Se connecterเมื่อได้รับอนุญาตทางสายตา จื่อซิ่วจึงกล่าวต่ออย่างระมัดระวังว่า
“บ่าวขอเตือนตามตรง องค์ชายรองรูปงามที่มาบ่ายวันนี้ เขาคือเทพสงครามเป็นถึงนักรบคู่แผ่นดิน พยัคฆ์ร้ายเจิ้งเซียวเล่อ ฉายามัจจุราชอำมหิตกลืนเมืองเลยนะเจ้าคะ”
ซือเร่อขมวดคิ้ว “อะไรนะ?”
แม่นางน้อยกะพริบตา มองค้อนสาวใช้ “เทพสงคราม นักรบคู่แผ่นดิน ฟังดูดีอยู่หรอก แต่พยัคฆ์ร้ายฉายามัจจุราชอำมหิตกลืนเมืองคืออะไร? ไยไม่น่าฟังเลย”
จื่อซิ่วค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ แล้วเอ่ยกระซิบกระซาบอีกว่า
“เขาทั้งโหดเหี้ยมอำมหิต เจ้าคิดเจ้าแค้น เจ้าเล่ห์เพทุบาย ลงมือเฉียบขาด ยามออกรบยังฆ่าคนเช่นผักปลา ใครหน้าไหนก็ไม่อาจทัดทาน บ่าวยังได้ยินข่าวลือจากชายแดนว่า เขาชื่นชอบการจับข้าศึกมาทรมาน เผาไฟคนทั้งเป็น บางครั้งยังนิยมแล่เนื้อเถือหนังศัตรูแล้วโยนให้ปลากินเล่น น่ากลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ”
ยิ่งได้ฟัง ม่านตาดำของซือเร่อยิ่งหดแคบ ได้ยินสาวใช้ร่ายคำยาวเหยียดต่อเนื่องว่า “แคว้นที่ถูกตีแตกยังเป็นเพราะเขาควบม้าตะบึงบุกปล้นสะดมราวกับจอมโจรโฉดชั่วมหาภัยตัวร้าย ชาวบ้านตามชายแดนเมื่อได้ยินว่าเขากำลังจะผ่านทางก็พากันหวาดหวั่นพรั่นพรึงจนไม่เป็นอันทำมาหากินเลี้ยงชีพอันใดเจ้าค่ะ นอกจากปล้นชิง ฆ่าคนไม่เว้นวัน เขายังมีวีรกรรมโหดร้ายมากมาย และที่สำคัญ รางวัลพระราชทานหลังสิ้นศึกครั้งล่าสุดยังได้เป็นสาวงามเต็มวัง เขาทั้งเจ้าสำราญและเสเพล ชมชอบกามารมณ์วิตถาร ร่ำสุราเคล้ากลุ่มนารีทุกค่ำคืน”
“พอ!”
ซือเร่อยกมือขึ้นเบื้องหน้า สายตาบ่งบอกได้ว่าไม่อาจฟังได้อีกต่อไป “เจ้าหยุดพูดเถอะ! ข้าไม่อยากฟังแล้ว”
จื่อซิ่วจ้องมองนายสาวของตนอย่างห่วงใย นางกล่าวต่ออย่างจริงใจว่า “โธ่! ท่านหญิง ...บ่าวไม่เตือนไม่ได้จริงๆ นะเจ้าคะ วันนี้ที่บ่าวสังเกตเห็นอย่างชัดเจน แววตาคมกริบของเขาเรียบเฉย มิได้รู้สึกอันใดเลยกับท่านหญิง หากต้องแต่งงานกันจริงๆ ไยมิใช่เอาชีวิตไปทิ้ง ชีวิตหลังแต่งงานต้องเสี่ยงเผชิญฝันร้ายทุกค่ำคืน”
ซือเร่อเม้มปากนิ่ง กำมือแน่น จื่อซิ่วผู้นี้เป็นสาวใช้ภักดี อายุยี่สิบปี เกิดและเติบโตในวัง อีกฝ่ายดูแลนางตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้าวังฝูอ๋อง เป็นทั้งบ่าวเป็นทั้งพี่เลี้ยง คอยชี้แนะตักเตือนถูกผิดอย่างจริงใจมาโดยตลอด
อีกอย่าง...จื่อซิ่วยังรู้ทุกเรื่องราวในเมืองหลวง
