เข้าสู่ระบบความหนาวเหน็บจากสายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่สามารถเทียบได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจของลินดา ร่างบางในชุดเดรสเปียกปอนเดินโซซัดโซเซไปตามฟุตบาทที่ทอดยาวอย่างไร้จุดหมาย แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสาดส่องกระทบร่างเธอเป็นระยะแต่ไม่มีใครสนใจจะหยุดดู เด็กสาวผู้เคยอาศัยอยู่ในหอคอยงาช้างบัดนี้ไม่ต่างอะไรกับลูกนกปีกหักที่ตกลงมาสู่พื้นดินที่เต็มไปด้วยโคลนตม
คำพูดของซีคที่ไล่เธออกจากห้องยังคงดังก้องในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนเทปที่ยืดยานและบิดเบี้ยว ทุกย่างก้าวที่เดินห่างออกมาคือการตอกย้ำว่าโลกใบเดิมของเธอได้พังทลายลงแล้ว
‘ภาระ... ฉันเป็นแค่ภาระ’
ขาที่อ่อนล้าหมดแรงจะก้าวต่อทำเธอทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าอยู่ข้างป้ายรถเมล์เก่าๆ ในซอยเปลี่ยว เธอซุกหน้าลงกับท่อนแขนปล่อยให้เสียงสะอื้นไห้แข่งกับเสียงฟ้าผ่า ความมืดมิดรอบกายค่อยๆ กัดกินสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่น้อยนิด
ถ้าเธอหายไปจากโลกนี้ตอนนี้... เขาจะรู้สึกอะไรไหมนะ
หรือจะแค่รู้สึกโล่งใจที่หมดภาระไปเปราะหนึ่ง
เอี๊ยด!
เสียงเบรกของล้อรถยนต์บดกับถนนเปียกลื่นดังสนั่นตรงหน้า แสงไฟหน้ารถสว่างจ้าจนลินดาต้องหรี่ตา รูม่านตาปรับโฟกัสเห็นรถลีมูซีนสีดำคันหรูที่จอดสนิท ประตูรถด้านหลังถูกเปิดออกพร้อมกับรองเท้าส้นสูงสีแดงเลือดนกที่ก้าวลงมาเหยียบย่ำลงบนพื้นสกปรกอย่างไม่แยแส
ร่มคันใหญ่สีดำกางออกเหนือร่างของลินดา บดบังเม็ดฝนที่โหมกระหน่ำ
“น่าสมเพชจริงๆ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น เป็นน้ำเสียงที่เรียบเย็นแต่ทรงพลัง
ลินดาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงจึงได้พบกับหญิงวัยกลางคนในชุดสูทหรูหรา ใบหน้าสวยสง่าแต่ฉาบไปด้วยความเย็นชาและอำนาจ ดวงตาคมกริบมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าชิ้นหนึ่ง
“หนีออกจากบ้านมางั้นสิ หรือว่าโดนผู้ชายทิ้ง” หญิงปริศนาถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเล็กน้อย
ลินดาไม่มีแรงจะตอบโต้ เธอเพียงแค่จ้องมองกลับด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเจ็บปวด
“เธอมีดวงตาที่ดีนะ” หญิงคนนั้นพึมพำ มุมปากยกยิ้มพึงพอใจ “มีความเจ็บปวด มีความแค้น และมีความดื้อรั้น เหมือนฉันตอนสาวๆ ไม่มีผิด” เธอย่อตัวลงมานั่งยองๆ ตรงหน้าลินดาก่อนจะเชยคางมนที่เปียกชื้นขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ “ฟังนะสาวน้อย โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับคนอ่อนแอ น้ำตาของเธอไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับผู้ชายพรรค์นั้น ถ้าอยากจะให้เขาหันมามองเธอต้องไม่ใช่ก้อนหินริมทางที่เขาเตะทิ้งได้ แต่ต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเพชรที่บาดมือเขาจนเลือดซิบได้”
