Masuk@ one night stan
เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วห้องพร้อมกับนักท่องเที่ยวกลางคืนที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามเสียงเพลง และแสงสีเสียงกันอย่างสนุกสนาน วันนี้เป็นวันพิเศษอะไรถึง คนที่อยู่ป่าอยู่ดอยอย่างมึงได้ออกมาท่องเที่ยวในเมืองแล้วก็มาถึงที่นี่ได้ ปกติบอกให้ออกมาอ้างว่าติดงานตลอด” เสือทักขึ้นมาอย่างกวนตีนส่วนสิงห์ก็ได้แต่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “บนเขามันไม่มีผู้หญิงให้มึงมองแล้วเหรอวะ วันนี้มึงถึงได้มาที่นี่ได้” “คงเป็นอย่างนั้นละมั้ง” เมื่อพูดออกมาเช่นนั้นญาติทั้งสองก็เริ่มสังเกตสายตาของญาติที่บอกกับพวกเขาว่าไม่ว่างมาตลอดสามเดือนกำลังนั่งมองผู้หญิงหน้าตาสะสวยอยู่อีกมุมหนึ่งของภาพอย่างไม่วางตา “ถ้ามึงจะจ้องขนาดนั้นให้กูนั้นไปขอเบอร์ให้มั้ย” “เบอร์น่ะมีแล้ว” “มีเบอร์แล้ว”เสือพูดออกมาด้วยความตกใจ “จริงเหรอวะ” “จริง” “อย่าบอกนะว่าผู้ที่หวงความโสดของตัวเองกำลังจะมีความรัก” “ไม่ต้องพูดมากได้ไหม ไอ้เสือมึงไปบอกพนักงานมึงให้หน่อยว่าให้มาบอกกูว่าโต๊ะนั้นทานอะไรหรือแอบให้ใส่อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า” “สงสัยจริงว่ะ มันคงจะเจอคนที่มันพร้อมจะเสียตัว น้องชายมึงพร้อมจะออกรบอีกครั้งแล้วหรือวะ” “พร้อมจะเสียตัวให้อะไรกัน กูได้ผู้หญิงที่ผับมึงออกจะบ่อย” “มึงรู้ไหม"สิงห์ยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ ”สาวๆ เขาพูดกันว่าไงทำไมกูจะไม่รู้" “พูดว่าไง” “มึงแค่พาสาวๆ พวกนั้นขึ้นห้องคุยเล่นแล้วก็จ่ายเงิน จนพวกสาวในผับกูพูดกันว่ามึงไร้สมรรถภาพทางเพศ หรือบางคนก็คิดว่ามึงเป็นเกย์ไปแล้ว” “มึงรู้เรื่องพวกนี้มานานแล้วหรือ”กระทิงตกใจและรีบหันมาคุยกับญาติลูกพี่ลูกน้องของเขาทันทีว่าทำไมพวกเขาถึงรู้เรื่องพวกนี้ได้ ในเมื่อเขาได้จ่ายเงินปิดปากไปแล้วแต่เรื่องพวกนี้ก็ยังเล็ดลอดออกมาได้อยู่ดี ผู้หญิงพวกนี้ปากไม่มีหูรูด “รู้มานานแล้วแต่พวกกูแค่ไม่พูดเพราะพวกกูรู้ไง ว่ามึงยังลืมรักครั้ง เก่าไม่ได้และยังฝังใจเจ็บอยู่” เสือพูดพร้อมกับขยับตัวเข้ามานั่งโซฟาเดียวกับกระทิงพร้อมกับยกมือขึ้นมากอด “ถึงแม้ว่ามึงจะทำตัวขี้เล่นและเจ้าชู้ให้พวกกูมองว่ามึงเป็นคนแบบนั้นแต่ใจลึกๆ แล้วมึงก็ยังมีบาดแผลถึงแม้ว่าบาดแผลนั้นจะเป็นบาดแผลเก่ามาเนิ่นนานแต่มันก็ยังทำให้มึงเจ็บและฝังใจไม่ยอมเดินหน้าหาผู้หญิงคนใหม่สักที” สิงห์ ขยับมานั่งโซฟาอีกข้างซึ่งเป็นคนละข้างกับเสือแต่นั่งชิดติดกระทิงเอาไว้ “พวกมึงรู้แล้วพวกมึงส่งสาวๆ มาให้กูทำไม” “ก็แค่หวังว่ามึงจะสนุกและลืมคนเก่าได้บ้าง”สิงห์เลื่อนมือขึ้นมากอดคอของกระทิงเอาไว้ “กูลืมไปแล้วโว้ย” “กูเชื่อ เพราะวันนี้มึงมองน้องคนนั้นตาเป็นมันไม่วางตาเลยว่ะ” “น่ารักดีน่ะ” “พวกมึงมองได้อย่างเดียวหน้าคิดอะไรเด็ดขาด ให้ท่ีองเอาไว้ว่ามึงไอ้เสือน้องเรนเดียร์ น้องเรนเดียร์แล้วก็น้องเรนเดียร์ให้ขึ้นใจเลย ส่วนมึงไอ้สิงห์ลิลินมึงตามน้องเขาถึงไหนแล้วละ ถึงแม้มึงจะแกล้งทิ้งเขากูก็รู้ว่ามึงส่งคนไปตามน้องเขาตลอด” “พวกมึงมองได้อย่างเดียวอย่าคิดอะไรเด็ดขาด ไอ้เสือให้มึงท่องเอาไว้ว่าน้องเรนเดียร์ น้องเรนเดียร์แล้วก็น้องเรนเดียร์ให้ขึ้นใจเลยนะมึง ส่วนมึงสิงห์น้องลิลิน มึงส่งคนไปตามน้องถึงไหนแล้วอ่ะ ถึงแม้ว่ามึงจะแกล้งทิ้งเขากูก็รู้ว่ามึงอ่ะส่งคนให้ไปตามคอยดูน้องอยู่ตลอดเวลา อย่ามัวแต่ปล่อยไว้นานนะเว้ยถ้าน้องเขาเปลี่ยนใจจากมึง แล้วเปิดใจรับใครคนใหม่เข้ามามึงจะเสียใจ” “อืม กูก็รีบจัดการอยู่นี่ไงถ้าเรื่องนี้เสร็จกูไม่มีทางห่างน้องแน่ แล้วผู้หญิงของมึงพวกกูแค่มองว่าน่ารักดีไม่ได้จะแย่งมึงสักหน่อย เรื่องตัวเองกูยังเอาตัวเองไม่รอดเลยถ้าจัดการเรื่องของกูเสร็จกูจะรีบไปง้อน้องลิลินทันทีไม่แย่งของของมึงหรอก” “พวกกูน่ะไม่แย่งผู้หญิงของมึงหรอกแต่ไอ้หน้าอ่อนนั่นไม่แน่นะเว้ย อยู่ด้วยกันสองคนแล้วไว้ใจได้หรือวะเป็นเพื่อนกันหรือ” “อืม” “เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อหรือเปล่าว่ะ” “มึงก็มองออกใช่ไหมแต่น้องเขาบอกว่าแค่เพื่อน” “มึงดูนั่นสิ” สิ้นเสียงของเสือสายตาของกระทิงก็มองไปยังกอหญ้าและกล้าหาญที่นั่งอยู่ด้วยกันสองคนตอนเวลาพูดคุยกันไม่รู้ว่าเสียงเพลงในผับดังเกินไปหรือว่าอะไรถึงได้พูดใกล้หูกันเหมือนจะหอมหูกันอยู่แล้ว “ว้ายผู้ชาย”เมื่อหญิงสาวได้กล้าเท้าเข้ามาในสถานที่เริงรมย์แสงที่สาดส่องเป็นระยิบระยับก็สายเต็มห้องอย่างสวยงามมีบางที่ที่มืดแบบสลัวบ้างแต่นี้แหละผับ “เรานั่งโต๊ะนู้นกันดี”นนท์นี่เป็นคนเอ่ยปากบอกกอหญ้าทันที โต๊ะที่มีคนเดินผ่านไม่มากพอจะพูดคุยกันรู้เรื่องและเห็นเวทีได้อย่างชัดเจน “ว้ายผู้ชาย”เมื่อทั้งสามคนได้ก้าวเข้ามาในสถานที่เริงรมย์แสงที่สาดสองแสงระยิบระยับ แสงไฟหลากสีที่เล่นไฟสลับกันเปิดปิดอย่างสวยงาม “เราไปนั่งตรงโน้นกันไหม” นนท์นี่ เป็นคนเอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน โต๊ะที่มีคนเดินผ่านไม่มากกำลังว่างพอดีเลยคุยกันรู้เรื่องและเห็นเวทีได้ชัดเจน “คือเราจองโต๊ะไว้แล้ว” “ที่ไหนอะ” “เดี๋ยวกอหญ้าขอถามพนักงานก่อนนะ พอดีไม่ได้เป็นคนจองเองนะ” กอหญ้าเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ก่อนจะถาม “จองโต๊ะไว้แล้ว” “ชื่ออะไรครับ” “คุณกระทิงไร่กระทิงค่ะ” “เชิญทางด้านครับ” มีพนักงานชายเดินนำทางพวกเขาไปยังโต๊ะที่พี่กระทิงจองเอาไว้ให้ โต๊ะวีไอพีนั่งสบายและไม่มีใครเดินชนได้อย่างแน่นอน และดูเป็นส่วนตัว “โต๊ะวีไอพีหรูหราหมาเห่ามาก” "ว้าย!!!ผู้ชาย พวกแกสั่งอาหารไปก่อนเลยนะเดี๋ยวฉันกลับมา" “ไม่ได้วันนี้แกจะจะไปตบผู้ชายได้ไงทำไมอยู่กับพวกกูล่ะ ไหนว่าเราจะมาเลี้ยงส่งหลังจากฝึกงานเสร็จไม่ใช่หรออย่าลืมจุดประสงค์สิ “ “รู้แล้วแค่แวะทักทายเฉยๆ” “รู้จักเขา” “เปล่าแค่เข้าไปทำความรู้จักแล้วเก็บไว้กินวันหลัง สั่งอาหารและเครื่องดื่มไว้รอเลย แล้วก็อย่ารีบเมาไปก่อนละไปแป๊บเดี๋ยวเดียวกลับมา”นนท์นี่หัวเราะด้วยความชอบใจก่อนจะวิ่งไปหาผู้ชายที่เธอได้หมายตาเอาไว้ กอหญ้าส่ายหัวไปมาด้วยความระอาใจกับนิสัยของเพื่อนคนนี้จริงๆ เห็นผู้ชายเป็นไม่ได้ “ดูสิกล้าหาญขนาดคิดว่าวันนี้จะมาฉลองแค่เรายังวิ่งไปหาผู้ชายก่อนจนได้” “เอาน่าปล่อยนนท์นี่ มันไปบ้างก็ได้เดี๋ยวมันก็กลับมา นี่จะสามเดือนแล้วมั้งที่มันไม่ได้เจอผู้ชายแบบนี้” กล้าหาญรู้ดีว่านนท์นี่ ไม่ได้ว่าผู้ชายอย่างที่กอหญ้าเข้าใจหรอก แต่แท้จริงแล้ว นนท์นี่ ต้องการที่จะเปิดทางให้กล้าหาญได้กล้าเปิดใจตัวเองและได้บอกความรู้สึกที่แท้จริงที่มีต่อกอหญ้าเสียที ที่จริงกล้าหาญก็แอบรักกอหญ้ามา ตั้งสี่ปีตั้งแต่เริ่มเข้าปีนึงจนถึงช่วงฝึกงาน