Accueil / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 27 — กระบี่ที่ไม่ยอมเป็นกุญแจ

Partager

บทที่ 27 — กระบี่ที่ไม่ยอมเป็นกุญแจ

last update Date de publication: 2026-10-19 19:04:57

เสียงจากปากเซี่ยจิ้งเหิงยังไม่ทันจาง หลิงยวนก็ถอยพ้นวงอักขระใต้เท้า

เส้นสีเงินบนพื้นสว่างตามเขา

มันเคลื่อนเข้าหาปลายรองเท้าราวกับรากไม้กำลังหาน้ำ

“อย่าเหยียบร่องด้านซ้าย” เยี่ยจื้อหยวนกล่าวทันที “มันกำลังรับปราณจากเจ้า”

หลิงยวนกดลมหายใจ ลดปราณที่แผ่ออกจากร่างจนเหลือเพียงพอประคองตนเอง

แสงบนพื้นอ่อนลง

หลังประตูสำริด เสียงหัวเราะหยุดไปชั่วขณะ

เซี่ยจิ้งเหิงยกแขนสีเทาขึ้นอย่างกระตุก ดวงตาข้างหนึ่งยังเต็มไปด้วยความโกรธ แต่อีกข้างกลับมองหลิงยวนด้วยความสนใจที่ไม่เหมือนมนุษย์

“เจ้าหนีมาได้นานนัก“

หลิงยวนไม่ได้ตอบคำพูดนั้น

เขามองเส้นบางซึ่งทอดจากหลังคอเซี่ยจิ้งเหิงไปยังรอยแยก ก่อนเลื่อนสายตาลงสู่แท่นควบคุม

รากของเส้นทั้งหมดไม่ได้อยู่ในร่างคน

มันรวมกันตรงฝ่ามือสีเทาที่เซี่ยจิ้งเหิงยังวางค้างบนขอบแท่น

“ท่านตรวจกลไกประตู ข้าจะกันเขาไว้”

เยี่ยจื้อหยวนพยักหน้าแล้วเคลื่อนไปตามผนัง

เซี่ยจิ้งเหิงหันตามทันที

แขนสีเทาสะบัดออก เส้นดำสามสายพุ่งตัดอากาศ

หลิงยวนก้าวเข้าขวาง ใช้คมกระบี่ตัดสายแรก แล้วพลิกฝักรับอีกสองสายลงพื้นหิน เสียงแตกดังลั่น เศษหินกระเด็นขึ้นถึงชายเสื้อ

เขาไม่ส่งปราณเข้าปะทะกับมัน

ทุกครั้งที่เงาดำเข้าถึงตัว คมเหล็กจะเบี่ยงออกเพียงเล็กน้อย รอให้แรงพ้นแนวแล้วจึงตัดส่วนที่ยืดออกมา

เซี่ยจิ้งเหิงถอยหนึ่งก้าว

เลือดสีเข้มซึมจากมุมปาก

“เจ้าคิดว่ากระบี่ธรรมดาจะทำอะไรข้าได้”

หลิงยวนมองไหล่ขวาซึ่งขยับช้ากว่าแขนสีเทาครึ่งจังหวะ

“ร่างเจ้ายังเป็นมนุษย์”

เขาเข้าประชิด

ฝักกระบี่กระแทกข้อพับเข่า เซี่ยจิ้งเหิงเสียหลักลงกับแท่น ก่อนปลายคมจะหยุดตรงลำคอ

แต่เงามือจากหลังประตูกลับยืดออกมา

มันไม่ได้ช่วยคนที่ล้ม

มันคว้าข้อมือหลิงยวน

⸻

ความเย็นแทงผ่านแขนขึ้นถึงอก

รอยแผลเก่าใต้แขนเสื้อสว่างวาบ วงอักขระบนพื้นตอบรับทันที เส้นสีเงินแล่นจากเท้าหลิงยวนตรงไปยังฐานประตู

เยี่ยจื้อหยวนหันกลับมา

“ปล่อยกระบี่!”

หลิงยวนคลายนิ้วโดยไม่ลังเล

กระบี่หล่นจากมือ เขาหมุนตัวตามแรงดึง ใช้ไหล่กระแทกขอบแท่น ก่อนดึงแขนพ้นแนวเงามือได้เพียงนิดเดียว

เยี่ยจื้อหยวนปักแผ่นทองแดงลงในร่องพื้น

แสงสีขาวตัดผ่านวงอักขระ

เงามือชะงัก

หลิงยวนถอนข้อมือออก แล้วเตะด้ามกระบี่ให้ลอยกลับเข้ามืออีกข้าง

รอยต่อของประตูกว้างขึ้น

เสียงหินเสียดสีกันดังจากใต้ฐาน

เซี่ยจิ้งเหิงหัวเราะหอบ ๆ

“เห็นหรือไม่ มันต้องการเจ้า”

