로그인ห้องประชุมชั้นสูงสุดของบริษัทเอสเค กรุ๊ปกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ซีคนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมในฐานะประธานกรรมการบริหาร ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขามืดดำและกดดันจนพนักงานระดับสูงแทบไม่กล้าหายใจ ความพ่ายแพ้ในค่ำคืนงานกาล่ายังคงตามหลอกหลอนเขาและสิ่งที่ทำให้เขาแทบบ้าคือรายงานตรงหน้า
รายงานที่ระบุว่าบริษัทลานนา คอร์ปอเรชั่นกำลังกว้านซื้อหุ้นที่ดินในโครงการสุขุมวิทตัดหน้าบริษัทเขาไปแล้วกว่าสิบห้าเปอร์เซ็นต์
“คุณลานนาและคุณกวินทร์มาถึงแล้วครับท่านประธาน” เลขาฯ รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
ประตูห้องประชุมเปิดออกพร้อมกับร่างระหงในชุดสูทกางเกงสีขาวสะอาดตาที่ดูโก้หรูและทรงพลัง ลานนาเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเบื้องหลังเธอคือกวินทร์ที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ
“สวัสดีค่ะคุณซีคหวังว่าคงไม่ต้องแนะนำตัวกันใหม่นะคะ” ลานนานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาทันทีโดยไม่ต้องรอคำเชิญ
ซีคจ้องมองเธอไม่วางตา “ที่ดินนั่นเธอรู้ดีว่าฉันเตรียมการมาเป็นปีคุณลานนา ต้องการอะไรกันแน่”
“ธุรกิจค่ะคุณซีค ไม่มีคำว่าต้องการอะไรนอกเหนือจากกำไร” ลานนาตอบพลางประสานมือวางบนโต๊ะ ท่าทางนิ่งสงบผิดกับซีคที่เหมือนภูเขาไฟกำลังจะปะทุ “โครงการ Smart City ของคุณจะสมบูรณ์ไม่ได้ถ้าขาดที่ดินแปลงที่ฉันถืออยู่ และตอนนี้ฉันคือคนถือไพ่เหนือกว่าคุณค่ะ”
“เธอใช้เงินจากไหนมาซื้อที่ดินพวกนั้น” ซีคถามเสียงต่ำ
กวินทร์เป็นฝ่ายตอบแทนพร้อมกับวางมือลงบนไหล่ของลานนาอย่างสนิทสนม “เงินของผมเองครับ ผมให้คู่หมั้นของผมใช้ได้ไม่จำกัดเพื่อความสุขของเธอ ผมเปย์ให้ได้ทุกอย่าง”
ซีคขบกรามจนเป็นสันนูน แววตาที่จ้องมองมือกวินทร์บนไหล่ของเธอนั้นแทบจะฆ่าคนได้ “ออกไปให้หมด!” ซีคตวาดลั่นใส่พนักงานคนอื่นๆ ในห้องประชุม “ฉันต้องการคุยกับหุ้นส่วนเป็นการส่วนตัว”
พนักงานต่างรีบกุลีกุจอออกไป เหลือเพียงซีค ลานนา และกวินทร์ อยู่ภายในห้องประชุมนั้น
“คุณก็ด้วย กวินทร์ ออกไปซะ” ซีคสั่งเสียงเขี้ยม
“ผมคงทำตามไม่ได้หรอกครับ ผมต้องดูแลคู่หมั้นของผม”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่วินทร์” ลานนาหันไปยิ้มหวานให้กวินทร์ และนั่นเป็นรอยยิ้มที่ซีคไม่เคยได้รับมาตลอดห้าปี “ลานนาจัดการได้ค่ะ รอข้างนอกนะคะ เดี๋ยวเสร็จแล้วเราไปทานมื้อเที่ยงที่ร้านโปรดกัน”
กวินทร์ยิ้มตอบก่อนจะก้มลงจูบที่ขมับของลานนาต่อหน้าต่อตาซีค “ครับ พี่จะรอที่รถนะ”
เมื่อประตูห้องประชุมปิดลง ซีคลุกขึ้นพรวดพราดแล้วเดินอ้อมโต๊ะมาชะโงกหน้าประชิดลานนาทันที “เธอร่านนักเหรอ! ถึงยอมให้มันทำแบบนั้นต่อหน้าฉัน!” เขาคำรามใส่ด้วยความหึงหวงที่ควบคุมไม่อยู่
ลานนาเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า “ร่าน? คำพูดของคุณดูถูกผู้หญิงไม่เปลี่ยนเลยนะคะคุณอา แต่ก็นั่นแหละค่ะ เมื่อก่อนคุณเห็นฉันเป็นภาระนี่คะ แล้วตอนนี้ฉันเป็นคู่หมั้นของคนอื่น คุณจะมาเดือดร้อนอะไรล่ะคะ”
“ลินดา! อย่ามาประชดฉันนะ!” ซีคคว้าต้นแขนเธอทั้งสองข้างแล้วออกแรงกระชากให้เธอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า “ไอ้กวินทร์มันไม่ใช่คนดี มันแค่ใช้เธอเป็นเครื่องมือเล่นงานฉัน!”
