Masukชั้นล่างของร้านอาภรณ์ซึ่งแต่เดิมเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยจอแจ แต่เมื่อได้ยินเสียงน่าเกรงขามของเสนาบดีฝ่ายขวาของแคว้น ประกอบกับใบหน้าบึ้งตึงเขม็งเครียดของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นหลานรักของฮ่องเต้ ผู้คนจึงเงียบเสียงลงด้วยนึกหวั่นเกรงในอำนาจ
“ข้าถูกผลักให้ล้มลงจริง ๆ เจ้าค่ะ ข้าเห็นฉีเหม่ยหลันยืนอยู่ไม่ไกลเลยคิดว่า…”
ถึงแม้จะนึกหวั่นเกรงบุรุษตรงหน้าไม่ต่างจากคนอื่น ๆ แต่ซูชิงโม่ยังหลงเหลือความมั่นใจในตนเองอยู่บ้าง
“แค่คิดแต่ประกาศก้องเสียงดัง ให้ผู้คนในร้านคิดไม่ดีกับฉีเหม่ยหลันเช่นนั้นหรือ”
หางตาคมเหลือบไปเห็นเจ้าของอาภรณ์สีม่วงอ่อน ยืนอยู่หน้าร้านขายอาภรณ์ จึงเพิ่มน้ำเสียงให้ดังกว่าในยามปกติ
“หากไม่ใช่นางแล้วจะเป็นผู้ใดเจ้าคะ”
“ข้าไม่มีหน้าที่ให้คำตอบแก่เจ้า หากยังไม่รู้แน่ชัดสมควรแล้วหรือที่กล่าวปรักปรำผู้อื่นจนเสื่อมเสียเกียรติ”
กล่าวจบเรือนกายสูงใหญ่ก็เดินจากไปทันที เพราะเห็นว่าใครบางคนเดินออกไปจากร้านแล้ว
กลุ่มคนจากตระกูลฉีไม่ได้ยืนรอรับฟังคำตัดสินของผู้ใด ทั้งหกต่างเร่งฝีเท้าเดินหายเข้าไปในตรอกลึกลับแห่งหนึ่ง เป้าหมายคือร้านขายยาสมุนไพรเก่าแก่ซึ่งเป็นร้านประจำที่พ่อบ้านตระกูลฉีไว้ใจมานานหลายปี
ฉีเหม่ยหลันเดินเข้าไปสั่งซื้อยาลับ ๆ กับเถ้าแก่เนี้ยผู้เป็นภรรยาเจ้าของร้านด้วยตนเอง ส่วนฉีเฟยเฟิ่งพาสาวใช้เดินแยกไปสั่งซื้อยาสามัญทั่ว ๆ ไปกับเถ้าแก่ของร้าน
“จัดมาให้ครบเลยเจ้าค่ะ พวกข้าต้องเดินทางไกลเผื่อมีเหตุสุดวิสัยจำเป็นต้องใช้งาน”
“คุณหนูใหญ่ช่างมองการณ์ไกลยิ่งนัก ยาจำพวกนี้ไม่เพียงแต่ใช้ป้องกันตนเอง ยังสามารถช่วยเหลือสตรีที่ไร้ทางสู้ได้ด้วยเช่นกัน”
น้ำเสียงชื่นชมอย่างจริงใจของเถ้าแก่เนี้ย เรียกรอยยิ้มกว้างของผู้มาเยือน
“ขอบคุณเจ้าค่ะที่เข้าใจ และจะขอบคุณยิ่งนักหากเถ้าแก่เนี้ยปิดเรื่องยาเหล่านี้ไว้เป็นความลับ ข้าไม่อยากให้ผู้ใหญ่ที่จวนเป็นกังวล”
นอกจากยาแก้พิษต่าง ๆ นางยังเลือกซื้อยามห้ามครรภ์ไปด้วย หากแม่รองรู้เข้าคงถูกซักไซ้ไล่เรียงจนไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไร
นางแค่ซื้อไว้ป้องกันตนเองเพราะศัตรูมีรอบด้าน ไปใช้ชีวิตกลางป่าเขานานนับเดือน หากไม่รอบคอบอาจจะกลายเป็นตัวตลกให้ชาวเมืองเย้ยหยัน
“หากเป็นความประสงค์ของลูกค้า ข้าย่อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยาตามที่ต้องการทั้งหกจึงเดินกลับเข้าไปในย่านการค้าเพื่อเลือกซื้ออาหารแห้งที่จำเป็น ซึ่งหน้าที่นี้เป็นของสาวใช้ทั้งสองที่ติดตามมาด้วย
ส่วนสองพี่น้องชวนกันไปนั่งดื่มน้ำชาในโรงน้ำชากลางเมืองพร้อมด้วยผู้ติดตามทั้งสองคน ก่อนที่พวกนางจะไปใช้ชีวิตกลางป่าเขานานนับเดือน
“พี่ใหญ่อยากนั่งโต๊ะรวมหรือเข้าไปในห้องส่วนตัว”
“นั่งโต๊ะรวมก็ได้ ข้าอยากนั่งมองผู้คนเดินสัญจรไปมา จำได้ว่าไม่เคยออกมานั่งเช่นนี้เลยสักครั้ง”
“ตามใจ แต่หากไม่ชอบก็บอกข้าจะได้ให้เสี่ยวเอ้อเตรียมห้องส่วนตัวให้”
“อือ ไม่ต้องลำบากหรอกข้าแค่อยากนั่งดื่มชามองผู้คน”
เมื่อความทรงจำทั้งสามชาติสามภพหลอมรวมเข้าด้วยกัน คนที่กำลังรู้สึกสับสนในชะตาชีวิตตนเอง จึงอยากนั่งมองบรรยากาศโบราณแสนล้ำค่า ของดินแดนที่ตนถือกำเนิดในภพชาติล่าสุดให้เต็มตาสักครั้ง
ที่ผ่านมานางไม่เคยใส่ใจมองสิ่งใดนอกจากใบหน้าของคนผู้นั้น เลยรู้สึกว่าตนเองใช้ชีวิตโดยเปล่าประโยชน์เสียจริง เมื่อมีโอกาสหวนคืนอีกคราจึงอยากใช้ชีวิตเพื่อตนเองสักครั้ง
ดวงหน้าหวานตรึงตาตรึงใจผู้พบเห็น ค่อย ๆ หลับตาลงเพื่อซึมซับบรรยากาศของความเรียบง่ายในยุคสมัยนี้อย่างมีความสุข มุมปากแย้มยิ้มจนมองเห็นรอยบุ๋มข้างแก้มขวา
กิริยาท่าทางน่ารักตกอยู่ในสายตาของบุรุษหลายคนที่เข้ามาดื่มน้ำชาในช่วงเที่ยงวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งองค์ชายรอง ที่ยามนี้ออกมานั่งดื่มน้ำชากับสหายสนิท
“สตรีผู้นั้นมาจากจวนไหน”
องค์ชายรองวัยสิบเก้าปี โอรสสวรรค์ซึ่งเกิดจากฮองเฮาผินใบหน้าไปทางโต๊ะที่สตรีสองคนนั่งอยู่ ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับโต๊ะของเขากับสหาย
สายตาคมสะดุดเข้ากับความงดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ สตรีที่เขาพบเห็นในวันนี้ งดงามกว่าสตรีในวังหลังของบิดาหลายเท่านัก
“กระหม่อมไม่แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ แต่สตรีอีกคนคือคุณหนูรองตระกูลฉี นามว่าฉีเฟยเฟิ่ง”
สือป๋อเหวินรู้จักและจดจำฉีเฟยเฟิ่งได้ เพราะเขาแอบพึงใจนางตั้งแต่ร่วมเรียนที่สำนักศึกษา ส่วนสตรีอีกคนเขาไม่คุ้นหน้าเลยสักนิด
“ฉีเฟยเฟิ่งบุตรีเสนาบดีกรมคลัง คนที่เจ้าพึงใจแต่นางไม่คุยด้วย”
เขาจำได้ว่าสหายผู้ร่ำรวยเคยมาเล่าให้ฟังว่าถูกฉีเฟยเฟิ่งหมางเมิน สาเหตุเพราะสหายมีสตรีมาสารภาพรักหลายต่อหลายคนจนกลายเป็นคุณชายมากรักไปโดยปริยาย ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยคบหากับสตรีใดเลยสักคน
“ฮ่า ฮ่า ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วสตรีที่สวมอาภรณ์สีม่วงเป็นใครกัน”
สายตาคมจ้องมองความงดงามในระยะไกลอย่างหมายมาด หากจำเป็นต้องมีนางสนมเขาอยากได้สตรีงดงามมากเช่นนี้ไว้ข้างกาย
“เดี๋ยวกระหม่อมให้คนไปสืบให้พ่ะย่ะค่ะ”
สือป๋อเหวินโบกมือเพียงครั้งเดียว ผู้คุ้มกันของเขาก็เดินเข้ามารับคำสั่งทันที
ผ่านไปชั่วครู่ผู้คุ้มกันคุณชายใหญ่ตระกูลสือก็เดินเข้ามากระซิบบอกข้อมูลให้ผู้เป็นนายรับรู้
“สตรีอาภรณ์สีม่วงคือฉีเหม่ยหลัน คุณหนูใหญ่ตระกูลฉีพ่ะย่ะค่ะ”
“ฉีเหม่ยหลันที่คอยตามติดเสนาบดีซ่งจือหานผู้นั้นน่ะหรือ”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“นางงดงามมากถึงเพียงนี้ เหตุใดบุตรชายของท่านป้าจึงไม่พึงใจ”
เสนาบดีซ่งจือหานเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวขององค์หญิงใหญ่พี่สาวของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ซึ่งเสียชีวิตในสนามรบพร้อมกับสามีผู้เป็นแม่ทัพหลวงเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว
“น่าจะเพราะนิสัยร้ายกาจของนางพ่ะย่ะค่ะ”
“ร้าย ๆ แบบนี้ช่างถูกตาต้องใจข้ายิ่งนัก รอกลับจากสร้างบ่อกักเก็บน้ำที่เมืองถัง ข้าจะเอาความดีความชอบไปขอให้เสด็จพ่อจัดการให้”
ทุกคำกล่าวล้วนเข้าหูบุรุษที่กำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่ในโต๊ะมุมหนึ่ง ซึ่งมีห้องส่วนตัวบดบังอยู่
ใบหน้าคนอยากมานั่งจิบน้ำชา เคร่งเครียดยิ่งกว่ายามเข้าประชุมในท้องพระโรงเสียอีก
“องค์ชายรองมีสตรีเต็มตำหนัก จะอยากได้ฉีเหม่ยหลันไปอยู่ในตำแหน่งใด ฝ่าบาทเลี้ยงดูโอรสมาแบบผิด ๆ ปลูกฝังให้เป็นบุรุษมากรัก”
คนหน้าเคร่งบ่นพึมพำเสียงเบา ทั้งยกจอกน้ำชาขึ้นซดครั้งแล้วครั้งเล่า
ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร
“เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน
ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั
ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ
“เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช







