แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: หลูซื่อเต๋อ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-14 15:32:07

คฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีที่เคยเป็นบ้านของลินดาในค่ำคืนนี้มันเงียบสงัดจนรู้สึกอ้างว้างและและหนาวเหน็บกว่าที่เคย ซีคนั่งอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพข้อมูลทางบัญชีของลานนา คอร์ปอเรชั่นและความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างอดีตลูกเลี้ยงสาวและกวินทร์ เขารู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่คนซื่อสัตย์ และที่สำคัญเขารู้ด้วยว่าจุดอ่อนของลานนาคืออะไร

“เตรียมรถ” เขากรอกเสียงลงในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “เราจะไปพบคุณลานนาที่คอนโดของเธอเดี๋ยวนี้”

ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านสุขุมวิท ลานนากำลังยืนจิบไวน์อยู่ที่ระเบียงพร้อมมองดูแสงไฟของเมืองกรุงพลางคิดถึงแผนการขั้นต่อไป แต่แล้วเสียงออดที่ประตูห้องก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับคนกดกำลังโกรธแค้นใครมาเป็นสิบปีสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อย

และเมื่อเธอส่องตาแมวและเห็นว่าเป็นใคร ลานนาเพียงแค่แสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะเปิดประตูออก

“มาดึกขนาดนี้ มีธุระด่วนอะไรคะคุณอา หรือว่าบริษัทกำลังจะเจ๊งจนต้องรีบมาขอส่วนบุญ”

ซีคไม่ตอบแต่เขากลับแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลักประตูให้ปิดลงและล็อคกลอนทันที เขาคว้าข้อมือลานนาแล้วดันเธอจนแผ่นหลังกระแทกกับผนังเย็นเฉียบ

“เธอเล่นแรงเกินไปแล้วลินดา” ซีคคำรามลอดไรฟัน “เธอคิดว่าการเอาข้อมูลภายในบริษัทฉันไปให้กวินทร์จะทำให้ฉันล่มสลายงั้นเหรอ เธอประเมินฉันต่ำไปแล้ว!”

ลานนาหัวเราะเสียงใสอย่างไม่สะทกสะท้าน “ข้อมูลนั่นมันแค่ของว่างค่ะคุณอา ของจริงน่ะอยู่ในมือฉันตอนนี้ต่างหาก ทั้งหลักฐานการฟอกเงินของพรรคพวกคุณ และที่ดินแปลงนั้นที่คุณอยากได้จนตัวสั่น”

“เธอทำแบบนี้เพื่ออะไร!” ซีคตะคอกใส่หน้าเธอ แววตาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด “เพื่อแก้แค้นที่ฉันผลักไสเธอเมื่อห้าปีก่อนงั้นเหรอ ที่ฉันทำไปก็เพราะอยากให้เธอมีชีวิตที่ดีไม่ต้องมาเกลือกกลั้วกับโลกหมาป่าที่สกปรกแบบนี้!”

“ชีวิตที่ดีคือการถูกโยนทิ้งท่ามกลางพายุฝนงั้นเหรอคะ!” ลานนาตวาดกลับ น้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นมานานเริ่มคลอหน่วย “ชีวิตที่ดีคือการที่ต้องตื่นมาแล้วพบว่าคนที่เรารักที่สุดในโลกบอกว่าเราเป็นแค่ภาระที่น่ารังเกียจงั้นเหรอ!”

ซีคชะงักไปเพราะคำพูดของเธอเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางอก เขาค่อยๆ คลายแรงบีบที่ข้อมือเธอลง เปลี่ยนเป็นการลูบไล้แผ่วเบาด้วยความรู้สึกผิด

“ลินดา... ป๊าขอโทษ”

“อย่าเรียกตัวเองว่าป๊า!” ลานนาสะบัดตัวออก “คุณไม่มีสิทธิ์เรียกคำนั้นอีกต่อไป! ตอนนี้ฉันไม่ใช่เด็กในปกครองของคุณ ฉันคือศัตรูที่จะมาเอาคืนทุกอย่างที่คุณรัก!”

