แชร์

บทที่4 สาวใช้ตัวดี

ผู้เขียน: มี่เยี่ยน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-19 12:01:58

เมื่อรุ่งสางมาถึง แสงอาทิตย์อ่อน ๆ เริ่มสาดส่องเข้ามาในห้อง ในขณะที่หลิวรุ่ยหลินกำลังทดลองขยับนิ้วมืออย่างระมัดระวัง นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ พร้อมกับบทสนทนาของหญิงสาวสองคนกำลังเดินเข้ามาในห้อง

เร็วเข้า!

หลิวรุ่ยหลินแสร้งทำเป็นล้มตัวลงนอนอย่างเร่งรีบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดวงตาหรี่ปรือเล็กน้อยเพื่อคอยสังเกตการณ์ เพราะนางยังไม่สามารถลุกยืนได้อย่างมั่นคง การเปิดเผยว่าตนเองได้สติแล้วในตอนนี้อาจนำมาซึ่งอันตราย

สาวใช้ทั้งสองเดินเข้ามาพร้อมกับถังน้ำร้อนและผ้าเช็ดตัว พวกนางเริ่มจัดระเบียบห้องและพูดคุยกันอย่างเปิดเผย

“เหยาซื่อ เมื่อคืนเจ้าได้ยินเสียงอะไรหรือไม่ ข้าได้ยินเสียงเหมือนของตกเบา ๆ” สาวใช้คนหนึ่งถาม

สาวใช้ที่ชื่อเหยาซื่อส่ายหน้า “เหยาซาน เจ้าหูฝาดไปแล้วกระมัง คุณหนูสี่นอนหลับนิ่ง ๆ มานานหลายปีแล้ว จะมีเสียงอะไรได้เล่า”

“หรือว่าจะมี...” เหยาซานมองซ้ายมองขวา ราวกับว่าที่นี่อาจมีภูติผีมาสิงสู่

“หยุดพูดเลยนะ ถ้าคุณหนูขยับจริง ก็อาจจะเพราะไม่สบายตัวเหมือนทุกทีนั่นแหละ เมื่อคืนพวกเราไม่ได้รอให้นางถ่ายก่อนแล้วค่อยไปนอน” เหยาซื่อลองเปิดผ้าห่มดู ก็พบว่าคุณหนูสี่นอนจมปัสวะจริงๆ “เห็นไหมละ”  

เหยาซานลดเสียงลง แต่หลิวรุ่ยหลินก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน “ช่างน่าสมเพชจริงๆ สงสารก็แต่ท่านโหวกับฮูหยิน อุตส่าห์ย้ายคนทั้งจวนเจิ้นหนิงโหวมาอยู่เมืองฉางซาถึงเจ็ดปี เพื่อพาบุตรสาวมาพบหมอเทวดาแซ่จาง แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นสักนิด”

“นั่นสิ ตกน้ำจนกลายเป็นคนเขลาไปแบบนี้ ช่างเป็นภาระแท้ๆ จะตายก็ไม่ตายให้สิ้นเรื่อง” เหยาซื่อทำหน้ารังเกียจขณะพยายามจัดการกับผ้ารองที่เปียกปัสสวะของคุณหนู

เจ็ดปี? เจ้าเมืองฉางซา? บุตรีของท่านโหว?

ข้อมูลนี้พุ่งเข้าชนสมองของหลิวรุ่ยหลินอย่างจัง นางรู้ความจริงอันน่าตกใจว่า นางคือบุตรีของเจิ้นหนิงโหว ซึ่งกำลังอาศัยอยู่ในจวนของเจ้าเมืองฉางซา และที่สำคัญที่สุด คือทุกคนในจวนนี้ทราบดีว่าบุตรีผู้นี้สติไม่สมประกอบ

อ่า... คนเขลางั้นหรือ

มุมปากของหลิวรุ่ยหลินกระตุกยิ้มอย่างเงียบงัน ความเคร่งเครียดในแววตาเมื่อครู่พลันมลายหายไป และถูกแทนที่ด้วยแววฉลาดเฉลียวและเด็ดขาด

