Share

12

last update publish date: 2026-08-24 15:25:15

"กรี๊ดดด!!!!!!!" เล่อฮูหยินแผดเสียงกรีดร้องออกมาดังสนั่นไปทั่วเรือน นางคว้าข้าวของสิ่งใดที่อยู่รอบกายได้ไม่เว้นแม้กระทั่งถ้วยชามชุดน้ำชาราคาหลายตำลึงก็ฉวยจับขึ้นมาเขวี้ยงเข้าใส่เรือนร่างแกร่งกำยำของบุรุษฝีปากจัดจ้านที่นั่งยักคิ้วหลิ่วตาผิวปากอย่างอารมณ์ดีท่าเดียว "ออกไป!! ออกไปจากเรือนข้าบัดเดี๋ยวนี้ ออกไป!!!"

"เกิดอันใดขึ้นฮูหยิน" อัครเสนาบดีเล่อมู่เหยียนที่กำลังนั่งตรวจตรางานราชการบ้านเมืองอย่างเร่งรีบอยู่บริเวณห้องโถงฝั่งซ้ายมือยามได้ยินเสียงกรีดร้องของฮูหยินตนก็รีบสาวเท้ามาโดยเร็ว

วันนี้นับได้ว่าเป็นวันอัปมงคลอีกวันหนึ่งของตระกูลเล่อ สะใภ้คนแรกเยี่ยงแม่นางกุ้ยไป๋หลานก็ดันหายตัวไปอย่างปริศนาในคืนวันเข้าหอและทิ้งจดหมายร่ำลาเล่อเยี่ยนเฉินไว้หนึ่งฉบับว่าความจริงนางนั้นมีชายคนรักอยู่แล้วจึงตัดสินใจหอบสินสอดจำนวนหลายตำลึงไปใช้ชีวิตฉันท์ผัวเมียด้วยกันในที่ที่มิมีผู้ใดรู้จัก ซ้ำร้ายเช้าตรู่ข่าวนี้ก็ดันถูกแพร่งพรายออกไปทั่วเมืองหลวง จนผู้คนเขาร่ำลือพูดกันให้สนุกปาก แม้นเขาที่มิเคยสนใจเรื่องคาว ๆ พันนี้ก็ยังมิสามารถนิ่งอยู่เฉยได้ จึงต้องรีบเคลียร์งานบ้านเมืองที่ต้องใช้ถวายราชโองการต่อฮ่องเต้ให้เสร็จสิ้นเพื่อมาจัดการปัญหาใหญ่ภายในจวนตน

"หยางเอ๋อร์" ดูเหมือนคำถามของอัครเสนาบดีเล่อเมื่อครู่จะได้คำตอบไปในตัวยามเหลือบตาเห็นร่างของบุตรชายคนโตกำลังนั่งรินน้ำชาจิบดื่มอย่างสบายใจอยู่ในห้องฮูหยินใหญ่ "เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุอันใด?"

"ท่านพ่อ นี่คือคำทักทายยามเจอใบหน้าลูกชายหรืออย่างไรขอรับ" แม่ทัพเล่อหยางหลงละทิ้งการดื่มด่ำน้ำใบชาชั้นเลิศ กระแทกจอกวางลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพงแล้วค่อย ๆ เหลือบตาขึ้นเอ่ยถามบิดาด้วยสีหน้ายียวนกวนประสาท

ช่างเป็นสีหน้าท่าทาง ทั้งคำพูดจากระแทกแดกดันที่ดูแล้วน่าหมั่นไส้และวอนโดนบาทาสั่งสอนยิ่งนัก! แต่ผู้ใดเล่าจะกล้าลงไม้ลงมือกับบุรุษรูปงาม ใจชั่วช้าโหดเหี้ยมอย่างแม่ทัพเล่อหยางหลงผู้นี้