หลิงยวนถอยกลับไปยืนบนพื้นส่วนที่ไม่มีอักขระ

เลือดหยดหนึ่งตกจากปลายนิ้ว

เขาฉีกชายผ้าด้านในมาพันข้อมือ กดแผลไว้แน่นก่อนมองเยี่ยจื้อหยวน

“ทางนั้นใช้ไม่ได้”

อีกฝ่ายมองแผ่นทองแดงซึ่งเริ่มแตกร้าว

“ข้ารู้แล้ว”

“มีทางใดอีก”

เยี่ยจื้อหยวนหันกลับไปตรวจเสาหิน

คราวนี้เขาไม่ได้มองร่องสำหรับผู้ประคองด้านนอก แต่เลื่อนโคมขึ้นไปเหนือศีรษะ

ระหว่างเสาทั้งสองมีคานสำริดขนาดใหญ่ยกค้างอยู่

กลไกที่ควรยึดมันไว้ถูกลิ่มเหล็กใหม่ตอกขวาง

“ประตูนี้เคยปิดได้ก่อนมีเจ้าหรือเด็กคนนั้น”

เขาพูดช้า ๆ ขณะตรวจแนวคาน

“กลไกเดิมยังอยู่ เซี่ยจิ้งเหิงเพียงยกมันออกจากตำแหน่ง”

หลิงยวนมองลิ่มเหล็กทั้งสามตัว

แล้วกดป้ายส่งสัญญาณเรียกผู้อาวุโสด้านบน

⸻

ที่ชิงเสวียน เยว่ซีกำลังช่วยเปลี่ยนผ้าปูเตียงเมื่อความเย็นแล่นผ่านแขน

ผ้าในมือหล่นลงพื้น

นางจับข้อมือตนเองทันที

กำไลทองแดงสว่างเพียงครู่เดียวแล้วดับ แต่ความเจ็บบางเบายังอยู่ลึกลงไปใต้ผิว

เสี่ยวถังรีบเข้ามาประคอง

“ได้ยินเสียงอีกหรือ”

“ไม่ใช่”

เยว่ซีมองประตูเรือนโอสถ

“เรียกอาจารย์เสิ่นให้ข้าที”

นางไม่ได้วิ่งไปหาห้องส่งข่าว ไม่ได้พยายามดึงพลังออกมาตามความรู้สึกที่แล่นเข้ามา

หลิงยวนเคยบอกว่าผนึกเชื่อมถึงกัน

แต่การรู้ว่าเขาเจ็บไม่ได้ทำให้นางรู้ว่าต้องช่วยอย่างไร

เสิ่นซูเหอมาถึงอย่างรวดเร็ว ตรวจชีพจรแล้วพานางไปนั่งข้างฐานผลึกที่ใช้ฝึกตามปกติ

“ผนึกถูกรบกวนจากด้านผู้ผนึก พลังของเจ้ายังสงบอยู่”

“ข้าทำอะไรได้บ้างเจ้าคะ”

“พักการใช้ปราณ อย่าให้เขาต้องรับแรงเพิ่มจากทางนี้”

เยว่ซีพยักหน้า

คำตอบมีเพียงเท่านั้น

นางวางฝ่ามือลงบนตัก ค่อย ๆ คลายนิ้วที่เกร็งจนเจ็บ

“ขอให้คนส่งข่าวถามอาการเขาได้หรือไม่”

“ได้”

เสิ่นซูเหอเรียกศิษย์เวรไปตามผู้ดูแลหอส่งข่าว แล้วนั่งลงข้างนาง

เยว่ซีมองฐานผลึกซึ่งไม่มีแสง

ครั้งนี้การอยู่เฉย ๆ ยากกว่าตอนฝึกเสียอีก

⸻

โซ่เหล็กสองเส้นถูกส่งลงมาจากทางขึ้น

ผู้อาวุโสฝ่ายอาคมคล้องมันผ่านห่วงบนคานสำริด ขณะที่ศิษย์ด้านบนตรึงปลายอีกด้านกับเสาหินนอกห้อง

เยี่ยจื้อหยวนวางม่านกั้นรอบรอยประตูเพื่อรับแรงสะท้อน

หลิงยวนยืนคุมเซี่ยจิ้งเหิงอยู่หน้าแท่น

“หากคานลงมาได้ ประตูจะปิดหรือไม่” เขาถาม

“ต้องเอาสิ่งที่ขวางรอยต่อออกก่อน”

นิ้วสีซีดยังเกาะอยู่ด้านใน

และเส้นดำจากร่างเซี่ยจิ้งเหิงยังทอดผ่านช่องนั้น

คนถูกคุมตัวได้ยินทุกคำ

“ข้าช่วยถอนพันธะได้”

หลิงยวนมองเขา

“ถอน”

“ให้ข้าออกไปก่อน”

“เจ้าถอนได้จากตรงนี้”

เซี่ยจิ้งเหิงเหลือบมองทางขึ้น

ปลายกระบี่ขยับตามสายตานั้นทันที

สีหน้าของเขาค่อย ๆ แข็งกร้าวขึ้น

“เจ้าจะจับข้ากลับไปให้คนเหล่านั้นตัดสินหรือ คนที่เมื่อวานยังกราบขอบคุณข้าเพราะได้ข้าวคนละชาม?”