นางตระหนักทันทีว่า ในสถานการณ์ที่ร่างกายอ่อนแอ พลังวัตรเกือบสูญสิ้น และความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ หรือศัตรูที่ทำร้ายนางจนเป็นแบบนี้ถูกทำลาย การเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย

หลิวรุ่ยหลินตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว นางจะไม่กลับไปเป็นเจ้าสำนักผู้ยิ่งใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบยุทธภพ ตราบใดที่ยังสืบหาสาเหตุที่ทำให้นางตกอยู่ในสภาพนี้ไม่ได้

เอาเถอะ ในเมื่อร่างนี้ไม่อาจกลับสู่ความว่างเปล่าได้ ก็ขอให้ข้าใช้มันเป็นเครื่องมือเถิด

นางจะใช้สถานะ เหยาหลิงเจิน คุณหนูสี่ของเจิ้นหนิงโหวเป็นเกราะกำบังอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายโดยไม่มีใครสงสัย ในระหว่างฟื้นฟูวรยุทธ์ และรวบรวมข้อมูลเพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับปมปริศนาของตนเองให้จงได้

ทว่าวันแรกของการคืนสู่โลกของผู้ที่เคยเป็นถึงเจ้าสำนัก ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความสดใสและพลังอำนาจ แต่เริ่มต้นด้วยกลิ่นเหม็นอับของปัสสาวะและโจ๊กข้าวต้มจืดชืด

ทั้งเหยาซาน และเหยาซื่อที่เข้ามาดูแลเหยาหลิงเจินในยามเช้า ไม่มีความเคารพอยู่ในดวงตาของพวกนาง มีเพียงความเบื่อหน่ายและความรังเกียจที่ถูกส่งมาดูแลเจ้านายผู้ที่ทุกคนรู้กันว่า ‘ไร้สติปัญญา’ หรือไม่ก็ ‘ถูกปีศาจเข้าสิง’

“วันนี้ค่อยดีหน่อย นางไม่ส่งเสียงเอะอะโวยวายเลย” เหยาซานพึมพำเบาๆ ขณะที่ยกถังน้ำร้อนวางลงบนพื้นอย่างขอไปที

“แล้วไง? นางก็ยังเป็นคนเขลาอยู่ดี” เหยาซื่อตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระด้าง “ข้าต้องมาดูแลคนบ้าที่วัน ๆ เอาแต่นอนจมสิ่งปฏิกูลของตัวเอง ชีวิตข้าคงโชคร้ายถึงที่สุด”

หลิวรุ่ยหลินที่กำลังแสร้งทำเป็นนอนนิ่งอยู่บนเตียง รับรู้ทุกการกระทำและทุกถ้อยคำ ทันทีที่รับรู้ถึงสาเหตุว่าทำไมถึงมีกลิ่นปัสสาวะติดอยู่ตามเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนของร่างนี้ ความรู้สึกโกรธแค้นก็พุ่งสูงขึ้นภายในใจของนาง

เหยาหลิงเจิน เจ้าถูกปฏิบัติเช่นนี้มานานแค่ไหนแล้ว

การกระทำของสาวใช้ทั้งสองนั้นเชื่องช้าและเลินเล่อ พวกนางจัดการเรื่องความสะอาดของห้องอย่างรีบร้อนและไม่พิถีพิถัน จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการป้อนอาหาร

เหยาซื่อตักโจ๊กข้าวต้มที่เหลวใสสีอ่อนขึ้นมาหนึ่งช้อน นางไม่ได้รอให้โจ๊กเย็นลงก่อนที่จะยื่นมาจ่อที่ปากของเหยาหลิงเจิน

“อ้าปาก กินซะสิคุณหนู อย่าให้ต้องเสียเวลา” เหยาซื่อพูดเสียงหงุดหงิดพร้อมกับยัดโจ๊กเข้าไปในปากของร่างไร้กำลัง

หลิวรุ่ยหลินฝืนกลืนมันลงไป โจ๊กนั้นร้อนและแทบไม่มีเนื้ออยู่เลย เหยาซื่อป้อนอีกเพียงไม่กี่คำก่อนจะวางชามลง

