Share

บทที่ 3

last update publish date: 2026-01-14 15:30:29

ความเงียบที่ปกคลุมคนทั้งสามท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สนั้นน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกนด่าทอเสียอีก ซีคก้มมองมือเรียวขาวผ่องที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาวที่เขาเคยรู้จักทุกตารางนิ้ว หมายถึงตอนที่เธอยังเป็นลินดาอะนะ แต่สำหรับเธอตรงหน้าในเวลานี้เขาไม่รู้จักเธอคนนี้เลยสักนิด หญิงสาวลานนาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาช่างแตกต่างจากลินดาเด็กน้อยขี้แยคนนั้นราวกับเป็นคนละคน

ดวงตาสีอำพันวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะผสมกับความโหยหา เขาเอื้อมมือไปจับมือเธอช้าๆ สัมผัสนุ่มนิ่มแต่เย็นเฉียบทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ มันรุนแรงจนขนกายลุกชัน ปฏิกิริยาของคู่แห่งโชคชะตามันไม่เคยจางหายไปเลยแม้แต่นิดเดียวแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณลานนา” ซีคกัดฟันพูดพร้อมเน้นเสียงหนักที่ชื่อใหม่ของเธอ จากนั้นก็บีบมือเธอแน่นจนเกินมารยาท “มือเย็นนะ ไปอยู่ที่ไหนมาถึงได้เย็นชาขนาดนี้”

ลานนาไม่สะท้านต่อแรงบีบ เธอเพียงแค่เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยิ่งกดลึกขึ้น

“ปารีสค่ะ อากาศที่นั่นหนาวแต่ก็อิสระดี ไม่เหมือนที่นี่ มีแต่ความอึดอัดเหมือนมีอะไรมาคอยล่ามโซ่เอาไว้” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะค่อยๆ ดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด

กวินทร์ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างพอใจที่เห็นศัตรูคู่อาฆาตเสียอาการ เขาโอบแขนรอบเอวคอดกิ่วของลานนาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของพร้อมดึงร่างบางให้เบียดชิดกับตัวเขา

ภาพนั้นเหมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟในอกของซีค เส้นเลือดที่ขมับของเขาปูดโปน สัญชาตญาณอัลฟ่ากรีดร้องสั่งให้เขาเข้าไปกระชากผู้ชายคนนั้นออกมาแล้วหักแขนทิ้งซะ

“ระวังหน่อยนะครับคุณซีค” กวินทร์เอ่ยยั่วเย้า “คู่หมั้นผมเธอตัวเล็ก เดี๋ยวช้ำมือแย่”

“คู่หมั้นเหรอครับ” ซีคทวนคำเสียงต่ำ ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ลานนาเพื่อขอคำยืนยัน “เธอจะแต่งงานกับมันงั้นเหรอ”

ลานนาหันไปสบตากับกวินทร์แสร้งทำเป็นเอียงอาย “พี่วินทร์ก็รีบพูดไป เราเพิ่งจะดูใจกันเองนะคะ แต่เรื่องอนาคตไม่มีอะไรแน่นอนหรอกค่ะ”

ซีคได้ฟังก็ถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกของเขาถูกบาดลึกเข้าไปในความทรงจำ มันแย่เสียย่ิงกว่าตอนที่เธอเรียกเขาว่าป๊าเสียอีก

“ขอตัวก่อนนะครับคุณซีค ผมต้องพาว่าที่เจ้าสาวไปแนะนำให้คุณพ่อรู้จัก” กวินทร์ตัดบทก่อนจะโอบเอวลานนาแล้วเดินผละออกไป ทิ้งให้ซีคยืนกำหมัดแน่นอยู่กลางวงล้อมผู้คน

สายตาของซีคไล่ตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าของลานนาไปไม่วางตา ทุกจังหวะการเดินของเธอช่างสง่างามและเย้ายวน กลิ่นกุหลาบและวานิลลาที่ทิ้งไว้จางๆ ยังคงลอยวนเวียนรบกวนสมาธิเขาจนแทบคลั่ง

“แม่งเอ๊ย!” ซีคสบถก่อนจะกระแทกแก้ววิสกี้ลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมาอย่างแรงจนน้ำสีอำพันกระฉอกออกมานอกแก้ว เขาหันหลังเดินออกจากงานตรงไปยังระเบียงสูบบุหรี่ทันทีเพราะในเวลานี้เขาต้องการอากาศหายใจสักหน่อยก่อนที่เขาจะเผลออาละวาดกลางงานขึ้นมา

ค่ำคืนนี้ลมพัดแรงกว่าปกติแต่มันก็ไม่ได้ช่วยดับไฟในใจของเขาได้เลยสักนิด เขายืนพิงราวระเบียงพร้อมสูดควันบุหรี่เข้าปอดลึกๆ พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงตลอดห้าปีที่ผ่านมาให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว เขาคิดว่าเขาทำใจได้แล้ว คิดว่าการปล่อยเธอไปคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด แต่พอได้เห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นความคิดพระเอกผู้เสียสละก็พังทลายลงในวินาทีเดียว

“โลกกลมดีนะคะ ไม่คิดว่าจะเจอคนรู้จักที่นี่” เสียงหวานที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ซีคหมุนตัวกลับมามองตามต้นเสียงทันที

ลานนายืนพิงกรอบประตูกระจกในมือถือแก้วแชมเปญ แสงจันทร์สาดส่องกระทบชุดสีแดงเพลิงทำให้เธอดูเหมือนปีศาจสาวผู้ทรงเสน่ห์ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเดินตามเขาออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ซีคทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้เท้าขยี้ดับไฟก่อนจะเดินสาวเท้าเข้าไปหาเธออย่างรวดเร็วจนร่างสูงใหญ่ต้อนเธอชิดติดกำแพงในขณะนั้นกลิ่นอายกดดันของอัลฟ่าก็แผ่ออกมาข่มขวัญหญิงสาวตรงหน้าอย่างหนักหน่วง

“เล่นบ้าอะไรของเธอ!” ซีคเอ่ยถามเสียงลอดไรฟัน “หายหัวไปห้าปี กลับมาพร้อมกับชื่อใหม่ แถมยังมากับไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นอีก เธอคิดจะยั่วโมโหฉันรึไงลินดา”

ลานนาไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาระยะห่างเพียงคืบทำให้สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของกันและกัน

“ลินดา?” เธอเลิกคิ้วแสร้งทำหน้าสงสัย “คุณหมายถึงใครคะ ดิฉันชื่อลานนาค่ะ เป็นคู่หมั้นของคุณกวินทร์”

“เลิกเล่นลิ้นสักที!” ซีคตวาดเบาๆ ฝ่ามือหนายกขึ้นกั้นกำแพงทั้งสองข้างเพื่อกักขังเธอไว้ในอ้อมแขน “เธอไงชื่อลินดา เป็นเด็กในปกครองของฉัน เป็นลูกสาวของเพื่อนฉัน และฉันเป็นคนเลี้ยงเธอมากับมือ!”

“อ้อ! จำได้แล้วค่ะ” ลานนาทำท่าเหมือนเพิ่งนึกออก รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้า “คุณหมายถึงเด็กกำพร้าที่น่าสมเพชคนนั้นสินะคะ น่าเสียดายที่เธอตายไปนานแล้วค่ะ ตายไปตั้งแต่วันที่คุณไล่เธอออกจากบ้านอย่างกับหมูหมา”

คำพูดของเธอเสียดแทงใจซีคจนเขาชะงัก

“ฉันไม่เคยไล่...” ซีคพยายามแก้ตัวเสียงอ่อนลง “ฉันแค่...”