“ลุกขึ้น”

หลิงยวนไม่ต่อปากคำ

เซี่ยจิ้งเหิงยันตัวลุก มือข้างปกติแตะขอบแท่นคล้ายประคองน้ำหนัก

แต่ปลายนิ้วกลับกดลงในช่องเล็กด้านใต้

เยว่ซีไม่ได้อยู่ที่นี่

เขาจึงเลือกทำสิ่งที่ยังทำได้

พื้นใต้เยี่ยจื้อหยวนเปิดออก

หลิงยวนสะบัดฝักกระบี่เข้าขวางเฟืองทันที เสียงโลหะบดดังลั่น พื้นหินค้างอยู่ครึ่งทาง เยี่ยจื้อหยวนก้าวพ้นช่องได้ก่อนฝักกระบี่จะร้าว

ในจังหวะเดียวกัน เซี่ยจิ้งเหิงพุ่งเข้าหาประตู

ไม่ใช่ทางหนี

เขายกแขนสีเทาหมายกดลงบนรอยแยกอีกครั้ง

“รับข้าไป!”

เส้นดำหลังคอตึงขึ้น

หลิงยวนเข้าถึงตัวจากด้านข้าง

คมกระบี่ฟันผ่านแขนสีเทาก่อนฝ่ามือนั้นแตะประตู

เสียงร้องดังสะท้อนทั้งห้อง

แขนที่ขาดออกถูกเงามือคว้ากลับเข้าไปทันที หลิงยวนลากเซี่ยจิ้งเหิงออกห่างจากแท่น แล้วกดจุดห้ามเลือดก่อนรัดต้นแขนด้วยสายผนึก

เซี่ยจิ้งเหิงดิ้นจนตัวงอ

เส้นดำหลังคอขาดตามมา

คราวนี้เสียงที่ออกจากปากเป็นของเขาเพียงคนเดียว

⸻

นิ้วในรอยประตูเริ่มถอนกลับ

ผู้อาวุโสฝ่ายอาคมตะโกนให้คนด้านบนดึงโซ่

คานสำริดยกพ้นลิ่มตัวแรก

หลิงยวนกระโดดขึ้นบนแท่น ใช้คมกระบี่ตัดหัวลิ่มที่โผล่ออกมา ก่อนเยี่ยจื้อหยวนจะกระแทกส่วนที่เหลือหลุดจากร่อง

ตัวที่สองตามออกมาอย่างรวดเร็ว

แต่ลิ่มตัวสุดท้ายมีสายอาคมพันอยู่

ทันทีที่มันขยับ ความเย็นจากประตูก็พุ่งขึ้นไปตามโซ่

ศิษย์ด้านบนร้องลั่น

“ปล่อยเส้นขวา!” ผู้อาวุโสสั่ง

โซ่กระแทกพื้น คานเอียงลงด้านหนึ่ง

หลิงยวนย่อตัวมองแนวลิ่ม เขาไม่ส่งปราณไปจับมัน เพียงถอดเข็มขัดผ้าออก คล้องส่วนที่โผล่พ้นร่องแล้วดึงให้ตึง

เยี่ยจื้อหยวนเห็นทันทีว่าเขาต้องการทำอะไร

แผ่นทองแดงที่แตกร้าวถูกกดคั่นสายอาคมไว้

“ตอนนี้”

หลิงยวนออกแรงดึง

ลิ่มเหล็กหลุดพร้อมเสียงกรีดจากหลังประตู

เขาทิ้งผ้า กระโดดลงจากแท่น

“ปล่อยคาน!”

