Home / โรแมนติก / พิษรักพันธะวิวาห์ / บทที่ 2/1 ความสุขที่หายไป

Share

บทที่ 2/1 ความสุขที่หายไป

last update publish date: 2026-02-27 05:51:51

แต่กว่าปรเมศวร์จะกลับบ้านก็เลยเวลาอาหารเย็นไปมาก สมาชิกหลายคนทนหิวหิ้วท้องรอเขาต่างชักสีหน้าแววตาไม่สบอารมณ์ ปรายสายตาเหยียดหยามไปทางปรเมศวร์ ที่พอมาถึงก็เลื่อนเก้าอี้ออกนั่งสั่งแม่นวลให้ตักข้าว เริ่มต้นกินไม่สนใจใคร ราวกับว่าบนโต๊ะอาหารมีเขาแค่คนเดียว

สุธีกับสุจิรา ลูกนอกสมรสสบสายตามารดา หัวเสียที่ปรเมศวร์ข้ามหน้าข้ามตาทุกคน แต่ออกปากไม่ได้ รู้สถานะตัวเองเป็นรองปรเมศวร์ทุกขุม ปรเมศวร์ต่างหากที่เป็นทายาทอันดับหนึ่งของตระกูล มีโอกาสรับช่วงโรงพยาบาลเอกชนรวมถึงคฤหาสน์

“ไม่รู้ตาปลื้มลูกชายคนเก่งคุณพี่ ไปตายอดตายอยากข้าวมาจากไหน มาถึงบ้านแทนที่จะขอโทษผู้ใหญ่ที่มาสาย กลับกินเอากินเอา ท่าทางจะไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนมารยาท”

สิรีโจมตีอย่างที่ทำเป็นประจำทุกครั้งที่ลูกภรรยาหลวงกลับบ้าน

“ไม่ต้องพูดมาก เริ่มกินได้แล้ว ก่อนอาหารจะเย็นมากกว่านี้”

กล่าวตัดบท ไม่เข้าข้างภรรยาคนรองที่จ้องจะหาเรื่องให้ท่านกับลูกชายมีปากเสียง ขี้เกียจพูดให้มากความ เข้าข้างสิรี กาญจนาออกโรงปกป้องลูกชาย เข้าข้างลูกชาย สิรีจะตีอกชกหมัดบีบน้ำตาให้ท่านปวดหัว อยู่ร่วมบ้านกว่ายี่สิบปีเรียนรู้การวางตัวเฉยนั้นดีที่สุด

คนอื่นยังไม่เริ่มจับช้อนข้าวสวยในจานปรเมศวร์พร่องลงเกือบครึ่ง นายแพทย์หัวหน้าครอบครัวเหลือบไปทางแม่บ้าน

“ตักข้าวให้คุณหนูเพิ่มอีก ท่าทางจะหิวมาก”

คนงานบ้านนี้เลือกที่รักที่ชัง พร้อมบริการเสมอหากเป็นนายของตัวเอง ป้านวลคดข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานปรเมศวร์เพิ่มสองช้อน ขยับคิ้วเย้ยหยันแม่บ้านคู่อริที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนคุณหนูตัวเอง เมื่อนายแพทย์สิทธิเดชเอนเอียงไปทางลูกชายคนโต

บ่าวข่มบ่าวฉันใด นายข่มนายฉันนั้น คุณกาญจนาเก็บซ่อนรอยยิ้มสะใจไว้ไม่ไหว ต่อให้สามีจะมั่วไม่เลือกไปคว้าอีตัวมาทำเมียแถมมีลูกกับมันถึงสามคน แต่ตาปลื้มก็เป็นทายาทอันดับหนึ่งอยู่ดี คนพวกนี้แค่ส่งเรียนหนังสือก็บุญหัว อย่าหวังเลยว่าจะมีสิทธิ์ได้ครอบครองเงินทองหรือทรัพย์สมบัติชิ้นไหนของสามี ไม่ยอมเป็นแน่ จะหวงไว้ให้ลูกชายของท่านแค่คนเดียว

“เพราะคุณพี่เข้าข้างลูกอย่างนี้ไงคะ! ตาปลื้มถึงไม่เคยเห็นหัวดิฉันกับลูกๆ เลยสักครั้ง คิดอยากจะมาสายตอนไหนก็ได้ ยัยฟ้า ลูกสะใภ้ดิฉันกำลังท้อง ควรกินอาหารตรงเวลา แต่ต้องปล่อยให้ท้องว่างรอลูกชายคุณพี่! ยัยจิน ลูกสาวเราก็อยู่ในช่วงสอบแทนที่จะได้รีบไปอ่านหนังสือ ถ้ามารยาทแย่ไม่ตรงต่อเวลาไม่รู้จักขอโทษอย่างนี้ ดิฉันจะไม่ให้ลูกๆ รอลูกชายคุณพี่อีก!”

