Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2025-08-10 10:51:26

ภูเบศมาขึ้นเครื่องส่วนตัวที่จอดอยู่สนามบิน ถึงแม้จะมีเครื่องส่วนตัวแต่ก็ต้องจอดในที่ที่รัฐบาลกำหนดไว้

ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง และมีรถรอรับเขาอยู่ที่สนามบินแล้ว

"เจอตัวมันหรือยัง" ลงเครื่องก็ตรงมาถามลูกน้องที่จอดรถรออยู่

"ยังเลยครับนายหัว"

"พวกมึงทำอะไรกัน แค่ผู้หญิงคนเดียวยังเอาไม่อยู่" ถ้าสังเกตใบหน้าของเขาตึงเครียดมาก แต่จะแสดงอารมณ์ออกมาตอนนี้ไม่ได้เพราะยังคงอยู่ที่สาธารณะ

"ไม่คิดว่าเธอจะใจกล้าขนาดนั้นครับ" พื้นที่ป่ามีเป็นพันๆ ไร่ และเวลานั้นก็เป็นกลางคืนใครจะคิดล่ะว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ จะกล้าวิ่งหายเข้าไปในป่า

"เชิญครับนายหัว" ขณะที่เปิดประตูให้ลูกน้องคนที่มารับไม่กล้ามองสบตาเจ้านายเลยได้แต่ก้มหัว

ตอนที่นั่งรถผ่านป่าไม้ เขาและคนของเขาก็สอดส่ายสายตามองตามพุ่มไม้ที่อยู่ละแวกนั้น

"แถวนี้ยังมีกระท่อมอยู่ไหม" ภูเบศนึกได้ว่าเคยมีกระท่อมที่คนของเขาสร้างไว้เวลาออกมาตัดไม้

"มีอยู่ครับ" ลูกน้องคนที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่ก็ตอบโดยการมองผ่านกระจกหลัง

"พวกมึงไปดูหรือยัง"

"ยังไม่ได้ไปดูครับ" ที่ยังไม่ได้ไปดูเพราะไม่คิดว่าเธอจะไปถึงที่นั่นได้ ทางที่จะเดินจากปางไม้มากระท่อมมันลำบากมากผู้หญิงคงไม่เดินไปหรอก

ภูเบศเลยสั่งให้จอดรถ และการที่จะเข้าไปกระท่อมก็ต้องผ่านลำธาร 

"เดี๋ยวให้ผมเข้าไปดูก็ได้ครับ" วัลลภที่ติดตามมาด้วยถืออาสา

"พวกมึงหาตามละแวกนี้" เพราะยังมีพื้นที่อีกหลายที่ที่เขาสงสัยว่าเธอจะไป แต่ถ้าจะให้เดินออกไปถึงถนนด้านหน้าไม่มีทาง ดีไม่ดีถูกสัตว์ป่าคาบไปแดกก่อนแล้ว

"ครับ"

ภูเบศเดินตามทางเล็กๆ ตรงไปทางกระท่อม ผ่านลำธารเขาต้องข้ามไป ..ลำธารนี้มีโขดหินให้เดินผ่านน้ำใสจนมองเห็นตัวปลาที่ว่ายผ่าน ถึงแม้ที่นี่จะเป็นกลางวันแต่ต้นไม้สูงบังแสงสว่าง ใช้เวลาไม่นานก็เดินเข้ามาถึงกระท่อมที่เขาจะเข้ามาดู เพราะถ้าเธอผ่านมาทางนี้มันจะมีทางเล็กๆ ให้เดินมาจนถึงกระท่อม ถ้าใครไม่รู้ก็เหมือนมันเป็นกับดักให้คนเดินตรงมาทางนี้เพราะเห็นว่าเป็นกระท่อมไม่มีใครอยู่ คนที่เดินป่าเหนื่อยๆ ก็ต้องมานอนพัก

