แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: หลูซื่อเต๋อ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-14 15:30:53

ห้องประชุมชั้นสูงสุดของบริษัทเอสเค กรุ๊ปกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ซีคนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมในฐานะประธานกรรมการบริหาร ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขามืดดำและกดดันจนพนักงานระดับสูงแทบไม่กล้าหายใจ ความพ่ายแพ้ในค่ำคืนงานกาล่ายังคงตามหลอกหลอนเขาและสิ่งที่ทำให้เขาแทบบ้าคือรายงานตรงหน้า

รายงานที่ระบุว่าบริษัทลานนา คอร์ปอเรชั่นกำลังกว้านซื้อหุ้นที่ดินในโครงการสุขุมวิทตัดหน้าบริษัทเขาไปแล้วกว่าสิบห้าเปอร์เซ็นต์

“คุณลานนาและคุณกวินทร์มาถึงแล้วครับท่านประธาน” เลขาฯ รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

ประตูห้องประชุมเปิดออกพร้อมกับร่างระหงในชุดสูทกางเกงสีขาวสะอาดตาที่ดูโก้หรูและทรงพลัง ลานนาเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเบื้องหลังเธอคือกวินทร์ที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ

“สวัสดีค่ะคุณซีคหวังว่าคงไม่ต้องแนะนำตัวกันใหม่นะคะ” ลานนานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาทันทีโดยไม่ต้องรอคำเชิญ

ซีคจ้องมองเธอไม่วางตา “ที่ดินนั่นเธอรู้ดีว่าฉันเตรียมการมาเป็นปีคุณลานนา ต้องการอะไรกันแน่”

“ธุรกิจค่ะคุณซีค ไม่มีคำว่าต้องการอะไรนอกเหนือจากกำไร” ลานนาตอบพลางประสานมือวางบนโต๊ะ ท่าทางนิ่งสงบผิดกับซีคที่เหมือนภูเขาไฟกำลังจะปะทุ “โครงการ Smart City ของคุณจะสมบูรณ์ไม่ได้ถ้าขาดที่ดินแปลงที่ฉันถืออยู่ และตอนนี้ฉันคือคนถือไพ่เหนือกว่าคุณค่ะ”

“เธอใช้เงินจากไหนมาซื้อที่ดินพวกนั้น” ซีคถามเสียงต่ำ

กวินทร์เป็นฝ่ายตอบแทนพร้อมกับวางมือลงบนไหล่ของลานนาอย่างสนิทสนม “เงินของผมเองครับ ผมให้คู่หมั้นของผมใช้ได้ไม่จำกัดเพื่อความสุขของเธอ ผมเปย์ให้ได้ทุกอย่าง”

ซีคขบกรามจนเป็นสันนูน แววตาที่จ้องมองมือกวินทร์บนไหล่ของเธอนั้นแทบจะฆ่าคนได้ “ออกไปให้หมด!” ซีคตวาดลั่นใส่พนักงานคนอื่นๆ ในห้องประชุม “ฉันต้องการคุยกับหุ้นส่วนเป็นการส่วนตัว”

พนักงานต่างรีบกุลีกุจอออกไป เหลือเพียงซีค ลานนา และกวินทร์ อยู่ภายในห้องประชุมนั้น

“คุณก็ด้วย กวินทร์ ออกไปซะ” ซีคสั่งเสียงเขี้ยม

“ผมคงทำตามไม่ได้หรอกครับ ผมต้องดูแลคู่หมั้นของผม”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่วินทร์” ลานนาหันไปยิ้มหวานให้กวินทร์ และนั่นเป็นรอยยิ้มที่ซีคไม่เคยได้รับมาตลอดห้าปี “ลานนาจัดการได้ค่ะ รอข้างนอกนะคะ เดี๋ยวเสร็จแล้วเราไปทานมื้อเที่ยงที่ร้านโปรดกัน”

กวินทร์ยิ้มตอบก่อนจะก้มลงจูบที่ขมับของลานนาต่อหน้าต่อตาซีค “ครับ พี่จะรอที่รถนะ”

