Share

20

last update publish date: 2026-08-24 15:26:11

หนาวนี้บุรุษอายุเข้าสามสิบเศษแล้ว เผชิญเรื่องราวมากมายในชีวิตนับไม่ถ้วน ดาบแหลมคมอาวุธประจำตัวที่พกพามิเคยห่างกายฆ่าฟัน บั่นเนื้อ เสียบแทงผู้คนมาแล้วหลายร้อยชีวิต ทั้งแทงเข้าท้อง คว้านไส้ออกมาสาวให้เหยี่ยวบินเฉี่ยวโฉบลงมากินต่อหน้าต่อตาสามีหรือภรรยาคนชั่วผู้นั้น เขากลับฟังว่าเสียงร้องโหยหวนจากความทุกข์ทรมานใจแทบจะตายตามกันไปมันช่างไพเราะเสนาะหูยิ่งนัก กลิ่นคาวเลือดหอมหวาน สูดดมโชยประหนึ่งเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่ช่วยให้เขาเจริญอาหาร คล้ายประเภทโรคจิตวิตถาร ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกผิดที่เผลอกระทำรุนแรงจนนางเลือดตกยางออก ทั้ง ๆ ที่มันแทบไม่ได้เศษเสี้ยวของผู้อื่นเลยสักนิด…

“ข้า…ขอ…” ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเบา ๆ สองจิตสองใจว่าตนควรกล่าววาจาเช่นนี้ออกไปด้วยเหตุผลอันใด ในเมื่อตลอดชีวิตที่ผ่านมามันหาได้เคยมีอยู่ในคลังคำของเขาเลยสักคราไม่ “ข้าขอสมน้ำหน้าเจ้านางสตรีอวดดี เป็นเพราะเจ้าหาเรื่องใส่ตัวเองหาใช่ความผิดข้าเสียหน่อย เหอะ”

แต่ยามนึกถึงว่านางคือสตรีคนรักของเล่อเยี่ยนเฉิน กลับสงวนคำพูด ขอโทษ เอาไว้ เพื่อใช้กับผู้อื่นที่ควรค่าแก่การได้รับมันมากกว่ากุ้ยไป๋หลาน

เล่อหยางหลงลุกขึ้นพรวดพราด หันหลังให้ ทำท่าจะก้าวขาออกไปจากหอนอนแล้วปล่อยให้นางชั่วนอนรอความตาย รอท่านอาหมอมารักษาตรวจดูอาการตามลำพัง ทว่าความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสักครั้งในชีวิตบุรุษแล่นขึ้นมาตีบตัน เหลียวหลังไปมองนางที่โดนแน่นิ่งไร้สติอยู่บนฟูกอีกครา

เรื่องของนางทำให้ยมทูตฝั่งซ้าย ฝั่งขวาในหัวมันถกเถียงกันอยู่หลายครั้งหลายคราว่าการปล่อยนางให้นอนรอการรักษาอย่างทุกข์ทรมานตามลำพังโดยมิต้องดูดำดูดีคือสิ่งที่ควรกระทำแล้วไม่ใช่หรือเพราะเป้าหมายในการลักพาตัวนางมาที่คือก็เพื่อทำให้นางเจ็บช้ำน้ำใจ แก้แค้นเอาคืนสามีของนาง บุรุษชาติชั่วผู้นั้นได้ลิ้มลองรสชาติความผิดหวัง ปวดร้าวยามโดนพรากของรักไปจากอก

ทว่าอีกฝั่งหนึ่งมันก็กระตุ้น ชักนำให้เขาเดินกลับเข้าไปอยู่รอเป็นเพื่อนนางจนกว่าท่านอาหมอจะมาถึงจวนเพราะคนที่ทำให้นางต้องเลือดตกยางออก หน้าผากแตกจนเลือดไหลโชกถึงเพียงนี้นั่นก็คือเขา…

