เข้าสู่ระบบคฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีที่เคยเป็นบ้านของลินดาในค่ำคืนนี้มันเงียบสงัดจนรู้สึกอ้างว้างและและหนาวเหน็บกว่าที่เคย ซีคนั่งอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพข้อมูลทางบัญชีของลานนา คอร์ปอเรชั่นและความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างอดีตลูกเลี้ยงสาวและกวินทร์ เขารู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่คนซื่อสัตย์ และที่สำคัญเขารู้ด้วยว่าจุดอ่อนของลานนาคืออะไร
“เตรียมรถ” เขากรอกเสียงลงในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “เราจะไปพบคุณลานนาที่คอนโดของเธอเดี๋ยวนี้”
ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านสุขุมวิท ลานนากำลังยืนจิบไวน์อยู่ที่ระเบียงพร้อมมองดูแสงไฟของเมืองกรุงพลางคิดถึงแผนการขั้นต่อไป แต่แล้วเสียงออดที่ประตูห้องก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับคนกดกำลังโกรธแค้นใครมาเป็นสิบปีสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อย
และเมื่อเธอส่องตาแมวและเห็นว่าเป็นใคร ลานนาเพียงแค่แสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะเปิดประตูออก
“มาดึกขนาดนี้ มีธุระด่วนอะไรคะคุณอา หรือว่าบริษัทกำลังจะเจ๊งจนต้องรีบมาขอส่วนบุญ”
ซีคไม่ตอบแต่เขากลับแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลักประตูให้ปิดลงและล็อคกลอนทันที เขาคว้าข้อมือลานนาแล้วดันเธอจนแผ่นหลังกระแทกกับผนังเย็นเฉียบ
“เธอเล่นแรงเกินไปแล้วลินดา” ซีคคำรามลอดไรฟัน “เธอคิดว่าการเอาข้อมูลภายในบริษัทฉันไปให้กวินทร์จะทำให้ฉันล่มสลายงั้นเหรอ เธอประเมินฉันต่ำไปแล้ว!”
ลานนาหัวเราะเสียงใสอย่างไม่สะทกสะท้าน “ข้อมูลนั่นมันแค่ของว่างค่ะคุณอา ของจริงน่ะอยู่ในมือฉันตอนนี้ต่างหาก ทั้งหลักฐานการฟอกเงินของพรรคพวกคุณ และที่ดินแปลงนั้นที่คุณอยากได้จนตัวสั่น”
“เธอทำแบบนี้เพื่ออะไร!” ซีคตะคอกใส่หน้าเธอ แววตาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด “เพื่อแก้แค้นที่ฉันผลักไสเธอเมื่อห้าปีก่อนงั้นเหรอ ที่ฉันทำไปก็เพราะอยากให้เธอมีชีวิตที่ดีไม่ต้องมาเกลือกกลั้วกับโลกหมาป่าที่สกปรกแบบนี้!”
“ชีวิตที่ดีคือการถูกโยนทิ้งท่ามกลางพายุฝนงั้นเหรอคะ!” ลานนาตวาดกลับ น้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นมานานเริ่มคลอหน่วย “ชีวิตที่ดีคือการที่ต้องตื่นมาแล้วพบว่าคนที่เรารักที่สุดในโลกบอกว่าเราเป็นแค่ภาระที่น่ารังเกียจงั้นเหรอ!”
ซีคชะงักไปเพราะคำพูดของเธอเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางอก เขาค่อยๆ คลายแรงบีบที่ข้อมือเธอลง เปลี่ยนเป็นการลูบไล้แผ่วเบาด้วยความรู้สึกผิด
“ลินดา... ป๊าขอโทษ”
“อย่าเรียกตัวเองว่าป๊า!” ลานนาสะบัดตัวออก “คุณไม่มีสิทธิ์เรียกคำนั้นอีกต่อไป! ตอนนี้ฉันไม่ใช่เด็กในปกครองของคุณ ฉันคือศัตรูที่จะมาเอาคืนทุกอย่างที่คุณรัก!”
“รวมถึงตัวฉันด้วยงั้นเหรอ” ซีคก้าวเข้าไปหาเธออีกครั้ง แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาที่ยากจะปิดบัง “ถ้าเธออยากแก้แค้นนักก็เอาเลย ทำลายบริษัทฉัน เอาชื่อเสียงฉันไป หรือจะเอาชีวิตฉันก็ได้ แต่เธอต้องสัญญา...” เขาคว้าเอวคอดกิ่วเข้ามากอดแนบชิดจนเธอสัมผัสได้ถึงหัวใจของเขาที่เต้นรัวแรง “...สัญญาว่าจะเลิกยุ่งกับไอ้กวินทร์ เลิกทำตัวเป็นเครื่องมือของมัน เพราะฉันรู้ดีว่ามันไม่ได้รักเธอ มันแค่อยากชนะฉัน!”
