เข้าสู่ระบบฮูหยินซูยิ้มเลือดเย็น เมื่อคุณหนูผู้นี้กล้าเอาตระกูลเสิ่นที่มีบุญคุณต่อแผ่นดิน ต่อฝ่าบาทมาอ้าง แม้อยากจะสวนกลับ ‘คุณชายผู้สูงศักดิ์อย่างลูกชายข้าย่อมไม่รับขยะในมือเจ้า จะเสียเวลาไปเพื่ออะไร’ แต่มิได้พูดออกมา คงอยากจะเห็นนางถูกดูหมิ่นให้สาแก่ใจ รอดูเรื่องสนุกย่อมบันเทิงใจกว่า
“ข้าเคยบอกเจ้าตั้งกี่ครั้ง ข้าไม่ชอบเจ้า ไม่อยากรับของจากเจ้า คุณหนูเสิ่น เก็บขนมของเจ้ากลับเรือนไปเถิด คราวหน้าคราวหลังก็อย่าทำมาอีก”
ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีครามหยุดตรงหน้านาง เงยขึ้นสบนัยน์ตาคู่คมที่เย็นยะเยือกดั่งเหมันต์
บุตรชายคนโตนั้นรูปโฉมงามอยู่หลายส่วน ทั้งจมูกเชิดรั้นเข้ากับคิ้วเข้มหนา ใบหน้าดุดันเช่นบุรุษในสนามรบ ชาติก่อนนางเคยชอบเขามาก ไม่ว่าใครจะพูดเช่นไร นางก็ไม่สนใจ
ผู้คนตราหน้านางเป็นฮูหยินไร้ค่า สามีทอดทิ้ง ไร้ทายาทสืบสกุล นางก็ก้มหน้ารับ คอยดูแลรับใช้ตระกูลซูเป็นอย่างดี นางนำเงินส่วนตัวและสินเดิมยกให้บรรดาพี่น้องของเขาใช้ปรนเปรอตนเอง ซื้อข้าวของราคาแพงไม่เว้นวัน จนสินเดิมของนางร่อยหรอ นางถูกเหยียบย่ำทรมาน ไม่ต่างจากสุนัขสักตัวในจวน นางถูกหญิงสาวที่สามีพากลับมาด้วยวางยาใส่ร้ายว่าลอบคบชู้กับน้องชายเขา นางมีจุดจบไม่ต่างจากมารดาของคุณชายน้อยเลย
ความรู้สึกเคียดแค้นเอ่อล้นขึ้นมาในอก หรูซีแทบอาเจียนเพราะความสะอิดสะเอียน! แต่นางไม่ปล่อยโอกาสหลุดมือ คุกเข่าลงกับพื้น แสร้งบีบน้ำตา “ข้าผิดไปแล้ว... พี่จื่อหาว อย่าโกรธข้าเลย อย่างไรเสียตระกูลเราก็เคยปรองดอง... ถึงขั้นมอบสัญญาหมั้นหมายระหว่างบุตรหลาน... ท่านยายข้าเป็นห่วงท่านมาหลายวัน ไม่รู้บาดเจ็บมากน้อยอย่างไร กำชับข้าให้นำขนมมาส่งตระกูลซู...”
“เลิกอ้างฮูหยินผู้เฒ่าเสียที นางสติเลอะเลือนไปแล้ว ท่านปู่ข้าตายไปเป็นสิบปี นางก็ยังจำมิได้ ไยต้องรื้อฟื้นเรื่องเก่า”
“ข้าไม่พูดแล้วเจ้าค่ะ ข้าสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ฮึก... ถ้าพี่จื่อหาวไม่ชอบขนมหวาน ข้าจะนำอย่างอื่นมา จะเป็นอาหารหรือของมีค่าย่อมได้ทั้งนั้น... ข้าสัญญาว่าจะทำตัวดี ๆ”
“เจ้าไม่กลัวตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน แต่คุณชายใหญ่ตระกูลซูจะชื่อเสียงแปดเปื้อนเพราะเด็กกำพร้าเช่นเจ้าไม่ได้ นางแพศยา เลิกยั่วยวนลูกชายข้าเสียที!” ฮูหยินซูไม่เตือน คว้าแส้จากมือบ่าวมาฟาดใส่คุณหนู ไม่เกรงกลัวผู้ใด หากมีปัญหาในภายหลัง นางก็จะบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ
“อาหรู!”
