Masuk“สวัสดีพนักงานทุกคนทุกท่านวันนี้เป็นวันที่เจ้านายของเราจะเลี้ยงเพื่อขอบคุณย้อนหลังในวันปีใหม่ทดแทนให้และขอบคุณพนักงานที่ช่วยกันทำงานอย่างหนักและไม่ได้ฉลองด้วยกันอย่างเต็มที่ในคืนวันปีใหม่ และวันนี้เราจะเลี้ยงส่งนักศึกษาฝึกงานด้วย ขอให้ทุกคนสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ทานให้เต็มที่ดื่มให้เต็มที่ ไชโย่ ไชโย่ ไชโย่” เสียงของสิงโตที่รับบทเป็นพิธีกรในวันนี้กล่าวเปิดงานข้างต้นก่อน
“แกที่นี่เลี้ยงพนักงานอลังการแบบนี้ทุกปีเลยหรือ” นนท์นี่ เอ่ยถามขึ้นเพราะสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้านี้มันช่างตื่นตาตื่นใจงานที่นี่จัดเหมือนงานวัดมีทั้งเครื่องเล่นมากมาย มีเวทีใหญ่โตถึงแม้ว่าคนขึ้นร้องเพลงจะไม่ใช่นักร้องที่มีชื่อเสียงก็ตามแต่ก็สนุกด้วยเพลงลูกทุ่ง “กูไม่รู้กูไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว” กอหญ้าตอบนนท์นี่ “เออมึงได้ยินใช่ไหมว่าเขาพูดว่าจะเลี้ยงส่งนักศึกษาฝึกงานอย่างพวกเราด้วย เราต้องไปที่เวทีใหญ่ก่อนไหม” กล้าหาญพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย “ไปทำไม”นนท์นี่ ถามออกมาด้วยความแปลกใจเพราะเขาคิดว่า จะเล่นของเล่นพวกนี้ให้สนุกก่อนที่จะไปเมาปลิ้น อยู่หน้าเวที “ไปสิไปหน้าเวทีก่อนเราต้องไปขอบคุณคนจัดงานให้เราก่อน” “ใครพี่กระทิงหรือ” “ไม่ใช่คุณป้ากัลยาน่ะ จะได้เอาของขอบคุณไปให้คุณป้าก่อนแล้วเราค่อยกลับมาสนุก” “ให้เราช่วยถือนะ” “อืม”กอหญ้ายื่นกล่องของขวัญให้กล้าหาญเป็นคนถือให้ “เออจริงด้วยลืมไปเลยกูมัวแต่อยากจะสนุกกับเล่นของเล่นพวกนี้เดี๋ยวค่อยกลับมาเล่นก็แล้วกันเราต้องไปขอบคุณผู้มีพระคุณอันใหญ่ยิ่งก่อนที่ช่วยเราได้เข้ามาทำงานที่นี่” นนท์นี่ รีบลากแขนของกอหญ้าไปหน้าเวที ส่วนกล้าหาญก็ได้แต่เดินตามหลังเป็นปกติของชายหนุ่มที่คอยตามใจคนที่เขาแอบชอบ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าหญิงสาวที่เขาแอบชอบนั้นจะยังไม่ได้ชอบเพื่อนอย่างเขาก็ตาม ถึงแม้ว่าใจยังจะไม่ตรงกันแต่อย่างไรแล้วเขาก็จะไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด “สวัสดีค่ะคุณป้า สวัสดีครับ สวัสดีครับ” ทั้งสามต่างยกมือไหว้พร้อมกัน “สวัสดีจ้าเด็กๆ นั่งก่อนสิ” “ค่ะ คุณป้าคะนี่เป็นของตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณป้าให้เราฝึกงานที่นี่ค่ะ” กล้าหาญส่งกล่องของขวัญมาให้กอหญ้าก่อนที่กอหญ้าจะยื่นของขวัญให้คุณป้ากัลยา “ไม่เห็นต้องลำบากเลย มีพวกหนูมาช่วยฝึกงานป้าก็เหมือนมีคนงานเพิ่มอีกตั้งสามคน ป้าต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายให้ของขวัญ” “ไม่ได้ลำบากเลยค่ะ” “แต่ในเมื่อซื้อมาให้แล้วป้าก็จะรับไว้เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ” หญิงวัยชรายิ้มด้วยความเอ็นดูให้กับเด็กๆ “ค่ะ” “จะไปเที่ยวเดินดูงานกันก่อนก็ได้นะสักสามทุ่มค่อยมาหาป้า” “นี้จ้าคูปองป้าให้” “มีคูปองด้วยเหรอคะคูปองอะไรแล้วใช้ยังไงหรือคะ” นนท์นี่ มองคูปองด้วยความตื่นเต้นและคิดว่ามันต้องสนุกแน่ๆ “ที่นี่จะเอาคูปองให้คนละห้าใบเพื่อเอาไปเล่นเกมและแลกของขวัญตามซุ้มต่างๆ และสามารถเพิ่มคูปองโดยการเล่นเกมตามล่าหาคูปอง เพิ่มได้นะจ๊ะ” “คุณป้าครับเราเอาคูปองไปทำอะไรได้บ้าง” “ก็นอกจากที่แลกของที่อยู่ในซุ้มต่างๆ แล้วก็ยังสามารถเอาไว้ชิงโชคของใหญ่ๆ ที่บริษัทจัดเอาไว้ให้ เช่นตู้เย็นโทรศัพท์มือถือคอมพิวเตอร์เครื่องซักผ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกมากมาย รางวัลใหญ่ยังเป็นรถยนต์อีกด้วยนะ จะลองลุ้นดูไหมล่ะ “น่าสนุกจังเลยนะคะ” “อยากได้รางวัลใหญ่ ก็ต้องตามล่าหาคูปองให้ได้มากหน่อยจะได้มีชื่อในโหลเยอะๆ แล้วสามทุ่มกลับมาหาป้าเราจะจับรางวัลใหญ่กันเวลานั้น” “เข้าใจแล้วค่ะ” “ไป รีบไปกันดีกว่ากอหญ้ากล้าหาญเราไปตามล่าหาคูปองเพื่อแลกของรางวัลใหญ่กัน ฉันต้องได้รถยนต์ให้ได้” นนท์นี่ ดูตื่นเต้นและดูเหมือนอยากร่วมกิจกรรมมากที่สุด “แล้ววันนี้คุณป้าจะอยู่จนจบงานไหมคะ” “ป้าแก่แล้วป้าก็อยู่แค่จับรางวัลเสร็จป้าก็จะกลับไปนอนแล้วจ้าปล่อยให้หนุ่มๆ สาวๆ เขาสนุกกัน” “คุณป้าก็ยังดูสาวและไม่แก่นะคะ” “อย่าปากหวานให้คนแก่เลย” “งั้น กอหญ้าขอไปตามล่าหาคูปองก่อนนะคะ” แต่ก่อนจะไปหญิงสาวมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังมองหาใครบางคนอยู่ “ถ้าหนูกอหญ้ากำลังมองหากระทิงมันไม่มาหรอก แต่ยังไงก็ต้องมามอบรางวัล” กอหญ้าพยักหน้า เพื่อเป็นการรับรู้ “กอหญ้าไปเร็วเดี๋ยวฉันจะตามหาคูปองได้ไม่เยอะ เปอร์เซ็นต์ที่จะได้ของขวัญรางวัลใหญ่ของฉันก็จะหายไป ไปเร็ว” “กอหญ้าไปก่อนนะคะคุณป้า” “จ้าไปสนุกกันเถอะ” หญิงสาวที่กำลังก้าวสู่วัยชรายิ้มที่มุมปากด้วยความเอ็นดูเล็กน้อย “จะไปเล่นอะไรกันก่อนดีล่ะปาลูกโป่ง ยิงปืน ขว้างกระป๋อง” “คิดว่าเล่นพวกนั้นแล้วจะได้หรือ นู่นอย่างพวกเราบิงโกค่ะง่ายสุด” “จริงว่ะ”ทั้งสามเดินไปนั่งที่โต๊ะบิงโก “เดี๋ยวกอหญ้าไปเล่น บิงโกกับนนท์นี่ ก่อนนะเดี๋ยวเราไปหาอะไรให้ทาน” “กล้าหาญหิวหรือ” “ยังไม่หิวแต่เรากลัวว่ากอหญ้าจะหิวมากกว่าไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เย็นแล้วไม่ใช่หรือตอนนี้จะทุ่มนึงแล้วนะ” “อืม แต่ตอนนี้เรายังไม่หิวไม่เป็นไรหรอก” “แต่เราหิวไปเอามาเลยพวกเราสองคนจะรออยู่ที่นี่แหละ” “อืม” “กอหญ้ามีกล้วยปิ้งที่กอหญ้าชอบด้วยนะ” กล้าหาญกลับมาพร้อมขนมมากมายที่สามารถรองท้องได้ก่อนทั้งสามจะนั่งเล่นและนั่งทานอาหารพูดเล่นกันอย่างสนุกสนานจนเวลาล่วงเลยไปจะถึงสามทุ่มแล้วซุ้มต่างๆ เริ่มทยอยเก็บของและปิดตัวลงเพราะใกล้เวลาที่จะลุ้นรางวัลใหญ่แล้ว และตอนนี้ทุกคนต่างไปนั่งที่โต๊ะหน้าเวทีกันเต็มไปหมด “คุณป้าค่ะ” “เป็นไงบ้างหนูกอหญ้าได้คูปองมาเยอะไหม” “เยอะอยู่ค่ะ” “แล้วนี่หิวกันหรือยังจ๊ะ” “ไม่ค่อยหิวค่ะพอดีกล้าหาญเขาเดินไปเอาของรองท้องมาให้ตอนเล่นบิงโกนะคะ” กอหญ้าตอบด้วยท่าทางยิ้มแย้ม “ดีเนอะมีคนดูแลดี”น้ำเสียงที่ประชดประชันและใบหน้าที่ไม่ค่อยพอใจมากนัก ก้าวเข้ามาพร้อมกับนั่งลงข้างคุณป้ากัลยา “ยังไม่ได้แจกของขวัญ ให้กับพนักงานเลยนี่เมาแล้วรึ” “แค่ดื่มเล็กๆ น้อยๆ นะครับแม่แค่นี้ยังไม่ได้เมาหรอก ใครว่าผมเมาผมยังไม่เมาครับแม่ “นี่แกยังไม่ได้ขึ้นมอบรางวัลให้กับพนักงานเลยรู้หน้าที่ของตัวเองใช่ไหม” “รู้สิครับแม่” กระทิงตอบด้วยน้ำเสียงของคนเมาแต่ก็ถือว่ายังประคับประคองสติของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม แต่ที่น่ากลัวก็น่าจะเป็นสายตาของกระทิงที่มองมาทางกอหญ้าอย่างเอาเรื่อง และชำเลืองดูหน้าของหญิงสาวบ่อยๆ จนทำให้เจ้าของใบหน้าเนียนสวยนั้นรู้สึกอึดอัดขึ้นมา จนได้ผ่อนคลายเมื่อชายร่างโตขึ้นไปมอบของรางวัล “และอันดับต่อไปคือการมอบของรางวัลขอบคุณให้กับนักศึกษาฝึกงานทั้งสามท่าน เชิญทั้งสามท่านขึ้นมาบนเวทีเพื่อรับของขวัญ” ทั้งสามคนขึ้นไปบนเวทีโดยมีกระทิงเป็นคนมอบของขวัญให้ แค่มือของเธอจับกล่องของขวัญใบเดียวกับกระทิงก็ทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอนั้นสั่นไหวอย่างไม่เป็นจังหวะพร้อมกับรู้สึกมวนท้องในใจตื่นเต้นเศร้าใจความรู้สึกอะไรไม่รู้เข้ามาโจมตีเธอไปหมด “ขอบคุณนะคะ” “คืนนี้กลับไปนอนบ้านใช่ไหม” “ค่ะ” “งั้นคืนนี้เจอกัน จะจากกันก็ต้องร่ำลากันหน่อย ครั้งสุดท้าย” “ค่ะ” ทั้งสามคนรับของของขวัญพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณคุณป้าพี่กระทิงและพี่พี่ที่คอยสอนงานให้กับพวกเธอทั้งสามคน