Beranda / โรแมนติก / พิษรักพันธะวิวาห์ / บทที่ 1/4 เมียนอกสายตา

Share

บทที่ 1/4 เมียนอกสายตา

last update Tanggal publikasi: 2026-02-03 03:20:33

‘วันนี้เวลา 14 นาฬิกามีอุบัติเหตุใหญ่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร รถตู้บรรทุกผู้โดยสารเกินกำหนด คนขับหลับในประสานงานพุ่งชนรถโดยสารพลิกคว่ำ ผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิต...”

นักข่าวเบี่ยงตัวให้กล้องเบนไปสำรวจความเสียหาย ในจุดเกิดเหตุทีมกู้ภัยยังอยู่ในพื้นที่จำนวนมากแม้ว่าจะลำเลียงผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตออกจากรถมาหมด เคลียร์ถนนเปิดทางให้รถยนต์กลับมาสัญจรตามปกติจากที่ติดเป็นทางยาวตั้งแต่ช่วงบ่าย

เสียงรายงานหยุดลงตามมาด้วยภาพข่าวหายไปเนื่องจากปรเมศวร์ปิดรีโมต เขาไม่ต้องการเห็นภาพข่าวที่กระทบกระเทือนจิตใจ ภายหลังไม่สามารถช่วยชีวิตคนบาดเจ็บได้ มีคนเสียชีวิตเพิ่มขณะรักษา ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของชายคนนั้นยังวนเวียนอยู่ในหัว รวมถึงภาพความเสียใจของลูกสาวและภรรยาที่สวมกอดร่างไร้วิญญาณ

อาชีพหมอพบเจอการเกิดแก่เจ็บตายมามาก แต่ไม่มีครั้งไหนสัมผัสหัวใจเขาได้เท่าการเสียชีวิตของชายคนนั้น ลูกสาวผู้เสียชีวิตอายุน่าจะใกล้เคียงกับหนูวาววา ลูกสาวที่น่ารัก ในฐานะที่เป็นพ่อคน ปรเมศวร์สงสารครอบครัวผู้เสียชีวิตจับใจ ความสูญเสียนี้ทำให้เขาย้อนกลับมามองตัวเอง ถ้าเขาประสบอุบัติเหตุหรือเป็นอะไรไปจะเป็นอย่างไรต่อไป คนตาย ตายไปแล้วไม่รู้สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่คนเป็นต้องอยู่กับความเสียใจตลอดชีวิต

เพราะรักและคิดถึงลูกสาวแทบขาดใจ ทำให้ปรเมศวร์รักชีวิตและลมหายใจตัวเองมากขึ้น เพื่อจะได้อยู่กับลูกไปนานๆ ถึงแม้ตอนนี้เขาทำพลาดปล่อยให้ลูกสาวย้ายไปอยู่ที่อื่นกับอดีตภรรยาสาว

ธรรมชาติของมนุษย์มักจะโหยหาบางอย่างในช่วงเวลาที่เอากลับคืนมาไม่ได้ ไม่อยากยอมรับว่าเขากำลังเป็นเช่นนั้น

“เพราะความประมาทของคนเดียวทำให้คนอื่นสูญเสียชีวิตตั้งมาก น่าเหนื่อยใจที่ต้องมาเห็นข่าวนี้ทุกวัน คิดเหมือนกันไหมคะ”

แพทย์สาวประจำตึกอุบัติเหตุเข้ามาชวนลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลคุย เขาไม่ตอบ ไม่ลดละความพยายามในการเข้าหา

“ภาพพิมพ์ออกเวร กำลังจะกลับ ชักจะเริ่มหิว เราแวะไปหาอะไรกินก่อนกลับดีไหมคะ ตอบแทนที่สละเวลามาช่วยงานทางนี้”

