LOGIN"น้อยเอ๊ย"
เสียงเรียกคุ้นเคยทำให้หน้ามอมๆ นั้นเงยขึ้นจากแปลงผักของตนเอง น้อยกำลังลงผักรอบใหม่ หนนี้ตั้งใจจะปลูกผักกาดหอมและผักกะหล่ำปลี ลูกค้าที่ซื้อผักเธอประจำให้เมล็ดพันธุ์มา สาวน้อยเริ่มลงแปลงปลูกตั้งแต่เช้า ขึ้นดินไว้หลายแปลง เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยเหงื่อ และเศษดินเศษหญ้า
"จ๋าตา"
"ทำอะไรอยู่ลูก"
ตาบุญมองหาหลานสาว นึกโล่งใจ ที่น้อยอยู่ในบริเวณเพิงพัก หมู่นี้แกเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องของหลานสาวคนเดียวมาก
กังวลจนต้องไปหาหมอรัญชน์นั่นแหละ...
"ปลูกผักจ้ะ พี่เกดเค้าให้เมล็ดพันธุ์มา"
"มาหาตาหน่อยสิลูก"
แกกวักมือเรียก น้อยปัดมือกับกางเกงเก่าๆ ที่สวมอยู่ มันเป็นกางเกงที่เธอได้รับบริจาคมาจากคนใจดีแถวๆ ละแวกนั้น ที่เรียกใช้งานให้ค่าจ้างเล็กๆ น้อยๆ น้อยเป็นขวัญใจของใครต่อใครหลายคน ที่ไม่รังเกียจเธอ เพราะนึกสงสาร และชื่นชมในความขยัน ที่ทำงานไม่หยุดของเด็กสาว
"จ้ะ"
เจ้าตัวเดินแกมวิ่งมาหาผู้เป็นตา หน้าตาแม้จะมอมแมมแต่ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ความสวยงามน่ารักซ่อนปิดไม่มิดแม้จะอยู่ในสภาพไหน เพชรก็ยังคือเพชร และน้อยก็คือเพชร ที่กำลังถูกโจรอยากขโมยหมายปอง
"กินข้าวกินปลาหรือยังลูก"
ตาของแกยังมองจ้องหลานสาว น้อยของตา...สิ่งที่ตาทำมันดีที่สุดสำหรับหนูแล้วนะลูกนะ
"กินแล้วจ้ะ เจียวไข่กินไปเมื่อเช้า"
"วันนี้มีจะไปทำงานที่ไหนไหมลูก"
"ไม่มีจ้ะ...งานหมดแล้วเมื่อวาน น้อยก็เลยปลูกผักทำแปลงผักวันนี้ พรุ่งนี้หลวงตาท่านว่าจะให้ช่วยทำความสะอาดล้างกรงหมาที่ข้างหลังวัด กับช่วยพิมพ์งาน"
เจ้าหล่อนรายงานเสียงแจ๋ว น้อยขยัน วิ่งหางานเกือบทุกวัน แลกกับเงินเล็กน้อยตามแต่ใครจ้าง เธอเอาทุกบาทมาให้ตาบุญของเธอ เก็บไว้บ้างเล็กน้อย พอซื้อขนม หรือของใช้จำเป็นของผู้หญิง น้อยไม่เคยซื้อเสื้อผ้าใหม่ หรือเครื่องประดับอะไร ทุกสิ่งมักจะมีคนให้เธอเพราะความสงสารเอ็นดู
ตาบุญหวังจะเก็บเล็กผสมน้อย ให้น้อยเรียนต่อปีหน้า ถึงจะเรียนช้ากว่าคนอื่น แต่ก็ยังดีที่ได้เรียน ครูคนหนึ่งที่เขาไปเก็บขยะบ้านเธอบ่อยๆ ก็เอ็นดูน้อย บอกว่าจะหาทุนการศึกษาให้ แผนทุกอย่างตระเตรียมไว้ เพื่ออนาคตของหลานสาว ทว่า...ทุกสิ่งจำต้องเปลี่ยนแปลงไป