“รวมถึงตัวฉันด้วยงั้นเหรอ” ซีคก้าวเข้าไปหาเธออีกครั้ง แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาที่ยากจะปิดบัง “ถ้าเธออยากแก้แค้นนักก็เอาเลย ทำลายบริษัทฉัน เอาชื่อเสียงฉันไป หรือจะเอาชีวิตฉันก็ได้ แต่เธอต้องสัญญา...” เขาคว้าเอวคอดกิ่วเข้ามากอดแนบชิดจนเธอสัมผัสได้ถึงหัวใจของเขาที่เต้นรัวแรง “...สัญญาว่าจะเลิกยุ่งกับไอ้กวินทร์ เลิกทำตัวเป็นเครื่องมือของมัน เพราะฉันรู้ดีว่ามันไม่ได้รักเธอ มันแค่อยากชนะฉัน!”

“แล้วคุณล่ะคะ รักฉันเหรอ” ลานนาถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าพร้อมเชิดหน้าท้าทายสบตาเขา “หรือแค่อยากชนะมันเหมือนกัน”

ซีคไม่ตอบแต่เขาเลือกใช้วิธีที่อธิบายความรู้สึกได้ชัดเจนที่สุดนั่นคือการโน้มหน้าลงบดจูบเธออีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่จูบที่ป่าเถื่อนเหมือนในห้องประชุม แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยคำขอโทษ ความโหยหา และความรักที่อัดอั้นมานานแสนนาน

ลานนาพยายามขัดขืนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสที่คุ้นเคย เธอโอบรอบคอเขาและจูบตอบอย่างดูดดื่ม รสชาติขมปร่าของน้ำตาปนไปกับความหวานที่ทำให้ทั้งคู่แทบลืมหายใจ

ท่ามกลางจูบที่แสนจะสับสน ลานนากระซิบชิดริมฝีปากเขา “จูบนี้คือจุดเริ่มต้นของความพินาศของคุณจำเอาไว้เถอะคุณอา”

ซีคกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น “ถ้ามันจะพินาศด้วยมือเธอ... ฉันก็ยอม”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 7

    ลานนามองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ภายในห้องแต่งตัว ดวงตาที่เคยบวมช้ำจากการร้องไห้เมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้ถูกกลบด้วยอายแชโดว์สีสโมกกี้อายคมกริบ ริมฝีปากที่เคยสั่นระริกถูกเคลือบทับด้วยลิปสติกสีแดงเลือดนกเฉดเดียวกับที่เธอใช้ในวันงานกาล่าเธอกระชับเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทราวกับมันคือชุดเกราะกันกระสุน รีบหนีไปซะ...คำพูดของซีคยังดังก้องในหูแต่มันไม่ได้ทำให้เธออยากหนี ตรงกันข้ามมันกลับปลุกไฟนักสู้ในตัวเธอให้ลุกโชน ซีคยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ แล้วเธอจะเป็นคนขี้ขลาดที่วิ่งหนีปัญหาทิ้งให้เขาตายอย่างโดดเดี่ยวได้อย่างไร"ลินดาคนอ่อนแอคนนั้นตายไปแล้ว" เธอกระซิบกับกระจก แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว “ตอนนี้เหลือแค่ลานนา ผู้หญิงที่จะกระชากหน้ากากแกออกมาให้ได้ กวินทร์"ณ ร้านอาหารรูฟท็อปใจกลางเมืองกวินทร์นั่งไขว่ห้างจิบไวน์ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เขามองดูวิวตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพราวกับราชาที่กำลังมองอาณาจักรที่กำลังจะตกเป็นของตน ทันทีที่เห็นลานนาเดินเข้ามาเขาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ“สวยสง่าเหมือนเดิม ว่าที่ราชินีของผม" กวินทร์ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ "นึกว่าคุณจะเครียดเรื่องข่าวจนไม่อยากมาซะอีก"ลานนานั่งลงแส

