยสักนิด ข้าขาสั้นกว่าพี่สาวยังกระโดดลงเองอย่าง่ายดาย” เสียงเล็ก ๆ ของสตรีอีกคนดังขึ้นทางด้านหลัง

“พี่สาวเจ้าเพิ่งหายป่วย ต้องระวังไม่ให้ศีรษะกระทบกระเทือนเพิ่ม เจ้าไม่รู้เลยหรือ”

“อ่า…ข้าขออภัยเจ้าค่ะที่ไม่ทันคิดถึงเรื่องนั้น คงต้องรบกวนใต้เท้าพาพี่สาวไปส่งถึงเรือนนอน”

คนพูดแค่อยากกลั่นแกล้งบุรุษหน้าเคร่งเครียด ทว่าเขากลับอุ้มร่างนุ่มนิ่มเดินนำหน้าเข้าไปข้างในจวนอย่างหน้าตาเฉย

“นี่ท่าน!”

ฉีเฟยเฟิ่งพูดค้างไว้เพียงเท่านั้น สองขารีบก้าวเดินตามร่างสูงใหญ่ไปให้ทัน

“ข้าเดินเองได้เจ้าค่ะ ศีรษะหายดีแล้วไม่ได้กระทบกระเทือนส่วนไหนเลย”

ฉีเหม่ยหลันจ้องตาคนที่กำลังอุ้มนางอย่างโกรธเคือง ขนาดเดินผ่านบ่าวไพร่ในจวนหลายต่อหลายคน เขายังไม่รีบวางนางลงอีก

“วันนั้นข้าขอโทษ”

การที่ได้เอ่ยคำ ๆ นี้ออกไป คล้ายกับกำลังยกภูเขาออกจากอกอย่างไรอย่างนั้น

“วันไหนเจ้าคะ ใต้เท้าอยากขอโทษข้าวันไหนกันแน่”

“เรียกเสียห่างเหิน”

ใบหน้าที่มักจะเคร่งขรึมอยู่ตลอด ผ่อนคลายลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขารู้สึกสบายใจจนเกือบส่งยิ้มให้คนในอ้อมแขน

“ท่านเป็นคนให้ข้าเรียกเช่นนี้เอง จำไม่ได้เลยหรือ”

น้ำเสียงเล็ก ๆ ตวัดหางเสียงด้วยอารมณ์คุกรุ่น

เมื่อรู้ตัวว่าเสียมารยาทต่อหน้าผู้ใหญ่ ดวงหน้าเรียวจึงก้มหน้าลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะคารม

“อยากเรียกอย่างไรก็เรียกไปเถิด ส่วนเรื่องขอโทษข้าขอโทษทุกวันที่ทำให้เจ้าไม่สบายใจ โดยเฉพาะวันที่เจ้าบาดเจ็บ”

“วางข้าลงเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวท่านแม่มาเห็นข้าจะโดนดุ”

ฉีเหม่ยหลันไม่ได้กล่าวถึงเรื่องการขอโทษขอโพยอันใดอีก คนไม่รักหาใช่ความผิดแต่อย่างใด สำหรับคนที่ถูกเพิกเฉยต้องหาทางจัดการกับความรู้สึกของตนเองให้ดี

“ท่านแม่? ดีกันตั้งแต่เมื่อไหร่”

“สักพักแล้วเจ้าค่ะ”

นางตอบเพียงสั้น ๆ ไม่ได้อธิบายให้คนถามเข้าใจเรื่องราว

ซ่งจือหานเห็นท่าทีเมินเฉยเลยไม่ได้ซักถามต่อ แต่เขายังคงอุ้มร่างนุ่มนิ่มเพื่อพาไปส่งยังที่หมายตามตั้งใจ

“เดินอีกประเดี๋ยวก็ถึงหน้าเรือนเจ้าแล้ว มัวแต่หาที่วางเกรงจะเสียเวลาเปล่า ๆ”

สองขาก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงไปยังเรือนขนาดกลาง ซึ่งอยู่ติดกับกำแพงจวนของเขา

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

เมื่อถูกปล่อยให้ยืนด้วยตนเอง ศีรษะทุยจึงก้มลงคำนับขอบคุณตามมารยาท สองขาก้าวถอยหลังเตรียมขยับออกห่างเพื่อกลับเรือนนอนของตน

“อีกสามวันข้าจะมารับที่หน้าจวน” น้ำเสียงของผู้มาเยือนกล่าวไล่หลังคนที่กำลังเดินถอยห่างออกไป

“มารับ?”