นั่นก็เพราะกำนันปรุง
หลานสาวมาทรุดนั่งตรงหน้า ตาบุญมองไปทั่วร่างเล็กค่อนข้างผอมนั้น รักและอาลัยเหลือเกินหลานตา ตั้งแต่น้อยมาอยู่กับแก แกก็สุขสบายขึ้นมาก แต่ต่อนี้ไปคงจะต้องอยู่ลำพังอีกครา เพราะแกจะไปรบกวนหมอรัญชน์เพิ่มก็คงไม่ได้ ให้น้อยอยู่กับแกต่อไปก็ไม่ได้เช่นกัน
มือเหี่ยวย่นเพราะวัย เอื้อมลูบศีรษะของหลานสาว น้อยยังคงมองเขาด้วยนัยน์ตาอันเจิดจรัสไปด้วยความรัก ตาบุญพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย
"น้อยเอย เดี๋ยวเก็บผ้ากับของใช้จำเป็นเสียนะลูก"
"ทำไมละจ๊ะตา"
น้อยมองตาบุญด้วยนัยน์ตางุนงง สงสัย ตาพูดราวกับจะให้เธอไปอยู่ที่อื่น ตาบุญหลุบตามองพื้นกระดาน เพราะไม่กล้ามองหน้าหลานของแก
"ตาขายน้อยให้กับหมอรัญชน์ น้อยอย่าดื้อ อย่าซน ให้ขยันนะลูกนะ"
"ตาจ๋า ตา"
ฟังแล้วน้อยก็ตกใจจนหน้าซีด น้ำตาร่วงเผาะลงมา เธอโถมตัวเข้ากอดตาบุญ แล้วร้องไห้ ใจคอวูบโหวงเมื่อตาเอ่ยดังนั้น
"น้อยต้องไปนะลูกนะ ไปอยู่กับหมอรัญชน์"
"ทำไมละจ๊ะตาจ๋า น้อยอยากอยู่กับตา"
เสียงใสๆ นั้นสะอื้นฮัก ตาบุญเองกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ นึกดีใจที่แกใจแข็งพอ
"อยู่กับตาไม่ได้จริงๆ น้อย...มันอันตรายมากลูก น้อยต้องไปอยู่กับหมอรัญชน์ ไปรับใช้ ไปทำงานให้กับหมอรัญชน์"
น้อยซบหน้าลงกับอกของตาบุญ ร้องไห้เบาๆ เพราะรู้ว่าคงจะคัดค้านอะไรไม่ได้
ทำไม...
สาวน้อยได้แต่ถามตัวเองแบบนั้น
นกกระจิบน้อยกำลังจะบินไปสู่ปีกอันกว้างใหญ่ของอินทรี
“น้อยทางนี้ๆ”“น้อย เซ็นสมุดเฟรนชิฟให้ฉันด้วยนะ”“ถ่ายรูปกัน ยัยน้อย”น้อยหันไปทางนั้นที วิ่งไปทางโน้นที ตามคำเรียกของเพื่อนๆ สีหน้าของน้อยเต็มไปด้วยความสุข วันนี้เป็นวันมอบประกาศนียบัตรจบการศึกษาในระดับมัธยมปลาย ตอนนี้เด็กๆ กำลังพูดคุย ถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก เพราะบางคนอาจจะไม่ได้เจอะเจอกันอีกแล้ว เพราะก็ต่างแยกย้ายไปตามแนวทางของตนเองหมอรัญชน์ยืนมองน้อยที่อยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ วันนี้เขามารับเธอและมาร่วมแสดงความยินดีกับน้อย ข้างๆ ของเขาคือคุณหญิงสุดา ที่หน้าบานไม่แพ้กับน้อย กับความสำเร็จที่ท่านเป็นคนหนึ่งที่ร่วมผลักดันช่วยเหลือ “พ่อกับคุณย่าเหรอน้อย” เพื่อนคนหนึ่งที่มาไหว้ทักทายเขาและคุณหญิงสุดาเอ่ยเสียงแจ๋ว หมอรัญชน์ถึงกับหน้าตึง ส่วนคุณหญิงสุดาอมยิ้ม เอ่อน่ะ...