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 6

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องเข้ามาในคอนโดหรู แต่บรรยากาศกลับอึมครึมยิ่งกว่าคืนที่มีพายุ ลานนานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นระริก สายตาจับจ้องไปที่ข่าวบันเทิงและข่าวธุรกิจทุกช่องที่กำลังรายงานข่าวเดียวกัน ข่าวที่สั่นสะเทือนวงการไฮโซและตลาดหุ้นไทยจนแทบหยุดนิ่ง"ฉาวสนั่น! คลิปเสียงหลุดมัดตัว ซีค วรโชติเมธี ประธาน SK Group สารภาพสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกเลี้ยง!" "หุ้น SK ร่วงติดฟลอร์! หลังข่าวลือประธานหนุ่มกินเด็กในปกครอง ชาวเน็ตขุดยับ อดีตลูกเลี้ยงที่หายสาบสูญคือใคร?"เสียงของผู้ประกาศข่าวที่อ่านข้อความในคลิปเสียงซ้ำๆ บาดลึกเข้าไปในใจของลานนา"...ถ้ามันจะพินาศด้วยมือเธอ... ฉันก็ยอม"เสียงของซีคในคลิปนั้นฟังดูเจ็บปวดและยอมจำนน มันชัดเจนจนไม่มีใครสามารถแก้ตัวแทนได้ บรรดาคอมเมนต์ในโลกโซเชียลหลั่งไหลเข้ามาด่าทอเขาอย่างรุนแรง ตราหน้าเขาว่าเป็นเฒ่าหัวงู เป็นคนวิปริตผิดศีลธรรม"สะใจเธอแล้วใช่ไหม" ลานนาพึมพำกับตัวเอง แต่ทำไมก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันถึงได้บีบตัวแน่นจนเจ็บขนาดนี้?เธอกดรีโมทเปลี่ยนช่องหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ภาพของซีคที่ถูกรุมล้อมด้วยกองทัพนักข่าวกำลังฉายอยู่บนหน้าจอ

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 5

    คฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีที่เคยเป็นบ้านของลินดาในค่ำคืนนี้มันเงียบสงัดจนรู้สึกอ้างว้างและและหนาวเหน็บกว่าที่เคย ซีคนั่งอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพข้อมูลทางบัญชีของลานนา คอร์ปอเรชั่นและความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างอดีตลูกเลี้ยงสาวและกวินทร์ เขารู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่คนซื่อสัตย์ และที่สำคัญเขารู้ด้วยว่าจุดอ่อนของลานนาคืออะไร“เตรียมรถ” เขากรอกเสียงลงในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “เราจะไปพบคุณลานนาที่คอนโดของเธอเดี๋ยวนี้”ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านสุขุมวิท ลานนากำลังยืนจิบไวน์อยู่ที่ระเบียงพร้อมมองดูแสงไฟของเมืองกรุงพลางคิดถึงแผนการขั้นต่อไป แต่แล้วเสียงออดที่ประตูห้องก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับคนกดกำลังโกรธแค้นใครมาเป็นสิบปีสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อยและเมื่อเธอส่องตาแมวและเห็นว่าเป็นใคร ลานนาเพียงแค่แสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะเปิดประตูออก“มาดึกขนาดนี้ มีธุระด่วนอะไรคะคุณอา หรือว่าบริษัทกำลังจะเจ๊งจนต้องรีบมาขอส่วนบุญ”ซีคไม่ตอบแต่เขากลับแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลักประตูให้ปิดลงและล็อคกลอนทันที เขาคว้าข้อมือลานนาแล้วดันเธอจนแผ่นหลังกระแทกกั

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 4

    ห้องประชุมชั้นสูงสุดของบริษัทเอสเค กรุ๊ปกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ซีคนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมในฐานะประธานกรรมการบริหาร ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขามืดดำและกดดันจนพนักงานระดับสูงแทบไม่กล้าหายใจ ความพ่ายแพ้ในค่ำคืนงานกาล่ายังคงตามหลอกหลอนเขาและสิ่งที่ทำให้เขาแทบบ้าคือรายงานตรงหน้ารายงานที่ระบุว่าบริษัทลานนา คอร์ปอเรชั่นกำลังกว้านซื้อหุ้นที่ดินในโครงการสุขุมวิทตัดหน้าบริษัทเขาไปแล้วกว่าสิบห้าเปอร์เซ็นต์“คุณลานนาและคุณกวินทร์มาถึงแล้วครับท่านประธาน” เลขาฯ รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นๆประตูห้องประชุมเปิดออกพร้อมกับร่างระหงในชุดสูทกางเกงสีขาวสะอาดตาที่ดูโก้หรูและทรงพลัง ลานนาเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเบื้องหลังเธอคือกวินทร์ที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ“สวัสดีค่ะคุณซีคหวังว่าคงไม่ต้องแนะนำตัวกันใหม่นะคะ” ลานนานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาทันทีโดยไม่ต้องรอคำเชิญซีคจ้องมองเธอไม่วางตา “ที่ดินนั่นเธอรู้ดีว่าฉันเตรียมการมาเป็นปีคุณลานนา ต้องการอะไรกันแน่”“ธุรกิจค่ะคุณซีค ไม่มีคำว่าต้องการอะไรนอกเหนือจากกำไร” ลานนาตอบพลางประสานมือวางบนโต๊ะ ท่าทางนิ่งสงบผิดกับซีคที่เหมือนภูเขาไฟก