แกร็ก.. เสียงฝีเท้าของคนที่เดินเข้ามาใกล้กระท่อมเหยียบกิ่งไม้ก่อน และก็มองไปเห็นว่ามีความเคลื่อนไหวในกระท่อมนั้นจริงๆ ภูเบศเลยรีบวิ่ง

"กรี๊ดด" หญิงสาวที่เผลอหลับเพิ่งสะดุ้งตื่นตอนเสียงเหยียบกิ่งไม้นี่แหละ ระยะกระชั้นชิดขนาดนี้ไม่มีทางที่เธอจะวิ่งหนีได้ทัน ร่างเล็กถูกตะครุบล้มหงายลงกับพื้นดินที่มีหญ้าปกคลุมหนาทึบ "ปล่อยนะไอ้เลว!"

"หึ! โชคดีนี่ที่ยังไม่เป็นศพ"

"ไอ้ชั่ว ถ้าฉันจะถูกจับกลับไปอีกฉันขอตายที่นี่ดีกว่า"

"ได้.. แต่ก่อนตายอย่าให้เสียของไปเปล่าๆ"

"ปล่อยนะ! โอ๊ยหยุดนะฉันเจ็บ" หญิงสาวดิ้นทุรนทุรายตอนที่ถูกอีกฝ่ายกระชากเสื้อที่ใส่อยู่จนขาด และใบหน้าคมคายนั้นก็ฝังลงกับเนินอกที่เปิดเผยโดยฝีมือของเขาเอง

"อยากตายอยู่แล้วทำไมกลัวเจ็บล่ะ"

"ถึงจะตายฉันก็ไม่ยอมเป็นของแกหรอกไอ้คนเลว" ดวงตาที่ดูจะสิ้นหวังมองไปรอบๆ เผื่อว่ามือเธอจะคว้าถึงท่อนไม้หรืออะไรก็ได้ที่สามารถช่วยไม่ให้เธอตกเป็นของมัน

และก็มองไปเห็นกิ่งไม้ถึงแม้มันจะเล็กแต่ถ้ามันจิ้มลงบนตัวเขาก็คงทำให้เขาเจ็บได้บ้าง

จึก!

"ซี๊ดด" จากที่ฝังใบหน้าอยู่กับร่องอก มือหนายื่นไปจับแขนเธอที่เอาไม้แทงลงมาช่วงไหล่ที่ไม่มีเสื้อ แล้วบิดมือของเธอจนไม้นั้นหลุดออก

"เจ็บโอ๊ย" ตอนที่ถูกบิดนึกว่าแขนจะหักหญิงสาวเลยต้องปล่อย

"อยากตายใช่ไหม" เสียงกัดฟันจนคนที่อยู่เบื้องล่างได้ยิน และสีหน้าของเขาก็บ่งบอกว่าโกรธมาก

ภูเบศดันตัวลุกขึ้นมาแล้วมองร่องรอยตรงที่ถูกไม้แทง มีเลือดซิบออกมาแต่ความเจ็บไม่ต้องพูดถึง และตอนที่เขาเผลอเธอก็รีบลุกขึ้นแต่ยังไม่ทันได้วิ่งก็ถูกเขาจับขากระชากกลับมาจนล้มคว่ำลงไปอีก

"โอ๊ยฉันเจ็บนะปล่อย!"

"ผู้หญิงบ้าอะไรวะฤทธิ์เยอะฉิบหาย" ไม่เคยเจอผู้หญิงที่มีฤทธิ์เดชขนาดนี้มาก่อน ถือว่าใจเธอสู้มาก ดีแบบนี้แหละค่อยสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย

"จะพาฉันไปไหน ฉันไม่ไปกับแกนะ!" เธอถูกเขาลากตัวให้เดินตามออกมา ถึงแม้จะไม่อยากเดินด้วยแรงของเธอคงสู้ผู้ชายไม่ได้ "โอ๊ยช้าหน่อยสิฉันเจ็บ"

"อยากตายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ เจ็บนิดเจ็บหน่อยทำเป็นโอดโอย"

