Mag-log in“วันนี้แปลกๆ นะว่าไหม ไม่ได้ยินเสียงคุณแม่บ้านทะเลาะกัน”
สาวรับใช้ประจำบ้านกระซิบใกล้ริมหูเพื่อนร่วมงาน ขณะเดียวกันก็เร่งมือจัดวางพืชผักสวนครัว เนื้อสัตว์ วัตถุดิบทำอาหารนานาชนิดบนโต๊ะทำครัวยาวสามเมตรให้เป็นระเบียบ
“พูดเสียงดัง เดี๋ยวแม่ผ่องได้ยิน”
อีกคนปรายสายตาไปทางแม่ผ่อง แม่บ้านคนสนิทของคุณผู้หญิงคนรอง แม่ผ่องหูตาไวปานสับปะรดสองคนก้มหลบ
“อย่าพูดมาก เร่งมือเข้า ไม่ทันเวลาตั้งโต๊ะระวังโดนดี”
ออกคำสั่งเสียงทรงอำนาจ ล้วงกระดาษแผ่นเล็กที่มีรายชื่ออาหารประจำวันมาอ่านทวนให้สาวรับใช้หลายชีวิตได้จัดเตรียม ส่วนตนเองมีหน้าที่ปรุงอาหารให้ถูกปากเจ้าของบ้าน
แม่ผ่องยังพูดไม่ทันจบ จู่ๆ ร่างกายอ้วนท้วนของหญิงวัยใกล้เคียงกัน เบียดร่างกายเล็กผอมของเธอเข้ามาในห้องครัว
“เพิ่มกุ้งทอดกระเทียมพริกไทยอีกหนึ่งจาน คุณหนูของฉันจะมาร่วมโต๊ะ” แม่นวล เข้ามาแย่งชามกุ้งสดน็อกน้ำแข็งจากมือสาวใช้ข้ามหน้าข้ามตาแม่ผ่อง แม้ว่าวันนี้จะเป็นเวรแม่ผ่องทำอาหาร
ตัวเล็กกว่าแล้วไง คิดเหรอคนอย่างแม่ผ่องจะยอมแพ้ง่ายๆ กระทืบเท้าปังๆ เลือดร้อนเข้าไปแย่งกุ้งคืน
“เอาคืนมา ฉันเป็นคนไปจ่ายตลาด ถ้าแกอยากทำให้คุณหนูของแกกินก็ไปซื้อเองสิ”
“กุ้งตั้งสองกิโล แบ่งมาสักครึ่งจะเป็นไร!”
“เป็นสิ! คุณหนูของฉันอยากกินกุ้งเหมือนกัน! แล้วเชื่อได้เหรอว่าทำแล้วคุณหนูของแกจะมากิน ไม่กลับมานอนบ้านสักวัน!” แม่ผ่องหัวเราะสะใจ หลังถากถางแม่บ้านคู่อริได้สำเร็จ
“เพราะที่บ้านมีกาฝากอย่างพวกแกอยู่เยอะไง คุณหนูของฉันถึงไม่อยากกลับมาใช้อากาศสกปรกเดียวกันหายใจ!”