ปรเมศวร์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ในสถานะโสดทั้งทีคุณหมอสาวๆ พยาบาลสวยๆ ต่างเวียนมาทอดสะพานขายขนมจีบให้ไม่ขาดสาย โปรยเหยื่อลงไปเผื่อปลาตัวโตจะหันมาสนใจกินเหยื่อแล้วติดเบ็ดจนคายไม่ออก เท่าที่รู้มา ปลาตัวนี้ไม่ใช่ใครจะกินได้ง่าย เขาไม่สนใจจะสนิทสนมหรือศึกษาดูใจกับเพื่อนร่วมงาน หลีกเลี่ยงไม่ให้เรื่องไปถึงหูผู้ใหญ่ แต่ของอย่างนี้ไม่ลองไม่รู้เธออาจจะโชคดีที่สุดในโรงพยาบาลก็ได้

“ตามสบายครับ ผมชอบกินข้าวคนเดียวมากกว่า”

มั่นใจได้ไม่ถึงเสี้ยววินาที ชายหนุ่มทำลายสะพานที่ทอดยาวไปหาเละเทะไม่มีชิ้นดี เขาไม่สนใจว่าคนที่คุยด้วยเป็นใคร หน้าตายังไง เชื่อที่คนอื่นคุยกันแล้ว ว่าหมอปลื้มไม่ใช่คนที่ใครคิดจะได้ก็ได้

ชีวิตการทำงานผ่านพ้นในแต่ละวันไม่ทำให้ปรเมศวร์มีความสุข

เขาเอื่อยเฉื่อย ไม่มีชีวิตชีวา ไม่มีความสุข ไม่รู้จะทำงานหนักไปเพื่อใครหรือเพื่ออะไร เขาซื้อบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านไกลจากโรงพยาบาล เพื่อเป็นข้ออ้างในการไม่มาหาลูกสาวที่ครั้งหนึ่งเคยไม่ต้องการ  แต่หลังจากหย่าร้างภรรยาพาลูกสาวย้ายออกไป เขากลับมาที่นี่ทุกวัน เปลี่ยนความคิดไปอีกแบบ ระยะทางไม่ได้เป็นปัญหา อคติต่างหาก ที่เพิ่มระยะทางขึ้นมาหลายเท่าให้เขาไม่อยากมา วางอคติทิฐิและความไม่พอใจลงไป เขาสัมผัสได้ถึงแก่นแท้ของคำว่าครอบครัว ครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า

‘ญารักพี่ปลื้ม’

ถึงแม้จะเมามากแต่เขาจำเหตุการณ์ค่ำคืนนั้นได้ชัดเจน ความสัมพันธ์ทางกายเฉกเช่นสามีภรรยาไม่เคยมีหลายปี กลับมามีอีกครั้ง แต่ในรุ่งเช้า ภรรยาสาววางตัวเฉยราวกับไม่มีอะไร ปรเมศวร์ไม่ต้องการรื้อฟื้นวางตัวเฉยแบบเดียวกัน เขาอาบน้ำแต่งตัวบอกลาลูกสาวเรียกแท็กซี่กลับมาคอนโดที่อาศัย อยากลืมเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนกลับกลายเป็นว่าตอกย้ำตัวเองให้จดจำทุกรายละเอียด เสียงญาตาวีเรียกชื่อเขาอ่อนหวานขณะมีความสัมพันธ์ทางร่างกาย เธอโอบกอด บอกรัก ในขณะเดียวกันเขาได้ยินเสียงเธอร้องไห้ไม่อยากเลิกกับเขา แปลกใจกับความทรงจำเด่นชัด เพราะเมื่ออยู่ต่อหน้า ญาตาวีไม่เคยแสดงออกว่ารู้สึกดีกับเขา เธอไม่โวยวาย ไม่พูดถึง ทำตัวปกติ จนเขาวางใจว่าเธอไม่โกรธที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่สัปดาห์ให้หลังเขาอึ้งจนพูดไม่ออกเมื่อได้รับเอกสารคำร้องขอหย่า ผู้ชายเอาแต่ใจไม่แคร์ใครหน้าไหนไม่เคยมีน้ำตา มันกลับไหลออกมาในวันที่รู้ตัวว่าสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไปแล้ว