“แล้วเหตุใดข้าต้องสนใจด้วยเล่า! เจ้าจะเป็นตายร้ายดีก็หาใช่ธุระกงการอันใดของข้าไม่ ดีเสียอีกนางสตรีชั่วเจ้าจะได้จดจำใส่สมองที่ว่างเปล่าของเจ้าเอาไว้ว่าหากคิดอวดดีกับข้ามันจะมีจุดจบเช่นไร”

พูดจบก็ระบายลมหายใจอุ่นร้อนออกมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่ยังถกเถียงกับตนเองไม่เลิกด้วยสาเหตุมาจากนางสตรีที่กำลังนอนเอนกายสบายอยู่บนฟูกเตียงผู้เดียว ช่างชั่วช้านัก กล้าดีเช่นไรทำให้บุรุษเยี่ยงเล่อหยางหลงสับสนกับตนเองได้ถึงเพียงนี้ หนำซ้ำขณะที่เขาตกที่นั่งลำบากนางกลับพริ้มตาหลับสบายใจเย้ยหยันความวุ่นวายที่ก่อเกิดขึ้นต่อเขาอีกด้วย นางมารร้าย!! แต่ท้ายสุดแล้วเขาก็เลือกกระทำในสิ่งที่มันต่อต้านความคิดอ่านฉบับพ่อตัวร้ายในนิยายด้วยการหมุนตัวหันหลังกลับเข้าไปเตรียมน้ำใส่กะละมัง

ทว่าทำแบบกระแทกแดกดัน เสียงดังโครมครามเพราะยังรู้สึกหงุดหงิดตนเองไม่เลิกที่ต้องมาทำเรื่องบ้าบอ สิ้นคิดอะไรเช่นนี้ ช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก หากผู้ใดเข้ามาเห็นสภาพแม่ทัพเล่อหยางหลงผู้ชั่วช้าที่วางตัวน่าเกรงขาม น่าหวาดกลัวชวนเสียวสันหลังวาบต่อหน้าศัตรูและคนทุกคนต้องมานั่งหยิบผ้าขาวสะอาดจุ่มน้ำ บิดให้แห้งพอหมาด ๆ แล้วแตะเช็ดรอยคราบเลือดแห้งผาดที่เปรอะเปื้อนติดอยู่บนใบหน้าของนางอย่างเก้งกัง ด้วยกลัวว่าพละกำลังที่มีเหลือล้นของตนจะเผลอผลั้งมือรุนแรงจนทำให้นางได้รับบาดเจ็บอีกคราว

“ยามหุบปากเจ้าก็งามไม่น้อย”

เล่อหยางหลงเหลียวซ้ายแลขวาจนแน่ชัดดีแล้วว่าคงมิมีผู้ใดโผล่พรวดพราดเข้ามาเป็นแน่จึงอาศัยช่วงเวลาตรงนี้เพ่งพินิจใบหน้าของกุ้ยไป๋หลานอีกครั้งอย่างเต็มตาโดยไร้ซึ่งอคติเสมือนตอนที่เขายังมองนางเป็นเพียงสตรีทั่ว ๆ ไปเช่นสตรีนางอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีพันธะหรือความสัมพันธ์กับคนที่เขาชังน้ำหน้าเช่นสองแม่ลูกชาติชั่วคู่นั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยเสียจริง แม้นผ่านมาเนิ่นนานร่วมสองปีเศษแล้วทว่านางยังคงสวยมิได้ต่างไปจากครั้งแรกที่เคยพบพานกันแถบชานเมืองขณะนางกำลังเดินเลือกซื้อถุงหอมตามประสาสตรีโดยมิทันได้ระแวดระวังตัวว่ามีสายตาของบุรุษชั่วช้าผู้นี้จ้องมองด้วยความรู้สึกสนใจในตัวนางไม่ใช่น้อย

“ช่างน่าเสียดายที่วันนั้นข้ามันขี้ขลาดตาขาวไม่ได้เข้าไปทักทาย แนะนำชื่อเสียงเรียงนามให้เจ้าได้ยลโฉมความหล่อเหลาบนใบหน้าข้าจนตราตรึงฝังอยู่ในหัวใจจนมิอาจละสายตาเหลียวไปมองผู้ใดได้อีกนอกจากข้า” ฝ่ามือหนาอีกข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปลูบเส้นผมสีดำขลับยาวสลวยของนางอย่างทะนุถนอมชนิดที่มิมีใครเคยเห็นหรือคาดคิดว่าบุรุษหยาบโลนเช่นเขาจะกระทำเยี่ยงนี้เยี่ยงคนปกติเป็นด้วย “เหอะ หากข้ากล้าสักนิด รับรองได้เลยว่า ไอ้บุรุษชั่วช้าเยี่ยนเฉินคงมิมีวาสนาพอที่จะต่อสู้กับข้าความหล่อของข้าจนได้เจ้าไปครองเยี่ยงนี้หรอกนางสตรีแพศยา”

‘แพศยายิ่งนักที่ทำให้บุรุษหยาบกระด้าง โหดเหี้ยมอำมหิตเช่นข้าต้องตาต้องใจเสียได้’ เขากลืนประโยคหลังลงคอ เพราะรู้สึกกระดากปากคันยุบยิบจึงมิกล้าเอื้อนเอ่ยออกไป

เมื่อสองปีก่อนหน้านี้

หมู่บ้านแถบชานเมืองทางทิศใต้ ซึ่งเป็นเขตปกครองการดูแลความสงบเรียบร้อยของแม่ทัพเล่อหยางหลงที่เพิ่งได้รับพระราชโองการพระราชทานตำแหน่งใหม่ให้มาประจำการที่นี่เมื่อต้นปีก่อน

แม่ทัพเล่อหยางหลงผู้นี้คอยตรวจตราราชการบ้านเมือง สานต่อฐานทัพฝึกฝนการต่อสู้ป้องกันตนเองให้แก่ชายฉกรรจ์เผื่อใช้ยามมีภัย จัดพลทหารลาดตระเวนแถบชายเเดนทุก ๆ ชั่วยามมากยิ่งขึ้น และขึ้นไปกำราบพวกโจรภูเขา รวมถึงพวกที่แอบซุ้มรอการโจมตีอยู่รายรอบ ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ที่เคยมีโจรชุกชุม เกิดเหตุการณ์ปล้นฆ่า วางระเบิด ผู้คนล้มตายเกลื่อนกลาด กลิ่นคาวเลือดคุ้งไปทั่วด้วยเพราะคือแหล่งทำเลทองคำที่อุดมสมบูรณ์ นับเป็นบ่อทองคำ ขุมทรัพย์ขุมใหญ่ที่สูงจนไม่สามารถตีมูลค่าได้ เริ่มลดน้อยลงบ้าง

“กลิ่นนี้ช่างเหมาะกับแม่นางยิ่งนัก” สตรีวัยกลางคนเถ้าแก่เนี้ยร้านเครื่องหอมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแถบชายแดนทางทิศใต้และค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในย่านนี้ เพราะราคาที่ไม่ได้สูงลิ่วทำขายเฉพาะราคาที่ชนชั้นสูงหรือคนมีฐานะเอื้อมถึงเท่านั้น แต่ทว่าสตรีทั่วไปก็สามารถจับจ่ายครอบครองเป็นเจ้าของเนื้อกายหอมจากลิ่นบุปผานี่ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

“จริงหรือเจ้าคะ” กุ้ยไป๋หลานรับถุงเครื่องหอมจากเถ้าแก่เนี้ยขึ้นมาสูดดม แน่นอนว่ากลิ่นของมันช่างหอมหวานตราตรึงใจยิ่งนัก

“จริงเจ้าค่ะแม่นาง ถุงหอมถุงนี้ผสมผสานด้วยเกสรและกลีบบุปผาถึงห้าชนิดเชียวนะเจ้าคะ”

“ถ้าเช่นนั้นข้าเอาเจ้าค่ะ”

“ขอบคุณแม่นางเป็นอย่างสูงเจ้าค่ะ ร้านเครื่องหอมของเรายินดีให้บริการ” หลังจากได้ถุงเครื่องหอมมาเรียบร้อยแล้วนางก็เอามาเหน็บเก็บไว้บริเวณชายสะโพก ก่อนจะเดินไปจับจ่ายซื้อพวกเนื้อหมู อาหารสด และผักผลไม้สำหรับเตรียมอาหารมื้อเย็นโดยมิได้ทันระวังตัวเลยว่ามีสายตาของบุรุษผู้หนึ่งกำลังจับจ้องและสะกดรอยตามนางอยู่ห่าง ๆ มิว่านางจะก้าวย่างไปยังตรอกซอยหรือร้านค้าแห่งใดก็ตาม

“วันนี้มีบ๊ะจ่างหรือไม่เจ้าคะ”

“ยายหยิบไว้ให้แล้วจ้ะแม่หนู” สตรีวัยกลางคนยื่นบ๊ะจ่างที่ถูกห่อด้วยใบไผ่ส่งให้แก่หญิงสาวที่มักแวะเวียนมาซื้อทุกวันจนกลายเป็นลูกค้าประจำไปเสียแล้ว

“ขอบใจท่านยายมากเลยนะเจ้าคะ”

“จ้ะ กินบ๊ะจ่างร้านยายทุกวัน แม่หนูไม่เบื่อบ้างหรือ?”

“ไม่หรอกจ้ะท่านยาย ข้าชอบกินบ๊ะจ่างมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วเพราะท่านแม่ของข้าชอบทำให้ข้าและท่านพ่อพกติดตัวไว้กินยามขึ้นไปหาของป่าบนเขา ที่สำคัญ บ๊ะจ่าง ฝีมือท่านยายรสชาติอร่อยถูกปากข้ายิ่งนักเจ้าค่ะ กินสักเท่าใดก็หารู้จักเบื่อไม่” นางยิ้มหวาน

“ช่างพูดจาฉอเลาะเสียจริง” ทำให้แม่นางกุ้ยไป๋หลานกลายเป็นที่รัก ที่เอ็นดูของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าและผู้เฒ่าผู้แก่หลาย ๆ คน การจับจ่ายซื้อของบางอย่างจึงมีผลพลอยได้ในราคาที่ถูกลงมาบ้าง ช่วยลดค่าใช้จ่ายไปพอสมควร

หลังจากที่นางเดินจับจ่ายซื้ออาหารโปรดเยี่ยงบ๊ะจ่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่ทัพเล่อหยางหลงที่แอบสะกดรอยตามนางมาติด ๆ มิให้คลาดสายตาจนดูคล้ายกับพวกโรคจิตวิตถารก็แวะหยุดด้านหน้าร้านท่านยานชั่วครู่

“ท่านยาย มีบ๊ะจ่างอีกหรือไม่ขอรับ”

“ฮ่า ๆ บ๊ะจ่างฝีมือข้าคงรสชาติอร่อยถูกปากเยี่ยงแม่หนูไป๋หลานผู้นั้นว่าไว้จริง ๆ มิมีผิดเพี้ยนเป็นแน่” ท่านยายยิ้มแต้เห็นเหงือกสีชมพูระเรื่อที่แทบนับจำนวนซี่ฟันได้ว่าเหลืออยู่เพียงไม่ถึงสิบอย่างภาคภูมิใจที่จู่ ๆ ก็มีบุรุษดูภูมิฐาน พร่ั่งพร้อมด้วยชาติตระกูลมาถามไถ่หาบ๊ะจ่างที่ร้านของตนทั้ง ๆ ที่ร้านอื่นมากมายก็ยังคงวางขายอยู่ “วันนี้บ๊ะจ่างร้านข้าขายดีหมดเกลี้ยงเลยจ้ะคุณชาย”

“หากเป็นเช่นนั้นในวันพรุ่ง ท่านยายช่วยเว้นบ๊ะจ่างไว้ให้ข้าสักยี่สิบลูกได้หรือไม่ขอรับ” บุรุษผู้นี้ตั้งแต่เล็กจนโตมิเคยสนใจเรื่องอาหารการกินเพราะมีแม่นมซือเหยาคอยจัดการให้ในทุก ๆ มื้อ เขามีหน้าที่เพียงจับมันยัดเข้าปาก เคี้ยว และกลืนลงไปให้อิ่มท้องพร้อมทำงานในทุกวันเท่านั้น แต่ยามนี้เมื่อทราบว่าสตรีที่เขาหมายตาต้องใจชอบกิน บ๊ะจ่าง เขาก็มิรอช้า เล่นใหญ่สั่งทีเดียวเป็นสิบ ยี่สิบลูก

“ยี่สิบลูก!” ท่านยายเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ในทุกวันนางทำขนมบ๊ะจ่างมาขายเพียงมิเกินสิบลูกเท่านั้น เพราะมีอีกหลาย ๆ ร้านที่ขายด้วยเช่นเดียวกัน หากเหลือก็คงเสียเปล่าทั้งต้นทุน กำไรหายหมดด้วยบ๊ะจ่างมิใช่อาหารที่สามารถนำไปอุ่นแล้วขายวันพรุ่งได้ นางทำวันต่อวันเท่านั้นรสชาติมันจึงอร่อยติดใจผู้ซื้อและขายมาได้นานถึงสิบ ยี่สิบ สามสิบปี แต่คุณชายผู้นี้กลับสั่งมากกว่าปกติที่นางนั่งขายหลายชั่วยามถึงสองเท่า ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีนัก “คุณชายพูดจริง ๆ ใช่หรือไม่เจ้าคะ มิได้โป้ปดคนแก่เช่นยายใช่หรือไม่”

“จริงขอรับ” เล่อหยางหลงประคองสองฝ่ามือเหี่ยวย่นเอาไว้เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ท่านยายผู้นี้ "ข้าต้องการให้ท่านยายช่วยเว้นบ๊ะจ่างไว้ให้ข้าสักยี่สิบลูกขอรับ แล้ววันพรุ่งข้าจะแวะมารับด้วยตนเอง"

“ขอบใจจ้ะ ขอบใจคุณชายจริง ๆ ที่สั่งบ๊ะจ่างฝีมือยายตั้งสิบลูก! แล้ว...คุณชายจะเอาไปเลี้ยงงานมงคลเช่นนั้นหรือเจ้าคะ เหตุใดจึงสั่งมากมายถึงเพียงนี้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   30

    เขาต้องงอนง้อนางเป็นแน่! มิได้! นางต้องห้ามแสดงกิริยาอาการออกนอกหน้าเป็นอันขาด ควรสงวนที่ท่าสงบเสงี่ยมเอาไว้ให้สมบทบาทนางเอกนวนิยายเสียหน่อย เล่นตัวเล็กน้อยให้พอเป็นพิธี มิต้องมากความ เสียเวล่ำเวลา! "เอาบัวลอยน้ำขิงของเจ้ากลับไปด้วย ข้ามิอยากเห็นมันดูรกหูรกตา" เพล๊ง!!!! ใบหน้านางแตกกระจายแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ริมฝีปากอวบอิ่มเน้นเข้าหากันเบา ๆ ก่อนจะส่งเสียงชิชะในลำคออย่างนึกขัดใจแล้วคว้าถ้วยขนมหวานแล้วเดินสะบัดส่ายสะโพกโยกย้ายออกไปจากเรือนแม่ทัพเล่อหยางหลง "เดี๋ยว!""มีอันใดอีก" กุ้ยไป๋หลานตะคอกตอบนางด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงวีน "ข้าหาได้มีอารมณ์มาทะเลาะกับเด็กเอาแต่ใจเช่นเจ้าหรอกนะซือเหย่" นางเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นเอาแต่ใจตนของแม่นางซือเหย่ผู้นี้เต็มทีแล้ว เหตุใดพี่น้องที่คลานตามกันออกมาจากท้องแม่เดียวกัน ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากคนคนเดียวกันจึงได้มีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงถึงเพียงนี้เล่า แม่นางซืออิ๋ง ผู้พี่ ยามเจอหน้านางก็ยิ้มทักทายแล้วเข้ามาชวนพูดคุยอย่างเป็นมิตรในฐานะสหายคนหนึ่ง นางขาดเหลือสิ่งใดอีกฝ่ายก็คอยช่วยมิเคยปริปากบ่นเลยสักครา แต่ไยแม่นางซือเหย่ผู้เป็นน้องสา

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   29

    เพี๊ยะ!!!! ฝ่ามือเล็ก ๆ ของแม่นางซือเหย่ฟาดลงบนใบหน้านุ่มนิ่มกุ้ยไป๋หลานอย่างแรงด้วยความโมโหที่จู่ ๆ ก็ดันเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจที่ชายในดวงใจกำลังกอดจูบลูบคลำอยู่กับสตรีนางที่ตนเกลียดชังน้ำหน้ายิ่งกว่ากระไรดี จึงหาได้มีความสามารถมากเพียงพอพอในการควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ได้ไหวไม่“ซือเหย่!” แม่ทัพเล่อหยางหลงเบิกตาโพลงด้วยความรู้สึกตกใจ แต่ยังมิทันที่เขาจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดก็ดันเจอเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจมากกว่าเมื่อครู่เท่าตัว เมื่อกุ้ยไป๋หลาน หญิงสาวผู้ที่มิเคยโต้ตอบยืนแน่นิ่งปล่อยให้ผู้อื่นกระทำตนอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอดกำลังกระชากเส้นผมยาวสลวยของซือเหย่ แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างสุดกำลังแรงจนเรือนร่างบอบบางล้มหัวคะมำลงไปบนพื้น “เจ้า!!! เจ้าถือดีอย่างไรกล้าตบหน้าข้า” ฝ่ามือเล็กประคองพวงแก้มนุ่มนิ่มที่โดนกระทำเมื่อครู่แล้วทำท่าจะพุ่งหลาวเข้าใส่สตรีอีกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง “มา!! มึงเข้ามา แน่จริงก็เข้ามาสิเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าจะช่วยสงเคราะห์ประเคนฝ่ามือให้งาม ๆ เลยเชียวเอาหรือไม่!!!!” นางท้าวสะเอวและยกฝ่ามืออีกข้างหนึ่งง้างเอาไว้สุดแขนเพื่อตั้งท่าหมายจะตบแม่นางซือเหย่อีกรอบ“จะ…เจ้า!!! น