คุณชายอวิ๋นพุ่งเข้ากอดนางจากข้างหลัง แส้หนังฟาดเข้าบนแผ่นหลังเหวอะหวะ ร่างที่เกือบจะล้มลงทิ้งน้ำหนักบนหลังนาง ฮูหยินซูหัวเราะหยัน
“ฮึ... เกือบลืมเจ้าไปเสียสนิท ลูกชาย”
“ท่านแม่รอง... อย่าตีอาหรู... หากท่านอยากระบายโทสะ ก็มาลงที่ข้า”
นัยน์ตาของคุณหนูเสิ่นเอ่อคลอ นางเอี้ยวมองบุรุษที่โอบกอดนาง...
นางอดไม่ได้ที่จะพิจารณาใบหน้างามสง่า แม้ซีดขาวอย่างคนบาดเจ็บกลับน่ามองไปทุกส่วน คิ้วเรียวยาวดั่งคันศรเข้ากับดวงตาสว่างใส เขาทั้งหล่อเหลาและงดงาม นิยามว่ารูปงามดั่งเทพเซียนก็คงไม่เกินจริง
“มัวยืนทำอะไร จับพวกมันแยกออกมาสิ!”
“ใครกล้า!” อวิ๋นซีมีท่าทีก้าวร้าวจนทหารในจวนก้าวถอยออกไป เขาก้มลงบอกคนตัวเล็กในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “เจ้ารีบกลับไป... เร็วเข้า วางตะกร้าขนมไว้ กลับจวนแม่ทัพไป...”
“เจ้าทั้งสองช่างรักกันดีเสียจริง ด้วยฐานะก็ดูเหมาะสม ข้าน่าจะทูลขอพระราชทานสมรสให้... ดีหรือไม่? น้องอวิ๋น”
‘เอาสิไอ้สารเลว ถึงพระราชทานสมรสนี้ข้าอยากจะทูลขอด้วยตัวเอง!’
นางสบถในใจ โดยไม่เปิดเผยความรู้สึกผ่านทางสีหน้าแม้แต่น้อย
จำได้ว่าช่วงนี้จื่อหาวเพิ่งกลับมาจากชายแดนพร้อมแม่ทัพใหญ่ จะได้รับพระราชทานตำแหน่งในเร็ววัน เขาฝีมือเก่งฉกาจ มิได้เกาะชายกระโปรงนางเพื่อเลื่อนตำแหน่ง เป็นเรื่องน่าชื่นชมเพียงอย่างเดียว อย่างอื่นก็ไม่มีดีสักข้อ ไม่เหมาะควรเป็นสามี
ตอนนี้สีหน้าของแต่ละฝ่ายดูเกรี้ยวกราดเหมือนจะฆ่ากัน ยกเว้นคุณหนูเสิ่น นางยกมือป้องปาก ท่าทางสงสัยระคนตกใจ
“พี่อวิ๋น... ไยท่านถูกตีหนักขนาดนี้... เอ๊ะ สาวใช้ที่ฮูหยินซูรับมาใหม่เป็นคนทำโถพระราชทานแตกมิใช่หรือ?”
“เจ้าเอาอะไรมาพูด!”