“แล้วคุณล่ะคะ” ลานนาสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “คุณที่เลี้ยงฉันมาเพื่อเป็นลูกสาวแต่กลับมองฉันด้วยสายตาหิวกระหายแบบนี้ คุณดีกว่าเขาตรงไหนคะ”
ซีคชะงักไปครู่หนึ่ง คำพูดของเธอเหมือนมีดที่กรีดแผลเก่าของเขาให้เปิดออก
“แต่ที่ฉันทำก็เพื่อปกป้องเธอ”
“ปกป้อง?” ลานนาหัวเราะสมเพช “คุณปกป้องฉันจากความรักของตัวเองจนทำให้ฉันแทบตายในคืนนั้นน่ะเหรอที่เรียกว่าปกป้อง” เธอขยับเข้าไปใกล้เขาจนหน้าอกชนแผงอกแกร่ง เพื่อท้าทายสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขา “รู้ไหมคะคืนที่ฉันเดินออกจากบ้าน คุณกวินทร์คือคนที่ขับรถมาเจอฉัน แล้วเขาก็ให้ชีวิตใหม่ ให้ชื่อใหม่ และที่สำคัญเขาให้สิ่งที่ป๊าไม่เคยให้ได้”
“มันให้อะไรเธอ!” ซีคถามด้วยเสียงสั่นพร่า
ลานนาเขย่งปลายเท้ากระซิบที่ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงยั่วยวน “เขาให้ฉันเป็นผู้หญิงของเขาจริงๆ ไงคะ ืไม่ใช่แค่เด็กในปกครองที่ต้องคอยแอบรักป๊าไปวันๆ”
ซีคฟิวส์ขาดทันทีที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น เขาโน้มหน้าลงไปบดจูบที่ริมฝีปากสีแดงสดของเธออย่างรุนแรงและป่าเถื่อน มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานแต่มันคือจูบของการลงโทษและการประกาศความเป็นเจ้าของ ลานนาขัดขืนในตอนแรกมือเล็กทุบตีแผงอกเขาพัลวันแต่คนตัวโตกว่ากลับยิ่งกอดรัดเธอแน่นขึ้น กลิ่นอายอัลฟ่าที่รุนแรงและความโหยหาที่อัดอั้นมาห้าปีระเบิดออกมาในจูบนั้น รสชาติขมปร่าของน้ำตาปนมากับความหวานที่คุ้นเคย ลานนาเริ่มโต้ตอบจูบนั้นอย่างเผ็ดร้อนไม่แพ้กัน เธอจูบเขาราวกับจะพรากวิญญาณเขาไปพร้อมกับความแค้นที่เธอสะสมมา ครู่ใหญ่ซีคจึงผละออกช้าๆ ทั้งคู่หอบหายใจแรงพลางจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“เธอยังรู้สึกกับฉันอยู่เหรอ” ซีคพึมพำชิดริมฝีปากเธอ
ลานนายกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากที่เจ่อช้ำก่อนเธอจะแค่นยิ้มอย่างเย็นชา “จูบเมื่อกี้ถือว่าเป็นรางวัลให้ป๊าที่อุตส่าห์เลี้ยงดูมาแล้วกันนะคะ” เธอจัดชุดสูทให้เรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “แต่มันเปลี่ยนความจริงไม่ได้ว่าที่ดินแปลงนั้นฉันจะไม่ขายให้คุณ และงานแต่งงานของฉันกับกวินทร์จะเกิดขึ้นแน่นอน” เธอเดินไปที่ประตูก่อนจะหันกลับมามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย “เตรียมตัวพังทลายได้เลยค่ะคุณอา ทั้งเรื่องงาน และเรื่องหัวใจ”
ลานนากล่าวจบก็เดินออกไปทิ้งให้ซีคยืนเคว้งคว้างอยู่ในห้องประชุมกว้างขวาง เขามองมือตัวเองที่ยังสั่นไม่หาย รสจูบเมื่อครู่ย้ำเตือนว่าเขาขาดเธอไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าจะตรงกันข้ามกับเธออย่างสิ้นเชิง
“ฉันจะไม่ยอมให้มันได้เธอไป...” ซีคพึมพำกับความว่างเปล่า “ต่อให้ต้องเผาโลกทั้งใบเพื่อให้เธอกลับมาคุกเข่าต่อหน้าฉัน... ฉันก็จะทำ!”