“แล้วคุณล่ะคะ รักฉันเหรอ” ลานนาถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าพร้อมเชิดหน้าท้าทายสบตาเขา “หรือแค่อยากชนะมันเหมือนกัน”
ซีคไม่ตอบแต่เขาเลือกใช้วิธีที่อธิบายความรู้สึกได้ชัดเจนที่สุดนั่นคือการโน้มหน้าลงบดจูบเธออีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่จูบที่ป่าเถื่อนเหมือนในห้องประชุม แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยคำขอโทษ ความโหยหา และความรักที่อัดอั้นมานานแสนนาน
ลานนาพยายามขัดขืนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสที่คุ้นเคย เธอโอบรอบคอเขาและจูบตอบอย่างดูดดื่ม รสชาติขมปร่าของน้ำตาปนไปกับความหวานที่ทำให้ทั้งคู่แทบลืมหายใจ
ท่ามกลางจูบที่แสนจะสับสน ลานนากระซิบชิดริมฝีปากเขา “จูบนี้คือจุดเริ่มต้นของความพินาศของคุณจำเอาไว้เถอะคุณอา”
ซีคกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น “ถ้ามันจะพินาศด้วยมือเธอ... ฉันก็ยอม”
รถลีมูซีนคันหรูแล่นฝ่าสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งมุ่งหน้าสู่เพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง ตลอดทางไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของทั้งคู่ มีเพียงมือหนาของซีคที่กุมมือเล็กของลานนาไว้แน่นแล้ววางไว้บนตักของเขาและไม่ยอมปล่อยแม้แต่วินาทีเดียว ราวกับกลัวว่าถ้าเผลอคลายมือเพียงนิดเดียว เธอจะหายวับไปเหมือนควันเมื่อประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกที่ชั้นบนสุด ภาพความทรงจำในอดีตก็ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของลานนาห้องโถงกว้างขวางที่เคยเงียบเหงา โซฟาตัวเดิมที่เขาเคยนั่งปฏิเสธเธอ และหน้าต่างบานใหญ่ที่เธอเคยยืนร้องไห้ก่อนจะเดินจากไป ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย"คุณไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย" ลานนาเปรยขึ้นเบาๆ กวาดสายตามองไปรอบห้อง"เปลี่ยนไม่ได้ต่างหาก" ซีคถอดเสื้อสูทตัวนอกออกพาดไว้ที่แขน แล้วเดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง วางคางเกยไหล่เล็ก "เพราะป๊ากลัวว่าถ้าวันหนึ่งหนูกลับมา หนูจะจำบ้านของเราไม่ได้"หัวใจของลานนาอุ่นวาบเมื่อได้ยินคนตรงหน้าพูด เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาพลางยกมือขึ้นลูบไล้โครงหน้าคมสันที่เริ่มมีรอยหนวดเคราจางๆ"5 ปีที่ผ่านมา ทรมานมากไหมคะ"ซีคหลับตาลงซึมซับสัมผัสจากฝ่ามือของเธอ “ท
ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 50 อาคาร SK Groupบรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดจนน่าสะอิดสะเอียน คณะกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั่งหน้าดำคร่ำเครียด หัวโต๊ะที่เคยเป็นที่นั่งประจำของซีคบัดนี้กวินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่ใกล้ๆ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนใหม่จากการกว้านซื้อหุ้นผ่านนอมินี เขายิ้มกริ่มพลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเพลงแห่งชัยชนะ"ผมว่าเราเสียเวลามามากพอแล้วนะครับ" กวินทร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “คุณซีคหายตัวไปติดต่อไม่ได้ แถมยังมีข่าวฉาวและการทุจริตชัดเจนขนาดนี้ ผมขอเสนอให้ปลดเขาออกจากตำแหน่งประธานทันที และแต่งตั้งผมขึ้นรักษาการแทน""แต่เราควรรอคุณซีคมาชี้แจงก่อน" กรรมการอาวุโสท่านหนึ่งแย้ง"ชี้แจงเหรอครับ?" กวินทร์หัวเราะเยาะ "ป่านนี้คงหอบเงินหนีไปเสวยสุขกับลูกเลี้ยงที่เมืองนอกแล้วมั้งครับ หลักฐานการยักยอกเงินกว่าพันล้านบาทที่ผมให้ดูเมื่อกี้ ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ"เหล่ากรรมการต่างซุบซิบและพยักหน้าเห็นด้วย หลักฐานเท็จที่กวินทร์สร้างขึ้นมันเนียนจนน่ากลัว"ถ้าไม่มีใครคัดค้าน งั้นผมขอปิดมตินี้" กวินทร์กำลังจะยกมือประกาศชัยชนะ ปัง!ประตูห้องประชุมบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนังเส
ลานนามองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ภายในห้องแต่งตัว ดวงตาที่เคยบวมช้ำจากการร้องไห้เมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้ถูกกลบด้วยอายแชโดว์สีสโมกกี้อายคมกริบ ริมฝีปากที่เคยสั่นระริกถูกเคลือบทับด้วยลิปสติกสีแดงเลือดนกเฉดเดียวกับที่เธอใช้ในวันงานกาล่าเธอกระชับเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทราวกับมันคือชุดเกราะกันกระสุน รีบหนีไปซะ...คำพูดของซีคยังดังก้องในหูแต่มันไม่ได้ทำให้เธออยากหนี ตรงกันข้ามมันกลับปลุกไฟนักสู้ในตัวเธอให้ลุกโชน ซีคยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ แล้วเธอจะเป็นคนขี้ขลาดที่วิ่งหนีปัญหาทิ้งให้เขาตายอย่างโดดเดี่ยวได้อย่างไร"ลินดาคนอ่อนแอคนนั้นตายไปแล้ว" เธอกระซิบกับกระจก แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว “ตอนนี้เหลือแค่ลานนา ผู้หญิงที่จะกระชากหน้ากากแกออกมาให้ได้ กวินทร์"ณ ร้านอาหารรูฟท็อปใจกลางเมืองกวินทร์นั่งไขว่ห้างจิบไวน์ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เขามองดูวิวตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพราวกับราชาที่กำลังมองอาณาจักรที่กำลังจะตกเป็นของตน ทันทีที่เห็นลานนาเดินเข้ามาเขาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ“สวยสง่าเหมือนเดิม ว่าที่ราชินีของผม" กวินทร์ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ "นึกว่าคุณจะเครียดเรื่องข่าวจนไม่อยากมาซะอีก"ลานนานั่งลงแส
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องเข้ามาในคอนโดหรู แต่บรรยากาศกลับอึมครึมยิ่งกว่าคืนที่มีพายุ ลานนานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นระริก สายตาจับจ้องไปที่ข่าวบันเทิงและข่าวธุรกิจทุกช่องที่กำลังรายงานข่าวเดียวกัน ข่าวที่สั่นสะเทือนวงการไฮโซและตลาดหุ้นไทยจนแทบหยุดนิ่ง"ฉาวสนั่น! คลิปเสียงหลุดมัดตัว ซีค วรโชติเมธี ประธาน SK Group สารภาพสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกเลี้ยง!" "หุ้น SK ร่วงติดฟลอร์! หลังข่าวลือประธานหนุ่มกินเด็กในปกครอง ชาวเน็ตขุดยับ อดีตลูกเลี้ยงที่หายสาบสูญคือใคร?"เสียงของผู้ประกาศข่าวที่อ่านข้อความในคลิปเสียงซ้ำๆ บาดลึกเข้าไปในใจของลานนา"...ถ้ามันจะพินาศด้วยมือเธอ... ฉันก็ยอม"เสียงของซีคในคลิปนั้นฟังดูเจ็บปวดและยอมจำนน มันชัดเจนจนไม่มีใครสามารถแก้ตัวแทนได้ บรรดาคอมเมนต์ในโลกโซเชียลหลั่งไหลเข้ามาด่าทอเขาอย่างรุนแรง ตราหน้าเขาว่าเป็นเฒ่าหัวงู เป็นคนวิปริตผิดศีลธรรม"สะใจเธอแล้วใช่ไหม" ลานนาพึมพำกับตัวเอง แต่ทำไมก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันถึงได้บีบตัวแน่นจนเจ็บขนาดนี้?เธอกดรีโมทเปลี่ยนช่องหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ภาพของซีคที่ถูกรุมล้อมด้วยกองทัพนักข่าวกำลังฉายอยู่บนหน้าจอ
คฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีที่เคยเป็นบ้านของลินดาในค่ำคืนนี้มันเงียบสงัดจนรู้สึกอ้างว้างและและหนาวเหน็บกว่าที่เคย ซีคนั่งอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพข้อมูลทางบัญชีของลานนา คอร์ปอเรชั่นและความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างอดีตลูกเลี้ยงสาวและกวินทร์ เขารู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่คนซื่อสัตย์ และที่สำคัญเขารู้ด้วยว่าจุดอ่อนของลานนาคืออะไร“เตรียมรถ” เขากรอกเสียงลงในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “เราจะไปพบคุณลานนาที่คอนโดของเธอเดี๋ยวนี้”ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านสุขุมวิท ลานนากำลังยืนจิบไวน์อยู่ที่ระเบียงพร้อมมองดูแสงไฟของเมืองกรุงพลางคิดถึงแผนการขั้นต่อไป แต่แล้วเสียงออดที่ประตูห้องก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับคนกดกำลังโกรธแค้นใครมาเป็นสิบปีสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อยและเมื่อเธอส่องตาแมวและเห็นว่าเป็นใคร ลานนาเพียงแค่แสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะเปิดประตูออก“มาดึกขนาดนี้ มีธุระด่วนอะไรคะคุณอา หรือว่าบริษัทกำลังจะเจ๊งจนต้องรีบมาขอส่วนบุญ”ซีคไม่ตอบแต่เขากลับแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลักประตูให้ปิดลงและล็อคกลอนทันที เขาคว้าข้อมือลานนาแล้วดันเธอจนแผ่นหลังกระแทกกั
ห้องประชุมชั้นสูงสุดของบริษัทเอสเค กรุ๊ปกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ซีคนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมในฐานะประธานกรรมการบริหาร ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขามืดดำและกดดันจนพนักงานระดับสูงแทบไม่กล้าหายใจ ความพ่ายแพ้ในค่ำคืนงานกาล่ายังคงตามหลอกหลอนเขาและสิ่งที่ทำให้เขาแทบบ้าคือรายงานตรงหน้ารายงานที่ระบุว่าบริษัทลานนา คอร์ปอเรชั่นกำลังกว้านซื้อหุ้นที่ดินในโครงการสุขุมวิทตัดหน้าบริษัทเขาไปแล้วกว่าสิบห้าเปอร์เซ็นต์“คุณลานนาและคุณกวินทร์มาถึงแล้วครับท่านประธาน” เลขาฯ รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นๆประตูห้องประชุมเปิดออกพร้อมกับร่างระหงในชุดสูทกางเกงสีขาวสะอาดตาที่ดูโก้หรูและทรงพลัง ลานนาเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเบื้องหลังเธอคือกวินทร์ที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ“สวัสดีค่ะคุณซีคหวังว่าคงไม่ต้องแนะนำตัวกันใหม่นะคะ” ลานนานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาทันทีโดยไม่ต้องรอคำเชิญซีคจ้องมองเธอไม่วางตา “ที่ดินนั่นเธอรู้ดีว่าฉันเตรียมการมาเป็นปีคุณลานนา ต้องการอะไรกันแน่”“ธุรกิจค่ะคุณซีค ไม่มีคำว่าต้องการอะไรนอกเหนือจากกำไร” ลานนาตอบพลางประสานมือวางบนโต๊ะ ท่าทางนิ่งสงบผิดกับซีคที่เหมือนภูเขาไฟก
ความเงียบที่ปกคลุมคนทั้งสามท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สนั้นน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกนด่าทอเสียอีก ซีคก้มมองมือเรียวขาวผ่องที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาวที่เขาเคยรู้จักทุกตารางนิ้ว หมายถึงตอนที่เธอยังเป็นลินดาอะนะ แต่สำหรับเธอตรงหน้าในเวลานี้เขาไม่รู้จักเธอคนนี้เลยสักนิด หญิงสาวลานน
ความหนาวเหน็บจากสายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่สามารถเทียบได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจของลินดา ร่างบางในชุดเดรสเปียกปอนเดินโซซัดโซเซไปตามฟุตบาทที่ทอดยาวอย่างไร้จุดหมาย แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสาดส่องกระทบร่างเธอเป็นระยะแต่ไม่มีใครสนใจจะหยุดดู เด็กสาวผู้เคยอาศัยอยู่ในหอคอยงาช้างบัดนี้ไม่ต่างอะไ
เสียงพายุฝนโหมกระหน่ำอยู่ภายนอกหน้าต่างกระจกบานมหึมา ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงในค่ำคืนนี้มืดมิดไร้แสงดาวมีเพียงแสงแลบแปลบปลาบของสายฟ้าที่ผ่าลงมาเป็นระยะ สะท้อนให้เห็นเงาร่างเล็กของหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องเพนต์เฮาส์สุดหรูบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าลินดา ยืนนิ่งงันเท้าเปล่าเปลือยจิกแน่นลงบนพรมขนส