“แค่บอกว่าเธอเป็นภาระ” ลานนาสวนกลับทันควัน แววตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นทันที “แค่บอกว่ารังเกียจเธอ แค่บอกว่าเส้นกั้นระหว่างเรามันข้ามไปไม่ได้ จำไม่ได้เหรอคะคุณอาซีค” เธอจงใจเปลี่ยนคำเรียกจากป๊าเป็นคุณอาเพื่อตอกย้ำความห่างเหินและความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่ไม่มีอยู่จริง

“แล้วตอนนี้คุณจะมาเดือดร้อนอะไรมิทราบคะ” เธอถามต่อพร้อมก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนหน้าอกอวบอิ่มภายใต้ชุดราตรีแทบจะชนกับแผงอกแกร่ง “ในเมื่อเด็กที่เป็นภาระของคุณหายไปแล้วคุณก็น่าจะดีใจไม่ใช่เหรอคะ หรือว่า...” นิ้วเรียวยาวของเธอกรีดไล้ไปตามสาบเสื้อเชิ้ตของเขา ช้าๆ ยั่วยวน และอันตราย “...หรือว่าคุณเสียดายของเล่นที่คุณเคยโยนทิ้งไป”

“ลินดา!” ซีคคำรามพร้อมคว้าข้อมือเธอเอาไว้แน่น “อย่าดูถูกความรู้สึกของฉัน เธอไม่รู้หรอกว่าห้าปีที่ผ่านมาฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง”

“และคุณก็ไม่มีวันรู้เหมือนกันว่าฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง!” ลานนาสะบัดข้อมือออกอย่างแรง ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ “เลิกยุ่งกับชีวิตฉันซะ! กลับไปเป็นท่านประธานผู้สูงส่งแล้วปล่อยให้ฉันเดินไปตามทางของฉันเถอะค่ะ” เธอขยับตัวจะเดินหนีแต่ซีคขยับตัวขวางไว้ เขาไม่ยอมให้เธอหนีไปแบบนี้แน่

“แล้วกวินทร์ล่ะ เธอรักมันเหรอ” ซีคถามคำถามที่ค้างคาใจที่สุด “หรือแค่ใช้มันเป็นเครื่องมือแก้แค้นฉัน”

ลานนาหยุดเดินก่อนที่เธอจะหันกลับมามองเขาด้วยสายตาที่อ่านยากแล้วค่อยๆ แสยะยิ้มขึ้นมา “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับคุณสักนิด แต่ถ้าถามว่าเขามีดีอะไร...” เธอเขย่งปลายเท้าขึ้น พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูเขาแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ทำให้ขนอ่อนทั่วตัวซีคลุกชัน “...อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยผลักไสฉัน และที่สำคัญเขาไม่เคยเห็นฉันเป็นแค่เด็ก”

ผัวะ!

ซีคยืนนิ่งงันราวกับถูกสาปเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ คำพูดนั้นสื่อความหมายชัดเจนว่ากวินทร์ได้ข้ามเส้นที่เขาไม่กล้าข้ามไปแล้ว แม้ความจริงอาจจะไม่ใช่ แต่เธอจงใจให้เขาคิดแบบนั้น ลานนาถอยหลังออกมาแล้วจัดทรงผมให้เข้าที่ก่อนจะส่งยิ้มหวานเคลือบยาพิษให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย

“ขอตัวนะคะคุณอา อย่าดื่มเยอะนักล่ะ เดี๋ยวจะแก่เร็วไปมากกว่านี้”

ร่างระหงพูดจบก็เดินจากไปทิ้งกลิ่นหอมยั่วยวนไว้เบื้องหลัง ปล่อยให้ซีคยืนจมอยู่กับความเจ็บปวดและความหึงหวงที่แผดเผาจิตใจ

มือหนากำราวกั้นระเบียงแน่นจนเหล็กแทบยุบ ดวงตาสีอำพันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานวาวโรจน์ “เธอคิดผิดแล้วลินดา...” ซีคพึมพำกับตัวเองเสียงเหี้ยมเกรียม “ถ้าเธอคิดว่าคำว่าพ่อลูกจะหยุดฉันได้เหมือนเมื่อก่อนล่ะก็เธอคิดผิดถนัด เมื่อห้าปีที่แล้วฉันอาจจะเป็นคนดีที่ยอมปล่อยเธอไป แต่ตอนนี้ฉันคือหมาป่าที่หิวโซและฉันจะไม่มีวันปล่อยเหยื่อของฉันหลุดมือไปให้หมาตัวอื่นคาบไปแดกแน่!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 9

