Masukสองสามวันมานี้กอหญ้าต้องคอยป้อนข้าวป้อนน้ำและติดกระดุมให้ชายหนุ่มร่างโตก่อนไปทำงาน ทุกครั้งทำให้ทั้งสองคนสนิทกันมากขึ้นและกระทิงก็พูดกับกอหญ้าเหมือนคนปกติไม่ได้เย็นชาเหมือนแต่ก่อนแล้ว
“สิงโต” “ครับ” “แม่นายหายดีแล้วใช่ไหม” “ครับขอบคุณนายมากเลยนะครับที่ยอมให้ผมหยุดงานทั้งๆ ที่ทางนี้กำลังวุ่นกับการจัดงานใหญ่ เคาน์ดาวน์ประจำปี” “ไม่เป็นไรหรอก ฉันเข้าใจนายยังไงคนในบ้านก็สำคัญเสมอ” สิงโตรู้สึกโชคดีที่ในเวลาคับขันหรือรู้สึกแย่ก็ยังมีนายของเขาที่เข้าใจว่าตนทุกข์ร้อนเพียงใด และยินยอมให้ลางานเพื่อไปดูแลแม่ “ขอบคุณนะครับนาย” สิงโตขอบใจอย่างสุดซึ้ง “อืม เย็นนี้นายช่วยไปเอาไวน์ที่จะนำออกไปขายในงานมาให้ฉันลองชิมที่บ้านด้วยนะ กูต้องการเทสทุกตัวก่อนที่จะนำออกไปขาย” “ครับนาย”หลังจากที่สิงโตกลับมาทำงานปกติเช่นเดียวกับกอหญ้า ก็ต้องกลับไปทำงานที่โรงงานตามปกติเหมือนเดิมไม่ใช่ต้องไปยืนเปิดเอกสารให้คนตัวโตเซ็นอีกแล้ว “นายครับมีเอกสารที่จะต้องเซ็นเยอะแยะเลยนายเจ็บข้อมืออยู่จะเซ็นไหวไหมครับ” “ไหว” “แต่ถ้านายไม่ไหวจะให้ผมคัดเอกสารที่สำคัญให้นายเซ็นก่อนก็ได้นะครับ อย่าฝืนเลยครับ” “ไม่เป็นไรกูไหว” กระทิงถอดเฝือกอ่อนที่มือออก ก่อนจะรีบเคลียร์เอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะคอมเขาให้หมด “จะดีเหรอครับที่ไหนถอดเฝือกข้อมือออก” สิงโตยังเป็นห่วงเจ้านายของตนกลัวว่าจะเซ็นเอกสารมากเกินไปจนทำให้ข้อมือเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง หรือว่าใช้ข้อมือมากๆ ไปในตอนนี้จะทำให้นายของเขาใช้การข้อมือไม่ได้ไปอีกนาน “ไม่ต้องห่วงฉันไม่เป็นไรแล้วละ”กระทิงขยับข้อมือให้สิงโตดู “ไม่ต้องคิดเลยนะว่ากูแกล้งเจ็บ กูเจ็บจริงๆ สองสามวันแรกกูแทบจะขยับข้อมือไม่ได้เลย แต่มันก็ดีขึ้นมากหลังจากที่ฉันไม่ได้ขยับข้อมือเป็นจริงเป็นจังมาสองวันเต็มแล้ว” เมื่อพูดขึ้นกระทิง ก็คิดถึงใบหน้าหวานที่มาคอยช่วยเขาทั้งคอยเปิดเอกสารทั้งคอยป้อนข้าวป้อนน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำให้กระทิงยิ้มออกมาไม่รู้ตัวเมื่อเวลาที่คิดถึง “ไม่เห็นต้องอธิบายยาวเลยครับผมไม่ได้ว่าให้นายแกล้งเจ็บเพื่อที่จะให้ใครดูแลนายเสียหน่อย” “มางั้นนายก็หาอันที่เร่งด่วนมาก่อนก็แล้วกัน” “ครับ” [เที่ยงวัน] “นายจะไปทานอาหารที่โรงอาหารใหญ่หรือจะฝากแม่บ้านซื้อมาให้ครับ” ที่จริงที่สิงโตหยุดงานไปสองสามวันเขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายของเขาบ้าง ปกติกระทิงจะไม่ชอบทานข้าวในห้องทำงานแต่ที่เขาแปลกใจเพราะแม่บ้านเดินมาถามเขานี้แหละ ถึงได้รู้ว่านายของเขาทานข้าวในห้องทำงาน แต่ถ้าคิดในอีกแง่มุมหนึ่งนายของเขาอาจจะเจ็บข้อมือมากจนไม่อยากให้ใครมาเห็นเวลาที่เขากินข้าวอย่างทุลักทุเลก็ได้ “ซื้อมาก็ได้ นี้สิบเอ็ดโมงแล้วหรือเร็วจัง” “ครับ”สิงโตเห็นเจ้านายของเขารีบเซ็นเอกสารที่อยู่บนโต๊ะให้เสร็จเร็วๆ ก่อนเขาจะเห็นว่าเจ้านายของเขาหยิบเฝือกอ่อนมาสวมใส่ที่มือไว้เหมือนเดิม “เก็บเอกสารแล้วไปทานข้าวได้เลยน่ะไม่ต้องรอฉัน” “ครับนาย”สิงโตดูว่าเจ้านายของเขาเริ่มเปลี่ยนไปปกติจะทำอะไรจะไปที่ไหนต้องมีเขาอยู่ด้วยตลอดทุกที่ทุกเวลาแต่วันนี้บอกให้เขาไปหาอะไรกินก่อน มีอะไรเกิดขึ้นตอนที่เขาลาหยุดงานหรือเปล่า กระทิงสงสัยขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้ถามเจ้านายของตนออกไป 12.20น. ชายหนุ่มนั่งมองประตูแต่ก็ยังไม่เห็นร่างบางขึ้นมาหาเขาเสียที 12.40น. line พี่กระทิง : อยู่ไหน กอหญ้า : โรงอาหารกลางค่ะ พี่กระทิง : ทำไมไม่ขึ้นมากินข้าวกับฉันแล้วไปกินข้าวกับใคร กอหญ้า : คิดว่ามีคุณสิงโตอยู่ดูแลแล้ว กอหญ้าก็เลยคิดว่าคงไม่จำเป็นที่ต้องขึ้นไปป้อนข้าวให้พี่อีกแล้ว พี่กระทิง : แล้วไปกินข้าวกับใคร กอหญ้า : นนท์นี่กับกล้าหาญค่ะ วันนี้ให้คุณสิงโตป้อนข้าวให้ก่อนนะคะ พี่กระทิง : อืม ถ้าเกิดว่ากระทิงและสิงโต ชอบกันขึ้นมาจริงๆ เธอก็คงยินยอมให้เขารักกัน เพราะเรื่องชายรักชายไม่ใช่เรื่องแปลกแล้วในสมัยนี้เธอก็คงจิ้นและดีใจอยู่ไม่น้อย เพราะเธอก็มีเลือดสาววายชอบให้ชายรักกันอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าอีกใจหนึ่งเธอกับรู้สึกเศร้าใจอยู่บ้าง เหมือนตัวเองกำลังเป็นตัวสำรองเมื่อตัวจริงมาเธอก็ต้องกลับมาอยู่ในที่ของเธอและมองพวกเขาอยู่ด้วยกันอย่างห่างๆ 19.00น. เวลารับประทานอาหารตามเวลาปกติ กอหญ้า เดินมาที่โต๊ะอาหารตามเวลาปกติของทุกวันแต่ต้องแปลกใจเมื่อบนโต๊ะเป็นอาหารว่าง เธอหมายถึงโต๊ะว่างเปล่าไม่มีอาหารเย็นอะไรวางอยู่เลย เธอไม่ได้มาสายหรือมาช้าตามเวลาที่สิงโตกำหนดเลยนะมีเธอมาตรงเวลาเป๊ะเลย หรือว่าวันนี้จะไม่มีอาหารให้ทานตอนเย็นตายแล้วเธอจะทำยังไงดี หรือว่ากระทิงโกรธที่เธอไม่ไปทานอาหารเที่ยงด้วย เธอจะทำยังไงดีนี่เธอต้องหิ้วท้องรอจนถึงตอนเช้าเลยหรือไงไม่ได้ซื้อมาม่าเอาไว้ด้วย เธอต้องมาทานน้ำเปล่าประทังชีวิตไปก่อนอย่างนั้นเหรอ ตายฉันต้องตายแน่ๆ “ฉันต้องไปคุยกับพี่กระทิงโกรธแล้วทำแบบนี้ไม่ได้นะ ในขณะที่หญิงสาวกำลังก้าวเดินไปยังห้องของชายหนุ่มร่างโต กลับได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาเสียก่อน ติ่ง