Home / โรแมนติก / พิษรักพันธะวิวาห์ / บทที่ 1/3 เมียนอกสายตา

Share

บทที่ 1/3 เมียนอกสายตา

last update publish date: 2026-02-03 03:20:19

“วันนี้แปลกๆ นะว่าไหม ไม่ได้ยินเสียงคุณแม่บ้านทะเลาะกัน”

สาวรับใช้ประจำบ้านกระซิบใกล้ริมหูเพื่อนร่วมงาน ขณะเดียวกันก็เร่งมือจัดวางพืชผักสวนครัว เนื้อสัตว์ วัตถุดิบทำอาหารนานาชนิดบนโต๊ะทำครัวยาวสามเมตรให้เป็นระเบียบ

“พูดเสียงดัง เดี๋ยวแม่ผ่องได้ยิน”

อีกคนปรายสายตาไปทางแม่ผ่อง แม่บ้านคนสนิทของคุณผู้หญิงคนรอง แม่ผ่องหูตาไวปานสับปะรดสองคนก้มหลบ

“อย่าพูดมาก เร่งมือเข้า ไม่ทันเวลาตั้งโต๊ะระวังโดนดี”

ออกคำสั่งเสียงทรงอำนาจ ล้วงกระดาษแผ่นเล็กที่มีรายชื่ออาหารประจำวันมาอ่านทวนให้สาวรับใช้หลายชีวิตได้จัดเตรียม ส่วนตนเองมีหน้าที่ปรุงอาหารให้ถูกปากเจ้าของบ้าน

แม่ผ่องยังพูดไม่ทันจบ จู่ๆ ร่างกายอ้วนท้วนของหญิงวัยใกล้เคียงกัน เบียดร่างกายเล็กผอมของเธอเข้ามาในห้องครัว

“เพิ่มกุ้งทอดกระเทียมพริกไทยอีกหนึ่งจาน คุณหนูของฉันจะมาร่วมโต๊ะ” แม่นวล เข้ามาแย่งชามกุ้งสดน็อกน้ำแข็งจากมือสาวใช้ข้ามหน้าข้ามตาแม่ผ่อง แม้ว่าวันนี้จะเป็นเวรแม่ผ่องทำอาหาร

ตัวเล็กกว่าแล้วไง คิดเหรอคนอย่างแม่ผ่องจะยอมแพ้ง่ายๆ กระทืบเท้าปังๆ เลือดร้อนเข้าไปแย่งกุ้งคืน

“เอาคืนมา ฉันเป็นคนไปจ่ายตลาด ถ้าแกอยากทำให้คุณหนูของแกกินก็ไปซื้อเองสิ”

“กุ้งตั้งสองกิโล แบ่งมาสักครึ่งจะเป็นไร!”

“เป็นสิ! คุณหนูของฉันอยากกินกุ้งเหมือนกัน! แล้วเชื่อได้เหรอว่าทำแล้วคุณหนูของแกจะมากิน ไม่กลับมานอนบ้านสักวัน!” แม่ผ่องหัวเราะสะใจ หลังถากถางแม่บ้านคู่อริได้สำเร็จ

“เพราะที่บ้านมีกาฝากอย่างพวกแกอยู่เยอะไง คุณหนูของฉันถึงไม่อยากกลับมาใช้อากาศสกปรกเดียวกันหายใจ!”

แม่นวลกล่าวเสียดสีแม่บ้านคนสนิทของเมียน้อยเจ้าบ้าน

นายแพทย์สิทธิเดชร่ำรวยระดับมหาเศรษฐี บริหารจัดการโรงพยาบาลเอกชนเกือบยี่สิบสาขาในประเทศไทย บ้านหลังใหญ่โตปานคฤหาสน์ สาวรับใช้ คนสวน ทำงานหลายสิบชีวิต

ด้วยเสน่ห์ของเม็ดเงินดึงดูดผู้หญิงเข้ามาทอดกายจนพลาดมีลูกกับเมียน้อย ช่วงแรกเหมือนจะสำนึกในความผิด ละอายใจไม่กล้าสู้หน้าภรรยาที่ตบแต่งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ช่วงหลังหลงกันหัวปักหัวปำถึงขั้นหักหน้าคุณผู้หญิงของแม่นวล พาเมียน้อยมาอยู่รวมกันที่นี่และมีลูกด้วยกันถึงสามคน เหตุนี้คุณผู้หญิงของแม่นวลกับคุณหนูปลื้มลูกชายท่านทนรับสภาพไม่ได้ ไม่ลงรอยพ่อผิดใจกันมาถึงปัจจุบัน ถึงขั้นคุณหนูปลื้มไม่กลับมาอยู่บ้าน ปล่อยพวกเห็บหมัดกัดกินเลือดพ่อให้อิ่มจนท้องแตก