“พอแล้ว... แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับคนที่ไม่รู้รสชาติอะไร” เหยาซานกล่าวกับเหยาซื่อ พลางมองคุณหนูของตนเองอย่างเหยียดหยาม “เราไปซักผ้าแล้วมานั่งคุยกันข้างนอกดีกว่า”

แล้วทั้งสองคนก็ช่วยกันประคองให้เหยาหลิงเจินนอนลง แล้วพากันออกไปโดยไม่สนใจว่านางจะกินอิ่มจริงๆ หรือไม่

สภาพความเป็นอยู่เช่นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมร่างกายของเหยาหลิงเจินถึงได้อ่อนแอและผอมแห้งถึงเพียงนี้ ความอ่อนแอทางร่างกายที่เกิดจากการทอดทิ้งยิ่งทำให้การฟื้นฟูวรยุทธ์ของหลิวรุ่ยหลินยากลำบากขึ้นไปอีกหลายเท่า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 75 มาเป็นชายาของเปิ่นหวางก็สิ้นเรื่อง

    หลิวรุ่ยหลินเหลือบมองร่างสูงโปร่งของมู่หย่งฉีที่ยืนค้ำโต๊ะทำงานของนางอยู่ แสงเทียนที่วูบไหวสะท้อนให้เห็นเสี้ยวหน้าคมคายที่ดูหล่อเหลาราวกับภาพวาด ทว่าความกวนประสาทที่แฝงอยู่บ่อยครั้งทำให้นางอดไม่ได้ที่จะพึมพำเสียงเบาพอให้เขาได้ยิน“แล้วที่บอกว่าไปเจอสิ่งที่น่าสนใจกว่า... จะมีอะไรน่าสนใจไปกว่าอ๋องหล่อที่ชอบปีนเข้าห้องคนอื่นเล่า ผิวพรรณบนใบหน้าท่านหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองเสียอีก แต่ก็มองได้ทั้งวันไม่มีเบื่อหรอก” นางแสร้งทำตาใสซื่อขัดกับคำพูดที่ค่อนแคะเรื่องความหน้าทนของเขาอย่างจงใจ“มองข้าได้ทั้งวันไม่เบื่อจริงหรือ?” มู่หย่งฉีไม่ได้โกรธเคือง ซ้ำยังกระซิบถามพลางโน้มกายลงมาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากดวงหน้านวล แววตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของนางที่วูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาสวมรอยเป็นคุณหนูผู้โง่เขลาเช่นเดิม มือหนาเอื้อมไปหยิบพู่กันที่เลอะหมึกออกจากมือของนางอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่าความเงอะงะของนางจะทำให้หมึกเปื้อนไปมากกว่านี้“หากมองได้ไม่เบื่อ เช่นนั้นข้าจะอยู่ให้เจ้ามองจนคัดตำรานี่เสร็จดีหรือไม่... จะได้ช่วยดูด

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 74 เซี่ยมู่หยาง

    ในเรือนรับรองส่วนตัวอันเงียบสงัดห่างจากย่านการค้าของเมืองหลวง กลิ่นกำยานไม้หอมลอยอวลไปทั่วห้องโถงกว้าง เซี่ยมู่หยางในชุดคลุมสีครามเข้มดูเคร่งขรึมและสง่างาม เขากำลังนั่งพิจารณารายงานธุระของสำนักอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้ตัวยาว ทว่าความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยการก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบของศิษย์ในสำนักผู้หนึ่ง“รองเจ้าสำนัก... มีเรื่องด่วนขอรับ!”เซี่ยมู่หยางเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมปลาบดุจเหยี่ยวจ้องมองลูกศิษย์ที่ดูตื่นตระหนกผิดปกติ “มีอะไร? ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่ายามอยู่ที่เมืองหลวงให้ทำตัวสำรวม อย่าได้เอะอะไป”“ขออภัยขอรับ แต่เรื่องนี้สำคัญมาก...” ศิษย์ผู้นั้นกระซิบเสียงสั่น “เมื่อครู่ข้าไปสืบข่าวที่ตลาดมืด และได้พบสตรีผู้หนึ่ง นางถูกพวกนักเลงรุมล้อม ทว่านางกลับใช้เพียงพัดจีบในมือ จัดการพวกมันจนสิ้นท่าภายในพริบตาขอรับ!”เซี่ยมู่หยางขมวดคิ้วแน่นพลางวางพู่กันในมือลง “วิชาพัดมีอยู่ทั่วไปในแผ่นดิน แค่สตรีใช้พัดปกป้องตัวมันแปลกตรงไหน?”“แต่นาง... นางใช้ท่วงท่าอสนีสะบั้นของสำนักเ