เมื่อประตูห้องประชุมปิดลง ซีคลุกขึ้นพรวดพราดแล้วเดินอ้อมโต๊ะมาชะโงกหน้าประชิดลานนาทันที “เธอร่านนักเหรอ! ถึงยอมให้มันทำแบบนั้นต่อหน้าฉัน!” เขาคำรามใส่ด้วยความหึงหวงที่ควบคุมไม่อยู่

ลานนาเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า “ร่าน? คำพูดของคุณดูถูกผู้หญิงไม่เปลี่ยนเลยนะคะคุณอา แต่ก็นั่นแหละค่ะ เมื่อก่อนคุณเห็นฉันเป็นภาระนี่คะ แล้วตอนนี้ฉันเป็นคู่หมั้นของคนอื่น คุณจะมาเดือดร้อนอะไรล่ะคะ”

“ลินดา! อย่ามาประชดฉันนะ!” ซีคคว้าต้นแขนเธอทั้งสองข้างแล้วออกแรงกระชากให้เธอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า “ไอ้กวินทร์มันไม่ใช่คนดี มันแค่ใช้เธอเป็นเครื่องมือเล่นงานฉัน!”

“แล้วคุณล่ะคะ” ลานนาสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “คุณที่เลี้ยงฉันมาเพื่อเป็นลูกสาวแต่กลับมองฉันด้วยสายตาหิวกระหายแบบนี้ คุณดีกว่าเขาตรงไหนคะ”

ซีคชะงักไปครู่หนึ่ง คำพูดของเธอเหมือนมีดที่กรีดแผลเก่าของเขาให้เปิดออก

“แต่ที่ฉันทำก็เพื่อปกป้องเธอ”

“ปกป้อง?” ลานนาหัวเราะสมเพช “คุณปกป้องฉันจากความรักของตัวเองจนทำให้ฉันแทบตายในคืนนั้นน่ะเหรอที่เรียกว่าปกป้อง” เธอขยับเข้าไปใกล้เขาจนหน้าอกชนแผงอกแกร่ง เพื่อท้าทายสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขา “รู้ไหมคะคืนที่ฉันเดินออกจากบ้าน คุณกวินทร์คือคนที่ขับรถมาเจอฉัน แล้วเขาก็ให้ชีวิตใหม่ ให้ชื่อใหม่ และที่สำคัญเขาให้สิ่งที่ป๊าไม่เคยให้ได้”

“มันให้อะไรเธอ!” ซีคถามด้วยเสียงสั่นพร่า

ลานนาเขย่งปลายเท้ากระซิบที่ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงยั่วยวน “เขาให้ฉันเป็นผู้หญิงของเขาจริงๆ ไงคะ ืไม่ใช่แค่เด็กในปกครองที่ต้องคอยแอบรักป๊าไปวันๆ”

ซีคฟิวส์ขาดทันทีที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น เขาโน้มหน้าลงไปบดจูบที่ริมฝีปากสีแดงสดของเธออย่างรุนแรงและป่าเถื่อน มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานแต่มันคือจูบของการลงโทษและการประกาศความเป็นเจ้าของ ลานนาขัดขืนในตอนแรกมือเล็กทุบตีแผงอกเขาพัลวันแต่คนตัวโตกว่ากลับยิ่งกอดรัดเธอแน่นขึ้น กลิ่นอายอัลฟ่าที่รุนแรงและความโหยหาที่อัดอั้นมาห้าปีระเบิดออกมาในจูบนั้น รสชาติขมปร่าของน้ำตาปนมากับความหวานที่คุ้นเคย ลานนาเริ่มโต้ตอบจูบนั้นอย่างเผ็ดร้อนไม่แพ้กัน เธอจูบเขาราวกับจะพรากวิญญาณเขาไปพร้อมกับความแค้นที่เธอสะสมมา ครู่ใหญ่ซีคจึงผละออกช้าๆ ทั้งคู่หอบหายใจแรงพลางจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“เธอยังรู้สึกกับฉันอยู่เหรอ” ซีคพึมพำชิดริมฝีปากเธอ

ลานนายกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากที่เจ่อช้ำก่อนเธอจะแค่นยิ้มอย่างเย็นชา “จูบเมื่อกี้ถือว่าเป็นรางวัลให้ป๊าที่อุตส่าห์เลี้ยงดูมาแล้วกันนะคะ” เธอจัดชุดสูทให้เรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “แต่มันเปลี่ยนความจริงไม่ได้ว่าที่ดินแปลงนั้นฉันจะไม่ขายให้คุณ และงานแต่งงานของฉันกับกวินทร์จะเกิดขึ้นแน่นอน” เธอเดินไปที่ประตูก่อนจะหันกลับมามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย “เตรียมตัวพังทลายได้เลยค่ะคุณอา ทั้งเรื่องงาน และเรื่องหัวใจ”

ลานนากล่าวจบก็เดินออกไปทิ้งให้ซีคยืนเคว้งคว้างอยู่ในห้องประชุมกว้างขวาง เขามองมือตัวเองที่ยังสั่นไม่หาย รสจูบเมื่อครู่ย้ำเตือนว่าเขาขาดเธอไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าจะตรงกันข้ามกับเธออย่างสิ้นเชิง

“ฉันจะไม่ยอมให้มันได้เธอไป...” ซีคพึมพำกับความว่างเปล่า “ต่อให้ต้องเผาโลกทั้งใบเพื่อให้เธอกลับมาคุกเข่าต่อหน้าฉัน... ฉันก็จะทำ!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 7

    ลานนามองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ภายในห้องแต่งตัว ดวงตาที่เคยบวมช้ำจากการร้องไห้เมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้ถูกกลบด้วยอายแชโดว์สีสโมกกี้อายคมกริบ ริมฝีปากที่เคยสั่นระริกถูกเคลือบทับด้วยลิปสติกสีแดงเลือดนกเฉดเดียวกับที่เธอใช้ในวันงานกาล่าเธอกระชับเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทราวกับมันคือชุดเกราะกันกระสุน รีบหนีไปซะ...คำพูดของซีคยังดังก้องในหูแต่มันไม่ได้ทำให้เธออยากหนี ตรงกันข้ามมันกลับปลุกไฟนักสู้ในตัวเธอให้ลุกโชน ซีคยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ แล้วเธอจะเป็นคนขี้ขลาดที่วิ่งหนีปัญหาทิ้งให้เขาตายอย่างโดดเดี่ยวได้อย่างไร"ลินดาคนอ่อนแอคนนั้นตายไปแล้ว" เธอกระซิบกับกระจก แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว “ตอนนี้เหลือแค่ลานนา ผู้หญิงที่จะกระชากหน้ากากแกออกมาให้ได้ กวินทร์"ณ ร้านอาหารรูฟท็อปใจกลางเมืองกวินทร์นั่งไขว่ห้างจิบไวน์ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เขามองดูวิวตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพราวกับราชาที่กำลังมองอาณาจักรที่กำลังจะตกเป็นของตน ทันทีที่เห็นลานนาเดินเข้ามาเขาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ“สวยสง่าเหมือนเดิม ว่าที่ราชินีของผม" กวินทร์ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ "นึกว่าคุณจะเครียดเรื่องข่าวจนไม่อยากมาซะอีก"ลานนานั่งลงแส