และอีกไม่กี่วันพวกเขาก็ต้องฝึกงานเสร็จ กล้าหาญ ทนเก็บความรู้สึกมาหลายปีได้ยังอย่างไรถึงไม่ยอมบอกเสียที มัวแต่กลัวว่ากอหญ้าจะเปลี่ยนไปและไม่เหมือนเดิม มาวันนี้เขาต้องตัดสินใจ และรวบรวมความกล้าหาญของตัวเองที่จะบอกชอบได้สักทีเพราะหลังจากนี้คงจะไม่ได้เจอหน้ากันบ่อยๆ แล้ว แต่ถึงอย่างไรเสียกล้าหาญก็ยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะพูดมันออกไป “กอหญ้าคือเออ” “ว่า” เมื่อกล้าหาญเรียกชื่อเธอกอหญ้าก็หันมองหน้ากล้าหาญทันทีเพื่อรอฟังว่ากล้าหาญจะพูดว่าอย่างไร “ขออนุญาตนะครับ” พนักงานมาเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม ทำให้กล้าหาญต้องถอนหายใจอย่างโล่งอกทันทีแค่เรียกชื่อ แค่กอหญ้าหันมามองเขาก็รู้สึกตื่นเต้น และกำลังหวาดหวั่นอะไรสักอย่างเหมือนคนกำลังคิดหนัก เมื่อพนักงานชงเหล้าให้แก้วแรก กล้าหาญก็ยกมันขึ้นดื่มจนหมดเพื่อเสริมความกล้าของตนเอง “เบาๆ หน่อย ค่อยๆ จิบ เดี๋ยวก็เมากันพอดี ยิ่งเป็นคนคออ่อนอยู่ด้วย เดี๋ยวหลับก่อนที่นนท์นี่จะกลับมาหรอก วันนี้เป็นอะไรหิวเหล้าเหรอปกติก็ไม่เห็นว่าจะอยากดื่มอะไรขนาดนี้เลย” “สงสัยเราไม่ได้ดื่มมานานน่ะ” “อย่าบอกว่าหิวเหล้า” กอหญ้าถามออกไปเพราะเธอไม่อยากจะเชื่อเพราะปกติแล้วกล้าหาญไม่ค่อยจะลืมเสียเท่าไหร่และเป็นกล้าหาญที่คอยเก็บซากของพวกเธอตอนเมา “อืมคงเป็นแบบนั้นละมั้งไม่ได้ดื่มนานแล้ว” เขาชงเหล้าด้วยตนเองและยกดื่มอีกแก้ว “ใจเย็นก่อนกล้าหาญเดี๋ยวก็เมาพอดี รอนนท์นี่กลับมาก่อน เดี๋ยวก็ได้สลบก่อนที่จะได้สนุกกันพร้อมหน้า” “กอหญ้า” “...” กอหญ้าหันไปดูหน้าของกล้าหาญ เพื่อรอฟังว่ากล้าจะพูดว่าอะไร “ดูหนังวันนี้เป็นยังไงบ้าง” “ก็สนุกดีแต่กล้าหาญก็รู้ว่ากอหญ้าไม่ชอบดูหนังรักชอบดูหนังแฟนตาซีมากกว่า แต่วันนี้มันไม่มี” “แล้ว คิดยังไงกับหนังวันนี้” “ก็สนุกดีไง” “ไม่ใช่การที่เพื่อน แอบชอบเพื่อน กอหญ้า รู้สึกยังไง” “มันก็ดีมั้งเพราะว่านางเอกก็ชอบพระเอกมาตั้งแต่แรกเหมือนกัน พวกเขาใจตรงกัน เลยสมหวัง แต่กว่าจะบอกชอบกันได้เดี๋ยวเก็บความรู้สึก ของทั้งสองไว้นานอยู่นะ” กล้าหาญยกเหล้าขึ้นมาดื่มที่เหลืออยู่ในแก้วจนหมด ก่อนจะรวบรวมความกล้ามองหน้าของกอหญ้าที่เขาแอบรักมาโดยตลอดสี่ปี