เสียงข้อความจากไลน์ พี่กระทิง:วันนี้ขึ้นมาทานข้าวที่บนดาดฟ้านะ เวลาเดิมแต่เปลี่ยนสถานที่กินข้าวอย่างนั้นหรือ ทำให้หญิงสาวแปลกใจอยู่ไม่น้อยไม่รู้ว่าอยู่ดีดี ทำไมถึงเปลี่ยนสถานที่ทานอาหารเย็นเป็นชั้นดาดฟ้าของบ้านแทนละ ไม่รู้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่ แต่อย่างไรแล้วหญิงสาวต้องรีบก้าวเท้าเร็วๆ ขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า เพราะวันนี้เธอไม่ต้องอดข้าวเย็นแล้วและถ้าเธอไปช้าก็กลัวว่าชายร่างโตจะบนว่าเธอมาสายเอาได้ “ทำไมวันนี้มาทานข้าวบนนี่ละคะ” “วันนี้บรรยากาศดี อยู่บนนี้จะได้มองเห็นสระว่ายน้ำที่เล่นแสงโรแมนติกดีว่ามั้ย” กอหญ้า เธอต้องทำหน้างงทันทีและแปลกใจว่าวันนี้เกิดพิเรนทร์อะไรขึ้นทำไมกระทิงถึงอยากได้ความโรแมนติกจากแสงเทียนและสายน้ำขึ้นมาเสียดื้อๆ แต่จะว่าไปมันก็ดูโรแมนติกดีแต่ชุดของเธอมันไม่ได้เข้าอะไรกับความโรแมนติกที่ชายหนุ่มต้องการเลยกางเกงขายาวเสื้อแขนยาวลายตุ๊กตาหมีแต่ต้องมานั่งทานข้าวกลางแสงเทียนและยังเห็นแสงไฟที่กำลังเล่นน้ำกับสระว่ายน้ำเป็นระยิบระยับ และชุดของกระทิงก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับชุดของกอหญ้าเลยเขาก็ใส่ชุดนอนมาเหมือนกันแต่ต้องการความโรแมนติก งงค่ะกอหญ้างงไปหมดแล้ว “นั่งก่อนสิ” “ทำไมถึงมานั่งทานข้าวที่นี่ละคะ” “ไม่มีอะไรหรอกแค่มาเปลี่ยนบรรยากาศ และจะชวนขึ้นมาชิมไวน์” “ชิมไวน์” “ใช่ชิมไวน์ เขาว่ากันว่าถ้าหากมีบรรยากาศที่ดีสำหรับการดื่มไวน์กับคนที่ถูกใจจะช่วยให้นั่งดื่มไวน์ได้ยาวนานและมากขึ้น ทานอะไรรองท้องก่อนสิ" กอหญ้า ยอมเดินมานั่งแล้วทิ้งบั้นท้ายลงบนเก้าอี้ตามที่ชายหนุ่มปลายมือให้เธอนั่งอย่างเก้ๆ กังๆ กอหญ้าเธอเหมือนทำตัวไม่ถูก “สเต๊ก” “ใช่สเต๊กทานได้ไหม” “ได้ค่ะ แต่คนที่ทานไม่ได้น่าจะเป็นพี่นะ”กอหญ้ายกจานสเต๊กของชายหนุ่มมาและขยับจานสเต๊กของตัวเองออกนิดหน่อย ก่อนจะเริ่มหั่นเนื้อสเต๊กให้เป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ “จะทำอะไร” “ก็พี่ยังเจ็บข้อมืออยู่จะหั่นเนื้อได้ไง หรือพี่จะกัดกินแบบนี้กันละคะเดี๋ยวกอหญ้าหั่นเนื้อไว้ให้” “อืม”ถึงจะตอบออกไปด้วยเสียงที่เรียบเฉยและเป็นคำสั้นๆ แต่ภายในใจของเขากับรู้สึกดีและไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มานานแล้ว เขาไม่เคยเจอผู้หญิงที่คอยดูแลเขาแบบนี้มาก่อน เขาเจอแต่ผู้หญิงที่คอยจะมาหาผลประโยชน์กับเขา และต้องการให้เขาเอาใจเท่านั้น “วันนี้เราต้องชิมไวน์หมดโต๊ะนี้เลยหรือคะ”กอหญ้าพูดไปด้วยหั่นเนื้อไปด้วย “อืม