LOGIN“อะไรนะ !!”
เมญ่าที่ยกแก้วน้ำแตะริมฝีปาก ยังไม่ทันจะกระดกดื่มหลังจากกินข้าวมื้อเที่ยงก็วางลงกลับที่เดิมและตั้งใจฟังคนในสายที่กำลังพูด จุ๊บแจงโทรมาแจ้งข่าวดี ตอนนี้มีงานให้ทำและฝากให้ผู้จัดการพิจารณาเธอเป็นพิเศษอีกด้วย (ที่โรงแรมเปิดรับสมัครพนักงานห้าตำแหน่ง) “ไม่ได้หูฝาดจริงๆ ใช่ไหม” (ไม่ฝาด) นึกว่าตัวเองอาจฝัน เมญ่าเอามือหยิกต้นขาอ่อนตัวเอง ก็ร้องโอ๊ยเบาๆ เพราะเจ็บ “เจ็บ...ไม่ฝัน” (ฉันบอกผู้จัดการไว้แล้ว ว่าแกกำลังหางานใหม่ รีบเข้าไปกรอกใบสมัครออนไลน์ อีกไม่กี่วันจะเรียกสัมภาษณ์) “ขอบใจนะจุ๊บ ขอบใจมากๆ” (ไม่เป็นไรเพื่อน) ทันทีที่วางสาย เมญ่ารีบเปิดเว็บไซต์ของโรงแรมและกรอกใบสมัครออนไลน์ พร้อมส่งหลักฐานการสมัคร ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนตัว วุฒิการศึกษา รวมทั้งประวัติการทำงานให้เรียบร้อย นั่งกำโทรศัพท์ ยิ้มจนเหงือกแห้งเพราะตั้งตารอนานเป็นอาทิตย์ จนแอบคิดว่างานที่ขอให้จุ๊บแจงช่วยหาจะไม่มีเสียแล้ว กระทั่งวันนี้ วันที่เธอได้ส่งใบสมัครและรอเรียกตัวเพื่อเข้าสัมภาษณ์ จากนั้นก็หยิบแก้วน้ำเย็นจัดที่ตอนนี้เริ่มจะกลายเป็นน้ำอุณหภูมิห้องขึ้นมาดื่มอย่างสบายใจ ระหว่างที่รอทางโรงแรมตอบกลับเพื่อพิจารณา เมญ่าเตรียมจัดกระเป๋าบางส่วน เผื่อว่าโดนเรียกตัวและต้องเดินทางไปสัมภาษณ์ถึงภูเก็ตจะได้ไม่ฉุกละหุกจนเกินไป ในช่วงบ่ายก็จัดแจงสัมภาระที่จำเป็นต้องใช้ ระหว่างนั้นเสียงแจ้งเตือนอีเมลในมือถือก็ดังขึ้น จากที่ก้มหน้าก้มตาตั้งใจเก็บของก็ชะงัก พลันเหล่หางตามองจอมือถือที่วางบนเตียงนอน มีอีเมลเข้า 1 ฉบับ เรียวคิ้วบางย่นหากันเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือหยิบและรีบเปิดอ่านในทันที กล่องอีเมลถูกส่งมาจาก thegrandphuket@orchidhotel.com ดวงตาคู่สวยกลมโตเป็นทุนเดิมยิ่งเบิกกว้างปานลูกปิงปอง อ้าปากค้างราวกับว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นลอตเตอรี่รางวัลที่ 1กรี๊ด !!!! เมญ่าลุกจากพื้นกระโดดตัวโหยงจนเท้าลอยเหนือพื้น กรี๊ดกร๊าดเพราะดีใจและตื่นเต้นหนัก ข้อความถูกส่งผ่านอีเมลตอบรับเธอเข้าสัมภาษณ์งานในอีก 2 วันข้างหน้า โดยทางโรงแรมมีห้องพักรับรองและมีอาหารเลี้ยง 3 มื้อ ในกรณีที่ไม่ผ่านพิจารณาจากผู้บริหารมีชดเชยค่าเดินทางไปกลับ โดยใช้ใบเสร็จตัวจริงและจ่ายตามจริงเท่านั้น ดวงตาคู่สวยลุกวาว ขนาดยังไม่ได้เข้าเป็นพนักงานแบบเป็นตัวเป็นตน เป็นเพียงผู้ถูกคัดเลือกให้เข้ารับการสัมภาษณ์ยังรู้สึกว่าที่นี่ค่อนข้างใส่ใจบุคลากร ไม่มีบริษัทไหนหรอกจะจ่ายค่าเดินทางให้ผู้สมัครเดินทางไปสัมภาษณ์ มีที่นี่ที่เดียว The Grand Orchid Hotel น่าสนใจดีนะเมญ่า... “ถึงว่าจุ๊บทำตั้งแต่เรียนจบไม่ลาออกสักที ที่นี่เงินดีแน่ๆ” เธอคิดแบบนั้น เพราะถ้าตรงไหนมั่นคง มักไม่มีใครลาออก นั้นคือพื้นฐานของคนทำงานแบบรับเงินเดือน ความดีใจยังมี แต่ความตื่นเต้นทุเลาลงเล็กน้อย นึกได้ว่าของยังวางระเกะระกะบนพื้น เธอหย่อนตัวลงนั่งขัดสมาธิเก็บของลงกระเป๋าให้เป็นระเบียบ โรงแรมอยู่ภูเก็ต เมญ่าจะถือโอกาสกลับไปหาแม่กับน้องด้วย 2 วันต่อมา เครื่องบินโบอิ้งลำเล็กลงสู่พื้นภาคสนามของสนามบินนานาชาติภูเก็ต ร่างขาวสวมกางเกงขายาวเข้ารูป เสื้อเชิ้ตสีขาวและทับด้วยสูทสีดำ รองเท้าคัตชูมีส้นดูเป็นทางการ สวมแว่นตากันแดดสีดำ ยืนรอรถแท็กซี่ที่กำลังต่อคิวรับผู้โดยสาร “คุณผู้หญิงไปไหนครับ” “โรงแรมเดอะแกรนด์ออคิตโฮเทลค่ะ” “ได้เลยครับ” คนขับรถตอบแบบไม่ลังเล เพราะโรงแรมนี้เคยไปส่งลูกค้าชาวต่างชาติแทบทุกวัน ก่อนจะลงจากรถ ช่วยขนกระเป๋าขึ้นท้ายรถให้เรียบร้อย จากนั้นก็พาผู้โดยสารสาวสวยมุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทาง ระหว่างทางเมญ่านั่งมองวิวทิวทัศน์ 5 ปีที่ไปอยู่กรุงเทพ ที่นี่ไม่ได้เปลี่ยนไปมาก ยังพอคุ้นต่อดวงตาใส แปลกไปบ้างก็คือถนนที่ขยายใหญ่ขึ้น ตึกรามอาคารสูงที่แต่ก่อนไม่มี รวมทั้งห้างสรรพสินค้าที่มีหลากหลาย เมญ่าเปิดกระจกรถโดยขออนุญาตคนขับ ให้อากาศอันบริสุทธิ์กระทบปลายจมูก พลันนั้นรอยยิ้มอันสดใสก็แย้มขึ้น “ภูเก็ตภูใจ ในที่สุดก็มีโอกาสกลับมาสักที” “เคยอยู่ที่นี่เหรอครับ” คนขับรถถามขึ้น เพื่อสร้างบรรยากาศไม่ให้เงียบเหงาระหว่างเดินทาง “เกิดและโตที่นี่เลยค่ะ แต่ไปเรียนต่อก็ทำงานไม่ได้กลับมาอีกเลย” “อ๋อ...ผมก็มาอยู่ได้สองปี” เมญ่าหันไปสนใจสนทนากับคนขับ ครั้นทีแรกนึกว่าเป็นเจ้าถิ่นอยู่แล้ว “เหรอคะ ภูเก็ตน่าอยู่ไหม” “น่าอยู่ครับ แต่ก็ไม่มีที่ไหนน่าอยู่เท่าบ้านเรา” ได้ยินคำนั้น ก็แอบซึมเล็กน้อย ไม่มีที่ไหนน่าอยู่เท่าบ้านเราจริงๆ แต่กระนั้นก็กรุงเทพเพียงลำพังมาได้ตั้ง 5 ปี บทสนทนาสิ้นสุดลงแทนที่ด้วยความเงียบในรถ แต่มีเสียงของเครื่องยนต์ยังดังต่อเนื่อง รถแท็กซี่เคลื่อนตัวไปยังถนนกว้าง อัดแน่นไปด้วยรถราในตอนเย็น ขณะที่ผู้โดยสารอย่างเมญ่า นั่งมองวิวที่กำลังมืดลงและแทนที่ด้วยแสงไฟยามค่ำคืน ไม่นานนัก ก็มาถึงยังสถานที่นัดหมายสัมภาษณ์ รถแท็กซี่ขับเข้ามาจอดด้านหลังโรงแรม เมญ่าลงจากรถมอง The Grand Orchid Hotel อย่างตื่นตา ไม่นึกว่าสถานที่จริงจะหรูหราได้ขนาดนี้ ปกติที่พักหรือโรงแรมมักไม่ตรงปก