เข้าสู่ระบบลานนามองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ภายในห้องแต่งตัว ดวงตาที่เคยบวมช้ำจากการร้องไห้เมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้ถูกกลบด้วยอายแชโดว์สีสโมกกี้อายคมกริบ ริมฝีปากที่เคยสั่นระริกถูกเคลือบทับด้วยลิปสติกสีแดงเลือดนกเฉดเดียวกับที่เธอใช้ในวันงานกาล่า
เธอกระชับเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทราวกับมันคือชุดเกราะกันกระสุน
รีบหนีไปซะ...
คำพูดของซีคยังดังก้องในหูแต่มันไม่ได้ทำให้เธออยากหนี ตรงกันข้ามมันกลับปลุกไฟนักสู้ในตัวเธอให้ลุกโชน ซีคยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ แล้วเธอจะเป็นคนขี้ขลาดที่วิ่งหนีปัญหาทิ้งให้เขาตายอย่างโดดเดี่ยวได้อย่างไร
"ลินดาคนอ่อนแอคนนั้นตายไปแล้ว" เธอกระซิบกับกระจก แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว “ตอนนี้เหลือแค่ลานนา ผู้หญิงที่จะกระชากหน้ากากแกออกมาให้ได้ กวินทร์"
ณ ร้านอาหารรูฟท็อปใจกลางเมือง
กวินทร์นั่งไขว่ห้างจิบไวน์ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เขามองดูวิวตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพราวกับราชาที่กำลังมองอาณาจักรที่กำลังจะตกเป็นของตน ทันทีที่เห็นลานนาเดินเข้ามาเขาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ
“สวยสง่าเหมือนเดิม ว่าที่ราชินีของผม" กวินทร์ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ "นึกว่าคุณจะเครียดเรื่องข่าวจนไม่อยากมาซะอีก"
ลานนานั่งลงแสร้งยิ้มหวานหยดย้อย "เครียดทำไมคะ ในเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน คุณซีคกำลังจะพังพินาศ ลานนาควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ"
"นั่นสิครับ" กวินทร์หัวเราะ "พรุ่งนี้เช้ามีการประชุมบอร์ดบริหารวาระพิเศษ ผมเตรียมหลักฐานการยักยอกเงินปลอมๆ เอ้ย! หลักฐานเด็ดไว้เรียบร้อย รับรองว่านอกจากโดนปลดมันได้ไปนอนคุกหัวโตแน่นอน"
ลานนาแอบกำมือแน่นใต้โต๊ะ แต่ใบหน้ายังคงรักษารอยยิ้มเย็นชาไว้ "คุณมั่นใจเหรอคะว่าหลักฐานนั่นจะมัดตัวเขาได้ ซีคไม่ใช่คนโง่นะคะ" เธอแกล้งถามลองเชิง
“โธ่ที่รัก คนฉลาดแค่ไหน ถ้าโดนรุมทึ้งจากทุกทิศทาง แถมจิตใจยังพะวงเรื่องผู้หญิง มันก็พลาดได้ทั้งนั้นแหละ" กวินทร์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แววตาฉายความอำมหิต "บัญชีลับที่ผมให้คนแอบยัดไส้ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของมัน แนบเนียนจนแม้แต่พระเจ้าก็ดูไม่ออกว่าใครทำ ยกเว้น...” เขายกแก้วไวน์ขึ้นจรดริมฝีปาก "ยกเว้นคนที่มีรหัสผ่านเข้าถึงระบบลึกสุดของบริษัท SK Group ซึ่งก็มีแค่ประธานกับเลขาคนสนิทที่ผมซื้อตัวไว้แล้ว"
ลานนาลอบกลืนน้ำลาย ข้อมูลนี้สำคัญมากเธอต้องรู้ให้ได้ว่าเลขาคนนั้นคือใคร และเซิร์ฟเวอร์นั้นอยู่ที่ไหน
"ฉลาดจริงๆ ค่ะพี่วินทร์" ลานนาเอื้อมมือไปลูบหลังมือเขาเบาๆ "ลานนาโชคดีจริงๆ ที่เลือกข้างถูก คืนนี้เราไปฉลองที่เพนต์เฮาส์ของพี่กันดีไหมคะ"
ดวงตาของกวินทร์เป็นประกายวาวโรจน์ทันที เขาคิดว่าในที่สุดเหยื่อสาวแสนสวยก็ยอมจำนนต่ออำนาจของเขาแล้ว
“แน่นอนครับ คืนนี้พี่จะดูแลเราอย่างดี"
2 ชั่วโมงต่อมา ณ เพนต์เฮาส์ของกวินทร์
กวินทร์เมามายไม่ได้สติเพราะฤทธิ์ยานอนหลับชนิดรุนแรงที่ลานนาแอบผสมลงในไวน์แก้วสุดท้าย เขานอนหลับใหลอยู่บนโซฟาหรู ลานนาไม่รอช้า เธอรีบคว้าคีย์การ์ดและลายนิ้วมือของเขาเพื่อปลดล็อกแล็ปท็อปส่วนตัว
"เร็วเข้าสิ" เธอพึมพำอย่างร้อนรน เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามกรอบหน้า
นิ้วเรียวรัวแป้นคีย์บอร์ด ค้นหาไฟล์ที่กวินทร์พูดถึง และเธอก็พบมัน โฟลเดอร์ลับที่มีชื่อว่า Project Downfall ภายในนั้นมีทั้งหลักฐานการปลอมแปลงเอกสาร แชทไลน์ที่สั่งการเลขาของซีค และแผนผังการฟอกเงินของตระกูลกวินทร์เอง
"เจอแล้ว" ลานนายิ้มทั้งน้ำตา เธอรีบเสียบแฟลชไดรฟ์เพื่อดึงข้อมูลทั้งหมด
ตื๊ด... ตื๊ด...
เสียงโทรศัพท์ของกวินทร์ดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อ 'เลขาฯ ชัย' เลขาคนสนิทของซีคที่เป็นหนอนบ่อนไส้
ลานนาชะงัก เธอตัดสินใจกดรับสายแล้วดัดเสียงให้ต่ำลงแสร้งทำเป็นเสียงอู้อี้เหมือนคนเพิ่งตื่น
(คุณกวินทร์ครับแย่แล้วครับ! คุณซีคหายตัวไปครับ!! บอดี้การ์ดบอกว่าเขาหนีออกจากบ้านไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ผมติดต่อเขาไม่ได้เลย เขาอาจจะรู้ตัวแล้วว่าเราจะเล่นงานเขาพรุ่งนี้!) ปลายสายตะโกนด้วยความตกใจ
หัวใจของลานนากระตุกวูบ
ซีคหายตัวไป?
เขาบอกให้เธอหนี แต่ตัวเขาเองกลับหายไป หรือว่าเขาจะคิดสั้น
"ไม่ต้องห่วง" ลานนาตอบสั้นๆ ก่อนจะกดวางสายทันที
ข้อมูลถูกโอนถ่ายเสร็จพอดี เธอดึงแฟลชไดรฟ์ออกเก็บใส่กระเป๋าถือแล้วหันไปมองกวินทร์ที่ยังหลับไม่รู้เรื่อง
“นอนฝันหวานไปเถอะไอ้สารเลว พรุ่งนี้ตื่นมานายจะพบกับนรกของจริง"
ลานนาวิ่งออกจากห้องลงลิฟต์ไปยังลานจอดรถ เธอสตาร์ทรถสปอร์ตคันหรูแล้วเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปยังสถานที่เดียวที่เธอรู้ว่าซีคจะไปเวลาที่เขาต้องการหลบซ่อนจากโลกทั้งใบ สถานที่ที่มีเพียงเธอและเขาเท่านั้นที่รู้
บ้านพักตากอากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็น Safe House เก่าของซีค สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งเหมือนคืนวันนั้น ลานนาจอดรถหน้าบ้านไม้สไตล์โคโลเนียลที่ดูเงียบเหงา ไฟในบ้านมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากห้องริมน้ำ เธอวิ่งฝ่าฝนเข้าไป ผลักประตูที่ไม่ได้ล็อก
"คุณซีค! ป๊าคะ!" เธอตะโกนเรียก
ไร้เสียงตอบรับ ลานนาวิ่งไปที่ห้องริมระเบียงแล้วเธอก็พบเขา
ซีคนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกเก่าๆ ทอดสายตามองแม่น้ำที่มืดมิด ในมือมีขวดเหล้าและปืนกระบอกหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างกาย สภาพของเขาดูอิดโรย หนวดเคราเฟิ้ม เสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ย
"บอกให้หนีไปไง" ซีคเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง “กลับมาทำไม มาดูจุดจบของฉันเหรอ"
"ไม่ได้มาดูจุดจบค่ะ" ลานนาเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ แย่งขวดเหล้าออกจากมือเขาแล้ววางแฟลชไดรฟ์ลงไปแทน
ซีคขมวดคิ้ว มองวัตถุสีเงินในมือ "นี่อะไร"
“ชีวิตของคุณ และอนาคตของเรา" ลานนานั่งคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ เหมือนวันที่เธอยังเป็นเด็กน้อยอ้อนขอความรัก แต่แววตาของเธอในวันนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจ
"ในนี้มีหลักฐานทุกอย่างที่กวินทร์จะใช้เล่นงานคุณ และหลักฐานที่จะส่งมันเข้าคุก ลานนาไปเอามันมาให้ป๊าแล้ว"
ซีคเบิกตากว้างหันมามองหน้าเธอชัดๆ มือสั่นเทาเอื้อมมาแตะแก้มเนียน
“เธอทำเพื่อฉันเหรอ ทั้งที่ฉันทำร้ายเธอสารพัดเนี่ยนะ"
“ใช่ค่ะ คุณทำร้ายฉัน" ลานนาจับมือเขามาแนบแก้ม น้ำตาไหลริน "แต่คุณก็เป็นคนเดียวที่รักฉัน และฉันก็รักคุณ"
"ลินดา" ซีคดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด ซุกหน้าลงกับไหล่บาง ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายศักดิ์ศรีของอัลฟ่า กำแพงทิฐิและศีลธรรมจอมปลอมพังทลายลงจนหมดสิ้น
“ป๊าขอโทษ ป๊าขอโทษที่ขี้ขลาด ขอโทษที่ไม่กล้ารักหนู"
"เลิกโทษตัวเองได้แล้วค่ะ" ลานนาผละออกพลางเช็ดน้ำตาให้เขา "ตอนนี้เราไม่มีเวลามานั่งร้องไห้ พรุ่งนี้เช้ามีการประชุมบอร์ด เราต้องไปถลกหนังหัวไอ้กวินทร์ด้วยกัน"
เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จ้องตาเขาเขม็ง
“ลุกขึ้นแต่งตัวค่ะท่านประธาน ทำให้พวกมันเห็นว่าราชสีห์เวลาตื่นน่ะน่ากลัวขนาดไหน"
ซีคมองหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน ไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจ
"ได้ครับ... ที่รัก"
ลานนามองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ภายในห้องแต่งตัว ดวงตาที่เคยบวมช้ำจากการร้องไห้เมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้ถูกกลบด้วยอายแชโดว์สีสโมกกี้อายคมกริบ ริมฝีปากที่เคยสั่นระริกถูกเคลือบทับด้วยลิปสติกสีแดงเลือดนกเฉดเดียวกับที่เธอใช้ในวันงานกาล่าเธอกระชับเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทราวกับมันคือชุดเกราะกันกระสุน รีบหนีไปซะ...คำพูดของซีคยังดังก้องในหูแต่มันไม่ได้ทำให้เธออยากหนี ตรงกันข้ามมันกลับปลุกไฟนักสู้ในตัวเธอให้ลุกโชน ซีคยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ แล้วเธอจะเป็นคนขี้ขลาดที่วิ่งหนีปัญหาทิ้งให้เขาตายอย่างโดดเดี่ยวได้อย่างไร"ลินดาคนอ่อนแอคนนั้นตายไปแล้ว" เธอกระซิบกับกระจก แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว “ตอนนี้เหลือแค่ลานนา ผู้หญิงที่จะกระชากหน้ากากแกออกมาให้ได้ กวินทร์"ณ ร้านอาหารรูฟท็อปใจกลางเมืองกวินทร์นั่งไขว่ห้างจิบไวน์ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เขามองดูวิวตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพราวกับราชาที่กำลังมองอาณาจักรที่กำลังจะตกเป็นของตน ทันทีที่เห็นลานนาเดินเข้ามาเขาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ“สวยสง่าเหมือนเดิม ว่าที่ราชินีของผม" กวินทร์ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ "นึกว่าคุณจะเครียดเรื่องข่าวจนไม่อยากมาซะอีก"ลานนานั่งลงแส
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องเข้ามาในคอนโดหรู แต่บรรยากาศกลับอึมครึมยิ่งกว่าคืนที่มีพายุ ลานนานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นระริก สายตาจับจ้องไปที่ข่าวบันเทิงและข่าวธุรกิจทุกช่องที่กำลังรายงานข่าวเดียวกัน ข่าวที่สั่นสะเทือนวงการไฮโซและตลาดหุ้นไทยจนแทบหยุดนิ่ง"ฉาวสนั่น! คลิปเสียงหลุดมัดตัว ซีค วรโชติเมธี ประธาน SK Group สารภาพสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกเลี้ยง!" "หุ้น SK ร่วงติดฟลอร์! หลังข่าวลือประธานหนุ่มกินเด็กในปกครอง ชาวเน็ตขุดยับ อดีตลูกเลี้ยงที่หายสาบสูญคือใคร?"