LOGIN“ค่ะ” สายตาสื่อความหมายว่ารักคู่นั้นเขาจำได้ไม่มีลืม จะหลับหรือตื่นก็อยากให้หล่อนกลับมายิ้มให้อย่างวันวาน
พิยดาหายเข้าไปในห้องน้ำออกมาในชุดใหม่ หล่อนน่ารัก หุ่นดี ผิวพรรณดี สวมเสื้อผ้าชุดไหนก็สวย เขาจับหล่อนนั่งลงเก้าอี้ให้รับประทานอาหารเช้าหลายรายการที่จัดใส่จานไว้
“ทำไมมีจานเดียว พี่รันไม่กินด้วยกันเหรอ”
“พี่ยังไม่หิว พิมกินก่อนเลยนะ พี่เหนียวตัวจะไปอาบน้ำ”
“พิมก็ยังไม่หิวค่ะ รอได้ พี่รันไปอาบน้ำเถอะค่ะ”
“ไม่ต้องรอพี่ พิมกินก่อน กิน... ให้หมดเลยนะ”
ถือผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำ แต่ก่อนปิดประตูเขามองเห็นแววตาสะเทือนอารมณ์ทันทีที่พิยดาเหลือบตาไปเจอแผงยาคุมฉุกเฉิน
เขาขับรถเลียบชายทะเลด้วยความรู้สึกที่แตกต่างจากเมื่อวานโดยสิ้นเชิง พิยดามีแววตาหม่นหมองไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อน เขาอยากเอาใจ เอ่ยชวนหล่อนไปหาคาเฟน่ารักๆ นั่งเล่นกินนมกินขนมด้วยกันก่อนกลับกรุงเทพ แต่เผอิญว่าระหว่างทางไปร้านขนมน้องสาวโทรมาโวยวาย
“พี่รันอยู่ไหนคะ เมื่อคืนน้องรินโทรหาทำไมต้องปิดเครื่อง!”
“พี่มาเที่ยวต่างจังหวัด พอดีแบตหมด โทษทีนะ”
“ต่างจังหวัด! ไปกับใคร! กับนังพิมหรือเปล่า!”
ศิรินทร์หวีดถามเสียงแหลม หล่อนถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจมีนิสัยขี้โมโหขี้โวยวาย ศรันย์มีชนักติดหลังตัดสินใจโกหกน้องสาว
“เปล่า พี่มาคนเดียว เมื่อวานทะเลาะกับคุณพ่อเรื่องงาน น้องรินมีอะไรหรือเปล่า จู่ๆ ถึงถามหาพิม แล้วกระหน่ำโทรมา”
“ก็เมื่อวานนังพิมมันหนีออกจากบ้าน! ลุงไกรสรเป็นห่วง ขับรถตามหามันทั้งคืน ประสบอุบัติเหตุอาการโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาล!”
“ลุงไกรสรประสบอุบัติเหตุ! โรงพยาบาลไหน ได้ พี่จะรีบไป”
ศรันย์ขับรถจากชลบุรีรวดเดียวถึงโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ลานจอดรถช่วงเที่ยงค่อนข้างโล่ง มองหน้ากัน ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำพูดไหน พิยดาก็เข้าใจความหมาย ว่าเรื่องระหว่างเขากับหล่อนไม่สามารถให้คนอื่นล่วงรู้ หล่อนทิ้งของทุกอย่างที่เขาซื้อให้ไว้ที่เดิมลงจากรถตัวเปล่า แต่แล้วก็เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง เมื่อมีรถยนต์อีกคันขับมาจอดขนานข้าง คนบนรถตามไปกระชากเส้นผมพิยดากลับมา ศรันย์ตามลงไปช่วยทว่าเขาต้องตกใจรอบสอง เมื่อผู้หญิงที่จิกหัวพิยดาอยู่นั้นคือศิรินทร์ น้องสาวเขา!
“หลอกรินว่าไปคนเดียว แล้วมันลงจากรถพี่รันได้ยังไง!”
“น้องริน ใจเย็นๆ ปล่อยพิม ฟังพี่ก่อน”
“พี่รันจะโกหกรินว่าบังเอิญเจอนังคนรับใช้คนนี้กลางทางงั้นเหรอ รินรู้จากพี่เมศแล้วว่าพี่รันแอบคบกับมัน! แต่รินไม่คิดว่าพี่จะตาต่ำถึงขั้นอยากได้คนรับใช้มาเป็นเมีย ได้กันแล้วใช่ไหม พี่รันตอบรินมาสิ!”
“พอได้แล้วน้องริน อย่าใจร้ายนักสิ ไม่เห็นเหรอว่าพิมเจ็บ!”
ศรันย์ห่วงหญิงคนรักเบียดเข้าไปช่วยเหลือ แต่น้องสาวไวกว่าเหวี่ยงแขนพิยดาไปทางราเมศวร์ ไม่เกี่ยวว่าพิยดาเป็นคนของอัศวเมฆินทร์ราเมศวร์จะเบามือ ราเมศวร์เกลียดพิยดามาตั้งแต่ต้นและเมื่อหล่อนเป็นต้นเหตุทำให้ผู้เป็นพ่อประสบอุบัติเหตุ ความเกลียดชังก็เพิ่มมากขึ้น ท่อนแขนเล็กแหลกเป็นจุณภายใต้มือแข็งแรง ดวงตาเจ็บปวดคู่นั้นวอนขอความช่วยเหลือทว่าแขนศรันย์ก็ถูกจับไว้ด้วยน้องสาว
“ไอ้เมศ! ปล่อยพิม! มึงก็เป็นไปกับน้องรินอีกคนเหรอ!”
“กูหวังดีกับมึง ผิดด้วยเหรอ สักวันหนึ่ง มึงจะขอบคุณกู!”
“ขอบคุณเหี้ยไรของมึง มึงปล่อยพิมเดี๋ยวนี้ พิมเจ็บ!”
“ถ้าพี่รันไปหามัน! เราได้เห็นดีกันแน่! รินจะบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าเมื่อคืนมันหนีตามพี่! พี่กับมันมีอะไรกัน! พี่อยากให้ผู้ใหญ่บังคับพี่แต่งงานกับมันเหรอ! พี่รันกำลังจะไปเรียนต่อ ทำไมไม่นึกถึงอนาคตตัวเอง! จะไปจมปลักอยู่กับคนรับใช้อย่างมันทำไม! รินให้พี่เลือก! เลือกมาตรงนี้เลย! ว่าจะอยู่กับมัน หรือจะเข้าไปข้างในกับริน! ถ้าพี่ไปกับริน รินสัญญาว่าจะเก็บไว้เป็นความลับ แต่พี่ก็ต้องสัญญาเหมือนกัน ว่าจะไม่กลับไปหามัน!”
“เข้าไปข้างในกับน้องรินเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นอนาคตมึงจบแน่! อย่าว่ากูไม่เตือน กูจะบอกพ่อกู ว่าเมื่อคืนมึงกับมันหนีตามกัน! มึงได้คบได้แต่งงานกับมันสมใจแน่! ผู้หญิงบนโลกมีเป็นล้านมึงไม่ตาต่ำไปหน่อยเหรอถึงจะเอานังพิม มันเป็นแค่คนรับใช้ ไม่มีอะไรสักอย่างเหมาะสมกับคนฐานะอย่างมึง กูจะรอสมน้ำหน้าในวันที่นังพิมมันท้องลูกมึง!”
“พี่รัน... อย่าไปฟัง ฮือ... พิมไม่มีวันทำลายอนาคตพี่”
“มึงทำลายอนาคตพี่กูตั้งแต่มาอ่อยพี่กูให้เอากับมึง อีคนใช้!”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้รัน! ไปซะ! แล้วไม่ต้องกลับคืนมา!”
“พิม...” ศรันย์ที่ถูกเพื่อนและน้องสาวขู่ไม่กล้าเข้าใกล้แม้ว่าหญิงคนรักจะขอความช่วยเหลือ หล่อนเจ็บจากการถูกราเมศวร์กระชากเส้นผม เจ็บท้องจากการถูกน้องสาวเขากระโดดเตะ และเสียใจที่เขาแค่ยืนมองเฉยๆ ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหมือนเมื่อก่อน เขาในวันนั้นกลัว และเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะกล้าคิดกล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง หันหลังให้หญิงคนรักไปตามแรงลากจูงน้องสาว แม้รู้ทั้งรู้ว่าหล่อนอาจจะถูกราเมศวร์ทำร้าย
สัปดาห์ให้หลังบินไปเมืองนอก โล่งใจแทบแย่ที่หล่อนไม่ตามมารั้งถึงสนามบินตามบทละครน้ำเน่า วางตัวสูงส่งทระนงตนสมบูรณ์แบบจะคบผู้หญิงคนไหนในโลกก็ได้ หรือเรียนจบกลับมาค่อยกลับไปหาพิยดาอย่างไรหล่อนก็ใจอ่อนกลับมาคบกัน แต่ความคิดเขาผิดไปไกลมาก วันแรกที่กลับเมืองไทยหลังจากเขาเรียนจบปริญญาโทและไปทำงานที่ฮ่องกงรวมแล้วเกือบห้าปี เขาไปหาพิยดา ไปยืนตรงหน้า หล่อนกลับเดินผ่านราวกับไม่รู้จัก และไม่มีเขาอยู่ตรงนี้ ครั้งแรกในชีวิต ที่เขาตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วเนื้อในเขาว่างเปล่า ไม่ได้หุ้มด้วยทองคำดึงดูดความสนใจจากผู้หญิงทุกคนบนโลก พิยดาไม่ได้มองเปลือกนอกในสิ่งที่ผู้หญิงคนอื่นๆ มักจะมองเป็นสิ่งแรก หล่อนรักเขาสุดชีวิต สุดหัวใจ ด้วยเหตุผลลึกซึ้งที่แม้แต่ตัวเขาก็ไม่เข้าใจ แต่โชคร้าย ที่เขามาเข้าใจความคิดหล่อนในวันที่สายเกินไป
“คุณรันไม่ควรร้องไห้ให้ใครเห็น ยกเว้นผมคนเดียว ถ้าอยากให้ผมพาลงไปข้างล่าง ให้คุณรีบเช็ดน้ำตา แล้วทำตัวให้แข็งแรง”
“ขอบใจมากนะเอ็ม ขอบใจมากจริงๆ” เขาข่มอารมณ์ไม่ไหว ไม่เคยร้องไห้ฟูมฟายจนน้ำมูกไหลให้คนอื่นเห็นมาก่อน ยกเว้นวันนี้ น่าอายไปสักหน่อย แต่ถ้าพิยดาย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วตามหาหล่อนไม่เจอ คิดภาพตามแล้ว เขาคงร้องไห้หนักกว่านี้เป็นแน่ อาจถึงขั้นไม่มีแรงใช้ชีวิต เพราะฉะนั้น ศรันย์ไม่อาย เขาเร่งอรรถพลเข็นวีลแชร์ให้เร็วขึ้น
“เธอหายไปไหน ล่าสุดผมเห็นเธอกับแม่นั่งอยู่แถวนี้”
“ฉันจะตามหาพิมให้เจอ”
ศรันย์ฝืนสังขารพยุงร่างกายอ่อนล้าออกจากวีลแชร์โซซัดโซเซไปค้ำกำแพง ปัดมืออรรถพลและพยาบาลที่วิ่งเข้ามาจับทิ้งทั้งหมด ระหว่างทางมีญาติผู้มารับบริการนั่งพักเป็นระยะเขาเดินขาอ่อนเข้าไปแตะไหล่ แต่คนที่เงยหน้ามองไม่มีใครใช่พิยดาสักคน เสียงหลายต่อหลายคนเรียกชื่อจากด้านหลังไม่สามารถผ่านเข้าโสตประสาท ดวงตาศรันย์พร่ามัวมองไม่เห็นทางเดิน และไม่ได้ยินเสียงพยาบาลจำนวนมากตามมาขอร้องให้หยุดเดิน บางคนถึงขั้นเข้ามาจับแขน ศรันย์ไม่อยากกลับ ปัดทิ้งอีกครั้ง ได้ยินแค่เพียงเสียงหัวใจร่ำร้องหาพิยดา ขอบตาร้อนผ่าว แค่คิดว่าตามหาหล่อนไม่เจอก็เศร้าจนอยากร้องไห้
ภาพลักษณ์ภายนอกทุกคนมองเขาสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ อยากจะเป็นเหมือนเขา แต่ใครจะรู้ เขาไม่ได้สมบูรณ์ ภายในตัวมีจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งขาดหายไป หล่อนคือคนสำคัญเทียบเท่าคุณค่าและความสุขทั้งชีวิตของเขา เงินทองของนอกกายมีมากไปก็เท่านั้น ไม่สามารถทำให้เขามีความสุขยืนยาว ความรักจากผู้หญิงที่เขารักต่างหาก คือสิ่งที่หัวใจเขาต้องการมากที่สุด
ความเหนื่อยอ่อนจากพิษไข้ส่งผลให้ทรงตัวยืนไม่ไหว เข้าไปพิงเสาต้นหนึ่งบริเวณทางเดินเล็กเชื่อมออกไปนอกอาคาร ไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าจะได้สบประสานสายตาคู่งดงามระยะใกล้
“พิม...”
“พี่รัน...”
ประสานเสียงเรียกชื่อกันและกันอย่างไม่คาดฝันว่าจะได้เจอ พิยดาไม่ได้หายไปไหนหล่อนพาแม่ย้ายออกมานั่งด้านนอก มีแค่เสาใหญ่ต้นหนึ่งเท่านั้นที่บดบังหล่อนพ้นจากสายตาเขา ตอนนี้หล่อนกำลังสบสายตาเขาเช่นเดียวกับที่เขาสบสายตาหล่อน โดยมีร่างกายเล็กผอมของแม่พัดชาขยับมาชิดลูกสาว เสียงเพรียกหัวใจเรียกร้องหาหญิงสาวคนที่เป็นมากกว่าเจ้าของหัวใจ ฝืนสังขารไม่กลับไปตามแรงดึงจากกลุ่มพยาบาล ยื่นปลายนิ้วออกไปสุดแขนหวังให้หญิงสาวสัมผัส ทว่าพริบตาเดียวมือข้างนั้นอ่อนแรง เข่าสองข้างอ่อนลง หน้ามืด ทิ้งดิ่งศีรษะลงสู่พื้นหมดสติต่อหน้าหญิงคนรัก
- Special -รักยาวนานตราบเท่ามีลมหายใจ“ป๊ะ ม๊ะ”เสียงเล็กใสมาจากเด็กชาย มือป้อมเล็กคู่นั้นยื่นออกมาเรียกให้แม่มาอุ้ม ย่ามลรู้งาน เบี่ยงเบนความสนใจพาหลานชายไปเล่นกับเอเดน สะบัดมือไล่ลูกๆ ให้ไปพักผ่อนกันตามสบาย ส่วนหลานชายท่านจะช่วยดูแลเอง ป๊ะ ม๊ะน้องภามส่งยิ้มให้กัน น่ากลัวเหลือเกินว่าคุณย่าจะอยากให้น้องริรินมาเกิดเร็วกว่าที่คุยกันไว้“ป่านนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวคงจะเข้าห้องหอกันแล้วนะคะ”พิยดาชวนสามีคุย ปลดต่างหูเพชรเม็ดน่ารักออกทีละข้างจัดเก็บใส่กล่องเรียบร้อย“ได้ยินบ่นว่าเหนื่อย ลุ้นตามคู่เราขาจะแข็ง เพิ่งจะขอตัวไปพัก”เขาอยู่ที่ริมระเบียง ชมพลุชุดสามที่จุดสว่างไสวทั่วทั้งท้องฟ้า ราวกับเจ้าภาพต้องการกระจายข่าวให้คนทั้งเกาะฮ่องกงรู้ว่ามีพิธีวิวาห์เกิดขึ้น ถึงแม้จะจัดงานเป็นการส่วนตัว แต่ทุกคนสามารถร่วมยินดีได้จากการออกมาดูความสวยงามของพลุหลากสี“คืนเข้าหอจะได้พักไหมเถอะ” ย่นจมูกให้สามีในทางทะเล้นถึงพี่สาวจะมีลูกชายโตจนเดินได้ แต่คืนแต่งงานทั้งทีก็ต้องมีบ้าง“ถ้าเป็นคืนแต่งงานของเรา พิมจะอยากพักที่หมายความว่าพักจริงๆ หรือเปล่าคะ”พลุจบลง ศรันย์ดึงปิดผ้าม่านกลับมายืนซ้อนแผ่นหลังบอบบาง ช่
ตอนพิเศษEP.6 สวนสนุกตันตันแลนด์“คุณเฟื่อง สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์คุณภพค่ะ” ยม พี่เลี้ยงใจดีของคุณหนูกัปตันคุณหนูกราฟนำมือถือที่แผดเสียงดังมาส่งให้เจ้านายถึงในห้องครัว ช่วงสายวันนี้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณเฟื่องเข้าครัวทำอาหารกลางวันให้สามี และลูกชายกินด้วยตัวเอง“เจ้าของเครื่องไปไหนคะ ไม่อยู่แถวนั้นเหรอ”“ไม่อยู่แถวนี้ค่ะ แต่ถึงเอาไปให้ ก็น่าจะไม่สะดวกรับเอง”พบพิรุธบางอย่างที่ทำให้เฟื่องลดาอยากหักก้านมะยมมารูดไว้รอตีพ่อของลูกฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน ไม่ใช่ว่าแอบพาลูกออกไปเกลือกดินกลิ้งโคลนเหมือนที่แล้วๆ มาหรอกนะ“มาม๊า”เพิ่งจะวางสายจากเพื่อนสนิทสามี ลูกชายก็ยื่นหน้าข้ามกรอบหน้าต่างมาทักทาย“ไปทำอะไรตรงนั้นลูก ไม่เข้าบ้านมาหาคุณแม่”“น้องตันหิวน้ำค้าบ”ตาหนูน้อยวัยสามขวบครึ่งยิงฟันยิ้มน่ารัก“เอาน้ำเปล่าหรือน้ำส้มครับ คุณแม่คั้นส้มไว้สดๆ เลย”“น้ำอัดลมไม่ได้เหรอค้าบ”“ได้ค่ะ แต่บอกคุณแม่ก่อนนะ คุณพ่อพาเล่นอะไรครับ”“เล่นนี่ค้าบ...”เลิกซ่อนหลังหน้าต่าง ยกท่อนแขนเล็กสองข้างขึ้นอวดโคลนที่พอกเต็มแขนจนแห้ง“ป๊ะป๋า”“ป๊ะป๋าค้าบ”ตาหนูน้อยวิ่งเร็วกลับมาหาป๊ะป๋าภพ หุ้นส่วนรายใหญ่ของสวนส
ตอนพิเศษEP.3 จนกว่ารักจะผลิบานไม่ใช่แค่ครั้งเดียว พิยดาเจอเขาติดต่อกันถึงสามครั้งในรอบสามเดือนหล่อนบีบมือให้หยุดคิดเข้าข้างตัวเอง แค่ความบังเอิญเท่านั้น ไม่ใช่ความตั้งใจ เขาไม่ได้จะกลับมาหาตามคำสัญญาที่เคยพูดไว้แล้วก็จริงตามนั้น เมื่อรู้ข่าววงในมาว่าเขาลงทุนทำโรงเรียนสอนภาษาตามหัวเมืองใหญ่ที่บังเอิญเจอเขาในร้านกาแฟแห่งนั้นบ่อย ก็เพราะเขาพักโรงแรมละแวกนั้นอุตส่าห์เผื่อใจไว้ แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดีหลังจากนั้นไม่ว่าเขาจะอยู่ในร้านกาแฟหรือไม่ พิยดาไม่เคยมองเข้าไปในร้านเลยสักครั้งให้เขากับหล่อนไม่ได้พบเจอหรือพูดคุยกันแต่แรก อาจจะช่วยไม่อึดอัดเท่าบังเอิญสบตากันเบื้องหลังความจริงที่พิยดาไม่เคยรู้ การคุยโทรศัพท์ทุกครั้ง เขาแค่แกล้งเก๊กทำหน้าเข้มไปอย่างนั้น ในสายไม่ได้คุยกับใคร เขามักจะคอยแอบมองอยู่เสมอว่าหล่อนจะเดินผ่านหน้าร้านไปตอนไหนไม่ใช่ว่าไม่อยากเข้าไปหา แต่เข้าไปครั้งไหนก็ถูกเมินเสมอ จึงไม่มีความกล้ามากพอจะเข้าไป เขาเต็มใจพาตัวเองมาวนเวียนอยู่ในกิจวัตรประจำวันของหล่อน เพื่อให้คนที่เขารักไม่ลืมว่ามีเขาอยู่ตรงนี้ ขอแค่หล่อนหันหลังกลับมาก็จะเจอเขาผ่านการใช้ชีวิตตามใจตัวเองมามาก เค
ตอนพิเศษEP.1 อดีตถึงปัจจุบันไม่ง่ายเลย กับการให้โอกาสชายคนที่ฝากรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้กลางใจ เก้าปีที่เลิกกัน ผ่านการเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหนเขาไม่เคยรู้ ขณะที่หล่อนสูญเสียจิตวิญญาณ นอนเหมือนผีตายซากอยู่โรงพยาบาล เสียใจกับการสูญเสียครั้งใหญ่ เขากลับสนุกสนานกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศ โร้ดทริป กิน เที่ยวกับกลุ่มเพื่อนมีผู้หญิงแปลกๆ มาคอมเมนต์ กดหัวใจให้เขาทุกโพสต์ และเขาก็กดหัวใจให้ทางนั้นบอกตัวเองให้พอ เลิกส่องชีวิตเขาได้แล้ว แต่ยิ่งห้ามหัวใจก็ยิ่งทำในสิ่งตรงข้าม สืบส่องชีวิตเขาเก็บมาเจ็บอยู่คนเดียวออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน ถูกเค้นถามว่าท้องกับใคร ไม่เคยคิดจะบอก ยอมเจ็บคนเดียว ให้เวลาเยียวยาหัวใจ จะท้องตอนไหน ท้องกับใคร ในเมื่อลูกไม่อยู่กับหล่อน ก็ไม่สำคัญอีกแล้วเป็นช่วงปิดเทอมที่บีบหัวใจ พิยดาไม่ออกจากอาณาเขตบ้านแม้แต่ก้าวเดียว ไม่อยากกินอะไร ไม่อยากได้อะไร จากเด็กสาวหน้าตาน่ารัก หล่อนปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนมองหาความสดใสจากคนในกระจกไม่เจอ หายใจทิ้งให้ปฏิทินที่เปลี่ยนผ่านจากวันสู่อีกวัน ติดอยู่กึ่งกลางระหว่างความรู้สึกอยากและไม่อยากอยู่ต่อเงินน้อยนิดที่รวบรวมไว้เพื่อจะ
บทส่งท้ายบทสรุปความรัก“ผมต้นครับ ต้นตระกูล ธนโชติทรัพย์”“หนึ่งในชายที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ซึ่งสร้างความเสียหายให้คุณพิยดา คุณศรันย์ และครอบครัวของทั้งสองฝ่าย” “ในวันนั้นผมทำไปเพราะความคึกคะนอง ไม่ได้มีวุฒิภาวะมากเท่าในปัจจุบัน ผมละอายในความผิด หนีไปเรียนเมืองนอก เรียนจบก็อาศัยอยู่ที่นั่นมาจนถึงเดือนที่แล้วที่กลับไทย เพราะคุณพ่อและน้องชายป่วย” “ผมอยากใช้พื้นที่นี้ กราบขอโทษน้องพิม ที่ทำให้น้องเสียหาย ได้รับผลกระทบทางใจจากเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนั้น...”“ผมยินดีชดใช้ความผิดทุกอย่าง จะจับผมเข้าคุกก็ได้ เพื่อแสดงเจตนาว่าผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ แต่หนึ่งสิ่งที่ผมสามารถยืนยันได้ คืนนั้น น้องพิมไม่ได้ถูกล่วงเกินจากผม หรือจากใครทั้งนั้น” “คลิปภาพถูกตัดออกไปเกือบครึ่ง เปิดไปไม่ถึงช่วงที่มีคนตามมาช่วยเหลือน้อง ก่อนจะพาน้องที่บาดเจ็บสาหัสไปส่งโรงพยาบาล...”“เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ ผมขออนุญาตเผยแพร่คลิปนั้นอีกครั้ง โดยไม่ตัดทอนใดๆ ออก ยกเว้นการเบลอภาพบางส่วนเพื่อปกป้องเกียรติลูกผู้หญิง” “การเปิดเผยคลิปครั้งนี้ได้รับการอนุญาตจากคุณศรันย์ สามีของผู้เสียหาย และตัวผู้เ
บทที่27จากไปไม่มีวันหวนคืนห้องเสื้ออารานีครึกครื้นมากกว่าทุกวัน แม่มลหน้าชื่นตาบานนำชุดแต่งงานที่ท่านภูมิใจนำเสนอ ไม่เคยวางขายที่ไหนมาก่อน ซึ่งเป็นฝีมือการออกแบบและตัดเย็บโดยท่านมาให้ลูกสะใภ้ได้ลองสวมการเตรียมงานแต่งดำเนินไปเรียบง่าย ไม่ได้ไปจัดในโรงแรม เจ้าสาวต้องการจัดงานเล็กๆ ในสวนหย่อมหน้าบ้าน เชิญแขกมาไม่มากจึงใช้เวลาไม่นาน ปัญหาใหญ่น่าจะเป็นชุดแต่งงาน ลองชุดไทยสำหรับงานหมั้นช่วงเช้าไปแล้ว แต่เพราะครรภ์เข้าสู่เดือนที่สามทำให้เจ้าสาวกังวลชุดจะรัดแน่นเกินไป จึงเปลี่ยนมาสวมชุดเจ้าสาวสีขาว ซึ่งจะใส่ชุดไหนแม่มลก็ทำตาหวานใส่เสมอ เอ็นดูลูกสะใภ้สุดหัวใจ“ไอ้หน้าเหม็นข้างนอกเห็นพิมใส่ชุดนี้ รับรองว่ากรี๊ดสลบ”คอนเฟิร์มโดยแม่มล แม่ถอดเฝือกขาออกแล้ว ยังเดินลงน้ำหนักเท้าไม่ได้ แต่แม่ก็ขยันเดินเหลือเกินถึงขั้นที่พิยดาไปเอาวีลแชร์มาให้นั่ง“วันงาน เกล้าผมไหมลูก คุณแม่หาแบบทรงผมมาเยอะมาก ส่งไปเม้าท์มอยกับน้องอีฟ น้องอีฟบอกเย็นวันนี้จะมาลองทำให้น้องพิมที่บ้าน หน้าน้องอีฟก็อาสาจะแต่งให้เอง คุณแม่ว่าน้องพิมแต่งแบบไหนก็สวย โทนเกาหลีน่ารักๆ ไม่ต้องแต่งเข้มมาก เผยผิวสดใส รับรองขึ้นกล้อง ส่วนช่างขอ
ผู้ชายหลายคนอาจจะอยากแต่งงานกับผู้หญิงที่นิสัยคล้ายแม่ตัวเอง แต่ขอออกตัวไว้ก่อนเลย เขาอยากแต่งงานกับผู้หญิงที่นิสัยตรงข้ามกับท่านทุกประการ เขาไม่เหมือนพ่อที่ยอมให้แม่บงการชีวิต“จริงของพี่รัน หนูพิมไม่กลัวติดไข้เหรอจ๊ะ ถึงนั่งใกล้พี่เขานัก”“ถ้าไม่มานั่งใกล้ๆ จะป้อ
“ลุงพาป้ากับยายกลับต่างจังหวัดไปแล้วค่ะ เหลือแค่พิม แม่ กับท่านแค่สามคน ขอบพระคุณคุณเขมอีกครั้งนะคะ ที่ช่วยเหลือพิม พิมขอตัวก่อนค่ะ” นัยน์ตาคู่งดงามสะท้อนความเศร้า มีน้ำตาเคล้าคลอ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาคุณเขมราชตรงๆ เก็บกล่องอาหารตามสั่งที่เกลื่อนบนพื้นไปด้วย โอบไหล่แม่เดินเซื่องซึมผ่
“จะรีบไปตายทางไหนของมัน ถึงขับรถเร็วขนาดนี้ จะชนคนตายเข้าสักวันไอ้พวกเวรตะไล!” แม่ค้าร้านอาหารตามสั่งเคาะตะหลิวบนขอบกระทะ บ่นชายฉกรรจ์สองคนสวมเครื่องแต่งกายรัดกุมคล้ายคนตามทวงหนี้ ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบท์วนรถบนถนนเส้นหน้าโรงพยาบาลหลายรอบ “ข้า
พิยดากลับมาแล้ว เธออยู่ใกล้เจ้านายเขาแค่เอื้อมมือ เลขานุการหนุ่มย้อนกลับเข้ามาในห้องพักฟื้นเจ้านายในหนึ่งชั่วโมงให้หลัง ใบหน้าคมเข้มเหม่อลอยเสียจนลืมสังเกตว่าภายในห้องมีพยาบาลพิเศษอยู่ด้วย พยาบาลน่าจะเช็ดตัวให้เจ้านายเขาเพิ่งเสร็จ อยู่ระหว่างการนำชามใส่น้ำกับผ้าผืนเล็กไปจ