ริจะมารักเด็กบางทีก็ต้องเจออะไรแบบนี้ล่ะตาหมอ...“อื้อ พ่อทูนหัว”น้อยตอบเสียงเบา พลางยิ้มเพื่อนคนนั้นของน้อยเป็นผู้ชายวัยรุ่น หน้าตาหล่อเหลาเลยทีเดียวล่ะ คนที่ถูกทักว่าเป็นพ่อ...แถมหวานใจยังย้ำอีกว่าเป็นพ่อทูนหัว ก็ถึงกับหน้าลั่นดังเปรี๊ยะ!โกรธขึ้นมาวูบ น้อยใจขึ้นมาวาบเขารับไหว้ไอ้เด็กนั่นอย่างเสียไม่ได้ แถม...ยังดึงแ
ถึงจะบอกคุณหญิงว่าขึ้นมานอน แต่น้อยก็นอนไม่หลับ แถมพอหัวถึงหมอน นอนหลับตาลง ก็วนเวียนแต่ภาพของผู้หญิงคนนั้นกับหมอรัญชน์ น้ำตาของน้อยไหล ไหลออกมาอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้ ว่าร้องไห้ทำไมขนาดนี้รู้แต่ว่าเจ็บเหลือเกิน...เจ็บทั้งที่ไม่โดนทำร้าย มีบาดแผลใดๆ แต่เจ็บปวดล้ำลึกจนจุกอยู่ในอก เสียงเคาะประตูดังขึ้น น้อยกัดริมฝีปาก ลังเลว่าจะไปเปิดดีไหม แต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นแล้วไปเปิดประตูห้อง เผื่อว่าอาจจะเป็นคุณหญิงสุดา“น้อย ร้องไห้ทำไม” หมอรัญชน์มองหน้าแดงก่ำ เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของน้อยก็ตกใจ เขาประคองหน้าเนียนไว้ให้มองหน้าเขา หากน้อยหลบตาเขาและรีบสั่นหน้า“น้อยไม่ได้ร้องไห้”“ไม่ได้ร้องอะไร ร้องไห้ชัดๆ” หมอหนุ่มพูดแบบนั้นน้ำตาของน้อยก็เลยไหลร่วงมาอีก น้อยสั่นหน้าแล้วพูดเสียงสั่น“น้อย...ไม่รู้ ไม่รู้สิคะ หมอปล่อยน้อยเถอะ”“โกรธฉันเหรอ...ใช่ไหม?”เห็นน้อยเสียใจ ร้องไห้เพราะการที่พิณแก้วมาเจอเขา ก็ทั้งสงสาร ทั้งใจปลื้ม สงสารที่น้อยร้องไห้ ปลื้มใจที่น้อยหึงหวงเขา“ไม่...ไม่ได้โกรธ”“แล้วร้องไห้ทำไม บอกฉันสิจ๊ะ”เขาก้มลงจูบซับน้ำตาที่คลอให้น้อย น้อยหลับตาพริ้ม หัวใจที่เหมือนถูกกรีดเจ็บแทบต
“แม่น้อย ไปแอบฟังทีสิ แม่นั่นคุยอะไรกับหมอ” คุณหญิงสุดาว่า หากน้อยสั่นหน้าแล้วยิ้มแหย ตามองไปยังคนข้างนอกที่พอมองเห็นได้เพราะแสงไฟเปิดไว้สว่าง แต่ยิ่งมอง...ใจของสาวน้อยก็หดห่อ จนต้องเมินหนีทำไมมันเจ็บ...ทำไมมันเหมือนจะหายใจไม่ออกน้อยรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ตั้งแต่รู้น้อยก็แทบไม่อยากมองหน้าหมอเลยสักนิด อาการที่น้อยเป็นเรียกว่าอะไรกันหนอ ผู้หญิงคนนี้ที่ทำให้หมอรัญชน์ทิ้งความสะดวกสบายมาทำงานไกลถึงนี่ น้อยรู้ เพราะตอนไปอยู่กับคุณหญิงสุดา มีคนเล่าเรื่องของพิณแก้วให้น้อยฟัง ยิ่งมาเห็นคนที่เคยเป็นภรรยาหมอแล้ว น้อยก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับการไปยืนแทนที่ผู้หญิงคนนี้เลย“อะไร...นี่ไม่หวงหมอสักนิดหรือ”คุณหญิงสุดาว่า แล้วลอบมองหน้าน้อย น้อยก้มหน้างุด เห็นว่าแอบปาดน้ำตาด้วย ก่อนจะสั่นหน้า...แล้วเอ่ยเสียงเครือ“เอ่อ...น้อยง่วง ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ถ้าคุณหญิงมีอะไรก็ไลน์เข้าไปได้นะคะ น้อยนอนตื่นไวค่ะ”ว่าแล้วก็เดินก้มหน้าก้มตาไปยังชั้นสอง ทิ้งให้ท่านมองตามอย่างเป็นห่วง สลับกับมองเหตุการณ์ด้านนอกไปด้วยห่วงคนข้างนอกก็ห่วง ว่าจะกลับไปใจอ่อนกับแม่ลูกสะใภ้มหาภัยนั่นอีกหน หมอรัญชน์จ
หมอรัญชน์ไม่ได้สังเกตว่ามีรถคันหนึ่งขับตามเขามา จนเขามาจอดรถที่หน้าบ้านเพื่อจะไขประตูรั้วเอารถไปจอด รถคนนั้นจอดต่อรถของเขา มันเป็นรถหรูราคาแพง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ทำให้หมอรัญชน์ขมวดคิ้วน้อยๆ และแล้วคนที่ลงมาจากรถ ก็เฉลยบอกว่าใครกันที่ตามเขามาหล่อน...ทำให้เขาชะงัก ก่อนจะตีหน้านิ่งขรึม “พี่หมอขา...คิดถึงจังเลย”พิณแก้วทำท่าจะถลาเข้ามากอดเขา ทำราวกับว่ารอรับเขากลับบ้านเมื่อตอนแรกช่วงแต่งงานกันใหม่ๆ ก็ไม่ปาน ไม่เหมือนว่าเธอกับเขาหย่าร้างกันด้วยความร้าวฉาน แถมเธอยังปล้นเขาไปแทบหมดตัว“คุณพิณแก้ว มีธุระอะไรกับผมหรือครับ?”พิณแก้วถึงกับชะงัก เบรกอาการวิ่งถลาหาเขาไว้ในทันที เมื่อเขายืนกอดอก ราวกับจะปกป้องตัวเอง แถมยังเขยิบเข้าไปในประตูเล็กในบ้าน เอ่อ...ถึงกับปิดประตูใส่หน้าเธออีกต่างหาก“พี่หมอ ทำไมทำแบบนี้ละคะ” พิณแก้วไม่คิดว่าจะได้รับการต้อนรับแบบนี้ ทำเสียงอ่อย หมอรัญชน์ที่ตอนนี้ ประจักษ์แก่ใจตนแล้วว่า ตะกอนความอาลัยใดๆ กับผู้หญิงคนนี้อีกต่อไปแล้ว หมอรัญชน์กระแอม รู้ว่าทำเกินไป แต่...ก็ไม่เกินไปหรอกน่ะ “มีธุระอะไรกับผมหรือครับ”เขายังคงย้ำประโยคเดิม เหินห่าง แถมโคตรสุภาพ...“ขอ