แม่นวลกล่าวเสียดสีแม่บ้านคนสนิทของเมียน้อยเจ้าบ้าน
นายแพทย์สิทธิเดชร่ำรวยระดับมหาเศรษฐี บริหารจัดการโรงพยาบาลเอกชนเกือบยี่สิบสาขาในประเทศไทย บ้านหลังใหญ่โตปานคฤหาสน์ สาวรับใช้ คนสวน ทำงานหลายสิบชีวิต
ด้วยเสน่ห์ของเม็ดเงินดึงดูดผู้หญิงเข้ามาทอดกายจนพลาดมีลูกกับเมียน้อย ช่วงแรกเหมือนจะสำนึกในความผิด ละอายใจไม่กล้าสู้หน้าภรรยาที่ตบแต่งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ช่วงหลังหลงกันหัวปักหัวปำถึงขั้นหักหน้าคุณผู้หญิงของแม่นวล พาเมียน้อยมาอยู่รวมกันที่นี่และมีลูกด้วยกันถึงสามคน เหตุนี้คุณผู้หญิงของแม่นวลกับคุณหนูปลื้มลูกชายท่านทนรับสภาพไม่ได้ ไม่ลงรอยพ่อผิดใจกันมาถึงปัจจุบัน ถึงขั้นคุณหนูปลื้มไม่กลับมาอยู่บ้าน ปล่อยพวกเห็บหมัดกัดกินเลือดพ่อให้อิ่มจนท้องแตก
เมียน้อยกับลูกๆ หน้าด้าน ลูกชายคนโตแต่งงานพาคู่สมรสเข้ามาร่วมบ้าน ลูกสาวคนรองไม่ได้ความ เรียนไม่จบ สวยไปวันๆ ลูกสาวคนเล็กนิสัยดีกว่าพี่ๆ สอบติดคณะแพทยศาสตร์ เรียนชั้นปี 5 ที่เชียงใหม่ แต่ถึงอย่างนั้นแม่นวลก็ไม่เอ็นดูเพราะเกลียดชังเชื้อสายเด็กสาว
แม่นวลทำงานรับใช้คุณผู้หญิงคุณกาญจนากับเลี้ยงคุณหนูปลื้มตั้งแต่ยังเล็ก จนตอนนี้คุณหนูแม่นวลโตเป็นหนุ่มอายุครบสามสิบสี่ เจ็บแค้นเหลือทนที่ต้องทนดูพวกมันลอยหน้าลอยตาในบ้าน ขณะที่ลูกชายผู้มีสิทธิ์สืบทอดทรัพย์สมบัติทั้งหมดต้องย้ายออกไปอยู่ข้างนอก แค่จะกลับมาร่วมโต๊ะอาหารช่วงวันหยุดยังไม่อยากมา
แม่นวลโทษว่าเป็นความผิดเจ้านายแม่ผ่องจึงเกลียดชังน้ำหน้า
“ถ้าไม่อยากหายใจใกล้พวกฉันก็กลั้นหายใจตายไปเลย”
แม่ผ่องกัดฟัน สาดน้ำมันหลายลิตรเข้าไปในกองไฟที่ลุกโชน
“มึงกล้าว่าคุณหนูกูเหรอ อีผ่อง!”
“เออ อีนวล!” ทั้งสองชี้หน้าขึ้นเสียงใส่กัน
“ป้านวล ป้าผ่อง ใจเย็นๆ ก่อน อย่าทะเลาะกัน”
“อย่าเสือก!” พร้อมใจร้องประสานเสียง
สาวรับใช้กลัวหัวหดถอยมารวมกลุ่มพวกพ้องมองแม่บ้านสองคนแย่งชามกุ้ง กุ้งทั้งหมดตกลงบนพื้นในสภาพน่าอนาถ ต่างคนต่างโทษว่าเป็นความผิดของอีกฝ่าย มีปากเสียงกันรุนแรงมากขึ้นถึงขั้นจับผัก จับน้ำปลา น้ำตาลมาสาดใส่กันกลิ่นตลบอบอวล
“หยุด! ใครไม่หยุดฉันจะไล่ออกจากบ้านให้หมดทุกคน!”
เหตุการณ์สงบลงตอนที่นายแพทย์สิทธิเดชมาปรากฏ ชายสูงวัยไม่ได้ถึงกับหล่อมากแต่มีเค้าโครงหน้าดี ผิวพรรณดี รัศมีจับ สภาพแม่นวลกับแม่ผ่องเละพอกัน รุดเข้าไปฟ้องด้วยการใส่ร้ายอีกฝ่าย
“ดิฉันไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อนนะคะคุณท่าน นังนวลมันเข้ามาระรานในครัว ทั้งที่วันนี้เป็นเวรทำครัวของดิฉัน” แม่ผ่องเล่นใหญ่ ร้องไห้ไม่มีน้ำตาเสียงดังเสียจนแม่นวลอยากเอานิ้วจิ้มตาให้บอด แม่นวลกลัวเสียความน่าเชื่อถือฟ้องกลับด้วยน้ำเสียงที่ดังมากกว่า
“ดิฉันไม่ได้ระรานนะคะคุณผู้ชาย แค่มาขอแบ่งกุ้งทำเมนูโปรดให้คุณหนูปลื้มเท่านั้น นานๆ คุณหนูจะกลับมาร่วมโต๊ะ”
“ไม่จริงค่ะคุณท่าน นังนวลมันจงใจระรานดิฉัน หาเรื่องทะเลาะกับดิฉัน มันไม่ได้ขอแต่มาแย่งชามกุ้งจนกุ้งทั้งหมดตกลงบนพื้น ฮือ... ผ่องสัญญากับคุณหนูของผ่องไว้ว่าจะทำของอร่อยๆ ให้กิน แต่เป็นแบบนี้ ผ่องจะกล้าเก็บกุ้งมาล้างน้ำทำให้คุณหนูกินได้ยังไง”
คราวนี้แม่ผ่องร้องไห้ออกมาจริงๆ เพราะรักคุณหนูตัวเองมาก
“ถ้าแกแบ่งให้ฉันแต่แรกก็ไม่เป็นอย่างนี้หรอก!”