“ใครขอให้รอไม่ทราบ หิวก็กินสิ ผมไม่ได้เอาเชือกมัดปากคุณไว้” สายตาปรเมศวร์น่าเกรงขาม เกลียดชังหน้าเมียน้อยพ่อ ถ้าไม่ถูกหาเรื่องก่อนอย่าหวังว่าเขาจะเสียเวลาพูดด้วย

“ปลื้มพูดแบบนี้ไม่ถูก พวกเราอยู่บ้านหลังเดียวกัน ในเมื่อปลื้มจะกลับมากินข้าวที่บ้าน ต้องรอเป็นมารยาทอยู่แล้ว”

“ขอบใจ แต่ถ้ารอแล้วมาพูดจาน่ารำคาญให้ผมได้ยิน วันหลังไม่ต้อง มองทำไม! ท้องอยู่ก็รีบให้อาหารลูกทางปากเธอสิฟ้า! ยัยจินอีกคน จะสอบแล้วไม่ใช่เหรอ รีบๆ กิน รีบๆ ไปอ่านหนังสือ ยัยจ๋าจะจบปีหน้า ตัวเองเป็นพี่แต่เรียนปีสามไม่ผ่านสักที อายคนอื่นบ้างไหม เรียนไม่ไหวก็อย่าฝืนลาออกไปเต้นกินรำกินเลยไป!” 

“คุณแม่!”

 สุจิราเขย่าแขนมารดาไม่พอใจที่ถูกปรเมศวร์ค่อนแคะเรื่องการเรียน มีความสามารถสอบเข้าคณะแพทย์ได้แต่ไม่มีปัญญาเรียนจบ น้องสาวเกิดทีหลังไม่รู้กี่ปียังอุตส่าห์เรียนแซงหน้า

“แทนที่ปลื้มจะให้กำลังใจน้องกลับพูดจาทำร้ายน้ำใจ!”

“ให้กำลังใจคนหัวทึบไม่ต่างจากให้กระจกคนตาบอด ท่าทางลูกๆ คุณจะได้ความฉลาดจากพ่อมาแค่ยัยจ๋า!”

“พี่ปลื้ม!”

สุธี สุจิราเดือดร้อน ดิ้นพล่านๆ บนเก้าอี้ ไม่กี่ปีก่อนหน้าสุธีก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เรียนไม่จบคณะแพทยศาสตร์

สถานการณ์ตึงเครียด เจ้าของบ้านกลับรับประทานอาหารไม่สนใจใคร ขัดใจสิรี กลัวจะเสียหน้าไปมากกว่านี้โร่ฟ้อง

“ได้ยินลูกชายคนโปรดต่อว่าน้องกับลูกๆ ถึงขนาดนี้ คุณพี่ยังมีอารมณ์อยากรับประทานอาหารเหรอคะ!”

สิรีคำรามฮึ่มๆ บิดเนื้อตัวแสดงอาการไม่พอใจ

“ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ให้เธอพูดมากทำลายรสชาติอาหาร” นายแพทย์สิทธิเดชไม่ไว้หน้าภรรยาน้อย ภรรยาหลวงแสยะยิ้มได้พริบตาเดียวโดนหางเลขไปด้วย

“ปลื้มก็เหมือนกัน รีบกิน”

“รับข้าวเพิ่มไหมคะคุณหนู ช่วงนี้ไม่ค่อยกลับบ้าน ป้าคิดถึง”

ป้านวลไม่ชอบที่คุณผู้ชายใช้โทนเสียงนั้น ถือโอกาสเบียดตัวเข้าไปยืนใกล้ คุณหนูของตนน่ารักส่งยิ้มมาประจบคนแก่

“แค่สามช้อนที่ป้านวลตักให้ก็อิ่มจนพุงกางแล้วครับ เติมให้คุณแม่ดีกว่า” ปกติแล้วมารดารับประทานอาหารไม่เยอะ แต่เพราะลูกชายออกปากเองจำเป็นต้องรับข้าวช้อนที่สองจากแม่บ้าน

“ถ้าแม่นวลคิดถึงตาปลื้มก็ไปดูแลตาปลื้มที่คอนโดสิ จะได้ช่วยเก็บกวาดทำความสะอาดห้อง แล้วก็จัดเตรียมอาหาร”

“ไม่เป็นไรครับคุณแม่ ผมไม่ชอบกินข้าวที่ห้อง”

“ไม่อยากให้ป้าไป เพราะกลัวจะไปจ๊ะเอ๋สาวๆ หรือเปล่า”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/4 ทางเบี่ยงของชีวิต

    ‘น่าสงสารเธอนะนา ฐานะ การงาน การศึกษาลูกชายเธอไม่ใช่ธรรมดา ไม่น่าตกม้าตายตอนเลือกผู้หญิงที่จะเอามาทำเมีย’‘อาชีพแม่ ขี้เกียจ ตื่นสาย ถึงสิ้นเดือนขอรับเงินเดือนสวยๆ’‘เด็กคนนั้นเรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากลูกชายเธอเดือนเท่าไหร่เหรอ’‘ไม่แน่ใจ ฉันเคยถาม แต่ลูกชายไม่ยอมบอก’ ‘อย่าให้เงินเยอะนะ ระวังจะเกาะลูกชายเธอแน่นไม่ยอมปล่อย’‘เธอเองก็อย่ารอช้า รีบหาลูกสะใภ้คนใหม่เข้ามาตบแต่งเร็วๆ ชักช้าเกิดสองคนนั้นกลับไปอยู่ด้วยกัน เธออาจได้ลูกสะใภ้คนเดิม’“คุณแม่ ผมกลับมาแล้วครับ” ประตูห้องพักฟื้นลูกสาวไม่ได้ล็อก ปรเมศวร์กลับเข้ามาสักพัก แต่เพิ่งจะส่งเสียงให้มารดารู้ตัวท่านรีบซ่อนโทรศัพท์อย่างเร็ว ตกใจที่ลูกชายย่องเบามายืนด้านหลัง ปรายสายตาอคติไปทางผู้หญิงที่นอนหลับสนิทบนเตียงคนป่วยถัดจากเตียงหลานสาว แทบแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่ป่วย“ดูเองแล้วกัน จะหาว่าแม่ขี้ฟ้อง สายป่านนี้แทนที่จะตื่นมาดูแลลูก ไม่มีความรักความห่วงลูกเหมือนยัยสิรีไม่มีผิดเพี้ยน แล้วเตียงนั่น ไปเอามาจากไหน ให้ใครลากเข้ามาให้ใช่ไหม หรือทำสำออยใส่ปลื้ม”“สำออยอะไรกันครับ ญาไม่ค่อยสบาย ให้น้ำเกลือไปหนึ่งกระปุก ผมไม่อยากให้นอนพื้น ส่วนโซฟาก