“เจ้าสองพี่น้องต้องออกเดินทางด้วยรถม้าคันเดียวกับข้า เมื่อเช้าบิดาของเจ้าให้ม้าเร็วมาแจ้งที่จวน เส้นทางไปเมืองถังค่อนข้างคดเคี้ยวและเต็มไปด้วยหุบเหว หากเดินทางไปกันเองบิดาของเจ้าเกรงว่าจะมีอันตราย”

“แต่ข้าออกเดินทางพร้อมคนอื่น ๆ อีกหลายจวนนะเจ้าคะ มีเพื่อนร่วมทางมากมายคงไม่มีสิ่งใดต้องเป็นกังวล”

ดวงหน้าหวานหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนที่นางอยากถอยห่าง ทว่ายิ่งถอยห่างกลับยิ่งเจอหน้าเสียอย่างนั้น

“บิดาเจ้าเป็นห่วง หรือจะให้ข้าส่งม้าเร็วไปแจ้งว่าพวกเจ้าไม่ยินยอมไปพร้อมข้า จะได้รออยู่ที่จวนจนกว่างานก่อสร้างแล้วเสร็จ พวกเจ้าไม่ไปคนในโรงครัวก็ไม่ได้ขาดแคลน”

คิ้วเข้มยกขึ้นอย่างยียวน อีกทั้งยังกล่าวถึงทางเลือกอันแสนสบายกาย ไม่ต้องเดินทางรอนแรมกลางป่าเขา

“ตกลงเจ้าค่ะ ข้ากับน้องจะออกเดินทางด้วยรถม้าคันเดียวกับท่าน”

อดทนเจอหน้าเพียงไม่กี่วัน เพื่อแลกกับการเข้าไปอยู่คอยช่วยเหลือบิดาให้ปลอดภัยจากการก่อสร้าง นางถือว่าเรื่องอื่นสามารถปล่อยผ่านได้โดยง่าย

“ข้าจะเอารถม้าไปสี่คัน สองคันสำหรับคนนั่งอีกสองคันสำหรับขนเสบียงอาหารและของใช้ พวกเราจะออกเดินทางกันแต่เช้ามืด จะได้ไม่เบียดเสียดแออัดกับขบวนของจวนอื่น”

“เช่นนั้นข้าขอนั่งกับน้องสาวนะเจ้าคะ ท่านจะได้นั่งคนเดียวเป็นส่วนตัวไปตลอดทาง”

ดวงตากลมโตมีประกายแห่งความหวังขึ้นมาทันที ทว่าเวลาต่อมาก็มอดดับลงดังเดิม

“เจ้าไม่พาสาวใช้ไปด้วยหรือ ราชสำนักอนุญาตให้พาสาวใช้ไปด้วยจวนละหนึ่งคน เท่ากับว่าพวกเจ้าต้องนั่งเบียดกันถึงสามคน รถม้าคันนั้นไม่ได้ใหญ่โตเท่าคันที่ข้าใช้ประจำ”

เรื่องจริงทั้งนั้นที่เขาบอกกล่าวออกไป การเดินทางท่ามกลางป่าเขาสตรีต้องเข้าไปนั่งในรถม้าจึงจะปลอดภัยกันทุกคน ส่วนผู้คุ้มกันทำหน้าที่บังคับรถม้าและขี่ม้าตามมา

“ข้าจะถามเฟยเฟิ่งก่อนว่านาง…”

“เฟยเฟิ่งเป็นน้องสาว สมควรให้นั่งกับญาติผู้ใหญ่แทนพี่สาวหรือ” 

เขาแค่กล่าวถึงตามความเหมาะสม ไม่ได้จงใจกลั่นแกล้งเด็กเลยแม้แต่น้อย

“ข้านั่งกับใต้เท้าก็ได้เจ้าค่ะ”

“อืม ไม่ต้องเอาของไปเยอะเกินความจำเป็น หากขาดเหลือค่อยให้คนของข้าออกมาซื้อในตัวเมืองถัง”

สถานที่ก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองถังสักเท่าไหร่ นับว่าไม่ได้ลำบากเรื่องข้าวของเครื่องใช้ และวัตถุดิบในการปรุงอาหาร

“เจ้าค่ะ”

เมื่อได้ยินคำกล่าวที่ล้วนแล้วแต่จำเป็นให้นางกับเขานั่งด้วยกันเพียงสองคน ฉีเหม่ยหลันจึงยอมรับโดยง่าย

อีกทั้งรถม้าคันนั้นใหญ่โตกว่ารถม้าทั่ว ๆ ไป นั่งสองคนก็ไม่ได้เบียดเสียดกัน คงเหลือพื้นที่แบ่งแยกเพื่อความเป็นส่วนตัวอยู่บ้าง

เมื่อจ้องมองเข้าไปในดวงตาคมกริบก็ไม่พบความผิดปกติใด จึงเข้าใจว่าเขาจำเป็นต้องนั่งไปกับนางเช่นเดียวกัน

สามวันต่อมาถึงคราต้องออกเดินทาง ฉีเหม่ยหลันกับฉีเฟยเฟิ่งและผู้ติดตามอีกห้าคน ออกมายืนรอขบวนรถม้าจากจวนข้าง ๆ ตั้งแต่เช้ามืด

พวกนางไม่ให้มารดาออกมายืนตากน้ำค้างรอส่ง เพราะร่ำลากันตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเสษ 4 มีแค่สองเรา NC ตอนปลาย

    ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 3 มีแค่สองเราNC ตอนต้น

    “เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 2 เรื่องระหว่างสองเทพ

    ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 1 ยังมีอีกถ้ำ

    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บทส่งท้าย (ตอนจบ)

    ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   โอกาส ตอนปลาย NC

    “เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status