Share

19

last update publish date: 2026-08-24 15:26:04

"เช่นนั้นเองหรือขอรับ" จินเกอลอบยิ้มกรุ้มกริ่ม เหตุใดเขาจะมองไม่ออกเล่าว่าตอนนี้ท่านแม่ทัพเล่อหยางหลงกำลังกินน้ำส้มแม่นางกุ้ยไป๋หลานอยู่ เป็นสหายร่วมสาบาน เคียงบ่าเคียงไหล่ก็มาจวบจนทั้งชีวิต อีกฝ่ายหาได้เคยชายตาแลหรือมีทีท่าว่าจะให้ความสนใจางสตรีนางใดไม่แม้นกระทั่งหญิงงาม อ่อนเยาว์เช่นซือเหย่ที่ทั้งพยายามยวนยั่ว ยกตนเองใส่พานทองประเคนยื่นถึงปากแล้วแท้ ๆ ทว่าสถานะของนางก็มิเคยเป็นอื่นได้นอกเสียจากน้องสาวคนหนึ่งที่พี่ชายรักใคร่ เอ็นดู

แต่ไยกับแม่นางกุ้ยไป๋หลาน นางศัตรู นางสตรีชั่ว นางสตรีดื้อด้าน นางสตรีที่ปากพร่ำบอกว่าชังน้ำหน้า รังเกียจ อยากห่ำหั่นฆ่าฟันนางทิ้งแล้วแร่เนื้อให้แร้ง ให้เหยี่ยวบินเฉี่ยวโฉบลงมาแทะเล็มเสีย กลับมิยอมให้ผู้ใดแตะต้อง ถึงเนื้อถึงตัว หึงหวงได้แม้กระทั่งกับสหายคนสนิทเช่นเขา

"หากมิเป็นเช่นนั้น จะเป็นเช่นใดเล่า! ไยถึงได้ถามอันใดที่มันแสดงถึงความสิ้นคิด ไม่มีสมองเยี่ยงนางสตรีชั่วผู้นี้ออกมาได้"

"ถ้าอย่างนั้นข้าอุ้มนางเข้าไปด้านในนะขอรับ เช่นใดข้ากับนางก็สนิทสนมเป็นสหายกันและข้าเองก็ได้รับเชื้อความวิปลาศจากนางมาบ้างแล้ว แตะเนื้อต้องตัวอีกไม่ถึงหนึ่งเฟิน (หนึ่งเฟิน เทียบเท่าเวลาประมาณ 1 นาที) คงมิเป็นอันใดไปมากกว่านี้หรอกขอรับ" ได้ยินเช่นนั้นจินเกอก็ยิ่งชอบใจ น้อยครั้งนักที่จะมีเรื่องหรือผู้ใดสามารถยั่วยวนกวรประสาททำให้เล่อหยางหลงออกอาการจนมิอาจข่มกลั้นเก็บอารมณ์ได้อยู่ และเขาก็ทราบดีอีกว่าหากทำเช่นนี้ลงไปอาจทำให้ไหน้ำส้มที่บุรุษปากแข็งไม่รู้ใจตัวเองผู้นี้ระเบิดแตกออก

"หยุด!!!" เล่อหยางหลงรีบเข้าไปขวางกั้น แล้วช้อนตัวร่างบางขึ้นมาอุ้มพาดบ่าปล่อยให้ศีรษะนางห้อยโตงเตงอยู่ด้านหลัง "ข้าไม่อยากให้เจ้าเสียสติ ซึมซับความโง่เขลาจากนางสตรีชั่วไปมากกว่านี้ ประเดี๋ยวข้าจะเป็นคนเสียสละพานางเข้าไปโยนไว้ในหอนอนเอง"

"ท่านแม่ทัพไม่กลัวนางสตรีชั่วผู้นี้แพร่เชื้อความวิปริตใส่หรือขอรับ" จินเกอแกล้งถาม อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะหาข้อแก้ตัว แถต่อไปอย่างไร