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 73 น้ำตาลปั้นแสนขม บทลงโทษจากกัวรั่วชิง

    ภายในเวลาไม่ถึงอึดใจ โจรร่างโตก็นอนกองอยู่บนพื้นดินที่ชื้นแฉะ สตรีตรงหน้าไม่ได้ฆ่าพวกมัน แต่กลับตัดหนทางขัดขืนด้วยวิชาที่เยือกเย็นที่สุดหลิวรุ่ยหลินยืนนิ่ง แววตาเย็นชากวาดมองกองดำๆ สามกองบนพื้น พลางปัดฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ ก่อนจะรีบสาวเท้าออกจากจุดนั้นมุ่งหน้ากลับไปยังถนนกลางโดยที่นางไม่ทันสังเกตเห็น... ที่มุมตรอกฝั่งตรงข้าม มีศิษย์สำนักอสนีเมฆาผู้หนึ่งที่บังเอิญผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เดิมทีเขากำลังจะชักกระบี่ออกไปช่วยเหลือสตรีที่ดูบอบบางนางนั้น ทว่ากลับต้องชะงักค้างอยู่กับที่ด้วยความตกตะลึง ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นท่วงท่าพัดเมื่อครู่ แม้พลังทำลายจะเบาบางและไร้ลมปราณที่กล้าแกร่ง ทว่าร่องรอยและจังหวะการเคลื่อนไหวนั้นกลับดูคล้ายคลึงกับกระบวนท่าลับที่มีเพียงคนในระดับสูงของสำนักเท่านั้นที่จะรู้จักเมื่อตั้งสติได้ ศิษย์ผู้นั้นก็รีบเร้นกายหายไปในฝูงชนทันที เพื่อมุ่งหน้ากลับไปรายงานข่าวประหลาดนี้แก่เซี่ยมู่หยาง รองเจ้าสำนักที่เพิ่งมาเยือนเมืองหลวงเมื่อไม่กี่วันก่อน.........................................ทางด้านตลาดกลา

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 72 เรื่องน่าสงสัย และคนที่ได้ผลประโยชน์

    เซี่ยมู่หยางเป็นคนที่มีฝีมือและความสามารถจนเกือบจะได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนัก ทว่าด้วยปูมหลังที่มารดาเคยเป็นคนของพรรคมารมาก่อน อาจารย์จึงตัดสินใจเลือกหลิวรุ่ยหลินผู้สมบูรณ์แบบและไร้ตำหนิขึ้นสืบทอดตำแหน่งแทน“ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นคือ ข่าวลือที่หลุดมาจากคนใกล้ชิดในเรือนรับรอง” หลงจู๊แค่นยิ้ม “หลิวรุ่ยหลินถึงขั้นเอ่ยปากว่า ยินดียกตำแหน่งเจ้าสำนักอสนีเมฆาให้เซี่ยมู่หยางเป็นผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการ ส่วนนางขอเพียงได้เป็นฮูหยินเคียงข้างเขาเท่านั้น”“เจ้าว่าอะไรนะ!”“นังหนู เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอก” หลงจู๊เฒ่าหัวเราะหึๆ “ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมว่าความรักจะทำให้สตรีน้ำแข็งอย่างเจ้าสำนักหลิวเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงเพียงนี้”หลิวรุ่ยหลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบงันไปชั่วขณะหลังจากได้ยินคำว่า ‘ฮูหยินของเซี่ยมู่หยาง’ ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง หัวใจของนางสับสนปนเปจนยากจะแยกแยะ...ศิษย์พี่เซี่ย... เป็นท่านอย่างนั้นหรือ?ความทรงจำถึงศิ

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 71 ร้านตำราหมื่นอักษร

    หลิวรุ่ยหลินข่มความเจ็บปวดและความระแวงสงสัยเอาไว้ลึกสุดใจ ก่อนจะเบือนหน้าหนีและเร่งฝีเท้าผ่านร้านสมุนไพร ‘ร้อยราก’ ของพรรคหมื่นอสรพิษ และร้าน ‘เข็มเงา’ ของสำนักเงาจันทราไปอย่างรวดเร็ว จุดหมายของนางในตอนนี้มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น คือที่ที่ข้อมูลจะไม่ถูกบิดเบือนด้วยความภักดีหรือการหลอกลวงท้ายตรอกที่แสงไฟริบหรี่ที่สุด คือที่ตั้งของร้านตำราเก่าคร่ำคร่าแห่งหนึ่ง...หลิวรุ่ยหลินหยุดยืนอยู่ที่หน้า ‘ร้านตำราหมื่นอักษร’ ร้านเล็กๆ ที่ดูทรุดโทรมและเงียบเหงาจนแทบกลืนหายไปกับเงามืดท้ายตรอก กลิ่นกระดาษเก่าหม่นและน้ำหมึกแห้งกรังลอยมาปะทะจมูกทันทีที่นางก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป ภายในอัดแน่นไปด้วยชั้นตำราที่วางเรียงรายสูงตระหง่านจนถึงเพดาน บดบังแสงสว่างริบหรี่จากภายนอกจนแทบหมดสิ้นที่หลังโต๊ะไม้ตัวหนาซึ่งเต็มไปด้วย กองตำราและแท่นหมึก ชายชราผู้หนึ่งนั่งขดตัวอยู่ใต้ชุดคลุมสีเทาซีด ดวงตาของเขาปิดสนิท ทว่ามือผอมแห้งกลับขยับดีดลูกคิดรางไม้เป็นจังหวะเชื่องช้า...ต๊อก... แต๊ก...หลิวรุ่ยหลินกวาดสายตามองไปบนชั้นวางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบตำ

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 70 ก้าวสู่ตรอกฉางอิ่งหูถง

    เบื้องหน้าของหลิวรุ่ยหลินคือปากทางเข้าตรอกฉางอิ่งหูถง สถานที่ซึ่งดูราวกับเส้นทางสู่กองขยะหรือแหล่งเสื่อมโทรมที่ถูกลืมเลือน ผนังอิฐทั้งสองข้างผุพังจนเห็นเนื้อในสีเทาหม่น คราบตะไคร่น้ำหนาเตอะเกาะกินตามรอยแตก กลิ่นเหม็นอับความชื้นและซากปรักหักพังโชยมาปะทะจมูก จนคนทั่วไปเพียงแค่เดินผ่านก็ต้องรีบยกมือปิดป้องและเร่งฝีเท้าจากไปทว่าสำหรับอดีตเจ้าสำนักผู้โชกโชน นางรู้ดีว่านี่คือ ‘เปลือกนอก’ ที่ถูกจงใจสร้างขึ้นเพื่อคัดกรองผู้มาเยือนนางก้าวเท้าเข้าสู่ทางเข้าที่มืดมิดและแคบชันอย่างไม่ลังเล กระทั่งผ่านพ้นโค้งหักศอกที่สาม บรรยากาศรอบกายก็พลิกเปลี่ยนไปราวกับก้าวข้ามสู่โลกอีกใบหนึ่ง ความเงียบงันมลายหายไป แทนที่ด้วยเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาที่ฟังไม่ได้ศัพท์ แสงแดดอุ่นของฤดูใบไม้ผลิถูกปิดกั้นด้วยหลังคาที่ยื่นออกมาบดบังจนเหลือเพียงแสงสลัวจากโคมกระดาษสีแดงขุ่นที่แขวนเรียงรายตลอดแนวทางเดิน แสงไฟสีชาดเหล่านั้นสะท้อนกับละอองไอจางๆ ในอากาศ เผยให้เห็นเงาร่างของผู้คนในชุดรัดกุม บ้างสวมงอบสานใบกว้างปิดบังใบหน้า บ้างใช้ผ้าแพรคลุมโฉมมิดชิด ทุกย่างก้าวที่สวนทางล้วนแฝงไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status