ออกมาจนถึงลำธาร ตอนที่เธอจะเดินไปกระท่อมก็ผ่านลำธารแต่ไม่ใช่ผ่านทางนี้ เธอยังกินน้ำในลำธารเพื่อประทังชีวิตของตัวเองอยู่เลย

"ปล่อยนะฉันบอกว่าฉันไม่ไปไง!" ด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้าขาจะก้าวยังไม่มีแรงเลย ที่เดินออกมาได้เพราะแรงของเขาฉุดกระชาก แต่พอมาถึงลำธารเห็นว่าเธอขัดขืนเขาเลยผลักร่างของเธอจนตกลงไปในน้ำแบบตั้งใจ

ตุ้ม!

"อึก" ตอนตกลงมาน้ำเข้าจมูกโชคดีที่ขาถึงพื้นดันร่างตัวเองขึ้นมาได้ก็ถึงกับสำลัก แต่พอตั้งสติได้หญิงสาวก็รีบตะเกียกตะกายจะไปขึ้นอีกฝั่งหนึ่งเพื่อที่จะหนีซาตานแบบเขา

แต่พอมาถึงอีกฝั่งหนึ่งของลำธารก็เห็นคนของเขายืนรออยู่ตรงนี้เธอเลยจะเดินทวนน้ำ แต่ไม่ทันคนของเขากระโดดลงมากระชากตัวเธอก่อน

"กรี๊ดดด"

ตุ๊บ! กำปั้นชกเข้าที่ท้องหมัดเดียวทุกอย่างก็มืดสนิท 

"เอาไงต่อครับนาย ปล่อยไว้ในน้ำให้เป็นอาหารปลาเลยดีไหมครับ" คนที่ต่อยท้องเธอก็คือวัลลภ และพอเธอหมดสติวัลลภก็รับร่างของเธอไว้ไม่ให้จมลงไปในน้ำ

"เอาขึ้นมา อย่าให้มันตายง่ายๆ แบบนี้"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 62 ตอนจบ

    พันธะ(รัก)เมียบำเรอ บทที่ 62 ตอนจบหลายวันต่อมาข้าวสวยก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว และเธอก็ขอมาพักฟื้นที่บ้านกับพ่อ ภูเบศเลยมาอยู่ดูอาการเธอที่นี่ด้วย"แล้วทำไมคุณต้องให้ลูกน้องตามมาเยอะแยะขนาดนี้ด้วย" คนข้างบ้านก็มองกันจังคงคิดว่าสามีเธอเป็นมาเฟีย แต่ก็ไม่แตกต่างจากมาเฟียหรอก"หน้าที่ของพวกมัน จะให้พวกมันไปทำอะไรล่ะถ้าไม่ให้เฝ้าฉัน""คุณก็ใช้ชีวิตเหมือนชาวบ้านธรรมดาเขาบ้างสิคะ ไม่ต้องให้ลูกน้องตามเป็นขบวนแบบนี้" ลูกน้องตามเขาก็ไม่ต่างจากตามเธอหรอกช่วงนี้ไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย"พวกมึงออกไปรออยู่นอกบ้าน""ครับ" ได้ยินนายหัวสั่ง ลูกน้อง 5-6 คนที่เฝ้าอยู่รอบๆ บ้านก็ออกไปยืนอยู่ถนนหน้าบ้าน"คุณบอกคนของคุณเข้ามาเดี๋ยวนี้เลยนะ!""แล้วจะเอายังไงอีก""คุณทำแบบนี้ชาวบ้านเขาก็แตกตื่นกันหมดพอดี""แบบนั้นก็ไม่ได้แบบนี้ก็ไม่ได้""โอ๊ยฉันจะบ้าตายกับคุณอยู่แล้วเนี่ย""คุณหมอบอกอย่าเครียดไง""ที่ฉันเครียดก็เพราะคุณนี่แหละ""ก็ได้เดี๋ยวจะบอกพวกมันกลับไปอยู่บ้าน"เย็นวันนั้นภูริกลับมาที่บ้านก็เห็นวัลลภและคนของลูกชายอยู่บ้าน"แล้วเจ้าภูล่ะ""นายหัวอยู่บ้านภรรยาครับ""แล้วทำไมพวกมึงถึงอยู่ที่นี่""นายหัวบอก