"จำความได้ข้าก็ฝึกซ้อมวรยุทธ ร่ำเรียนวิชามากมายจนแข็งแกร่งมากกว่าคนในวัยเดียวกันมาตั้งแต่เยาว์วัย ฉะนั้นพวกเจ้าจงวางใจเถิด นางสตรีชั่วช้าผู้นี้หาได้สามารถทำอันใดข้าได้ไม่" พูดจบเขาก็เดินหายเข้าไปในหอนอน เพราะเกรงว่าหากยังยืนชักช้าอยู่ตรงนี้มีหวังคงโดนสหายคนสนิทซักถามไม่เลิกจนน่ารำคาญใจเป็นแน่ "เร่งไปตามอาหมอเถิด ก่อนที่นางจะตายคาจวนข้า เป็นเสนียดอัปมงคลยิ่งนัก"

แน่นอนว่าบุรุษหยาบกระด้าง แข็งทื่อผู้นี้หาได้รู้จักวิธีการทะนุถนอมหรือปฏิบัติต่อสตรีไม่ แม้นรู้แจ้งแก่ใจว่าขณะนี้นางเป็นลมล้มหมดสติไปด้วยความขี้ขลาดตาขาวหรืออาจมีสาเหตุเพราะเขาด้วย ทว่าเพียงน้อยนิดเท่านั้น นางวอนหาเหาใส่หัว หาเรื่องใส่ตัวเอง หากจะกล่าวโทษว่าเป็นความผิดเขาเห็นทีก็คงมิใช่ความ

เล่อหยางหลงสาวเท้าก้าวหยาบ ๆ เพื่อมุ่งหน้าเข้ามาให้ถึงเตียงนอนโดยเร็ว จึงทำให้ศีรษะนางที่ห้อยโตงเตงอยู่ด้านหลังสั่นสะเทือนเร่า ๆ ซ้ายที ขวาที โยกย้ายส่ายไปมาโครงเครง คลับคล้ายคลับคลาว่าหากเมื่อครู่อาการยังพอสามารถรักษาให้ทุเลาลงได้ แต่คราวนี้นางอาจอยากชิงตายด้วยการกลั้นหายใจเพราะวิงเวียนหัวตาลายเป็นแน่

บุรุษผู้นี้ช่างกระไร วางนางลงเบา ๆ อย่างทะนุถนอมเยี่ยงที่บุรุษผู้อื่นเขากระทำต่อสตรีหาเป็นไม่ เขาเลือกที่จะฉวยจับตัวนางราวกับตุ๊กตาล้มลุกแล้วโยนทุ่มลงบนฟูกเตียงจนเกิดเสียงดัง ฟุ้บ!!! หากท่านอาหมอมาตรวจร่างกายนางในตอนนี้ เห็นทีอาจพบว่ากระดูกซี่โครงบริเวณส่วนแผ่นหลังคงเปราะหักไปแล้วก็ไม่เกินจริง

“นางสตรีชั่วเจ้านี่สร้างความรำคาญใจให้ข้าไม่เว้นวันเลยเสียจริง! ข้าควรทำเช่นใดกับเจ้าดี ฆ่าทิ้งเลยดีหรือไม่” เล่อหยางหลงเปล่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองใจไม่ใช่น้อยที่ถูกจินเกอกล่าวหาให้ร้ายว่าเขากำลังแอบกินน้ำส้ม หึงหวงแม่นางกุ้ยไป๋หลานผู้นี้ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะนาง! ต้นเหตุมาจากนางแท้ ๆ หากนางมิกล่าววาจาอวดดี แสดงกิริยาต่ำทรามเช่นนั้นออกมาให้เขาเกิดไฟโทสะเผลอใช้ความรุนแรงผลั้งมือจนนางเลือดตกยางออก แล้วดันขี้ขลาดตาขาวเป็นลมหมดสติไป เขาก็คงไม่ต้องเรียกสหายคนสนิททั้งสองเข้ามา!

ความรู้สึกกดดันยามโดนผู้อื่นเพ่งมองอย่างจับผิดประหนึ่งเป็นนักโทษถูกบีบให้สารภาพความจริงและยอมรับในสิ่งที่ตนไม่ได้กระทำออกมามันอึดอัดยิ่งนัก! เขาใช้ชีวิตผ่านความเป็น ความตาย ความเกลียดชังมากมายที่ผู้คนต่างสาปส่งอยากให้ตกนรกหมกไหม้มาจวบจนหนาวนี้อายุสามสิบเศษ หาได้เคยต้องตกที่นั่งลำบากเช่นนี้ไม่! คนเช่นแม่ทัพเล่อหยางหลงเป็นได้เพียงผู้ล่าเท่านั้น มิใช่ผู้ถูกต้อนเยี่ยงนี้ และคนที่ทำให้เขาต้องเผชิญกับมันนั่นก็คือ นางสตรีชั่วช้าที่กำลังนอนเอนกายพริ้มตาหลับอย่างสบายอยู่บนฟูกเตียงเขาเช่นใดเล่า

เขาเป็นฝ่ายเสียหาย! ตื่นมาเขาจะให้นางรับผิดชอบเพื่อชดใช้ภาพลักษณ์ที่เขาต้องถูกลากตัวลงไปเกลือกกลั้วว่าแอบกินน้ำส้มนางสตรีชั่วช้าเช่นแม่นางกุ้ยไป๋หลานผู้นี้ ช่างเป็นเรื่องบัดซบที่สร้างความอัปมงคลยิ่งในชีวิตเขา!

"ข้านี่หรือ?" เล่อหยางหลงกำมือหลวม ๆ แล้วใช้ปลายนิ้วชี้เข้าหาแผงอกล่ำสั่นของตนเอง "ข้านี่หรือจะกินน้ำส้มสตรีเช่นเจ้าเนี่ยนะ เจ้ามีอันใดให้ข้าต้องตาต้องใจกันนักหรือ" เขาหย่อนสะโพกลงนั่งบนฟูกเตียงข้างเรือนร่างบอบบางก่อนจะใช้สายตาเพ่งพินิจพิจารณาใบหน้าของนางอย่างจดจ่อ "มองอย่างไรก็หามีไม่"

"..."

ฝ่ามือหนาใหญ่จับหมับเข้าที่ปลายคางมน แม้นตั้งใจเพียงประคองหลวม ๆ ธรรมดา ทว่าแรงเหลือล้นเทียบเท่าพญาช้างนั้นกลับกดลึกบีบลงบนพวงแก้มนุ่มจนลุ่มยุบไปตามปลายนิ้วโดยไม่รู้ตัว "ข้าพบพานสตรีทั้งองค์หญิง พระราชธิดา บุตรสาวขุนนาง เสนาบดี หรือแม้กระทั่งหญิงหอคณิกา หน้าตาเจ้าก็หาได้ต่างจากพวกนางไม่ เผลอ ๆ เทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ดูเถิดรอยคล้ำใต้ตาจากการอดหลับอดนอนชัดจนดูน่าเกลียดถึงเพียงนี้ แล้วจะให้ข้ารู้สึกพิศวาสในเจ้าถึงขั้นเกิดอาการหึงหวงเจ้ากับสหายคนสนิทได้เยี่ยงไรกันเล่า ช่างเป็นความคิดที่โง่เขลาเสียจริง"

ว่าแล้วก็จับประคองใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของกุ้ยไป๋หลานเอียงซ้าย เอียงขวาสองสามทีเพื่อเพ่งพินิจพิจาราณาดูว่านางมีส่วนใดที่แตกต่างหรือโดดเด่นพิเศษไปกว่าสตรีนางอื่น ๆ ที่หมายตาต้องใจอยากดูแลปรนนิบัติเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของเขาจนตัวสั่นบ้าง เหตุใดจินเกอจึงพูดประโยคที่แสดงถึงตัวผู้พูดว่าหาได้ผ่านกระบวนการคิดจากสมองที่ได้ร่ำเรียนวิชาเช่นนั้นออกมา

คนระดับแม่ทัพเล่อหยางหลง บุรุษเพียบพร้อม ยลโฉมงดงาม หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างล่ำสั่นจนเป็นที่น่าอิจฉาของบุรุษคนอื่น ๆ ทั่วแคว้นแดนใต้อย่างเขาหรือจะลดตัวลงไปกินน้ำส้มนางสตรีชั่วช้า วิปลาสนางนี้