“วันนี้หมอเข้าเวรเช้า กลับมาช่วงค่ำ”คุณหญิงสุดาแอบโทรเช็คเวลากลับของลูกชาย หันมามองน้อยยิ้มๆ สองสาวต่างวัย เข้ามาในบ้านพักแพทย์ของหมอรัญชน์ โดยที่เจ้าของไม่รู้ว่ามีแขกมาเยือน คงจะกำลังทำงานอยู่อย่างแข็งขัน น้อยเดินสำรวจรอบบ้าน อย่างเคยชิน แล้วเริ่มหยิบจับ ทำความสะอาด คุณหญิงสุดายืนมองคนตัวเล็กกุลีกุจอทำงานบ้านด้วยสายตารักใคร่ ท่านพาน้อยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ แต่เช้า มาถึงที่สระบุรีก็เกือบเที่ยง ก่อนมาที่บ้านพักแพทย์ คุณหญิงพาน้อยแวะไหว้ตาบุญก่อนที่วัด น้อยดีใจจนน้ำตาคลอ น้อยขอแวะซื้ออาหารสุนัขจำนวนหนึ่งไปฝากป้าอ้าย ที่ช่วยดูแลเลี้ยงเจ้าหมาสองตัวของตาบุญ แวะเยี่ยมเยือนพูดคุยกับคนที่เคยรู้จัก การได้พูดคุยกับคนที่เคยอยู่ดูแลน้อย ให้งานน้อย ทำให้คุณหญิงสุดายิ่งรู้สึกว่าท่านเลือกคนไม่ผิดหรอก อ้อ...หรือต้องพูดอีกทีว่า หมอรัญชน์ตาแหลมจริงๆ หนนี้ ถึงจะยังเด็กไปนิดก็เถอะท่านมองข้ามเรื่องนี้ไปแล้ว ช่องว่างระหว่างวัยของลูกชายและน้อย ท่านมองเห็นแต่ความรักที่คนทั้งคู่มอบให้กัน ตัวพ่อลูกชายนี้ไม่ต้องถามกันให้มาก ว่าคิดอย่างไรกับน้อง หูตา กิริยา เปิดเผยโล่งโจ้งแบบที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวล่ะมั้ง
คืนนั้นตอนแรกหมอรัญชน์คิดจะย่องเป็นแมวขโมย แอบไปนอนในห้องน้อย ทว่า...คุณหญิงสุดากลับดับฝันเขา ด้วยการกลับมาบ้านในคืนนั้น เพราะท่านเห็นว่า ปล่อยลูกชายให้มีความสุขมามากล่ะ แต่ไม่รู้เลยว่า จริงๆ แล้วหมอรัญชน์ยังไม่ได้ทำอะไรน้อยเลยนอกจากบทเรียนก่อนวิวาห์นิดๆ หน่อยๆ เรียกได้ว่าคอตกเลยล่ะเมื่อเห็นหน้าท่าน คุณหญิงสุดาที่กลับมาในเวลาเกือบสามทุ่ม เจอะลูกชายตอนกำลังจะเปิดห้องน้องพอดี ก็ถลึงตาใส่หมอรัญชน์ ที่เอามือออกจากลูกบิด แล้วแกล้งทำเป็นละเมอ เดินกลับไปยังห้องตัวเอง “มันร้ายจริงๆ ตาหมอนี่” คุณหญิงบ่นอุบอิบ ท่านยืนเฝ้าอีกพัก ให้แน่นอนว่าแมวตัวโตจะไม่กล้ากลับมาขโมยของรักแน่ล่ะคืนนี้ จึงกลับไปที่ห้องของตนเอง ที่อยู่ตรงกันข้ามกับห้องของน้อยแม่นะแม่...กลับมาช้าหน่อยก็ไม่ได้วันต่อมาจึงกลายเป็นกิจกรรมของครอบครัว คุณหญิงเอ่ยชวนลูกชายของเธอและน้อยไปไหว้พระกัน สองหนุ่มสาวจึงได้แต่มองตากัน แอบแตะต้องกันนิดๆ หน่อยๆ เพราะคุณหญิงสุดาประกบน้อยตลอดเวลา เห็นมองกันตาเชื่อมขนาดนั้น ก็คิดกระหยิ่มในใจ ว่าอีกไม่นานก็คงจะได้อุ้มหลานล่ะ ถึงแม่น้อยจะเด็กไปหน่อย แต่ก็เชื่อว่าจะทำให้ลูกชายของเธอมีความสุข และเ