แต่ที่นี่มันดูเกินจากในรูปที่เปิดๆ ผ่านตา “สวยจัง” ตรงหน้าเป็นโรงแรม 19 ชั้น มีสระว่ายน้ำ 2 ส่วนและมีห้องอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่มาพัก สายตากลมกวาด เก็บภาพตรงหน้าไม่หมด ก็ถอยหลังไปทีละก้าวเพื่อจะเก็บความหรูหราและสวยงามให้กว้างขึ้น ทว่าความตื่นเต้นและตื่นตาทำเมญ่าไม่ระวัง จนเผลอถอยหลังชนอะไรบางอย่างจังๆ “ระวัง” !! รู้ตัวว่าเผลอถอยหลังชนใครบางคนก็ตกใจ รีบหันไปดูเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี สูงขาวและแต่งตัวสุภาพ “ข...ขอโทษ” “มาสัมภาษณ์งานเหรอ” เขาเอ่ยถาม ครั้นการแต่งตัวดูไม่เหมือนแขกมาพักและมีป้ายหนีบไว้บนกระเป๋าเสื้อว่า ‘รอสัมภาษณ์’ เมญ่าพยักหน้า มองเห็นป้ายระบุชัดเจนว่ามารอสัมภาษณ์เช่นกัน “ใช่ค่ะ ชื่อเมญ่าแล้ว...” “ชื่อเต้ อายุยี่สิบห้า” “เท่ากันเลย” เมื่อต่างคนก็ต่างมาที่นี่เพื่อเป้าหมายเดียวกัน การสร้างสัมพันธไมตรีต่อกันเข้าไว้คงเป็นเรื่องดีไม่น้อยเลย ก่อนที่คนทั้งคู่จะใช้ลิฟต์สำหรับพนักงานที่อยู่ทางด้านหลังของโรงแรม ขึ้นไปยังชั้น 19 ซึ่งเป็นชั้นสำหรับทำงานของโรงแรมแห่งนี้20:30Just’ 69 Haremทันทีที่รถหรูเคลื่อนจอด เมญ่าตาเบิกกว้าง ไม่ได้ตกใจที่ได้กลับมาที่นี่ แต่ตกใจที่ธาวินพาเธอมา“คุณวิน”“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“พาญ่ามาที่นี่”หันหน้ากลับไปถามด้วยท่าทางงงๆ“ทุกอย่างมันคืออดีตไปแล้วญ่า ต่อให้เธอเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันก็ไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มแตะมือลงต้นขานิ่ม บีบเบาๆ และยิ้มอย่างสบายใจ พลันนั้นก็ลงจากรถมาก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนด้านในลงตาม วันนี้เมญ่าแต่งตัวสวยและเซ็กซี่ที่สุดดวงตาสีอ่อนมองด้านหน้าของ Just’ 69 Harem ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีการ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเมฆารับเข้ามาหลังจากเธอลาออกในครั้งนั้นมือหนากระชับมือขาวบาง ธาวินเดินล้วงกระเป๋าไปยังประตูทางเข้าพิเศษที่มีไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญและธาวินคือหนึ่งในนั้นด้านในอึกทึกด้วยเสียงเพลงและแสงไฟละลานตา ทันทีที่เข้าไป เมญ่าแอบหรี่ตาเล็กน้อย ครั้นตอนนี้ไม่ชินกับแสงไฟสีแดงม่วงสลับกับฟ้าและสีอื่นๆ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี“ญ่า...ญ่า!!”เสียงดังตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดภายใน เจ้าของชื่อที่ได้ยินห