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   28

    “แล้วท่านแม่จะเก็บใบชาพวกนี้ไว้ด้วยเหตุใดกันเจ้าคะ หากมีผู้อื่นที่มิรู้ความพลั้งเผลอดื่มกินเข้าไปเล่า ลูกเกรงว่ามันจักกลายเป็นเรื่องใหญ่” ซืออิ๋งอดสงสัยไม่ได้ว่ามารดานางจะมีใบชาที่เป็นพิษแก่ร่างกายไว้ใกล้ตนเองด้วยเพราะสิ่งใด แม้นางที่คอยช่วยมารดาคัดแยกใบชามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย มองด้วยตาเปล่า สัมผัส และสูดดมเข้าไปจนเต็มปอดแล้วก็แทบจะมิรู้หรือผิดสังเกตเลยว่าใบชาใบนี้มีสรรพคุณทางยาที่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกาย ฉะนั้นหากเป็นผู้อื่นที่มิเคยคุ้นชินกับใบชา นางมั่นใจว่าไม่มีทางทราบเป็นแน่“ใบชาเหล่านี้ถึงแม้จะก่อให้เกิดโทษเป็นพิษแก่ร่างกายก็จริงแต่นั่นหากใช้ในกรณีที่มากเกินความจำเป็นต่างหากเล่า…ดื่มกินเพียงน้อยนิดก็จะมีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกสดชื่น” นางอธิบายไขข้อข้องใจให้แก่บุตรสาวได้ฟัง “แล้วโทษของมันรุนแรงหรือไม่เจ้าคะ” “มันหาได้ก่อให้เกิดโทษในชั่วพริบตาที่ดื่มกินเข้าไปไม่ แต่ใบชาชนิดนี้หากดื่มกินบ่อยครั้งและสะสมกันภายในร่างกายเป็นระยะเวลายาวนานมันก็จะค่อย ๆ กัดกินทำลายส่วนของระบบประสาทและก่อให้เกิดภาพหลอน” “น่ากลัวเสียจริงเจ้าค่ะท่านแม่” ซืออิ๋งหวาดผวาไม่น้อย "รีบคัดแยกเถิด" นางเ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   27

    เรือนใหญ่ตระกูลเล่อ"ข้า่ล่ะขัดใจยิ่งนัก เมื่อใดพ่อคนนั้นจะเลิกโง่เสียที" เล่อฮูหยินกระฟัดกระเฟียด ก่อนจะหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ไม้สักแล้วหยิบชาดอกท้อขึ้นมายกซดจนหมดจอกรวดเดียวเพราะทุกคราที่ได้ลิ้มลองรสสัมผัส ก็มักจะทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายทุกครา แต่หากวันใดที่มิได้ดื่ม วันนั้นนางก็คล้ายจะมีอาการเหวี่ยงวีน ไฟออกหู มองสิ่งใดก็ดูขัดหูขัดตาไปเสียหมดมิเว้นแม้กระทั่งบุตรชายหรือสามี "ใจเย็น ๆ ก่อนเถิดเจ้าค่ะท่านป้า หลานเกรงว่าเดี๋ยวอาการจะกำเริบขึ้นมาอีกนะเจ้าคะ" หลินฟางเหมยพยายามเกลี้ยกล่อมว่าที่แม่สามีเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะชิงตายไปเสียก่อนช่วยส่งเสริมจนนางได้ตบแต่งเป็นภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของบุรุษที่นางหมายตาต้องใจเยี่ยงเล่อเยี่ยนเฉินสำเร็จ เพราะหากสิ้นเล่อฮูหยิน นางก็มิเหลือผู้ใดคอยถือหางแล้วเช่นเดียวกัน ให้หวังพึ่งใบบุญว่าที่พ่อสามีก็หามีแววไม่ รายนั้นหูตามืดบอดหลงแม่นางกุ้ยไป๋หลานกระไรนั่นเหมือนบุตรชายตนมิมีผิด "นางเฟย ไปเอาชาดอกท้อมาให้ข้าอีก" "ชาหมดแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน..." นางเฟยบ่าวรับใช้จากโรงครัวอีกคนหนึ่งที่คอยรองมือรองตีนและรองรับอารมณ์เล่อฮูหยินขานตอบ"อีเฟย!!!!" เพล๊ง!!! จอกชาถ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   26

    “ข้าจำได้ขอรับท่านแม่” น้ำเสียงเขาถูกกดต่ำลงเพราะดูคล้ายกับว่าคำพูดของแม่นมซือเหยาเมื่อครู่มันดันไปกระทบกระเทือนจิตใจของเขาเสียจนได้ "ข้ามิมีวันลืมหรอกขอรับ ก่อนที่ท่านแม่จะสิ้นใจตายท่านแม่ทำขนมยุเหวียนเซียวหม้อใหญ่ให้ข้ากินฉลองที่ข้าสอบได้อันดับที่หนึ่ง...และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้ามีโอกาสได้กินอาหารฝีมือท่านแม่" ... "แค่ก ๆ อร่อยหรือไม่หยางเอ๋อร์" ในครั้งนั้นฮูหยินใหญ่หนิงลี่เองก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ อาการมิใคร่สู้ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าแปลกใจนักทั้ง ๆ ที่นางกินยาและดื่มชาที่ท่านหมอประจำตระกูลสามีจัดเตรียมเอาไว้ให้อย่างสม่ำเสมอมิเคยขาดตกบกพร่องแต่หารู้เลยไม่ว่าเหตุใดจึงมิดีขึ้นในทางกลับกันมีแต่ย่ำแย่ทรุดลงกว่าเดิม นับวันร่างกายของฮูหยินใหญ่หนิงลี่ก็ยิ่งทรุดโทรมห่อเหี่ยว ไม่มีเรี่ยว ไม่มีแรง เดิมทีเรือนร่างของนางแบบบางอยู่แล้วตามประสาสตรี ยามทรุดตัวป่วยไข้ลงก็ยิ่งผอมแห้งจนปรากฏเห็นโครงกระดูกชัดเจน แต่ด้วยเพราะรู้ข่าวว่าบุตรชายเพียงคนเดียวของนางสอบได้คะแนนอันดับที่หนึ่งจึงแบกร่างตัวเองลงครัวทำขนมของโปรดให้เขาเป็นรางวัล "อร่อยขอรับท่านแม่ ข้าชอบอาหารที่ท่านแม่ทำทุกอย่างเลยขอร

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   25

    หยามเกียรติบุรุษร่างกายบึกบึนล่ำสั่นเช่นท่านแม่ทัพเยี่ยงเขายิ่งนัก! มิมีสิ่งใดน่าอัปยศอดสูกระทั่งอยากซุกแผ่นดินนี้เทียบเท่าคำพูดดูถูกของสตรีที่เอื้อนเอ่ยออกมาหลังจากที่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของตน ‘มองไม่ชัดว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด’ เล็กจนมองมิออกเช่นนั้นหรือ นางกล้าพูดเยี่ยงนี้ได้อย่างไร! เขาค่อนข้างมั่นใจในแท่งหยกอันเบ้อเร้อ สมบัติอันล้ำค่าที่เขาภาคภูมิใจว่าทั้งใหญ่ ทั้งยาวและผงาดสู้มือราวกับมังกรคำรามหาได้มีผู้ใดเทียบเท่าได้ไม่ แต่นาง! นางสตรีหน้าตายผู้นี้ตาถั่วหรืออย่างไร!! “ข้าเปล่า เปล่านะเจ้าคะ” กุ้ยไป๋หลานอยากจะเอาศีรษะโขกฝาผนังจนสลบให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียโดยเร็ว แต่หาได้สามารถทำเช่นดั่งใจคิดได้ไม่เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ทันนางไปเสียทุกอย่างว่านางกำลังพยายามหาหนทางชิ่งหนีเอาตัวรอด จึงเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาล็อคคอนางให้เชิดรั้นอยู่เยี่ยงนี้ “เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ! เจ้านี่มันหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน เมื่อครู่เจ้าเป็นคนพูดว่ามันเลือนลางจนมองไม่ออกว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใดนั่นมิใช่ว่าเจ้าดูถูกว่าของของข้าเล็กนิดเดียวหรอกหรือ!!!” พูดสิ่งใดก็พูดได้แต่หากเรื่องนี้เขาย่อมมิได้เป็นอันขา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status