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ส่วนตัวดังรบกวน แสดงชื่อผู้อำนวยการ เขาอยากพักผ่อนเงียบๆ ในบ้านที่ลูกสาวเคยอาศัย จงใจไม่รับ แต่อีกฝ่ายงัดไม้ตายใช้โทรศัพท์แม่โทรมา

“ออกจากโรงพยาบาลตั้งนานเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักที ลืมแล้วเหรอ พ่อสั่งให้แกกลับมากินข้าวที่บ้าน”

เสียงเอาแต่ใจแว้ดมาตามสาย ไม่ต้องอยู่ต่อหน้า ปรเมศวร์สามารถคาดเดาได้ว่าท่านกำลังทำหน้าตาแบบไหน

“เลิกบังคับผมสักที บอกหลายครั้งว่าไม่อยากกลับ! ไม่เคยฟังผมบ้าง ชอบบังคับให้ผมกลับไปเจอหน้าเมียน้อยพ่ออยู่ได้!”

“พ่ออยากเจอหน้าลูก อยากกินข้าวกับลูก แค่สัปดาห์ละครั้งไม่ได้เลยเหรอ ตอนอยู่โรงพยาบาลเราไม่เคยมีเวลาว่างคุยกัน”

“ผมไม่มีอะไรจะคุย ไม่ต้องโทรมาอีก ผมอยากพักผ่อน”

“ถ้าอยากพักผ่อนจริงตามที่อ้าง ทำไมไม่กลับคอนโดฯ จะไปบ้านหลังนั้นทำไม! แทนที่จะกลับบ้านมาหาพ่อแม่กลับเอาเวลาไปอาลัยอาวรณ์เด็กใจแตก ในเมื่อมันอวดดีอยากเลี้ยงลูกเองก็ปล่อยมันไป จะสนใจทำไม อีกหน่อยเงินขาดมือหมดปัญญาเลี้ยงลูกมันก็ซมซานกลับมาหาพวกเรา! คนเคยเลี้ยงลูกอยู่บ้านไม่เคยออกไปทำงานหาเงิน คอยแต่แบมือขอเงินแกใช้จะไปรอดสักกี่น้ำ มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าเป็นแผนโก่งค่าเลี้ยงดู คาดหวังให้พ่อแม่คิดถึงหลานมากๆ เพื่อจะได้ขูดรีดเงินจากพวกเรา ฝันไปเถอะ! แกก็ตาสว่างได้แล้ว ไม่ต้องโอนเงินให้มัน ปล่อยให้หาใช้เอง! ถ้ายังเลี้ยงดูเหมือนเดิมก็จะไม่มีวันสำนึกผิด ปล่อยให้อดมื้อกินมื้อบ้าง ต่อไปเด็กคนนั้นจะได้ไม่กล้ามีปัญหากับพวกเรา!”

“พ่อจะใจร้ายกับหลานยังไงก็เรื่องของพ่อ! แต่อย่ามาบอก อย่ามาสอนผิดๆ ให้ผมทำอย่างนั้น! พูดออกมาได้ยังไง! เหมือนลูกผมไม่ใช่หลานพ่อ ทีกับลูกธี พ่อเห่ออย่างกับอะไร มีของดีๆ ซื้อมาให้เมียมันตลอด ให้เงินรับขวัญตั้งแต่เมียมันยังไม่คลอด แต่ทีกับผมพ่อกลับมาบอกให้ลอยแพลูกตัวเอง รักหลานไม่เท่ากันก็แค่หุบปาก! หุบปากไปเลย! ไม่ต้องมายุ่งกับผม ลูกผมพ่อก็ไม่ต้องมายุ่ง!”