เมียน้อยกับลูกๆ หน้าด้าน ลูกชายคนโตแต่งงานพาคู่สมรสเข้ามาร่วมบ้าน ลูกสาวคนรองไม่ได้ความ เรียนไม่จบ สวยไปวันๆ ลูกสาวคนเล็กนิสัยดีกว่าพี่ๆ สอบติดคณะแพทยศาสตร์ เรียนชั้นปี 5 ที่เชียงใหม่ แต่ถึงอย่างนั้นแม่นวลก็ไม่เอ็นดูเพราะเกลียดชังเชื้อสายเด็กสาว

แม่นวลทำงานรับใช้คุณผู้หญิงคุณกาญจนากับเลี้ยงคุณหนูปลื้มตั้งแต่ยังเล็ก จนตอนนี้คุณหนูแม่นวลโตเป็นหนุ่มอายุครบสามสิบสี่ เจ็บแค้นเหลือทนที่ต้องทนดูพวกมันลอยหน้าลอยตาในบ้าน ขณะที่ลูกชายผู้มีสิทธิ์สืบทอดทรัพย์สมบัติทั้งหมดต้องย้ายออกไปอยู่ข้างนอก แค่จะกลับมาร่วมโต๊ะอาหารช่วงวันหยุดยังไม่อยากมา

แม่นวลโทษว่าเป็นความผิดเจ้านายแม่ผ่องจึงเกลียดชังน้ำหน้า

“ถ้าไม่อยากหายใจใกล้พวกฉันก็กลั้นหายใจตายไปเลย”

แม่ผ่องกัดฟัน สาดน้ำมันหลายลิตรเข้าไปในกองไฟที่ลุกโชน

“มึงกล้าว่าคุณหนูกูเหรอ อีผ่อง!”

“เออ อีนวล!” ทั้งสองชี้หน้าขึ้นเสียงใส่กัน

“ป้านวล ป้าผ่อง ใจเย็นๆ ก่อน อย่าทะเลาะกัน”

“อย่าเสือก!” พร้อมใจร้องประสานเสียง

สาวรับใช้กลัวหัวหดถอยมารวมกลุ่มพวกพ้องมองแม่บ้านสองคนแย่งชามกุ้ง กุ้งทั้งหมดตกลงบนพื้นในสภาพน่าอนาถ ต่างคนต่างโทษว่าเป็นความผิดของอีกฝ่าย มีปากเสียงกันรุนแรงมากขึ้นถึงขั้นจับผัก จับน้ำปลา น้ำตาลมาสาดใส่กันกลิ่นตลบอบอวล

“หยุด! ใครไม่หยุดฉันจะไล่ออกจากบ้านให้หมดทุกคน!”

เหตุการณ์สงบลงตอนที่นายแพทย์สิทธิเดชมาปรากฏ ชายสูงวัยไม่ได้ถึงกับหล่อมากแต่มีเค้าโครงหน้าดี ผิวพรรณดี รัศมีจับ สภาพแม่นวลกับแม่ผ่องเละพอกัน รุดเข้าไปฟ้องด้วยการใส่ร้ายอีกฝ่าย

“ดิฉันไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อนนะคะคุณท่าน นังนวลมันเข้ามาระรานในครัว ทั้งที่วันนี้เป็นเวรทำครัวของดิฉัน” แม่ผ่องเล่นใหญ่ ร้องไห้ไม่มีน้ำตาเสียงดังเสียจนแม่นวลอยากเอานิ้วจิ้มตาให้บอด แม่นวลกลัวเสียความน่าเชื่อถือฟ้องกลับด้วยน้ำเสียงที่ดังมากกว่า

“ดิฉันไม่ได้ระรานนะคะคุณผู้ชาย แค่มาขอแบ่งกุ้งทำเมนูโปรดให้คุณหนูปลื้มเท่านั้น นานๆ คุณหนูจะกลับมาร่วมโต๊ะ”

“ไม่จริงค่ะคุณท่าน นังนวลมันจงใจระรานดิฉัน หาเรื่องทะเลาะกับดิฉัน มันไม่ได้ขอแต่มาแย่งชามกุ้งจนกุ้งทั้งหมดตกลงบนพื้น ฮือ... ผ่องสัญญากับคุณหนูของผ่องไว้ว่าจะทำของอร่อยๆ ให้กิน แต่เป็นแบบนี้ ผ่องจะกล้าเก็บกุ้งมาล้างน้ำทำให้คุณหนูกินได้ยังไง”

คราวนี้แม่ผ่องร้องไห้ออกมาจริงๆ เพราะรักคุณหนูตัวเองมาก

“ถ้าแกแบ่งให้ฉันแต่แรกก็ไม่เป็นอย่างนี้หรอก!”

“พอได้แล้ว อยากถูกไล่ออกพร้อมกันหรือไง!”

เจ้าของบ้านหน้าเครียด ทำงานหนักมาทั้งวันกลับถึงบ้านแทนที่จะสงบใจได้บ้างกลับต้องมาทนเห็นทนฟังเรื่องเดิมๆ เมียสองคนทะเลาะกัน คนรับใช้ของเมียทั้งสองติดนิสัยจากเจ้านายทะเลาะกันทุกวัน

“ไม่นะคะ อย่าไล่พวกเราออกจากบ้าน” คุณผู้ชายอยู่ในหมวดจริงจัง แม่นวล แม่ผ่องรู้นิสัยท่าน สามัคคีปรองดอง

“คุณผู้ชายหักเงินดิฉันชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดได้เลยค่ะ”

“หักของผ่องด้วยก็ได้ค่ะ ส่วนของที่เสียหาย ผ่องจะรีบออกไปจ่ายตลาดมาเพิ่มให้ทันมื้อเย็น อย่าไล่พวกเราออกเลยนะคะ”

“อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะ เมื่อไหร่จะเลิกทะเลาะกันสักที ระวังเถอะ ทำลายข้าวของ ทะเลาะกันบ่อยๆ ฉันจะเฉดหัวออกจากบ้าน แม้แต่เจ้านายพวกเธอก็เปลี่ยนใจฉันไม่ได้!”

เจ้าบ้านชักสีหน้าเบื่อหน่าย ไม่ชอบที่ทั้งสองแบ่งนายแบ่งบ่าวทะเลาะกันเหมือนเด็กไม่รู้จักโต

“ขอโทษค่ะ” แม่นวล แม่ผ่องหน้าสลดไม่กล้าเถียง

“มีอะไรกัน ส่งเสียงดังโวยวายไกลถึงหน้าบ้าน”

คุณกาญจนา คุณผู้หญิงหมายเลขหนึ่งเข้ามาผสมรวม สามีเหม็นหน้าภรรยาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ฝ่ายคุณกาญจนาเชิดหน้าใส่ด้วยความไม่ลงรอยแต่ทนอยู่ด้วยกันเพราะผลประโยชน์

“ไม่ได้ยินที่ฉันถามเหรอว่ามีอะไรกัน”

“ถามคนของเธอเองสิ” ตอบเสียงสะบัด จ้ำอ้าวเดินหนี

แม่นวลคับข้องใจ ไม่ชอบที่คุณสิทธิเดชวางตัวไม่ดีใส่คุณผู้หญิงต่อหน้าแม่ผ่องและสาวรับใช้ เบียดเพื่อนร่วมอาชีพกระเด็นไปด้านหลังมายืนแทนที่เพื่อฟ้องคุณผู้หญิง

“ดิฉันมาขอแบ่งกุ้งจากนังผ่องทำอาหารขึ้นโต๊ะให้คุณหนูปลื้ม แต่นังผ่องไม่ยอม มันบอกว่าจะทำให้แค่คุณหนูของมันกิน มันกับดิฉันแย่งกัน สภาพกุ้ง สภาพครัว เลยเป็นอย่างที่เห็น” แม่นวลไม่ได้พูดจาโป้ปด บอกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดโดยละเอียด

“วันนี้เวรดิฉันทำอาหารขึ้นโต๊ะ ถ้าแม่นวลอยากให้ทำอาหารนอกเหนือจากรายการก็ควรบอกดิฉันตั้งแต่ก่อนไปจ่ายตลาด”

“ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณหนูจะกลับมาร่วมโต๊ะอาหารค่ำเมื่อกี้นี้เอง”

“แม่นวล พอ”

แม่บ้านวัยกลางคนสงบปากสงบคำ ก่อนคุณกาญจนาจะปรายสายตาไม่พอใจไปทางแม่บ้านอีกคนที่จองหองอวดดี

“ของทุกอย่างรวมถึงบ้านหลังนี้เป็นของตาปลื้ม! เธอไม่มีสิทธิ์หวงของกับเขา! อย่าคิดว่ามีดาราตกกระป๋องถือหางแล้วจะอวดดียังไงก็ได้ เจ้านายเธอก็แค่เมียน้อยที่สามีของฉันตาต่ำไปคว้ามา!”