    รถลีมูซีนคันหรูแล่นฝ่าสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งมุ่งหน้าสู่เพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง ตลอดทางไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของทั้งคู่ มีเพียงมือหนาของซีคที่กุมมือเล็กของลานนาไว้แน่นแล้ววางไว้บนตักของเขาและไม่ยอมปล่อยแม้แต่วินาทีเดียว ราวกับกลัวว่าถ้าเผลอคลายมือเพียงนิดเดียว เธอจะหายวับไปเหมือนควันเมื่อประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกที่ชั้นบนสุด ภาพความทรงจำในอดีตก็ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของลานนาห้องโถงกว้างขวางที่เคยเงียบเหงา โซฟาตัวเดิมที่เขาเคยนั่งปฏิเสธเธอ และหน้าต่างบานใหญ่ที่เธอเคยยืนร้องไห้ก่อนจะเดินจากไป ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย"คุณไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย" ลานนาเปรยขึ้นเบาๆ กวาดสายตามองไปรอบห้อง"เปลี่ยนไม่ได้ต่างหาก" ซีคถอดเสื้อสูทตัวนอกออกพาดไว้ที่แขน แล้วเดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง วางคางเกยไหล่เล็ก "เพราะป๊ากลัวว่าถ้าวันหนึ่งหนูกลับมา หนูจะจำบ้านของเราไม่ได้"หัวใจของลานนาอุ่นวาบเมื่อได้ยินคนตรงหน้าพูด เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาพลางยกมือขึ้นลูบไล้โครงหน้าคมสันที่เริ่มมีรอยหนวดเคราจางๆ"5 ปีที่ผ่านมา ทรมานมากไหมคะ"ซีคหลับตาลงซึมซับสัมผัสจากฝ่ามือของเธอ “ท

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 8

    ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 50 อาคาร SK Groupบรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดจนน่าสะอิดสะเอียน คณะกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั่งหน้าดำคร่ำเครียด หัวโต๊ะที่เคยเป็นที่นั่งประจำของซีคบัดนี้กวินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่ใกล้ๆ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนใหม่จากการกว้านซื้อหุ้นผ่านนอมินี เขายิ้มกริ่มพลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเพลงแห่งชัยชนะ"ผมว่าเราเสียเวลามามากพอแล้วนะครับ" กวินทร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “คุณซีคหายตัวไปติดต่อไม่ได้ แถมยังมีข่าวฉาวและการทุจริตชัดเจนขนาดนี้ ผมขอเสนอให้ปลดเขาออกจากตำแหน่งประธานทันที และแต่งตั้งผมขึ้นรักษาการแทน""แต่เราควรรอคุณซีคมาชี้แจงก่อน" กรรมการอาวุโสท่านหนึ่งแย้ง"ชี้แจงเหรอครับ?" กวินทร์หัวเราะเยาะ "ป่านนี้คงหอบเงินหนีไปเสวยสุขกับลูกเลี้ยงที่เมืองนอกแล้วมั้งครับ หลักฐานการยักยอกเงินกว่าพันล้านบาทที่ผมให้ดูเมื่อกี้ ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ"เหล่ากรรมการต่างซุบซิบและพยักหน้าเห็นด้วย หลักฐานเท็จที่กวินทร์สร้างขึ้นมันเนียนจนน่ากลัว"ถ้าไม่มีใครคัดค้าน งั้นผมขอปิดมตินี้" กวินทร์กำลังจะยกมือประกาศชัยชนะ ปัง!ประตูห้องประชุมบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนังเส

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 7

    ลานนามองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ภายในห้องแต่งตัว ดวงตาที่เคยบวมช้ำจากการร้องไห้เมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้ถูกกลบด้วยอายแชโดว์สีสโมกกี้อายคมกริบ ริมฝีปากที่เคยสั่นระริกถูกเคลือบทับด้วยลิปสติกสีแดงเลือดนกเฉดเดียวกับที่เธอใช้ในวันงานกาล่าเธอกระชับเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทราวกับมันคือชุดเกราะกันกระสุน รีบหนีไปซะ...คำพูดของซีคยังดังก้องในหูแต่มันไม่ได้ทำให้เธออยากหนี ตรงกันข้ามมันกลับปลุกไฟนักสู้ในตัวเธอให้ลุกโชน ซีคยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ แล้วเธอจะเป็นคนขี้ขลาดที่วิ่งหนีปัญหาทิ้งให้เขาตายอย่างโดดเดี่ยวได้อย่างไร"ลินดาคนอ่อนแอคนนั้นตายไปแล้ว" เธอกระซิบกับกระจก แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว “ตอนนี้เหลือแค่ลานนา ผู้หญิงที่จะกระชากหน้ากากแกออกมาให้ได้ กวินทร์"ณ ร้านอาหารรูฟท็อปใจกลางเมืองกวินทร์นั่งไขว่ห้างจิบไวน์ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เขามองดูวิวตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพราวกับราชาที่กำลังมองอาณาจักรที่กำลังจะตกเป็นของตน ทันทีที่เห็นลานนาเดินเข้ามาเขาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ“สวยสง่าเหมือนเดิม ว่าที่ราชินีของผม" กวินทร์ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ "นึกว่าคุณจะเครียดเรื่องข่าวจนไม่อยากมาซะอีก"ลานนานั่งลงแส

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 6

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องเข้ามาในคอนโดหรู แต่บรรยากาศกลับอึมครึมยิ่งกว่าคืนที่มีพายุ ลานนานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นระริก สายตาจับจ้องไปที่ข่าวบันเทิงและข่าวธุรกิจทุกช่องที่กำลังรายงานข่าวเดียวกัน ข่าวที่สั่นสะเทือนวงการไฮโซและตลาดหุ้นไทยจนแทบหยุดนิ่ง"ฉาวสนั่น! คลิปเสียงหลุดมัดตัว ซีค วรโชติเมธี ประธาน SK Group สารภาพสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกเลี้ยง!" "หุ้น SK ร่วงติดฟลอร์! หลังข่าวลือประธานหนุ่มกินเด็กในปกครอง ชาวเน็ตขุดยับ อดีตลูกเลี้ยงที่หายสาบสูญคือใคร?"เสียงของผู้ประกาศข่าวที่อ่านข้อความในคลิปเสียงซ้ำๆ บาดลึกเข้าไปในใจของลานนา"...ถ้ามันจะพินาศด้วยมือเธอ... ฉันก็ยอม"เสียงของซีคในคลิปนั้นฟังดูเจ็บปวดและยอมจำนน มันชัดเจนจนไม่มีใครสามารถแก้ตัวแทนได้ บรรดาคอมเมนต์ในโลกโซเชียลหลั่งไหลเข้ามาด่าทอเขาอย่างรุนแรง ตราหน้าเขาว่าเป็นเฒ่าหัวงู เป็นคนวิปริตผิดศีลธรรม"สะใจเธอแล้วใช่ไหม" ลานนาพึมพำกับตัวเอง แต่ทำไมก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันถึงได้บีบตัวแน่นจนเจ็บขนาดนี้?เธอกดรีโมทเปลี่ยนช่องหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ภาพของซีคที่ถูกรุมล้อมด้วยกองทัพนักข่าวกำลังฉายอยู่บนหน้าจอ

