เข้าสู่ระบบเช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องเข้ามาในคอนโดหรู แต่บรรยากาศกลับอึมครึมยิ่งกว่าคืนที่มีพายุ ลานนานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นระริก สายตาจับจ้องไปที่ข่าวบันเทิงและข่าวธุรกิจทุกช่องที่กำลังรายงานข่าวเดียวกัน ข่าวที่สั่นสะเทือนวงการไฮโซและตลาดหุ้นไทยจนแทบหยุดนิ่ง
"ฉาวสนั่น! คลิปเสียงหลุดมัดตัว ซีค วรโชติเมธี ประธาน SK Group สารภาพสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกเลี้ยง!"
"หุ้น SK ร่วงติดฟลอร์! หลังข่าวลือประธานหนุ่มกินเด็กในปกครอง ชาวเน็ตขุดยับ อดีตลูกเลี้ยงที่หายสาบสูญคือใคร?"
เสียงของผู้ประกาศข่าวที่อ่านข้อความในคลิปเสียงซ้ำๆ บาดลึกเข้าไปในใจของลานนา
"...ถ้ามันจะพินาศด้วยมือเธอ... ฉันก็ยอม"
เสียงของซีคในคลิปนั้นฟังดูเจ็บปวดและยอมจำนน มันชัดเจนจนไม่มีใครสามารถแก้ตัวแทนได้ บรรดาคอมเมนต์ในโลกโซเชียลหลั่งไหลเข้ามาด่าทอเขาอย่างรุนแรง ตราหน้าเขาว่าเป็นเฒ่าหัวงู เป็นคนวิปริตผิดศีลธรรม
"สะใจเธอแล้วใช่ไหม" ลานนาพึมพำกับตัวเอง
แต่ทำไมก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันถึงได้บีบตัวแน่นจนเจ็บขนาดนี้?
เธอกดรีโมทเปลี่ยนช่องหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ภาพของซีคที่ถูกรุมล้อมด้วยกองทัพนักข่าวกำลังฉายอยู่บนหน้าจอ เขาอยู่ในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยแต่ดูอิดโรย ดวงตาสีอำพันที่เคยทรงอำนาจบัดนี้หม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
"คุณซีคคะ! คลิปเสียงนั่นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าคะ"
"คุณมีความสัมพันธ์กับลูกเลี้ยงตัวเองจริงไหมครับ"
"คุณจะลาออกจากตำแหน่งประธานไหมครับ"
ไมโครโฟนนับสิบจ่อไปที่ปากเขา บอดี้การ์ดพยายามกันนักข่าวออกไป แต่ซีคกลับยกมือห้ามไว้ เขาหันมามองกล้องราวกับกำลังมองทะลุจอมาสบตากับเธอ
"เรื่องคลิปเสียง..." ซีคเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง "เป็นเสียงผมจริงครับ"
เสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่ ลานนาเบิกตากว้าง
เขา... ยอมรับงั้นเหรอ
ทำไมเขาไม่ปฏิเสธ?
ทำไมเขาไม่บอกว่าคลิปตัดต่อล่ะ...
"แต่ผมขอยืนยันว่า ผู้หญิงในคลิปเธอไม่ได้ทำอะไรผิด" ซีคพูดต่อสายตาของเขาฉายแววปกป้องอย่างแรงกล้า "ความรู้สึกทั้งหมด เป็นผมที่เริ่มก่อน เป็นผมที่เลวเอง เธอเป็นเพียงเหยื่อความเห็นแก่ตัวของผมเท่านั้น อย่าดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องนี้ผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว"
ลานนาทำแก้วกาแฟร่วงหล่นจากมือ แตกกระจายเกลื่อนพื้น
เพล้ง!
น้ำตาร้อนๆ เอ่อล้นขอบตาโดยไม่รู้ตัว เธอคิดว่าเขาจะโกรธแค้น คิดว่าเขาจะออกมาแก้ข่าวและโยนความผิดให้เธอเพื่อรักษาหน้าตัวเองเหมือนที่เขาเคยผลักไสเธอเมื่อห้าปีก่อน แต่ครั้งนี้เขากลับเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอ ทั้งที่รู้ว่าเธอคือคนปล่อยคลิปนี้เองกับมือ
"ทำไม..." ลานนาสะอื้น "ทำไมคุณต้องทำแบบนี้"
ติ๊งต่อง!