“ก็หามีไม่” เล่อหยางหลจับจ้องใบหน้าของกุ้ยไป๋หลานอยู่นานสองนานด้วยความหลงลืมตัว เพราะดันผลั้งเผลอยลโฉมความงามที่หาได้มีความพิเศษแตกต่างจากสตรีนางอื่นในเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับมีเสน่ห์บางอย่างที่สามารถทำให้บุรุษหยาบโลน ใจแข็งทื่อเยี่ยงก้อนศิลาบนผาสูงชันที่หนาวนี้อายุร่วมสามสิบปีเศษทว่าไม่เคยคิดหรือสนใจหญิงคนใดเลยสักครากำลังจับจ้องมิละสายตาหลบหนีไปไหนตั้งนานสองนานคล้ายกับต้องมนตร์สะกดเข้าเสียแล้ว

ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่า แม่นางกุ้ยไป๋หลานสตรีชั่วช้าผู้นี้ยามสงบปากสงบคำ ไม่ทำตัวอวดดี เล่นหูเล่นตาพูดจากวนประสาทเขา ช่างดู น่ารักกว่าเป็นไหน ๆ …

ใบหน้านางเรียวเล็กจนฝ่ามือเขาแทบบดบังปิดมิด เส้นคิ้วดกดำสนิทโก่งราวกับใช้พู่กันแต่งเเต้มวาดอย่างบรรจง ดูนั่นเถิดขนตายาวรำแพนโค้งงอนรับกับปลายจมูกเล็กที่สันโด่งลาดชั้นคล้ายเนินเขา แล้วไหนเล่า จะฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อที่ยามจ้องมองนานเข้าแล้วเกิดความรู้สึกปรารถนาหมายมั่นอยากโน้มหน้าลงไปจุมพิตสัมผัสความหวานละมุนว่าจะนุ่มนิ่มสักเพียงใด แก้มของนางแม้นไม่ได้ปัดด้วยเครื่องประทินโฉมจนเป็นสีแดงชาดเยี่ยงสตรีนางโลมในหอคณิกา ทว่ากลับดูเปล่งปลั่งจากไรเลือดฝาดตามธรรมชาติของตัวนางจริง ๆ ไร้ที่ติเตียนชวนหลงใหลนัก

มาถึงตอนนี้แม่ทัพเล่อหยางหลงหาได้แปลกใจไม่ว่าเหตุใดแม่นางกุ้ยไป๋หลานผู้นี้จึงเป็นที่ต้องตา ต้องใจหมายปองของเหล่าบุรุษรูปงามทั่วแคว้นแดนเหนือใต้ มิเว้นแม้กระทั่งองค์ชายที่เคยกราบทูลต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ร้องขอสมรสพระราชทานมัดตัวนางหมายมั่นอยากได้นางเป็นชายาเคียงข้างพระองค์ ทว่า บุปผางามดอกนี้กลับตกไปอยู่ในมือของเล่อเยี่ยนเฉิน บุรุษที่มิสมควรได้รับความรักหรือความสุขสมหวัง

“หากเจ้ามิใช่สตรีของคนที่ข้าชังน้ำหน้าก็คงดีมิน้อย” จู่ ๆ ความคิดที่อยู่ในหัวก็ถูกเอื้อนเอ่ยพ่นออกมาอย่างลืมตัว “ไม่…ข้าหมายถึง ข้าอาจเมตตาเจ้าในฐานะสตรีคนหนึ่งที่นอกเหนือจากคำว่าศัตรูก็เป็นได้”

เล่อหยางหลงเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปปัดเส้นผมสีดำขลับที่ร่วงหล่นตกลงมาปกปิดใบหน้างดงามเพื่อดูบาดแผลของนางที่เลือดสีแดงสดเริ่มหยุดไหลและเหือดแห้งเกาะติดผิวเนื้อไปแล้วบ้างบางส่วน รอยแตกบนหน้าผากนี่ย้ำเตือนให้เขาเกิดความรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูกว่าเมื่อครู่ตนอาจพลั้งมือรุนแรงกับนางมากจริง ๆ จึงให้ร่างนางกระเด็นเข้าไปกระทบกับขอบโต๊ะเยี่ยงนี้

“เหตุใดข้าต้องรู้สึกผิดด้วยเล่า มันก็สมควรแล้วมิใช่หรือ ในเมื่อเจ้าดันทำตัวอวดดี หาเรื่องใส่ตนเอง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   30