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 5

    คฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีที่เคยเป็นบ้านของลินดาในค่ำคืนนี้มันเงียบสงัดจนรู้สึกอ้างว้างและและหนาวเหน็บกว่าที่เคย ซีคนั่งอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพข้อมูลทางบัญชีของลานนา คอร์ปอเรชั่นและความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างอดีตลูกเลี้ยงสาวและกวินทร์ เขารู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่คนซื่อสัตย์ และที่สำคัญเขารู้ด้วยว่าจุดอ่อนของลานนาคืออะไร“เตรียมรถ” เขากรอกเสียงลงในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “เราจะไปพบคุณลานนาที่คอนโดของเธอเดี๋ยวนี้”ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านสุขุมวิท ลานนากำลังยืนจิบไวน์อยู่ที่ระเบียงพร้อมมองดูแสงไฟของเมืองกรุงพลางคิดถึงแผนการขั้นต่อไป แต่แล้วเสียงออดที่ประตูห้องก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับคนกดกำลังโกรธแค้นใครมาเป็นสิบปีสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อยและเมื่อเธอส่องตาแมวและเห็นว่าเป็นใคร ลานนาเพียงแค่แสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะเปิดประตูออก“มาดึกขนาดนี้ มีธุระด่วนอะไรคะคุณอา หรือว่าบริษัทกำลังจะเจ๊งจนต้องรีบมาขอส่วนบุญ”ซีคไม่ตอบแต่เขากลับแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลักประตูให้ปิดลงและล็อคกลอนทันที เขาคว้าข้อมือลานนาแล้วดันเธอจนแผ่นหลังกระแทกกั

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 4

    ห้องประชุมชั้นสูงสุดของบริษัทเอสเค กรุ๊ปกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ซีคนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมในฐานะประธานกรรมการบริหาร ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขามืดดำและกดดันจนพนักงานระดับสูงแทบไม่กล้าหายใจ ความพ่ายแพ้ในค่ำคืนงานกาล่ายังคงตามหลอกหลอนเขาและสิ่งที่ทำให้เขาแทบบ้าคือรายงานตรงหน้ารายงานที่ระบุว่าบริษัทลานนา คอร์ปอเรชั่นกำลังกว้านซื้อหุ้นที่ดินในโครงการสุขุมวิทตัดหน้าบริษัทเขาไปแล้วกว่าสิบห้าเปอร์เซ็นต์“คุณลานนาและคุณกวินทร์มาถึงแล้วครับท่านประธาน” เลขาฯ รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นๆประตูห้องประชุมเปิดออกพร้อมกับร่างระหงในชุดสูทกางเกงสีขาวสะอาดตาที่ดูโก้หรูและทรงพลัง ลานนาเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเบื้องหลังเธอคือกวินทร์ที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ“สวัสดีค่ะคุณซีคหวังว่าคงไม่ต้องแนะนำตัวกันใหม่นะคะ” ลานนานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาทันทีโดยไม่ต้องรอคำเชิญซีคจ้องมองเธอไม่วางตา “ที่ดินนั่นเธอรู้ดีว่าฉันเตรียมการมาเป็นปีคุณลานนา ต้องการอะไรกันแน่”“ธุรกิจค่ะคุณซีค ไม่มีคำว่าต้องการอะไรนอกเหนือจากกำไร” ลานนาตอบพลางประสานมือวางบนโต๊ะ ท่าทางนิ่งสงบผิดกับซีคที่เหมือนภูเขาไฟก

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 1

    เสียงพายุฝนโหมกระหน่ำอยู่ภายนอกหน้าต่างกระจกบานมหึมา ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงในค่ำคืนนี้มืดมิดไร้แสงดาวมีเพียงแสงแลบแปลบปลาบของสายฟ้าที่ผ่าลงมาเป็นระยะ สะท้อนให้เห็นเงาร่างเล็กของหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องเพนต์เฮาส์สุดหรูบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าลินดา ยืนนิ่งงันเท้าเปล่าเปลือยจิกแน่นลงบนพรมขนส

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 2

    ความหนาวเหน็บจากสายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่สามารถเทียบได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจของลินดา ร่างบางในชุดเดรสเปียกปอนเดินโซซัดโซเซไปตามฟุตบาทที่ทอดยาวอย่างไร้จุดหมาย แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสาดส่องกระทบร่างเธอเป็นระยะแต่ไม่มีใครสนใจจะหยุดดู เด็กสาวผู้เคยอาศัยอยู่ในหอคอยงาช้างบัดนี้ไม่ต่างอะไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status