ลินดานึกถึงภาพใบหน้าของซีคที่มองเธอด้วยความสมเพชลอยเข้ามาซ้อนทับ ความน้อยเนื้อต่ำใจแปรเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงแห่งความโกรธ
“แล้วหนูต้องทำยังไงคะ” ลินดาถามเสียงแหบพร่า
หญิงปริศนายืดตัวขึ้นเต็มความสูงแล้วยื่นมือที่สวมถุงมือหนังสีดำมาตรงหน้า “ทิ้งชื่อเดิมของเธอไว้ตรงนี้ ทิ้งความอ่อนแอไว้กับสายฝน แล้วไปกับฉัน ฉันจะสอนวิธีเดินเกมให้เธอเองแต่ต้องแลกกับการที่เธอต้องเป็นอาวุธให้ฉันใช้งาน ตกลงไหม”
ลินดามองมือนั้นสลับกับความมืดมิดเบื้องหลัง ทางเลือกของเธอมีเพียงสองทางคือตายอย่างโดดเดี่ยวตรงนี้ หรือมีชีวิตอยู่เพื่อพิสูจน์ให้ซีคเห็นว่าเขาคิดผิด
มือเล็กที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปจับมือของหญิงปริศนา สัมผัสนั้นเย็นเยียบแต่กลับมั่นคงกับจิตใจเธอ
“ดี...” หญิงคนนั้นกระตุกยิ้ม “ยินดีต้อนรับสู่ชีวิตใหม่นะ ลานนา”
ประตูรถลีมูซีนปิดลงขังเสียงร้องไห้ของเด็กสาวไว้เบื้องหลัง รถหรูเคลื่อนตัวหายไปในความมืดทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ป้ายรถเมล์
ในค่ำคืนนั้นลินดาเด็กสาวผู้อ่อนต่อโลกได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงเถ้าถ่านที่จะรอวันก่อกำเนิดเป็นนกฟีนิกซ์ตัวใหม่
5 ปีต่อมา
ณ โรงแรมแกรนด์ ไดมอนด์ กรุงเทพฯ
เสียงแก้วแชมเปญชนกันเบาๆ เคล้าคลอไปกับเสียงของดนตรีแจ๊สบรรเลงสด บรรยากาศภายในงานกาล่าการกุศลประจำปีเต็มไปด้วยความหรูหราฟู่ฟ่า เหล่าไฮโซ เซเลบริตี้ และนักธุรกิจชั้นแนวหน้าของเมืองไทยต่างมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง
แต่ท่ามกลางผู้คนมากมายมีชายคนหนึ่งที่โดดเด่นสะดุดตาจนใครๆ ก็ต้องเหลียวมอง
ซีคยืนนิ่งอยู่มุมหนึ่งของห้องโถงในมือถือแก้ววิสกี้สีอำพัน ชุดสูททักซิโดสีดำขับเน้นเรือนร่างสูงใหญ่และกลิ่นอายอัลฟ่าที่น่าเกรงขาม สำหรับห้าปีที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของเขาลดลงไปแลยสักนิด แต่กลับเพิ่มความเคร่งขรึมและเย็นชาจนน่ากลัวมากกว่าเดิม
ดวงตาสีอำพันที่เคยมีประกายอบอุ่น บัดนี้เรียบสนิทไร้ความรู้สึกราวกับก้นบึ้งมหาสมุทรที่แสงส่องไม่ถึง
“ท่านประธานครับ... เรื่องสัญญาที่ดินแถบสุขุมวิททางฝั่งคุณกวินทร์ดูเหมือนจะไม่ยอมถอยง่ายๆ” เลขาคนสนิทเข้ามากระซิบรายงาน
ซีคแค่นหัวเราะในลำคอ “ไอ้หมาลอบกัดนั่นคิดจะงัดข้อกับฉันงั้นเหรอ ปล่อยมันไปก่อน! เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
เขาพูดจบก็ยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มรวดเดียวหมด หวังให้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ช่วยบรรเทาความว่างเปล่าในอก
5 ปีแล้วที่ลินดาหายไป
เขาพลิกแผ่นดินหา จ้างนักสืบมือดีที่สุด แต่กลับไม่พบร่องรอยแม้แต่เงา เธอหายไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ ทุกคืนที่เขาหลับตาภาพใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาและคำพูดสุดท้ายของเธอยังคงตามหลอกหลอน
‘หนูจะไม่รบกวนป๊าอีก...’