“พอได้แล้ว อยากถูกไล่ออกพร้อมกันหรือไง!”
เจ้าของบ้านหน้าเครียด ทำงานหนักมาทั้งวันกลับถึงบ้านแทนที่จะสงบใจได้บ้างกลับต้องมาทนเห็นทนฟังเรื่องเดิมๆ เมียสองคนทะเลาะกัน คนรับใช้ของเมียทั้งสองติดนิสัยจากเจ้านายทะเลาะกันทุกวัน
“ไม่นะคะ อย่าไล่พวกเราออกจากบ้าน” คุณผู้ชายอยู่ในหมวดจริงจัง แม่นวล แม่ผ่องรู้นิสัยท่าน สามัคคีปรองดอง
“คุณผู้ชายหักเงินดิฉันชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดได้เลยค่ะ”
“หักของผ่องด้วยก็ได้ค่ะ ส่วนของที่เสียหาย ผ่องจะรีบออกไปจ่ายตลาดมาเพิ่มให้ทันมื้อเย็น อย่าไล่พวกเราออกเลยนะคะ”
“อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะ เมื่อไหร่จะเลิกทะเลาะกันสักที ระวังเถอะ ทำลายข้าวของ ทะเลาะกันบ่อยๆ ฉันจะเฉดหัวออกจากบ้าน แม้แต่เจ้านายพวกเธอก็เปลี่ยนใจฉันไม่ได้!”
เจ้าบ้านชักสีหน้าเบื่อหน่าย ไม่ชอบที่ทั้งสองแบ่งนายแบ่งบ่าวทะเลาะกันเหมือนเด็กไม่รู้จักโต
“ขอโทษค่ะ” แม่นวล แม่ผ่องหน้าสลดไม่กล้าเถียง
“มีอะไรกัน ส่งเสียงดังโวยวายไกลถึงหน้าบ้าน”
คุณกาญจนา คุณผู้หญิงหมายเลขหนึ่งเข้ามาผสมรวม สามีเหม็นหน้าภรรยาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ฝ่ายคุณกาญจนาเชิดหน้าใส่ด้วยความไม่ลงรอยแต่ทนอยู่ด้วยกันเพราะผลประโยชน์
“ไม่ได้ยินที่ฉันถามเหรอว่ามีอะไรกัน”
“ถามคนของเธอเองสิ” ตอบเสียงสะบัด จ้ำอ้าวเดินหนี
แม่นวลคับข้องใจ ไม่ชอบที่คุณสิทธิเดชวางตัวไม่ดีใส่คุณผู้หญิงต่อหน้าแม่ผ่องและสาวรับใช้ เบียดเพื่อนร่วมอาชีพกระเด็นไปด้านหลังมายืนแทนที่เพื่อฟ้องคุณผู้หญิง
“ดิฉันมาขอแบ่งกุ้งจากนังผ่องทำอาหารขึ้นโต๊ะให้คุณหนูปลื้ม แต่นังผ่องไม่ยอม มันบอกว่าจะทำให้แค่คุณหนูของมันกิน มันกับดิฉันแย่งกัน สภาพกุ้ง สภาพครัว เลยเป็นอย่างที่เห็น” แม่นวลไม่ได้พูดจาโป้ปด บอกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดโดยละเอียด
“วันนี้เวรดิฉันทำอาหารขึ้นโต๊ะ ถ้าแม่นวลอยากให้ทำอาหารนอกเหนือจากรายการก็ควรบอกดิฉันตั้งแต่ก่อนไปจ่ายตลาด”
“ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณหนูจะกลับมาร่วมโต๊ะอาหารค่ำเมื่อกี้นี้เอง”
“แม่นวล พอ”
แม่บ้านวัยกลางคนสงบปากสงบคำ ก่อนคุณกาญจนาจะปรายสายตาไม่พอใจไปทางแม่บ้านอีกคนที่จองหองอวดดี
“ของทุกอย่างรวมถึงบ้านหลังนี้เป็นของตาปลื้ม! เธอไม่มีสิทธิ์หวงของกับเขา! อย่าคิดว่ามีดาราตกกระป๋องถือหางแล้วจะอวดดียังไงก็ได้ เจ้านายเธอก็แค่เมียน้อยที่สามีของฉันตาต่ำไปคว้ามา!”