เสียงออดหน้าห้องดังขึ้นขัดจังหวะความสับสนของเธอ ลานนารีบปาดน้ำตาแล้วสูดหายใจลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะเดินไปเปิดประตู
"ไงจ๊ะคนเก่ง! เห็นข่าวหรือยัง?” กวินทร์เดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาสวมชุดลำลองดูสบายอารมณ์ ในมือถือแชมเปญราคาแพงมาด้วย "สะใจชะมัด! หุ้นมันร่วงกราว บอร์ดบริหารกำลังเรียกประชุมด่วนเพื่อปลดมันออกจากตำแหน่ง" ชายหนุ่มหัวเราะร่าพลางเดินไปวางขวดแชมเปญบนโต๊ะ "แผนของเธอยอดเยี่ยมมากจริงๆ ลานนา ไม่เสียแรงที่ฉันลงทุนปั้นเธอมา"
ลานนามองท่าทางดีใจจนออกนอกหน้าของคู่หมั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ มันไม่ใช่ความยินดีเสียทีเดียว แต่มันคือความขยะแขยงต่างหาก
“พี่วินทร์ ไม่คิดว่ามันแรงไปเหรอคะ" ลานนาถามเสียงแผ่ว "เขาอาจจะเสียทุกอย่างเลยนะ"
"ก็สมควรแล้วนี่!" กวินทร์หันมาตอบ แววตาแข็งกร้าวขึ้นวูบหนึ่ง "มันแย่งทุกอย่างไปจากพ่อฉัน มันเหยียบย่ำตระกูลเรามาตลอด แค่นี้ยังน้อยไปสำหรับไอ้ซีค!” เขาเดินเข้ามาโอบเอวลานนาดึงเธอเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึก "และตอนนี้ฉันก็มีไม้ตายที่จะฝังมันให้จมดินถาวร" เขาแสยะยิ้มร้ายกาจ "นอกจากคลิปเสียง ฉันยังให้คนปล่อยข่าวลือเพิ่มไปว่ามันยักยอกเงินบริษัทมาเลี้ยงดูเธอ ทีนี้ต่อให้มันเก่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางรอดคุกแน่"
"อะไรนะ?!" ลานนาผลักอกเขาออกทันที "เรื่องยักยอกเงินมันไม่จริง! พี่วินทร์จะใส่ร้ายเขาแบบนั้นไม่ได้นะ!"
"ทำไมจะไม่ได้?" กวินทร์เลิกคิ้ว มองเธอด้วยสายตาจับผิด "หรือว่าเธอ... เริ่มใจอ่อน?"
"เปล่าค่ะ" ลานนาหลบตา "แค่... เราตกลงกันว่าจะใช้แค่เรื่องชู้สาว ไม่ใช่เรื่องทุจริต ถ้าเขาโดนตรวจสอบ เส้นทางการเงินของลานนาที่พี่โอนมาให้ซื้อที่ดินก็อาจจะโดนขุดคุ้ยไปด้วย"
เธอพยายามหาเหตุผลทางธุรกิจมาอ้าง แต่กวินทร์กลับหัวเราะในลำคอ เขาเชยคางเธอขึ้น บีบแน่นจนเธอเจ็บ
“ฉลาดพูดนี่ แต่จำไว้นะลานนา ตอนนี้เธอลงเรือลำเดียวกับฉันแล้ว ถ้าไอ้ซีคมันรอด มันไม่ปล่อยเธอไว้แน่” กวินทร์ก้มลงมากระซิบข้างหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก “และอย่าคิดจะทรยศพี่ เพราะพี่ไม่ใช่คนใจดีเหมือนไอ้ซีคมัน คลิปที่เธอส่งมาเมื่อคืน พี่ไม่ได้แค่เก็บไว้ดูเล่นหรอกนะ ถ้าเธอตุกติก คลิปฉบับเต็มที่มีหน้าเธอชัดๆ อาจจะหลุดตามไปก็ได้ ถึงตอนนั้นคุณลานนานักธุรกิจสาวผู้ใสซื่อคงได้กลายเป็นดาวโป๊หน้าหนึ่งแทน"
ลานนาตัวแข็งทื่อ ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วไขสันหลัง เธอเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนั้นเองว่าปีศาจที่แท้จริงไม่ใช่ซีค
แต่คืองูพิษที่เธอเลี้ยงไว้ข้างกายต่างหาก
กวินทร์ผละออก ยิ้มหวานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "พี่ไปเตรียมเอกสารเทคโอเวอร์บริษัทมันก่อนนะ เย็นนี้แต่งตัวสวยๆ ล่ะ เราจะไปฉลองชัยชนะกัน"
เมื่อประตูห้องปิดลง ลานนาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นท่ามกลางเศษแก้วกาแฟที่แตกกระจาย เธอต้องการแก้แค้น เธอต้องการเห็นซีคเจ็บปวด แต่เธอไม่เคยต้องการให้เขาถูกทำลายด้วยวิธีสกปรกแบบนี้ และที่สำคัญเธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นหมากเบี้ยในมือของกวินทร์
ครืดดด!