โซ่คลายจากด้านบน

คานสำริดตกลงด้วยน้ำหนักของมันเอง กระแทกสลักทั้งสองข้างจนพื้นห้องสะเทือน

ประตูขยับเข้าหากัน

นิ้วสีซีดข้างหนึ่งยื่นออกมาอีกครั้ง หลิงยวนตัดมันตรงรอยต่อ ก่อนถอยพ้นแนวแรงปะทะ

บานสำริดปิดสนิท

เสียงทั้งหมดขาดหาย

หลิงยวนยืนหอบอยู่หน้าแท่น กระบี่ในมือหยดของเหลวสีดำลงบนหิน เขาใช้ยันต์ห่อคมกระบี่ไว้ ไม่ปล่อยให้หยดต่อไป

เยี่ยจื้อหยวนรีบตรวจคานและฐานประตู

ใต้สลักเก่า อักขระที่ถูกกดทับมานานเริ่มสว่างขึ้นทีละตัว

“กลไกเดิมทำงานแล้ว”

ไม่มีใครส่งเสียงยินดี

ทุกคนยังมองรอยต่ออยู่

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดลอดออกมา ผู้อาวุโสจึงค่อย ๆ ลดมือที่ประคองม่านกั้น

หลิงยวนหันกลับไปหาเซี่ยจิ้งเหิง

ชายผู้นั้นนั่งพิงฐานแท่น ใบหน้าซีดเผือด แขนที่เหลือสั่นจนกำชายเสื้อไม่ได้

เขายังมีชีวิต

และครั้งนี้ไม่มีผู้ติดตาม ไม่มีรถม้า ไม่มีธงเมตตารอรับอยู่ด้านนอก

⸻

ก่อนออกจากห้อง พวกเขาผนึกกลไกควบคุมใหม่ทั้งหมด

เยี่ยจื้อหยวนจะอยู่ร่วมกับกำลังเสริมเพื่อตรวจประตู ส่วนผู้อาวุโสฝ่ายอาคมผลัดเวรกับสำนักพันธมิตรเฝ้าแนวภูเขา

ปิดประตูได้ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เล็ดลอดออกมาก่อนหน้านี้หายไปแล้ว

ป่ายังต้องตรวจ

สายแร่ยังต้องถอนสิ่งที่ถูกฝังไว้

แต่ปราณจากหลังประตูหยุดไหลเข้าสู่แผ่นดินแล้ว

หลิงยวนส่งข้อความกลับชิงเสวียนด้วยตนเอง

ประตูปิด เซี่ยจิ้งเหิงถูกควบคุมตัว ข้าบาดเจ็บที่ข้อมือและใช้ปราณมาก ยังเดินทางกลับได้

เขามองข้อความครู่หนึ่ง ก่อนเติมอีกบรรทัด

อย่ารออยู่หน้าประตู ให้รอที่เรือนโอสถ

เมื่อส่งออกไปแล้ว เขาจึงนั่งลงบนขั้นหิน รับยาจากถุงด้านซ้ายมากินต่อหน้าผู้อาวุโส

อีกฝ่ายมองเขาอย่างประหลาดใจ

“ข้าเพิ่งจะเตือนเจ้า”

หลิงยวนเก็บขวดยา

“มีคนเตือนไว้แล้ว”

⸻

เยว่ซีอ่านข่าวสองครั้ง

ครั้งแรกอ่านหาคำว่า กลับ

ครั้งที่สองจึงอ่านคำว่า บาดเจ็บ

“ข้อมือข้างไหนเจ้าคะ”

ศิษย์ส่งข่าวส่ายหน้า

“ไม่ได้ระบุ”

นางพยักหน้าแล้วส่งกระดาษให้อาจารย์ฉิน

“ช่วยเตรียมผ้าพันแผลทั้งสองข้างเถิดเจ้าค่ะ”

อาจารย์ฉินรับไปอ่าน ก่อนถอนหายใจ

“อย่างน้อยคราวนี้ก็ยอมบอกก่อนมาถึง”

เสี่ยวถังยกเก้าอี้มาตั้งข้างหน้าต่าง

เยว่ซีมองอย่างสงสัย

“เจ้าจะยืนเดินไปเดินมาจนพื้นสึก ข้าจึงเตรียมที่ให้”

“ข้าไม่ได้เดินมากขนาดนั้น”

เพื่อนชี้รอยเท้าฝุ่นบนพื้น

เยว่ซีก้มมอง แล้วนั่งลงโดยไม่เถียงต่อ

⸻

ขบวนกลับถึงชิงเสวียนยามบ่าย

เซี่ยจิ้งเหิงถูกนำผ่านประตูด้านข้างไปยังเรือนคุมตัวที่เตรียมไว้ หมอเป็นผู้ดูแลบาดแผล ส่วนเจ้าสำนักกับผู้แทนพันธมิตรรับรองการควบคุมตัวร่วมกัน

ข่าวแพร่ไปถึงเรือนผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว

บางคนอยากออกไปดู

บางคนปิดประตู

ซูหว่านชิงนั่งนิ่งอยู่ข้างเตียงน้องชาย เมื่ออาจารย์ฉินแจ้งว่าจับตัวเขาได้แล้ว นางถามเพียงว่า

“เขายังพูดได้หรือไม่”

“ได้”

“เช่นนั้นข้าจะให้การ”

มือที่เคยสั่นทุกครั้งเมื่อเอ่ยชื่อคนผู้นั้นยังสั่นอยู่

แต่นางไม่หลบสายตาอีกแล้ว

⸻

หลิงยวนเข้ามาในเรือนโอสถเป็นคนสุดท้าย

เยว่ซีลุกขึ้นทันที

เขายังเดินได้ตรง หลังไม่งอ แต่สีหน้าซีดกว่าตอนออกเดินทาง ผ้าพันข้อมือซ้ายเปื้อนเลือดแห้ง ส่วนฝักกระบี่แตกยาวจนต้องใช้ผ้าผูกไว้

นางมองตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงรองเท้า

หลิงยวนหยุดตรงหน้า

“ข้ากลับมาแล้ว”

เยว่ซีพยักหน้า

คำพูดที่เตรียมไว้ตลอดหลายชั่วยามหายไปหมด

สุดท้ายนางจึงเพียงขยับเก้าอี้ให้

“นั่งเจ้าค่ะ”

เขานั่งอย่างว่าง่าย

อาจารย์ฉินแกะผ้าที่ข้อมือออก เสิ่นซูเหอตรวจเส้นปราณบริเวณอก ก่อนทั้งสองจะสบตากัน

เยว่ซีเห็นทันที

“บอกข้าด้วยเจ้าค่ะ”

“แผลที่ข้อมือไม่ลึก” อาจารย์ฉินกล่าว “แต่แรงดึงจากประตูกระทบบาดแผลเก่า ต้องพัก และห้ามใช้วิชาหนักจนกว่าจะตรวจซ้ำ”

นางหันไปมองหลิงยวน

เขาพยักหน้า

“ข้าได้ยินแล้ว”

“ต้องทำตามด้วย”

“ข้ารู้”

เสิ่นซูเหอเก็บเข็มลงกล่อง

“ดี เช่นนั้นข้าจะเขียนคำสั่งให้ทั้งสองคนอ่าน จะได้ไม่ต้องตีความกันเอง”

เยว่ซีถอยให้หมอทำแผล

ครั้นเห็นรอยแดงบนข้อมือเขาชัด ๆ นางกลับต้องหันไปหยิบถ้วยน้ำทั้งที่บนโต๊ะมีอยู่แล้ว

มือข้างที่ไม่บาดเจ็บแตะชายแขนเสื้อนางเบา ๆ

“เยว่ซี”

นางหยุด

“มองข้าได้”

เสียงนั้นทำให้นางเงยหน้าช้า ๆ

หลิงยวนมองตอบอย่างสงบ แม้อ่อนล้าจนเห็นได้ชัด

เยว่ซีนึกถึงคำว่า อย่ามอง ซึ่งเคยตามหลอกหลอนอยู่ในความฝัน

วันนี้เขาไม่ได้ปิดบังรอยแผล

ไม่ได้บังตานาง

นางวางถ้วยลงแล้วนั่งข้างเขา จับมือข้างที่ยังอุ่นไว้ด้วยสองมือ

“ข้าเห็นแล้วเจ้าค่ะ”

⸻

หลังตะวันตกดิน หอวินัยเริ่มรับคำให้การจากผู้รอดชีวิต

เซี่ยจิ้งเหิงยังไม่ได้รับอนุญาตให้พบพวกเขาโดยตรง คำถามทุกข้อจะผ่านผู้สอบสวน และผู้ป่วยสามารถหยุดพักได้ทุกเมื่อ

เยว่ซีส่งคำถามของตนไปสามข้อ

ใครร่วมวางพิธีเมืองหลินอัน

รายชื่อเด็กที่ถูกติดตามอยู่ที่ใด

และยังมีผู้ถูกขังเหลืออยู่แห่งใดบ้าง

นางไม่ถามว่าเขาเสียใจหรือไม่

คำตอบนั้นช่วยใครไม่ได้แล้ว

ก่อนยามค่ำ ผู้ดูแลหอวินัยนำแผ่นกระดาษกลับมาหาเจ้าสำนัก

เผยเหวินซูเป็นผู้ส่งมันมา หลังทราบว่าเซี่ยจิ้งเหิงถูกจับ

บนกระดาษมีชื่อสถานที่เจ็ดแห่ง

หกแห่งถูกขีดทับ

แห่งสุดท้ายมีวงหมึกล้อมไว้สองชั้น

เรือนพักเด็กหลิวซี

ด้านล่างเขียนข้อความสั้น ๆ

ห้ามแจ้งผู้ดูแลเรือนล่วงหน้า

ทุกครั้งที่ผู้ใหญ่ถูกจับ พวกเขาจะย้ายเด็กออกก่อนรุ่งสาง

เจ้าสำนักอ่านจบแล้วเรียกหัวหน้าศิษย์เวรทันที

ขณะเดียวกัน เยว่ซีซึ่งยืนอยู่ข้างโต๊ะก็ก้มมองบัญชีอีกฉบับ

นางจำชื่อนั้นได้

เรือนพักเด็กหลิวซีอยู่ในบัญชีรับเงินช่วยเหลือของเซี่ยจิ้งเหิง

ช่องจำนวนผู้พักอาศัยเมื่อเดือนก่อนเขียนไว้ชัดเจน

เด็กสี่สิบสองคน

ไม่มีผู้ใดลงชื่อรับกลับบ้านแม้แต่คนเดียว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 94 — คนที่ยังอยู่ตรงนี้