เสียงของผู้ประกาศข่าวที่อ่านข้อความในคลิปเสียงซ้ำๆ บาดลึกเข้าไปในใจของลานนา"...ถ้ามันจะพินาศด้วยมือเธอ... ฉันก็ยอม"เสียงของซีคในคลิปนั้นฟังดูเจ็บปวดและยอมจำนน มันชัดเจนจนไม่มีใครสามารถแก้ตัวแทนได้ บรรดาคอมเมนต์ในโลกโซเชียลหลั่งไหลเข้ามาด่าทอเขาอย่างรุนแรง ตราหน้าเขาว่าเป็นเฒ่าหัวงู เป็นคนวิปริตผิดศีลธรรม"สะใจเธอแล้วใช่ไหม" ลานนาพึมพำกับตัวเอง แต่ทำไมก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันถึงได้บีบตัวแน่นจนเจ็บขนาดนี้?เธอกดรีโมทเปลี่ยนช่องหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ภาพของซีคที่ถูกรุมล้อมด้วยกองทัพนักข่าวกำลังฉายอยู่บนหน้าจอ
คฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีที่เคยเป็นบ้านของลินดาในค่ำคืนนี้มันเงียบสงัดจนรู้สึกอ้างว้างและและหนาวเหน็บกว่าที่เคย ซีคนั่งอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพข้อมูลทางบัญชีของลานนา คอร์ปอเรชั่นและความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างอดีตลูกเลี้ยงสาวและกวินทร์ เขารู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่คนซื่อสัตย์ และที่สำคัญเขารู้ด้วยว่าจุดอ่อนของลานนาคืออะไร“เตรียมรถ” เขากรอกเสียงลงในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “เราจะไปพบคุณลานนาที่คอนโดของเธอเดี๋ยวนี้”ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านสุขุมวิท ลานนากำลังยืนจิบไวน์อยู่ที่ระเบียงพร้อมมองดูแสงไฟของเมืองกรุงพลางคิดถึงแผนการขั้นต่อไป แต่แล้วเสียงออดที่ประตูห้องก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับคนกดกำลังโกรธแค้นใครมาเป็นสิบปีสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อยและเมื่อเธอส่องตาแมวและเห็นว่าเป็นใคร ลานนาเพียงแค่แสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะเปิดประตูออก“มาดึกขนาดนี้ มีธุระด่วนอะไรคะคุณอา หรือว่าบริษัทกำลังจะเจ๊งจนต้องรีบมาขอส่วนบุญ”ซีคไม่ตอบแต่เขากลับแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลักประตูให้ปิดลงและล็อคกลอนทันที เขาคว้าข้อมือลานนาแล้วดันเธอจนแผ่นหลังกระแทกกั
ห้องประชุมชั้นสูงสุดของบริษัทเอสเค กรุ๊ปกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ซีคนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมในฐานะประธานกรรมการบริหาร ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขามืดดำและกดดันจนพนักงานระดับสูงแทบไม่กล้าหายใจ ความพ่ายแพ้ในค่ำคืนงานกาล่ายังคงตามหลอกหลอนเขาและสิ่งที่ทำให้เขาแทบบ้าคือรายงานตรงหน้ารายงานที่ระบุว่าบริษัทลานนา คอร์ปอเรชั่นกำลังกว้านซื้อหุ้นที่ดินในโครงการสุขุมวิทตัดหน้าบริษัทเขาไปแล้วกว่าสิบห้าเปอร์เซ็นต์“คุณลานนาและคุณกวินทร์มาถึงแล้วครับท่านประธาน” เลขาฯ รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นๆประตูห้องประชุมเปิดออกพร้อมกับร่างระหงในชุดสูทกางเกงสีขาวสะอาดตาที่ดูโก้หรูและทรงพลัง ลานนาเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเบื้องหลังเธอคือกวินทร์ที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ“สวัสดีค่ะคุณซีคหวังว่าคงไม่ต้องแนะนำตัวกันใหม่นะคะ” ลานนานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาทันทีโดยไม่ต้องรอคำเชิญซีคจ้องมองเธอไม่วางตา “ที่ดินนั่นเธอรู้ดีว่าฉันเตรียมการมาเป็นปีคุณลานนา ต้องการอะไรกันแน่”“ธุรกิจค่ะคุณซีค ไม่มีคำว่าต้องการอะไรนอกเหนือจากกำไร” ลานนาตอบพลางประสานมือวางบนโต๊ะ ท่าทางนิ่งสงบผิดกับซีคที่เหมือนภูเขาไฟก