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำเอาลานนาสะดุ้งสุดตัว หน้าจอโชว์เบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยแต่ด้วยสัญชาตญาณบางอย่างทำให้เธอตัดสินใจกดรับ
(ลินดา)
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังมาจากปลายสาย มันแหบพร่าและดูเหนื่อยล้าแต่กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงจนเจ็บ
"คุณ..."
(ฟังฉันนะ) ซีคพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงร้อนรน (ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น แค่ฟังก็พอ กวินทร์มันอันตรายกว่าที่เธอคิด ตอนนี้ฉันกันนักข่าวไว้ได้ส่วนหนึ่ง แต่ฉันไม่รู้ว่ามันจะเล่นสกปรกอะไรอีก)
"ทำไม..." ลานนาถามเสียงสั่น "ทำไมคุณถึงช่วยฉัน? ทั้งที่ฉันเป็นคนทำลายคุณ"
(เพราะเธอคือลูกสาวของฉัน... ไม่สิ) ซีคเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้กำแพงในใจของลานนาพังทลายลง (เพราะเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่ฉันรัก ไม่ว่าเธอจะเป็นใครหรือทำอะไรลงไป หน้าที่ของฉันคือปกป้องเธอ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของฉันก็ตาม)
“…”
(รีบหนีไปซะลินดา ไปให้ไกลจากกวินทร์ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป)
สัญญาณตัดไปแล้ว แต่ลานนายังคงถือโทรศัพท์ค้างไว้อย่างนั้น น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ความแค้นที่เคยเผาไหม้ในใจมอดดับลง เหลือเพียงความจริงที่สว่างวาบขึ้นมา เธอเลือกข้างผิดมาตลอด และตอนนี้เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขมัน ก่อนที่ผู้ชายที่รักเธอที่สุดในโลกจะถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี
ลานนามองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ภายในห้องแต่งตัว ดวงตาที่เคยบวมช้ำจากการร้องไห้เมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้ถูกกลบด้วยอายแชโดว์สีสโมกกี้อายคมกริบ ริมฝีปากที่เคยสั่นระริกถูกเคลือบทับด้วยลิปสติกสีแดงเลือดนกเฉดเดียวกับที่เธอใช้ในวันงานกาล่าเธอกระชับเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทราวกับมันคือชุดเกราะกันกระสุน รีบหนีไปซะ...คำพูดของซีคยังดังก้องในหูแต่มันไม่ได้ทำให้เธออยากหนี ตรงกันข้ามมันกลับปลุกไฟนักสู้ในตัวเธอให้ลุกโชน ซีคยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ แล้วเธอจะเป็นคนขี้ขลาดที่วิ่งหนีปัญหาทิ้งให้เขาตายอย่างโดดเดี่ยวได้อย่างไร"ลินดาคนอ่อนแอคนนั้นตายไปแล้ว" เธอกระซิบกับกระจก แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว “ตอนนี้เหลือแค่ลานนา ผู้หญิงที่จะกระชากหน้ากากแกออกมาให้ได้ กวินทร์"ณ ร้านอาหารรูฟท็อปใจกลางเมืองกวินทร์นั่งไขว่ห้างจิบไวน์ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เขามองดูวิวตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพราวกับราชาที่กำลังมองอาณาจักรที่กำลังจะตกเป็นของตน ทันทีที่เห็นลานนาเดินเข้ามาเขาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ“สวยสง่าเหมือนเดิม ว่าที่ราชินีของผม" กวินทร์ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ "นึกว่าคุณจะเครียดเรื่องข่าวจนไม่อยากมาซะอีก"ลานนานั่งลงแส