“ข้ามิได้พูดจาเหลวไหลนะเจ้าคะ ก่อนหน้านี้ข้าถือขนมมากับซิ่วอิง ลู่ซวน บ่าวรับใช้ในจวนนำทางข้าไปเรือนรับรอง เห็นอยู่ว่ามีงานเลี้ยง ข้าพบสาวใช้หน้าตาสะสวย น่าจะชื่อ...” นางเงียบไป กระตุกยิ้มมุมปาก “ซินอี๋ ใช่หรือไม่? นางผู้นั้นจงใจชนโต๊ะจนทำให้โถพระราชทานแตก”
ห่างออกไปในเงามืด ซูจื่อหาวทำได้เพียงยืนมองภาพเหล่านั้นอยู่ไกล ๆ เขามองเห็นสองสามีภรรยาหยอกล้อและดูแลกันอย่างหวานชื่นอยู่หน้ากองไฟที่ลุกโชนกลิ่นเนื้อย่างที่อวิ๋นซีบรรจงทำด้วยความใส่ใจ ตอกย้ำถึงสิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะทำให้นาง... น้องชายของเขาช่างแสนดีเสียเหลือเกิน ดีพอที่จะทำให้สตรีผู้หนึ่งกลายเป็นทั้งฮูหยินและมารดาที่มีความสุขที่สุดในใต้หล้ายิ่งหวนนึกถึงอดีต หัวใจของเขาก็ยิ่งหนักอึ้ง หลังจากหย่าขาดถึงสามครั้งสามครา ชีวิตรักกลับกลายเป็นความอ้างว้างอย่างน่าประหลาด เขาพานพบแต่ฮูหยินที่แสนร้ายกาจ คนที่สองลอบมีชู้ในจวน สร้างความอัปยศให้กับตระกูลซู คนที่สามเป็นคุณหนูผู้ดีแสนเกียจคร้าน วัน ๆ ไม่ทำสิ่งใดนอกจากผลาญทรัพย์สินจนเกลี้ยง จนเขาต้องหย่าขาดจากนางเขากลับไปกราบกรานถามแม่เฒ่าผู้หยั่งรู้ถึงชะตาชีวิต แต่นางกลับเพียงหลับตาลงแล้วเอ่ยประโยคที่กรีดลึกเข้าไปถึงดวงวิญญาณ‘ข้าก็มอบคำทำนายให้เจ้าไปแล้ว เจ้าไม่ต้องถามหาความรักอีกต่อไป เพราะกรรมที่เจ้าก่อไว้มันใหญ่หลวงนัก... ชะตาของเจ้าในชาตินี้ มิได้ถูกกำหนดให้ตายตกตามกัน ทว่าถูกสาปให้ต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อเฝ้ามองฮูหยินที่เจ้าเคยทารุณทรมาน มีความสุ
หัวใจของเขาเต้นระรัวแรงทุกชั่วขณะ กระทั่งภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขาต้องชะงักนิ่ง...หมูป่าร่างยักษ์เขี้ยวโง้งตัวหนึ่งถูกพันธนาการด้วยเชือกอาคมสีทองละเอียดยิบ นอนแน่นิ่งอยู่แทบเท้าสตรีในชุดผ้าป่านอย่างชาวบ้าน นางรวบผมไว้อย่างลวก ๆ ทว่ากลับขับเน้นใบหน้าผุดผาดให้น่ามองยิ่งขึ้น แม้ครรภ์ที่แก่จัดจะนูนเด่นชัดเจน นางยังคงส่งยิ้มละไมเหมือนไม่มีเรื่องอะไร“พี่อวิ๋นมาพอดีเลยเจ้าค่ะ ดูสิ... เจ้าตัวนี้มันวิ่งเข้ามาหาข้าเอง ข้าเห็นว่าท่านพี่ทำงานหนักจนซูบผอมไปนิด เลยตั้งใจจะเอามาทำอาหารบำรุงเลือดลมให้ท่านสักหน่อย”อวิ๋นซีกระโจนกายลงจากม้า เข้าไปประคองร่างภรรยาพลางตรวจดูตามเนื้อตัวด้วยความลนลาน “อาหรู! เจ้าทำข้าหัวใจจะวายรู้หรือไม่ เจ้ากำลังตั้งครรภ์อยู่นะ หากเจ้าหน้ามืดหรือเจ้าหมูหน้าโง่นี่ทำอันตรายเจ้าขึ้นมา ข้าจะทำเช่นไร!”หรูซีซบลงบนอกสามีอย่างออดอ้อน “ข้าเป็นเซียนนะเจ้าคะ สัตว์ป่าพวกนี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก อีกอย่าง... ลูกในท้องยังกระซิบบอกข้าเลยว่า ‘ท่านแม่ล่ามาให้ท่านพ่อเถิด ท่านพ่อจะได้มีแรงกอดพวกเรานาน ๆ’”เมื่อเจอไม้อ้อนประสานเสียงของทั้งแม่และลูก อวิ๋นซีที่ตั้งท่าจะดุภรรยา ก็พลันใจอ่อนย
กลิ่นธูปหอมอ่อนอบอวลอยู่ภายใต้บรรยากาศอันสงบเงียบในศาลเทพชะตา ดวงตาสองคู่ทอดมองไปยังเปลวเทียนที่ไหวระริกส่องสว่าง มือหนาวางทาบบนหน้าท้องที่ยังแบนราบตามอายุครรภ์อย่างแผ่วเบา พลางโอบบ่าประคองภรรยาให้ยืนเคียงข้างอย่างทะนุถนอม“ลูกพ่อ... เจ้ามีมารดาเป็นเซียนผู้เก่งกาจ มีบิดารักใคร่ในมารดายิ่งนัก”“เจ้าก้อนแป้งเพิ่งกระซิบบอกข้าว่าเขาอยากออกมาเห็นหน้าท่านเสนาบดีไว ๆ เจ้าค่ะ” หรูซีคลี่ยิ้มละไม “เขาจะต้องภูมิใจที่สุด หากรู้ว่าท่านพ่อของเขายอมสละได้แม้กระทั่งดวงวิญญาณเพื่อปกป้องท่านแม่”“ข้าสัญญาด้วยชีวิตของข้า จะดูแลทั้งเจ้าและลูกให้ดีที่สุด” อวิ๋นซีก้มมองอาภรณ์ขาวสะอาด ราวกับจะมองทะลุผ่านไปถึงเจ้าตัวน้อยในครรภ์ หรูซีจึงวางมือทับบนมือของสามีอีกชั้นหนึ่งอย่างปลอบประโลม ก่อนที่เขาจะคุกเข่าลงเบื้องหน้าศาลเทพชะตา ประสานมือตั้งจิตอธิษฐานด้วยความสัตย์จริง“ข้าแต่องค์เทพ... ข้าขอวิงวอนให้วาสนาที่ข้าแลกมาด้วยดวงวิญญาณจงยั่งยืนตลอดไป ขอให้ข้าและอาหรูได้ครองรักเคียงคู่จนผมหงอกขาว ขอให้ข้าและนางมีวาสนาต่อกัน เป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวในทุกภพชาติ”หรูซีหลับตาลงอธิษฐานตาม “ขอให้คำสาบานของพวกเราสว่าง
“วันนี้ท่านมีธุระอะไรกับท่านอ๋องหรือ รองแม่ทัพซู?”“ข้าแวะมาดูท่านย่า... มาดูน้องชายของข้าด้วยว่าเขายังสบายดีหรือไม่ ช่วงนี้เขาดูแปลกไปนะเจ้าว่าไหม? หรูซี” จื่อหาวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงมีนัยแอบแฝง เขายังเรียกนางอย่างสนิทสนมเหมือนเมื่อครั้งก่อนในเมื่อทั้งสองคนอนุญาตเขาแล้ว“พี่อวิ๋นของข้ามีอะไรแปลกไปงั้นหรือ?”“เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไรเล่า ไหนเจ้าว่าเป็นเซียนผู้หยั่งรู้... เรื่องแค่นี้เจ้ากลับมองไม่ออก?” จื่อหาวแค่นยิ้ม ยั่วยุให้นางสงสัยในตัวอวิ๋นซีอวิ๋นซีพลันสบตาภรรยาด้วยความรู้สึกผิด เขากลัวว่าจะถูกภรรยาโกรธงอน รีบเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน “อาหรู... ข้ามีเรื่องปิดบังเจ้า หากข้าจะบอกความจริงทุกอย่างแก่เจ้าในตอนนี้ เจ้าจะยอมรับฟังข้าหรือไม่...?”