“ก็สมใจแกแล้วนี่ไอ้ซีค” เขาด่าตัวเองในใจ “แกผลักไสเธอไปเอง... แกเลือกเองนะ”
อยู่ๆ ในช่วงเวลานั้นเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นที่หน้าประตูทางเข้าใหญ่ แสงแฟลชจากกล้องนักข่าวรัวกระพริบถี่ยิบเรียกความสนใจของแขกทั้งงานให้หันไปมองเป็นตาเดียว
“นั่นคุณกวินทร์นี่นา! มากับใครน่ะ”
“สวยมาก! ดาราหน้าใหม่เหรอ? หรือว่าเป็นคู่หมั้น?”
“ดูชุดนั่นสิ คอลเลกชันใหม่ล่าสุดจากปารีสเลยนะ”
ซีคขมวดคิ้วด้วยความรำคาญและนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกเกลียดขี้หน้ากวินทร์มากขึ้นกว่าเดิม เพราะอีกฝ่ายเป็นอัลฟ่าจากตระกูลคู่แข่งที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขามาตลอด
ประตูบานใหญ่เปิดกว้างกวินทร์เดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ แขนข้างหนึ่งโอบเอวหญิงสาวร่างระหงที่เดินเคียงคู่มา เมื่อเขาเห็นใบหน้าของร่างบางนั้น แก้ววิสกี้ในมือของเขาก็แทบจะร่วงหล่นลงพื้น
เขาไม่ได้ตกใจให้กับความสวยสง่าของหญิงสาวในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ผ่าลึกเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียน และไม่ได้ตกใจเพราะเครื่องเพชรระยิบระยับที่ประดับอยู่บนคอระหงเหล่านั้น
แต่เป็นเพราะกลิ่นของเธอต่างหาก
กลิ่นหอมหวานของดอกกุหลาบผสมวานิลลา มันเป็นกลิ่นที่เขาโหยหามาตลอด 5 ปี เป็นกลิ่นที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำจนวันตาย
ซีคเพ่งมองหญิงสาวคนนั้นตาไม่กระพริบ เรือนผมสีน้ำตาลเข้มดัดลอนสลวยรับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีต ริมฝีปากสีแดงสดเหยียดยิ้มทรงเสน่ห์ เธอดูมั่นใจ เย่อหยิ่ง และทรงพลัง แตกต่างจากเด็กสาวขี้อายคนเดิมอย่างสิ้นเชิง
แต่ดวงตากลมโตที่เคยใสซื่อคู่นั้น บัดนี้กลับฉายแววท้าทายและซ่อนความลับดำมืดเอาไว้
“เป็นไปไม่ได้...” ซีคพึมพำเสียงสั่น หัวใจที่เคยตายด้านกลับมาเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
กวินทร์พาเธอเดินตรงเข้ามากลางวงล้อมของผู้คนก่อนจะหยุดยืนเผชิญหน้ากับซีคในระยะประชิด รอยยิ้มของผู้ชนะปรากฏบนใบหน้าของศัตรู
“สวัสดีครับคุณซีค” กวินทร์ทักทายเสียงใส “ผมขอแนะนำให้รู้จักกับหุ้นส่วนคนสำคัญ และว่าที่คู่หมั้นของผม” กวินทร์หันไปมองหญิงสาวข้างกายด้วยสายตาหวานเชื่อม “นี่คุณลานนา เธอเพิ่งกลับมาจากฝรั่งเศสและจะเป็นคนดูแลโปรเจกต์ที่สุขุมวิทแข่งกับคุณ”
หญิงสาวหันมาสบตากับซีคช้าๆ วินาทีที่สายตาสองคู่ปะทะกัน ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วอากาศ ซีคคาดหวังจะเห็นแววตาตัดพ้อหรือความเจ็บปวดจากเธอเหมือนในอดีต แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือความว่างเปล่าที่แฝงไปด้วยความสนุกสนาน
เธอขยับเข้ามาใกล้เขาอีกนิดกลิ่นกายหอมกรุ่นปะทะจมูกเขาเต็มๆ เธอเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือเรียวสวยมาตรงหน้าเขา
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณซีค” น้ำเสียงหวานหยดย้อยเอื้อนเอ่ยชื่อเขาอย่างชัดเจนแต่กลับไร้ซึ่งความคุ้นเคย “ได้ยินชื่อเสียงของคุณมานาน ไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะดูแก่กว่าที่คิดไว้นะคะ”
ซีคกัดกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน เขาจ้องมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าสวยที่กำลังส่งยิ้มยั่วยวนให้กับเขา
เด็กสาวที่เคยเรียกเขาว่าป๊าด้วยเสียงสั่นเครือคนนั้นไม่มีอีกแล้ว เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้คือนางพญาอสรพิษที่พร้อมจะฉกกัดคอหอยเขาให้ตายคาที่ในทุกโอกาส
ลานนามองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ภายในห้องแต่งตัว ดวงตาที่เคยบวมช้ำจากการร้องไห้เมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้ถูกกลบด้วยอายแชโดว์สีสโมกกี้อายคมกริบ ริมฝีปากที่เคยสั่นระริกถูกเคลือบทับด้วยลิปสติกสีแดงเลือดนกเฉดเดียวกับที่เธอใช้ในวันงานกาล่าเธอกระชับเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทราวกับมันคือชุดเกราะกันกระสุน รีบหนีไปซะ...คำพูดของซีคยังดังก้องในหูแต่มันไม่ได้ทำให้เธออยากหนี ตรงกันข้ามมันกลับปลุกไฟนักสู้ในตัวเธอให้ลุกโชน ซีคยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ แล้วเธอจะเป็นคนขี้ขลาดที่วิ่งหนีปัญหาทิ้งให้เขาตายอย่างโดดเดี่ยวได้อย่างไร"ลินดาคนอ่อนแอคนนั้นตายไปแล้ว" เธอกระซิบกับกระจก แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว “ตอนนี้เหลือแค่ลานนา ผู้หญิงที่จะกระชากหน้ากากแกออกมาให้ได้ กวินทร์"ณ ร้านอาหารรูฟท็อปใจกลางเมืองกวินทร์นั่งไขว่ห้างจิบไวน์ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เขามองดูวิวตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพราวกับราชาที่กำลังมองอาณาจักรที่กำลังจะตกเป็นของตน ทันทีที่เห็นลานนาเดินเข้ามาเขาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ“สวยสง่าเหมือนเดิม ว่าที่ราชินีของผม" กวินทร์ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ "นึกว่าคุณจะเครียดเรื่องข่าวจนไม่อยากมาซะอีก"ลานนานั่งลงแส
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องเข้ามาในคอนโดหรู แต่บรรยากาศกลับอึมครึมยิ่งกว่าคืนที่มีพายุ ลานนานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นระริก สายตาจับจ้องไปที่ข่าวบันเทิงและข่าวธุรกิจทุกช่องที่กำลังรายงานข่าวเดียวกัน ข่าวที่สั่นสะเทือนวงการไฮโซและตลาดหุ้นไทยจนแทบหยุดนิ่ง"ฉาวสนั่น! คลิปเสียงหลุดมัดตัว ซีค วรโชติเมธี ประธาน SK Group สารภาพสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกเลี้ยง!" "หุ้น SK ร่วงติดฟลอร์! หลังข่าวลือประธานหนุ่มกินเด็กในปกครอง ชาวเน็ตขุดยับ อดีตลูกเลี้ยงที่หายสาบสูญคือใคร?"เสียงของผู้ประกาศข่าวที่อ่านข้อความในคลิปเสียงซ้ำๆ บาดลึกเข้าไปในใจของลานนา"...ถ้ามันจะพินาศด้วยมือเธอ... ฉันก็ยอม"เสียงของซีคในคลิปนั้นฟังดูเจ็บปวดและยอมจำนน มันชัดเจนจนไม่มีใครสามารถแก้ตัวแทนได้ บรรดาคอมเมนต์ในโลกโซเชียลหลั่งไหลเข้ามาด่าทอเขาอย่างรุนแรง ตราหน้าเขาว่าเป็นเฒ่าหัวงู เป็นคนวิปริตผิดศีลธรรม"สะใจเธอแล้วใช่ไหม" ลานนาพึมพำกับตัวเอง แต่ทำไมก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันถึงได้บีบตัวแน่นจนเจ็บขนาดนี้?เธอกดรีโมทเปลี่ยนช่องหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ภาพของซีคที่ถูกรุมล้อมด้วยกองทัพนักข่าวกำลังฉายอยู่บนหน้าจอ
คฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีที่เคยเป็นบ้านของลินดาในค่ำคืนนี้มันเงียบสงัดจนรู้สึกอ้างว้างและและหนาวเหน็บกว่าที่เคย ซีคนั่งอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพข้อมูลทางบัญชีของลานนา คอร์ปอเรชั่นและความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างอดีตลูกเลี้ยงสาวและกวินทร์ เขารู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่คนซื่อสัตย์ และที่สำคัญเขารู้ด้วยว่าจุดอ่อนของลานนาคืออะไร“เตรียมรถ” เขากรอกเสียงลงในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “เราจะไปพบคุณลานนาที่คอนโดของเธอเดี๋ยวนี้”ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านสุขุมวิท ลานนากำลังยืนจิบไวน์อยู่ที่ระเบียงพร้อมมองดูแสงไฟของเมืองกรุงพลางคิดถึงแผนการขั้นต่อไป แต่แล้วเสียงออดที่ประตูห้องก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับคนกดกำลังโกรธแค้นใครมาเป็นสิบปีสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อยและเมื่อเธอส่องตาแมวและเห็นว่าเป็นใคร ลานนาเพียงแค่แสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะเปิดประตูออก“มาดึกขนาดนี้ มีธุระด่วนอะไรคะคุณอา หรือว่าบริษัทกำลังจะเจ๊งจนต้องรีบมาขอส่วนบุญ”ซีคไม่ตอบแต่เขากลับแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลักประตูให้ปิดลงและล็อคกลอนทันที เขาคว้าข้อมือลานนาแล้วดันเธอจนแผ่นหลังกระแทกกั
ห้องประชุมชั้นสูงสุดของบริษัทเอสเค กรุ๊ปกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ซีคนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมในฐานะประธานกรรมการบริหาร ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขามืดดำและกดดันจนพนักงานระดับสูงแทบไม่กล้าหายใจ ความพ่ายแพ้ในค่ำคืนงานกาล่ายังคงตามหลอกหลอนเขาและสิ่งที่ทำให้เขาแทบบ้าคือรายงานตรงหน้ารายงานที่ระบุว่าบริษัทลานนา คอร์ปอเรชั่นกำลังกว้านซื้อหุ้นที่ดินในโครงการสุขุมวิทตัดหน้าบริษัทเขาไปแล้วกว่าสิบห้าเปอร์เซ็นต์“คุณลานนาและคุณกวินทร์มาถึงแล้วครับท่านประธาน” เลขาฯ รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นๆประตูห้องประชุมเปิดออกพร้อมกับร่างระหงในชุดสูทกางเกงสีขาวสะอาดตาที่ดูโก้หรูและทรงพลัง ลานนาเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเบื้องหลังเธอคือกวินทร์ที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ“สวัสดีค่ะคุณซีคหวังว่าคงไม่ต้องแนะนำตัวกันใหม่นะคะ” ลานนานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาทันทีโดยไม่ต้องรอคำเชิญซีคจ้องมองเธอไม่วางตา “ที่ดินนั่นเธอรู้ดีว่าฉันเตรียมการมาเป็นปีคุณลานนา ต้องการอะไรกันแน่”“ธุรกิจค่ะคุณซีค ไม่มีคำว่าต้องการอะไรนอกเหนือจากกำไร” ลานนาตอบพลางประสานมือวางบนโต๊ะ ท่าทางนิ่งสงบผิดกับซีคที่เหมือนภูเขาไฟก
