ANMELDEN“โดนบีบนมเสียวมั้ย ชอบรึเปล่า?”
“อ๊ะ..อืมม.. อย่า” เธอขยับตัวอย่างอึดอัด อุ้งมือและปลายนิ้วของเขาก็ยิ่งเคลื่อนไหวถี่ร้อนจนเธอหน้าแดงก่ำ และเขาก็ก้มลงมางับหัวนมแล้วดูด
จ๊วบบ.. จ๊วบบ... จ๊วบบ..
“อ๊ะ อ๊า... ซี้ดด หยุดเถอะเจ้าค่ะ เสียว อ๊ะๆๆ”
“กลัวคุณบัวรู้รึ ไม่ต้องกลัว คุณบัวยังไม่กลับมาเร็วๆ นี้หรอก...”
ลมหายใจอุ่นกรุ่นของเขารินรดลำคอของเธอ เขายื่นมือมาประคองคาง ดวงตาสีเข้มกวาดไล่จากดวงตาแดงระเรื่อของเธอลงไปยังลำคอขาวเนียนนุ่ม
“ฉันใคร่สอนแม่บุษเรื่องสังวาส”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มทรงอำนาจ ราวกับอาญาสิทธิ์ที่เธอไม่มีวันหลีกหนีพ้น ฝ่ามือใหญ่ที่บีบคลึงหัวนมเด็กสาวเมื่อครู่ ค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาลูบไล้ไปตามต้นแขนเรียวบาง บังคับให้ร่างกายทุกส่วนของเด็กสาวตึงเครียด ร่างบอบบางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ดวงหน้าหวานแดงจัดราวกับถูกเปลวเพลิงแผดเผาจนร้อนผ่าวไปหมด
“อ...อา...”
เสียงครางประท้วงแผ่วเบาเล็ดลอดริมฝีปากที่สั่นเทา เมื่อคุณหลวงยื่นมืออีกข้างขึ้นมาประคองคางมน บังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ นัยน์ตาคมกริบจับจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโต ราวกับจะอ่านทุกความลับและทุกความกำหนัดมืดบึ้งที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจของเธอ
“มองตาฉันสิแม่บุษ...” เขากระซิบเสียงพร่าทว่าดุดัน “เธออยากรู้ไม่ใช่รึว่าสิ่งที่พี่สาวเธอได้รับทุกค่ำคืนมันคืออะไร... อยากรู้ไหมว่าร่ายกายของสาวแรกรุ่นอย่างเธอ จะรองรับน้ำกามของฉันไหวหรือเปล่า”
แม่บุษสะท้านเฮือก หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุอก เธอพยายามเบือนหน้าหนีด้วยความกระดากอาย แต่คางของเธอถูกตรึงไว้มั่นด้วยมือแกร่ง
“จูบฉันสิ”
เขาสั่งด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำ เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ปฏิเสธไม่ได้
“ไม่... ไม่ได้นะเจ้าคะ... อื้อ...!”
คำค้านยังไม่ทันหลุดจากเรียวปากอิ่ม ริมฝีปากร้อนระอุของคุณหลวงก็กดประทับลงมาบดขยี้อย่างไร้ความปราณี แรงกระแทกจากริมฝีปากหนาราวกับจะกลืนกินลมหายใจของเด็กสาวผู้ไร้เดียงสาให้ดับดิ้นไปในคราเดียว
ไร้ซึ่งความอ่อนโยน นุ่มนวล หรือประนีประนอมใดๆ มีเพียงแต่ความเร่าร้อน ดุดัน และการรุกรานที่ทำให้แม่บุษตื่นตระหนกจนตัวสั่นเทา เธอพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืน ดันอกแกร่งของพี่เขยไว้สุดกำลัง
ทว่า... เมื่อเรียวลิ้นร้อนจัดของคุณหลวงฉวยจังหวะที่เธออ้าปากประท้วง ดันสอดลึกเข้ามาเกี่ยวพันตวัดตักตวงความหวานภายในอุ้งปากอย่างหิวกระหาย ร่างกายที่เคยต่อต้านกลับค่อยๆ อ่อนยวบยาบลงทีละน้อย
เสียงดูดดึงน้ำลายดังจ๊วบจ๊าบสะท้อนก้องในห้องหนังสือเงียบสงบ ลิ้นหนาบดขยี้พลิกวนเกี่ยวรัดเรียวลิ้นเล็กที่ไร้เดียงสาอย่างไร้ทางสู้ ความซ่านเสียวสายฟ้าแลบพุ่งแปลบจากริมฝีปากแล่นลงสู่ท้องน้อยจนขาเรียวสั่นสะท้าน
จากที่เคยดิ้นรนขัดขืน มือเรียวบางที่เคยผลักไส กลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อราชปะแตนของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว เธอหลับตาพริ้ม ยอมจำนนต่อจูบอันดุดันและเร่าร้อนที่สูบเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างให้ละลายหายไปกับรสสวาทของพี่เขย
ในจังหวะหนึ่งที่ริมฝีปากเขาหยอกล้อกับความหวั่นไหวในอกเธอ...
เธอเผลอตอบรับ...หายใจไม่ทัน แล้วก็จมลงไปในเพลิงร้อนของผู้ชายผู้นี้อย่างช้าๆ... เสียงหายใจของทั้งสองสลับกันแนบชิด คุณหลวงกดจูบเด็กสาววัยแรกแย้มราวจะหลอมรวมให้กลายเป็นเนื้อเดียว
“อยากให้สอนเรื่องอะไร บอกฉันสิ”
ร่างสูงใหญ่กระซิบถามชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบอันดุดัน นัยน์ตาคมกริบพราวระยับ ขณะที่มือแกร่งยังคงกอดประคองเอวคอดกิ่วของเด็กสาวไว้แน่น
แม่บุษหอบหายใจรัวเร็ว ใบหน้างดงามแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอ เธอก้มหน้าลงต่ำด้วยความกระดากอายจนแทบจะมุดแผ่นดินหนี ร่างกายสั่นสะท้านด้วยฤทธิ์กระสันที่ถูกปลุกเร้าจนยากจะควบคุม
“อ... อืมม... บุษ... บุษอยากลอง...” เธอเอ่ยเสียงสั่นพร่า
“ลองอะไรเล่า บอกพี่สิแม่บุษ” คุณหลวงเร้าเร่งด้วยความเอ็นดู
แม่บุษเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความกระดากอายตีรวนขึ้นมาจนน้ำตาคลอเบ้า ยิ่งต้องเอ่ยถ้อยคำลามกออกมา เสียงของเธอก็ยิ่งแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม
“บุษ... บุษอยากลองฝึกใช้ปากแบบคุณพี่บัวดูบ้างเจ้าคะ... อยาก... อยากลองอม ค... ของคุณพี่เขยเจ้าค่ะ”
“อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!”องคชาติที่เขาภาคภูมิใจในสมรรถภาพและเป็นเครื่องมือชำเรากาม บัดนี้ขาดสะบั้นออกจากพวง แม่บุษถ่มทิ้ง ร่วงหล่นลงสู่พื้นไม้ เปรอะเปื้อนคราบเลือดสีแดงฉานผสมกับน้ำกามสีขาวขุ่นจนน่าสะพรึงกลัวแม่บัวที่นั่งมองเหตุการณ์ด้วยความพึงพอใจมาตลอด ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เสียงกรีดร้องหวีดหวานด้วยความตกใจสุดขีดดังระเบิดตามมาทันที“คุณพี่?!! คุณพี่!!”สองมือสั่นเทากุมปากมองภาพสามีที่ทรุดฮวบลงกุมหว่างขาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆแม่บุษค่อยๆ ลุกขึ้นเชื่องช้าน้ำหนักจากครรภ์แก่ใกล้คลอดทำให้การก้าวเดินแต่ละครั้งยากลำบาก ทว่าสงบนิ่ง มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏบนใบหน้า คราบเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนรอบริมฝีปากและคางของเธออย่างน่ากลัว บ่าวไพร่ที่วิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ต่างพากันผวาถอยหลังด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไม่มีใครสักคนกล้าแม้แต่จะขยับเข้าไปใกล้หรือยื่นมือเข้าช่วยท่ามกลางความโกลาหลและเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดเจียนตายของคุณหลวงเดชที่นอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้นเรือน แม่บุษประคองครรภ์อุ้ยอ้ายของตนเดินฝ่าความมืดออกไปสู่ระเบียงริมน้ำ ลมยามค่ำคืนพัดโชยกลิ่นไอความชื้น
บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเรื่องการตั้งชื่อเด็กน้อย แม่บุษช้อนสายตาขึ้นสบตากับคุณหลวงเดชผู้เป็นพี่เขย แววตาของหญิงสาวที่ตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดฉายแววความกระหายใคร่ที่อัดอั้นมานานแรมเดือนแม่บุษขยับตัวเข้าหาคุณหลวงเดชเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงกระเส่าและเว้าวอน"พี่ท่าน... ตั้งแต่ท้องโตใกล้คลอด ตัวน้องรู้สึกวุ่นวายใจและมิได้คลายกำหนัดมานานแรมเดือน... ยิ่งเห็นหน้าท่าน ยิ่งเกิดความใคร่รัญจวนใจนัก น้องใคร่อยากใช้ปากปรนเปรอและดูดซับน้ำกามจากคุณพี่สักครั้งให้หายอยาก... เถิดนะเจ้าคะ"แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับแย้มยิ้มด้วยความเอ็นดูและตามใจน้องสาวทุกอย่าง เธอจึงพยักหน้ารับอย่างใจกว้าง"เอาสิแม่บุษ... อยากทำอันใดก็ตามใจเถิด ช่วงนี้เธอเหน็ดเหนื่อยกับการตั้งครรภ์มามากแล้ว พี่อนุญาต"แม่บัวขยับเข้ามาช่วยประคองร่างอวบอิ่มอุ้ยอ้ายของน้องสาวให้นอนเอนกายพิงหมอนใบใหญ่อย่างสบายตัว ก่อนที่แม่บัวจะหันไปพยักหน้าและส่งสัญญาณให้สามีคุณหลวงเดชขยับกายเข้าใกล้ปลดสายรัดและรูดผ้านุ่งลง เผยให้เห็นท่อนดุ้นใหญ่โตที่ตื่นตัวและตั้งชันขึ้น เขาโน้มตัว
“ยินดีด้วยนะขอรับคุณหลวง คุณบัว... เด็กในครรภ์สมบูรณ์แข็งแรงดีมาก อีกไม่กี่วัน... ทุกท่านจะได้ยลโฉมหน้าทายาทตัวน้อยคนนี้แล้วขอรับ” หมอมิชชันนารีเอ่ยเป็นภาษาไทยสำเนียงแปล่งๆสิ้นคำบอกเล่าของแพทย์หนุ่ม แม่บัวถึงกับแสดงอาการตื่นเต้นดีใจจนเนื้อตัวสั่นเทา รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าจนแทบหุบไม่ลง เธอหันไปสบตาคุณหลวงเดชผู้เป็นสามี ซึ่งในยามนี้ก็มีแววตาปีติยินดีไม่แพ้กัน ทั้งสองคนต่างพากันหัวเราะและโอบกอดกันด้วยความตื้นตันใจที่ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม“ได้ยินแล้วใช่ไหมคุณพี่... ลูกของเราใกล้จะลืมตาดูโลกแล้วเจ้าค่ะ!” แม่บัวเอ่ยกับสามีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความสุขสมเมื่อความหวังใกล้เป็นจริง บรรยากาศในเรือนใหญ่จึงเต็มไปด้วยความคึกคัก แม่บัวสั่งให้บ่าวไพร่จัดแจงตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อนไว้เพียบพร้อม ทั้งผ้าอ้อมเนื้อดี เปลไม้สักแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง และเสื้อผ้าตัวจิ๋วที่สั่งตัดพิเศษจากต่างประเทศ ทุกค่ำคืน สามีภริยาต่างพากันนั่งล้อมวงพูดคุย วาดฝันถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์ขณะที่กำลังช่วยกันเลือกผ้าอ้อมเนื้อนุ่ม คุณหลวงเดชก็ชะงักมือลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภริยาและนึกขึ้นได้“นี่แม่บัว..