“คุณนา!” นายแพทย์สิทธิเดชตะเบ็งเสียงเข้มกึกก้องใส่ภรรยาที่ไม่ไว้หน้าตัวเอง กำหมัดตัวสั่นอยู่ห่างออกไป
“ฝากแม่นวลเตรียมอาหารไว้ให้ตาปลื้มด้วยนะจ๊ะ ตาปลื้มไม่เรื่องมาก รสมือแม่นวลดีทำอะไรก็อร่อย ส่วนแม่ผ่อง ถ้าเขาอยากทำกุ้งก็ยกให้ทำไปเถอะ อย่าเอาของเปื้อนฝุ่นมาทำให้ลูกชายฉันกิน”
“รับทราบค่ะคุณผู้หญิง เชื่อมือดิฉันได้”
ถูกคุณผู้ชายตวาด แต่คุณผู้หญิงของแม่นวลไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ถูกใจแม่นวล แม่นวลไม่กล้ามองกลับหลังได้แค่เหยียดยิ้มใส่แม่บ้านคู่อริ ประกาศสถานะให้รู้ว่าตัวเองอยู่สูงกว่ามากแค่ไหน
บทส่งท้าย“บ้านเงียบชอบกลน่าจะไม่มีใครอยู่ เราเลี้ยวรถกลับเลยดีไหม” “อ๊ะ! มาถึงขนาดนี้แล้วจะกลับไปทั้งที่ของเต็มมือได้ยังไงคะ จอดรถไว้หน้าบ้านนี่แหละค่ะ เข้าไปแป๊บเดียวไม่เป็นไรหรอก ดับรถแล้วลงมา”ดื้อเหลือเกินสามีเธอ ญาตาวีดับเครื่องยนต์แทนเสียเลย ปรเมศวร์มีสีหน้าหนักใจเล็กน้อยแต่เขาไม่ขัดใจ คว้าถุงของฝากจากห้างฯ เดอะแกรนด์ที่พวกเขาร่วมใจพิถีพิถันเลือกลงจากรถมากดกริ่งหน้าบ้านบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรราคาหลักหนึ่งร้อยล้าน กว้างขวาง สวยงาม สมฐานะลูกชายคนรองของนายแพทย์สิทธิเดช มหาเศรษฐีเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยสุธีไม่ได้มีความสุขในการทำงานในโรงพยาบาลตามคำสั่งของบิดา ไม่ได้สุขใจกับการพาภรรยาย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ แต่เพราะไม่มีเงินทองมากมายมาตั้งต้นธุรกิจจึงต้องพึ่งพาอาศัยบารมีบิดา เมื่อถึงวันหนึ่งที่บิดาปล่อยวาง ยินยอมให้ลูกๆ ทุกคนดำเนินชีวิตตามความต้องการของตัวเองสุธีได้รับเงินทุนก้อนใหญ่ลงทุนเปิดร้านอาหารหลากหลายสไตล์ ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม ขยายสาขารวดเร็วภายในระยะเวลาห้าปี มีเงินทองมากมายซื้อบ้านหลังใหญ่ และรับมารดาออกมาอาศัยด้วยกันน้าสิรีห่วงบิ
ในวันครบรอบสี่ขวบของน้องปริ๊นซ์ น้าสิรีเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ มาถึงเชียงใหม่เพื่อขอคุยกับปรเมศวร์และครอบครัวน้าสิรีพูดกับเขาว่า ‘น้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อก่อกวน หรือหาเรื่องให้ปลื้มไม่สบายใจ น้าแค่อยากมาส่งข่าวให้ปลื้มรู้ อาการป่วยของคุณพ่อปลื้มทรุดลง