ไม่ว่าจะเป็นข่าวซุบซิบนินทาของพวกคุณหนูลูกขุนนางหรือแม้กระทั่งข่าววงในของพวกสตรีชั้นสูง รู้ว่าใครเป็นใครอย่างไร ผู้ใดควรเข้าใกล้ผูกสัมพันธ์อันดี ผู้ใดควรหนีห่างเว้นระยะ ผู้ใดควรหลีกเลี่ยงให้ไกลเพื่อจะได้ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายในวันหน้า
สาวใช้คนนี้รู้ทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องยิบย่อยจนถึงเรื่องการเมืองแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในราชสำนัก
ซือเร่อสามารถเติบใหญ่อย่างงดงามหมดจด ทำตัวกลมกลืนอยู่ในแวดวงที่มีเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงของสังคมชนชั้นสูงมาได้อย่างชาญฉลาดสง่างามก็เพราะมีสาวใช้อย่างจื่อซิ่วคอยชี้แนะ มิใช่เพราะอำนาจล้นฟ้าของชินอ๋องเจิ้งเทียนฉีเพียงอย่างเดียว
เช่นนั้น ...นางจึงไม่อาจไม่รับฟัง
หากแต่เรื่องแต่งงาน มิใช่เรื่องที่บุตรจักตัดสินใจได้เอง
แน่นอนว่าซือเร่อไม่อาจปฏิเสธความหวังดีของชินอ๋องได้แม้ครึ่งคำ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงฐานันดรสูงส่งเลย แค่ชาวบ้านทั่วไปยังต้องฟังบิดามารดาหรือบุคคลเทียบเท่าบุพการีว่ากล่าวส่งเสริม ไม่ว่าผู้อาวุโสจะบอกว่าผู้ใดเหมาะสมกับผู้ใดล้วนต้องเชื่อตามนั้น กระทั่งคำของแม่สื่อยังต้องเชื่อถือเป็นที่ตั้ง ไม่อาจปฏิเสธได้
ทำอย่างไรดี?
ทั้งคืนซือเร่อครุ่นคิดถึงเรื่องนี้จนนอนไม่หลับ
แม้ว่าเตียงนอนจะหนานุ่ม ผ้าห่มจะอุ่นสบาย ทว่านางกลับนอนพลิกไปพลิกมาประหนึ่งนอนอยู่บนกองไฟร้อนฉ่า
เด็กสาวคิดถึงใบหน้าหล่อเหลาของเจิ้งเซียวเล่อก็ให้รู้สึกใจเต้นโครมครามไม่เบา แก้มร้อนผะผ่าวอย่างไม่อาจควบคุม แต่เมื่อคิดถึงคำเตือนของคนสนิทหัวใจก็เต้นในจังหวะที่สงบลง
เสียดายก็เสียดาย แต่ความปลอดภัยหลังแต่งงานต้องมาก่อน คนอุตส่าห์ได้เป็นถึงท่านหญิงสูงศักดิ์มีอำนาจมีเงินทอง สมควรใช้ชีวิตให้ดีไปทั้งชาติ จะพลาดเพราะเลือกแต่งงานผิดมิได้โดยเด็ดขาด แต่จะสลัดทิ้งไปเลยก็ไม่ได้อีก
ไม่ต้องเอ่ยถึงความหล่อเหลาสง่างามเหนือสามัญเท่านั้น แต่อำนาจล้นฟ้าขององค์ชายไยมิใช่สิ่งที่ไม่อาจตัดใจได้โดยง่าย
การผูกสัมพันธ์เอาไว้จึงจะดี ช่วยเสริมอำนาจบารมีสืบไป
คิดไปคิดมาพลันนึกถึงน้องสาวฝาแฝดของตน
ใช่แล้ว...นางยังมีตัวตายตัวแทนอยู่ทั้งคนนี่นา
ซือเร่อหรี่ตา ขบริมฝีปากจนเลือดซึม ครุ่นคิดหนักหน่วง
แผนการบางอย่างจึงถือกำเนิด ซือเร่อค่อยๆ ขบคิดอย่างละเอียดรอบคอบ
หลังจากคิดตกแล้ว ซือเร่อจึงใช้เงินทองและอำนาจที่มีแอบตามหาเฟิงลี่ผู้เป็นน้องสาวอย่างเงียบ ๆ มิให้ใครล่วงรู้
แผนการของซือเร่อมิได้ซับซ้อน หากแต่ต้องละเอียดรอบคอบถึงขั้นใจร้ายแน่นอนว่าหากให้น้องสาวฝาแฝดสวมรอยแต่งงานแทน ตำแหน่งท่านหญิงหยี่ซินย่อมตกไปอยู่ที่เฟิงลี่อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนซือเร่อต้องหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้วจะอยู่อย่างไร? ชีวิตที่เหลือมิต้องอยู่อย่างหลบซ่อน เร่ร่อนไปเรื่อยหรือ เช่นนั้นก็สมควรไปรับตัวเฟิงลี่มาอย่างเปิดเผย เสนอให้ท่านพ่อบุญธรรมยกเฟิงลี่ให้องค์ชายรองผู้นั้นตามตรงทว่าท่านพ่อบุญธรรมจะเห็นชอบหรือไม่?เฟิงลี่จะยินยอมหรือเปล่า?องค์ชายรูปงามจะยินดีหรือไร?ความจริงเรื่องผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเมื่อครั้งนั้นเล่าจะถูกเปิดเผยด้วยหรือไม่?ฐานะหน้าตา อำนาจบารมี น้ำหนักในใจของท่านอ๋อง รวมถึงการยกย่องชื่นชมและความยำเกรงของชาวประชาที่มีให้นางเสมอมาจะไม่สูญสิ้นไปด้วยหรือไร?ทุกสิ่งนี้คือปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะสองเรื่องสุดท้ายคือเรื่องร้ายแรงที่สุด ซือเร่อให้นึกหวาดกลัวยิ่งนักเช่นนั้นก็มีวิธีเดียวคือแต่งงานแบบสวมรอยแทนเท่านั้น และเพื่อป้องกันเฟิงลี่มาแทนที่ตนซึ่งเป็นถึงท่านหญิง รอให้พิธีแต่งงานเสร็จสิ้น แปรสภาพไม้เป็นเรือ เปลี่ยนข้าวสารเป็นข้าวสุก มิอาจย้อนคืนเสียก่อน นางค่อยปรา
“แต่ว่าน้องรองของข้ามิใช่สุภาพชนสักเท่าใด ยิ่งมิใช่คนดีอะไร บางทีพวกเราอาจดูเบาเขาเกินไปก็เป็นได้ แค่พิธีกราบไหว้ฟ้าดินจะมีผลกับเขาหรือไม่?”หญิงสาวมิได้วิตกกังวล นางกล่าวเสียงนุ่มหวานละมุน “รัชทายาทไม่ต้องห่วงเพคะ น้องสาวของหม่อมฉันได้รับ ‘ยาสั่ง’ ควบคุมได้กระทั่งจิตวิญญาณ ต่อให้อยู่ต่อหน้าท่านพ่อบุญธรรมก็ยังไม่แน่ว่าจะแยกแยะออกว่านางมิใช่หม่อมฉัน และที่สำคัญ กว่านางจะได้สติครบครันก็ล่วงเข้าสามเดือนหลังจากเข้าหอแล้ว ความสัมพันธ์ลึกซึ้งยิ่ง ไม้ได้กลายเป็นเรือแล้วไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ไม่แน่ว่าในท้องของนางอาจมีอ๋องน้อยก่อร่างสร้างตัวจนแข็งแรง หากเจี้ยนอ๋องจะทรงส่งคืนคงไม่แคล้วถูกประณามจนไม่มีที่ยืนในแผ่นดิน” ดวงเนตรงามฉายแววเจ้าเล่ห์ทอประกายพร่างพราย นางเสริมอีกว่า “เมื่อถึงเวลาที่หม่อมฉันออกมาเปิดเผยตัวตน ต่อให้เป็นท่านพ่อบุญธรรมก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้เช่นกัน” คำตอบของสตรีข้างกายส่งผลให้เจิ้งซงหยวนพึงพอใจ เขายกยิ้มอบอุ่นเอื้อมมือไปโอบเอวบางเพื่อแนบชิดเหมือนที่เคยพลางเอ่ยชื่นชมด้วยเส้นเสียงทุ้มนุ่ม“หยี่ซินของข้าช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก เช่นนี้ล่ะถึงจะเหมาะสมต่อตำแหน่ง