หรูซีส่งยิ้มอ่อนโยนให้สามี “ไม่ว่าท่านพี่จะทำอะไร ข้าก็ไม่โกรธท่านหรอกเจ้าค่ะ... ท่านดูเขาสิ” นางปรายตามองบุรุษในฝั่งตรงกันข้ามด้วยความสมเพช “คนผู้นั้นเคยทำเรื่องเลวทรามต่ำช้ากับข้าขนาดไหน ข้ายังละวางความแค้นลงได้ แล้วพี่อวิ๋นแสนดีกับข้าถึงเพียงนี้ ท่านทำให้ข้าเป็นฮูหยินที่สตรีทั้งใต้หล้าล้วนริษยา ทุกวันนี้มิตรสหายต่างเข้ามารุมล้อมถามข้าถึงเคล็ดลับ เห
อวิ๋นซีหัวเราะเบา ๆ อย่างรู้ทัน ความตั้งใจของพี่ชายนั้นชัดเจนว่าไม่ยอมแพ้และต้องการสร้างผลงานบางอย่างเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตนกลับมาหลายวันมานี้ชาวบ้านลือกันทั่วว่ารองแม่ทัพไร้น้ำยา งานปราบกบฏอันควรเป็นเกียรติประวัติ ดันถูกองครักษ์ของคุณหนูเยว่และน้องชายที่เขาเคยดูแคลนช่วงชิงความดีความชอบไปเสียสิ้น ผู้คนต่างพากันนินทาลับหลังว่าวัน ๆ เขาอุดอู้อยู่แต่ในกระโจมแม่ทัพจนภรรยาอยากจะหย่าขาดเต็มทน ซึ่งนางก็สมหวังไปแล้วเพราะองครักษ์หนุ่มผู้จงรักภักดี“ท่านจะตามจับปีศาจด้วยกระดิ่งนั่นหรือ?” อวิ๋นซีถามพลางจิบชาอย่างใจเย็น แววตาคมปลาบจับจ้องไปที่แขนเสื้อของพี่ชาย “อาหรูนางเลือกเดินหนทางเซียน ต่อให้นางมีกู่ปีศาจในร่าง ทว่าจิตมารดวงนั้นดับสูญไปแล้ว กระดิ่งนี่ไม่น่าจะดังได้ ข้าว่ามันคงเสียแล้วล่ะ”“ไม่มีทางที่มันจะเสีย เจ้าลองไปตามนางมาพิสูจน์ดูก็แล้วกัน” จื่อหาวเอ่ยแกมสั่ง ทว่าน้ำเสียงกลับไร้ความมั่นใจยามเผชิญหน้ากับน้องชายที่มีฐานะเหนือกว่าตนในทุกด้าน“ท่านมีสิทธิอะไรมากล่าวหาฮูหยินของข้า อย่าลืมสิว่านางเป็นถึงปรมาจารย์ราชครูของแผ่นดินนะพี่ใหญ่ หากท่านคิดจะตรวจสอบนาง มิควรขอพระบรมราชานุญาตจากฝ่าบา
ค่ำคืนนั้นเขามองเห็นอาหรูนั่งร้องไห้กอดป้ายวิญญาณอยู่ในศาลบรรพชนเพียงลำพัง จึงแอบไปเก็บดอกไม้ป่าที่นางชอบ เขาเดินฝ่าลมหนาวด้วยรองเท้าคู่เก่าของพี่ชายทำให้หิมะกัดเท้าแห้งแตกจนเลือดไหลซึม ทว่าใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม เพียงเพราะคิดว่านางจะต้องดีใจแน่ ๆแต่เมื่อเขากลับไปที่ศาลบรรพชนตระกูลเสิ่นอีกครั้ง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับเป็นจื่อหาว! ลูกอนุผู้แย่งทุกสิ่งไปจากเขาและมารดา กำลังปลอบประโลมเด็กสาวตัวน้อยและพานางขึ้นรถม้าของตระกูลไปอย่างง่ายดายเขาในเวลานั้นคิดปลอบใจตนเองว่าขอแค่นางไม่ต้องเหน็บหนาว ก็นับว่าดีแล้ว ในเมื่อเขาไม่มีสิทธิแม้จะมีรถม้าส่วนตัวเหมือนบุตรคนอื่นในบ้าน ทว่าเขาคิดผิดไปทั้งหมด เพราะนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หัวใจของนางก็ไม่เคยหันมองมาที่เขาอีกเลย‘ทำไมต้องเป็นท่าน... พี่ใหญ่... ทำไมทุกอย่างในโลกนี้ต้องเป็นของท่าน!’เสียงกรีดร้องในใจวันนั้น กลายเป็นรอยแผลที่ฝังลึกจนไม่อาจลบเลือน แม้กระทั่งนางแต่งเข้าจวนตระกูลซูในฐานะพี่สะใภ้ ทั้งที่เขาอยากตบแต่งกับนางเจียนคลั่ง กลับถูกพี่ชายแย่งชิงวาสนาไป ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายเกียรติของนาง เพราะรู้ดีว่าหัวใจของนางมีเพียงซูจื่อหาวสอ
ทว่าขณะที่เสียงค้อนตอกตะปูดังประสานกัน สาวใช้คนสนิทวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน“ท่านอ๋อง... คุณหนู... คุณหนูเยว่มาขอพบเจ้าค่ะ!”หรูซีวางถ้วยชาลงอย่างใจเย็น นางคาดการณ์ไว้แล้วว่าหากคุณหนูเยว่ยอมบากหน้ามาถึงจวนอ๋อง ย่อมมิใช่เรื่องอื่นใดนอกจากอาการของฉางเฉิน องครักษ์คนรักของนางคงพิษกำเริบหนัก เกินมือห
ยามเอ่ยถึงมารดาผู้ล่วงลับ แววตาของอวิ๋นซีพลันหม่นแสง ทอดมองไปยังท้องนทีอันกว้างใหญ่เบื้องหน้าบางค่ำคืนเขายังคงสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย หวาดกลัวแหล่งน้ำทุกแห่งหน ทว่าเขากลับต้องฝืนเรียนรู้การว่ายน้ำเพื่อเอาตัวรอด มิให้ถูกพวกลูกอนุผลักตกน้ำจนตาย“อาหรู...” เสียงทุ้มพร่าหนักแน่นขึ้น เขาก้มลงมองสตรีในอ้อม
ทว่าคุณหนูเสิ่นออกไปเดินตลาดในเมืองจนฟ้ามืด ส่วนเสนาบดีอวิ๋นก็ไปทำหน้าที่ในราชสำนัก กว่าคนพวกนั้นจะทันเห็นรถม้าประดับไม้แกะสลักลายเมฆามงคล ตัวรถบุผ้าไหมเนื้อละเอียดสีม่วงเข้ม สีประจำฐานันดรสูงเคลื่อนผ่านประตูจวน แสงไฟภายในก็ถูกดับจนมืดสนิท เหลือเพียงเงาเงียบงันของจวนอ๋องที่ไม่คิดเปิดรับแขกผู้ไม่พึง
“ข้าแล้วแต่เจ้า! ฮูหยินน้อย... ข้าจะยืนนิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไรทั้งสิ้น ข้าเชื่อฟังเจ้า ตามใจเจ้าเถิด” เขาละล่ำละลักยืนยันหนักแน่นจนบิดาถึงกับตะคอกด้วยโทสะ“เจ้าเห็นภรรยาดีกว่าบิดารึ!?”“ท่านพ่อก็เชื่อฟังภรรยามากกว่าบุตรชายคนเล็กมาตลอดมิใช่หรือ?” อวิ๋นซีสวนกลับด้วยแววตาเฉยชา บัดนี้เขาคือสามีของเจ้าสำนั