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 3

    ความเงียบที่ปกคลุมคนทั้งสามท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สนั้นน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกนด่าทอเสียอีก ซีคก้มมองมือเรียวขาวผ่องที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาวที่เขาเคยรู้จักทุกตารางนิ้ว หมายถึงตอนที่เธอยังเป็นลินดาอะนะ แต่สำหรับเธอตรงหน้าในเวลานี้เขาไม่รู้จักเธอคนนี้เลยสักนิด หญิงสาวลานนาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาช่างแตกต่างจากลินดาเด็กน้อยขี้แยคนนั้นราวกับเป็นคนละคนดวงตาสีอำพันวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะผสมกับความโหยหา เขาเอื้อมมือไปจับมือเธอช้าๆ สัมผัสนุ่มนิ่มแต่เย็นเฉียบทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ มันรุนแรงจนขนกายลุกชัน ปฏิกิริยาของคู่แห่งโชคชะตามันไม่เคยจางหายไปเลยแม้แต่นิดเดียวแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณลานนา” ซีคกัดฟันพูดพร้อมเน้นเสียงหนักที่ชื่อใหม่ของเธอ จากนั้นก็บีบมือเธอแน่นจนเกินมารยาท “มือเย็นนะ ไปอยู่ที่ไหนมาถึงได้เย็นชาขนาดนี้”ลานนาไม่สะท้านต่อแรงบีบ เธอเพียงแค่เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยิ่งกดลึกขึ้น“ปารีสค่ะ อากาศที่นั่นหนาวแต่ก็อิสระดี ไม่เหมือนที่นี่ มีแต่ความอึดอัดเหมือนมีอะไรมาคอยล่ามโซ่เอาไว้” เธอตอบกลับด้วย

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 2

    ความหนาวเหน็บจากสายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่สามารถเทียบได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจของลินดา ร่างบางในชุดเดรสเปียกปอนเดินโซซัดโซเซไปตามฟุตบาทที่ทอดยาวอย่างไร้จุดหมาย แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสาดส่องกระทบร่างเธอเป็นระยะแต่ไม่มีใครสนใจจะหยุดดู เด็กสาวผู้เคยอาศัยอยู่ในหอคอยงาช้างบัดนี้ไม่ต่างอะไรกับลูกนกปีกหักที่ตกลงมาสู่พื้นดินที่เต็มไปด้วยโคลนตมคำพูดของซีคที่ไล่เธออกจากห้องยังคงดังก้องในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนเทปที่ยืดยานและบิดเบี้ยว ทุกย่างก้าวที่เดินห่างออกมาคือการตอกย้ำว่าโลกใบเดิมของเธอได้พังทลายลงแล้ว‘ภาระ... ฉันเป็นแค่ภาระ’ขาที่อ่อนล้าหมดแรงจะก้าวต่อทำเธอทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าอยู่ข้างป้ายรถเมล์เก่าๆ ในซอยเปลี่ยว เธอซุกหน้าลงกับท่อนแขนปล่อยให้เสียงสะอื้นไห้แข่งกับเสียงฟ้าผ่า ความมืดมิดรอบกายค่อยๆ กัดกินสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่น้อยนิด ถ้าเธอหายไปจากโลกนี้ตอนนี้... เขาจะรู้สึกอะไรไหมนะหรือจะแค่รู้สึกโล่งใจที่หมดภาระไปเปราะหนึ่งเอี๊ยด!เสียงเบรกของล้อรถยนต์บดกับถนนเปียกลื่นดังสนั่นตรงหน้า แสงไฟหน้ารถสว่างจ้าจนลินดาต้องหรี่ตา รูม่านตาปรับโฟกัสเห็นรถลีมูซีนสีดำคันหรูที่จอดสนิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status