พอกล่าวคำขอบคุณเสร็จทั้งสามคนก็ต้องลงมานั่งโต๊ะข้างล่างเหมือนเดิม ส่วนกระทิงก็ต้องแจกของขวัญรางวัลให้กับพนักงานในไร่ต่อจนเสร็จและรอให้คุณป้ากัลยาขึ้นไปกล่าวขอบคุณพนักงานพร้อมกับแจกของขวัญรางวัลใหญ่ก่อนจะกลับลงมานั่งโต๊ะที่เดิม พร้อมกับรอฟังประกาศผลรางวัลอย่างใจจดใจจ่อ จนถึงรางวัลใหญ่ออกนนท์นี่ต้องบ่นออกมาด้วยความเสียดายทันที “เสียดายจังที่ไม่ได้รางวัลใหญ่รถยนต์ของฉัน” นนท์นี่บ่นว่าตนไม่ได้รางวัลใหญ่ได้แค่กาน้ำร้อน “อย่าเสียใจไปเลยถือว่าเราไม่มีโชคก็แล้วกัน” นี่ขนาดนนท์นี่ เอาคูปองของกอหญ้าและกล้าหาญมาเขียนเป็นชื่อของเขาหมด ก็ยังไม่ได้รางวัลใหญ่เลย หลังจากที่กระทิงเสร็จภารกิจมอบรางวัลบนเวทีแล้วเขาก็กลับลงมานั่งที่เดิมแต่ที่ดูมากไปกว่านั้นกระทิงกำลังเติมแอลกอฮอล์เข้าไปภายในร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ จนจะประคับประคองร่างกายของตนให้นั่งตั้งตรงนั้นคงจะยากตอนนี้หัวของเขาเกือบจะทิ่มลงกับโต๊ะอยู่แล้ว “กอหญ้าหนูจะกลับเลยไหมลูก” “คุณป้าจะกลับก่อนหรือคะ” “จ้ะป้าอยากจะกลับแล้วแต่ว่าป้ายังกลับไม่ได้เพราะว่าเป็นห่วงลูกชายตัวดีของป้าวันนี้เมาไม่รู้เรื่องเลย แต่ดีนะยังประคับประคองตัวเองแจกรางวัลให้กับพนักงานในไร่ได้” “คุณป้าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะเดี๋ยวกอหญ้าพากลับเอง” “แต่ว่าป้ากลัวว่าหนูกำลังสนุกอยู่ และอาจจะยังไม่อยากกลับในตอนนี้” “หนูยังไงก็ได้ค่ะ กลับเลยก็ได้แต่คนที่ยังสนุกอยู่น่าจะเป็นนนท์นี่นะคะ หนูจะพาพี่กลับแล้วคุณป้าช่วยให้คนไปส่งเพื่อนของกอหญ้าได้ไหมคะ เพราะว่านนท์นี่กำลังสนุกอยู่ไม่อยากขัดใจ “ “ได้จ้ะเดี๋ยวป้าให้คนไปส่งเพื่อนของกอหญ้าเอง งั้นตอนนี้หนูช่วยพาพี่เขากลับเลยได้ไหมดูท่าจะไม่ไหวแล้ว” “ค่ะ กอหญ้าขอไปบอกเพื่อนก่อนนะคะ” “ไม่ต้องไปหรอกกลับเลยเดี๋ยวป้าให้คนไปบอกให้ แต่ตอนนี้หนูช่วยกลับไปส่งกระทิงเลยจะได้ไหมเพราะตอนนี้เมามากจนไม่เหลือสภาพเจ้าของของไร่กระทิงแล้ว” “ค่ะ” “สิงโตช่วยน้องกอหญ้าประคองหน่อยเดี๋ยวก็ล้มกันไปหมดหรอก” “ครับนายแม่” “แล้วก็ช่วยขับรถไปส่งให้ถึงที่ด้วย” “ครับนายแม่” กอหญ้าและสิงโตช่วยกันพยุงกระทิงให้ขึ้นรถอย่างทุลักทุเล พอนั่งเบาะหลังได้ก็เหมือนโลกทั้งใบของกระทิงกำลังเอียงพอกอหญ้าก็ไปนั่งเบาะหลังเป็นเพื่อนของกระทิงที่บอกว่าโลกเอียงนั่นก็คือชายหนุ่มพยายามเอนตัวมาทางเธอ เอาหัวมาซบที่ไหล่ สุดท้ายกระทิงก็เอนตัวลงนอนเอาหัวหนุนตักของกอหญ้าเอาไว้ “พี่กระทิงถึงแล้วค่ะ ลุกได้แล้วค่ะ” คำพูดไม่กี่คำของหญิงสาวก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาเหมือนคนมีสติพอที่จะทำให้เขาลงจากรถได้เอง ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี จะไม่ต้องเหนื่อยกอหญ้าและสิงโตช่วยกันพยุงหรือหามคนขี้เมาลงจากรถ “ไอ้สิงโตมึงกลับไปก่อนเลยเดี๋ยวกูให้กอหญ้าเป็นคนดูแลกูเอง” “พี่กระทิงเดินให้มันตรงๆ หน่อยค่ะเดินแบบนี้เดี๋ยวเราสองคนก็ได้หกล้มกันพอดี” กระทิงพาหญิงสาวเดินเป๋ไปเป๋มาอย่างทุลักทุเล กว่าจะถึงห้องนอนก็เล่นเอากอหญ้าเหนื่อย หญิงสาวพยุงชายหนุ่มวางลงบนเตียงเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเดินออกไปจากห้องนี้ “วันนี้คงเป็นวันสุดท้ายที่เราจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม” กอหญ้ายืนมองกระทิงด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์แต่ภายในจิตใจของเธอนั้นกลับรู้สึกโหวงเหวงและเศร้าใจเพราะมันคือความจริงว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เธอและเขาจะได้อยู่ด้วยกันในบ้านหลังเดียวกันแบบนี้ “…” “เธอจะไม่ส่งท้ายความสัมพันธ์ของเราหน่อยหรือ” กระทิงลุกขึ้น จับแขนของหญิงสาวดึงร่างบางให้มานั่งตักของตนทั้งทั้งที่ตนก็อยู่ในอาการมึนเมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ “พี่กระทิงปล่อยกอหญ้าเถอะค่ะ” “ห่างไม้ห่างมือแค่สองวันทำเป็นหวงตัวแล้วหรือ” “ไม่ใช่แบบนั้นค่ะแต่พี่กำลังเมามากต่อให้เราคุยอะไรกันไปก็ไม่รู้เรื่องหรอกเอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันนะคะ” “ฉันขอถามเธอหน่อยได้ไหมเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมา เธอเคยคิดหวั่นไหวกับฉันบ้างไหม” ในขณะที่กระทิงมีสติอยู่แต่ไม่มาก ในขณะที่รอคำตอบนั้นชายหนุ่ม ก็จูบไปที่คอใบหูเบาๆ พอกระตุ้นให้ร่างกายหญิงสาวรู้สึกหวั่นไหวและ คล้อยตาม เพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาเกือบจะสามเดือนเขารู้ว่า ตรงไหนของหญิงสาวที่ไวต่อความรู้สึกต่อความต้องการมากที่สุด มือหนาปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกทีละเม็ด “พี่กระทิง” “พี่ไม่ได้ต้องการให้เธอเรียกชื่อพี่ แต่พี่ต้องการให้เธอตอบคำถามว่าเธอรู้สึกรักหรือชอบพี่บ้างไหม” “จะให้กอหญ้าตอบพี่กระทิงก็หยุดทำแบบนี้ก่อน” เมื่อหญิงสาวขอร้องออกมาเช่นนี้ชายหนุ่มก็หยุดที่จะแกล้งหอมตามลำคอและหัวไหล่ของเธอ “พี่หยุดแล้ว” “พี่คงคิดว่ากอหญ้าไม่มีหัวใจรักใครไม่เป็นใช่มั้ย” ชายหนุ่มพยักหน้าอยู่ทางด้านหลังก่อนจะวางคางหนาลงบนไหล่ “เธอคงรักแต่ไอ้หนุ่มคนนั้น” “คนไหนคะ” “ก็คนที่เธอแอบชอบตอนเด็ดไง” “ที่จริงที่กอหญ้าบอกให้เรายุติความสัมพันธ์เมื่อสองวันก่อน เป็นเพราะว่ากอหญ้ากลัวว่า” กอหญ้าพับปากตัวเองเป็นรูปสระอีหัวใจของเธอกำลังเต้นแรง และไม่กล้าพูดเหตุผลที่แท้จริงกับชายหนุ่มที่กำลังกอดเธออยู่ตอนนี้ เธอหยุดพูด และคิดทบทวนกับความรู้สึกของตัวเอง “กลัวว่าอะไร” ครั้งนี้กระทิงหยุดวุ่นวายกับร่างกายของหญิงสาวและรอฟังคำตอบจากเธอ “เป็นเพราะว่า กอหญ้ากลัวว่าเวลาที่กอหญ้าอยู่กับพี่กระทิงกอหญ้าจะ…” “กอหญ้า กอหญ้า” จู่ๆ หญิงสาวก็หลับไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว หลับกลางอากาศดีนะที่ยังมีอ้อมแขนของชายหนุ่มคอยรับเอาไว้ทำให้ชายหนุ่มต้องพากอหญ้าไปนอนบนเตียงเพื่อดูอาการว่าตกลงเธอหลับไปหรือเป็นลมไปกันแน่ “โถ่เว้ย หลับไปก่อนได้ยังไงยังไม่ได้คำตอบจากปากของเธอเลย แล้วนี่เธอเมาเหรอทำไมจู่จู่ก็หลับไปแบบนี้ จะเป็นเพราะเหล้าอย่างนั้นหรือก็คงไม่ใช่ เธอไม่ได้ดื่มมากเท่าเขาด้วยซ้ำ เหมือนโดนวางยาสลบมากกว่าในขณะที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาวที่นอน อยู่ข้างเขาในตอนนี้เขารู้สึกกังวลและเป็นห่วงหญิงสาวกำลังคิดที่จะพาหญิงสาวส่งโรงพยาบาล แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ร่างกายของเขาเปลือกตาของเขาก็ไม่ไหวเช่นกันเขา ทรุดตัวลงนอนข้างหญิงสาว“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
“วันนี้วันสุดท้ายแล้วสรุปว่าเด็กเก่งได้ที่ฝึกงานหรือยังจ๊ะ หรือว่าต้องดรอปเรียน”“มองหน้าพวกเราแบบนี้คงไม่มีที่ฝึกงานสินะ”“ขอโทษนะที่มองพวกเธอแบบนี้ก็เพราะว่าสังเวชที่พวกเธอไม่รู้ว่าพวกเราได้ที่ฝึกงานแล้วเป็นไร่และมีโรงงานที่ใหญ่โตผลิตอาหารแปรรูปหลากหลายชนิด แล้วก็อีกอย่างบรรยากาศและสถานที่ท่อง
ชีวิตของเด็กมหาวิทยาลัยคณะวิศวกรรมเกษตรศาสตร์กำลังจะจบลง แต่มันกำลังจะจบแบบไม่สวยเพราะว่า“ปีนี้นักศึกษาทุกคนจะต้องหาที่ฝึกงานด้วยตนเองนะจ๊ะ”“โห่” เสียงโห่ร้องดังขึ้นมาด้วยความไม่พอใจของนักศึกษาทั้งห้องเพราะปกติทุกปีทางมหาวิทยาลัยจะเป็นคนจัดหาให้แค่ลงชื่อว่าจะฝึกที่ไหนเท่านั้นแต่ปีนี้มันไม่เหมื