“พ่อไม่ได้ไม่รักหลาน แค่อยากสั่งสอนเด็กอวดดี! เลิกตีโพยตีพายทำให้เป็นเรื่องใหญ่แล้วกลับมาคุยกันที่บ้าน พ่อจะรอจนถึงหนึ่งทุ่ม ไม่มาได้เห็นดีกัน! สมบัติทุกอย่างที่เป็นของแกพ่อจะยกให้ธี แกจะไม่ได้อะไรจากพ่อแม้แต่สตางค์เดียว รวมถึงแม่ของแกด้วย!”

“โธ่เว้ย” ปรเมศวร์ขว้างโทรศัพท์กระแทกกำแพง คำรามลั่นหยิบจับอะไรได้ขว้างลงพื้น เกลียดพ่อเข้าไส้ เข้าเส้นเลือด อยากกรีดทุกอย่างในตัวออกมาส่งคืนเพื่อจะได้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย“บ้านเงียบชอบกลน่าจะไม่มีใครอยู่ เราเลี้ยวรถกลับเลยดีไหม” “อ๊ะ! มาถึงขนาดนี้แล้วจะกลับไปทั้งที่ของเต็มมือได้ยังไงคะ จอดรถไว้หน้าบ้านนี่แหละค่ะ เข้าไปแป๊บเดียวไม่เป็นไรหรอก ดับรถแล้วลงมา”ดื้อเหลือเกินสามีเธอ ญาตาวีดับเครื่องยนต์แทนเสียเลย ปรเมศวร์มีสีหน้าหนักใจเล็กน้อยแต่เขาไม่ขัดใจ คว้าถุงของฝากจากห้างฯ เดอะแกรนด์ที่พวกเขาร่วมใจพิถีพิถันเลือกลงจากรถมากดกริ่งหน้าบ้านบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรราคาหลักหนึ่งร้อยล้าน กว้างขวาง สวยงาม สมฐานะลูกชายคนรองของนายแพทย์สิทธิเดช มหาเศรษฐีเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยสุธีไม่ได้มีความสุขในการทำงานในโรงพยาบาลตามคำสั่งของบิดา ไม่ได้สุขใจกับการพาภรรยาย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ แต่เพราะไม่มีเงินทองมากมายมาตั้งต้นธุรกิจจึงต้องพึ่งพาอาศัยบารมีบิดา เมื่อถึงวันหนึ่งที่บิดาปล่อยวาง ยินยอมให้ลูกๆ ทุกคนดำเนินชีวิตตามความต้องการของตัวเองสุธีได้รับเงินทุนก้อนใหญ่ลงทุนเปิดร้านอาหารหลากหลายสไตล์ ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม ขยายสาขารวดเร็วภายในระยะเวลาห้าปี มีเงินทองมากมายซื้อบ้านหลังใหญ่ และรับมารดาออกมาอาศัยด้วยกันน้าสิรีห่วงบิ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 20 เส้นทางสู่อนาคต