การแต่งงานของเหล่าเชื้อพระวงศ์ต้าเจิ้งไม่สำคัญว่าพี่ต้องแต่งก่อนน้อง แต่สำคัญที่ความเหมาะสมอันสูงสุดตามช่วงเวลาในสายตาของผู้อาวุโสที่มีอำนาจแห่งราชวงศ์กำหนดการแต่งงานขององค์ชายคนรองแห่งราชวงศ์เจิ้งทำให้สตรีทั่วเมืองหลวงนึกเสียดายไม่น้อยพวกคุณหนูสูงส่งหลายตระกูลถึงกับร่ำไห้น้ำตานองหน้าปานฟ้าถล่มแผ่นดินทลายไม่มีที่ให้หยัดยืนอีกต่อไปโชคดีที่ได้ผู้อาวุโสในจวนคอยปลอบใจ พวกนางจึงมิได้ร่ำไห้เสียใจจนตีอกชกหัวอยู่นานเท่าใดนัก เพราะได้คำผู้ใหญ่เตือนสติว่ายังมีองค์ชายใหญ่ผู้เป็นถึงรัชทายาทเหลืออยู่ทั้งคนตำแหน่งพระชายาเอกในรัชทายาทเป็นสิ่งที่สตรีชนชั้นสูงต่างเฝ้าถวิลหาและหมายปอง มิรู้ได้ว่าใครจะเป็นผู้โชคดีนางนั้นหลังจากท่านหญิงหยี่ซินเข้าพิธีปักปิ่นเป็นที่เรียบร้อย ข้างขึ้นแปดค่ำเดือนสิบสองฤกษ์งามยามดีครองคู่มีสุขมากสมบัติ เกี้ยวสีแดงสดแปดคนหามก็เคลื่อนตัวมารับนางถึงวังฝูอ๋องขบวนแต่งงานยาวเหยียดตระการตาอันเป็นมหามงคลระหว่างเจี้ยนอ๋องเจิ้งเซียวเล่อกับท่านหญิงหยี่ซินยิ่งใหญ่อลังการและหรูหราโดดเด่นสมฐานะอันสูงส่งแห่งพวกเขาทั้งสองเห็นช่อบุปผาแพรไหมสีแดงสดโดดเด่นพร้อมบุรุษรูปโฉมสง่างามผู้เป็น
อ๋องหนุ่มไม่รู้ว่าสิ่งที่เฟิงลี่กระทำลงไปล้วนเป็นเพราะสัญชาตญาณในจิตใต้สำนึก หาได้มีสติล่วงรู้อันใดไม่หลังจากนั้น งานบ่าวไพร่ทั่วไปล้วนตกอยู่ในมือของเฟิงลี่เจิ้งเซียวเล่อสั่งให้นางทำงานชั้นต่ำทุกอย่าง ปรารถนาเห็นนางทรมานอย่างอารมณ์ดี“หน้าที่ของภรรยาก็เช่นนี้ ต้องปรนนิบัติสามีให้ดี จงรู้ไว้”ทว่าเพิ่งสิ้นคำข่มขู่ทุ้มต่ำทรงพลัง กลับเห็นคนงามทำงานหนักด้วยท่าทางสบายๆ มิได้ลำบากอันใดอ๋องหนุ่มให้นึกอึ้ง จึงสั่งเพิ่มงานให้นางมากกว่าเดิมผลที่ได้รับคือ เฟิงลี่ยังคงไม่รู้สึกรู้สา นางสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ดี คล่องแคล่วว่องไว ไม่รู้สึกทุกข์ร้อนใดๆ ไม่ว่าจะเป็นซักผ้า ฝ่าฟืน แบกถังน้ำ แบกไม้ เชือดไก่ แล่เนื้อวัว กระทั่งขุดรูเพื่อดึงอสรพิษร้ายอย่าง ‘งู’ มาต้มน้ำแกงยังทำได้ดียิ่งเจิ้งเซียวเล่อให้รู้สึกหงุดหงิดเหลือเกินพลบค่ำมาเยือน โถงเรือนสว่างไสวดุจยามทิวาท่ามกลางบรรยากาศเย็นฉ่ำ เสียงดนตรีบรรเลงในทำนองไพเราะเสนาะโสต สะกดใจคนฟังอย่างประหลาดทั้งที่ทำงานหนักมาทั้งวัน แต่เฟิงลี่กลับมิได้พักผ่อน นางถูกพาตัวมาร่วมชมความครึกครื้นรื่นเริงกับบรรยากาศร่ำสุราเคล้าเสีย
เสียงต่อสู้เกิดขึ้นบนเตียงนอนจนม่านมุ้งพลิ้วไหว หลังจากประมือกันหลายกระบวนท่า ชายหนุ่มก็จับแขนเสลาและตรึงขาเรียวยาวของหญิงสาวเอาไว้แน่น ใช้ร่างกำยำของตนขึ้นทับร่างเล็กทั้งตัว“เก่งไม่เบานี่ ม้าพยศอย่างนี้ล่ะ ข้าชอบ”กล่าวจบก็ก้มหน้าอีกคราบดขยี้ริมฝีปากแดงอิ่มอีกครั้ง ไล้ปลายลิ้นร้อนรุกล้ำอย่างถือสิทธิ์ กวาดทุกความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ นานครู่ใหญ่ก็ยังกลืนกินอย่างดุดัน กระทั่งเห็นนางหายใจรวยรินจึงยอมถอนริมฝีปากออกมา“ยอมข้าดีๆ ก็สิ้นเรื่องแล้ว”ยังไม่ทันสิ้นประโยค เฟิงลี่พลันอ้าปากกัดคางคมสันอย่างแรง เจิ้งเซียวเล่อถึงกับชะงักความเจ็บแปลบแล่นปราดจากปลายคางจรดลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำทันทีแต่ใครจะคิดว่าเสี้ยวเวลาต่อมาเฟิงลี่พลันอาศัยพลังทั้งหมดที่มียกศีรษะของตนขึ้นอย่างเร็ว โขกซ้ำที่ปลายคางของอ๋องหนุ่มอย่างแรงเสียงกระดูกกระแทกกันดังลั่นสั่นสะเทือนห้องกว้างจังหวะที่เจิ้งเซียวเล่อหงายหลังเสียการทรงตัว เฟิงลี่ยังสะบัดตัวออกจากพันธนาการ ม้วนตัวกลิ้งออกมาแล้วก็ผุดลุกขึ้น หญิงสาวออกตัววิ่งอย่างไร้ทิศทาง ทว่าวิ่งไปไม่กี่ก้าว ร่างเล็กพลันถูกกระตุกกลับอย่างแรง อ๋องหนุ่มจับร่างนุ่มขึ้นอุ้มพาดบ
นางตื่นขึ้นมาเพราะถูกความเย็นเยือกหนึ่งกระแทกใส่ เนื่องจากผ้าห่มอุ่นถูกดึงออกไปอย่างไร้ความปรานีต่อร่างบางเจิ้งเซียวเล่อมองแม่นางน้อยตรงหน้าที่งามสะพรั่งกว่าวันวานด้วยสายตาเย็นชานางดูเจริญวัยกลายเป็นหญิงงามทรงเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ผิวขาวมีน้ำมีนวลมากกว่าเดิม ไม่เจอกันแค่ไม่นาน นางกลายร่างเป็นปีศาจสาวจอมยั่วยวนถึงเพียงนี้ คงตั้งใจแน่วแน่ใสการล่อลวงเขาอย่างเต็มที่กระมังอ๋องหนุ่มแค่นยิ้มหยันบุรุษสูงศักดิ์จะเคยถูกหยามเยี่ยงนี้ที่ไหน ยิ่งสตรีที่มีสิทธิ์เพียงอุ่นเตียงกับคลอดบุตร จะเคยมีใครบังอาจเช่นนี้หรือ คำตอบคือไม่! มีเพียงเขาเท่านั้นที่มีสิทธิ์หยามผู้อื่นได้ฝ่ามือหนายกขึ้นบีบคางนาง ก้มหน้ามองอย่างดุดัน กล่าวเสียงเหยียดเย็น “ไม่เจอกันนาน คิดถึงว่าที่สามีหรือไม่เล่า”เฟิงลี่ไม่ตอบ ดวงตากลมโตส่องประกายงดงามจ้องมองใบหน้าหล่อเหลานิ่งๆ ไร้ซึ่งปฏิกิริยาใดๆ ไม่ว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธล้วนไม่เกิดขึ้นทั้งสิ้นเจิ้งเซียวเล่อหรี่ตา มองกลีบปากจิ้มลิ้มอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน การนิ่งเงียบเปรียบเสมือนการท้าทายชนิดหนึ่ง“เจ้าไม่ตอบ?”เฟิงลี่ก้มหน้าลง ไม่ได้พูดจาชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นเรียวคิ้วเข้มยิ่งขมวด