    เยว่ซีรู้สึกตัวเพราะมีใครบางคนกำลังเช็ดมือให้นางผ้าอุ่นเคลื่อนผ่านปลายนิ้วอย่างเบามือ กลิ่นสมุนไพรลอยอยู่ใกล้จมูก นางพยายามขยับแขน แต่ร่างกายหนักจนทำได้เพียงงอนิ้วเข้าหาฝ่ามือเลือด…นางจำได้ว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือด“เสี่ยวถัง…”ผ้าที่กำลังเช็ดมือหยุดลง“นางปลอดภัยแล้ว”เสียงเสิ่นซูเหอดังอยู่ข้างเตียง เยว่ซีฝืนลืมตา เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายผ่านแสงตะเกียงเลือนราง ก่อนพยายามยันตัวลุกความปวดแล่นขึ้นจากใต้ลิ้นปี่ทันทีเสิ่นซูเหอประคองไหล่นางไว้“ค่อย ๆ ขยับ เจ้าเพิ่งฟื้น”“นางอยู่ที่ใดเจ้าคะ”“เรือนข้างกัน อาจารย์ฉินเฝ้าอยู่ เลือดหยุดแล้ว ไม่มีปราณมารเหลือในร่าง”เยว่ซีมองริมฝีปากของผู้พูด ราวกับต้องเห็นทุกคำจึงจะเชื่อได้“จริงหรือเจ้าคะ”เสิ่นซูเหอจับมือนางวางลงบนผ้าห่ม“จริง นางผ่านคืนที่อันตรายที่สุดมาแล้ว”ลมหายใจซึ่งเยว่ซีกลั้นไว้ค่อย ๆ ผ่อนออกนางหันมองรอบห้อง บนโต๊ะมีถ้วยยาและผ้าสะอาด ตรงเก้าอี้ใกล้ประตู โม่หลิงยวนนั่งหลับอยู่โดยยังสวมเสื้อคลุมตัวนอก กระบี่วางพิงอยู่ข้างเข่า มือข้างหนึ่งทอดอยู่บนขอบโต๊ะ“ข้าหลับไปนานเท่าใด”“สามวันสามคืน”เยว่ซีหันกลับมาทันทีแต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เว

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 93 — เพียงให้เจ้าลืมตา

    แผ่นหินรอบตัวหลินเยว่ซียกขึ้นจากพื้นเสียงแตกร้าวลั่นต่อกันไปถึงธรณีประตู ฝุ่นซึ่งควรตกลงกลับลอยขึ้นอยู่ข้างแก้ม รอยเลือดบนมือของนางสว่างวาบท่ามกลางแสงที่ทะลักออกจากปลายนิ้วโม่หลิงยวนรู้สึกถึงแรงกระแทกผ่านฝ่ามือที่ประคองข้อมือนางอยู่ผนึกชั้นหนึ่งกำลังเปิดออก“ท่านเยี่ย รับทางด้านหลัง!”เยี่ยจื้อหยวนยกมือทั้งสองขึ้นทันที อักขระเรียงตัวขวางระหว่างเยว่ซีกับผู้บาดเจ็บที่เหลือ ขณะที่เจ้าสำนักขยายม่านป้องกันคลุมผู้คนริมลานเสิ่นซูเหอโน้มตัวบังเสี่ยวถังไว้ อาจารย์ฉินยังคงกดเข็มตรงจุดชีพจร มืออีกข้างตรึงผ้าห้ามเลือดไม่ยอมปล่อย“เยว่ซี คลายมือก่อน” เสิ่นซูเหอบอก “ให้ข้าดูแลนาง”หญิงสาวไม่ได้หันมาสายตาของนางจับอยู่ที่กล่องผนึกกลางลาน ด้านในมีเสียงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มันขยับ รอยดำตรงชายโครงเสี่ยวถังก็เต้นตามเยว่ซีเห็นแล้วสิ่งนั้นยังทำร้ายเพื่อนของนางอยู่นางค่อย ๆ วางมือเสี่ยวถังลงข้างตัวเพื่อน ก่อนลุกขึ้นอย่างไม่มั่นคงหินที่ลอยอยู่รอบกายแตกเป็นผงหลิงยวนกางปราณสีเงินอมฟ้ารับแรงด้านข้าง เปลี่ยนแนวที่กำลังพุ่งเข้าหาคนเจ็บให้เบนออกสู่ประตูบานไม้ทั้งสองกระแทกหลุดจากกรอบ!ผู้อาวุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 92 — คนที่อยู่ใกล้ที่สุด

    “ยกด้านซ้ายขึ้นอีกนิดเจ้าค่ะ”เยว่ซีถอยหลบให้ผู้ช่วยขยับแคร่ปลายไม้ติดอยู่กับธรณีประตู หญิงชราบนแคร่กำขอบผ้าแน่น นางจึงก้มลงบอกให้รอเพียงครู่เดียว โดยไม่เห็นแสงแดงที่สว่างขึ้นบนขื่อด้านหลังเสี่ยวถังเห็นตอนแรกนางคิดว่าเป็นประกายจากสนามลอดเข้ามาทางกระเบื้องแตกแต่แสงนั้นขยับเศษสีคล้ำหลุดจากซอกไม้ ลอยค้างอยู่ชั่วพริบตา ก่อนเส้นดำจะเหยียดออกจากขอบคมราวกับถูกยิงจากคันธนูปลายของมันชี้ตรงกลางหลังเยว่ซี“เยว่ซี!”นางหันตามเสียงเรียกไม่ทันมือของเสี่ยวถังผลักเข้าที่หัวไหล่เยว่ซีเซพ้นแนวประตู กระแทกผู้ช่วยคนหนึ่งจนทั้งคู่ล้มลงข้างแคร่เสียงกระบี่ของจ้าวเฉิงฟันผ่านอากาศแสงสีเงินอมฟ้าพุ่งทะลุช่องหน้าต่างเข้ามาพร้อมกันแต่เสี่ยวถังอยู่ใกล้เยว่ซีเพียงช่วงแขนนางก้าวเข้าขวางไปแล้วเสียงทึบสั้น ๆ ดังขึ้นร่างเพื่อนชะงักเยว่ซีเงยหน้าจากพื้น เห็นเสี่ยวถังยืนอยู่ตรงตำแหน่งที่ตนเพิ่งยืน มือข้างหนึ่งยังยื่นมาทางนางตรงใต้ชายโครงมีรอยคล้ำเล็ก ๆแล้วเลือดก็ซึมออกมาคมปราณสีเงินตัดเส้นดำที่เชื่อมกับเศษอาคมขาดสะบั้น กระบี่ของจ้าวเฉิงกดเศษนั้นลงกับกรอบหน้าต่าง ขณะที่หลิงยวนเข้าถึงตัวเสี่ยวถังก่อนเข่าขอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 91 — ทางที่มันเลือก

    จ้าวเฉิงถอนกระบี่จากพื้นแล้วฟันซ้ำเส้นดำขาดออกตรงหน้าขั้นบันได ปลายด้านหนึ่งบิดเกร็ง ก่อนสลายเป็นควันเมื่อผู้อาวุโสสวี่ตบแผ่นผนึกลงทับอีกด้านยังเลื้อยต่อมันอ้อมปลายกระบี่ ผ่านใต้ราวไม้ แล้วพุ่งขึ้นไปหาเยว่ซี!นางขยับหลบพร้อมเสี่ยวถังเงาดำเฉี่ยวชายเสื้อคลุม ปักเข้ากับเสาไม้ด้านหลังจนเกิดรอยไหม้ยาว“เข้าห้อง!”เสิ่นซูเหอเปิดประตูรับเยว่ซีถอยเข้าไป แต่ยังไม่ทันพ้นธรณี เงาที่เกาะเสาก็สะบัดตัวกลับมาอีกครั้งผู้อาวุโสสวี่ปาแผ่นทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือเข้าขวางแสงอาคมกระแทกมันหลุดจากเสาจ้าวเฉิงฟันลงทันทีคราวนี้เขาไม่ถอนกระบี่ ปราณจากคมกดเส้นดำนั้นติดกับพื้น ขณะที่ผู้อาวุโสสวี่เข้าครอบด้วยกล่องผนึกเสียงขูดแหลมดังอยู่ใต้ฝาแล้วเงียบลง“ถอยจากบันไดให้หมด!”ผู้คุมรีบกันคนออกจากระเบียงเยว่ซีหยุดอยู่ในประตู มือข้างหนึ่งยังจับแขนเสี่ยวถังแน่นเส้นดำถูกจับแล้วแต่ด้านนอก เสียงกระแทกจากร่างใหญ่กลับดังถี่ขึ้นจนพื้นใต้เท้าสั่น⸻หลิงยวนลากปลายกระบี่ผ่านขอบวงผนึกอักขระสีเงินอมฟ้าเชื่อมเข้าหากัน ปิดช่องสุดท้ายที่เงามารพยายามแทงออกมา“รับช่วงด้านนี้”เจ้าสำนักก้าวเข้าประจำตำแหน่งแทนทันทีหลิงยวนพุ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 90 — ประตูที่ต้องเปิดค้างไว้