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 61

    "คนไข้ยังขยับตัวไม่ได้นะคะ" คุณหมอเห็นว่าข้าวสวยพยายามจะลุกจากเตียงเลยเข้ามาห้าม "ฉันจะไปดูสามีฉันค่ะ""ช่วงนี้คุณจะขยับตัวไม่ได้นะคะ""ทำไมคะ" เธอก็เห็นว่าร่างกายของเธอไม่ได้เป็นอะไรมาก"เสี่ยงต่อการแท้งค่ะ""ลูก?" นี่เธอลืมได้ยังไง "ลูกฉันเป็นยังไงบ้างคะ""เด็กยังอยู่ค่ะ แต่คุณต้องนอนอยู่นิ่งๆ ห้ามขยับตัว" แล้วคุณหมอก็แจ้งอาการเบื้องต้นจากการตรวจ เพราะเธอถูกทำร้ายร่างกาย โชคดีที่ไม่ถูกท้องถ้าไม่งั้นคงรักษาเด็กไว้ไม่ได้ตอนที่เธอรู้ว่าถูกจับตัวไป พยายามต่อสู้เลยถูกพวกมันทำร้ายร่างกาย โชคดีที่มันไม่ได้ต่อยเข้ามาที่ท้องถ้าไม่งั้นป่านนี้ลูกก็คงไม่อยู่กับเธอแล้วข้าวสวยเลยทำตามที่คุณหมอบอกนอนอยู่นิ่งๆ ไม่นานเสี่ยภูริที่ไปดูลูกชายก็กลับมาบอกอาการ ว่าตอนนี้ภูเบศฟื้นแล้วแต่ก็ยังขยับตัวมากไม่ได้ได้ยินแค่นี้เธอก็หายใจโล่งขึ้นมากเลย เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เธอรู้ว่าเขายังเป็นห่วงเธอกับลูก ยอมเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยวันต่อมา.. วันนี้คุณหมอให้ออกจากห้อง ICU เพื่อไปพักฟื้นที่ห้อง VIP ที่เตรียมไว้ แต่ภูเบศขอไปพักฟื้นห้องเดียวกับเธอ ถึงแม้ทุกคนจะบอกว่าตอนนี้เธอปลอดภัยดีแล้วแต่เขาก็ยังไม่เชื่อใจ คุณหม

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 60

    "เจอไหม" จากที่เมาๆ อยู่พอกลับบ้านมาไม่เห็นเมียตอนนี้รู้สึกสร่างเมาเลย"ไม่เจอเลยครับผมกำลังให้คนเช็คกล้องวงจรปิดอยู่ครับ" พูดจบคนที่เช็คกล้องวงจรปิดก็รีบวิ่งมาหา "เป็นยังไงบ้าง""นายหญิงออกไปตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้วครับ""ไปไหน""กล้องจับภาพได้แค่ตอนเดินออกไปแต่ไม่รู้ว่าไปกับใครไปที่ไหน" แล้วลูกน้องคนนั้นก็ยื่นคลิปกล้องวงจรปิดให้ดู เหมือนรถคันที่มารับเธอจะรู้มุมกล้องวงจรปิดดี..จะไม่รู้ได้ยังไงก็คนในบ้านเป็นไส้ศึกเสียเอง"ให้คนไปดูที่สถานีรถ" เขาคิดว่าเธอต้องหนีกลับแน่เลย เพราะเธอเคยหนีแบบนี้มาแล้วหลายครั้งและคนของเหมืองก็รีบไปเช็คที่สถานีรถทั้งรถไฟและรถทัวร์ ส่วนสนามบินอยู่ไกลมากคิดว่าเธอคงไม่ไปหรอก​ แต่เพื่อความชัวร์เขาให้อีกชุดหนึ่งไปดูที่สนามบินจนถึงตอนเช้าก็ยังไม่ได้ข่าว ไม่ใช่ไม่ได้ข่าวจากลูกน้องหรอก​ไม่ได้ข่าวของเธอนี่แหละ เพราะลูกน้องก็ส่งข่าวมาอยู่ว่าหาไม่เจอไม่เห็นร่องรอยของเธอเลยเรื่องมันชักจะไม่เข้าท่าแล้วเขาเลยต้องไปที่สถานีตำรวจ ให้ตำรวจช่วยอีกแรง เพราะอยากยืมมือตำรวจประสานงานไปที่สน.อื่นด้วยที่จริงถ้ายังหายไปไม่ครบ 24 ชั่วโมงตำรวจจะยังไม่รับแจ้งความ แต่นี่นายหัวภูเบศมา

