เข้าสู่ระบบทว่าชายหนุ่มกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทำเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อยเขาใช้มือบีบปลายคางของเธอไว้ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจูบฟัดอย่างดุดันและเร่าร้อนซางเลี่ยรุ่ยรุกล้ำเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ ปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของเธอไว้ด้วยริมฝีปาก“อื้อ...”เวินหร่านผลักเขาไม่ไหว สุดท้ายจึงทำได้เพียงปล่อยให้เขาตักตวงความหวานตามใจชอบท้ายที่สุดแล้วเธอก็คุ้นเคยกับเรือนร่างของเขาเป็นอย่างดีอยู่แล้วในความมืดมิด ประสาทสัมผัสทุกส่วนยิ่งถูกขยายให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกเรือนร่างของคนทั้งสองแนบชิดสนิทแน่นไร้ช่องว่างอุณหภูมิรอบกายค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ ความโลภเริ่มเข้าครอบงำซางเลี่ยรุ่ยมือข้างหนึ่งของเขาซุกซนสอดเข้าไปในชุดราตรีของเธอ ลูบไล้สำรวจไปทั่วอย่างอุกอาจส่วนมืออีกข้างก็โอบรัดเอวบางของเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้เธอดิ้นรนขยับเขยื้อนไปไหนริมฝีปากที่ร้อนผ่าวพรมจูบไล่เรื่อยลงมายังลำคอเปลือยเปล่าของเธอเขาอ้าปากขบเม้มดูดดึงอย่างแรง...“อย่าค่ะ!”เวินหร่านร้องปฏิเสธขึ้นตามสัญชาตญาณต่อให้ทั้งคู่จะเคยมาถึงขั้นนั้นแล้วก็ตาม แต่ในเวลานี้วินาทีนี้ เธอก็ยังคงทำใจยอมรับมันไม่ได้อยู่ดีทั้งสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ทั้
แล้วบรรดาคนเฒ่าคนแก่พวกนี้มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาให้เกียรติเธอด้วยล่ะ?โชคดีที่เธอไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย“อารุ่ย ฉันจะแนะนำเพื่อนใหม่ให้รู้จักคนหนึ่ง!”ผู้อาวุโสถังที่กำลังยืนทักทายพูดคุยอยู่กับซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยขึ้นกะทันหันยังไม่ทันที่เวินหร่านและซางเลี่ยรุ่ยจะได้ตั้งตัว ก็เห็นผู้อาวุโสถังหันหลังกลับไป พร้อมกับโบกมือเรียกจากนั้นเธอก็ได้เห็นฟู่จิ่งเฉิงในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ ถือแก้วเครื่องดื่มเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาเวินหร่านเบิกตากว้างขึ้นในพริบตา เกือบจะคิดว่าตัวเองตาฝาดไปเสียแล้วทำไมฟู่จิ่งเฉิงถึงมาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้ได้ล่ะ?เขากำลังขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาลึกซึ้งมืดครึ้มมองตรงมายังเธอ พร้อมกับสาวเท้าย่างกรายเข้ามาทีละก้าวจนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา“คุณชายรองตระกูลฟู่ ฟู่จิ่งเฉิง!” ผู้อาวุโสถังแนะนำด้วยท่าทีเป็นกันเอง “ส่วนนี่คือประธานซาง ซางเลี่ยรุ่ย!”เวินหร่านพลันสัมผัสได้ถึงกระแสคลื่นใต้น้ำสองสายที่ปะทะคุกรุ่นกันอยู่บนตัวของคนทั้งสองชายหนุ่มทั้งสองต่างจ้องมองสำรวจประเมินอีกฝ่ายโดยไม่มีใครยอมใครเลยแม้แต่น้อยผ่านไปครู่ใหญ่ ฟู่จิ่งเฉิงถึงได้ยื่นมื
เวินหร่าน “ไม่รู้ค่ะ”นัยน์ตาคมกริบของซางเลี่ยรุ่ยหรี่แคบลงเล็กน้อย “ไม่รู้จริง ๆ น่ะเหรอ?”เวินหร่านพยักหน้ารับ “ในช่อดอกไม้ไม่มีการ์ด ไม่มีชื่อผู้ส่ง ฉันก็นึกว่าเป็นคุณที่ส่งมาให้! ไม่อย่างนั้นเมื่อกี้ฉันก็คงไม่ถามคุณหรอกค่ะ!”หากรู้ล่วงหน้าว่าไม่ใช่ฝีมือเขา เธอก็คงไม่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดให้เสียหน้าหรอกซางเลี่ยรุ่ย “ถ้าคุณรู้ตั้งแต่แรกว่าดอกไม้ช่อนั้นไม่ใช่ผมที่เป็นคนส่งให้ คุณจะยังเก็บมันไว้ไหม?”ในใจของเวินหร่านคิดว่า ต่อให้เขาจะส่งหรือไม่ส่ง เธอก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้วเวินหร่านส่ายหน้า “ไม่เก็บไว้หรอกค่ะ!”นี่ก็คือความจริงจากใจของเธอหากรู้ตั้งแต่แรกว่าไม่ใช่เขาเป็นคนส่งมา เธอคงจะโยนมันทิ้งลงถังขยะไปนานแล้วคงไม่ใช่แค่ปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ แน่ซางเลี่ยรุ่ยโอบไหล่บางของเธอเข้ามาด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับจูบเบา ๆ บนริมฝีปากนุ่มสีชาดของเธอ“เด็กดี!”เส้นเลือดที่ขมับของเวินหร่านถึงกับปูดขึ้นตุบ ๆ เธอไม่ใช่สัตว์เลี้ยงสักหน่อย!เด็กดีอะไรกันเล่า?ตามสัญชาตญาณแล้วเธอย่อมไม่อยากต่อความยาวสาวยืดในประเด็นนี้ต่อ“คืนนี้เป็นงานเลี้ยงลักษณะแบบไหนเหรอคะ?” เวินหร่า
หลังจากเวินหร่านพูดประโยคนี้จบ ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากซางเลี่ยรุ่ยอยู่นานสองนานในใจของเธออดที่จะลังเลขึ้นมาไม่ได้หรือว่าแค่คำขอนิด ๆ หน่อย ๆ แค่นี้ เขาก็ยังไม่ยอมตกลงงั้นเหรอ?ผู้ชายคนนี้จำเป็นต้องเผด็จการและเอาแต่ใจขนาดนี้เลยหรือไง?แต่สิ่งที่ทำให้เธอคาดไม่ถึงก็คือ...ซางเลี่ยรุ่ยกลับเอ่ยขึ้นว่า “ดอกไม้อะไร? ผมไม่ได้ส่งดอกไม้ให้คุณสักหน่อย!”นัยน์ตาคู่คมของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบขึ้นมาในฉับพลันเวินหร่านชะงักงันไปคลื่นความรู้สึกอับอายและประหม่าพรั่งพรูขึ้นมาในก้นบึ้งของหัวใจเธอนึกว่าดอกกุหลาบช่อนั้นเป็นฝีมือของเขาเสียอีกที่แท้เธอก็เข้าใจผิดไปเองหรอกเหรอเนี่ย“เอ่อ ฉันไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ”เวินหร่านรีบหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในห้องพักผ่อนทันที“มีผู้ชายส่งดอกไม้ให้คุณอย่างนั้นเหรอ?”ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยถามขึ้นไล่หลังมาอย่างกะทันหันเวินหร่านรีบส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน “ปะ เปล่าค่ะ...”พอพูดจบเธอก็ไม่กล้าแม้แต่จะชำเลืองมองเขาอีกสักนิดเร่งฝีเท้าเดินหนีออกมาทันทีพอเข้ามาถึงในห้องรับรอง เธอก็เอาแผ่นหลังพิงติดกับประตูห้องเวินหร่านยืนสูดหายใจเข้าลึก ๆ อยู่สองสามครั้งถ
ตอนที่เวินหร่านมาถึงบริษัท ก็สังเกตเห็นว่าเพื่อนร่วมงานทุกคนต่างพากันมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลก ๆ เธอเดินเข้าห้องทำงานของตัวเองด้วยความงุนงงก่อนจะพบว่าบนโต๊ะทำงานของเธอมีช่อดอกกุหลาบสีแดงสดช่อใหญ่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นวางอยู่“ดอกกุหลาบช่อนี้ของใครกัน?”จังหวะที่เฉินเฉียนเฉียนเดินผ่านมาพอดี เวินหร่านจึงรีบเอ่ยปากเรียกเพื่อซักถาม“ก็ต้องเป็นของพี่เวินอยู่แล้วสิคะ” เฉินเฉียนเฉียนพูดด้วยรอยยิ้ม “เมื่อครู่พนักงานจัดส่งพิเศษของร้าน onlylove เอามาส่งค่ะ ฉันช่วยบอกทางไปห้องทำงานของพี่ให้ เขาเลยวางดอกไม้ไว้แล้วก็รีบกลับไปเลยน่ะค่ะ”เวินหร่านชะงักไปส่งให้เธออย่างนั้นเหรอ?เธอเดินกลับไปสำรวจช่อกุหลาบนั้นอย่างละเอียดอีกรอบไม่มีการ์ดอวยพรใบเล็ก ๆ และไม่มีการลงชื่อผู้ส่งใด ๆ ทั้งสิ้นเดาไม่ออกเลยสักนิดว่าใครเป็นคนส่งมาเฉินเฉียนเฉียนทำหน้าตาอิจฉาริษยา “onlylove เชียวนะคะเนี่ย! ทั้งเปย์ทั้งโรแมนติกสุด ๆ ไปเลย สามีของพี่เวินนี่ดีกับพี่จริง ๆ เลยนะคะ!”เวินหร่านรู้จักร้านดอกไม้ onlylove ดีร้านขายดอกไม้ที่แพงที่สุดในเมืองเหล่ามหาเศรษฐีและคุณชายไฮโซในแวดวงสังคมชั้นสูงต่างเลือกใช้บริการร้านนี
เมื่อเวินฉีเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มสนใจ ก็รู้ทันทีว่าเธอมาถูกทางแล้วในโลกนี้ไม่มีแม่สามีลูกสะใภ้คู่ไหนที่ไม่เคยมีปัญหาคาใจกันหรอกโจวลี่จวนย่อมไม่ชอบหน้าเวินหร่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้วตามคำโบราณที่ว่า ศัตรูของศัตรูก็คือมิตรในเมื่อตอนนี้เวินหร่านคือศัตรูตัวฉกาจทั้งของเธอและโจวลี่จวนเช่นนั้นเธอกับโจวลี่จวนก็ย่อมกลายเป็นพวกเดียวกันโดยปริยายเวินฉีแกล้งทำเล่นตัวดึงเชิง “คุณช่วยพาฉันออกไปก่อน แล้วฉันค่อยบอกคุณ”โจวลี่จวนจับไต๋ความตั้งใจของอีกฝ่ายได้ทันทีในเสี้ยววินาที“เธอลงทุนลงแรงซะขนาดนี้เพื่อเชิญฉันมา ที่แท้ก็เพื่อจะให้ฉันช่วยพาเธอออกไปนี่เองสินะ?”เวินฉี “ฉันมีความลับเกี่ยวกับเวินหร่านที่คุณอยากรู้ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนค่ะ การที่คุณช่วยพาฉันออกไปจึงถือว่าสมเหตุสมผลแล้วไม่ใช่เหรอคะ”โจวลี่จวนกวาดสายตาสำรวจมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าสภาพของเวินฉีในตอนนี้ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงไม่หลงเหลือเค้าลางความเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์เหมือนเมื่อก่อนอยู่เลยสักนิดราวกับนักโทษที่น่าเวทนาคนหนึ่ง“ก่อนหน้านี้ลูกชายฉันไม่ได้ชอบเธอมากหรอกเหรอ? ทำไมตอนนี้ถึงได้เอาเธอมาขังไว้ที่นี่ล่ะ?”
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก







