홈 / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 26 — สิ่งที่ออกมาจากรอยแยก

공유

บทที่ 26 — สิ่งที่ออกมาจากรอยแยก

last update 게시일: 2026-10-19 17:41:18

เสียงเล็บขูดสำริดหยุดลง

เซี่ยจิ้งเหิงยืนห่างจากประตูเพียงหนึ่งช่วงแขน ฝ่ามือยังแนบอยู่บนตรากลางบาน เส้นสีดำใต้ผิวค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำ

ผู้คุมเตาถอยไปถึงบันได

“ท่านเซี่ย ถอนมือก่อนเถิดขอรับ”

รอยต่อระหว่างบานประตูแยกออกเท่าเส้นผม

ความเย็นพุ่งผ่านห้องใต้ดิน โคมที่เหลือดับพร้อมกัน ชายผู้คุมเตาหันหลังวิ่ง ทว่าข้อเท้ากลับถูกบางอย่างเกี่ยวไว้

เขาล้มลงบนขั้นหิน

สิ่งที่ลอดออกจากประตูมีรูปร่างคล้ายแขน แต่ยาวเกินกว่าจะเป็นของมนุษย์ ผิวของมันบางจนมองเห็นพื้นด้านหลัง ปลายนิ้วทั้งห้าฝังเข้าไปในเงาของชายผู้นั้น

“ช่วยข้าด้วย!”

เซี่ยจิ้งเหิงมองมัน

แล้วกดฝ่ามือลงบนตราแรงขึ้น

แสงจากสายแร่ใต้พื้นพุ่งเข้าสู่แขนโปร่งใส มันหันกลับอย่างรวดเร็ว ราวกับสัตว์ที่ได้กลิ่นอาหารซึ่งมากกว่าเดิม

ชายผู้คุมเตาดิ้นหลุด รีบคลานขึ้นบันไดโดยไม่กล้าหันมอง

เซี่ยจิ้งเหิงแสยะยิ้ม

สิ่งที่อยู่หลังประตูตอบสนองต่อปราณ

และเขามีปราณจากสายแร่ทั้งภูเขาให้มันกิน

⸻

หลิงยวนออกจากชิงเสวียนก่อนยามสาม

ผู้ร่วมทางมีเยี่ยจื้อหยวน ผู้อาวุโสฝ่ายอาคม และศิษย์อาวุโสอีกสี่คน ส่วนกำลังจากสำนักพันธมิตรแยกไปยังจุดเชื่อมสายแร่ที่ทราบตำแหน่งแล้ว

เจ้าสำนักอยู่ควบคุมการอพยพและเฝ้าผู้ต้องขัง

เยว่ซีไม่ได้ขอตามไปเขาดับจันทรา

นางมองแผนที่บนโต๊ะจนจำเส้นทางกลับของทุกกลุ่มได้ ก่อนหยิบป้ายส่งสัญญาณให้หลิงยวน

“จุดพักฝั่งตะวันตกพร้อมแล้ว อาจารย์ฉินให้แจ้งก่อนพาคนบาดเจ็บกลับ จะได้เตรียมของถูกเจ้าค่ะ”

เขารับป้ายมาเก็บ

เยว่ซีเหลือบมองสัมภาระข้างเอวเขา

“ยาของท่านอยู่ช่องไหน”

หลิงยวนแตะถุงด้านซ้าย

นางพยักหน้า แล้วเงียบไป

คำว่า ระวังตัว ดูเล็กเกินไปเมื่อรู้ว่าปลายทางมีอะไร แต่จะขอให้เขาไม่ไปก็ไม่ได้

หลิงยวนเป็นฝ่ายพูดก่อน

“ข้าจะส่งข่าวเมื่อถึงแนวตรวจ”

“อย่ารอให้ข้าถามก่อนนะเจ้าคะ”

“อืม”

เขาขยับมือคล้ายอยากแตะนาง สุดท้ายกลับเพียงจัดเชือกป้ายงานที่บิดอยู่ตรงเอวให้

เยว่ซีก้มมอง

พอเขาจะถอนมือ นางจับปลายนิ้วไว้ครู่หนึ่ง

“ข้ารออ่านข่าวจากท่าน”

หลิงยวนสบตานาง ก่อนกระชับมือเบา ๆ แล้วจึงปล่อย

⸻

ป่าเชิงเขาดับจันทราเงียบผิดธรรมชาติ

ไม่มีเสียงแมลง

หมอกสีขาวเกาะอยู่ต่ำกว่าหัวเข่า ทั้งที่พื้นดินแห้ง ใบไม้ตามทางม้วนเข้าหากันราวกับถูกความร้อนเผา แต่เมื่อศิษย์ผู้หนึ่งยื่นมือไปใกล้ กลับมีเกล็ดน้ำแข็งจับปลายนิ้ว

“อย่าแตะ”

หลิงยวนหยุดตรงหน้ารากไม้ใหญ่

ใต้รากมีรอยครูดใหม่สามเส้น ลึกลงไปในหิน

เยี่ยจื้อหยวนย่อตัวตรวจแล้วหยิบเข็มทิศทองแดงออกมา เข็มไม่ได้ชี้เข้าภูเขา กลับหมุนตามหมอกที่เลื่อนผ่านเท้า

“มีสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ในนี้”

เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นด้านซ้าย

ศิษย์ทั้งสี่หันพร้อมกัน

ชายในชุดคนงานวิ่งโซเซออกมาจากหมอก แขนข้างหนึ่งห้อยผิดรูป เขาเห็นคนจึงยกมือร้องเรียก

“อย่าใช้ปราณ! มันตาม—”

เงาสีเทาพุ่งลงจากยอดไม้

ศิษย์ที่อยู่ใกล้ที่สุดยกกระบี่รับ แสงปราณสีฟ้ากระแทกร่างสิ่งนั้น แต่แทนที่มันจะถอย ลำตัวกลับขยายใหญ่ขึ้น

กรงเล็บเกี่ยวคมกระบี่แล้วลากเข้าหาปากซึ่งแยกยาวถึงข้างแก้ม

หลิงยวนเข้าถึงตัวศิษย์ผู้นั้น ดึงเขาถอยพร้อมกดแขนให้ลดกระบี่

“หยุดส่งปราณ!”

คมเหล็กธรรมดาฟันผ่านขาหน้าของมัน

เงาสีเทาขาดออก

เสียงกรีดแหลมดังจนใบไม้ร่วง มันดีดตัวหนีขึ้นต้นไม้ ทิ้งชิ้นส่วนโปร่งใสไว้บนพื้น ชิ้นส่วนนั้นยังดิ้นเข้าหาปราณที่ตกค้างบนปลายกระบี่

หลิงยวนพลิกยันต์ลงบนหินสี่ด้าน

ม่านผนึกปิดรอบชิ้นส่วน โดยไม่แตะถูกมันโดยตรง

“ใช้คมกระบี่ อย่าส่งพลังเข้าตัวมัน”

ผู้อาวุโสฝ่ายอาคมมองรอยกัดบนอาวุธของศิษย์

คมเหล็กยังอยู่

แต่ปราณที่เคลือบไว้หายไปจนหมด

⸻

คนงานที่หนีออกมาคือผู้คุมเตาใต้ภูเขา

หลังได้รับการพันแขน เขาบอกทางลงห้องประตูและตำแหน่งที่เซี่ยจิ้งเหิงยืนอยู่ครั้งสุดท้าย

“ออกมากี่ตัว” หลิงยวนถาม

“ข้าเห็นเพียงตัวเดียว”

คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้ใครวางใจ

เยี่ยจื้อหยวนตรวจชิ้นส่วนในม่านผนึกอยู่ครู่หนึ่ง

“มันยังรวมร่างได้ไม่สมบูรณ์ คงลอดผ่านช่องเปิดที่แคบมาก”

“ฆ่าได้หรือไม่” ศิษย์ผู้ถูกจู่โจมถาม

“ต้องตัดไม่ให้มันรับปราณเพิ่ม แล้วทำลายแกนที่รวบรวมอยู่ภายใน”

หลิงยวนมองขึ้นไปบนยอดไม้

ร่างสีเทาหายไปแล้ว

แต่กิ่งไม้ไกลออกไปยังสั่นทีละต้น มันไม่ได้หนี มันกำลังเดินวนหาทางลงมาใหม่

เขาชี้ตำแหน่งให้ผู้อาวุโสฝ่ายอาคม

“วางเขตปิดตรงช่องหินนั้น ข้าจะพามันเข้าไป”

“เจ้าไม่จำเป็นต้องใช้ตัวล่อ” เยี่ยจื้อหยวนกล่าว

หลิงยวนหยิบศิลาปราณจากถุงสัมภาระ

“ข้าจะใช้สิ่งนี้”

⸻

ที่ชิงเสวียน ผลึกเก็บสิ่งปนเปื้อนสั่นพร้อมกันสามชิ้น

เยว่ซีได้ยินเสียงก่อนศิษย์เฝ้าเรือนจะหันไปมอง

ผลึกทั้งหมดถูกวางในกล่องผนึกแยกจากผู้ป่วย แต่เส้นดำภายในกลับยืดออกไปทางเดียวกัน ราวกับมีใครดึงปลายด้ายจากด้านนอก

“เรียกอาจารย์เสิ่น”

นางถอยห่างจากโต๊ะ ไม่เปิดกล่อง

เสี่ยวถังรีบออกไป ส่วนเยว่ซีหยิบกระดาษมาจดเวลาและตำแหน่งผลึกทั้งสาม

ชิ้นที่สั่นแรงที่สุดอยู่ใกล้หน้าต่าง

นางกำลังจะเรียกผู้คุมอาคม ก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นจากข้อมือ

กำไลทองแดงไม่มีแสง

แต่ลึกลงไปใต้ผิว มีบางอย่างขยับตอบ

เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวอย่างแผ่วเบา

เยว่ซี

นางแข็งค้าง

เสียงมารดา

หรือเสียงที่นางอยากให้เป็นของมารดามากเกินไป

เยว่ซีถอยออกจากโต๊ะอีกก้าว แล้วหยิบป้ายหยุดฝึกสีแดงที่พกติดตัวมากำไว้

“มีเสียงเรียกข้า”

ศิษย์เฝ้าเรือนหันมาทันที

“จากที่ใด”

“ข้าไม่รู้ อย่าให้ข้าเข้าใกล้กล่อง”

นางนั่งลงข้างประตู วางเท้าทั้งสองแนบพื้น แล้วนับลมหายใจ

เสียงนั้นเรียกซ้ำ

คราวนี้อ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม

มาหาแม่

เยว่ซีกัดริมฝีปากจนเจ็บ

ท่านแม่ตายแล้ว

คนที่พูดไม่จำเป็นต้องเป็นท่านแม่ เพียงเพราะรู้ว่าควรใช้เสียงใด

เสิ่นซูเหอมาถึงพร้อมเจ้าสำนักในเวลาต่อมา หญิงชราจับชีพจรนาง ส่วนเจ้าสำนักเพิ่มม่านกั้นรอบห้องเก็บผลึก

ทันทีที่ม่านชั้นที่สองปิดลง เสียงในหัวก็ขาดหาย

เยว่ซีหอบออกมาเฮือกหนึ่ง

นางเพิ่งรู้ว่าตนเกือบกลั้นหายใจ

“ยังได้ยินหรือไม่” เสิ่นซูเหอถาม

“ไม่ได้ยินแล้วเจ้าค่ะ”

เจ้าสำนักมองกล่องทั้งสาม ก่อนสั่งเคลื่อนย้ายไปยังห้องผนึกใต้หออาคม

เยว่ซีรีบยื่นกระดาษให้

“มันเริ่มพร้อมกัน และชี้ไปทางทิศเหนือทั้งหมด”

เจ้าสำนักรับไปอ่าน

“ข้าจะส่งข่าวให้หลิงยวน”

“บอกเขาด้วยว่าเสียงเลียนแบบคนที่ข้ารู้จัก”

นางคลายมือจากป้ายสีแดงช้า ๆ

“อย่าให้ใครเดินตามเสียงเพียงลำพัง”

⸻

ศิลาปราณกลิ้งเข้าไปในช่องหิน

ร่างสีเทาพุ่งตามทันที

เมื่อมันอ้าปากครอบศิลา ม่านอาคมก็ปิดลงจากด้านหลัง ผู้อาวุโสฝ่ายอาคมกดฝ่ามือลงบนหลักทั้งสอง ขณะที่เยี่ยจื้อหยวนตัดปราณภายนอกไม่ให้ไหลเข้าพื้นที่นั้น

สิ่งที่ถูกขังหันกลับมา

มันกระแทกม่านจนหินสั่น แต่ยิ่งเคลื่อนไหวเร็ว ร่างยิ่งบางลง

หลิงยวนยืนอยู่หน้าช่องหิน รอจนศิลาปราณในปากมันหม่นแสง

“หลิงยวน”

เสียงหนึ่งดังออกจากลำคอของมัน

เป็นเสียงหลินจิ้งเหยียน

มือที่จับกระบี่ของเขาหยุดไปเล็กน้อย

สิ่งนั้นเอียงศีรษะ ใบหน้าที่ไม่มีจมูกค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเค้าหน้าของชายซึ่งตายไปแล้วสิบสามปี

“ช่วยข้า”

เยี่ยจื้อหยวนหันมามองทันที

หลิงยวนยกกระบี่ขึ้น

“ท่านหลินไม่เคยขอให้ข้าตามไปตาย”

เขาก้าวผ่านช่องที่ผู้อาวุโสเปิดให้เพียงชั่วพริบตา

กรงเล็บตวัดเข้าหาคอ หลิงยวนเบี่ยงตัว คมเหล็กฟันผ่านข้อต่อ แล้วแทงต่อเข้าจุดดำเล็ก ๆ ใต้ซี่โครงซึ่งเห็นชัดเมื่อร่างมันโปร่งลง

เสียงร้องเปลี่ยนจากเสียงมนุษย์เป็นเสียงแหลมเสียดหู

เขาบิดข้อมือ

แกนดำแตกออก

ร่างนั้นยุบตัวเป็นควัน ถูกม่านอาคมกักไว้โดยไม่มีส่วนใดหลุดออกไป

หลิงยวนถอยกลับมานอกเขตผนึก ก่อนรับผ้าจากศิษย์มาเช็ดคมกระบี่

นิ้วของเขานิ่งแล้ว

แต่เยี่ยจื้อหยวนยังมองอยู่

“เมื่อครู่…”