รถลีมูซีนคันหรูแล่นฝ่าสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งมุ่งหน้าสู่เพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง ตลอดทางไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของทั้งคู่ มีเพียงมือหนาของซีคที่กุมมือเล็กของลานนาไว้แน่นแล้ววางไว้บนตักของเขาและไม่ยอมปล่อยแม้แต่วินาทีเดียว ราวกับกลัวว่าถ้าเผลอคลายมือเพียงนิดเดียว เธอจะหายวับไปเหมือนควันเมื่อประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกที่ชั้นบนสุด ภาพความทรงจำในอดีตก็ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของลานนาห้องโถงกว้างขวางที่เคยเงียบเหงา โซฟาตัวเดิมที่เขาเคยนั่งปฏิเสธเธอ และหน้าต่างบานใหญ่ที่เธอเคยยืนร้องไห้ก่อนจะเดินจากไป ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย"คุณไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย" ลานนาเปรยขึ้นเบาๆ กวาดสายตามองไปรอบห้อง"เปลี่ยนไม่ได้ต่างหาก" ซีคถอดเสื้อสูทตัวนอกออกพาดไว้ที่แขน แล้วเดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง วางคางเกยไหล่เล็ก "เพราะป๊ากลัวว่าถ้าวันหนึ่งหนูกลับมา หนูจะจำบ้านของเราไม่ได้"หัวใจของลานนาอุ่นวาบเมื่อได้ยินคนตรงหน้าพูด เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาพลางยกมือขึ้นลูบไล้โครงหน้าคมสันที่เริ่มมีรอยหนวดเคราจางๆ"5 ปีที่ผ่านมา ทรมานมากไหมคะ"ซีคหลับตาลงซึมซับสัมผัสจากฝ่ามือของเธอ “ท
ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 50 อาคาร SK Groupบรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดจนน่าสะอิดสะเอียน คณะกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั่งหน้าดำคร่ำเครียด หัวโต๊ะที่เคยเป็นที่นั่งประจำของซีคบัดนี้กวินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่ใกล้ๆ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนใหม่จากการกว้านซื้อหุ้นผ่านนอมินี เขายิ้มกริ่มพลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเพลงแห่งชัยชนะ"ผมว่าเราเสียเวลามามากพอแล้วนะครับ" กวินทร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “คุณซีคหายตัวไปติดต่อไม่ได้ แถมยังมีข่าวฉาวและการทุจริตชัดเจนขนาดนี้ ผมขอเสนอให้ปลดเขาออกจากตำแหน่งประธานทันที และแต่งตั้งผมขึ้นรักษาการแทน""แต่เราควรรอคุณซีคมาชี้แจงก่อน" กรรมการอาวุโสท่านหนึ่งแย้ง"ชี้แจงเหรอครับ?" กวินทร์หัวเราะเยาะ "ป่านนี้คงหอบเงินหนีไปเสวยสุขกับลูกเลี้ยงที่เมืองนอกแล้วมั้งครับ หลักฐานการยักยอกเงินกว่าพันล้านบาทที่ผมให้ดูเมื่อกี้ ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ"เหล่ากรรมการต่างซุบซิบและพยักหน้าเห็นด้วย หลักฐานเท็จที่กวินทร์สร้างขึ้นมันเนียนจนน่ากลัว"ถ้าไม่มีใครคัดค้าน งั้นผมขอปิดมตินี้" กวินทร์กำลังจะยกมือประกาศชัยชนะ ปัง!ประตูห้องประชุมบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนังเส
ลานนามองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ภายในห้องแต่งตัว ดวงตาที่เคยบวมช้ำจากการร้องไห้เมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้ถูกกลบด้วยอายแชโดว์สีสโมกกี้อายคมกริบ ริมฝีปากที่เคยสั่นระริกถูกเคลือบทับด้วยลิปสติกสีแดงเลือดนกเฉดเดียวกับที่เธอใช้ในวันงานกาล่าเธอกระชับเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทราวกับมันคือชุดเกราะกันกระสุน รีบหนีไปซะ...คำพูดของซีคยังดังก้องในหูแต่มันไม่ได้ทำให้เธออยากหนี ตรงกันข้ามมันกลับปลุกไฟนักสู้ในตัวเธอให้ลุกโชน ซีคยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ แล้วเธอจะเป็นคนขี้ขลาดที่วิ่งหนีปัญหาทิ้งให้เขาตายอย่างโดดเดี่ยวได้อย่างไร"ลินดาคนอ่อนแอคนนั้นตายไปแล้ว" เธอกระซิบกับกระจก แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว “ตอนนี้เหลือแค่ลานนา ผู้หญิงที่จะกระชากหน้ากากแกออกมาให้ได้ กวินทร์"ณ ร้านอาหารรูฟท็อปใจกลางเมืองกวินทร์นั่งไขว่ห้างจิบไวน์ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เขามองดูวิวตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพราวกับราชาที่กำลังมองอาณาจักรที่กำลังจะตกเป็นของตน ทันทีที่เห็นลานนาเดินเข้ามาเขาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ“สวยสง่าเหมือนเดิม ว่าที่ราชินีของผม" กวินทร์ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ "นึกว่าคุณจะเครียดเรื่องข่าวจนไม่อยากมาซะอีก"ลานนานั่งลงแส
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องเข้ามาในคอนโดหรู แต่บรรยากาศกลับอึมครึมยิ่งกว่าคืนที่มีพายุ ลานนานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นระริก สายตาจับจ้องไปที่ข่าวบันเทิงและข่าวธุรกิจทุกช่องที่กำลังรายงานข่าวเดียวกัน ข่าวที่สั่นสะเทือนวงการไฮโซและตลาดหุ้นไทยจนแทบหยุดนิ่ง"ฉาวสนั่น! คลิปเสียงหลุดมัดตัว ซีค วรโชติเมธี ประธาน SK Group สารภาพสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกเลี้ยง!" "หุ้น SK ร่วงติดฟลอร์! หลังข่าวลือประธานหนุ่มกินเด็กในปกครอง ชาวเน็ตขุดยับ อดีตลูกเลี้ยงที่หายสาบสูญคือใคร?"เสียงของผู้ประกาศข่าวที่อ่านข้อความในคลิปเสียงซ้ำๆ บาดลึกเข้าไปในใจของลานนา"...ถ้ามันจะพินาศด้วยมือเธอ... ฉันก็ยอม"เสียงของซีคในคลิปนั้นฟังดูเจ็บปวดและยอมจำนน มันชัดเจนจนไม่มีใครสามารถแก้ตัวแทนได้ บรรดาคอมเมนต์ในโลกโซเชียลหลั่งไหลเข้ามาด่าทอเขาอย่างรุนแรง ตราหน้าเขาว่าเป็นเฒ่าหัวงู เป็นคนวิปริตผิดศีลธรรม"สะใจเธอแล้วใช่ไหม" ลานนาพึมพำกับตัวเอง แต่ทำไมก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันถึงได้บีบตัวแน่นจนเจ็บขนาดนี้?เธอกดรีโมทเปลี่ยนช่องหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ภาพของซีคที่ถูกรุมล้อมด้วยกองทัพนักข่าวกำลังฉายอยู่บนหน้าจอ
คฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีที่เคยเป็นบ้านของลินดาในค่ำคืนนี้มันเงียบสงัดจนรู้สึกอ้างว้างและและหนาวเหน็บกว่าที่เคย ซีคนั่งอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพข้อมูลทางบัญชีของลานนา คอร์ปอเรชั่นและความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างอดีตลูกเลี้ยงสาวและกวินทร์ เขารู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่คนซื่อสัตย์ และที่สำคัญเขารู้ด้วยว่าจุดอ่อนของลานนาคืออะไร“เตรียมรถ” เขากรอกเสียงลงในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “เราจะไปพบคุณลานนาที่คอนโดของเธอเดี๋ยวนี้”ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านสุขุมวิท ลานนากำลังยืนจิบไวน์อยู่ที่ระเบียงพร้อมมองดูแสงไฟของเมืองกรุงพลางคิดถึงแผนการขั้นต่อไป