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 6

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องเข้ามาในคอนโดหรู แต่บรรยากาศกลับอึมครึมยิ่งกว่าคืนที่มีพายุ ลานนานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นระริก สายตาจับจ้องไปที่ข่าวบันเทิงและข่าวธุรกิจทุกช่องที่กำลังรายงานข่าวเดียวกัน ข่าวที่สั่นสะเทือนวงการไฮโซและตลาดหุ้นไทยจนแทบหยุดนิ่ง"ฉาวสนั่น! คลิปเสียงหลุดมัดตัว ซีค วรโชติเมธี ประธาน SK Group สารภาพสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกเลี้ยง!" "หุ้น SK ร่วงติดฟลอร์! หลังข่าวลือประธานหนุ่มกินเด็กในปกครอง ชาวเน็ตขุดยับ อดีตลูกเลี้ยงที่หายสาบสูญคือใคร?"เสียงของผู้ประกาศข่าวที่อ่านข้อความในคลิปเสียงซ้ำๆ บาดลึกเข้าไปในใจของลานนา"...ถ้ามันจะพินาศด้วยมือเธอ... ฉันก็ยอม"เสียงของซีคในคลิปนั้นฟังดูเจ็บปวดและยอมจำนน มันชัดเจนจนไม่มีใครสามารถแก้ตัวแทนได้ บรรดาคอมเมนต์ในโลกโซเชียลหลั่งไหลเข้ามาด่าทอเขาอย่างรุนแรง ตราหน้าเขาว่าเป็นเฒ่าหัวงู เป็นคนวิปริตผิดศีลธรรม"สะใจเธอแล้วใช่ไหม" ลานนาพึมพำกับตัวเอง แต่ทำไมก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันถึงได้บีบตัวแน่นจนเจ็บขนาดนี้?เธอกดรีโมทเปลี่ยนช่องหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ภาพของซีคที่ถูกรุมล้อมด้วยกองทัพนักข่าวกำลังฉายอยู่บนหน้าจอ

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 5

    คฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีที่เคยเป็นบ้านของลินดาในค่ำคืนนี้มันเงียบสงัดจนรู้สึกอ้างว้างและและหนาวเหน็บกว่าที่เคย ซีคนั่งอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพข้อมูลทางบัญชีของลานนา คอร์ปอเรชั่นและความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างอดีตลูกเลี้ยงสาวและกวินทร์ เขารู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่คนซื่อสัตย์ และที่สำคัญเขารู้ด้วยว่าจุดอ่อนของลานนาคืออะไร“เตรียมรถ” เขากรอกเสียงลงในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “เราจะไปพบคุณลานนาที่คอนโดของเธอเดี๋ยวนี้”ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านสุขุมวิท ลานนากำลังยืนจิบไวน์อยู่ที่ระเบียงพร้อมมองดูแสงไฟของเมืองกรุงพลางคิดถึงแผนการขั้นต่อไป แต่แล้วเสียงออดที่ประตูห้องก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับคนกดกำลังโกรธแค้นใครมาเป็นสิบปีสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อยและเมื่อเธอส่องตาแมวและเห็นว่าเป็นใคร ลานนาเพียงแค่แสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะเปิดประตูออก“มาดึกขนาดนี้ มีธุระด่วนอะไรคะคุณอา หรือว่าบริษัทกำลังจะเจ๊งจนต้องรีบมาขอส่วนบุญ”ซีคไม่ตอบแต่เขากลับแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลักประตูให้ปิดลงและล็อคกลอนทันที เขาคว้าข้อมือลานนาแล้วดันเธอจนแผ่นหลังกระแทกกั

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 4

    ห้องประชุมชั้นสูงสุดของบริษัทเอสเค กรุ๊ปกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ซีคนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมในฐานะประธานกรรมการบริหาร ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขามืดดำและกดดันจนพนักงานระดับสูงแทบไม่กล้าหายใจ ความพ่ายแพ้ในค่ำคืนงานกาล่ายังคงตามหลอกหลอนเขาและสิ่งที่ทำให้เขาแทบบ้าคือรายงานตรงหน้ารายงานที่ระบุว่าบริษัทลานนา คอร์ปอเรชั่นกำลังกว้านซื้อหุ้นที่ดินในโครงการสุขุมวิทตัดหน้าบริษัทเขาไปแล้วกว่าสิบห้าเปอร์เซ็นต์“คุณลานนาและคุณกวินทร์มาถึงแล้วครับท่านประธาน” เลขาฯ รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นๆประตูห้องประชุมเปิดออกพร้อมกับร่างระหงในชุดสูทกางเกงสีขาวสะอาดตาที่ดูโก้หรูและทรงพลัง ลานนาเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเบื้องหลังเธอคือกวินทร์ที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ“สวัสดีค่ะคุณซีคหวังว่าคงไม่ต้องแนะนำตัวกันใหม่นะคะ” ลานนานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาทันทีโดยไม่ต้องรอคำเชิญซีคจ้องมองเธอไม่วางตา “ที่ดินนั่นเธอรู้ดีว่าฉันเตรียมการมาเป็นปีคุณลานนา ต้องการอะไรกันแน่”“ธุรกิจค่ะคุณซีค ไม่มีคำว่าต้องการอะไรนอกเหนือจากกำไร” ลานนาตอบพลางประสานมือวางบนโต๊ะ ท่าทางนิ่งสงบผิดกับซีคที่เหมือนภูเขาไฟก