ก่อนที่จะให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติของมัน เราจะต้องชิมก่อนว่ารสชาติมันดีพอที่จะขายให้ลูกค้าไหม จะได้ไม่เสียใจชื่อเสียงของไร่เราด้วย” “ดูมีมาตรฐานจังเลยค่ะ แต่ถ้าจะให้ชิมหมดนี้คงเมาแน่เลย” “ไม่เมาหรอก เริ่มทานสปาเกตตีปลากะพงก่อนนะ” “ทำไมหรือคะ” “เราจะทดสอบไวน์ขาวก่อน ส่วนสเต๊กพวกเนื้อมันเหมาะกับไวน์แดงมากกว่า” “ค่ะ”ตอนนี้หญิงสาวตัวน้อยคิดว่าชายหนุ่มร่างโตกำลังชวนทานข้าวแบบร้านอาหารหรูแต่เธอไม่ได้สวมชุดกระโปรงที่ดูเป็นสาวผู้ดีแต่เธอกับใส่ชุดนอนลายหมีและชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเธอก็ยังใส่ชุดนอนเหมือนกันมันแปลกสำหรับเธอมากเธอไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้มาก่อนเลย แต่มันก็ทำเธอตื่นเต้นกับการชิมไวน์ในครั้งนี้ ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาและแนะนำไวน์แต่ละตัวบนโต๊ะอาหารนี้ให้เธอรู้จัก “เปิดไวน์ขวดนั้นสิ” “ค่ะ”หญิงสาวเปิดไวน์รินให้ชายหนุ่มก่อนที่จะรินให้ตัวเอง “การดื่มไวน์มีขั้นตอนอยู่สี่วิธีนั่นก็คือ ดู ก็คือดูสีก่อนส่วนมากถ้าไวน์ขวดนั้นหมักนานก็จะมีสีที่เข้มกว่า เธอรองเปิดไวขาวอีกสองขวดที่เหลือดูสิ”กอหญ้าเปิดขวดไวน์ทั้งสองขวดที่เหลือแล้วนำมารินใส่แก้วเพื่อเทียบสีดู “ใช่จริงๆ ด้วยสีแตกต่างกันนิดหนึ่ง” “ต่อไปคือการดม อม แล้วก็กลืน”กอหญ้าทำตามชายหนุ่มบอกทุกอย่างส่วนกลิ่นและรสชาติเธอไม่สามารถแยกความแตกต่างได้เท่าไร “เธอคิดว่าขวดไหนรสชาติดีที่สุด” “มันก็เหมือนๆ กันนะคะแต่คิดว่าตัวนี้น่าจะดีสุด” “เลือกได้ดี ไวน์ตัวนี้เป็นไวน์ที่หมักไว้นานที่สุดสำหรับไร่นี้เลยเราจะเอาไว้ประมูล” “ต่อไปเป็นไวน์แดง”หญิงสาวชิมตามชายหนุ่มบอกไปเรื่อยๆ พร้อมกับทานอาหารไปด้วยดื่มด่ำกับบรรยากาศตามที่ชายหนุ่มได้จัดไว้ให้และพูดคุยกันในทุกๆ เรื่อยตามที่ทั้งสองอยากรู้เรื่องของกันและกัน จนชายหนุ่มรู้และเห็นว่าหญิงสาวร่างเล็กกำลังเมาแล้ว “เธอมีแฟนหรือยัง” “ยัง” กอหญ้ายิ้มแล้วตอบคำถามของชายหนุ่ม “เธอใครรักแล้วแอบชอบใครไหม” กอหญ้ามองดูคนตรงหน้าที่ถามเธอแล้วยิ้มหวานออกมา “เคย” “คน คนนั้นเป็นใคร” “ไม่ตอบหรอก เปลี่ยนคำถามเถอะค่ะ” “งั้นทำไมเธอถึงยอมมาอยู่บ้านหลังเดียวกับฉัน” “คุณป้าให้มาพักกับพี่พร้อมกับคำขอร้องหนึ่งอย่างแลกกับการที่กอหญ้าและเพื่อนจะได้มาฝึกงานที่นี่”ตอนนี้สติของหญิงสาวเริ่มจะเลือนหายพูดไม่เป็นภาษาลิ้นของเธอเริ่มพันกัน “คำขอร้องอะไร” “คำขอร้องที่ว่าก็คือ” “คือ”“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ







