INICIAR SESIÓNสิงห์นั่งครุ่นคิดถึงหญิงสาวที่เขาเจอเมื่อตอนกลางวัน เจ้าหล่อนช่างมีวิธีทำให้เขาสนใจได้ไม่เหมือนใคร พอบอกความต้องการของเขาไปตรงๆ เธอกลับปฏิเสธเสียนี่ เขายอมรับว่าเธอทำให้เขาเสียศูนย์ได้ถึงเพียงนี้ แต่กลับมาใจสั่นกับคำพูดของผู้หญิงตัวเล็กแบบนั้น คลาสโนวาอย่างเขาที่สาวๆบอกกันปากต่อปากหาตัวจับยากแล้วจะต้องมาแพ้ฤทธิ์เสน่ห์ของเธอหรือเนี่ย
สิงห์สลัดความคิดบ้าๆนั้นออกไปจากสมอง เอื้อมมือไปหยิบเอกสารที่เลขาวางไว้ นี่เขาเกือบลืมทำหน้าที่ตัวเอง เพียงเพราะคิดถึงเรื่องของใครก็ไม่รู้ สิงห์พลิกดูเนื้อหารายละเอียดคงจะเป็นเอกสารรับพนักงานที่สั่งให้นำมาพิจารณา ให้เขาได้เลือกพนักงานเอง เขาอ่านประวัติของแต่ละคนโดยละเอียด แต่กลับมาตกใจในหน้าสุดท้ายที่มีใบหน้าของหญิงสาวที่สร้างความเจ็บปวดให้น้องชายเขาไม่หายเลย โอ้ พระเจ้า! นี่เจ้าหล่อนมาสมัครงานบริษัทเขางั้นเหรอ ดีล่ะเขาจะได้แก้เผ็ดเธอที่ทำเขาเจ็บแสบได้เพียงนั่น พอได้อ่านประวัติของเธอแล้ว ยิ่งสร้างความตกใจให้กับสิงห์อย่างมาก เธอคือยัยฟันหลอ ลูกของกำนันธรรศที่เป็นคู่อริของครอบครัวเขาที่อยู่ข้างบ้าน ก่อนที่เขาจะย้ายมาเรียนที่กรุงเทพฯเพื่อมาสืบทอดธุรกิจของคุณตา ไม่เพียงแต่ครอบครัวจะไม่ถูกกันแล้ว เขากับเธอยังเป็นคู่กัดอีกต่างหาก ยัยฟันหลอโตจนเป็นสาวสะพรั่งแล้วยังไม่ลดความแสบ หึ...หึ...หึ... สิงห์หัวเราะในลำคอเมื่อคิดแผนการที่จะแก้แค้นยัยฟันหลอได้เลย พลางยกโทรศัพท์ต่อสายเลขา “คุณเพกา ช่วยมาพบผมที่ห้องด้วยครับ” ไม่นานเลขาวัยสี่สิบที่ทำงานกับบริษัทของเขามาตั้งแต่สมัยรุ่นคุณตาแล้ว ก็เข้ามาอยู่ในห้องเรียบร้อย “ที่คุณสิงห์เรียกเพกามานี่มีอะไรเหรอคะ?” เพกาถามด้วยความสงสัย ถ้าเป็นเรื่องการรับสมัครพนักงานไว้รอพรุ่งนี้ไม่เห็นจะต้องรีบร้อนขนานนี้เลย เพราะนี่มันก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว ปกติเจ้านายหล่อนจะไม่เป็นแบบนี้สักครั้ง “ผมอยากให้คุณเพกาช่วยติดต่อผู้หญิงคนนี้มาพบผมในวันพรุ่งนี้ให้หน่อย” สิงห์บอกพลางยื่นเอกสารให้เพกา “แต่ว่า มันยังไม่ถึงกำหนดสัมภาษณ์ไม่ใช่เหรอคะ?” “เถอะน่า ผมบอกให้คุณตามเธอมาให้ผม แค่นั้นก็พอ” เพกาพยักหน้ารับคำเจ้านายพร้อมกับความสงสัยที่อยู่ในใจมากมาย หรือว่าเจ้านายเธอจะตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้ เพกาพลางคิดมาถึงตรงนี้ก็อดอมยิ้มไม่ได้ “คุณยิ้มอะไรนะ คุณเพกา” ชายหนุ่มเห็นเลขาของตนยิ้ม อดที่จะถามไม่ได้ “ก็ยิ้มคุณนั้นแหละค่ะ ชอบน้องคนนี้แต่ทำเป็นเก๊กอีกนะคะ” คำพูดของเพกาทำให้สิงห์ถึงกับอึ้งไปทันที ปฏิเสธแทบไม่ทัน “ผม...เปล่าซะหน่อย คุณพูดอะไรไร้สาระสิ้นดี” เจ้านายพูดพลางเก็บเอกสารกลับบ้าน “อย่าลืมที่ผมบอกแล้วกัน” สิงห์เน้นย้ำคำสั่งในทันที ก่อนออกจากห้อง ทิ้งให้เพกาหัวเราะในท่าทีของเจ้านายอย่างนั้นไป “ค่ะ เจ้านาย” เพกาตอบพร้อมหัวเราะคิกคักพอจิรัญญากลับมาถึงคอนโดสิ่งแรกที่ทำคือการชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ ปานนี้พ่อกับพี่ชายคงโทรหาเธอจนสายแทบไหม้แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่อย่างที่จิรัญญาคิดไว้ มีเบอร์ที่ไม่คุ้นโทรมาหาเธอเกือบสิบสาย ใครกันนะ จิรัญญาอดสงสัยไม่ได้ เธอตัดสินใจโทรกลับไปเผื่อเป็นบริษัทที่เธอไปสมัครงานไว้
“สวัสดีค่ะ มีธุระอะไรเหรอคะ? คือดิฉันเห็นมิสคอลหลายสายเลยโทรกลับน่ะค่ะ” “โอ้! ติดต่อได้สักที สวัสดีค่ะ คุณจิรัญญาใช่ไหมคะ” เสียงปลายทางที่บ่งบอกถึงอาการดีใจเมื่อเธอติดต่อกลับ “ค่ะ มีอะไรเหรอคะ?” จิรัญญาถามออกไปตรงๆ “นี่พี่เพกาเองนะ จำได้รึเปล่า?”จิรัญญาถึงกลับร้องอ้อขึ้นทันที “ค่ะ จำได้” “พี่จะบอกว่าเจ้านายพี่ คุณสิงห์ต้องการสัมภาษณ์จิ๊บในวันพรุ่งนี้นะ ว่างมั้ย” จิรัญญาเกือบร้องกรี๊ดใส่โทรศัพท์ด้วยความดีใจ “จริงเหรอคะ? พี่ไม่ได้หลอกจิ๊บใช่ไหม” จิรัญญาถามย้ำเผื่อเธอจะไม่ได้ฟังอะไรผิดไป “จ้า คุณสิงห์พิจารณาจิ๊บเป็นพิเศษเลยนะ นี่ยังไม่ถึงวันสอบสัมภาษณ์แต่คุณสิงห์กลับเรียกจิ๊บไปสอบสัมภาษณ์วันพรุ่งนี้เลย แปลกจริงๆ” คำพูดของเพกานั้นสร้างความขุ่นข้องใจให้จิรัญญาไม่น้อย แต่หญิงสาวก็ยังดีใจอย่างน้อยเธอจะได้สัมภาษณ์งานแล้ว “พี่เพกา ขอบคุณนะคะที่โทรมาบอกข่าวดีกับจิ๊บ” “จ๊ะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะ” จิรัญญาวางสายและรีบต่อสายถึงพี่ชายทันที เพราะอดที่จะแจ้งข่าวนี้ให้พ่อกับพี่ชายได้ทราบ “ว่าไง ยัยจิ๊บโทรหาพี่มีอะไรฮะ” กฤษถามน้องสาว ปกติยัยตัวดีจะไม่ติดต่อมาถ้าไม่มีธุระสำคัญ มักทำให้เขากับพ่อเป็นห่วงเสมอ “ทำไม ถึงพูดกับเค้าแบบนี้ล่ะ น้องอุตสาห์โทรมาบอกว่าพรุ่งนี้จะไปสอบสัมภาษณ์อยากได้กำลังใจจากพี่ชายสักหน่อยก็...” “พอเลย ไม่ต้องมาอ้อนพี่เลย พรุ่งนี้ก็ขอให้จิ๊บโชคดีละกัน” กฤษพูดให้กำลังน้องสาวเพียงเท่านั้นเพราะเขาไม่เห็นด้วยสักเท่าไรในการที่จิรัญญาออกไปหางานทำในเมืองกรุงเพียงลำพัง แต่เขาก็ต้องเคารพการตัดสินใจของน้องสาวเพราะเธอก็ไม่ใช่เด็กสิบขวบที่พี่ชายอย่างเขาต้องคอยประคบประงมตลอดเวลา “พี่กฤษ บอกพ่อด้วยล่ะ”ดึกปานนี้พ่อเธอคงนอนไปแล้ว จำต้องฝากความไปกับพี่ชาย “อืม” จิรัญญาวางสายจากกฤษ เหลียวมองนาฬิกาก็เกือบสี่ทุ่มแล้วพรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวในการสัมภาษณ์งานอีก ถ้านอนดึกกว่านี้มีหวังพรุ่งนี้หน้าตาคงจะโทรมมากแน่ๆเลย หลักจากอาบน้ำเสร็จจิรัญญารีบแจ้นขึ้นที่นอนทันที พร้อมกับนึกถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่สูญเปล่าจริงๆยังไงวันพรุ่งนี้เธอก็ต้องได้งาน แต่หารู้ไม่ว่าคนที่จะเป็นเจ้านายของเธอนั้นคือคู่กันของเธอตั้งแต่สมัยเด็ก“ถ้าผมจะรักคุณ ลูกจะเป็นอะไรไหม” สีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเขารักเธอมากเกินไปอาจกระทบกระเทือนต่อลูกน้อย “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลูกคงเข้าใจ” จิรัญญาส่งยิ้มปลอมประโลมชายหนุ่มขี้กังวล มาถึงขนาดนี้แล้วยังจะห่วงอะไรอีก เมื่อโอกาสทองมาถึง สิงห์ไม่รอช้ารีบแสดงความรักที่มีแต่ลูกน้อยและภรรยา บทรักดำเนินไปอย่างเนิบช้า เล้าโลม นุ่มนวล แต่เร่าร้อน ถ่ายทอดทุกความรู้สึกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ที่มีอยู่เต็มหัวใจ หลังจากบทรักที่เชื่องช้า อ้อยอิ่ง จิรัญญาซวยซบอกแกร่ง กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ เขานุ่มนวล ทะนุถนอมเธอราวกับปุ๋ยนุ่น เธอกรีดกรายนิ้วตามแผ่นอกอย่างแผ่วเบา จนคนที่เพิ่งผ่านความเร่าร้อนมาเมื่อครู่เริ่มลุกหืออีกครั้ง เพราะมือน้อยที่อยู่ไม่สุข “อย่าซนสิครับ” เสียงแหบพร่าของชายหนุ่มหิวโหยเตือน พลางจับมือเจ้าปัญหามาจุมพิต สูดดมความหอมกลิ่นกายสาว “เหนื่อยไหมครับ” จิรัญญาส่ายหน้าชิดแผ่นอก นึกถึงเรื่องราวต่างๆ ไม่คิดเลยว่า หนุ่มที่เคยแอบชอบตอนเด็กๆจะกลายมาเป็นสามีที่น่ารักขนาดนี้ “คิดอะไรอยู่ บอกหน่อยสิ” สิงห์ถ
“บอกมาเลยนะคะ ว่าทำไมพ่อฉันถึงยอมให้เราแต่งงานกัน” จิรัญญาร้องบอกเจ้าบ่าวหมาดๆ พอมาถึงห้อง หลังจากญาติผู้ใหญ่ส่งบ่าวสาวเข้าห้องหอเรียบร้อย ก็รีบผลักเธอลงบนเตียงรีบตามซุกไซ้ซอกคอระหงทันที มือที่ราวกับหนวดปลาหมึกกำลังยุ่มย่ามแถวเกาะอก “คุณพ่อใจดีจะตาย ผมอยากเข้าไปทักท้ายลูกเต็มแก่อยู่แล้ว” สิงห์รูดซิปเดรสด้านหลัง ทำให้ชุดแต่งานตัวสวยกองบนพื้นเรียบร้อยแล้ว ทำให้ร่างบางเหลือแต่ชั้นแพนตี้ตัวบาง กับหน้าอกที่มีซิลิคอนปกปิดยอดปทุมถัน ก่อนค่อยๆดันให้ร่างอรชรนอนราบบนเตียง สายตาจอจ้องอย่างหื่นกระหาย ส่วนต่างๆในร่างกายมีน้ำมีนวลกว่าเมื่อก่อน “อย่าเพิ่งค่ะ คุยกันก่อน” เธอร้องห้ามชายหนุ่มที่ดึงดันจะปอกเปลือกเธอท่าเดียว มือบางดันแผ่นอกกว้างที่กำลังคร่อมร่างเธออยู่ “หยุดหื่นก่อนนะคะ ฉันเหนื่อย ลูกก็เหนื่อย” คำขอเป็นผลริมฝีปากที่กำลังชกฉวยยอดอกหยุดชะงัก เงยหน้ามองสาวน้อยใต้ร่างอย่างกรุ่มกริ่ม “จะคุยอะไรล่ะจ๊ะ” “บอกเรื่องทั้งหมดว่าเป็นยังไง ถ้าไม่บอกวันนี้ก็ไม่ต้องเข้าไปหาลูก” พูดจบ เธอก็ต้องหลบสายตาเจ้าเล่ห์ที่กำลังมองอย่างหื่นกระหาย
‘ยัยบ้าเอ้ย’ เคลวินมองสาวน้อยๆก่อนสบถในใจ อยากเป็นเจ้าสาวแล้วเธอหาเจ้าบ่าวได้หรือยัง เป็นเด็กเป็นเล็กริอ่านอยากแต่งงาน บ้าไปแล้ว สาวน้อยที่เดินจ่ำอ้าวออกมารอรับดอกไม้เฉกเช่นคนอื่นที่หน้าเวที เหลียวหลังมองเคลวินที่นั่งผิวปากสบายอารมณ์ ทำไมถึงคอยชอบขัดเธอด้วยทั้งๆที่รู้ว่าเธอคิดยังไงกับเขายังจะมาเล่นตัวอีก ‘เดี๋ยวก็โสดตายหรอกตาเฒ่า’ “จะโยนแล้วน่า” จิรัญญาเอ่ยให้ผู้ที่มารับดอกไม้เตรียมตัวให้ดี เธอเห็นจีจี้อยู่รอบนอกวงล้อมผู้คนและเหลียวมองหนุ่มที่นั่งปั้นหน้าขรึมที่ชอบขู่สาวน้อยจีจีให้กลัว เจ้าสาวที่มีความคิดพิเรนทร์ขึ้นมาในหัวสบตาเจ้าบ่าวแวบหนึ่ง ก่อนหันหลังเตรียมที่จะโยนช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือ ตุ๊บ! “ว้าย” เสียงกรีดร้องจากสาวๆที่พากันรอรับดอกไม้ยื่นแย่งจนกระเด็นกระดอนตกไปอยู่ด้านหลัง จนใครหลายคนมองตามๆกันว่าใครคือผู้ที่ได้ดอกไม้และจะกลายเป็นเจ้าสาวในเร็ววัน มือสองข้างที่ยื่นรับดอกไม้โดยอัตโนมัติตามสัญชาตญาณไม่รู้ตัวว่ารับดอกไม้จากเจ้าสาวได้ทัน จีจี้เงยหน้ามองสาวๆที่มองเธอด้วยความริษยาที่สามารถดอกไม้
“แกอย่าทำให้ลูกสาวของฉันเสียใจเด็ดขาด ไม่ขาดตาย...” พ่อตาสุดโหดเอ่ยขู่ลูกเขยตัวแสบด้วยท่าทางที่เขาเห็นแล้ว ถึงกลับขนลุก หลังจาดที่พาเจ้าสาวมาถึงก็เริ่มทำตามพิธีขั้นตอน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ตามด้วยพิธีรดน้ำสังข์ เมื่อคู่บ่าวสาวสวมแฝดมงคลและนั่งพนมมือคู่กันในที่จัดไว้แล้ว พ่อแม่บ่าวสาวร่วมรดน้ำอวยพร สิงห์โดนแหนบอีกครั้งเมื่อถึงคิวของกำนันธรรศพ่อตาของเขา ร่วมถึงพี่เขยที่ห่วงน้องสาวอย่างกับอะไรดี เมื่อการรดน้ำของญาติผู้ใหญ่ผ่านไปก็ถึงคิวของเพื่อนสนิทอย่างเคลวินบ้างแล้ว “ขอให้คุณจิ๊บมีความสุขมากๆนะครับ ถ้าไอ้สิงห์ทำให้คุณเสียใจ อย่าลืมนะครับว่าผมยังว่าง” “เคลวิน!” สิงห์แยกเขี้ยวขู่เพื่อน ที่อวยพรไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องซะที่ไหน “นายคงไม่อยากตายตอนนี้ใช่ไหม” “ไอ้โหด! เมื่อไรฉันจะมีคนสวยมาเป็นคู่ชีวิตแบบนี้บ้าง ผมยังว่างนะครับ” เคลวินเย้าเจ้าสาวของเพื่อนที่หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “พอเลยเคลวิน ไม่ใช่นายยังรอใครอยู่เหรอว่ะที่ว่าไม่มีคู่น่ะ” สิงห์บุ้ยปากไปทางสาวน้อยจีจี้ที่เพลิดเพลินกับการชิมน้ำหวานหลากรส เคลวินมองตามถึ
สามวันหลังจากนั้น เช้าวันนี้เธอตื่นขึ้นมาอย่างง่วงงุน เพราะเสียงดังกระโตกกระตากเหมือนคนกำลังทำอะไรสักอย่างในบ้านของเธอ บวกกับพี่ชายมาปลุกเธอแต่เช้าด้วยเหตุอะไรเธอไม่สน “พี่กฤษปลุกจิ๊บมาทำอะไรแต่เช้า” จิรัญญาส่งเสียงงัวเงีย ตาแทบจะปรือขึ้นไม่ไหวแต่ก็ยอมเดินตามพี่ชายออกไป “เถอะน่า” กฤษยิ้มมองน้องสาวที่พยายามจะปรือตาขึ้นมองรอบกาย ลากน้องสาวมาล้างหน้าล้างตาก่อนเรียกช่างแต่งหน้าที่รออยู่นานแล้วเข้ามาในห้อง “เอาให้สวยที่สุดเลยนะ” จิรัญญาออกมาจากห้องน้ำตกใจ เมื่อเห็นคนแปลกหน้าสามคนอยู่ในห้องนอน ซึ่งเป็นสถานที่ส่วนตัวแล้วพี่ชายอนุญาตให้คนพวกนี้เขามาได้ยังไง “ใครกันคะ” “ช่างแต่งหน้าไง” กฤษตอบน้องสาว พยักหน้าให้ช่างแต่งหน้าทำหน้าที่ของตัวเอง “จะทำอะไรกันคะ จิ๊บงงไปหมดแล้วนะ” หญิงสาวดิ้นเมื่อถูกชายหัวใจหญิงจับตัวไว้ ก่อนที่อีกคนจะล็อคใบหน้าเธอไว้ “ไม่ต้องงงหรอก เรากำลังจะแต่งงาน” กฤษเฉลย คายความสงสัยให้น้องสาว เสียงของพี่ชายยังก้องอยู่ในหู นี่มันอะไรกัน เธอจะแต่งงานกับใคร นี่มันชักจะยังไงแล้วนะเนี่
นพมองหน้าเพื่อนอย่างซึ้งใจ ถึงภายนอกที่ดูโหดร้ายแค่ไหน กำนันธรรศยังเป็นคนที่อ่อนโยนเสมอ “ขอบใจแกมากนะ ที่ยอมให้อภัยฉันกับลูก” “ใครว่าฉันให้อภัยแก ฉันแค่ไม่ต้องให้หลานเกิดมาไร้พ่อต่างหากล่ะ” คนปากแข็งรักษาภาพพจน์ ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ “งั้นแกคงต้องเหม็นหน้าฉันไปอีกนานแล้วละว่ะ เพราะอีกไม่กี่วันเราสองคนก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” นพตบไหล่กำนันธรรศหนักๆ อย่างเย้าแหย่ “เหอะ” เสียงสบถอย่างเอือมระอาออกมา เมื่อเห็นเพื่อนเก่ายิ้มเยาะที่เขาต้องยอมมาเป็นครอบครัวเดียวกันโดยปริยาย ตกเย็นจิรัญญากลับมาบ้านพร้อมด้วยข้าวของพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือทั้งของเธอและลูกแก้ว พ่อและพี่ชายนั่งคุยในห้องรับแขกอย่างสนุกสนาน จนเธอสงสัยว่าอะไรที่ทำให้กำนันธรรศมีความสุข ระเบิดเสียงหัวเราะจนน่าอิจฉา ทั้งที่เมื่อวานมีเรื่องผ่านเรื่องคอบาดตายมา “คุยอะไรกันคะ ดูน่าสนุกเชียว” จิรัญญาเอ่ยถาม หลังจากวางข้าวของที่เพิ่งซื้อมาไว้บนโต๊ะ ปล่อยให้ลูกแก้วเพลิดเพลินกับเสื้อผ้าที่เธอซื้อให้เป็นการตอบแทนที่อุตส่าห์ไปเป็นเพื่อน “มีเรื่องสะใจนิดห
เพียงไม่นานก็ถึงบริษัท พอออกมาจากรถเธอก็ให้สิงห์เดินห่างๆเพื่อที่จะไม่ให้คนอื่นสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ แต่ดูเหมือนเจ้านายที่ตอนนี้เลื่อนขั้นมาเป็นคนรู้ใจหรืออะไรที่มากกว่านั้นสำหรับชายหนุ่มเดินชิดกับเธอเสียจนแทบจะมาอยู่ในร่างเดียวกัน “เดินห่างหน่อยได้ไหมคะ” จิรัญญาร
เคลวินพรวดพลาดลุกจากเตียงโดนไม่สนใจสาวสวยที่กำลังให้ความสำราญส่งเสียงหวีดร้องตกใจ แต่เคลวินก็ยังไม่วางสายจากสิงห์ เขารีบบอกให้สาวสวยแต่งตัวพร้อมกับเซ็นเช็คให้จำนวนหนึ่งที่คาดว่าหญิงสาวจะพอใจและบอกให้เธอรีบกลับ ตอนที่เขาได้ยินจากสิงห์ว่าจีจี้หายตัวไปใจของเขาเหมือนลงไปในตาตุ่ม ใ
“อือ...”ความเสียวซ่านทั้งจากฟอนเฟ้นเคล้งคลึงอกอวบอิ่ม การขยับไหวเบื้องล่างอย่างเชื่องช้า ทุกครั้งที่เขาถอนหนี เธอยัดกายตอบสนองอย่างเร่าร้อน ไฟปรารถนาเข้าครอบคลุมเอาชนะความเจ็บปวดกลางกายไม่เหลือหลอ เมื่อแก่นกายบุรุษเพศค่อยเปรอปรนอยู่ไม่ห่าง เขาครางกระหึ่มแม่สาวน้อยใต้ร่างคนนี้ช่างรู้จัก
สามวันต่อมา เจ้านายจอมเผด็จการมารับเธอทุกเช้า จนเป็นเรื่องปกติของจิรัญญาไปแล้ว แม้จะบ่ายเบี่ยงเขาก็หาเหตุผลมารับจนได้ และการเดินเข้าบริษัทพร้อมกันสองคนเธอเริ่มคุ้นชินกับสายตาที่มองเธอเธอด้วยแววตาริษยา แต่ก็มีอีกหลายคู่เหมือนกันที่มองมาอย่างชื่นชม วันนี้เขามีประชุมตั้งแต่เช้า