    ในวันครบรอบสี่ขวบของน้องปริ๊นซ์ น้าสิรีเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ มาถึงเชียงใหม่เพื่อขอคุยกับปรเมศวร์และครอบครัวน้าสิรีพูดกับเขาว่า ‘น้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อก่อกวน หรือหาเรื่องให้ปลื้มไม่สบายใจ น้าแค่อยากมาส่งข่าวให้ปลื้มรู้ อาการป่วยของคุณพ่อปลื้มทรุดลง ท่านไม่สามารถเครียดและทำงานเต็มตัวเหมือนเมื่อก่อน ตำแหน่งในโรงพยาบาลสั่นคลอน ท่านต้องการผู้สืบทอด ในบ้านเราเห็นจะมีแค่ปลื้มคนเดียว ที่จะเข้ามาบริหารโรงพยาบาลแทนคุณพ่อปลื้มได้ ถึงคุณพี่เดชจะไม่เคยขอร้องให้ปลื้มกลับไป แต่น้ามองออกว่าท่านคิดถึงปลื้มและอยากเจอหลานมาก ปลื้มออกจากบ้านมาเกือบ 5 ปี มันนานเกินไปแล้วนะปลื้ม’‘น้าเคยทำไม่ดีกับปลื้มไว้มาก น้ารู้ แต่ถ้าหากน้ามีสิทธิ์ขอปลื้มได้หนึ่งอย่าง น้าขอร้องให้ปลื้มพาลูกเมียกับคุณพี่นากลับไปอยู่กรุงเทพฯ กับพ่อปลื้มได้หรือเปล่า โรงพยาบาลต้องการคนสืบทอดกิจการ ปลื้มคือทายาทตัวจริง ปลื้มสมควรได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของคุณพี่เดช ปลื้มไม่ต้องกังวลว่าน้ากับน้องๆ จะมาเบียดเบียนปลื้ม พวกเรามีความสุขดี แล้วพวกเราก็อยากเห็นคุณพี่เดชมีความสุข อยากให้ท่านคืนดีกับลูกชายของท่าน น้าไปๆ กลับๆ ระหว่างบ้านธีกับบ้

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 19 เด็กขี้แยแต่ก็รักนะ

    “ธุรกิจร้านอาหารกำไรไม่ได้เยอะหรอกนะ ได้สัก 10% ต่อรายรับทั้งหมดต่อหนึ่งสาขาก็ถือว่าเพอร์เฟกต์มาก พี่กับฟ้าถึงต้องวางแผนขยายสาขาร้านออกไปให้ได้เยอะๆ ผลประกอบการโดยรวมจะได้โตตาม”“พูดจาดีมีหลักการ ร่ำรวยเมื่อไหร่ อย่าลืมน้องสาวคนนี้นะคะ”“งานยูทูบเบอร์ของจินก็ไปได้สวยไม่ใช่เหรอ รายได้โฆษณา รายได้สปอนเซอร์ รวมๆ รับต่อเดือนน่าจะหลายแสนเอาเรื่องอยู่ใช่ไหม ยังคุยกับฟ้าอยู่เลย จินเดือนทางบ่อยจะมีเวลาแวะมาเฝ้าไข้คุณพ่อหรือเปล่า”“เรื่องงานเรื่องเที่ยวจะสำคัญเท่าชีวิตคุณพ่อได้ยังไงคะ จินเลื่อนไปหมดแล้ว ถ้าพี่ธีมีงานด่วนปลีกตัวไปได้เลยนะ ไม่ต้องห่วงคุณพ่อ”“มีพยาบาลสวยขนาดนี้คอยเอาใจ คุณพ่อมีหวังหายวันหายคืน”สุธีแซวน้องสาวคนรอง ขโมยผลไม้ที่เธอตั้งใจปอกเปลือกเก็บใส่ตู้เย็นรอป้อนบิดาที่อยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังผ่าตัดบายพาสหัวใจ“พี่ธี! มือไม่ล้างมาหยิบกิน เชื้อโรคลงท้องคุณพ่อไปด้วยจะทำยังไง”“ชิ้นเดียวไม่เป็นไรหรอกน่า คุณพ่อนอนหลับ ไม่ตื่นมาบ่นพี่หรอก”“ใครว่าฉันไม่อยาก ฉันไม่มีแรงบ่นพวกแกต่างหาก”นายแพทย์สิทธิเดชตื่นมาส่งยิ้มให้ลูกๆท่านพักฟื้นในห้องไอซียูเจ็ดวัน ก่อนจะย้ายออกมานอนพักที่ห้องผู