“มันใช้สิ่งที่ข้าจำได้”

ป้ายส่งข่าวข้างเอวสว่างขึ้นพอดี

หลิงยวนอ่านคำเตือนจากสำนักจนจบ เมื่อเห็นชื่อเยว่ซี เขารีบส่งคำถามกลับทันที

คำตอบมาถึงในเวลาไม่นาน

นางปลอดภัย เสียงหยุดหลังแยกสิ่งปนเปื้อนออกจากบริเวณ อยู่กับอาจารย์เสิ่น

เขาอ่านซ้ำหนึ่งครั้งแล้วเก็บป้าย

“เพิ่มคำเตือนให้ทุกกลุ่ม” หลิงยวนกล่าว “หากได้ยินเสียงคนรู้จัก ให้แจ้งคนข้างตัวทันที”

⸻

พวกเขาพบปากทางลงใต้ภูเขาก่อนรุ่งสาง

ชายผู้คุมเตาถูกส่งกลับพร้อมศิษย์คุ้มกันหนึ่งคน ส่วนกำลังที่เหลือหยุดอยู่เหนือช่องลมซึ่งมีแสงแดงลอดขึ้นมาเป็นระยะ

จากจุดนี้มองเห็นสายแร่สามสายฝังอยู่ในผนังหิน

ทุกสายกำลังส่งปราณลงไปข้างล่าง

เยี่ยจื้อหยวนตรวจแผ่นทองแดงเก่าแล้วกล่าวว่า

“หากตัดพร้อมกันตรงนี้ แรงย้อนจะกลับไปตามอุโมงค์ อาจถึงเหมืองที่ยังมีคนออกมาไม่หมด”

หลิงยวนมองทางแยกเหนือศีรษะ

“มีทางระบายหรือไม่”

“รอยเดิมถูกปิดไปแล้ว”

ผู้อาวุโสฝ่ายอาคมยกโคมส่องผนังอีกด้าน เผยให้เห็นร่องกว้างซึ่งถูกอุดด้วยโลหะใหม่

หลิงยวนจำลักษณะนั้นได้

เช่นเดียวกับแบบประตูที่ถูกตัดส่วนส่งกลับออก

เซี่ยจิ้งเหิงไม่ยอมให้ปราณที่รวบรวมมารั่วไหลไปที่ใด

“เปิดทางเดิม แล้วค่อยตัด”

พวกเขาแบ่งงานทันที ผู้อาวุโสวางเขตกักปราณในโพรงหินว่าง เยี่ยจื้อหยวนตรวจว่าร่องเดิมไม่เชื่อมถึงหมู่บ้าน ส่วนหลิงยวนใช้คมกระบี่แซะโลหะที่อุดอยู่ออก

งานดำเนินไปอย่างเงียบที่สุด

จนเมื่อแผ่นสุดท้ายหลุด แสงแดงในสายแร่ก็สั่นวูบ

เสียงจากใต้ดินดังขึ้น

“โม่หลิงยวน”

คราวนี้เป็นเสียงเซี่ยจิ้งเหิง

“เจ้าชอบทำลายของผู้อื่นนักหรือ”

หลิงยวนไม่ตอบ

เขากดป้ายสัญญาณให้กลุ่มที่อยู่ด้านนอกเตรียมตัดจุดเชื่อมตามลำดับที่ตกลงกันไว้

เสียงหัวเราะลอยขึ้นมาตามช่องลม

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนทั้งใต้หล้าเห็นเจ้าทำอะไรกับพ่อแม่นาง”

หลิงยวนเลื่อนแผ่นโลหะออกพ้นทาง

“รู้”

“แล้วนางยังมองเจ้าเหมือนเดิมหรือ”

มือของเขาหยุดเพียงครู่เดียว ก่อนวางหลักผนึกลงในร่อง

“นางมีสิทธิ์มองข้าอย่างไรก็ได้”

แสงขาวจากป้ายสัญญาณกะพริบ

ทุกกลุ่มพร้อมแล้ว

หลิงยวนยกกระบี่ขึ้น

“แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์ใช้คนตายล่อให้นางกลับเข้าไปในพิธี”

คมกระบี่ฟันลง

⸻

แรงสั่นสะเทือนวิ่งผ่านพื้นภูเขา

ปราณสีแดงพุ่งเข้าทางระบายที่เปิดไว้ ผนึกในโพรงหินสว่างขึ้นทีละชั้น รับมันไว้แทนการปล่อยย้อนกลับสู่เหมือง

เสียงคำรามดังจากเบื้องล่าง

ไม่ใช่เสียงเซี่ยจิ้งเหิงเพียงคนเดียว

หลักอาคมต้นหนึ่งร้าว ผู้อาวุโสรีบเปลี่ยนต้นใหม่ ส่วนเยี่ยจื้อหยวนกดฝ่ามือลงกลางแผ่นทองแดง รั้งทิศทางการไหลให้คงเดิม

หลิงยวนยืนขวางปากทางลง

เงาแขนสองข้างพุ่งขึ้นมาจากความมืด

เขาตัดขาดด้วยคมกระบี่ ก่อนโยนยันต์ปิดช่องลม เงาดำกระแทกจากด้านล่างจนกระดาษไหม้เกรียม

“เหลืออีกสาย!” ผู้อาวุโสตะโกน

หลิงยวนถอยครึ่งก้าว ปักกระบี่ผ่านสายแร่สุดท้าย

แสงแดงดับลง

ความเงียบตามมารุนแรงจนได้ยินเสียงหอบของทุกคน

ป้ายสัญญาณส่งคำยืนยันกลับมาทีละจุด

ทางเชื่อมเหมืองถูกตัดแล้ว

ชาวบ้านกลุ่มสุดท้ายออกพ้นเขตอุโมงค์แล้ว

หลิงยวนดึงกระบี่ออกจากหิน

ใต้ฝ่าเท้า ประตูสำริดยังครางอยู่

พวกเขาหยุดปราณที่ไหลเข้ามาใหม่ได้ แต่สิ่งที่สะสมอยู่ข้างล่างยังไม่หมด

⸻

ที่ชิงเสวียน ผลึกในห้องผนึกหยุดสั่น

เยว่ซีนั่งรออยู่กับเสิ่นซูเหอ เมื่อศิษย์เวรนำข่าวมายืนยัน นางจึงปล่อยลมหายใจที่ค้างอยู่ในอก

“ข้ากลับไปช่วยเรือนโอสถได้หรือยังเจ้าคะ”

“ได้ หลังข้าตรวจอีกครั้ง”

นางยื่นข้อมือให้อย่างว่าง่าย

เสิ่นซูเหอจับชีพจรอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมองป้ายหยุดฝึกที่ยังวางอยู่บนตักนาง

“วันนี้เจ้าหยุดได้ทัน”

เยว่ซีลูบขอบป้าย

“ข้าเกือบเชื่อ”

“แต่เจ้าไม่ได้เดินตาม”

นางเงียบไป ก่อนพยักหน้า

เมื่อออกจากห้อง เยว่ซีพบยายหวังนั่งรอพร้อมเสื้อคลุมตัวหนึ่ง หญิงชรายื่นมันให้แล้วขยับที่ว่างข้างตัว

นางนั่งลงทันที

“ยาย”

“ว่าอย่างไร”

“เล่าเรื่องแม่ให้ฟังอีกได้หรือไม่”

ยายหวังหันมามอง ก่อนดึงเสื้อคลุมขึ้นคลุมไหล่นาง

“คราวก่อนเล่าถึงไหนแล้ว”

“ไก่ออกไข่เจ้าค่ะ”

“อ้อ เช่นนั้นต้องเล่าตอนแม่เจ้าจับได้ว่าลูกชายยายแกล้งเดินกะเผลกเพื่อหนีงาน”

เยว่ซีเอนศีรษะลงบนไหล่หญิงชรา

คราวนี้เสียงที่นางฟังมาจากคนซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ จริง ๆ

⸻

หลิงยวนลงถึงห้องประตูพร้อมเยี่ยจื้อหยวน

ผู้อาวุโสและศิษย์ที่เหลือรักษาทางออกอยู่ด้านบน ไม่มีผู้ใดเข้าใกล้ฐานอาคมโดยไม่ตรวจพื้นก่อน

ห้องใต้ดินกว้างกว่าที่ผู้คุมเตาบอก

ผนังบางส่วนพังลง เผยให้เห็นเสาหินโบราณซึ่งถูกฝังอยู่หลังอิฐใหม่ ประตูสำริดตั้งอยู่ระหว่างเสาสองต้น รอยแยกตรงกลางกว้างเท่านิ้วมือ

เล็บยาวสีซีดเกาะอยู่ด้านใน

เซี่ยจิ้งเหิงยืนหน้าแท่นควบคุม

แขนข้างหนึ่งของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาตั้งแต่ปลายนิ้วถึงข้อศอก เส้นดำที่ลำคอหายไปแล้ว แต่ใต้ผิวมีบางอย่างเคลื่อนแทน

หลิงยวนหยุดห่างออกไปสิบก้าว

“ถอนมือจากแท่น”

เซี่ยจิ้งเหิงยิ้ม

“เจ้าคิดว่าข้ายังต้องกินยาอีกหรือไม่”

เขายกแขนสีเทาขึ้น

เล็บที่เกาะอยู่ในรอยประตูขยับตาม

เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนแผ่นทองแดงขึ้นบังอกทันที

“หลิงยวน ระวัง เขาผูกตนเองเข้ากับสิ่งข้างในแล้ว”

“ข้าควบคุมมันได้”

เซี่ยจิ้งเหิงก้าวลงจากแท่น

พร้อมกันนั้น นิ้วสีซีดจากหลังประตูก็ยืดยาวออกมาอีกหนึ่งข้อ

หลิงยวนเห็นก่อนผู้เป็นเจ้าของคำพูด

เขาชักกระบี่เต็มฝัก

แสงสีเงินอมฟ้าส่องพื้นห้อง เผยให้เห็นเส้นบาง ๆ ที่ลากจากหลังคอเซี่ยจิ้งเหิงกลับเข้าไปในรอยแยก

เส้นนั้นตึงขึ้น

รอยยิ้มบนใบหน้าเซี่ยจิ้งเหิงค้างอยู่

แขนของเขายกสูงขึ้นเอง ทั้งที่อีกมือพยายามกดมันลง

เสียงหัวเราะดังจากหลังประตู

แล้วริมฝีปากเซี่ยจิ้งเหิงก็ขยับตามเสียงนั้นทีละคำ

“ในที่สุด… ผู้ประคองด้านนอกก็มาถึง”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 81 — คนที่ถูกนับวัน

    “เขาชื่อหูเซิ่ง”เผยเหวินซูวางพู่กันลงข้างภาพมือที่นิ้วก้อยขาดไปข้อหนึ่ง“เคยรับคนจากเรือนพักของเซี่ยจิ้งเหิงไปส่งยังโรงยาหลายแห่ง ข้าเป็นผู้จ่ายค่าเดินทางให้เขา”โม่หลิงยวนเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง“คนที่ถูกส่งไปเป็นใคร”“คนป่วย คนที่มีปราณแต่ควบคุมไม่ได้ บางคนถูกบอกว่าจะได้รับการรักษาโดยไม่เสียเงิน”“เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขาถูกนำไปทำอะไร”เผยเหวินซูมองกระดาษตรงหน้า“ตอนแรกข้าเห็นเพียงรายการยา ต่อมาจึงพบว่ามีการจดจำนวนวันที่ทนยาได้”“แล้ว?”“ข้ายังจ่ายเงินให้เขาต่อ”ผู้จดคำให้การก้มลงเขียนในห้องไม่มีผู้ใดช่วยพูดให้ประโยคนั้นเบาลงหลิงยวนเปิดบันทึกที่ยึดมาได้จากโรงยาแห่งเก่าของเซี่ยจิ้งเหิง วางหน้าที่มีตัวเลขเรียงกันตรงหน้าเขา“โรงยาที่เถียนลู่บอกยังเปิดอยู่ คนของเราไปถึงแล้ว แต่ห้องด้านหน้ามีเพียงคนงานกับยาทั่วไป ผู้ป่วยถูกย้ายออกไปก่อนหน้านั้น”เผยเหวินซูรีบเลื่อนสายตาตามแผนที่“โรงยาอยู่ริมทางขึ้นเขาหรือ”“ใช่”“มีเรือนอบสมุนไพรด้านหลังหรือไม่”หลิงยวนหันไปหาศิษย์ที่นำรายงานมา“มีขอรับ คนงานบอกว่าเลิกใช้แล้ว ประตูถูกปิดตาย”เผยเหวินซูชี้ทางเล็กซึ่งผ่านหลังโรงยา“หูเซิ่งไม่ชอบขนคนผ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 80 — จังหวะที่สายลมต้องหยุด

    กระบี่ไม้หลุดจากมือหลินเยว่ซีเป็นครั้งที่สามมันตกลงบนพื้นลานฝึก ห่างจากปลายรองเท้าโม่หลิงยวนไม่ถึงคืบนางมองมือว่างของตน ก่อนเงยหน้ามองเขา“ข้าบอกให้ท่านลองปัด มิได้บอกให้เอาไปทั้งเล่ม”“ข้าใช้แรงน้อยกว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าแล้ว”หลิงยวนก้มเก็บกระบี่ส่งคืนเยว่ซีรับมาอย่างจำใจนางไม่ได้ตั้งใจฝึกหนักก่อนวันประลอง เพียงอยากรู้ว่าแผนในสมุดจะทำได้จริงหรือไม่ แต่พอลองใช้กับคนตรงหน้า กระบี่กลับหลุดมือทุกครั้งก่อนถึงจังหวะที่นางต้องการหลิงยวนชี้ตำแหน่งที่นางยืน“เจ้ามัวแต่รอให้เขาเข้ามาตรงนี้”“ถ้าเขาไม่เข้ามา ข้าก็เปลี่ยนตำแหน่งได้”“เมื่อครู่เจ้าเปลี่ยนหรือไม่”เยว่ซีเงียบนางรอจริง ๆรอจนเขามีเวลาปัดกระบี่หลุดจากมือหลิงยวนวางกระบี่ของตนลง“แผนช่วยให้เจ้ารู้ว่าจะทำอะไร แต่คนตรงหน้าจะไม่เดินตามเส้นที่เจ้าวาดทุกครั้ง”เยว่ซีมองรอยรองเท้าบนพื้น ก่อนใช้ปลายกระบี่ไม้ลบจุดที่ขีดไว้“อีกครั้งเจ้าค่ะ”“ครั้งสุดท้าย”นางพยักหน้าคราวนี้เมื่อหลิงยวนขยับเข้ามา เยว่ซีไม่รอให้เขาถึงตำแหน่งเดิม นางก้าวเฉียงออก ใช้กระบี่ขวางทางมือของเขาก่อน แล้วจึงหมุนตัวไปอีกด้านหลิงยวนยกข้อมือรับกระบี่ไม้ของนางยังถูกก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 79 — ทางที่ต้องเลือกเอง

    แสงขาวซึ่งดับไปครึ่งวงกลับสว่างขึ้นจากอีกด้านเสี่ยวถังกดแผ่นอาคมลงในตำแหน่งใหม่ ก่อนเลื่อนแผ่นข้างตะเกียงเข้ามาปิดทางเดิมปราณที่ถูกส่งย้อนกลับกระแทกแนวป้องกันดังปะทุเปลวไฟเอนจนแทบแนบปากตะเกียงแต่ยังไม่ดับหญิงสาวฝั่งตรงข้ามเงยหน้ามองนางเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มประลอง ก่อนขยับแผ่นไม้สองชิ้นแยกออกจากกันแสงของเสี่ยวถังถูกบังคับให้เลี้ยวอีกครั้งคราวนี้นางไม่รีบตามไปแก้เสี่ยวถังมองนิ้วของคู่ต่อสู้ทุกครั้งที่นางส่งปราณเข้าเส้นกลาง อีกฝ่ายจะหมุนแผ่นทางขวาก่อน แล้วจึงเลื่อนแผ่นทางซ้ายมารับหากโจมตีทางเดิมอีก ผลก็คงไม่ต่างกันนางถอนปราณจากเส้นกลางจนเหลือเพียงแสงบาง ๆแล้วส่งพลังส่วนใหญ่ไปตามขอบวงเสียงฮือดังขึ้นเมื่อเส้นแสงแยกออกเป็นสองทางหญิงสาวอีกฝั่งเลื่อนแผ่นมาขวางทางด้านข้างทันทีเสี่ยวถังรอจังหวะนั้นอยู่แล้วนางกดฝ่ามือลงบนฐานเส้นกลางสว่างวาบ!ปราณพุ่งผ่านช่องที่เพิ่งเปิด ตรงเข้าหาตะเกียงฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วเยว่ซีเผลอก้าวเข้าใกล้แนวกั้นแสงไปถึงแล้ว!ทว่าหญิงสาวฝั่งตรงข้ามยกแผ่นไม้ชิ้นหนึ่งขึ้น พลิกด้านแล้ววางขวางหน้าตะเกียงปราณของเสี่ยวถังแตกออกเป็นประกายเล็กเปลวไฟของอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 78 — กระบี่ที่ช้ากว่าหัวใจ

    “เจ็บหรือไม่”อาจารย์ฉินกดนิ้วลงเหนือข้อมือจ้าวเฉิง ก่อนให้เขาหมุนแขนออกด้านข้าง“ไม่ขอรับ”“ออกแรงต้านมือข้า”จ้าวเฉิงทำตามคราวนี้อาจารย์ฉินตรวจอยู่นานกว่าเดิม ทั้งให้กำมือ เหยียดนิ้ว และยกกระบี่ค้างในระดับไหล่ เมื่อไม่พบอาการที่ต้องห้ามลงประลอง จึงคืนป้ายให้“ลงได้ หากมีอาการเจ็บแปลบหรือชา ให้หยุด”จ้าวเฉิงรับป้ายมา“วันนี้ท่านพูดเพียงเท่านี้หรือ”อาจารย์ฉินเก็บสมุด“เจ้าอยากฟังเพิ่ม?”“ไม่ขอรับ เท่านี้จำได้ครบพอดี”เขารีบคำนับแล้วเดินออกจากเรือนตรวจหลินเยว่ซีกับเสี่ยวถังรออยู่ใต้ชายคา คนหนึ่งถือห่ออาหาร อีกคนถือกระบี่ของเขา ทันทีที่เห็นป้ายผ่านตรวจ เสี่ยวถังก็ยิ้มออกมา“ทันคู่ที่สามแน่นอน”จ้าวเฉิงยื่นมือรับกระบี่เยว่ซีส่งห่ออาหารให้แทน“กินก่อน”“ข้าต้องใช้มือข้างนี้ถือกระบี่”“เช่นนั้นข้าจะเก็บอาหารกลับ”เขาคว้าห่อไว้ทันที“เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ อย่าเพิ่งตัดสินใจเร็ว”เสี่ยวถังหัวเราะแล้วคืนกระบี่ให้เขาอีกข้างเมื่อทั้งสามเดินมาถึงทางแยก โม่หลิงยวนยืนรออยู่แล้วสายตาของเขาเลื่อนผ่านป้ายในมือจ้าวเฉิง ก่อนหยุดตรงกระบี่“ลองชักออกแล้วเก็บกลับ”จ้าวเฉิงวางห่ออาหารไว้บนขอบกำแพง ทำ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 77 — คนที่อยู่ข้างลาน

    เสียงกระบี่สั้นถูกชักออกจากฝักทำให้ผู้ชมแถวหน้าเงียบลงชายร่างสูงบนลานถือกระบี่ยาวด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายกลับคมกระบี่สั้นให้แนบไปตามท่อนแขน เขาลองขยับเท้าสองครั้ง ก่อนมองโม่หลิงยวนซึ่งเพิ่งหยุดยืนตรงตำแหน่งของตน“ได้ยินชื่อศิษย์พี่โม่มานาน วันนี้ขอรับคำชี้แนะ”หลิงยวนประสานมือ“เชิญ”หลินเยว่ซีขยับนั่งตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวตอนอยู่บนลานเอง นางยังมีสิ่งที่ต้องคิด มีคมกระบี่ให้มอง มีทางให้เลือก แต่พอนั่งอยู่ตรงนี้กลับทำได้เพียงมองคนที่ตนเป็นห่วงยืนอยู่กลางวงอาคมจ้าวเฉิงนั่งลงข้างเสี่ยวถังแล้วเอ่ยเบา ๆ“เจ้ากำลังจะบีบป้ายผ่านรอบหัก”เยว่ซีก้มมองมือนางคลายนิ้วทันที“ข้าไม่ได้กลัวเขาแพ้”“ข้ายังไม่ได้ถามเลย”เสี่ยวถังหันไปตีแขนข้างที่ไม่เคยบาดเจ็บของจ้าวเฉิงเบา ๆ“ดูการประลองเถิด”บนลาน ผู้ตัดสินยกมือขึ้นแสงอาคมรอบขอบสนามสว่างเป็นเส้นบาง“เริ่มได้!”คู่ต่อสู้ของหลิงยวนพุ่งเข้าหาทันทีกระบี่ยาวฟันเฉียงจากไหล่ลงเอว ขณะที่กระบี่สั้นซึ่งซ่อนอยู่ข้างแขนกลับแทงออกจากมุมต่ำแทบพร้อมกันเสียงโลหะกระทบกันดังเพียงครั้งเดียวหลิงยวนเบี่ยงกระบี่ยาวออก แล้วถอยเท้าข้างหนึ่งให้ปลายกระบี่สั้นผ่านหน้าอกไปห่า

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 76 — อย่าหยุดเพียงเพราะเกือบชนะ

    เสียงน้ำฉีกผ่านอากาศดังอยู่ข้างหูหลินเยว่ซีเห็นหานรั่วหลันถอย เห็นช่องว่างใต้แขน และรู้ว่าหากแทงต่อ ปลายกระบี่จะถึงตัวอีกฝ่ายก่อนน้ำด้านหลังจะกระแทกนางเต็มแรงแต่ถึงก่อน…ไม่ได้แปลว่านางจะรับแรงกระแทกหลังจากนั้นไหวเยว่ซีเปลี่ยนมุมกระบี่คมที่พุ่งตรงพลิกเข้าขัดอาวุธของหานรั่วหลัน นางก้าวเฉียงผ่านไหล่อีกฝ่ายแทนที่จะตามแทงสายน้ำกระแทกเฉียดสะบักความเจ็บแล่นวาบ ร่างนางเซไปครึ่งก้าว แต่แรงส่วนใหญ่พุ่งผ่านช่องว่างที่นางเพิ่งหลบออกมาน้ำตรงเข้าหาเจ้าของปราณเองหานรั่วหลันยกมือซ้ายหยุดมันเพียงชั่วจังหวะนั้น เยว่ซีก็กดกระบี่อีกฝ่ายลงแล้วหมุนเข้าด้านข้างได้สำเร็จเสียงฮือดังขึ้นทว่าหานรั่วหลันกลับใช้ศอกขวาดันแขนเยว่ซีออก พลิกด้ามกระบี่แล้วถอนตัวพ้นระยะทั้งสองแยกจากกันไม่มีเสียงประกาศผลเยว่ซีหอบหนัก ปลายกระบี่สั่นเล็กน้อย สะบักข้างหนึ่งปวดตุบจนรู้สึกได้ทุกครั้งที่หายใจหานรั่วหลันยกกระบี่ขึ้นใหม่“ข้านึกว่าเจ้าจะแลก”เยว่ซีไม่ละสายตาจากมือซ้ายอีกฝ่าย“ข้ายังอยากแข่งรอบหน้า”หานรั่วหลันยิ้มบาง ๆ“ข้าก็เช่นกัน”น้ำบนพื้นเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง⸻คราวนี้หานรั่วหลันไม่ส่งน้ำพุ่งสูงนางแยกมันเ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status