LOGIN“ค่ะ” สายตาสื่อความหมายว่ารักคู่นั้นเขาจำได้ไม่มีลืม จะหลับหรือตื่นก็อยากให้หล่อนกลับมายิ้มให้อย่างวันวาน
พิยดาหายเข้าไปในห้องน้ำออกมาในชุดใหม่ หล่อนน่ารัก หุ่นดี ผิวพรรณดี สวมเสื้อผ้าชุดไหนก็สวย เขาจับหล่อนนั่งลงเก้าอี้ให้รับประทานอาหารเช้าหลายรายการที่จัดใส่จานไว้
“ทำไมมีจานเดียว พี่รันไม่กินด้วยกันเหรอ”
“พี่ยังไม่หิว พิมกินก่อนเลยนะ พี่เหนียวตัวจะไปอาบน้ำ”
“พิมก็ยังไม่หิวค่ะ รอได้ พี่รันไปอาบน้ำเถอะค่ะ”
“ไม่ต้องรอพี่ พิมกินก่อน กิน... ให้หมดเลยนะ”
ถือผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำ แต่ก่อนปิดประตูเขามองเห็นแววตาสะเทือนอารมณ์ทันทีที่พิยดาเหลือบตาไปเจอแผงยาคุมฉุกเฉิน
เขาขับรถเลียบชายทะเลด้วยความรู้สึกที่แตกต่างจากเมื่อวานโดยสิ้นเชิง พิยดามีแววตาหม่นหมองไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อน เขาอยากเอาใจ เอ่ยชวนหล่อนไปหาคาเฟน่ารักๆ นั่งเล่นกินนมกินขนมด้วยกันก่อนกลับกรุงเทพ แต่เผอิญว่าระหว่างทางไปร้านขนมน้องสาวโทรมาโวยวาย
“พี่รันอยู่ไหนคะ เมื่อคืนน้องรินโทรหาทำไมต้องปิดเครื่อง!”
“พี่มาเที่ยวต่างจังหวัด พอดีแบตหมด โทษทีนะ”
“ต่างจังหวัด! ไปกับใคร! กับนังพิมหรือเปล่า!”
ศิรินทร์หวีดถามเสียงแหลม หล่อนถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจมีนิสัยขี้โมโหขี้โวยวาย ศรันย์มีชนักติดหลังตัดสินใจโกหกน้องสาว
“เปล่า พี่มาคนเดียว เมื่อวานทะเลาะกับคุณพ่อเรื่องงาน น้องรินมีอะไรหรือเปล่า จู่ๆ ถึงถามหาพิม แล้วกระหน่ำโทรมา”
“ก็เมื่อวานนังพิมมันหนีออกจากบ้าน! ลุงไกรสรเป็นห่วง ขับรถตามหามันทั้งคืน ประสบอุบัติเหตุอาการโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาล!”
“ลุงไกรสรประสบอุบัติเหตุ! โรงพยาบาลไหน ได้ พี่จะรีบไป”
ศรันย์ขับรถจากชลบุรีรวดเดียวถึงโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ลานจอดรถช่วงเที่ยงค่อนข้างโล่ง มองหน้ากัน ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำพูดไหน พิยดาก็เข้าใจความหมาย ว่าเรื่องระหว่างเขากับหล่อนไม่สามารถให้คนอื่นล่วงรู้ หล่อนทิ้งของทุกอย่างที่เขาซื้อให้ไว้ที่เดิมลงจากรถตัวเปล่า แต่แล้วก็เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง เมื่อมีรถยนต์อีกคันขับมาจอดขนานข้าง คนบนรถตามไปกระชากเส้นผมพิยดากลับมา ศรันย์ตามลงไปช่วยทว่าเขาต้องตกใจรอบสอง เมื่อผู้หญิงที่จิกหัวพิยดาอยู่นั้นคือศิรินทร์ น้องสาวเขา!
“หลอกรินว่าไปคนเดียว แล้วมันลงจากรถพี่รันได้ยังไง!”
“น้องริน ใจเย็นๆ ปล่อยพิม ฟังพี่ก่อน”
“พี่รันจะโกหกรินว่าบังเอิญเจอนังคนรับใช้คนนี้กลางทางงั้นเหรอ รินรู้จากพี่เมศแล้วว่าพี่รันแอบคบกับมัน! แต่รินไม่คิดว่าพี่จะตาต่ำถึงขั้นอยากได้คนรับใช้มาเป็นเมีย ได้กันแล้วใช่ไหม พี่รันตอบรินมาสิ!”
“พอได้แล้วน้องริน อย่าใจร้ายนักสิ ไม่เห็นเหรอว่าพิมเจ็บ!”
ศรันย์ห่วงหญิงคนรักเบียดเข้าไปช่วยเหลือ แต่น้องสาวไวกว่าเหวี่ยงแขนพิยดาไปทางราเมศวร์ ไม่เกี่ยวว่าพิยดาเป็นคนของอัศวเมฆินทร์ราเมศวร์จะเบามือ ราเมศวร์เกลียดพิยดามาตั้งแต่ต้นและเมื่อหล่อนเป็นต้นเหตุทำให้ผู้เป็นพ่อประสบอุบัติเหตุ ความเกลียดชังก็เพิ่มมากขึ้น ท่อนแขนเล็กแหลกเป็นจุณภายใต้มือแข็งแรง ดวงตาเจ็บปวดคู่นั้นวอนขอความช่วยเหลือทว่าแขนศรันย์ก็ถูกจับไว้ด้วยน้องสาว
“ไอ้เมศ! ปล่อยพิม! มึงก็เป็นไปกับน้องรินอีกคนเหรอ!”
“กูหวังดีกับมึง ผิดด้วยเหรอ สักวันหนึ่ง มึงจะขอบคุณกู!”
“ขอบคุณเหี้ยไรของมึง มึงปล่อยพิมเดี๋ยวนี้ พิมเจ็บ!”
“ถ้าพี่รันไปหามัน! เราได้เห็นดีกันแน่! รินจะบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าเมื่อคืนมันหนีตามพี่! พี่กับมันมีอะไรกัน! พี่อยากให้ผู้ใหญ่บังคับพี่แต่งงานกับมันเหรอ! พี่รันกำลังจะไปเรียนต่อ ทำไมไม่นึกถึงอนาคตตัวเอง! จะไปจมปลักอยู่กับคนรับใช้อย่างมันทำไม! รินให้พี่เลือก! เลือกมาตรงนี้เลย! ว่าจะอยู่กับมัน หรือจะเข้าไปข้างในกับริน! ถ้าพี่ไปกับริน รินสัญญาว่าจะเก็บไว้เป็นความลับ แต่พี่ก็ต้องสัญญาเหมือนกัน ว่าจะไม่กลับไปหามัน!”
“เข้าไปข้างในกับน้องรินเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นอนาคตมึงจบแน่! อย่าว่ากูไม่เตือน กูจะบอกพ่อกู ว่าเมื่อคืนมึงกับมันหนีตามกัน! มึงได้คบได้แต่งงานกับมันสมใจแน่! ผู้หญิงบนโลกมีเป็นล้านมึงไม่ตาต่ำไปหน่อยเหรอถึงจะเอานังพิม มันเป็นแค่คนรับใช้ ไม่มีอะไรสักอย่างเหมาะสมกับคนฐานะอย่างมึง กูจะรอสมน้ำหน้าในวันที่นังพิมมันท้องลูกมึง!”
“พี่รัน... อย่าไปฟัง ฮือ... พิมไม่มีวันทำลายอนาคตพี่”
“มึงทำลายอนาคตพี่กูตั้งแต่มาอ่อยพี่กูให้เอากับมึง อีคนใช้!”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้รัน! ไปซะ! แล้วไม่ต้องกลับคืนมา!”
“พิม...” ศรันย์ที่ถูกเพื่อนและน้องสาวขู่ไม่กล้าเข้าใกล้แม้ว่าหญิงคนรักจะขอความช่วยเหลือ หล่อนเจ็บจากการถูกราเมศวร์กระชากเส้นผม เจ็บท้องจากการถูกน้องสาวเขากระโดดเตะ และเสียใจที่เขาแค่ยืนมองเฉยๆ ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหมือนเมื่อก่อน เขาในวันนั้นกลัว และเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะกล้าคิดกล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง หันหลังให้หญิงคนรักไปตามแรงลากจูงน้องสาว แม้รู้ทั้งรู้ว่าหล่อนอาจจะถูกราเมศวร์ทำร้าย
สัปดาห์ให้หลังบินไปเมืองนอก โล่งใจแทบแย่ที่หล่อนไม่ตามมารั้งถึงสนามบินตามบทละครน้ำเน่า วางตัวสูงส่งทระนงตนสมบูรณ์แบบจะคบผู้หญิงคนไหนในโลกก็ได้ หรือเรียนจบกลับมาค่อยกลับไปหาพิยดาอย่างไรหล่อนก็ใจอ่อนกลับมาคบกัน แต่ความคิดเขาผิดไปไกลมาก วันแรกที่กลับเมืองไทยหลังจากเขาเรียนจบปริญญาโทและไปทำงานที่ฮ่องกงรวมแล้วเกือบห้าปี เขาไปหาพิยดา ไปยืนตรงหน้า หล่อนกลับเดินผ่านราวกับไม่รู้จัก และไม่มีเขาอยู่ตรงนี้ ครั้งแรกในชีวิต ที่เขาตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วเนื้อในเขาว่างเปล่า ไม่ได้หุ้มด้วยทองคำดึงดูดความสนใจจากผู้หญิงทุกคนบนโลก พิยดาไม่ได้มองเปลือกนอกในสิ่งที่ผู้หญิงคนอื่นๆ มักจะมองเป็นสิ่งแรก หล่อนรักเขาสุดชีวิต สุดหัวใจ ด้วยเหตุผลลึกซึ้งที่แม้แต่ตัวเขาก็ไม่เข้าใจ แต่โชคร้าย ที่เขามาเข้าใจความคิดหล่อนในวันที่สายเกินไป
“คุณรันไม่ควรร้องไห้ให้ใครเห็น ยกเว้นผมคนเดียว ถ้าอยากให้ผมพาลงไปข้างล่าง ให้คุณรีบเช็ดน้ำตา แล้วทำตัวให้แข็งแรง”
“ขอบใจมากนะเอ็ม ขอบใจมากจริงๆ” เขาข่มอารมณ์ไม่ไหว ไม่เคยร้องไห้ฟูมฟายจนน้ำมูกไหลให้คนอื่นเห็นมาก่อน ยกเว้นวันนี้ น่าอายไปสักหน่อย แต่ถ้าพิยดาย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วตามหาหล่อนไม่เจอ คิดภาพตามแล้ว เขาคงร้องไห้หนักกว่านี้เป็นแน่ อาจถึงขั้นไม่มีแรงใช้ชีวิต เพราะฉะนั้น ศรันย์ไม่อาย เขาเร่งอรรถพลเข็นวีลแชร์ให้เร็วขึ้น
“เธอหายไปไหน ล่าสุดผมเห็นเธอกับแม่นั่งอยู่แถวนี้”
“ฉันจะตามหาพิมให้เจอ”
ศรันย์ฝืนสังขารพยุงร่างกายอ่อนล้าออกจากวีลแชร์โซซัดโซเซไปค้ำกำแพง ปัดมืออรรถพลและพยาบาลที่วิ่งเข้ามาจับทิ้งทั้งหมด ระหว่างทางมีญาติผู้มารับบริการนั่งพักเป็นระยะเขาเดินขาอ่อนเข้าไปแตะไหล่ แต่คนที่เงยหน้ามองไม่มีใครใช่พิยดาสักคน เสียงหลายต่อหลายคนเรียกชื่อจากด้านหลังไม่สามารถผ่านเข้าโสตประสาท ดวงตาศรันย์พร่ามัวมองไม่เห็นทางเดิน และไม่ได้ยินเสียงพยาบาลจำนวนมากตามมาขอร้องให้หยุดเดิน บางคนถึงขั้นเข้ามาจับแขน ศรันย์ไม่อยากกลับ ปัดทิ้งอีกครั้ง ได้ยินแค่เพียงเสียงหัวใจร่ำร้องหาพิยดา ขอบตาร้อนผ่าว แค่คิดว่าตามหาหล่อนไม่เจอก็เศร้าจนอยากร้องไห้
ภาพลักษณ์ภายนอกทุกคนมองเขาสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ อยากจะเป็นเหมือนเขา แต่ใครจะรู้ เขาไม่ได้สมบูรณ์ ภายในตัวมีจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งขาดหายไป หล่อนคือคนสำคัญเทียบเท่าคุณค่าและความสุขทั้งชีวิตของเขา เงินทองของนอกกายมีมากไปก็เท่านั้น ไม่สามารถทำให้เขามีความสุขยืนยาว ความรักจากผู้หญิงที่เขารักต่างหาก คือสิ่งที่หัวใจเขาต้องการมากที่สุด
ความเหนื่อยอ่อนจากพิษไข้ส่งผลให้ทรงตัวยืนไม่ไหว เข้าไปพิงเสาต้นหนึ่งบริเวณทางเดินเล็กเชื่อมออกไปนอกอาคาร ไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าจะได้สบประสานสายตาคู่งดงามระยะใกล้
“พิม...”