    หลิงยวนฟันกระบี่ผ่านข้อมือสีดำแขนของมันขาดออกจากร่างก่อนมือที่กำคอผู้เคราะห์ร้ายจะร่วงถึงพื้น เขาก็คว้าตัวชายผู้นั้นดึงออกมา แล้วถอยพ้นเงาที่ตวัดสวนขึ้นจากรอยแตกกลางอกเสียงหวีดแหลมกรีดผ่านทางเดินเงาสีคล้ำกระโจนตามเจ้าสำนักกระแทกฝ่ามือลงม่านอาคมตั้งขวางระหว่างมันกับคนทั้งสอง แรงปะทะทำให้พื้นหินแตกร้าวเป็นแนวยาว ทว่าแสงยังไม่ดับ“พาคนออก!”อาจารย์ฉินกับผู้ช่วยเข้ารับชายที่หมดสติ หลิงยวนกดแผ่นผนึกปิดรอยคล้ำตรงอกให้ ก่อนหมุนตัวกลับไปหาเงามารมันยืนอยู่หลังม่านสูงกว่าคนเกือบครึ่งตัว ส่วนล่างยังเป็นเส้นดำพันกันไม่หยุด ใบหน้าไร้ดวงตา มีเพียงรอยแยกยาวซึ่งเปิดออกช้า ๆแขนข้างที่ถูกตัดกำลังก่อตัวใหม่หลิงยวนก้าวเข้าหากระบี่สีเงินอมฟ้าฟันลงอีกครั้ง คราวนี้คมปราณผ่านกลางลำตัว แยกเงานั้นออกเป็นสองส่วนส่วนหนึ่งถูกเผาสลายทันทีอีกส่วนกลับแนบลงกับพื้น พุ่งไปตามรอยแตกใต้ม่านป้องกันเยี่ยจื้อหยวนปักแผ่นผนึกสกัดไว้ก่อนมันถึงรั้วหอรักษาพื้นสว่างวาบเงาดำหดกลับราวกับถูกไฟลวก“มันออกจากร่างแล้ว!” เขาตะโกน “ปิดทางใต้พื้นด้วย!”ผู้อาวุโสสองคนแยกไปคนละด้าน กระบี่ปักลงตรงรอยต่อแผ่นหิน อักขระแผ่ออกเป็

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 89 — กระบี่ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

    หินใต้เท้าศิษย์ผู้นั้นยกตัวขึ้นก่อนหยดสีดำจะถึงรองเท้าเขาเสียหลักหงายหลังเหยียนอวี้หนิงคว้าคอเสื้อแล้วกระชากออกจากลาน ขณะเดียวกันก็ใช้กระบี่ฟันลงตรงรอยต่อพื้นแผ่นหินพลิกขึ้นสิ่งสีดำกระแทกด้านล่างของมัน ก่อนถูกประกบไว้ระหว่างหินสองแผ่นเสียงขูดดังแกรก ๆ อยู่ข้างใน“อย่าเข้าใกล้พื้นตรงนั้น!”อวี้หนิงผลักศิษย์ที่ช่วยไว้ไปทางประตู แล้วหันกลับมาหาชายผู้ใช้กระบี่หนักเขายังคุกเข่าอยู่มือข้างหนึ่งกำข้อมือตนเองแน่นจนเลือดซึมระหว่างนิ้ว ดวงตาจับอยู่ที่แผ่นหินซึ่งกำลังสั่น“นั่น…ออกมาจากข้าหรือ”อวี้หนิงไม่ตอบคำถามนั้น“อย่าฝืนเดินปราณ ผู้รักษากำลังมา”ชายผู้นั้นหอบหายใจเขาพยายามพยักหน้า แต่ทันใดนั้นแขนขวาก็กระตุก กระบี่หนักที่ตกอยู่ข้างตัวครูดพื้นเข้าหามือนิ้วของเขาคว้าด้ามไว้อวี้หนิงถอยหนึ่งก้าวชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น สีหน้าหวาดกลัวอย่างที่นางไม่เคยเห็นบนลานประลอง“หลบ!”กระบี่หนักฟาดลงมา!นางกระโดดออกด้านข้างพื้นหินระเบิดเป็นเศษแหลม สันดินพุ่งตามแนวกระบี่ไปกระแทกเสาระเบียงจนไม้แตกร้าวเสียงร้องดังจากในเรือนมีคนยังออกมาไม่หมดอวี้หนิงเปลี่ยนทิศทันที นางยกกำแพงหินเตี้ยขวางเศษไม้ ก่อนต

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status