    เขาต้องงอนง้อนางเป็นแน่! มิได้! นางต้องห้ามแสดงกิริยาอาการออกนอกหน้าเป็นอันขาด ควรสงวนที่ท่าสงบเสงี่ยมเอาไว้ให้สมบทบาทนางเอกนวนิยายเสียหน่อย เล่นตัวเล็กน้อยให้พอเป็นพิธี มิต้องมากความ เสียเวล่ำเวลา! "เอาบัวลอยน้ำขิงของเจ้ากลับไปด้วย ข้ามิอยากเห็นมันดูรกหูรกตา" เพล๊ง!!!! ใบหน้านางแตกกระจายแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ริมฝีปากอวบอิ่มเน้นเข้าหากันเบา ๆ ก่อนจะส่งเสียงชิชะในลำคออย่างนึกขัดใจแล้วคว้าถ้วยขนมหวานแล้วเดินสะบัดส่ายสะโพกโยกย้ายออกไปจากเรือนแม่ทัพเล่อหยางหลง "เดี๋ยว!""มีอันใดอีก" กุ้ยไป๋หลานตะคอกตอบนางด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงวีน "ข้าหาได้มีอารมณ์มาทะเลาะกับเด็กเอาแต่ใจเช่นเจ้าหรอกนะซือเหย่" นางเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นเอาแต่ใจตนของแม่นางซือเหย่ผู้นี้เต็มทีแล้ว เหตุใดพี่น้องที่คลานตามกันออกมาจากท้องแม่เดียวกัน ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากคนคนเดียวกันจึงได้มีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงถึงเพียงนี้เล่า แม่นางซืออิ๋ง ผู้พี่ ยามเจอหน้านางก็ยิ้มทักทายแล้วเข้ามาชวนพูดคุยอย่างเป็นมิตรในฐานะสหายคนหนึ่ง นางขาดเหลือสิ่งใดอีกฝ่ายก็คอยช่วยมิเคยปริปากบ่นเลยสักครา แต่ไยแม่นางซือเหย่ผู้เป็นน้องสา

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   29

    เพี๊ยะ!!!! ฝ่ามือเล็ก ๆ ของแม่นางซือเหย่ฟาดลงบนใบหน้านุ่มนิ่มกุ้ยไป๋หลานอย่างแรงด้วยความโมโหที่จู่ ๆ ก็ดันเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจที่ชายในดวงใจกำลังกอดจูบลูบคลำอยู่กับสตรีนางที่ตนเกลียดชังน้ำหน้ายิ่งกว่ากระไรดี จึงหาได้มีความสามารถมากเพียงพอพอในการควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ได้ไหวไม่“ซือเหย่!” แม่ทัพเล่อหยางหลงเบิกตาโพลงด้วยความรู้สึกตกใจ แต่ยังมิทันที่เขาจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดก็ดันเจอเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจมากกว่าเมื่อครู่เท่าตัว เมื่อกุ้ยไป๋หลาน หญิงสาวผู้ที่มิเคยโต้ตอบยืนแน่นิ่งปล่อยให้ผู้อื่นกระทำตนอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอดกำลังกระชากเส้นผมยาวสลวยของซือเหย่ แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างสุดกำลังแรงจนเรือนร่างบอบบางล้มหัวคะมำลงไปบนพื้น “เจ้า!!! เจ้าถือดีอย่างไรกล้าตบหน้าข้า” ฝ่ามือเล็กประคองพวงแก้มนุ่มนิ่มที่โดนกระทำเมื่อครู่แล้วทำท่าจะพุ่งหลาวเข้าใส่สตรีอีกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง “มา!! มึงเข้ามา แน่จริงก็เข้ามาสิเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าจะช่วยสงเคราะห์ประเคนฝ่ามือให้งาม ๆ เลยเชียวเอาหรือไม่!!!!” นางท้าวสะเอวและยกฝ่ามืออีกข้างหนึ่งง้างเอาไว้สุดแขนเพื่อตั้งท่าหมายจะตบแม่นางซือเหย่อีกรอบ“จะ…เจ้า!!! น