มือหนาค่อยๆ ขยับไปจับมือเรียวเล็ก ยังกล้าๆ กลัวๆ กอหญ้าก็ไม่ได้ว่าอะไรที่กล้าหาญจับมือแต่เขาแค่สงสัยมากกว่าว่ากล้าหาญจะพูดว่าอะไรหลังจากนี้ แต่หญิงสาวก็ภาวนาอยู่ในใจว่าอย่าให้ชายหนุ่มที่เอื้อมมือมาจับเธอในตอนนี้บอกชอบเธอเลยเพราะเธอไม่รู้ว่าจะปฏิเสธอย่างไรให้ไม่เสียเพื่อนตลอดที่คบกันมาสี่ปี “ถ้าเราอยากจะบอกว่า ว่า เราชอ...” “ขอนั่งด้วยคนได้ไหม” คำที่กำลังจะกล่าวออกมาจากปากที่ทนเก็บไว้ตลอดสี่ปีกลับมีคนมาขัดขวางสุดท้ายแล้วกล้าหาญก็ยังไม่ได้บอกกอหญ้าอยู่ดี เขาทำหน้าเศร้าเล็กน้อยก่อนจะกล่าวคำทักทายผู้มาใหม่ “สวัสดีครับคุณกระทิง”เมื่อกอหญ้าเห็นว่าพี่กระทิงเดินเข้ามาเธอก็รีบชักมือของตัวเองกลับมาทันที “พี่กระทิง”กอหญ้าต้องมองหน้าผู้ชายที่เดินเข้ามาหาเธอทันทีเพราะเธอขอเอาไว้แล้วแต่ทำไมกระทิงถึงตามเธอมา “ไหนว่าจะไม่ตามมาอย่างไงคะ” “ก็ไม่ได้ตามเธอมาแต่พี่มาหาเพื่อน” “สวัสดีครับสาวน้อย” สิงห์และเสือกล่าวคำทักทายพร้อมกับยิ้มให้หญิงสาวร่างบาง “สวัสดีค่ะ” “แล้วทำไมไม่อยู่กับเพื่อนหรือคะจะเดินมาหากอหญ้าทำไม” กอหญ้ากระซิบพูดกับพี่กระทิงเบาๆ ให้ได้ยินแค่สองคน “ตอนแรกก็มองอยู่ห่างๆ อยู่แต่ใครมันจะไปทนไหวที่เห็นผู้ชายคนอื่นจับมือเมียของตัวเอง” ตอนแรก กระทิงก็ยอมทำตามคำขอของกอหญ้าที่จะไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายแต่มันอดใจไม่ได้จริงๆ เมื่อเห็นว่ามีผู้ชายคนอื่นมาจับมือของกอหญ้า กระทิงรีบเดินไปที่โต๊ะของกอหญ้าทันทีเมื่อเห็นว่ากล้าหาญกำลังเอื้อมมือมาจับมือของกอหญ้าเอาไว้ “กอหญ้าไม่ใช่เมียพี่” “แล้วที่เรา...” “ทั้งสองกำลังคุยอะไรกันอยู่หรือครับ” กอหญ้าและกระทิงหันมามองหน้าเสือทันทีเมื่อเสือเอ่ยถามทั้งสองขึ้นมา “เปล่าค่ะ” “พี่ชื่อเสือส่วนนั้น ชื่อสิงห์” “สวัสดีค่ะ” “สวัสดีครับ” กล้าหาญถึงแม้ว่าจะอารมณ์ไม่ดีเมื่อมีคนมาขัดจังหวะตอนที่เขากำลังบอกชอบคนที่เขาชอบมานาน แต่จะให้ทำยังไงได้เขาเลือกที่จะเก็บความรู้สึกของตัวเองและทักทายตามมารยาท “พี่เป็นเจ้าของที่นี่เห็นกระทิงมันบอกว่าน้องพาเพื่อนมาเลี้ยงส่งแล้วนี่มากันแค่สองคนหรือครับ” “เปล่าหรอกค่ะมีเพื่อนอีกคนหนึ่งมาด้วยตอนนี้กำลังชนแก้วกับใครสักคนอยู่แถวโน้นนะคะ” “จะไปชนแก้วกับใคร ฮึ เปิดทางให้เพื่อนสิไม่ว่า จะได้อยู่กันสองต่อสอง” กระทิงกระซิบที่ข้างหูของกอหญ้าเบาๆ “พี่กระทิง” “สวัสดีค่ะหนุ่มๆ มีอะไรกันหรือเปล่า” ถึงแม้ว่านนท์นี่ จะออกไปทักทายหนุ่มๆ แต่สายตาของนนท์นี่ ก็ ชำเลืองตามองอยู่ตลอด กล้าหาญและกอหญ้าอยู่ตลอดเมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามาขัดจังหวะนนท์นี่จึงเดินกลับเข้ามา “สวัสดีครับคุณกระทิงมาเที่ยวเหมือนกันหรือครับ” กระทิงพยักหน้าตอบ “มีอะไรกันหรือกอหญ้า” “ไม่มีอะไรพี่กระทิงแค่เข้ามาทักทายและพาเพื่อนมาทำความรู้จักกับพวกเราด้วย” “ไปดื่มกับพวกพี่กันไหม” กอหญ้ายิ้มให้เสือเล็กน้อยตามมารยาทแต่ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธอย่างไรดียังไงเสียกอหญ้าก็ยังอยากสนุกอยู่กับเพื่อน เพราะอีกไม่นานก็จะได้จากกันแล้ว “เออ ไม่ดีกว่าค่ะพี่เสือคือพวกเรามาเลี้ยงฉลองก่อนฝึกงานจบนะคะ” “ทำไมล่ะไปสนุกด้วยกันสิยังไงพวกน้องก็มาหาความสนุกอยู่แล้วไม่ใช่หรือ” “แต่ว่า” “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นถ้าเธอไปนั่งโต๊ะกับพวกพี่ก็คงต้องพาเธอกลับก่อน แบบนั้นเธอคิดว่าจะสนุกอยู่ไหม” “ไหนพี่บอกว่าจะไม่ตามจะไม่ยุ่งยังไงล่ะ” “ตอนแรกก็ดูอยู่ห่างๆ นั่นแหละแต่พอพี่เห็นมันจับมือกับกอหญ้าแล้วพี่ทนดูไม่ไหวจริงๆ ตกลงว่าจะไปต่อที่โต๊ะของพวกพี่หรือจะให้พี่พากลับเลย” “พี่กระทิง” “ผมว่า...” กล้าหาญทำท่ากำลังจะพูดค้านตามกอหญ้า “ไปก็ได้ค่ะ” “ดีมากกระทิงยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับกอหญ้าก่อนจะ เดินนำหน้า” “จะดีหรือกอหญ้าที่ไปนั่งกับพวกพี่เขา” “เราขอโทษนะ เราปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ให้เลือกเอาอยู่สองอย่างระหว่างนั่งทานและมีคนจ้องมองอยู่ตลอดเวลา กลับไปนั่งดื่มที่โต๊ะวีไอพีแล้วมีเหล้าให้ดื่มฟรีทั้งคืน สนุกด้วยกันก็ยังดีกว่าเป็นที่จับตามอง” “เราฟรีก็ได้ว่ะ” “เราขอโทษนะกล้าหาญแต่คืนนี้เราปฏิเสธพี่ กระทิงไม่ได้” “ไม่เป็นไรเราเข้าใจ เรารู้ว่ากอหญ้าอึดอัด” “ขอบใจนะ” “อืม”“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