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 59

    ข้าวสวยและจินดาไม่ได้พูดคุยอะไรกันหรอก หลังจากเหตุการณ์นั้นข้าวสวยก็เดินกลับมา"ไปไหนมา" เขากลับมาไม่เห็นเธอกำลังจะใช้คนให้ไปตามหาอยู่พอดีเลยแต่เห็นเธอเดินกลับมาก่อน"ไปเดินเล่น" ข้าวสวยพูดแค่นี้แล้วก็เดินผ่านหน้าของเขาไป"เรื่องห่อหมกเดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้ป้าซื้อจากตลาดมาให้ใหม่""ฉันไม่อยากกินแล้ว""ยังโกรธอยู่เหรอ""ทำไมฉันต้องโกรธด้วย""ก็บอกจะซื้อมาให้ใหม่ไง""ฉันอยากจะกลับแล้ว" เธอไม่อยากพูดเรื่องห่อหมกอะไรนั่นแล้ว และขณะที่เธอกำลังยืนคุยกับภูเบศอยู่ จินดาก็เดินกลับมาพอดี สายตาของข้าวสวยมองไปและเป็นจังหวะเดียวกับที่จินดามองมาทั้งสองสบตากัน จินดาเริ่มพะวงแล้วกลัวว่าข้าวสวยจะเอาเรื่องนั้นมาพูดกับนายหัว"แม่ แม่ไปไหนมาหนูนุ้ยหาแม่ไม่เจอ" หนูนุ้ยเห็นแม่มาก็รีบวิ่งเข้าไปกอด"แม่ไปเดินเล่นมา""นายผู้หญิงทานอะไรหรือยัง" เขามองตามหลังเธอที่เดินขึ้นบ้านแล้วหันไปถามจินดาว่าเธอทานข้าวหรือยัง"ทานแล้วค่ะ" จินดาไม่รู้หรอกว่าทานหรือไม่ทาน เพราะตัวเองออกไปก่อนแถมยังกลับเข้ามาทีหลังภูเบศได้ยินว่าเธอทานแล้วเขาเลยบอกให้จินดาเตรียมอาหารมาให้ ทีแรกว่าจะกลับมาทานพร้อมเธอนั่นแหละ แต่ถ้าเธอทานแล้วเขาก็