"อัครเสนาบดีและเล่อฮูหยินเป็นอันใดกันไปหมดหรือขอรับ บุตรชายเช่นข้าอุตส่าห์แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนถามไถ่สารทุกข์สุกดิบด้วยความเป็นห่วงจากใจจริงเพราะเห็นว่าตอนนี้ภายในจวนตระกูลเล่อกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ แต่ข้ากลับโดนท่านแม่ใหญ่ขว้างปาเข้าของตะเบ็งเสียงขับไล่ไสส่งเยี่ยงหมูเยี่ยงหมา ส่วนตัวบิดาแท้ ๆ ของข้าเองยามพบปะหน้ากันครั้งแรกก็เอ่ยทักทายข้าด้วยวาจาเช่นนั้น เสียน้ำใจยิ่งนัก"

น้ำเสียงและถ้อยคำพูดที่ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากของเขาดูคล้ายกำลังรู้สึกน้อยอกน้อยใจที่โดนอัครเสนาบดีเล่อมู่เหยียนและฮูหยินหนิงเหอมองในแง่ร้ายจริงอย่างว่า

แต่ทุกคนที่กำลังร่วมเผชิญเหตุการณ์อยู่ในเรือนใหญ่แห่งนี้มิมีผู้ใดไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของอัครเสนาบดีเล่อหาได้สงบสุขไม่ ทุกครั้งยามเจอหน้ากันไฟเคียดแค้นที่มันสุมอยู่กลางใจก็แทบแผดเผาอาณาเขตรอบข้างให้มอดไหม้ไปด้วย!

ตั้งแต่อี้หนิงลี่ ฮูหยินคนเก่าสิ้นใจตายอย่างมีเงื่อนงำซุกซ่อนอยู่ ทว่ากลับไม่ได้ความยุติธรรมตามสมควร ไร้ซึ่งการพิสูจน์สืบเสาะหาความจริง สรุปเพียงนางป่วยด้วยโรคร้ายชนิดหนึ่งที่สะสมอยู่ในร่างกาย จึงทำให้เล่อหยางหลงที่เคยเป็นเด็กดี ร่าเริง ว่านอนสอนง่าย กลับไม่พูดไม่จา แข็งข้อ กิริยาวาจาหยาบกร้าน เข้าหน้าผู้ใดไม่ติด ซ้ำเกิดอคติ จงเกลียดจงชังทั้งบิดา ทั้งมารดาเลี้ยงและวงศ์ตระกูลเล่อเข้ากระดูกดำ ถึงขั้นที่ว่ายามได้รบศึกชนะ กวาดล้างโจรภูเขาที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านมันนานนับ 10 ปีสำเร็จจนได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพทางฝ่ายใต้ เขาก็ได้ขอพระราชทานรางวัลความดีความชอบด้วยการ 'แยกจวนออกมา' คล้ายกับเป็นการประกาศกลาย ๆ ว่าเขามิต้องการนับญาติหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับวงศ์ตระกูลนี้อีก

ฉะนั้นตอนนี้หากจะให้ผู้ใดมาลองฟังคำพูดแฝงร่องรอยคล้ายน้อยเนื้อต่ำใจของเล่อหยางหลง ก็คงเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า 'เขากำลังยียวนกวนประสาท'

"หยุดเสียทีเถิดหยางหลง! ความแค้นในใจเจ้าเมื่อใดจะหยุดมันเสียที ต้องให้ตระกูลเล่อของพวกเราดับสิ้นลงเสียก่อนหรืออย่างไร"

เล่อมู่เหยียนเองก็ปวดใจไม่ใช่น้อย เขาเป็นถึงอัครเสนาบดีใหญ่เก่งกาจยิ่งนักในการแก้ไขปัญหาประชาชนบริหารงานราชการบ้านเมืองมิเคยขาดตกบกพร่อง แต่ทว่ากลับไม่สามารถจัดการปัญหาภายในจวนของตนเองได้ ปล่อยให้ความบาดหมางมันกัดกินใจแทรกซึมเข้าสู่เส้นเลือดฝอยของบุตรชายหยั่งรากหยั่งโคนจนยากจะกำจัดพ้น