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องเข้ามาในคอนโดหรู แต่บรรยากาศกลับอึมครึมยิ่งกว่าคืนที่มีพายุ ลานนานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นระริก สายตาจับจ้องไปที่ข่าวบันเทิงและข่าวธุรกิจทุกช่องที่กำลังรายงานข่าวเดียวกัน ข่าวที่สั่นสะเทือนวงการไฮโซและตลาดหุ้นไทยจนแทบหยุดนิ่ง"ฉาวสนั่น! คลิปเสียงหลุดมัดตัว ซีค วรโชติเมธี ประธาน SK Group สารภาพสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกเลี้ยง!" "หุ้น SK ร่วงติดฟลอร์! หลังข่าวลือประธานหนุ่มกินเด็กในปกครอง ชาวเน็ตขุดยับ อดีตลูกเลี้ยงที่หายสาบสูญคือใคร?"เสียงของผู้ประกาศข่าวที่อ่านข้อความในคลิปเสียงซ้ำๆ บาดลึกเข้าไปในใจของลานนา"...ถ้ามันจะพินาศด้วยมือเธอ... ฉันก็ยอม"เสียงของซีคในคลิปนั้นฟังดูเจ็บปวดและยอมจำนน มันชัดเจนจนไม่มีใครสามารถแก้ตัวแทนได้ บรรดาคอมเมนต์ในโลกโซเชียลหลั่งไหลเข้ามาด่าทอเขาอย่างรุนแรง ตราหน้าเขาว่าเป็นเฒ่าหัวงู เป็นคนวิปริตผิดศีลธรรม"สะใจเธอแล้วใช่ไหม" ลานนาพึมพำกับตัวเอง แต่ทำไมก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันถึงได้บีบตัวแน่นจนเจ็บขนาดนี้?เธอกดรีโมทเปลี่ยนช่องหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ภาพของซีคที่ถูกรุมล้อมด้วยกองทัพนักข่าวกำลังฉายอยู่บนหน้าจอ
คฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีที่เคยเป็นบ้านของลินดาในค่ำคืนนี้มันเงียบสงัดจนรู้สึกอ้างว้างและและหนาวเหน็บกว่าที่เคย ซีคนั่งอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพข้อมูลทางบัญชีของลานนา คอร์ปอเรชั่นและความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างอดีตลูกเลี้ยงสาวและกวินทร์ เขารู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่คนซื่อสัตย์ และที่สำคัญเขารู้ด้วยว่าจุดอ่อนของลานนาคืออะไร“เตรียมรถ” เขากรอกเสียงลงในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “เราจะไปพบคุณลานนาที่คอนโดของเธอเดี๋ยวนี้”ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านสุขุมวิท ลานนากำลังยืนจิบไวน์อยู่ที่ระเบียงพร้อมมองดูแสงไฟของเมืองกรุงพลางคิดถึงแผนการขั้นต่อไป แต่แล้วเสียงออดที่ประตูห้องก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับคนกดกำลังโกรธแค้นใครมาเป็นสิบปีสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อยและเมื่อเธอส่องตาแมวและเห็นว่าเป็นใคร ลานนาเพียงแค่แสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะเปิดประตูออก“มาดึกขนาดนี้ มีธุระด่วนอะไรคะคุณอา หรือว่าบริษัทกำลังจะเจ๊งจนต้องรีบมาขอส่วนบุญ”ซีคไม่ตอบแต่เขากลับแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลักประตูให้ปิดลงและล็อคกลอนทันที เขาคว้าข้อมือลานนาแล้วดันเธอจนแผ่นหลังกระแทกกั
ห้องประชุมชั้นสูงสุดของบริษัทเอสเค กรุ๊ปกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ซีคนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมในฐานะประธานกรรมการบริหาร ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขามืดดำและกดดันจนพนักงานระดับสูงแทบไม่กล้าหายใจ ความพ่ายแพ้ในค่ำคืนงานกาล่ายังคงตามหลอกหลอนเขาและสิ่งที่ทำให้เขาแทบบ้าคือรายงานตรงหน้ารายงานที่ระบุว่าบริษัทลานนา คอร์ปอเรชั่นกำลังกว้านซื้อหุ้นที่ดินในโครงการสุขุมวิทตัดหน้าบริษัทเขาไปแล้วกว่าสิบห้าเปอร์เซ็นต์“คุณลานนาและคุณกวินทร์มาถึงแล้วครับท่านประธาน” เลขาฯ รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นๆประตูห้องประชุมเปิดออกพร้อมกับร่างระหงในชุดสูทกางเกงสีขาวสะอาดตาที่ดูโก้หรูและทรงพลัง ลานนาเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเบื้องหลังเธอคือกวินทร์ที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ“สวัสดีค่ะคุณซีคหวังว่าคงไม่ต้องแนะนำตัวกันใหม่นะคะ” ลานนานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาทันทีโดยไม่ต้องรอคำเชิญซีคจ้องมองเธอไม่วางตา “ที่ดินนั่นเธอรู้ดีว่าฉันเตรียมการมาเป็นปีคุณลานนา ต้องการอะไรกันแน่”“ธุรกิจค่ะคุณซีค ไม่มีคำว่าต้องการอะไรนอกเหนือจากกำไร” ลานนาตอบพลางประสานมือวางบนโต๊ะ ท่าทางนิ่งสงบผิดกับซีคที่เหมือนภูเขาไฟก
ความเงียบที่ปกคลุมคนทั้งสามท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สนั้นน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกนด่าทอเสียอีก ซีคก้มมองมือเรียวขาวผ่องที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาวที่เขาเคยรู้จักทุกตารางนิ้ว หมายถึงตอนที่เธอยังเป็นลินดาอะนะ แต่สำหรับเธอตรงหน้าในเวลานี้เขาไม่รู้จักเธอคนนี้เลยสักนิด หญิงสาวลานนาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาช่างแตกต่างจากลินดาเด็กน้อยขี้แยคนนั้นราวกับเป็นคนละคนดวงตาสีอำพันวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะผสมกับความโหยหา เขาเอื้อมมือไปจับมือเธอช้าๆ สัมผัสนุ่มนิ่มแต่เย็นเฉียบทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ มันรุนแรงจนขนกายลุกชัน ปฏิกิริยาของคู่แห่งโชคชะตามันไม่เคยจางหายไปเลยแม้แต่นิดเดียวแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณลานนา” ซีคกัดฟันพูดพร้อมเน้นเสียงหนักที่ชื่อใหม่ของเธอ จากนั้นก็บีบมือเธอแน่นจนเกินมารยาท “มือเย็นนะ ไปอยู่ที่ไหนมาถึงได้เย็นชาขนาดนี้”ลานนาไม่สะท้านต่อแรงบีบ เธอเพียงแค่เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยิ่งกดลึกขึ้น“ปารีสค่ะ อากาศที่นั่นหนาวแต่ก็อิสระดี ไม่เหมือนที่นี่ มีแต่ความอึดอัดเหมือนมีอะไรมาคอยล่ามโซ่เอาไว้” เธอตอบกลับด้วย
ความหนาวเหน็บจากสายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่สามารถเทียบได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจของลินดา ร่างบางในชุดเดรสเปียกปอนเดินโซซัดโซเซไปตามฟุตบาทที่ทอดยาวอย่างไร้จุดหมาย แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสาดส่องกระทบร่างเธอเป็นระยะแต่ไม่มีใครสนใจจะหยุดดู เด็กสาวผู้เคยอาศัยอยู่ในหอคอยงาช้างบัดนี้ไม่ต่างอะไรกับลูกนกปีกหักที่ตกลงมาสู่พื้นดินที่เต็มไปด้วยโคลนตมคำพูดของซีคที่ไล่เธออกจากห้องยังคงดังก้องในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนเทปที่ยืดยานและบิดเบี้ยว ทุกย่างก้าวที่เดินห่างออกมาคือการตอกย้ำว่าโลกใบเดิมของเธอได้พังทลายลงแล้ว‘ภาระ... ฉันเป็นแค่ภาระ’ขาที่อ่อนล้าหมดแรงจะก้าวต่อทำเธอทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าอยู่ข้างป้ายรถเมล์เก่าๆ ในซอยเปลี่ยว เธอซุกหน้าลงกับท่อนแขนปล่อยให้เสียงสะอื้นไห้แข่งกับเสียงฟ้าผ่า ความมืดมิดรอบกายค่อยๆ กัดกินสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่น้อยนิด ถ้าเธอหายไปจากโลกนี้ตอนนี้... เขาจะรู้สึกอะไรไหมนะหรือจะแค่รู้สึกโล่งใจที่หมดภาระไปเปราะหนึ่งเอี๊ยด!เสียงเบรกของล้อรถยนต์บดกับถนนเปียกลื่นดังสนั่นตรงหน้า แสงไฟหน้ารถสว่างจ้าจนลินดาต้องหรี่ตา รูม่านตาปรับโฟกัสเห็นรถลีมูซีนสีดำคันหรูที่จอดสนิ







