หน้าหลัก / รักโบราณ / น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว / แต่ก่อนขอแค่มีที่ให้ซุกหัวนอนก็พอแล้วมิใช่หรือ

แชร์

แต่ก่อนขอแค่มีที่ให้ซุกหัวนอนก็พอแล้วมิใช่หรือ

ผู้เขียน: กัวซืออวี่
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-25 21:10:09

เหยียนหรานผ่อนปรนให้กับจางต้าเหลียนเท่าที่จะทำได้ นางข่มกลั้นความบาดหมางเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบนิ่ง มองบุรุษที่ยืนประจันหน้ากับนางพร้อมกับคนสนิทที่ติดตามมาด้วย

“ไม่ได้ให้พักที่นี่” เหยียนหรานบอกกับบุรุษตัวใหญ่สองคน คนหนึ่งยังมึนงงแต่อีกคนหนึ่งทำหน้าตาตื่นตระหนกราวกับได้ยินข่าวร้ายก็มิปาน

“แต่น้องหญิง-…”

“นายหญิง คนที่นี่เรียกข้าว่านายหญิง ต่อให้เป็นท่านแม่ทัพก็ควรปฏิบัติเฉกเช่นทุกคนในเมืองเปี้ยนเหลียง”

หลานหลินอ๋องหุบปากฉับ พลางขบคิดในใจว่าเขาจะเหมือนชาวบ้านได้อย่างไรในเมื่อตนนั้นเป็นสามีของนางแท้ ๆ จะไม่ให้เรียกน้องหญิงเช่นก่อนเก่า แต่จะให้เรียกนายหญิงแทนนี่มันใช่เรื่องที่ไหน

เฮอะ!

“ได้ นายหญิงก็นายหญิง”

แต่อนิจจา เจ้าลูกเต่าโง่เง่าต้องก้มหน้ารับอย่างเชื่อฟัง...

“ตามข้ามา”

หลานหลินอ๋องมองไปยังถนนทั้งสายที่เต็มไปด้วยร้านรวง แต่ทว่าสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาคือร้านค้ามากมายล้วนเป็นชื่อดอกไม้ทั้งสิ้น จนเดินมาจนสุดถนนเขาก็พบอาคารไม้สองชั้นสภาพซอมซ่อหลานหลินอ๋องได้แต่ภาวนาว่าขออย่าให้เหยียนหรานใจร้ายกับเขานักเลย

แต่คำอธิษฐานของเขาไม่เคยเป็นผล...

“ที่นี่ อยู่ที่นี่ไปก็แล้วกัน”

“นายหญิงไม่เกินไปหน่อยหรือ อย่างไรเสียท่านแม่ทัพก็เป็นถึงหลานหลินอ๋องจะให้พักในสถานที่ซอมซ่อแบบนี้ได้อย่างไร” คนติดตามของหลานหลินอ๋องเอ่ยท้วงให้ผู้เป็นนาย

“แย่กว่านี้ก็เคยอยู่มิใช่หรือ ตอนนั้นแค่มีที่ซุกหัวนอนก็พอแล้ว มีเสื้อผ้าให้ใส่ก็ดีแล้ว มีอาหารให้กินครบสามมื้อก็มากพอแล้ว มิใช่หรือ”

หลานหลินอ๋องนิ่งงัน ประโยคที่เหยียนหรานพูดออกมานั้นคือคำพูดของเขาเองในวันวาน วันที่เขาบากหน้าไปขออาศัยอยู่กับนางในบ้านที่เก่ากว่านี้หลายเท่า ความลำบากในวันนั้นยังเต็มไปด้วยความสุข แต่ความสบายในวันนี้กลับเต็มไปด้วยความทุกข์ ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน...

“ขาดเหลืออะไรก็เข้าไปตามร้านค้าในถนนนี้แล้วบอกว่าลงบัญชีนายหญิงเอาไว้”

“ไม่รบกวนนายหญิงขนาดนั้น” หลานหลินอ๋องรีบปฏิเสธ

“ทางการสั่งให้ข้าทำ เช่นเดียวกับสั่งให้ดูแลพวกท่าน ขาดตกบกพร่องมาข้าจะเป็นคนเคราะห์ร้ายได้”

กล่าวจบนายหญิงแห่งเปี้ยนเหลียงก็หันหลังเดินกลับไป ทิ้งบุรุษสองคนเอาไว้เบื้องหลัง

“ไม่มากไปหรือขอรับนายท่าน นางก็เป็นเพียงสตรี-…”

“หากเจ้าพูดว่าร้ายนางแม้ครึ่งคำข้าตัดลิ้นเจ้าแน่ ติงเชา”

ติงเชาหุบปากฉับ แม้จะไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไมนายท่านของตนต้องยอมลงให้สตรีนางนั้นถึงเพียงนี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเกิดเรื่องราวใหญ่โตจนเขาอนุมานเอาเองว่านายท่านและสตรีนางนั้นคงมีความสัมพันธ์กัน แต่กระนั้นก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดมิใช่หรือ ในเมื่อจวนอ๋องตำแหน่งอนุภรรยายังว่างอีกตั้งมากมายการที่นายท่านของเขาจะถูกใจสตรีแล้วแต่งเข้าจวนเป็นอนุภรรยาย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก อีกอย่างต่อให้สตรีนางนั้นแต่งเข้าจวนอ๋องก็เป็นได้แค่อนุภรรยามิใช่ชายาอ๋องเช่นนี้แล้วเหตุใดนายท่านจำต้องยอมลงให้นางถึงเพียงนี้กัน...

ไม่เข้าใจสักนิด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว   เตรียมของกลับเมืองหลวง

    “เลี้ยงมาดีจริง ๆ น้องหญิงเลี้ยงลูกมาดีจริง ๆ ” สรรพนามดั่งเช่นในวันวานเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยความตั้งใจของหลานหลินอ๋อง แต่กระนั้นมารดาของบุตรคงไม่คิดเช่นเดียวกัน หลานหลินอ๋องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของภรรยา“...อยากตายหรือ บอกกี่ครั้งว่าอย่าเรียก”หลานหลินอ๋องหันซ้ายแลขวาพินิจว่ามีแจกันหรือถ้วยชามใกล้มือเหยียนหรานหรือไม่ พอไม่เห็นก็ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจแต่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยความขมขื่นให้ตายเถอะ นี่ตั้งกี่เดือนเข้าไปแล้วเขายังไม่ได้แม้แต่จะแตะเนื้อต้องตัวนางเลยด้วยซ้ำ!ช่างน่าสงสาร...จางต้าเหลียนผู้นี้ช่างน่าสงสารจริง ๆ ....เย็นวันนั้นเกาอี้ชิงก็เข้ามารับทราบสัญญาว่าจ้างดั่งที่ได้กล่าวเอาไว้ เขาไม่มีท่าทีโต้แย้งใด ๆ กับข้อตกลงที่ได้รับ แต่สิ่งที่ตะขิดตะขวงใจก็คงหนีไม่พ้นสายตาของหลานหลินอ๋องที่เอาแต่จับจ้องมายังตนเสียมากกว่า บุรุษด้วยกันมีหรือจะไม่รู้ว่าท่าทีเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร แต่ก็เอาเถิดเกาอี้ชิงผู้นี้ยอมรับความพ่ายแพ้ก็แล้วกัน สู้ไปอย่างไรก็ไม่เห็นทางที่จะชนะ สู้ก้มหน้ารับความพ่ายแพ้เสียยังดีกว่าดั

  • น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว   เกาอี้ชิงที่พ่ายแพ้อย่างราบคาบ

    “หากเรื่องร้านเสร็จเจ้าจะกลับไปร่วมขบวนพ่อค้าต่อหรือไม่” เหยียนหรานเอ่ยถามบุรุษที่ช่วยเหลือนางเรื่องร้านค้าใหม่มาโดยตลอดจนตอนนี้ที่ทุกอย่างใกล้จะเข้าที่แล้ว“ไม่หรอกขอรับ พวกเขามองว่าข้าประหลาด ให้ร่วมทางมาด้วยก็เพราะเห็นว่าใช้แซ่เดียวกันก็เท่านั้น หากให้พูดตามจริงการที่ข้าอยู่ที่นี่นอกเหนือจากช่วยเหลือนายหญิงแล้วพวกเขาก็คงหวังสลัดข้าให้พ้นทางเสียมากกว่า” เกาอี้ชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสลด ฝืนยิ้มออกมาด้วยความเศร้าหมองแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นคือความจริงความจริงที่ว่าเขาไม่ได้เป็นเป็นประโยชน์สำหรับพ่อค้าพวกนั้นมากมายนัก และความจริงที่ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ไร้ประโยชน์ย่อมโดนสลัดทิ้ง“ทำบัญชีเป็นไหม”“เป็นขอรับ” เกาอี้ชิงตอบรับแม้จะสงสัยว่านายหญิงใหญ่จะถามทำไมก็ตาม“เช่นนั้นหากร้านนี้เสร็จเมื่อใดข้าจะจ้างให้ท่านเป็นผู้ดูแลที่นี่และคอยทำบัญชีส่งให้ข้า”“นายหญิง...แต่... เรื่องแบบนี้นายหญิงจัดการเองไม่ดีกว่าหรือขอรับ”“ข้าต้องเดินทางไปเมืองหลวงพร้อมกับหลานหลินอ๋อง ร้านนี่ก็จะเสร็จแล้วหากประวิงเวลาไปก็คิดว่าไม่คุ้ม เลยอยากหาคนที่พอจะชำนาญมาดูแลให้ เจ้าเองก็ไม่ได้มีแผนจะทำอะไ

  • น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว   เพื่อความปลอดภัยของอาเฟิง

    “อาเหนียง! ”เหยียนหรานสะดุ้งเมื่ออยู่ ๆ ร่างป้อมของบุตรชายก็วิ่งเข้ามาในห้องพร้อมทั้งกอดนางเอาไว้แน่นอย่างออดอ้อนเหลือประมาณ แม้ไม่ผิดวิสัยขี้อ้อนของเหยียนเฟิงแต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ฉายชัดจนนางทราบได้ทันทีว่าการออดอ้อนนี้อาเฟิงย่อมหวังผลบางประการ“มีอะไรร้องเสียงดังเชียวเจ้าปีศาจน้อย”เจ้าปีศาจน้อยยู่หน้า ซบหน้ากับหน้าท้องของมารดาครู่หนึ่งก่อนจะเอื้อนเอ่ยที่มาของการเอะอะเสียงดังจนมารดาตกใจ “อาเตี่ยมาหาขอรับ... มีของกินเยอะแยะเลย แต่เฟิงเฟิงกินไม่ได้ถ้าอาเหนียงไม่ลงไป อาเตี่ยบอกว่าต้องกินพร้อมกัน เฟิงเฟิงกินก่อนไม่ได้”เหยียนหรานร้องอ๋อเมื่อทราบที่มีของความกระตือรือร้นของลูกชาย จะมีสักกี่เรื่องกันเล่าที่จะทำให้เจ้าปีศาจน้อยที่แสนจะเอื่อยเฉื่อยมาตาลุกวาวได้หากไม่ใช่เรื่องของกิน เหยียนหรานจึงจับมือป้อม ๆ ของเหยียนเฟิงลงไปด้านล่างเพื่อพบกับ ‘อาเตี่ย’ ที่อีกฝ่ากล่าวถึงจางต้าเหลียนจัดแจงอาหารนานาเสร็จสรรพ บัดนี้นั่งรอให้นางและเหยียนเฟิงมาร่วมโต๊ะด้วยสีหน้ายินดีปรีดาเท่านั้น“ไปค่ายทหารแต่กลับได

  • น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว   น่าเสียดายที่เหยียนหรานสนใจแต่การค้า

    “อาเฟิงเหมือนบิดาไม่มีผิด” เกาอี้ชิงคล้ายจะพูดประจบประแจง แต่ทว่านั่นคือความจริง เด็กตัวกลมที่เดินไปทั่วเมืองเปี้ยนเหลียงเพื่อกินอาหารตามท้องถนนนั้นช่างคล้ายกับหลานหลินอ๋องเหลือเกิน“ก็ภาวนาว่าอย่าให้เหมือนมากเกินไป ไม่เช่นนั้นข้าคงได้ปวดหัวไม่เว้นวัน”“อาเฟิงฉลาด ย่อมไม่สร้างเรื่องปวดหัวให้นายหญิงเป็นแน่”“เอาเถอะ ว่าแต่ร้านค้านี่ไม่ใหญ่ไปหน่อยหรือ ข้าวของตอนนี้ใช่ว่าจะมีขายมากมาย”เหยียนหรานปล่อยเรื่องของพ่อลูกที่นับวันยิ่งเหมือนกันจนน่าปวดหัว และหันมาสนใจเรื่องร้านค้าที่กำลังก่อสร้าง และดูเหมือนว่าจะใหญ่โตกว่าร้านค้าทั้งหมดที่นางเคยมี“ร้านค้าเช่นนี้จำต้องใหญ่ เพราะจะได้ให้คนมาเลือกดูได้สะดวก อีกอย่างต้องคอยตุนสินค้าเอาไว้ไม่ให้ขาด เลยต้องสร้างห้องเก็บของเอาไว้ต่างหากเลยใหญ่โตแบบนี้” เกาอี้ชิงอธิบาย ส่วนสตรีที่ได้รับคำตอบก็พยักหน้ารับอย่างไม่ท้วงติง จะสร้างเล็กสร้างใหญ่นางก็ไม่เกี่ยงหากแต่ต้องรู้ว่าเงินที่เสียไปนั้นเสียไปเพื่ออะไร หากเสียไปในเรื่องไม่ใช่เรื่องนางคงต้องระงับทุกอย่างเอาไว

  • น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว   ไหน้ำส้มของหลานหลินอ๋อง

    “แต่งตั้งแม่ทัพใหญ่... ทรงเลือกแล้วจริง ๆ ” หลานหลินอ๋องกล่าวหลังจากรับข่าวจากม้าเร็วที่เข้าไปสอดแนมเรื่องต่าง ๆ ภายในเมืองหลวง เรื่องการแต่งตั้งแม่ทัพใหญ่เป็นข่าวครึกโครมจนคนทั้งแคว้นต่างนั่งไม่ติดที่ แน่นอนว่าการแต่งตั้งตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับกองทัพย่อมเป็นเรื่องใหญ่ และหวงตี้ก็ทรงเลือกแล้วว่าจะให้ใครดูแลเรื่องใหญ่นี้ และพระองค์ไม่ได้เลือกหลานหลินอ๋อง...ความชัดเจนของการตัดสินใจในครั้งนี้ช่างแน่วแน่นักว่าพระองค์จะกำลังกำจัดหลานหลินอ๋อง และแสดงให้ขุนนางทั้งหลายได้เห็นถึงพระราชอำนาจของพระองค์...อำนาจมารดาเจ้าเถอะ!คนพรรค์นั้นจะต่างอะไรจากหมากตัวหนึ่งที่ถูกหลอกใช้และกำลังหาทางรอดอยู่เล่า ทุกครั้งที่หลานหลินอ๋องยื่นมือเข้าไปช่วยก็เพราะเห็นว่าเป็นพี่น้องร่วมโลหิต ดิ้นรนทำทุกอย่างเอาชีวิตไปขวางทางคนที่คิดร้าย แต่สุดท้ายในเมื่อพระองค์ไม่เห็นแก่ความดีที่ทำมาก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ หากครั้งนี้พระองค์จะเดินไปหาจุดจบของตัวเอง เพราะหลานหลินอ๋องพยายามยื้อทุกอย่างไว้แล้วอย่างสุดความสามารถแล้วจริง ๆหลานหลินอ๋องไม่ได้เร่ง

  • น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว   ความพ่ายแพ้ต่อสกุลกัว

    “เช่นนั้นหรือเพคะ ความจริงหม่อมฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นหญิงหรือชาย... แต่หม่อมฉันเพิ่งจะได้ข่าวว่าหลานหลินอ๋องมีบุตรชายคนหนึ่งอยู่ที่เปี้ยนเหลียงน่ารักน่าเอ็นดู หม่อมฉันก็พลอยอยากมีลูกชายเหมือนหลานหลินอ๋องไปด้วย หม่อมฉันช่างเป็นคนโลภมากเหลือเกินว่าหรือไม่เพคะ”สตรีงามเหยียดยิ้มเย้ยหยันบุรุษตรงเบื้องหน้า หากไม่โง่เขลาจนเกินไปหวงตี้คงจะตระหนักได้ว่าการที่นางพูดออกไปเช่นนี้นั้นหมายความว่าอย่างไร และพระพักตร์ของโอรสสวรรค์ในบัดนี้ก็ชัดเจนว่าพระองค์ไม่ได้โง่เขลากลับกันพระองค์เข้าใจสิ่งที่นางต้องการจะสื่อเช่นเดียวกับที่นางเข้าใจว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“จะหญิงหรือชาย อย่างไรก็ลูกเรา” กัวอิ่งหรงอยากจะหัวเราะให้กับโอรสสวรรค์ ที่เอ่ยราวกับว่าเป็นบิดาที่รักบุตรทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่สุดท้ายก็ได้แต่ยิ้มรับ กลั้นก้อนความไม่เห็นด้วยลงคอและเอ่ยรับอย่างเสียไม่ได้“เพคะ หม่อมฉันดีใจที่ฝ่าบาทคิดได้เช่นนั้น”“แต่เราไม่ได้มีลูกคนเดียว เขาเกิดมาท่ามกลางพี่น้องมากมาย และนั่นคือความเป็นจริงของชีวิต”“อย่าก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status