"แล้วเหตุใดข้าต้องหยุด! ท่านลองตรองดูเถิดอัครเสนาบดีเล่อ ถ้าตระกูลเล่อของพวกท่านต้องดับสิ้นลงมันมิใช่เพราะตัวท่านและสตรีอสรพิษคนนี้หรอกหรือ! หากตอนนั้นท่านซื่อสัตย์ต่อท่านแม่ข้า! รักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อท่านแม่ข้ายามที่อยากได้นางมาเป็นภรรยาท่าน และตอนที่ท่านแม่ฆ่าสิ้นใจตายท่านพิสูจน์หาความยุติธรรมให้กับท่านแม่ข้าสักนิด เหตุการณ์ทุกอย่างคงจะดีขึ้นกว่านี้มิใช่หรือ ฉะนั้น! หากท่านจะโทษก็จงโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองเถิดเสนาบดีมู่เหยียน"

พูดจบเล่อหยางหลงกระแทกจอกน้ำชาลงบนโต๊ะไม้สักราคาหลายร้อยตำลึงอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะเดินเฉียดตัวผู้เป็นบิดาออกไปจากเรือนใหญ่โดยมิได้สนใจว่าผู้อื่นจะมองเขาอย่างไร เป็นคนอกตัญญูเนรคุณต่อบุพการีหรือไม่ก็ตาม

อัครเสนาบดีเล่อมู่เหยียนเองเมื่อได้ฟังวาจาประชดประชันของเล่อหยางหลงเช่นนั้นก็รู้สึกสะอึกไปชั่วขณะลอบกลืนน้ำลายก้อนเหนียวหนืดข่มลงลำคออย่างยากลำบาก... "ข้ามิเคยให้สัญญาใดแก่แม่เจ้า เว้นเสียแต่เรื่องเจ้าหยางเอ๋อร์"

แต่อย่างไรเล่า! เล่อหยางหลงหาได้สนใจ มองดูก็รู้ว่าคำพูดแก้ตัวต่าง ๆ นานาเพียงเพราะต้องการให้ตนเองพ้นผิดที่ตนเคยก่อไว้เท่านั้น! หน้าตาสำนึกผิดเหล่านั้นมันไม่สามารถทำให้มารดาเขาฟื้นคืนชีพกลับมาได้ไม่! ฉะนั้นสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้เห็นสมควรว่าถูกต้องเหมาะสมดีแล้วกับมันผู้นั้นที่กล้าทำเรื่องอุบาทว์ชาติชั่วแต่กลับยังกล้สใช้ชีวิตมีความสุขอยู่ได้โดยไม่ละอายแก่ใจสักนิด

เขาจะทำให้พวกมันลิ้มชิมรสความเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างสาสมแก่ใจ มากกว่าเป็นเท่าตัวจากที่เขาต้องพบเจอและจมอยู่กับความเคียดแค้นเหล่านั้นหลายสิบปี

"ท่านแม่ทัพจะไปที่ใดหรือขอรับ"

"ไปในที่ที่ทำให้ข้าอารมณ์ดีอย่างไรเล่าจินเกอ" จินเกอได้ยินคำตอบแล้วถึงกับยกฝ่ามือขึ้นมาเกาหัวแกรก ๆ

แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้คนจิตวิปริตเยี่ยงเล่อหยางหลงเกิดความรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นได้ ย่อมไม่ใช่เหตุผลเหมือนคนปกติทั่วไปเป็นแน่ จินเกอคนนี้ในฐานะที่อยู่เคียงข้างเขามาตั้งแต่ยังเยาว์วัยขอเอาหัวเป็นประกัน

ถัดจากเรือนใหญ่ที่มีฮูหยินหนิงเหอเป็นผู้ดูแล ควบคุมบ่าวไพร่ให้คอยทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูอยู่นั้น คือเรือนขนาดใกล้เคียงกันที่ถูกปลูกสร้างขึ้นมาใหม่เมื่อต้นปีเพื่อใช้เป็นเรือนหอรังรักของเล่อเยี่ยนเฉินและกุ้ยไป๋หลาน

ทว่าตอนนี้คงจะใช้เป็นหอสุราสำหรับคนโง่งมเช่นเจ้าบ้าเล่อเยี่ยนเฉินแล้วกระมัง ยามรองเท้าราคาแพงของเขาแตะลงบนฟากไม้เพียงชั่วอึดใจเดียว กลิ่นเหม็นหึ่งก็ลอยโชยเข้ารูจมูกทั้งสองฝั่งชัดเจน

"เหอะ! ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก" เปิดบานประตูเข้าไปด้านในเรือนก็เห็นสภาพของคุณชายเล่อเยี่ยนเฉินผู้สูงศักดิ์กำลังเมาหัวราน้ำ เอาแต่ยกขวดสุราขึ้นมากระดกเข้าปากครั้งแล้วครั้งเล่า

"ผู้ใด..." บุรุษค่อย ๆ ผงกหัวขึ้นมาอย่างยากลำบากเพราะรู้สึกหนักอึ้งแทบยกไม่ไหวด้วยตั้งแต่ทราบราวข่าวว่าคนรักที่ผูกจิตรักมั่นกันมายาวนานร่วมแรมปีหอบสินสอดหลายร้อยตำลึงหนีตามชายชู้ไปโดยไร้เยื่อใย ตนก็เอาแต่ร่ำสุรา ยกซดเข้าปากหวังให้มันช่วยหลั่งรินชะล้างความเจ็บปวดในใจเสีย "ไป๋ไป๋ เจ้าหรือ เจ้ากลับมาหาข้าแล้วใช่หรือไม่ ไป๋ไป๋ของข้า"

เล่อเยี่ยนเฉินค่อย ๆ ประคองตัวเองลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อเข้าไปหาผู้มาใหม่ที่หัวเขาจินตนาการเพ้อฝันว่าคือกุ้ยไป๋หลาน สตรีคนรักของตน ทว่าสุราที่ดื่มเข้าไปในร่างกายจำนวนมากกลับแผลงฤทธิ์ ส่งผลให้เขาล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายต่อหลายครั้ง ช่างเป็นภาพที่น่าสมเพชเวทนายิ่งนัก

สำหรับผู้อื่นอาจใช่ คงสงสารบุรุษผู้นี้จนเผลอหลั่งรินน้ำตาตาม ๆ กันไป แต่สำหรับเล่อหยางหลงที่เฝ้ารอคอยนับวันขำระแค้นเอาคืนอย่างสาสมกลับรู้สึกมีความสุขยิ่งนัก

หากได้นั่งมองภาพที่เล่อเยี่ยนเฉินกำลังล้มลุกคลุกคลาน พยายามพยุงตัวมาหาตนนั้น พร้อมกับจิบใบชาชั้นดีอุ่น ๆ และทานคู่ขนมเซาปิ่งทอดร้อน ๆ เขาคงรู้สึกอารมณ์ดีไปสามเดือนเจ็ดเดือนเลยกระมัง

"ไป๋ไป๋ เป็นเจ้า เป็นเจ้าใช่หรือไม่ ไป๋ไป๋ของข้า เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว กลับมาหาข้าที่เรือนหอของเรา ไป๋ไป๋" ท้ายสุดเล่อเยี่ยนเฉินก็ไม่อาจต่อสู้กับอาการหนักศีรษะ แขนขาไร้เรี่ยวแรงของตนเองไหวแม้นใจจะไปถึงแม่นางคนรักก่อนสังขารแล้วก็ตาม จึงนอนแน่นิ่งราบอยู่บนพื้น เหยียดแขนขึ้นพร้อมเอ่ยเรียกชื่อกุ้ยไป๋หลานครั้งแล้วครั้งเล่า

"..." เล่อหยางหลงยังคงนิ่งเงียบ ทอดสายตามองสภาพอันน่าสมเพชของแม่ทัพเล่อเยี่ยนเฉินน้องชายต่างมารดาที่กำลังลากสังขารคืบคลานเข้ามาแม่นางปากหมาผู้นั้นด้วยความรู้สึกสุขล้นแทบจะปรี่ทะลักออกมาเริงระบำอยู่ด้านนอกอกเต็มที

