เข้าสู่ระบบมีเรียส่ายหน้าเบา ๆ แต่รอยยิ้มยังค้างอยู่ตรงมุมปาก มาร์คเห็นมันชัดเจน และนั่นทำให้เขาใจเย็นลงเล็ก
คำถามนั้นไม่ได้มีความโกรธมันกลับเบาจนฟังแล้วเจ็บกว่าเดิมคณิณสูดลมหายใจเข้า “ฉันแค่ต้องการเวลา”“เวลาเพื่ออะไร”“เพื่อจัดการความรู้สึกตัวเอง”“เพราะมีเรีย?”คณิณไม่ได้ตอบมาร์คหัวเราะออกมาอีกครั้ง ก่อนเดินถอยห่างไปสองก้าว“ฉันนี่โง่จริง ๆ”“นายไม่ได้โง่”“ฉันนั่งหึงนายกับเธออยู่ทุกวัน ทั้งที่ยังคิดว่ามันคงไม่มีอะไร”เขาหันกลับมามอง“แล้วตอนนี้นายกำลังจะบอกว่า ฉันควรคิดว่ามีอะไรใช่ไหม”คณิณรู้ดีว่าถ้ายังเงียบต่อ มาร์คจะยิ่งเจ็บ แต่เขาก็ยังไม่พร้อมพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเองกับมีเรียตรง ๆ“ฉันไม่อยากโกหกนาย”มาร์คนิ่งประโยคสั้น ๆ นั้นเพียงพอจะทำให้คำตอบทุกอย่างชัดขึ้นโดยไม่ต้องพูดต่อเขาหันหน้าหนีทันทีความเงียบกินเวลานานหลายวินาที ก่อนมาร์คจะพูดออกมาโดยยังไม่มองอีกฝ่าย“ออกไปเจอเธอ พูดกับเธอ ยิ้มให้เธอ ทุกอย่างทำได้ แต่พอเป็นฉัน นายต้องใช้เวลา”คณิณมองแผ่นหลั
คณิณกลับถึงคฤหาสน์เกือบเที่ยงคืน บ้านทั้งหลังเงียบลงไปมากแล้ว เหลือเพียงแสงไฟตามโถงทางเดินกับเสียงนาฬิกาเรือนใหญ่ซึ่งเดินเป็นจังหวะอยู่ตรงห้องรับแขก เขาเดินขึ้นบันไดด้วยความเหนื่อยทั้งจากการเดินทางและเรื่องที่พบในต่างจังหวัด ภาพบ้านเก่าของพิมพ์พรรณ คำบอกเล่าของเพื่อนบ้าน และข้อสันนิษฐานเรื่องรินรดายังวนอยู่ในหัวไม่หยุด แต่สิ่งที่หนักไม่แพ้กันคือภาพที่ร้านอาหารเมื่อเย็นมือของมาร์คที่จับมือมีเรียไว้สายตาของมีเรียที่มองเขาและความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นตอนเห็นคนสองคนนั้นอยู่ใกล้กันคณิณเปิดประตูห้องตัวเอง ตั้งใจว่าจะอาบน้ำแล้วนอนโดยไม่คิดอะไรต่อ แต่ไฟในห้องกลับสว่างขึ้นทันทีที่เขาเดินเข้าไปมาร์คนั่งอยู่บนโซฟาริมหน้าต่างคณิณหยุดฝีเท้า “นายเข้ามาได้ยังไง”“ประตูไม่ได้ล็อก”“แล้วเข้ามาทำไม”คำถามนั้นเรียบเกินไปจนมาร์คขมวดคิ้ว เขาลุกขึ้นช้า ๆ แล้วเดินเข้าไปใกล้ “ฉันรอนาย”คณิณถอนหายใจ วางกุญแจรถลงบนโต๊ะ “ถ้ามีเรื่องงาน พรุ่งนี้ค่อยคุยได้ไหม ฉันเหนื่อย”“ไม่ใช่เร
คำว่า เมีย ถูกเน้นชัดเจนคณิณมองมือของมาร์คที่วางอยู่ด้านหลังมีเรีย ก่อนเบือนสายตาไปอีกทางมาร์คเห็นและบางอย่างในอกยิ่งร้อนขึ้น“คุยอะไรกัน”“เรื่องงานค่ะ”“งานอะไร”มีเรียถอนหายใจ “มาร์ค”“ถามเฉย ๆ”คณิณเป็นฝ่ายพูด “เรื่องที่ผมไปต่างจังหวัด”“แล้วทำไมคุยกับฉันไม่ได้”“เพราะตอนนี้ยังไม่พร้อม”“กับฉันไม่พร้อม แต่กับเธอพร้อม?”คำถามนั้นทำให้บรรยากาศบนโต๊ะเปลี่ยนทันทีมีเรียหันมองสามี “พอค่ะ”“ผมพูดผิดตรงไหน”คณิณเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ “เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับมีเรียโดยตรง”คำตอบนั้นยิ่งทำให้มาร์คชะงัก“เกี่ยวกับเธอยังไง”คณิณไม่ตอบมีเรียเองก็ไม่พูดความเงียบจากคนสองคนตรงหน้าเหมือนกำแพงที่สร้างขึ้นพร้อมกันมาร์คมองซ้ายทีขวาที ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ“ดี”เขาพยักหน้าเหมือนรับรู้บางอย่
มีเรียส่ายหน้าเบา ๆ แต่รอยยิ้มยังค้างอยู่ตรงมุมปาก มาร์คเห็นมันชัดเจน และนั่นทำให้เขาใจเย็นลงเล็กน้อยอย่างน่าหงุดหงิด เพราะช่วงหลังเขาเริ่มรู้แล้วว่าอารมณ์ของตัวเองถูกเธอควบคุมได้ง่ายแค่ไหน เพียงมีเรียยิ้ม ความหงุดหงิดหลายอย่างก็เบาลงอย่างไร้เหตุผลหลังอาหารเช้า มาร์คตั้งใจจะออกไปบริษัทพร้อมเธอ แต่มีเรียปฏิเสธเพราะมีนัดด้านนอก ชายหนุ่มไม่ได้ฝืน เพียงถามเวลาเลิกงานและย้ำว่าจะไปรับหากเธอกลับดึก“คุณไม่ต้องมารับฉันทุกวันก็ได้ค่ะ”“ผมอยากรับ”“แล้วงานคุณล่ะ”“เลขาผมมีไว้ทำงาน ไม่ได้มีไว้ตามผมกลับบ้าน”ประโยคนั้นฟังดูเหมือนพูดธรรมดา แต่มีเรียรู้ดีว่าเขาตั้งใจให้เธอได้ยินอะไร จึงมองหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบเพียง “ตามใจค่ะ”มาร์คยิ้มเหมือนชนะอะไรบางอย่าง ทั้งที่จริงไม่ได้มีใครแข่งกับเขาเลยช่วงสายที่บริษัท งานของมาร์คแน่นกว่าปกติ รินรดาพยายามทำหน้าที่อย่างไร้ที่ติจนไม่มีช่องให้ตำหนิ เธอไม่พูดเรื่องมีเรียอีก ไม่แสดงท่าทีเกินขอบเขต และรักษาระยะห่างอย่างพอดีจนแม้แต่มาร์คยังรู้สึกว่าคำเตือนวันก่อ
“แม่เขาเลี้ยงเองเป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร มีคนส่งเงินมาให้ตลอด บ้านหลังนั้นก็ไม่ใช่ของพิมพ์พรรณเองด้วยซ้ำ”“ของใครครับ”หญิงชราส่ายหน้า “ไม่รู้ชื่อ แต่เป็นผู้ชายจากกรุงเทพฯ รถดี ๆ มาทีหนึ่งคนทั้งซอยเห็น เขามาหลายปี