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 58

    ดึกๆ คืนนั้น..เธอรู้สึกตัวตื่นเพราะมีคนนอนลงข้างๆ แต่พอนอนลงเขาก็ตะแคงหันหลังให้เขามาตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย ..ข้าวสวยเห็นว่าเขาไม่สนใจเธอเลยแกล้งลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ ที่จริงก็ไม่ได้แกล้งหรอกปวดจริงๆ นี่แหละออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเขามองมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ข้าวสวยเลยเดินไปนอนที่เดิมของเธอ"คุณยังคิดเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่าคะ""คิดเหมือนเดิมหมายความว่ายังไง""คิดว่าฉันทำลูกสาวคุณหัวโนไง""เราจะไม่พูดเรื่องนั้นอีก""ฉันต้องพูดค่ะเพราะมันไม่ใช่ฝีมือของฉัน""ผมเชื่อก็ได้""เชื่อก็ได้หมายความว่ายังไง""จะมาชวนทะเลาะอะไรอีก คนเพิ่งกลับมามันเหนื่อยนะเว้ย""ไหนๆ ก็ได้ทะเลาะแล้วให้ฉันพูดตามสิ่งที่ฉันคิดเถอะ""คิดอะไรอีกล่ะ""แม่ลูกคู่นั้นไม่ธรรมดาเลยนะ คุณแน่ใจเหรอว่าผู้หญิงคนนั้นถูกขืนใจจนตั้งท้อง""ข้าวสวย!!" ภูเบศตะเบ็งเสียงออกมาดังมากจนเธอสะดุ้ง ข้าวสวยที่เพิ่งขึ้นไปที่นอนต้องรีบลุกขึ้นมา ถ้าเขาต่อยเธอได้คงจะต่อยไปแล้ว"คุณคิดว่าฉันอกุศลใช่ไหมล่ะ ถ้าคุณมีตามองสักนิดคุณจะเห็นว่าฉันไม่ได้ทำเด็กคนนั้นหกล้ม""เรื่องนั้นมันจบไปแล้วจะพูดหาพระแสงทำไมอีก""เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของฉันฉันจำเป็นต้องพูด

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 57

    วันต่อมาภูเบศต้องให้เธออยู่ที่บ้านกับคนรับใช้​ ส่วนเขาก็ออกไปจัดการงานที่เหมือง"สวัสดีจ้ะหนูนุ้ย" ข้าวสวยลงมาก็เห็นเด็กกำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่ "ทำอะไรอยู่จ๊ะ""มองไม่เห็นหรือไง""?" ทำไมเด็กถึงได้ก้าวร้าวขนาดนี้ ..ได้ยินที่เด็กตอบเมื่อสักครู่ข้าวสวยก็หันไปมองดูแม่ของเด็กที่ทำงานบ้านอยู่แถวนั้น จะว่าแม่ไม่ได้ยินก็คงไม่ใช่แต่ทำไมถึงไม่สั่งสอนลูกหน่อยว่าไม่ให้พูดกับผู้ใหญ่แบบนี้ "เมื่อกี้ฉันฟังไม่ชัดหนูพูดว่าอะไรนะ" ในเมื่อแม่ไม่สั่งสอนเดี๋ยวฉันจะสั่งสอนเอง"หูหนวกเหรอถึงไม่ได้ยินคนพูด""ฉันเป็นภรรยาของผู้ชายที่หนูเรียกว่าพ่อ ถ้างั้นหนูก็ต้องเรียกฉันว่าแม่อีกคน ไหนลองเรียกแม่ซิ""ฉันมีแม่คนเดียว อย่าคิดว่าจะเข้ามาแทนที่แม่ของฉันได้""แทนที่แม่หนูเข้าใจผิดแล้วมั้ง เพราะแม่หนูไม่ได้เป็นอะไรกับสามีฉันสักหน่อย""แม่" หนูนุ้ยหันไปมองหน้าแม่และมีสีหน้าเหมือนจะร้องไห้"ทำไมคุณต้องว่าให้เด็กแบบนี้ด้วยไม่นึกถึงจิตใจของเด็กบ้างหรือคะ""ฉันแค่พูดให้เด็กเข้าใจ""แกยังเด็กโตขึ้นเดี๋ยวแกก็รู้เองค่ะว่าอะไรคืออะไร""ทำไมต้องรอให้โตด้วยล่ะ เราบอกตอนนี้ให้เด็กเข้าใจก็ได้นี่""แม่คะ ผู้หญิงคนนี้จะมาแย่งพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status