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/3 ทางเบี่ยงของชีวิต

    “พี่ฝนคิดอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ คุณพ่อเคยบอกจ๋าเหมือนกัน ว่าพี่ปลื้มพูดจาดีกับจ๋ามากกว่าพี่ๆ สองคน คุณพ่อบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจ๋าเหมือนคุณพ่อ แต่พี่ธีกับพี่จินเหมือนคุณแม่”ตอนนั้นเธอกับสายฝนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เดินหลบรถยนต์จำนวนมากขับวนหาที่จอดในห้างฯ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์“ถามหน่อยสิ ปลื้มแต่งงานมีลูกมีครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ไม่เคยเห็นปลื้มลงรูปลูกสักครั้ง เพื่อนเรียนด้วยกันก็ไม่มีใครพูดถึง”“ไม่ได้จัดงานเป็นทางการหรอกค่ะ มีแค่ผู้ใหญ่สองฝ่ายเข้ามาคุยกัน แล้วจดทะเบียนสมรส พี่ปลื้มแต่งเพราะฝ่ายหญิงท้องน่ะค่ะ”“น่าสงสารปลื้ม ที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก”“แต่ตอนนี้หย่ากันแล้ว เมียพี่ปลื้มพาลูกมาอยู่เชียงใหม่ พี่ปลื้มโสดแล้วเนื้อหอมน่าดูเลยค่ะ คุณพ่อเล่าว่าสาวๆ ตามจีบตรึม จ๋าอุบไว้ ไม่อยากให้เพื่อนรู้ กลัวจะจิกหัวจ๋าขอเบอร์โทรไปจีบพี่ปลื้ม”“ยัยจ๋า สายแล้ว เร็วๆ วิญญาณเต่าเข้าสิงเหรอถึงเดินช้า!” สายจริงๆ รีบวิ่งตามไป เพื่อนข้ามถนนไปแล้วสุชาดาจำเป็นต้องหยุดรอให้ถนนว่าง ทว่า... ผลัวะ! บางอย่างพุ่งกระแทกด้านหลัง ส่งผลให้ร่างกายบอบบางเสียหลักคว่ำหน้าล้มจากทางเท้าลงถ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/2 ทางเบี่ยงของชีวิต

    “ญาไม่สังหรณ์อะไรเลย จ๋าเจ็บหนักขนาดนี้จะหายหรือเปล่าคะ”“แน่นอน โรงพยาบาลเราขึ้นชื่อการแพทย์ ยังไงก็ต้องหายแน่นอน แต่กระดูกยัยจ๋าหักค่อนข้างเยอะ กว่าจะหายขาดต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน ญาไม่ต้องร้องไห้ พี่แค่พามาดูให้รู้ว่าเหตุผลที่พี่ไม่ได้ไปหาญากับลูกคืออะไร พี่ไม่อยากรีบบอก กลัวลูกได้ยิน ลูกจะงอแงอยากมาหายัยจ๋า”สุชาดากลับกรุงเทพฯ ทีไรมักจะแวะไปเล่นกับหนูวาทำให้สนิทกับญาตาวีและคบหากันเป็นเพื่อน หนูวารักอาจ๋ามาก หากรู้ว่าอาจ๋าเจ็บจะต้องอยากมาเยี่ยม เขาเลี่ยงไม่พูดถึง อยากให้ลูกสาวพักผ่อนเยอะๆ อาการหนูวาน่าห่วงไม่แพ้กัน อาเจียน ไอ มีไข้อ่อน ป่วยบ่อยจนเขากังวล“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องร้อง สมองยัยจ๋าไม่ถูกกระทบกระเทือน อย่างช้าพรุ่งนี้ก็ฟื้น” โอบและวางมือลงไหล่บอบบาง ให้เธอหยุดสะอึกสะอื้นร้องไห้ เธอสะเทือนใจที่มาเห็นภาพเพื่อนรักในระยะใกล้“ฮือ... ถ้าไม่เจอพี่ปลื้ม ญาก็คงไม่รู้ว่าจ๋าเจ็บมากขนาดนี้ ญาเป็นแม่ที่แย่ เป็นเพื่อนที่แย่ ไม่มีอะไรดีเลย” แต่ละวันหมดไปกับการเลี้ยงลูก อาศัยอยู่ในบ้านสองคนแม่ลูก ไม่มีโอกาสออกไปเจอเพื่อนหรือไปเที่ยวเล่นข้างนอก จะรู้ข่าวสารคนรอบข้างได้ก็ต่อเมื่อมีใครมาเ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/1 ทางเบี่ยงของชีวิต