หลายวันต่อมาความเกร็งเมื่อเจอต้องญาติผู้ใหญ่ของธาวินค่อยๆ เบาลง เปลี่ยนเป็นความสนิทสนมระหว่างเมญ่าและแม่ของธาวิน บรรยากาศภายในบ้านหลังโตเป็นไปอย่างอบอุ่น ชายหนุ่มได้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนเต็มตัว อยู่กับครอบครัวมากขึ้นหลังจากย้ายไปอยู่ภูเก็ตถาวรเพราะต้องดูแลกิจการภายในห้องครัวกำลังวุ่นวาย ดวงเด่นนึกสนุก อยากโชว์ฝีมือตัวเองลองทำขนมให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ชิม“ตอนแม่เป็นสาว ชอบทำให้คุณธวัฒน์กิน แต่พอคลอดตาวินไม่มีเวลาเลย ทิ้งฝีมือตัวเองนานหลายปี”“เหรอคะ”เมญ่ามองอุปกรณ์ต้องตาตาโต ไม่นึกมาก่อนว่าคนแก่กว่าจะชอบทำขนมเป็นงานอดิเรก“วันนี้มีโอกาสเสียที ลองดูนะญ่า”“ค่ะ”นอกจากจะเป็นหัวเรือใหญ่ทำของอร่อยๆ ในวันนี้ ยังได้เมญ่าและแม่บ้านคอยเป็นผู้ช่วย เมญ่าค่อยๆ นวดแป้ง โดยได้ดวงเด่นเป็นคนสอน ยังทำเงอะงะเพราะส่วนตัวเธอไม่ใช่ผู้หญิงมีปลายจวัก ทว่าต้องลองทำเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดและโดนตำหนิว่าทำอะไรไม่เป็นเลย“ทำได้ใช่ไหม”“ได้ค่ะ ญ่าอาจทำไม่เก่ง แต่จะพยายามนะคะคุณแม่”“ชอบจัง...ชอบคนตั้งใจ”ดวงเด่นอดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ มองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้ม พลางยิ้มกว้างราวกับภูมิใจ ดวงเด่นชอบคนม
ธาวินถอดริมฝีปาก มองเนินปากอวบของเมญ่าแดงก่ำเพราะถูกเขาดูดอย่างแรง ขณะที่ปากตนเปื้อนด้วยหยาดน้ำลายยืดออกมาเป็นสาย เมญ่าปรือดวงตามอง กระเส่าลมหายใจครั้นความซาบซ่านเล่นงานขึ้นมาทีละนิดชุดนอนสีชมพูไม่ได้บางมาก สังเกตดีๆ จะเห็นบราเซียและกางเกงชั้นในที่ยังสวม ธาวินวางมือบนอกอวบอิ่ม บีบเต็มง่ามและนวดฉุดความต้องการของเมญ่าออกมา จากนั้นสอดเข้าไปใต้แผ่นหลัง ใช้เพียงมือเดียวบีบตะขอบราเซียและปลดมันออกอย่างชำนาญ หัวนมกลมแป้นดุนดันผ่านชุดนอน สองจุกกลมตั้งเด่นตระหง่านต่อดวงตาสีรัตติกาลอันแสนหื่นกามท้องนิ้วโป้งคลึงเม็ดนมแข็งเป็นไต มองเจ้าของหน้าอกอวบนอนครางกระเส่าและหลับตาพริ้มอย่างมีอารมณ์ใต้ร่างตนเขาชอบเมญ่าตอนทำหน้าแบบนี้ หน้าเสียวๆ โคตรเซ็กซี่“ฮื่อ...!”ร่างอ้อนแอ้นบิดเร้า ทำผ้าปูเรียบตึงเริ่มยับยู่ยี่ ธาวินร่นกายลงต่ำ ดันหัวเข่าแยกออกจากกัน อ้ากว้างเห็นเนินอวบกลางหว่างขาถูกห่อรัดด้วยกางเกงชั้นในสีเดียวกับบราเซีย นิ้วโป้งคลึงตรงตำแหน่งรอยแยก ขยี้เบาๆ แต่ทำเมญ่าสะดุ้งจนก้นลอย สักพักก็ทิ้งลงเตียงเช่นเดิม ก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อปลายลิ้นตวัดเลียช่องทางโดยไม่ถอดกางเกงในของเธอออก“อ่าส์...!
ห้องนอนสำหรับแขกถูกเตรียมไว้รอ เมญ่านั่งบนเตียงนิ่มสีขาว ซับผมที่เปียกจากการโดนน้ำขณะที่อาบ ดวงเด่นเป็นคนหัวโบราณ ต่อให้รู้ว่าลูกชายและคนรักจะเลยเถิดมากันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้ายังไม่แต่งงานต้องนอนแยกห้องกัน ฉะนั้นคืนนี้ เมญ่าต้องนอนคนเดียวในห้องกว้างๆ ที่ไม่คุ้นชินเสียเท่าไหร่ก๊อก ๆ !!เสียงเคาะไม่ดังมาก แต่ดึงความสนใจของคนด้านในได้ดี หญิงสาวมองไปยังต้นทางของเสียง ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่ม บ้านหลังโตเงียบสนิทเหมือนทุกคนต่างเข้านอน หรือจะเป็นธาวิน ไม่น่าใช่ เพราะถูกแม่สั่งไว้ว่า ห้ามเข้าหาเธอเด็ดเหรอ ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก็ลุกขึ้น จากนั้นเปิดประตู ค่อยๆ แง้มและชะโงกหน้าออกมาก็เห็นว่าเป็นดวงเด่นที่เคาะห้องเธอ คนแก่กว่าสวมชุดนอนผ้าซาตินสีม่วงเข้ม ยืนยิ้มแป้นไม่เห็นฟันอยู่ด้านหน้า“หนูญ่า...ยังไม่นอนใช่ไหม”“ยังค่ะ คุณแม่ละคะ”“แม่นอนไม่ค่อยหลับ เลยออกมาหาหนู”“...”คนอายุน้อยยิ้มรับเบาๆ เขินเล็กน้อยเมื่อถูกคนในบ้านหลังโตให้การดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี“แม่ขอเข้าไปหน่อย”เมื่อเจ้าของบ้านต้องการมีหรือจะกล้าขัด เมญ่าพยักหน้ารีบเปิดประตูอ้าออกกว้างแล้วถอยตัวให้คนแ
รถยนต์จอดสนิท เพียงเสี้ยววินาทีเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ด้านนอกมีคนรอรับและรออำนวยความสะดวก เมญ่าดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ คนนอกสวมชุดเหมือนอย่างเป็นทางการ ท่าทางแสดงออกทำอย่างกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงจากแคว้นใดในโลกหล้า ขณะที่ธาวินยังอมยิ้มมองอาการของคนรัก“คนใช้ คนสวน คนสนิทของคุณพ่อคุณแม่ทั้งนั้น”“รอกันแบบนี้เลยเหรอ”“อืม...เป็นปกติ”แต่ไม่ปกติสำหรับเมญ่าเลยสักนิดธาวินชินกับเหตุการณ์ตรงหน้า เวลาเขากลับบ้านมักถูกต้อนรับแบบนี้เสมอ ทว่าอีกคนยังเกร็งแทบก้าวขาไม่ออก เป็นผลให้ชายหนุ่มลงนำมาก่อนแล้วเดินอ้อมมารับเธอ“ทุกคนไปทำงานตัวเองเถอะ แฟนผมทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นไหม”ผู้ใต้บังคับบัญชามองหน้ากัน เมื่อเป็นคำสั่งก็ไม่มีใครกล้าขัด เดินไปคนละทิศละทางแต่ยังชะเง้อและเหล่ตามอง เป็นเรื่องตื่นเต้นของตระกูลกนกวาณิชย์“ลงมา”“คุณวิน ญ่า...”“ลงมา ไม่อย่างนั้นจะมีแต่คนมอง”หญิงสาวกระชับมือบนตัก สูดหายใจหนักๆ แล้วส่งมือให้ธาวินประคองลงจากรถ มือหนากันศีรษะทุยกระแทกขอบประตู ระวังไม่ให้ล้มแล้วจับมือเดินเข้าบ้านที่ตนคุ้นเคยภายในห้องกว้างและใหญ่โต ข้าวของตกแต่งมีราคาสมกับเป็นบ้านคนรวย กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้สดที
เครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่ของสายการบินอันดับหนึ่งที่ใครๆ ต้องยกนิ้วให้ในการบริการและความหรูหรา ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเวลาเดินทางในช่วงบ่ายเพราะเป็นเที่ยวบินที่เร็วที่สุดและมีที่นั่งติดกันธาวินกุมมือนุ่มของคนรักมาตลอดการเดินทาง มองหญิงสาวที่ปิดปากเงียบตั้งแต่เครื่องเริ่มสูงขึ้นกระทั่งลอยบนน่านฟ้า มองนอกหน้าต่างยังเห็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวลอยเป็นปุยนุ่นสะท้อนโดนแสงแดดที่อยู่เหนือกว่าสาดส่องลงมา บางจังหวะตัวเครื่องสั่นโครง ครั้นบินผ่านก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ เพียงชั่วครู่ก็นิ่งตามเดิมเมญ่ามีอาการสั่นๆ กระนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวความสูงแต่อย่างใด แต่กำลังกังวลและตื่นเต้นเมื่อต้องพบเจอผู้ใหญ่ของธาวินเป็นครั้งแรก มือหนากระชับแน่นคลายออกแต่ไม่ได้ผละออกจากกัน ธาวินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนหลังมือขาวเบาๆ พลางยกมุมปากยิ้มละมุนส่งให้คนทำสีหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“เป็นอะไร”“ญ่า...”“ไม่มีอะไรให้กังวลสักนิด ทุกคนต้องยินดี”แม้ธาวินจะการันตีว่าทุกคนในตระกูลใจดี ทว่าตัวเองเป็นเพียงลูกหลานชาวประมง ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้น แต่ใช่ว่าจะร่ำรวยจนสมฐานะของอีกฝ่าย ทั้งอดีตที่ผ่านมาและอาช