ความเงียบที่ปกคลุมคนทั้งสามท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สนั้นน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกนด่าทอเสียอีก ซีคก้มมองมือเรียวขาวผ่องที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาวที่เขาเคยรู้จักทุกตารางนิ้ว หมายถึงตอนที่เธอยังเป็นลินดาอะนะ แต่สำหรับเธอตรงหน้าในเวลานี้เขาไม่รู้จักเธอคนนี้เลยสักนิด หญิงสาวลานนาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาช่างแตกต่างจากลินดาเด็กน้อยขี้แยคนนั้นราวกับเป็นคนละคนดวงตาสีอำพันวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะผสมกับความโหยหา เขาเอื้อมมือไปจับมือเธอช้าๆ สัมผัสนุ่มนิ่มแต่เย็นเฉียบทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ มันรุนแรงจนขนกายลุกชัน ปฏิกิริยาของคู่แห่งโชคชะตามันไม่เคยจางหายไปเลยแม้แต่นิดเดียวแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณลานนา” ซีคกัดฟันพูดพร้อมเน้นเสียงหนักที่ชื่อใหม่ของเธอ จากนั้นก็บีบมือเธอแน่นจนเกินมารยาท “มือเย็นนะ ไปอยู่ที่ไหนมาถึงได้เย็นชาขนาดนี้”ลานนาไม่สะท้านต่อแรงบีบ เธอเพียงแค่เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยิ่งกดลึกขึ้น“ปารีสค่ะ อากาศที่นั่นหนาวแต่ก็อิสระดี ไม่เหมือนที่นี่ มีแต่ความอึดอัดเหมือนมีอะไรมาคอยล่ามโซ่เอาไว้” เธอตอบกลับด้วย
ความหนาวเหน็บจากสายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่สามารถเทียบได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจของลินดา ร่างบางในชุดเดรสเปียกปอนเดินโซซัดโซเซไปตามฟุตบาทที่ทอดยาวอย่างไร้จุดหมาย แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสาดส่องกระทบร่างเธอเป็นระยะแต่ไม่มีใครสนใจจะหยุดดู เด็กสาวผู้เคยอาศัยอยู่ในหอคอยงาช้างบัดนี้ไม่ต่างอะไรกับลูกนกปีกหักที่ตกลงมาสู่พื้นดินที่เต็มไปด้วยโคลนตมคำพูดของซีคที่ไล่เธออกจากห้องยังคงดังก้องในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนเทปที่ยืดยานและบิดเบี้ยว ทุกย่างก้าวที่เดินห่างออกมาคือการตอกย้ำว่าโลกใบเดิมของเธอได้พังทลายลงแล้ว‘ภาระ... ฉันเป็นแค่ภาระ’ขาที่อ่อนล้าหมดแรงจะก้าวต่อทำเธอทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าอยู่ข้างป้ายรถเมล์เก่าๆ ในซอยเปลี่ยว เธอซุกหน้าลงกับท่อนแขนปล่อยให้เสียงสะอื้นไห้แข่งกับเสียงฟ้าผ่า ความมืดมิดรอบกายค่อยๆ กัดกินสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่น้อยนิด ถ้าเธอหายไปจากโลกนี้ตอนนี้... เขาจะรู้สึกอะไรไหมนะหรือจะแค่รู้สึกโล่งใจที่หมดภาระไปเปราะหนึ่งเอี๊ยด!เสียงเบรกของล้อรถยนต์บดกับถนนเปียกลื่นดังสนั่นตรงหน้า แสงไฟหน้ารถสว่างจ้าจนลินดาต้องหรี่ตา รูม่านตาปรับโฟกัสเห็นรถลีมูซีนสีดำคันหรูที่จอดสนิ