ในที่สุด ความพยายามและหยาดเหงื่อแห่งการรอคอยก็สัมฤทธิ์ผล เมื่ออาการแพ้ท้องคลื่นไส้และรอบเดือนที่ขาดหายไปเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า แม่บุษตั้งครรภ์สำเร็จตามความตั้งใจข่าวการตั้งครรภ์นี้สร้างความปีติยินดีให้แก่แม่บัวยิ่งนัก เธอรีบก้าวเข้ามาจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง ดูแลประคบประหงมแม่บุษประดุจดั่งว่าตนเองเป็นมารดาผู้ตั้งครรภ์เสียเอง ทั้งจัดหาอาหารบำรุงชั้นดี และคอยตระเตรียมทุกอย่างให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง“กินเสียหน่อยเถิดแม่บุษ ลูกในท้องของพี่จะได้แข็งแรง... พี่ตั้งใจเลือกของบำรุงเหล่านี้มาให้โดยเฉพาะเชียวหนา” แม่บัวเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ขณะตักยาบำรุงยื่นให้ด้วยมือตนเองแม่บุษรับถ้วยยามาถือไว้ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาพี่สาวก่อนจะเอ่ยถามเรียบๆ “ขอบคุณคุณพี่ที่กรุณา... ว่าแต่เรื่องที่น้องจะขอหยุดเรียนในพระนครเล่า เรียบร้อยดีแล้วหรือยังเจ้าคะ?”“เรียบร้อยดีทุกประการ พี่จัดการอ้างกับทางเรือนเรียนและผู้คนรอบข้างให้หมดแล้ว ว่าเจ้าจำเป็นต้องเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ต่างจังหวัดสักพักใหญ่เพื่อพักผ่อน... น้องไม่ต้องกังวลผู้ใดจะสงสัยหรอก”เมื่อครรภ์ในยามนี้ยังอ่อนและอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังเป็น
บทส่งท้ายนับจากนั้นเป็นต้นมา บรรยากาศภายในเรือนใหญ่ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์อันต้องห้ามระหว่างคุณหลวงเดชและแม่บุษหาได้ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป หากแต่ดำเนินไปอย่างเปิดเผยท่ามกลางความยินยอมพร้อมใจทุกค่ำคืนในห้องนอนส่วนตัว แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับเป็นผู้กำกับดูแลทุกขั้นตอนอยู่ข้างเตียงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแผนการสืบสายเลือดนี้จะดำเนินไปอย่างไม่มีข้อผิดพลาดพรวดด... พรวดด...“อ๊าาา!! ซี้ดด คุณพี่บัว น้ำ ค คุณพี่เขยแตกใส่ ห แล้วเจ้าค่ะ น้องรับไม่ไหวแล้ว”“ทนอีกนิด เพิ่งจะนำที่สามเท่านั้น อย่าเพิ่งขยับนะแม่บุษ”ดวงตาของแม่บัวจ้องมองลึงค์ของสามีและกลีบแคมน้องสาวที่ประกบชิดติดกัน กระตุกรัดหงึกๆ ขณะกำลังน้ำแตกพุ่ง โดยที่แม่บัวคอยเอ่ยปากสั่งการ“คุณพี่... ขยับเข้ามาให้ลึกกว่านี้เจ้าค่ะ... อย่าให้เสียหยดน้ำกามไปแม้แต่น้อย” แม่บัวเอ่ยกำกับด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด “แม่บุษต้องตั้งท้องโดยเร็วที่สุด”ตามตำรากามโบราณที่ตกทอดกันมา แม่บัวบังคับให้คุณหลวงเดชเชื่อมต่อองคชาติร้อนระอุเข้ากับรูรักของแม่บุษในท่าทางนิ่งสนิท ลำเอ็นใหญ่อัดแน่
“ใช่! ฉันทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อการนี้!”แม่บุษส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงกระทบพื้น “ใจร้ายนัก... น้องเป็นน้องแท้ๆ ของคุณพี่ ไฉนเลยถึงทำลายอนาคตและศักดิ์ศรีของน้องได้ลงคอ!”แม่บัวแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอไม่เข้าใจอะไรเลยแม่บุษ! ฉันเป็นพี่สาวคนโต เป็นลูกสาวของเจ้าคุณพ่อที่ใครๆ ต่างก็คาดหวัง... ฉันแต่งงานมาเป็นปีแต่ไร้ลูก พวกญาติๆ และคนนินทากำลังหัวเราะเยาะฉันลับหลัง! ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาดูถูกฉันเด็ดขาด! และเธอ... เป็นน้องสาว เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน เธอก็ต้องช่วยฉัน!”“ไม่... น้องไม่ช่วย! น้องไม่มีวันยอมทำร้ายตัวเองอีกแล้ว!” แม่บุษแผดเสียงปฏิเสธลั่น น้ำเสียงสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว“ถ้าเธอไม่ยอม... ก็ลองก้าวเท้าออกจากห้องนี้ดูสิแม่บุษ! ฉันจะประกาศให้คนทั้งพระนครได้รู้ว่าเธอแอบลอบเล่นชู้กับพี่เขยตนเองอย่างหน้าไม่อาย คราวนี้ล่ะ... เธอก็จะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป จำคำฉันไว้!”คำขู่ทำให้แม่บุษชาวาบไปทั้งร่าง เธอรู้ดีว่าในสังคมศักดินานี้ ผู้หญิงอย่างเธอหากไร้ซึ่งเกียรติและถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงชั่ว ชีวิตก็จะยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น...เมื่อเห็นว่าใช้ไม้แข็งอย่างเดี