ท่านไม่สามารถเครียดและทำงานเต็มตัวเหมือนเมื่อก่อน ตำแหน่งในโรงพยาบาลสั่นคลอน ท่านต้องการผู้สืบทอด ในบ้านเราเห็นจะมีแค่ปลื้มคนเดียว ที่จะเข้ามาบริหารโรงพยาบาลแทนคุณพ่อปลื้มได้ ถึงคุณพี่เดชจะไม่เคยขอร้องให้ปลื้มกลับไป แต่น้ามองออกว่าท่านคิดถึงปลื้มและอยากเจอหลานมาก ปลื้มออกจากบ้านมาเกือบ 5 ปี มันนานเกินไปแล้วนะปลื้ม’‘น้าเคยทำไม่ดีกับปลื้มไว้มาก น้ารู้ แต่ถ้าหากน้ามีสิทธิ์ขอปลื้มได้หนึ่งอย่าง น้าขอร้องให้ปลื้มพาลูกเมียกับคุณพี่นากลับไปอยู่กรุงเทพฯ กับพ่อปลื้มได้หรือเปล่า โรงพยาบาลต้องการคนสืบทอดกิจการ ปลื้มคือทายาทตัวจริง ปลื้มสมควรได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของคุณพี่เดช ปลื้มไม่ต้องกังวลว่าน้ากับน้องๆ จะมาเบียดเบียนปลื้ม พวกเรามีความสุขดี แล้วพวกเราก็อยากเห็นคุณพี่เดชมีความสุข อยากให้ท่านคืนดีกับลูกชายของท่าน น้าไปๆ กลับๆ ระหว่างบ้านธีกับบ้
“ธุรกิจร้านอาหารกำไรไม่ได้เยอะหรอกนะ ได้สัก 10% ต่อรายรับทั้งหมดต่อหนึ่งสาขาก็ถือว่าเพอร์เฟกต์มาก พี่กับฟ้าถึงต้องวางแผนขยายสาขาร้านออกไปให้ได้เยอะๆ ผลประกอบการโดยรวมจะได้โตตาม”“พูดจาดีมีหลักการ ร่ำรวยเมื่อไหร่ อย่าลืมน้องสาวคนนี้นะคะ”“งานยูทูบเบอร์ของจินก็ไปได้สวยไม่ใช่เหรอ รายได้โฆษณา รายได้สปอนเซอร์ รวมๆ รับต่อเดือนน่าจะหลายแสนเอาเรื่องอยู่ใช่ไหม ยังคุยกับฟ้าอยู่เลย จินเดือนทางบ่อยจะมีเวลาแวะมาเฝ้าไข้คุณพ่อหรือเปล่า”“เรื่องงานเรื่องเที่ยวจะสำคัญเท่าชีวิตคุณพ่อได้ยังไงคะ จินเลื่อนไปหมดแล้ว ถ้าพี่ธีมีงานด่วนปลีกตัวไปได้เลยนะ ไม่ต้องห่วงคุณพ่อ”“มีพยาบาลสวยขนาดนี้คอยเอาใจ คุณพ่อมีหวังหายวันหายคืน”สุธีแซวน้องสาวคนรอง ขโมยผลไม้ที่เธอตั้งใจปอกเปลือกเก็บใส่ตู้เย็นรอป้อนบิดาที่อยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังผ่าตัดบายพาสหัวใจ“พี่ธี! มือไม่ล้างมาหยิบกิน เชื้อโรคลงท้องคุณพ่อไปด้วยจะทำยังไง”“ชิ้นเดียวไม่เป็นไรหรอกน่า คุณพ่อนอนหลับ ไม่ตื่นมาบ่นพี่หรอก”“ใครว่าฉันไม่อยาก ฉันไม่มีแรงบ่นพวกแกต่างหาก”นายแพทย์สิทธิเดชตื่นมาส่งยิ้มให้ลูกๆท่านพักฟื้นในห้องไอซียูเจ็ดวัน ก่อนจะย้ายออกมานอนพักที่ห้องผู
ในวัย 29 ปีบริบูรณ์ ลูกสาวเพิ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ปรเมศวร์บินไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียนเจาะจงด้านการผ่าตัด เขาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้การเรียนและทำงานอยู่ที่นั่นนานกว่าสองปีโรงพยาบาลเอกชนใหญ่ในรัฐนั้นเสนอตำแหน่งงานให้เขา มีช่วงว่างหนึ่งเดือนสั้นๆ ให้พักผ่อนและตัดสินใจ ปรเมศวร์คิดถึงเพื่อนสนิททั้งสองเลือกใช้ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นกลับมาเยี่ยมเพื่อนๆ และครอบครัวกันต์ดนัยกับตรีวิทย์ไปรับถึงสนามบินไม่ได้พาไปกินเลี้ยงสังสรรค์อย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่พาเขามาบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ที่เขาเคยเกือบจะลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งเคยซื้อให้ใครอาศัยในบ้านหลังนั้นเขามีโอกาสได้พบผู้หญิงคนหนึ่งที่โตขึ้นกว่าวันที่เขาไปจากประเทศไทย เธอน่าจะอายุย่าง 20 ปี จูงมือลูกสาววัย 2 ขวบออกมารับแขก เด็กผู้หญิงผิวพรรณดีหน้าตาน่ารักถอดพิมพ์เดียวกับเขา ยิ้มตาหยีหัวเราะดีใจที่เห็นว่าใครมา เด็กร้องเรียก พ่อ ไม่เต็มเสียง เพราะเพิ่งฝึกพูดไม่กี่คำ เท้าเล็กๆ เดินตรงมาทางเขาแต่ผ่านไปกอดกันต์ดนัยสลับกับตรีวิทย์ เพื่อนสนิททั้งสองมีของติดมือมาฝากเป็นขนมกับของเล่นเด็กหญิงจิ้มนิ้วลงบนซองขนมให้พ่อตรีช่วยแกะ ล้วงมือป้อมๆ
ความสัมพันธ์เปราะบางระหว่างสองพ่อลูกจบลงอย่างไม่มีชิ้นดี นายแพทย์สิทธิเดชข้ามสะพานไม้กลับมาฝั่งตัวบ้านมองเห็นหลานสาว จะเรียกให้เข้ามาหาหลานสาวกลับหันหลังวิ่งหนีไปทางอื่น จุดจบคนจิตใจคับแคบไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ ลูกชาย หลานสาว อาจจะรวมถึงหลานอีกคนที่กำลังจะเกิด จะไม่มีใครอยากกราบไหว้และเรียกท่านว่าปู่ชายสูงวัยยืนตัวตรงอยู่ดีๆ ตัวกลับเอียงไปทางด้านขวาซวนเซเกือบจะล้ม คว้าราวจับสะพานไว้ทันแต่มือข้างนั้นกลับหมดแรง ตัวท่านล้มลงเสียงดังโครม! “คุณเดช/ท่าน” ภรรยาหลวงกับสายฝนอับอายขายหน้าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนรีบตามมา ทั้งสองคนช่วยกันออกแรงพยุงท่านให้กลับมายืน แต่นายแพทย์สิทธิเดชเกลียดชังเด็กสาวรุ่นลูกเหลือเกิน“สายฝน! อย่ามาแตะตัวฉัน นับต่อจากนี้ ห้ามติดต่อฉันมาอีก!”“โทษดิฉันคนเดียวไม่ได้หรอกนะคะ! ดิฉันแค่ส่งข้อมูลให้ท่านทราบ หน้าที่ปักใจเชื่อหรือเปล่าเป็นของท่าน ดิฉันไม่ได้ผิด อย่ามาว่าดิฉัน!”“ฉันรู้ หนูฝน อย่าถือสาคุณเดชเลย มาช่วยฉันพยุงท่านออกไป”“เห็นแก่คุณกาญจนา ดิฉันจะช่วยค่ะ” สายตาสายฝนก้าวร้าว ในเมื่อแผนแยกปรเมศวร์ออกจากเด็กคนนั้นล่มไม่เป็นท่า เธอไม่มีความจำเป็นต้องพะเน้าพะนอเอาใจ ช