แต่แล้วเสียงออดที่ประตูห้องก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับคนกดกำลังโกรธแค้นใครมาเป็นสิบปีสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อยและเมื่อเธอส่องตาแมวและเห็นว่าเป็นใคร ลานนาเพียงแค่แสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะเปิดประตูออก“มาดึกขนาดนี้ มีธุระด่วนอะไรคะคุณอา หรือว่าบริษัทกำลังจะเจ๊งจนต้องรีบมาขอส่วนบุญ”ซีคไม่ตอบแต่เขากลับแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลักประตูให้ปิดลงและล็อคกลอนทันที เขาคว้าข้อมือลานนาแล้วดันเธอจนแผ่นหลังกระแทกกั
ห้องประชุมชั้นสูงสุดของบริษัทเอสเค กรุ๊ปกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ซีคนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมในฐานะประธานกรรมการบริหาร ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขามืดดำและกดดันจนพนักงานระดับสูงแทบไม่กล้าหายใจ ความพ่ายแพ้ในค่ำคืนงานกาล่ายังคงตามหลอกหลอนเขาและสิ่งที่ทำให้เขาแทบบ้าคือรายงานตรงหน้ารายงานที่ระบุว่าบริษัทลานนา คอร์ปอเรชั่นกำลังกว้านซื้อหุ้นที่ดินในโครงการสุขุมวิทตัดหน้าบริษัทเขาไปแล้วกว่าสิบห้าเปอร์เซ็นต์“คุณลานนาและคุณกวินทร์มาถึงแล้วครับท่านประธาน” เลขาฯ รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นๆประตูห้องประชุมเปิดออกพร้อมกับร่างระหงในชุดสูทกางเกงสีขาวสะอาดตาที่ดูโก้หรูและทรงพลัง ลานนาเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเบื้องหลังเธอคือกวินทร์ที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ“สวัสดีค่ะคุณซีคหวังว่าคงไม่ต้องแนะนำตัวกันใหม่นะคะ” ลานนานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาทันทีโดยไม่ต้องรอคำเชิญซีคจ้องมองเธอไม่วางตา “ที่ดินนั่นเธอรู้ดีว่าฉันเตรียมการมาเป็นปีคุณลานนา ต้องการอะไรกันแน่”“ธุรกิจค่ะคุณซีค ไม่มีคำว่าต้องการอะไรนอกเหนือจากกำไร” ลานนาตอบพลางประสานมือวางบนโต๊ะ ท่าทางนิ่งสงบผิดกับซีคที่เหมือนภูเขาไฟก
ความหนาวเหน็บจากสายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่สามารถเทียบได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจของลินดา ร่างบางในชุดเดรสเปียกปอนเดินโซซัดโซเซไปตามฟุตบาทที่ทอดยาวอย่างไร้จุดหมาย แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสาดส่องกระทบร่างเธอเป็นระยะแต่ไม่มีใครสนใจจะหยุดดู เด็กสาวผู้เคยอาศัยอยู่ในหอคอยงาช้างบัดนี้ไม่ต่างอะไ
เสียงพายุฝนโหมกระหน่ำอยู่ภายนอกหน้าต่างกระจกบานมหึมา ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงในค่ำคืนนี้มืดมิดไร้แสงดาวมีเพียงแสงแลบแปลบปลาบของสายฟ้าที่ผ่าลงมาเป็นระยะ สะท้อนให้เห็นเงาร่างเล็กของหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องเพนต์เฮาส์สุดหรูบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าลินดา ยืนนิ่งงันเท้าเปล่าเปลือยจิกแน่นลงบนพรมขนส
ความเงียบที่ปกคลุมคนทั้งสามท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สนั้นน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกนด่าทอเสียอีก ซีคก้มมองมือเรียวขาวผ่องที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาวที่เขาเคยรู้จักทุกตารางนิ้ว หมายถึงตอนที่เธอยังเป็นลินดาอะนะ แต่สำหรับเธอตรงหน้าในเวลานี้เขาไม่รู้จักเธอคนนี้เลยสักนิด หญิงสาวลานน