ความเงียบที่ปกคลุมคนทั้งสามท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สนั้นน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกนด่าทอเสียอีก ซีคก้มมองมือเรียวขาวผ่องที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาวที่เขาเคยรู้จักทุกตารางนิ้ว หมายถึงตอนที่เธอยังเป็นลินดาอะนะ แต่สำหรับเธอตรงหน้าในเวลานี้เขาไม่รู้จักเธอคนนี้เลยสักนิด หญิงสาวลานนาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาช่างแตกต่างจากลินดาเด็กน้อยขี้แยคนนั้นราวกับเป็นคนละคนดวงตาสีอำพันวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะผสมกับความโหยหา เขาเอื้อมมือไปจับมือเธอช้าๆ สัมผัสนุ่มนิ่มแต่เย็นเฉียบทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ มันรุนแรงจนขนกายลุกชัน ปฏิกิริยาของคู่แห่งโชคชะตามันไม่เคยจางหายไปเลยแม้แต่นิดเดียวแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณลานนา” ซีคกัดฟันพูดพร้อมเน้นเสียงหนักที่ชื่อใหม่ของเธอ จากนั้นก็บีบมือเธอแน่นจนเกินมารยาท “มือเย็นนะ ไปอยู่ที่ไหนมาถึงได้เย็นชาขนาดนี้”ลานนาไม่สะท้านต่อแรงบีบ เธอเพียงแค่เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยิ่งกดลึกขึ้น“ปารีสค่ะ อากาศที่นั่นหนาวแต่ก็อิสระดี ไม่เหมือนที่นี่ มีแต่ความอึดอัดเหมือนมีอะไรมาคอยล่ามโซ่เอาไว้” เธอตอบกลับด้วย
ความหนาวเหน็บจากสายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่สามารถเทียบได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจของลินดา ร่างบางในชุดเดรสเปียกปอนเดินโซซัดโซเซไปตามฟุตบาทที่ทอดยาวอย่างไร้จุดหมาย แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสาดส่องกระทบร่างเธอเป็นระยะแต่ไม่มีใครสนใจจะหยุดดู เด็กสาวผู้เคยอาศัยอยู่ในหอคอยงาช้างบัดนี้ไม่ต่างอะไรกับลูกนกปีกหักที่ตกลงมาสู่พื้นดินที่เต็มไปด้วยโคลนตมคำพูดของซีคที่ไล่เธออกจากห้องยังคงดังก้องในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนเทปที่ยืดยานและบิดเบี้ยว ทุกย่างก้าวที่เดินห่างออกมาคือการตอกย้ำว่าโลกใบเดิมของเธอได้พังทลายลงแล้ว‘ภาระ... ฉันเป็นแค่ภาระ’ขาที่อ่อนล้าหมดแรงจะก้าวต่อทำเธอทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าอยู่ข้างป้ายรถเมล์เก่าๆ ในซอยเปลี่ยว เธอซุกหน้าลงกับท่อนแขนปล่อยให้เสียงสะอื้นไห้แข่งกับเสียงฟ้าผ่า ความมืดมิดรอบกายค่อยๆ กัดกินสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่น้อยนิด ถ้าเธอหายไปจากโลกนี้ตอนนี้... เขาจะรู้สึกอะไรไหมนะหรือจะแค่รู้สึกโล่งใจที่หมดภาระไปเปราะหนึ่งเอี๊ยด!เสียงเบรกของล้อรถยนต์บดกับถนนเปียกลื่นดังสนั่นตรงหน้า แสงไฟหน้ารถสว่างจ้าจนลินดาต้องหรี่ตา รูม่านตาปรับโฟกัสเห็นรถลีมูซีนสีดำคันหรูที่จอดสนิ