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   30

    เขาต้องงอนง้อนางเป็นแน่! มิได้! นางต้องห้ามแสดงกิริยาอาการออกนอกหน้าเป็นอันขาด ควรสงวนที่ท่าสงบเสงี่ยมเอาไว้ให้สมบทบาทนางเอกนวนิยายเสียหน่อย เล่นตัวเล็กน้อยให้พอเป็นพิธี มิต้องมากความ เสียเวล่ำเวลา! "เอาบัวลอยน้ำขิงของเจ้ากลับไปด้วย ข้ามิอยากเห็นมันดูรกหูรกตา" เพล๊ง!!!! ใบหน้านางแตกกระจายแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ริมฝีปากอวบอิ่มเน้นเข้าหากันเบา ๆ ก่อนจะส่งเสียงชิชะในลำคออย่างนึกขัดใจแล้วคว้าถ้วยขนมหวานแล้วเดินสะบัดส่ายสะโพกโยกย้ายออกไปจากเรือนแม่ทัพเล่อหยางหลง "เดี๋ยว!""มีอันใดอีก" กุ้ยไป๋หลานตะคอกตอบนางด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงวีน "ข้าหาได้มีอารมณ์มาทะเลาะกับเด็กเอาแต่ใจเช่นเจ้าหรอกนะซือเหย่" นางเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นเอาแต่ใจตนของแม่นางซือเหย่ผู้นี้เต็มทีแล้ว เหตุใดพี่น้องที่คลานตามกันออกมาจากท้องแม่เดียวกัน ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากคนคนเดียวกันจึงได้มีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงถึงเพียงนี้เล่า แม่นางซืออิ๋ง ผู้พี่ ยามเจอหน้านางก็ยิ้มทักทายแล้วเข้ามาชวนพูดคุยอย่างเป็นมิตรในฐานะสหายคนหนึ่ง นางขาดเหลือสิ่งใดอีกฝ่ายก็คอยช่วยมิเคยปริปากบ่นเลยสักครา แต่ไยแม่นางซือเหย่ผู้เป็นน้องสา

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   29

    เพี๊ยะ!!!! ฝ่ามือเล็ก ๆ ของแม่นางซือเหย่ฟาดลงบนใบหน้านุ่มนิ่มกุ้ยไป๋หลานอย่างแรงด้วยความโมโหที่จู่ ๆ ก็ดันเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจที่ชายในดวงใจกำลังกอดจูบลูบคลำอยู่กับสตรีนางที่ตนเกลียดชังน้ำหน้ายิ่งกว่ากระไรดี จึงหาได้มีความสามารถมากเพียงพอพอในการควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ได้ไหวไม่“ซือเหย่!” แม่ทัพเล่อหยางหลงเบิกตาโพลงด้วยความรู้สึกตกใจ แต่ยังมิทันที่เขาจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดก็ดันเจอเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจมากกว่าเมื่อครู่เท่าตัว เมื่อกุ้ยไป๋หลาน หญิงสาวผู้ที่มิเคยโต้ตอบยืนแน่นิ่งปล่อยให้ผู้อื่นกระทำตนอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอดกำลังกระชากเส้นผมยาวสลวยของซือเหย่ แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างสุดกำลังแรงจนเรือนร่างบอบบางล้มหัวคะมำลงไปบนพื้น “เจ้า!!! เจ้าถือดีอย่างไรกล้าตบหน้าข้า” ฝ่ามือเล็กประคองพวงแก้มนุ่มนิ่มที่โดนกระทำเมื่อครู่แล้วทำท่าจะพุ่งหลาวเข้าใส่สตรีอีกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง “มา!! มึงเข้ามา แน่จริงก็เข้ามาสิเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าจะช่วยสงเคราะห์ประเคนฝ่ามือให้งาม ๆ เลยเชียวเอาหรือไม่!!!!” นางท้าวสะเอวและยกฝ่ามืออีกข้างหนึ่งง้างเอาไว้สุดแขนเพื่อตั้งท่าหมายจะตบแม่นางซือเหย่อีกรอบ“จะ…เจ้า!!! น