ตั้งแต่เด็กคนนั้นยังเล็ก”หัวใจคณิณเต้นแรงขึ้น“จำหน้าผู้ชายคนนั้นได้ไหมครับ”“แก่กว่าพิมพ์พรรณพอสมควร แต่งตัวดี เหมือนคนมีเงิน”“ชื่อปรเมศหรือเปล่า”หญิงชรานิ่งไปทันทีความเงียบนั้นมีคำตอบอยู่แล้วคณิณจึงหยิบรูปเก่าของปรเมศขึ้นจากโทรศัพท์แล้วยื่นให้ดูหญิงชรามองเพียงครู่เดียว สีหน้าก็แข็งขึ้น“ใช่”คำเดียวทำให้ทุกอย่างชัดขึ้นหลายส่วน“เขาเป็นพ่อรินรดาหรือครับ”หญิงชรามองซ้ายขวา ก่อนลดเสียงลง“คนแถวนี้ก็พูดกันแบบนั้น แต่ไม่เคยมีใครเห็นเขายอมรับต่อหน้า เวลามา เขาก็เข้าบ้านตอนค่ำ ๆ ไม่ค่อยให้ใครรู้”คณิณกำโทรศัพท์แน่นข้อมูลทั้งหมดที่มีเรียสงสัยเริ่มต่อกันเป็นภาพรินรดาไม่ใช่เพียงผู้หญิงที่ปรเมศรู้จักเธอคือเลือดเนื้อของเขาจริง ๆและถ้าเป็นอย่างนั้น การส่งเธอเข้ามาอยู่ข้างมาร์คย่อมไม่มีทางเป็นเรื่องบังเอิญ“แล้วบ้านหลังนี้มีคนเข้ามาเมื่อเร็ว ๆ นี้ไหมครับ”หญิงชราพยักหน้า
มีเรียชะงักมาร์คยื่นมือไปช่วยจัดปกเสื้อที่พับเข้าไปด้านในให้เธออย่างไม่รีบร้อน การกระทำเล็กน้อยกลับทำให้หญิงสาวนิ่งไป เพราะเขาทำเหมือนเป็นเรื่องธรรมชาติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้ชายคนนี้แทบไม่เคยใส่ใจรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับเธอ“อย่างน้อยถ้าคุณหึง ผมก็จะได้รู้ว่าตัวเองยังพอมีความสำคัญอยู่บ้าง”มีเรียมองหน้าเขา ก่อนยกมุมปาก “พูดเหมือนน่าสงสารเลยนะคะ”“คุณใจร้ายกับสามีตัวเองเกินไปหรือเปล่า”“เมื่อคืนใครจูบฉันเพราะหึงคณิณอยู่คะ”มาร์คเงียบไปหนึ่งอึดใจ ก่อนตอบหน้าตาย “จำไม่ได้”“โกหก”“งั้นก็ถือว่าผมเมา”“เมานิดเดียว แต่ปากเก่งมาก”“แล้วคุณก็ไม่ได้ผลักผมออกจริงจังด้วย”คราวนี้มีเรียรีบถอยออกห่างทันที “ไปกินข้าวค่ะ ก่อนฉันจะเปลี่ยนใจ”มาร์คหัวเราะแล้วเดินตามเธอลงไปชั้นล่าง ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่เหมือนกำลังเปลี่ยนจากสนามรบเป็นเกมบางอย่างที่ไม่มีใครยอมประกาศชื่อให้ชัด แต่ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าระยะห่างกำลังลดลงทุกวันโต๊ะอาหารเช้านั้นมีที่นั่งว่างอยู่หนึ่งตัวมาร์คเหลือบมองเป็นครั้งที่สองก่อนถามแม่บ้าน “คณิณยังไม่กลับ?”“ยังค่ะคุณมาร์ค”มือที่กำลังตักกาแฟหยุดไปนิดหนึ่งมีเรียรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร







