Masukแต่กว่าปรเมศวร์จะกลับบ้านก็เลยเวลาอาหารเย็นไปมาก สมาชิกหลายคนทนหิวหิ้วท้องรอเขาต่างชักสีหน้าแววตาไม่สบอารมณ์ ปรายสายตาเหยียดหยามไปทางปรเมศวร์ ที่พอมาถึงก็เลื่อนเก้าอี้ออกนั่งสั่งแม่นวลให้ตักข้าว เริ่มต้นกินไม่สนใจใคร ราวกับว่าบนโต๊ะอาหารมีเขาแค่คนเดียว
สุธีกับสุจิรา ลูกนอกสมรสสบสายตามารดา หัวเสียที่ปรเมศวร์ข้ามหน้าข้ามตาทุกคน แต่ออกปากไม่ได้ รู้สถานะตัวเองเป็นรองปรเมศวร์ทุกขุม ปรเมศวร์ต่างหากที่เป็นทายาทอันดับหนึ่งของตระกูล มีโอกาสรับช่วงโรงพยาบาลเอกชนรวมถึงคฤหาสน์
“ไม่รู้ตาปลื้มลูกชายคนเก่งคุณพี่ ไปตายอดตายอยากข้าวมาจากไหน มาถึงบ้านแทนที่จะขอโทษผู้ใหญ่ที่มาสาย กลับกินเอากินเอา ท่าทางจะไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนมารยาท”
สิรีโจมตีอย่างที่ทำเป็นประจำทุกครั้งที่ลูกภรรยาหลวงกลับบ้าน
“ไม่ต้องพูดมาก เริ่มกินได้แล้ว ก่อนอาหารจะเย็นมากกว่านี้”
กล่าวตัดบท ไม่เข้าข้างภรรยาคนรองที่จ้องจะหาเรื่องให้ท่านกับลูกชายมีปากเสียง ขี้เกียจพูดให้มากความ เข้าข้างสิรี กาญจนาออกโรงปกป้องลูกชาย เข้าข้างลูกชาย สิรีจะตีอกชกหมัดบีบน้ำตาให้ท่านปวดหัว อยู่ร่วมบ้านกว่ายี่สิบปีเรียนรู้การวางตัวเฉยนั้นดีที่สุด
คนอื่นยังไม่เริ่มจับช้อนข้าวสวยในจานปรเมศวร์พร่องลงเกือบครึ่ง นายแพทย์หัวหน้าครอบครัวเหลือบไปทางแม่บ้าน
“ตักข้าวให้คุณหนูเพิ่มอีก ท่าทางจะหิวมาก”
คนงานบ้านนี้เลือกที่รักที่ชัง พร้อมบริการเสมอหากเป็นนายของตัวเอง ป้านวลคดข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานปรเมศวร์เพิ่มสองช้อน ขยับคิ้วเย้ยหยันแม่บ้านคู่อริที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนคุณหนูตัวเอง เมื่อนายแพทย์สิทธิเดชเอนเอียงไปทางลูกชายคนโต
บ่าวข่มบ่าวฉันใด นายข่มนายฉันนั้น คุณกาญจนาเก็บซ่อนรอยยิ้มสะใจไว้ไม่ไหว ต่อให้สามีจะมั่วไม่เลือกไปคว้าอีตัวมาทำเมียแถมมีลูกกับมันถึงสามคน แต่ตาปลื้มก็เป็นทายาทอันดับหนึ่งอยู่ดี คนพวกนี้แค่ส่งเรียนหนังสือก็บุญหัว อย่าหวังเลยว่าจะมีสิทธิ์ได้ครอบครองเงินทองหรือทรัพย์สมบัติชิ้นไหนของสามี ไม่ยอมเป็นแน่ จะหวงไว้ให้ลูกชายของท่านแค่คนเดียว
“เพราะคุณพี่เข้าข้างลูกอย่างนี้ไงคะ! ตาปลื้มถึงไม่เคยเห็นหัวดิฉันกับลูกๆ เลยสักครั้ง คิดอยากจะมาสายตอนไหนก็ได้ ยัยฟ้า ลูกสะใภ้ดิฉันกำลังท้อง ควรกินอาหารตรงเวลา แต่ต้องปล่อยให้ท้องว่างรอลูกชายคุณพี่! ยัยจิน ลูกสาวเราก็อยู่ในช่วงสอบแทนที่จะได้รีบไปอ่านหนังสือ ถ้ามารยาทแย่ไม่ตรงต่อเวลาไม่รู้จักขอโทษอย่างนี้ ดิฉันจะไม่ให้ลูกๆ รอลูกชายคุณพี่อีก!”
“ใครขอให้รอไม่ทราบ หิวก็กินสิ ผมไม่ได้เอาเชือกมัดปากคุณไว้” สายตาปรเมศวร์น่าเกรงขาม เกลียดชังหน้าเมียน้อยพ่อ ถ้าไม่ถูกหาเรื่องก่อนอย่าหวังว่าเขาจะเสียเวลาพูดด้วย
“ปลื้มพูดแบบนี้ไม่ถูก พวกเราอยู่บ้านหลังเดียวกัน ในเมื่อปลื้มจะกลับมากินข้าวที่บ้าน ต้องรอเป็นมารยาทอยู่แล้ว”
“ขอบใจ แต่ถ้ารอแล้วมาพูดจาน่ารำคาญให้ผมได้ยิน วันหลังไม่ต้อง มองทำไม! ท้องอยู่ก็รีบให้อาหารลูกทางปากเธอสิฟ้า! ยัยจินอีกคน จะสอบแล้วไม่ใช่เหรอ รีบๆ กิน รีบๆ ไปอ่านหนังสือ ยัยจ๋าจะจบปีหน้า ตัวเองเป็นพี่แต่เรียนปีสามไม่ผ่านสักที อายคนอื่นบ้างไหม เรียนไม่ไหวก็อย่าฝืนลาออกไปเต้นกินรำกินเลยไป!”
“คุณแม่!”
สุจิราเขย่าแขนมารดาไม่พอใจที่ถูกปรเมศวร์ค่อนแคะเรื่องการเรียน มีความสามารถสอบเข้าคณะแพทย์ได้แต่ไม่มีปัญญาเรียนจบ น้องสาวเกิดทีหลังไม่รู้กี่ปียังอุตส่าห์เรียนแซงหน้า
“แทนที่ปลื้มจะให้กำลังใจน้องกลับพูดจาทำร้ายน้ำใจ!”
“ให้กำลังใจคนหัวทึบไม่ต่างจากให้กระจกคนตาบอด ท่าทางลูกๆ คุณจะได้ความฉลาดจากพ่อมาแค่ยัยจ๋า!”
“พี่ปลื้ม!”
สุธี สุจิราเดือดร้อน ดิ้นพล่านๆ บนเก้าอี้ ไม่กี่ปีก่อนหน้าสุธีก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เรียนไม่จบคณะแพทยศาสตร์
สถานการณ์ตึงเครียด เจ้าของบ้านกลับรับประทานอาหารไม่สนใจใคร ขัดใจสิรี กลัวจะเสียหน้าไปมากกว่านี้โร่ฟ้อง
“ได้ยินลูกชายคนโปรดต่อว่าน้องกับลูกๆ ถึงขนาดนี้ คุณพี่ยังมีอารมณ์อยากรับประทานอาหารเหรอคะ!”
สิรีคำรามฮึ่มๆ บิดเนื้อตัวแสดงอาการไม่พอใจ
“ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ให้เธอพูดมากทำลายรสชาติอาหาร” นายแพทย์สิทธิเดชไม่ไว้หน้าภรรยาน้อย ภรรยาหลวงแสยะยิ้มได้พริบตาเดียวโดนหางเลขไปด้วย
“ปลื้มก็เหมือนกัน รีบกิน”
“รับข้าวเพิ่มไหมคะคุณหนู ช่วงนี้ไม่ค่อยกลับบ้าน ป้าคิดถึง”
ป้านวลไม่ชอบที่คุณผู้ชายใช้โทนเสียงนั้น ถือโอกาสเบียดตัวเข้าไปยืนใกล้ คุณหนูของตนน่ารักส่งยิ้มมาประจบคนแก่
“แค่สามช้อนที่ป้านวลตักให้ก็อิ่มจนพุงกางแล้วครับ เติมให้คุณแม่ดีกว่า” ปกติแล้วมารดารับประทานอาหารไม่เยอะ แต่เพราะลูกชายออกปากเองจำเป็นต้องรับข้าวช้อนที่สองจากแม่บ้าน
“ถ้าแม่นวลคิดถึงตาปลื้มก็ไปดูแลตาปลื้มที่คอนโดสิ จะได้ช่วยเก็บกวาดทำความสะอาดห้อง แล้วก็จัดเตรียมอาหาร”
“ไม่เป็นไรครับคุณแม่ ผมไม่ชอบกินข้าวที่ห้อง”
“ไม่อยากให้ป้าไป เพราะกลัวจะไปจ๊ะเอ๋สาวๆ หรือเปล่า”
บทส่งท้าย“บ้านเงียบชอบกลน่าจะไม่มีใครอยู่ เราเลี้ยวรถกลับเลยดีไหม” “อ๊ะ! มาถึงขนาดนี้แล้วจะกลับไปทั้งที่ของเต็มมือได้ยังไงคะ จอดรถไว้หน้าบ้านนี่แหละค่ะ เข้าไปแป๊บเดียวไม่เป็นไรหรอก ดับรถแล้วลงมา”ดื้อเหลือเกินสามีเธอ ญาตาวีดับเครื่องยนต์แทนเสียเลย ปรเมศวร์มีสีหน้าหนักใจเล็กน้อยแต่เขาไม่ขัดใจ คว้าถุงของฝากจากห้างฯ เดอะแกรนด์ที่พวกเขาร่วมใจพิถีพิถันเลือกลงจากรถมากดกริ่งหน้าบ้านบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรราคาหลักหนึ่งร้อยล้าน กว้างขวาง สวยงาม สมฐานะลูกชายคนรองของนายแพทย์สิทธิเดช มหาเศรษฐีเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยสุธีไม่ได้มีความสุขในการทำงานในโรงพยาบาลตามคำสั่งของบิดา ไม่ได้สุขใจกับการพาภรรยาย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ แต่เพราะไม่มีเงินทองมากมายมาตั้งต้นธุรกิจจึงต้องพึ่งพาอาศัยบารมีบิดา เมื่อถึงวันหนึ่งที่บิดาปล่อยวาง ยินยอมให้ลูกๆ ทุกคนดำเนินชีวิตตามความต้องการของตัวเองสุธีได้รับเงินทุนก้อนใหญ่ลงทุนเปิดร้านอาหารหลากหลายสไตล์ ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม ขยายสาขารวดเร็วภายในระยะเวลาห้าปี มีเงินทองมากมายซื้อบ้านหลังใหญ่ และรับมารดาออกมาอาศัยด้วยกันน้าสิรีห่วงบิ
ในวันครบรอบสี่ขวบของน้องปริ๊นซ์ น้าสิรีเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ มาถึงเชียงใหม่เพื่อขอคุยกับปรเมศวร์และครอบครัวน้าสิรีพูดกับเขาว่า ‘น้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อก่อกวน หรือหาเรื่องให้ปลื้มไม่สบายใจ น้าแค่อยากมาส่งข่าวให้ปลื้มรู้ อาการป่วยของคุณพ่อปลื้มทรุดลง ท่านไม่สามารถเครียดและทำงานเต็มตัวเหมือนเมื่อก่อน ตำแหน่งในโรงพยาบาลสั่นคลอน ท่านต้องการผู้สืบทอด ในบ้านเราเห็นจะมีแค่ปลื้มคนเดียว ที่จะเข้ามาบริหารโรงพยาบาลแทนคุณพ่อปลื้มได้ ถึงคุณพี่เดชจะไม่เคยขอร้องให้ปลื้มกลับไป แต่น้ามองออกว่าท่านคิดถึงปลื้มและอยากเจอหลานมาก ปลื้มออกจากบ้านมาเกือบ 5 ปี มันนานเกินไปแล้วนะปลื้ม’‘น้าเคยทำไม่ดีกับปลื้มไว้มาก น้ารู้ แต่ถ้าหากน้ามีสิทธิ์ขอปลื้มได้หนึ่งอย่าง น้าขอร้องให้ปลื้มพาลูกเมียกับคุณพี่นากลับไปอยู่กรุงเทพฯ กับพ่อปลื้มได้หรือเปล่า โรงพยาบาลต้องการคนสืบทอดกิจการ ปลื้มคือทายาทตัวจริง ปลื้มสมควรได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของคุณพี่เดช ปลื้มไม่ต้องกังวลว่าน้ากับน้องๆ จะมาเบียดเบียนปลื้ม พวกเรามีความสุขดี แล้วพวกเราก็อยากเห็นคุณพี่เดชมีความสุข อยากให้ท่านคืนดีกับลูกชายของท่าน น้าไปๆ กลับๆ ระหว่างบ้านธีกับบ้
“ธุรกิจร้านอาหารกำไรไม่ได้เยอะหรอกนะ ได้สัก 10% ต่อรายรับทั้งหมดต่อหนึ่งสาขาก็ถือว่าเพอร์เฟกต์มาก พี่กับฟ้าถึงต้องวางแผนขยายสาขาร้านออกไปให้ได้เยอะๆ ผลประกอบการโดยรวมจะได้โตตาม”“พูดจาดีมีหลักการ ร่ำรวยเมื่อไหร่ อย่าลืมน้องสาวคนนี้นะคะ”“งานยูทูบเบอร์ของจินก็ไปได้สวยไม่ใช่เหรอ รายได้โฆษณา รายได้สปอนเซอร์ รวมๆ รับต่อเดือนน่าจะหลายแสนเอาเรื่องอยู่ใช่ไหม ยังคุยกับฟ้าอยู่เลย จินเดือนทางบ่อยจะมีเวลาแวะมาเฝ้าไข้คุณพ่อหรือเปล่า”“เรื่องงานเรื่องเที่ยวจะสำคัญเท่าชีวิตคุณพ่อได้ยังไงคะ จินเลื่อนไปหมดแล้ว ถ้าพี่ธีมีงานด่วนปลีกตัวไปได้เลยนะ ไม่ต้องห่วงคุณพ่อ”“มีพยาบาลสวยขนาดนี้คอยเอาใจ คุณพ่อมีหวังหายวันหายคืน”สุธีแซวน้องสาวคนรอง ขโมยผลไม้ที่เธอตั้งใจปอกเปลือกเก็บใส่ตู้เย็นรอป้อนบิดาที่อยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังผ่าตัดบายพาสหัวใจ“พี่ธี! มือไม่ล้างมาหยิบกิน เชื้อโรคลงท้องคุณพ่อไปด้วยจะทำยังไง”“ชิ้นเดียวไม่เป็นไรหรอกน่า คุณพ่อนอนหลับ ไม่ตื่นมาบ่นพี่หรอก”“ใครว่าฉันไม่อยาก ฉันไม่มีแรงบ่นพวกแกต่างหาก”นายแพทย์สิทธิเดชตื่นมาส่งยิ้มให้ลูกๆท่านพักฟื้นในห้องไอซียูเจ็ดวัน ก่อนจะย้ายออกมานอนพักที่ห้องผู
ในวัย 29 ปีบริบูรณ์ ลูกสาวเพิ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ปรเมศวร์บินไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียนเจาะจงด้านการผ่าตัด เขาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้การเรียนและทำงานอยู่ที่นั่นนานกว่าสองปีโรงพยาบาลเอกชนใหญ่ในรัฐนั้นเสนอตำแหน่งงานให้เขา มีช่วงว่างหนึ่งเดือนสั้นๆ ให้พักผ่อนและตัดสินใจ ปรเมศวร์คิดถึงเพื่อนสนิททั้งสองเลือกใช้ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นกลับมาเยี่ยมเพื่อนๆ และครอบครัวกันต์ดนัยกับตรีวิทย์ไปรับถึงสนามบินไม่ได้พาไปกินเลี้ยงสังสรรค์อย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่พาเขามาบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ที่เขาเคยเกือบจะลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งเคยซื้อให้ใครอาศัยในบ้านหลังนั้นเขามีโอกาสได้พบผู้หญิงคนหนึ่งที่โตขึ้นกว่าวันที่เขาไปจากประเทศไทย เธอน่าจะอายุย่าง 20 ปี จูงมือลูกสาววัย 2 ขวบออกมารับแขก เด็กผู้หญิงผิวพรรณดีหน้าตาน่ารักถอดพิมพ์เดียวกับเขา ยิ้มตาหยีหัวเราะดีใจที่เห็นว่าใครมา เด็กร้องเรียก พ่อ ไม่เต็มเสียง เพราะเพิ่งฝึกพูดไม่กี่คำ เท้าเล็กๆ เดินตรงมาทางเขาแต่ผ่านไปกอดกันต์ดนัยสลับกับตรีวิทย์ เพื่อนสนิททั้งสองมีของติดมือมาฝากเป็นขนมกับของเล่นเด็กหญิงจิ้มนิ้วลงบนซองขนมให้พ่อตรีช่วยแกะ ล้วงมือป้อมๆ
ความสัมพันธ์เปราะบางระหว่างสองพ่อลูกจบลงอย่างไม่มีชิ้นดี นายแพทย์สิทธิเดชข้ามสะพานไม้กลับมาฝั่งตัวบ้านมองเห็นหลานสาว จะเรียกให้เข้ามาหาหลานสาวกลับหันหลังวิ่งหนีไปทางอื่น จุดจบคนจิตใจคับแคบไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ ลูกชาย หลานสาว อาจจะรวมถึงหลานอีกคนที่กำลังจะเกิด จะไม่มีใครอยากกราบไหว้และเรียกท่านว่าปู่ชายสูงวัยยืนตัวตรงอยู่ดีๆ ตัวกลับเอียงไปทางด้านขวาซวนเซเกือบจะล้ม คว้าราวจับสะพานไว้ทันแต่มือข้างนั้นกลับหมดแรง ตัวท่านล้มลงเสียงดังโครม! “คุณเดช/ท่าน” ภรรยาหลวงกับสายฝนอับอายขายหน้าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนรีบตามมา ทั้งสองคนช่วยกันออกแรงพยุงท่านให้กลับมายืน แต่นายแพทย์สิทธิเดชเกลียดชังเด็กสาวรุ่นลูกเหลือเกิน“สายฝน! อย่ามาแตะตัวฉัน นับต่อจากนี้ ห้ามติดต่อฉันมาอีก!”“โทษดิฉันคนเดียวไม่ได้หรอกนะคะ! ดิฉันแค่ส่งข้อมูลให้ท่านทราบ หน้าที่ปักใจเชื่อหรือเปล่าเป็นของท่าน ดิฉันไม่ได้ผิด อย่ามาว่าดิฉัน!”“ฉันรู้ หนูฝน อย่าถือสาคุณเดชเลย มาช่วยฉันพยุงท่านออกไป”“เห็นแก่คุณกาญจนา ดิฉันจะช่วยค่ะ” สายตาสายฝนก้าวร้าว ในเมื่อแผนแยกปรเมศวร์ออกจากเด็กคนนั้นล่มไม่เป็นท่า เธอไม่มีความจำเป็นต้องพะเน้าพะนอเอาใจ ช
‘ประกาศจากกัปตัน ขณะนี้ลมมรสุมพัดผ่านจังหวัดเชียงใหม่ ฝนตกหนัก ลมพัดแรง ท้องฟ้าเหนือท่าอากาศยานเชียงใหม่ปิด ย้ำ ท้องฟ้าปิด ทำให้ไม่สามารถนำเครื่องลงจอด กัปตันจะนำเครื่องบินวนรอสภาพอากาศเปิด แต่หากสุดวิสัยอาจจะต้องนำเครื่องกลับท่าอากาศยานต้นทาง...’ “ไม่ได้!”นายแพทย์สิทธิเดชร้อนใจอยากไปให้ถึงจุดหมายตามกำหนด เตรียมปลดสายรัดเข็มขัดประท้วงแต่ภรรยาหลวงคว้าแขนไว้“คุณเดช มันอันตราย”ท่านไม่พอใจ แต่เพราะเครื่องสั่นและทุกคนต่างหันมามอง ทำให้ท่านจำใจนั่งลงที่เดิมกอดอกรอคอยอย่างใจร้อน“เมื่อไหร่จะมาถึงสักที!”คนมารอรับ รอนานเข้าเริ่มอารมณ์เสียสายฝนสะบัดหน้าสะบัดตาอย่างคนโมโหร้าย แต่งตัวสวยเดินวนรอบโถงผู้โดยสารขาเข้าหลายสิบรอบ รอเที่ยวบินที่เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนโดยสารมาเชียงใหม่ รู้อย่างนี้ไม่รอเสียก็ดี คุณสิทธิเดชกำลังจะทำให้เธอพลาดไปร่วมงานแต่งกันต์ดนัย ระยะทางจากตัวเมืองเข้าไปในไร่อรุณรุ่งไกลเกือบสี่สิบกิโลเมตร กว่าจะไปถึงเพื่อนเก่าที่เคยเรียนด้วยกันมาอาจจะแยกย้ายไปหมด เสียงเรียกเข้าแผดลั่น เผลอดีใจนึกว่านายแพทย์สิทธิเดช ที่ไหนได้บิดาเธอนั่นเองที่โทรหา สายฝนกดรับสายอย่างไม่เต็มใจ เสียงเข้มๆ
กลวัชรมีศักดิ์เป็นลูกชายนอกสมรสของพ่อเลี้ยงเกริก บุตรชายคนเดียวของคุณย่าสมสมัย แม่เขาเป็นเพียงแม่บ้านในไร่ ถึงแม้ชาติตระกูลทางแม่จะไม่ได้ดี คุณย่าก็ให้ความรักและเลี้ยงเขามาเป็นอย่างดี ปัจจุบันคุณพ่อเกริกเสียชีวิตไปแล้ว แม่หลวง แม่แท้ๆ ของกฤตพลกับกันต์ดนัยย้ายไปอยู่ที่อื่น ส่วนแม่เขาทำงานเป็นแม่บ้าน
ปรเมศวร์ขอให้กลวัชรช่วยดูแลญาตาวีกับลูกสาวจนกว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่จะเข้าที่เข้าทาง ตากลก็เหลือเกิน ดูแลดีจนไม่กลับบ้านช่อง ไปขลุกอยู่บ้านหลังนั้นทุกวัน ไม่รู้ว่าสนใจลูกหรือแม่กันแน่“แวะไปเล่นกับหลานนิดหน่อยครับ”ช่วงเดือนแรกดูแลเพราะปรเมศวร์ขอร้อง แต่เข้าสู่เดือนที่สองชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิ ว่าม
“เขามีแต่ชุดโกโก้วาค่ะอากล ไม่มีชุดไก่ทอด อิอิ”“เพลงใหม่ไงคะ อากลซื้อมาฝาก กินให้หมดเลยนะคะ”“ว้าว ไก่ถังใหญ่ ขอบคุณค่ะ อากลใจดีที่สุดในโลก!”“เกรงใจพี่กลจังเลยค่ะ มาบ้านญาทีไร สิ้นเปลืองเงินทุกที”“ไม่เป็นไรจ้ะแค่นี้เอง ป้าข้างบ้านแกสติดีหรือเปล่า พี่สังเกตหลายครั้งชอบมาชวนคุย ถ้ามีท่าทีรุกรานบอก
“น้องญา”กลวัชร ทายาทลำดับสามแห่งตระกูลอรุณรุ่ง ถัดจากกฤตพล และกันต์ดนัยโบกมือทักทาย เขากลายเป็นแขกประจำ เนื่องจากปรเมศวร์ขอร้องให้ช่วยดูแลความเป็นอยู่ของลูกสาว ในฐานะที่กลวัชรนับถือปรเมศวร์ไม่ต่างจากพี่ชายร่วมสายเลือด เขาไม่ขัดข้อง แวะมาถามสารทุกข์สุกดิบจนในหลายครั้งญาตาวีคิดว่าเขามาบ่อยเกินไปหญิ







![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)