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   28

    “แล้วท่านแม่จะเก็บใบชาพวกนี้ไว้ด้วยเหตุใดกันเจ้าคะ หากมีผู้อื่นที่มิรู้ความพลั้งเผลอดื่มกินเข้าไปเล่า ลูกเกรงว่ามันจักกลายเป็นเรื่องใหญ่” ซืออิ๋งอดสงสัยไม่ได้ว่ามารดานางจะมีใบชาที่เป็นพิษแก่ร่างกายไว้ใกล้ตนเองด้วยเพราะสิ่งใด แม้นางที่คอยช่วยมารดาคัดแยกใบชามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย มองด้วยตาเปล่า สัมผัส และสูดดมเข้าไปจนเต็มปอดแล้วก็แทบจะมิรู้หรือผิดสังเกตเลยว่าใบชาใบนี้มีสรรพคุณทางยาที่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกาย ฉะนั้นหากเป็นผู้อื่นที่มิเคยคุ้นชินกับใบชา นางมั่นใจว่าไม่มีทางทราบเป็นแน่“ใบชาเหล่านี้ถึงแม้จะก่อให้เกิดโทษเป็นพิษแก่ร่างกายก็จริงแต่นั่นหากใช้ในกรณีที่มากเกินความจำเป็นต่างหากเล่า…ดื่มกินเพียงน้อยนิดก็จะมีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกสดชื่น” นางอธิบายไขข้อข้องใจให้แก่บุตรสาวได้ฟัง “แล้วโทษของมันรุนแรงหรือไม่เจ้าคะ” “มันหาได้ก่อให้เกิดโทษในชั่วพริบตาที่ดื่มกินเข้าไปไม่ แต่ใบชาชนิดนี้หากดื่มกินบ่อยครั้งและสะสมกันภายในร่างกายเป็นระยะเวลายาวนานมันก็จะค่อย ๆ กัดกินทำลายส่วนของระบบประสาทและก่อให้เกิดภาพหลอน” “น่ากลัวเสียจริงเจ้าค่ะท่านแม่” ซืออิ๋งหวาดผวาไม่น้อย "รีบคัดแยกเถิด" นางเ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   27

    เรือนใหญ่ตระกูลเล่อ"ข้า่ล่ะขัดใจยิ่งนัก เมื่อใดพ่อคนนั้นจะเลิกโง่เสียที" เล่อฮูหยินกระฟัดกระเฟียด ก่อนจะหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ไม้สักแล้วหยิบชาดอกท้อขึ้นมายกซดจนหมดจอกรวดเดียวเพราะทุกคราที่ได้ลิ้มลองรสสัมผัส ก็มักจะทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายทุกครา แต่หากวันใดที่มิได้ดื่ม วันนั้นนางก็คล้ายจะมีอาการเหวี่ยงวีน ไฟออกหู มองสิ่งใดก็ดูขัดหูขัดตาไปเสียหมดมิเว้นแม้กระทั่งบุตรชายหรือสามี "ใจเย็น ๆ ก่อนเถิดเจ้าค่ะท่านป้า หลานเกรงว่าเดี๋ยวอาการจะกำเริบขึ้นมาอีกนะเจ้าคะ" หลินฟางเหมยพยายามเกลี้ยกล่อมว่าที่แม่สามีเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะชิงตายไปเสียก่อนช่วยส่งเสริมจนนางได้ตบแต่งเป็นภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของบุรุษที่นางหมายตาต้องใจเยี่ยงเล่อเยี่ยนเฉินสำเร็จ เพราะหากสิ้นเล่อฮูหยิน นางก็มิเหลือผู้ใดคอยถือหางแล้วเช่นเดียวกัน ให้หวังพึ่งใบบุญว่าที่พ่อสามีก็หามีแววไม่ รายนั้นหูตามืดบอดหลงแม่นางกุ้ยไป๋หลานกระไรนั่นเหมือนบุตรชายตนมิมีผิด "นางเฟย ไปเอาชาดอกท้อมาให้ข้าอีก" "ชาหมดแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน..." นางเฟยบ่าวรับใช้จากโรงครัวอีกคนหนึ่งที่คอยรองมือรองตีนและรองรับอารมณ์เล่อฮูหยินขานตอบ"อีเฟย!!!!" เพล๊ง!!! จอกชาถ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   26