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 3

    ความเงียบที่ปกคลุมคนทั้งสามท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สนั้นน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกนด่าทอเสียอีก ซีคก้มมองมือเรียวขาวผ่องที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาวที่เขาเคยรู้จักทุกตารางนิ้ว หมายถึงตอนที่เธอยังเป็นลินดาอะนะ แต่สำหรับเธอตรงหน้าในเวลานี้เขาไม่รู้จักเธอคนนี้เลยสักนิด หญิงสาวลานนาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาช่างแตกต่างจากลินดาเด็กน้อยขี้แยคนนั้นราวกับเป็นคนละคนดวงตาสีอำพันวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะผสมกับความโหยหา เขาเอื้อมมือไปจับมือเธอช้าๆ สัมผัสนุ่มนิ่มแต่เย็นเฉียบทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ มันรุนแรงจนขนกายลุกชัน ปฏิกิริยาของคู่แห่งโชคชะตามันไม่เคยจางหายไปเลยแม้แต่นิดเดียวแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณลานนา” ซีคกัดฟันพูดพร้อมเน้นเสียงหนักที่ชื่อใหม่ของเธอ จากนั้นก็บีบมือเธอแน่นจนเกินมารยาท “มือเย็นนะ ไปอยู่ที่ไหนมาถึงได้เย็นชาขนาดนี้”ลานนาไม่สะท้านต่อแรงบีบ เธอเพียงแค่เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยิ่งกดลึกขึ้น“ปารีสค่ะ อากาศที่นั่นหนาวแต่ก็อิสระดี ไม่เหมือนที่นี่ มีแต่ความอึดอัดเหมือนมีอะไรมาคอยล่ามโซ่เอาไว้” เธอตอบกลับด้วย

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 2

    ความหนาวเหน็บจากสายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่สามารถเทียบได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจของลินดา ร่างบางในชุดเดรสเปียกปอนเดินโซซัดโซเซไปตามฟุตบาทที่ทอดยาวอย่างไร้จุดหมาย แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสาดส่องกระทบร่างเธอเป็นระยะแต่ไม่มีใครสนใจจะหยุดดู เด็กสาวผู้เคยอาศัยอยู่ในหอคอยงาช้างบัดนี้ไม่ต่างอะไรกับลูกนกปีกหักที่ตกลงมาสู่พื้นดินที่เต็มไปด้วยโคลนตมคำพูดของซีคที่ไล่เธออกจากห้องยังคงดังก้องในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนเทปที่ยืดยานและบิดเบี้ยว ทุกย่างก้าวที่เดินห่างออกมาคือการตอกย้ำว่าโลกใบเดิมของเธอได้พังทลายลงแล้ว‘ภาระ... ฉันเป็นแค่ภาระ’ขาที่อ่อนล้าหมดแรงจะก้าวต่อทำเธอทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าอยู่ข้างป้ายรถเมล์เก่าๆ ในซอยเปลี่ยว เธอซุกหน้าลงกับท่อนแขนปล่อยให้เสียงสะอื้นไห้แข่งกับเสียงฟ้าผ่า ความมืดมิดรอบกายค่อยๆ กัดกินสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่น้อยนิด ถ้าเธอหายไปจากโลกนี้ตอนนี้... เขาจะรู้สึกอะไรไหมนะหรือจะแค่รู้สึกโล่งใจที่หมดภาระไปเปราะหนึ่งเอี๊ยด!เสียงเบรกของล้อรถยนต์บดกับถนนเปียกลื่นดังสนั่นตรงหน้า แสงไฟหน้ารถสว่างจ้าจนลินดาต้องหรี่ตา รูม่านตาปรับโฟกัสเห็นรถลีมูซีนสีดำคันหรูที่จอดสนิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status