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   28

    “แล้วท่านแม่จะเก็บใบชาพวกนี้ไว้ด้วยเหตุใดกันเจ้าคะ หากมีผู้อื่นที่มิรู้ความพลั้งเผลอดื่มกินเข้าไปเล่า ลูกเกรงว่ามันจักกลายเป็นเรื่องใหญ่” ซืออิ๋งอดสงสัยไม่ได้ว่ามารดานางจะมีใบชาที่เป็นพิษแก่ร่างกายไว้ใกล้ตนเองด้วยเพราะสิ่งใด แม้นางที่คอยช่วยมารดาคัดแยกใบชามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย มองด้วยตาเปล่า สัมผัส และสูดดมเข้าไปจนเต็มปอดแล้วก็แทบจะมิรู้หรือผิดสังเกตเลยว่าใบชาใบนี้มีสรรพคุณทางยาที่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกาย ฉะนั้นหากเป็นผู้อื่นที่มิเคยคุ้นชินกับใบชา นางมั่นใจว่าไม่มีทางทราบเป็นแน่“ใบชาเหล่านี้ถึงแม้จะก่อให้เกิดโทษเป็นพิษแก่ร่างกายก็จริงแต่นั่นหากใช้ในกรณีที่มากเกินความจำเป็นต่างหากเล่า…ดื่มกินเพียงน้อยนิดก็จะมีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกสดชื่น” นางอธิบายไขข้อข้องใจให้แก่บุตรสาวได้ฟัง “แล้วโทษของมันรุนแรงหรือไม่เจ้าคะ” “มันหาได้ก่อให้เกิดโทษในชั่วพริบตาที่ดื่มกินเข้าไปไม่ แต่ใบชาชนิดนี้หากดื่มกินบ่อยครั้งและสะสมกันภายในร่างกายเป็นระยะเวลายาวนานมันก็จะค่อย ๆ กัดกินทำลายส่วนของระบบประสาทและก่อให้เกิดภาพหลอน” “น่ากลัวเสียจริงเจ้าค่ะท่านแม่” ซืออิ๋งหวาดผวาไม่น้อย "รีบคัดแยกเถิด" นางเ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   27

    เรือนใหญ่ตระกูลเล่อ"ข้า่ล่ะขัดใจยิ่งนัก เมื่อใดพ่อคนนั้นจะเลิกโง่เสียที" เล่อฮูหยินกระฟัดกระเฟียด ก่อนจะหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ไม้สักแล้วหยิบชาดอกท้อขึ้นมายกซดจนหมดจอกรวดเดียวเพราะทุกคราที่ได้ลิ้มลองรสสัมผัส ก็มักจะทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายทุกครา แต่หากวันใดที่มิได้ดื่ม วันนั้นนางก็คล้ายจะมีอาการเหวี่ยงวีน ไฟออกหู มองสิ่งใดก็ดูขัดหูขัดตาไปเสียหมดมิเว้นแม้กระทั่งบุตรชายหรือสามี "ใจเย็น ๆ ก่อนเถิดเจ้าค่ะท่านป้า หลานเกรงว่าเดี๋ยวอาการจะกำเริบขึ้นมาอีกนะเจ้าคะ" หลินฟางเหมยพยายามเกลี้ยกล่อมว่าที่แม่สามีเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะชิงตายไปเสียก่อนช่วยส่งเสริมจนนางได้ตบแต่งเป็นภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของบุรุษที่นางหมายตาต้องใจเยี่ยงเล่อเยี่ยนเฉินสำเร็จ เพราะหากสิ้นเล่อฮูหยิน นางก็มิเหลือผู้ใดคอยถือหางแล้วเช่นเดียวกัน ให้หวังพึ่งใบบุญว่าที่พ่อสามีก็หามีแววไม่ รายนั้นหูตามืดบอดหลงแม่นางกุ้ยไป๋หลานกระไรนั่นเหมือนบุตรชายตนมิมีผิด "นางเฟย ไปเอาชาดอกท้อมาให้ข้าอีก" "ชาหมดแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน..." นางเฟยบ่าวรับใช้จากโรงครัวอีกคนหนึ่งที่คอยรองมือรองตีนและรองรับอารมณ์เล่อฮูหยินขานตอบ"อีเฟย!!!!" เพล๊ง!!! จอกชาถ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   26

    “ข้าจำได้ขอรับท่านแม่” น้ำเสียงเขาถูกกดต่ำลงเพราะดูคล้ายกับว่าคำพูดของแม่นมซือเหยาเมื่อครู่มันดันไปกระทบกระเทือนจิตใจของเขาเสียจนได้ "ข้ามิมีวันลืมหรอกขอรับ ก่อนที่ท่านแม่จะสิ้นใจตายท่านแม่ทำขนมยุเหวียนเซียวหม้อใหญ่ให้ข้ากินฉลองที่ข้าสอบได้อันดับที่หนึ่ง...และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้ามีโอกาสได้กินอาหารฝีมือท่านแม่" ... "แค่ก ๆ อร่อยหรือไม่หยางเอ๋อร์" ในครั้งนั้นฮูหยินใหญ่หนิงลี่เองก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ อาการมิใคร่สู้ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าแปลกใจนักทั้ง ๆ ที่นางกินยาและดื่มชาที่ท่านหมอประจำตระกูลสามีจัดเตรียมเอาไว้ให้อย่างสม่ำเสมอมิเคยขาดตกบกพร่องแต่หารู้เลยไม่ว่าเหตุใดจึงมิดีขึ้นในทางกลับกันมีแต่ย่ำแย่ทรุดลงกว่าเดิม นับวันร่างกายของฮูหยินใหญ่หนิงลี่ก็ยิ่งทรุดโทรมห่อเหี่ยว ไม่มีเรี่ยว ไม่มีแรง เดิมทีเรือนร่างของนางแบบบางอยู่แล้วตามประสาสตรี ยามทรุดตัวป่วยไข้ลงก็ยิ่งผอมแห้งจนปรากฏเห็นโครงกระดูกชัดเจน แต่ด้วยเพราะรู้ข่าวว่าบุตรชายเพียงคนเดียวของนางสอบได้คะแนนอันดับที่หนึ่งจึงแบกร่างตัวเองลงครัวทำขนมของโปรดให้เขาเป็นรางวัล "อร่อยขอรับท่านแม่ ข้าชอบอาหารที่ท่านแม่ทำทุกอย่างเลยขอร

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   25

    หยามเกียรติบุรุษร่างกายบึกบึนล่ำสั่นเช่นท่านแม่ทัพเยี่ยงเขายิ่งนัก! มิมีสิ่งใดน่าอัปยศอดสูกระทั่งอยากซุกแผ่นดินนี้เทียบเท่าคำพูดดูถูกของสตรีที่เอื้อนเอ่ยออกมาหลังจากที่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของตน ‘มองไม่ชัดว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด’ เล็กจนมองมิออกเช่นนั้นหรือ นางกล้าพูดเยี่ยงนี้ได้อย่างไร! เขาค่อนข้างมั่นใจในแท่งหยกอันเบ้อเร้อ สมบัติอันล้ำค่าที่เขาภาคภูมิใจว่าทั้งใหญ่ ทั้งยาวและผงาดสู้มือราวกับมังกรคำรามหาได้มีผู้ใดเทียบเท่าได้ไม่ แต่นาง! นางสตรีหน้าตายผู้นี้ตาถั่วหรืออย่างไร!! “ข้าเปล่า เปล่านะเจ้าคะ” กุ้ยไป๋หลานอยากจะเอาศีรษะโขกฝาผนังจนสลบให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียโดยเร็ว แต่หาได้สามารถทำเช่นดั่งใจคิดได้ไม่เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ทันนางไปเสียทุกอย่างว่านางกำลังพยายามหาหนทางชิ่งหนีเอาตัวรอด จึงเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาล็อคคอนางให้เชิดรั้นอยู่เยี่ยงนี้ “เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ! เจ้านี่มันหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน เมื่อครู่เจ้าเป็นคนพูดว่ามันเลือนลางจนมองไม่ออกว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใดนั่นมิใช่ว่าเจ้าดูถูกว่าของของข้าเล็กนิดเดียวหรอกหรือ!!!” พูดสิ่งใดก็พูดได้แต่หากเรื่องนี้เขาย่อมมิได้เป็นอันขา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status