    “ข้าจำได้ขอรับท่านแม่” น้ำเสียงเขาถูกกดต่ำลงเพราะดูคล้ายกับว่าคำพูดของแม่นมซือเหยาเมื่อครู่มันดันไปกระทบกระเทือนจิตใจของเขาเสียจนได้ "ข้ามิมีวันลืมหรอกขอรับ ก่อนที่ท่านแม่จะสิ้นใจตายท่านแม่ทำขนมยุเหวียนเซียวหม้อใหญ่ให้ข้ากินฉลองที่ข้าสอบได้อันดับที่หนึ่ง...และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้ามีโอกาสได้กินอาหารฝีมือท่านแม่" ... "แค่ก ๆ อร่อยหรือไม่หยางเอ๋อร์" ในครั้งนั้นฮูหยินใหญ่หนิงลี่เองก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ อาการมิใคร่สู้ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าแปลกใจนักทั้ง ๆ ที่นางกินยาและดื่มชาที่ท่านหมอประจำตระกูลสามีจัดเตรียมเอาไว้ให้อย่างสม่ำเสมอมิเคยขาดตกบกพร่องแต่หารู้เลยไม่ว่าเหตุใดจึงมิดีขึ้นในทางกลับกันมีแต่ย่ำแย่ทรุดลงกว่าเดิม นับวันร่างกายของฮูหยินใหญ่หนิงลี่ก็ยิ่งทรุดโทรมห่อเหี่ยว ไม่มีเรี่ยว ไม่มีแรง เดิมทีเรือนร่างของนางแบบบางอยู่แล้วตามประสาสตรี ยามทรุดตัวป่วยไข้ลงก็ยิ่งผอมแห้งจนปรากฏเห็นโครงกระดูกชัดเจน แต่ด้วยเพราะรู้ข่าวว่าบุตรชายเพียงคนเดียวของนางสอบได้คะแนนอันดับที่หนึ่งจึงแบกร่างตัวเองลงครัวทำขนมของโปรดให้เขาเป็นรางวัล "อร่อยขอรับท่านแม่ ข้าชอบอาหารที่ท่านแม่ทำทุกอย่างเลยขอร

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   25

    หยามเกียรติบุรุษร่างกายบึกบึนล่ำสั่นเช่นท่านแม่ทัพเยี่ยงเขายิ่งนัก! มิมีสิ่งใดน่าอัปยศอดสูกระทั่งอยากซุกแผ่นดินนี้เทียบเท่าคำพูดดูถูกของสตรีที่เอื้อนเอ่ยออกมาหลังจากที่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของตน ‘มองไม่ชัดว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด’ เล็กจนมองมิออกเช่นนั้นหรือ นางกล้าพูดเยี่ยงนี้ได้อย่างไร! เขาค่อนข้างมั่นใจในแท่งหยกอันเบ้อเร้อ สมบัติอันล้ำค่าที่เขาภาคภูมิใจว่าทั้งใหญ่ ทั้งยาวและผงาดสู้มือราวกับมังกรคำรามหาได้มีผู้ใดเทียบเท่าได้ไม่ แต่นาง! นางสตรีหน้าตายผู้นี้ตาถั่วหรืออย่างไร!! “ข้าเปล่า เปล่านะเจ้าคะ” กุ้ยไป๋หลานอยากจะเอาศีรษะโขกฝาผนังจนสลบให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียโดยเร็ว แต่หาได้สามารถทำเช่นดั่งใจคิดได้ไม่เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ทันนางไปเสียทุกอย่างว่านางกำลังพยายามหาหนทางชิ่งหนีเอาตัวรอด จึงเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาล็อคคอนางให้เชิดรั้นอยู่เยี่ยงนี้ “เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ! เจ้านี่มันหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน เมื่อครู่เจ้าเป็นคนพูดว่ามันเลือนลางจนมองไม่ออกว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใดนั่นมิใช่ว่าเจ้าดูถูกว่าของของข้าเล็กนิดเดียวหรอกหรือ!!!” พูดสิ่งใดก็พูดได้แต่หากเรื่องนี้เขาย่อมมิได้เป็นอันขา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status