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 18 รอยยิ้มที่แสนเศร้า

    ในวัย 29 ปีบริบูรณ์ ลูกสาวเพิ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ปรเมศวร์บินไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียนเจาะจงด้านการผ่าตัด เขาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้การเรียนและทำงานอยู่ที่นั่นนานกว่าสองปีโรงพยาบาลเอกชนใหญ่ในรัฐนั้นเสนอตำแหน่งงานให้เขา มีช่วงว่างหนึ่งเดือนสั้นๆ ให้พักผ่อนและตัดสินใจ ปรเมศวร์คิดถึงเพื่อนสนิททั้งสองเลือกใช้ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นกลับมาเยี่ยมเพื่อนๆ และครอบครัวกันต์ดนัยกับตรีวิทย์ไปรับถึงสนามบินไม่ได้พาไปกินเลี้ยงสังสรรค์อย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่พาเขามาบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ที่เขาเคยเกือบจะลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งเคยซื้อให้ใครอาศัยในบ้านหลังนั้นเขามีโอกาสได้พบผู้หญิงคนหนึ่งที่โตขึ้นกว่าวันที่เขาไปจากประเทศไทย เธอน่าจะอายุย่าง 20 ปี จูงมือลูกสาววัย 2 ขวบออกมารับแขก เด็กผู้หญิงผิวพรรณดีหน้าตาน่ารักถอดพิมพ์เดียวกับเขา ยิ้มตาหยีหัวเราะดีใจที่เห็นว่าใครมา เด็กร้องเรียก พ่อ ไม่เต็มเสียง เพราะเพิ่งฝึกพูดไม่กี่คำ เท้าเล็กๆ เดินตรงมาทางเขาแต่ผ่านไปกอดกันต์ดนัยสลับกับตรีวิทย์ เพื่อนสนิททั้งสองมีของติดมือมาฝากเป็นขนมกับของเล่นเด็กหญิงจิ้มนิ้วลงบนซองขนมให้พ่อตรีช่วยแกะ ล้วงมือป้อมๆ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 17 แต่งงานกันนะ

    ความสัมพันธ์เปราะบางระหว่างสองพ่อลูกจบลงอย่างไม่มีชิ้นดี นายแพทย์สิทธิเดชข้ามสะพานไม้กลับมาฝั่งตัวบ้านมองเห็นหลานสาว จะเรียกให้เข้ามาหาหลานสาวกลับหันหลังวิ่งหนีไปทางอื่น จุดจบคนจิตใจคับแคบไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ ลูกชาย หลานสาว อาจจะรวมถึงหลานอีกคนที่กำลังจะเกิด จะไม่มีใครอยากกราบไหว้และเรียกท่านว่าปู่ชายสูงวัยยืนตัวตรงอยู่ดีๆ ตัวกลับเอียงไปทางด้านขวาซวนเซเกือบจะล้ม คว้าราวจับสะพานไว้ทันแต่มือข้างนั้นกลับหมดแรง ตัวท่านล้มลงเสียงดังโครม! “คุณเดช/ท่าน” ภรรยาหลวงกับสายฝนอับอายขายหน้าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนรีบตามมา ทั้งสองคนช่วยกันออกแรงพยุงท่านให้กลับมายืน แต่นายแพทย์สิทธิเดชเกลียดชังเด็กสาวรุ่นลูกเหลือเกิน“สายฝน! อย่ามาแตะตัวฉัน นับต่อจากนี้ ห้ามติดต่อฉันมาอีก!”“โทษดิฉันคนเดียวไม่ได้หรอกนะคะ! ดิฉันแค่ส่งข้อมูลให้ท่านทราบ หน้าที่ปักใจเชื่อหรือเปล่าเป็นของท่าน ดิฉันไม่ได้ผิด อย่ามาว่าดิฉัน!”“ฉันรู้ หนูฝน อย่าถือสาคุณเดชเลย มาช่วยฉันพยุงท่านออกไป”“เห็นแก่คุณกาญจนา ดิฉันจะช่วยค่ะ” สายตาสายฝนก้าวร้าว ในเมื่อแผนแยกปรเมศวร์ออกจากเด็กคนนั้นล่มไม่เป็นท่า เธอไม่มีความจำเป็นต้องพะเน้าพะนอเอาใจ ช