“พี่รัน...”
ประสานเสียงเรียกชื่อกันและกันอย่างไม่คาดฝันว่าจะได้เจอ พิยดาไม่ได้หายไปไหนหล่อนพาแม่ย้ายออกมานั่งด้านนอก มีแค่เสาใหญ่ต้นหนึ่งเท่านั้นที่บดบังหล่อนพ้นจากสายตาเขา ตอนนี้หล่อนกำลังสบสายตาเขาเช่นเดียวกับที่เขาสบสายตาหล่อน โดยมีร่างกายเล็กผอมของแม่พัดชาขยับมาชิดลูกสาว เสียงเพรียกหัวใจเรียกร้องหาหญิงสาวคนที่เป็นมากกว่าเจ้าของหัวใจ ฝืนสังขารไม่กลับไปตามแรงดึงจากกลุ่มพยาบาล ยื่นปลายนิ้วออกไปสุดแขนหวังให้หญิงสาวสัมผัส ทว่าพริบตาเดียวมือข้างนั้นอ่อนแรง เข่าสองข้างอ่อนลง หน้ามืด ทิ้งดิ่งศีรษะลงสู่พื้นหมดสติต่อหน้าหญิงคนรัก
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล
“นี่มันชีวิตผม ผมเลือกของผมเองได้!”ประธานใหญ่แห่งบริษัทแกรนด์อรัญยกท่อนแขนขึ้นกีดกันภรรยาออกห่างจากลูกชาย จ้องนิ่งเข้าไปในดวงตาลุกโชนด้วยลูกไฟร้อนนานนับนาทีกว่าจะยกนิ้วขึ้นชี้หน้า“ทบทวนตัวเอง!”“ผมขอโทษ แต่ถึงยังไงผมก็จะไป ใครก็ห้ามผมไม่ได้”“รันเสียสติไปแล้วเหรอ! จะพาตัวเองไปเสี่ยงทำไมในเมื่อคนของเราก็มีตั้งมาก! กลับขึ้นไปรอบนห้องทำงาน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อ! พ่อจะส่งคนไปสืบแล้วช่วยสองคนนั้นออกมา ถ้าทั้งคู่ถูกพวกบ่อนจับตัวไปจริง มัวรออะไร เอ็ม ซี! พาเจ้านายของพวกเธอกลับขึ้นไปข้างบน!”“ผม-ไม่-ไป”ความดื้อรั้นของศรันย์บาดอกคนเป็นแม่ถึงขั้นที่คุณนฤมลกรีดร้องเสียงดัง“ไม่เชื่อพ่อแม่แล้วจะเชื่อใคร เด็กนั่นไม่ใช่ครอบครัวเราสักหน่อย! ฮึก... พวกเธอพาลูกชายฉันกลับขึ้นไปข้างบนสิ อย่าให้เขาออกไปจากที่นี่ ฮึก... ฉันสั่ง พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ! เอ็ม! ซี! ฮือ... ถ้าพวกเธอไม่ทำตามคำสั่งฉัน ฉันจะไล่พวกเธอออก รันก็ด้วย! แม่จะปลดรันออกจากบริษัท ให้รู้กันไป ว่าเป็นลูก แต่ไม่เช