    ดึกมากแล้ว กอปรกับได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ เด็กหญิงผล็อยหลับไปด้วยใบหน้าแสนสุข แขนเล็กๆ คู่นั้นยังคงกอดพ่อกับแม่ตลอดเวลา รักทั้งสองคน แต่เพราะพ่อแม่แยกทางกันเด็กหญิงจำเป็นต้องเลือก ทั้งที่การเลือกนั้นนำมาซึ่งความทุกข์กลายเป็นปมในใจญาตาวีเช็ดตัวให้ลูกสาวและคอยอยู่เคียงข้างจนลูกสาวหลับสนิท หน้าเธอไม่เหลือที่ให้ดู ร้องไห้จนดวงตาสองข้างแดงช้ำและปูดโปนน่าเกลียด โกรธปรเมศวร์ที่ไม่มาหาลูกตามสัญญา แต่ถ้าหากไม่บังเอิญเจอเขาที่นี่ก็อาจไม่โอกาสเข้าใกล้ลูก ในใจเธอสับสน แต่นอกเหนือจากความรู้สึกนั้น ญาตาวีพยายามสุดฤทธิ์เพื่อปฏิเสธหัวใจตัวเองว่าเธอคิดถึงเขามากแค่ไหน อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ได้เจอเขาสัปดาห์ละสองสามครั้งเวลาที่เขามาเล่นกับลูกหรือมารับลูกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ไม่ใช่ตัดขาดกันไปอย่างนี้ขาดเขา ทำให้ญาตาวีต้องอยู่โดดเดี่ยวและเหงามากขึ้น แล้วหยดน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง ญาตาวีต้องหลบหน้าเขาเข้าไปจัดการอารมณ์ตัวเองในห้องน้ำ วักน้ำเย็นมาล้างหน้าให้ร่างกายสดชื่น ตอนนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเสื้อคลุมตัวนอกมีคราบอาเจียนลูกแห้งติด มันส่งกลิ่นเหม็น เธ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/3 คิดถึงสุดหัวใจ

    “ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้ยงหัวใจไปวันๆ แต่เขาไม่เคยให้สิ่งนั้นเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้าใกล้หรือสัมผัสร่างกายเธอเหมือนอย่างที่เขากระทำอยู่ในเวลานี้ มือคู่อุ่นโอบกอดลูกสาวจากด้านหลังเผื่อแผ่วงแขนนั้นมาถึงญาตาวี เธอกับลูกสาวอุ่นใจอยากอยู่ในอ้อมแขนไปนานๆ“ไม่ต้องกลัว คุณพ่อจะไม่ยอมให้ใครทำหนูกับคุณแม่ร้องไห้”ลูกสาวหยุดส่งเสียงร้อง เดิมทีดวงตาหนูน้อยพร่ามัวมองเห็นเพียงแค่คุณแม่ แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามากอด หนูน้อยเพ่งมองจากนั้นเสียงเล็กๆ แผดร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิม หมุนตัวกลับมาอ้อนให้คุณพ่อกอดแน่นๆ“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อไปไหนมา หนูคิดถึงคุณพ่อ”“คุณพ่อก็คิดถึงหนู คนเก่งไม่ร้องไห้นะคะ”เคยเชื่อมั่นว่าเข้มแข็งไม่อ่อนไหวกับเรื่องไหน แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาลูกเมียหัวใจเขาแหลกละเอียด อยากด่ากราดทุกคนที่ทำร้ายจิตใจสองคนนี

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/2 คิดถึงสุดหัวใจ

    “คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะขาด จะเข้าไปทีไรถูกพยาบาลขวางทาง ยอมทำกระทั่งยกมือไหว้ พยาบาลใจร้ายไม่ยอมให้เธอเข้าไปตะคอกกลับเสียงดัง“บอกว่าไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือยังไงคะ! เข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะอยากเข้าไปทำไม! ไม่มีใครปล่อยให้คุณหนูเป็นอะไรไปหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไปนั่งรอ อย่าให้ฉันต้องพูดมากไปกว่านี้!”“ทำไมฉันถึงเข้าไปหาลูกไม่ได้ ในเมื่อเด็กคนที่รักษาอยู่ห้องรวมตรงนั้นแม่เขายังเข้าไปได้! ในห้องนั้นมีคนป่วยตั้งเยอะ แต่ในห้องนี้มีแค่ลูกสาวฉันกับพวกคุณ! พวกคุณกีดกันฉันด้วยเหตุผลอะไร!”“เรื่องนั้นคุณไม่จำเป็นต้องทราบ! หน้าที่ของดิฉันมีแค่จับตามองคุณไม่ให้คุณเข้าไปหาคุณหนู คุณรอตรงนี้เงียบๆ เถอะนะคะ”พยาบาลใจร้ายล็อกประตูไม่ให้หญิงสาวติดตามเข้ามาข้างใน ญาตาวีร้องไห้ฟูมฟายไม่เหลือสติ อยากพาลูกไปรักษาที่อื่น ไม่น่าพามาที่นี่เล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status