“คุณนา!” นายแพทย์สิทธิเดชตะเบ็งเสียงเข้มกึกก้องใส่ภรรยาที่ไม่ไว้หน้าตัวเอง กำหมัดตัวสั่นอยู่ห่างออกไป

“ฝากแม่นวลเตรียมอาหารไว้ให้ตาปลื้มด้วยนะจ๊ะ ตาปลื้มไม่เรื่องมาก รสมือแม่นวลดีทำอะไรก็อร่อย ส่วนแม่ผ่อง ถ้าเขาอยากทำกุ้งก็ยกให้ทำไปเถอะ อย่าเอาของเปื้อนฝุ่นมาทำให้ลูกชายฉันกิน”

“รับทราบค่ะคุณผู้หญิง เชื่อมือดิฉันได้”

ถูกคุณผู้ชายตวาด แต่คุณผู้หญิงของแม่นวลไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ถูกใจแม่นวล แม่นวลไม่กล้ามองกลับหลังได้แค่เหยียดยิ้มใส่แม่บ้านคู่อริ ประกาศสถานะให้รู้ว่าตัวเองอยู่สูงกว่ามากแค่ไหน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/4 ทางเบี่ยงของชีวิต

    ‘น่าสงสารเธอนะนา ฐานะ การงาน การศึกษาลูกชายเธอไม่ใช่ธรรมดา ไม่น่าตกม้าตายตอนเลือกผู้หญิงที่จะเอามาทำเมีย’‘อาชีพแม่ ขี้เกียจ ตื่นสาย ถึงสิ้นเดือนขอรับเงินเดือนสวยๆ’‘เด็กคนนั้นเรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากลูกชายเธอเดือนเท่าไหร่เหรอ’‘ไม่แน่ใจ ฉันเคยถาม แต่ลูกชายไม่ยอมบอก’ ‘อย่าให้เงินเยอะนะ ระวังจะเกาะลูกชายเธอแน่นไม่ยอมปล่อย’‘เธอเองก็อย่ารอช้า รีบหาลูกสะใภ้คนใหม่เข้ามาตบแต่งเร็วๆ ชักช้าเกิดสองคนนั้นกลับไปอยู่ด้วยกัน เธออาจได้ลูกสะใภ้คนเดิม’“คุณแม่ ผมกลับมาแล้วครับ” ประตูห้องพักฟื้นลูกสาวไม่ได้ล็อก ปรเมศวร์กลับเข้ามาสักพัก แต่เพิ่งจะส่งเสียงให้มารดารู้ตัวท่านรีบซ่อนโทรศัพท์อย่างเร็ว ตกใจที่ลูกชายย่องเบามายืนด้านหลัง ปรายสายตาอคติไปทางผู้หญิงที่นอนหลับสนิทบนเตียงคนป่วยถัดจากเตียงหลานสาว แทบแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่ป่วย“ดูเองแล้วกัน จะหาว่าแม่ขี้ฟ้อง สายป่านนี้แทนที่จะตื่นมาดูแลลูก ไม่มีความรักความห่วงลูกเหมือนยัยสิรีไม่มีผิดเพี้ยน แล้วเตียงนั่น ไปเอามาจากไหน ให้ใครลากเข้ามาให้ใช่ไหม หรือทำสำออยใส่ปลื้ม”“สำออยอะไรกันครับ ญาไม่ค่อยสบาย ให้น้ำเกลือไปหนึ่งกระปุก ผมไม่อยากให้นอนพื้น ส่วนโซฟาก

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/3 ทางเบี่ยงของชีวิต

    “พี่ฝนคิดอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ คุณพ่อเคยบอกจ๋าเหมือนกัน ว่าพี่ปลื้มพูดจาดีกับจ๋ามากกว่าพี่ๆ สองคน คุณพ่อบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจ๋าเหมือนคุณพ่อ แต่พี่ธีกับพี่จินเหมือนคุณแม่”ตอนนั้นเธอกับสายฝนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เดินหลบรถยนต์จำนวนมากขับวนหาที่จอดในห้างฯ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์“ถามหน่อยสิ ปลื้มแต่งงานมีลูกมีครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ไม่เคยเห็นปลื้มลงรูปลูกสักครั้ง เพื่อนเรียนด้วยกันก็ไม่มีใครพูดถึง”“ไม่ได้จัดงานเป็นทางการหรอกค่ะ มีแค่ผู้ใหญ่สองฝ่ายเข้ามาคุยกัน แล้วจดทะเบียนสมรส พี่ปลื้มแต่งเพราะฝ่ายหญิงท้องน่ะค่ะ”“น่าสงสารปลื้ม ที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก”“แต่ตอนนี้หย่ากันแล้ว เมียพี่ปลื้มพาลูกมาอยู่เชียงใหม่ พี่ปลื้มโสดแล้วเนื้อหอมน่าดูเลยค่ะ คุณพ่อเล่าว่าสาวๆ ตามจีบตรึม จ๋าอุบไว้ ไม่อยากให้เพื่อนรู้ กลัวจะจิกหัวจ๋าขอเบอร์โทรไปจีบพี่ปลื้ม”“ยัยจ๋า สายแล้ว เร็วๆ วิญญาณเต่าเข้าสิงเหรอถึงเดินช้า!” สายจริงๆ รีบวิ่งตามไป เพื่อนข้ามถนนไปแล้วสุชาดาจำเป็นต้องหยุดรอให้ถนนว่าง ทว่า... ผลัวะ! บางอย่างพุ่งกระแทกด้านหลัง ส่งผลให้ร่างกายบอบบางเสียหลักคว่ำหน้าล้มจากทางเท้าลงถ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/2 ทางเบี่ยงของชีวิต

    “ญาไม่สังหรณ์อะไรเลย จ๋าเจ็บหนักขนาดนี้จะหายหรือเปล่าคะ”“แน่นอน โรงพยาบาลเราขึ้นชื่อการแพทย์ ยังไงก็ต้องหายแน่นอน แต่กระดูกยัยจ๋าหักค่อนข้างเยอะ กว่าจะหายขาดต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน ญาไม่ต้องร้องไห้ พี่แค่พามาดูให้รู้ว่าเหตุผลที่พี่ไม่ได้ไปหาญากับลูกคืออะไร พี่ไม่อยากรีบบอก กลัวลูกได้ยิน ลูกจะงอแงอยากมาหายัยจ๋า”สุชาดากลับกรุงเทพฯ ทีไรมักจะแวะไปเล่นกับหนูวาทำให้สนิทกับญาตาวีและคบหากันเป็นเพื่อน หนูวารักอาจ๋ามาก หากรู้ว่าอาจ๋าเจ็บจะต้องอยากมาเยี่ยม เขาเลี่ยงไม่พูดถึง อยากให้ลูกสาวพักผ่อนเยอะๆ อาการหนูวาน่าห่วงไม่แพ้กัน อาเจียน ไอ มีไข้อ่อน ป่วยบ่อยจนเขากังวล“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องร้อง สมองยัยจ๋าไม่ถูกกระทบกระเทือน อย่างช้าพรุ่งนี้ก็ฟื้น” โอบและวางมือลงไหล่บอบบาง ให้เธอหยุดสะอึกสะอื้นร้องไห้ เธอสะเทือนใจที่มาเห็นภาพเพื่อนรักในระยะใกล้“ฮือ... ถ้าไม่เจอพี่ปลื้ม ญาก็คงไม่รู้ว่าจ๋าเจ็บมากขนาดนี้ ญาเป็นแม่ที่แย่ เป็นเพื่อนที่แย่ ไม่มีอะไรดีเลย” แต่ละวันหมดไปกับการเลี้ยงลูก อาศัยอยู่ในบ้านสองคนแม่ลูก ไม่มีโอกาสออกไปเจอเพื่อนหรือไปเที่ยวเล่นข้างนอก จะรู้ข่าวสารคนรอบข้างได้ก็ต่อเมื่อมีใครมาเ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/1 ทางเบี่ยงของชีวิต

    ดึกมากแล้ว กอปรกับได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ เด็กหญิงผล็อยหลับไปด้วยใบหน้าแสนสุข แขนเล็กๆ คู่นั้นยังคงกอดพ่อกับแม่ตลอดเวลา รักทั้งสองคน แต่เพราะพ่อแม่แยกทางกันเด็กหญิงจำเป็นต้องเลือก ทั้งที่การเลือกนั้นนำมาซึ่งความทุกข์กลายเป็นปมในใจญาตาวีเช็ดตัวให้ลูกสาวและคอยอยู่เคียงข้างจนลูกสาวหลับสนิท หน้าเธอไม่เหลือที่ให้ดู ร้องไห้จนดวงตาสองข้างแดงช้ำและปูดโปนน่าเกลียด โกรธปรเมศวร์ที่ไม่มาหาลูกตามสัญญา แต่ถ้าหากไม่บังเอิญเจอเขาที่นี่ก็อาจไม่โอกาสเข้าใกล้ลูก ในใจเธอสับสน แต่นอกเหนือจากความรู้สึกนั้น ญาตาวีพยายามสุดฤทธิ์เพื่อปฏิเสธหัวใจตัวเองว่าเธอคิดถึงเขามากแค่ไหน อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ได้เจอเขาสัปดาห์ละสองสามครั้งเวลาที่เขามาเล่นกับลูกหรือมารับลูกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ไม่ใช่ตัดขาดกันไปอย่างนี้ขาดเขา ทำให้ญาตาวีต้องอยู่โดดเดี่ยวและเหงามากขึ้น แล้วหยดน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง ญาตาวีต้องหลบหน้าเขาเข้าไปจัดการอารมณ์ตัวเองในห้องน้ำ วักน้ำเย็นมาล้างหน้าให้ร่างกายสดชื่น ตอนนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเสื้อคลุมตัวนอกมีคราบอาเจียนลูกแห้งติด มันส่งกลิ่นเหม็น เธ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/3 คิดถึงสุดหัวใจ

    “ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้ยงหัวใจไปวันๆ แต่เขาไม่เคยให้สิ่งนั้นเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้าใกล้หรือสัมผัสร่างกายเธอเหมือนอย่างที่เขากระทำอยู่ในเวลานี้ มือคู่อุ่นโอบกอดลูกสาวจากด้านหลังเผื่อแผ่วงแขนนั้นมาถึงญาตาวี เธอกับลูกสาวอุ่นใจอยากอยู่ในอ้อมแขนไปนานๆ“ไม่ต้องกลัว คุณพ่อจะไม่ยอมให้ใครทำหนูกับคุณแม่ร้องไห้”ลูกสาวหยุดส่งเสียงร้อง เดิมทีดวงตาหนูน้อยพร่ามัวมองเห็นเพียงแค่คุณแม่ แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามากอด หนูน้อยเพ่งมองจากนั้นเสียงเล็กๆ แผดร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิม หมุนตัวกลับมาอ้อนให้คุณพ่อกอดแน่นๆ“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อไปไหนมา หนูคิดถึงคุณพ่อ”“คุณพ่อก็คิดถึงหนู คนเก่งไม่ร้องไห้นะคะ”เคยเชื่อมั่นว่าเข้มแข็งไม่อ่อนไหวกับเรื่องไหน แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาลูกเมียหัวใจเขาแหลกละเอียด อยากด่ากราดทุกคนที่ทำร้ายจิตใจสองคนนี

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/2 คิดถึงสุดหัวใจ

    “คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะขาด จะเข้าไปทีไรถูกพยาบาลขวางทาง ยอมทำกระทั่งยกมือไหว้ พยาบาลใจร้ายไม่ยอมให้เธอเข้าไปตะคอกกลับเสียงดัง“บอกว่าไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือยังไงคะ! เข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะอยากเข้าไปทำไม! ไม่มีใครปล่อยให้คุณหนูเป็นอะไรไปหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไปนั่งรอ อย่าให้ฉันต้องพูดมากไปกว่านี้!”“ทำไมฉันถึงเข้าไปหาลูกไม่ได้ ในเมื่อเด็กคนที่รักษาอยู่ห้องรวมตรงนั้นแม่เขายังเข้าไปได้! ในห้องนั้นมีคนป่วยตั้งเยอะ แต่ในห้องนี้มีแค่ลูกสาวฉันกับพวกคุณ! พวกคุณกีดกันฉันด้วยเหตุผลอะไร!”“เรื่องนั้นคุณไม่จำเป็นต้องทราบ! หน้าที่ของดิฉันมีแค่จับตามองคุณไม่ให้คุณเข้าไปหาคุณหนู คุณรอตรงนี้เงียบๆ เถอะนะคะ”พยาบาลใจร้ายล็อกประตูไม่ให้หญิงสาวติดตามเข้ามาข้างใน ญาตาวีร้องไห้ฟูมฟายไม่เหลือสติ อยากพาลูกไปรักษาที่อื่น ไม่น่าพามาที่นี่เล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status