‘ประกาศจากกัปตัน ขณะนี้ลมมรสุมพัดผ่านจังหวัดเชียงใหม่ ฝนตกหนัก ลมพัดแรง ท้องฟ้าเหนือท่าอากาศยานเชียงใหม่ปิด ย้ำ ท้องฟ้าปิด ทำให้ไม่สามารถนำเครื่องลงจอด กัปตันจะนำเครื่องบินวนรอสภาพอากาศเปิด แต่หากสุดวิสัยอาจจะต้องนำเครื่องกลับท่าอากาศยานต้นทาง...’ “ไม่ได้!”นายแพทย์สิทธิเดชร้อนใจอยากไปให้ถึงจุดหมายตามกำหนด เตรียมปลดสายรัดเข็มขัดประท้วงแต่ภรรยาหลวงคว้าแขนไว้“คุณเดช มันอันตราย”ท่านไม่พอใจ แต่เพราะเครื่องสั่นและทุกคนต่างหันมามอง ทำให้ท่านจำใจนั่งลงที่เดิมกอดอกรอคอยอย่างใจร้อน“เมื่อไหร่จะมาถึงสักที!”คนมารอรับ รอนานเข้าเริ่มอารมณ์เสียสายฝนสะบัดหน้าสะบัดตาอย่างคนโมโหร้าย แต่งตัวสวยเดินวนรอบโถงผู้โดยสารขาเข้าหลายสิบรอบ รอเที่ยวบินที่เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนโดยสารมาเชียงใหม่ รู้อย่างนี้ไม่รอเสียก็ดี คุณสิทธิเดชกำลังจะทำให้เธอพลาดไปร่วมงานแต่งกันต์ดนัย ระยะทางจากตัวเมืองเข้าไปในไร่อรุณรุ่งไกลเกือบสี่สิบกิโลเมตร กว่าจะไปถึงเพื่อนเก่าที่เคยเรียนด้วยกันมาอาจจะแยกย้ายไปหมด เสียงเรียกเข้าแผดลั่น เผลอดีใจนึกว่านายแพทย์สิทธิเดช ที่ไหนได้บิดาเธอนั่นเองที่โทรหา สายฝนกดรับสายอย่างไม่เต็มใจ เสียงเข้มๆ
“อาจจะไม่มีอะไรร้ายแรงอย่างที่คิดก็ได้ แกอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ จะเครียดเปล่าๆ ฟังจากที่แกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง พี่ปลื้มทะเลาะทุกคนหนักมากขนาดนั้นน่าจะหลบไปเลียแผลใจเงียบๆ รอสภาพจิตใจดีขึ้น เขาโอเค เขาก็กลับมาเอง ให้เวลาเขาอีกนิดเถอะนะ”“ตอนนี้จะสองทุ่มครึ่งแล้วนะจ๋า ฉันโทรหาเขาตั้งแต่บ่ายเขาไม่
“ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้
“คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะข
‘หย่ากันแล้วจะลงเอยกันได้ยังไง จบไม่แฮปปี้ ขอเท!’‘นางเอกโง่ แทนที่จะบอกพระเอกว่าตัวเองท้อง’‘พล็อตน้ำเน่า! อ่านมาร้อยเรื่องเขียนเหมือนกันหมด’ลงตัวอย่างนิยายเรื่องใหม่สี่ตอนแรกคอมเมนต์มาเป็นร้อย อย่าว่าแต่นักอ่านที่สงสัยเรื่องราวจะจบลงอย่างไร ญาตาวีเขียนบางส่วนอิงมาจากชีวิตจริงตัวเอง ไม่รู้เช่นกัน