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 16 ฉีกหน้าลูกสะใภ้

    ‘ประกาศจากกัปตัน ขณะนี้ลมมรสุมพัดผ่านจังหวัดเชียงใหม่ ฝนตกหนัก ลมพัดแรง ท้องฟ้าเหนือท่าอากาศยานเชียงใหม่ปิด ย้ำ ท้องฟ้าปิด ทำให้ไม่สามารถนำเครื่องลงจอด กัปตันจะนำเครื่องบินวนรอสภาพอากาศเปิด แต่หากสุดวิสัยอาจจะต้องนำเครื่องกลับท่าอากาศยานต้นทาง...’ “ไม่ได้!”นายแพทย์สิทธิเดชร้อนใจอยากไปให้ถึงจุดหมายตามกำหนด เตรียมปลดสายรัดเข็มขัดประท้วงแต่ภรรยาหลวงคว้าแขนไว้“คุณเดช มันอันตราย”ท่านไม่พอใจ แต่เพราะเครื่องสั่นและทุกคนต่างหันมามอง ทำให้ท่านจำใจนั่งลงที่เดิมกอดอกรอคอยอย่างใจร้อน“เมื่อไหร่จะมาถึงสักที!”คนมารอรับ รอนานเข้าเริ่มอารมณ์เสียสายฝนสะบัดหน้าสะบัดตาอย่างคนโมโหร้าย แต่งตัวสวยเดินวนรอบโถงผู้โดยสารขาเข้าหลายสิบรอบ รอเที่ยวบินที่เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนโดยสารมาเชียงใหม่ รู้อย่างนี้ไม่รอเสียก็ดี คุณสิทธิเดชกำลังจะทำให้เธอพลาดไปร่วมงานแต่งกันต์ดนัย ระยะทางจากตัวเมืองเข้าไปในไร่อรุณรุ่งไกลเกือบสี่สิบกิโลเมตร กว่าจะไปถึงเพื่อนเก่าที่เคยเรียนด้วยกันมาอาจจะแยกย้ายไปหมด เสียงเรียกเข้าแผดลั่น เผลอดีใจนึกว่านายแพทย์สิทธิเดช ที่ไหนได้บิดาเธอนั่นเองที่โทรหา สายฝนกดรับสายอย่างไม่เต็มใจ เสียงเข้มๆ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 9/3 จุดจบคือแยกทาง

    “อาจจะไม่มีอะไรร้ายแรงอย่างที่คิดก็ได้ แกอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ จะเครียดเปล่าๆ ฟังจากที่แกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง พี่ปลื้มทะเลาะทุกคนหนักมากขนาดนั้นน่าจะหลบไปเลียแผลใจเงียบๆ รอสภาพจิตใจดีขึ้น เขาโอเค เขาก็กลับมาเอง ให้เวลาเขาอีกนิดเถอะนะ”“ตอนนี้จะสองทุ่มครึ่งแล้วนะจ๋า ฉันโทรหาเขาตั้งแต่บ่ายเขาไม่

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/3 คิดถึงสุดหัวใจ

    “ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/2 คิดถึงสุดหัวใจ

    “คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะข

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/1 คิดถึงสุดหัวใจ

    ‘หย่ากันแล้วจะลงเอยกันได้ยังไง จบไม่แฮปปี้ ขอเท!’‘นางเอกโง่ แทนที่จะบอกพระเอกว่าตัวเองท้อง’‘พล็อตน้ำเน่า! อ่านมาร้อยเรื่องเขียนเหมือนกันหมด’ลงตัวอย่างนิยายเรื่องใหม่สี่ตอนแรกคอมเมนต์มาเป็นร้อย อย่าว่าแต่นักอ่านที่สงสัยเรื่องราวจะจบลงอย่างไร ญาตาวีเขียนบางส่วนอิงมาจากชีวิตจริงตัวเอง ไม่รู้เช่นกัน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status