LOGIN“แป้งหอม?" หัวหน้าแก๊งมังกรดินเลิกคิ้วมองห่อกระดาษในมือหญิงสาวก่อนจะหัวเราะลั่นจนตัวงอ "ฮ่าๆๆ! นังหนูนี่จะมาไม้ไหนกันแน่ จะยั่วยวนข้าหรือไง ไหนๆ เอามาให้พี่ชายดมหน่อยซิ ถ้าหอมถูกใจพี่อาจจะลดค่าคุ้มครองให้ โอ๊ย!"
ยังไม่ทันสิ้นเสียงหัวเราะเซียวหลันก็สะบัดข้อมือวูบ ผงสีขาวละเอียดฟุ้งกระจายออกจากห่อปะทะเข้ากับใบหน้าของกลุ่มนักเลงที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่อย่างจัง
"แค้ก! แค้ก! นี่มันอะไรวะ!” เหล่าชายฉกรรจ์ยกมือขึ้นปิดหน้าปิดตา ไอโขลกจนตัวโยน ทันใดนั้นความรู้สึกแสบร้อนราวนรกแตกก็แล่นพล่านไปทั่วผิวหนังและดวงตา น้ำหูน้ำตาไหลพรากไม่หยุด ลำคอแสบไหม้ราวกับกลืนถ่านแดงลงไป
"อ๊ากกก! ตาข้า! ตาข้าบอดแล้ว!"
"ร้อน! ร้อนโว้ย! แสบไปหมดแล้ว!"
พวกเขาล้มกลิ้งไปกับพื้นพลางดิ้นทุรนทุรายพยายามเกาหน้าเกาตา แต่ยิ่งเกาก็ยิ่งแสบ ผิวหนังเริ่มแดงเถือกและบวมเป่ง
เสี่ยวชุนและอาหลงยืนตะลึงมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสยดสยอง
“คุณหนู นั่นมัน..." เสี่ยวชุนกระซิบ
"ส่วนผสมง่ายๆ" เซียวหลันเอ่ยเสียงเรียบพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดนิ้ว “พริกปีศาจแห้งบดละเอียดผสมกับเกสรดอกหมามุ่ยและผงกำมะถัน ข้าเรียกมันว่าผงทลายทวาร"
นางเดินเข้าไปหาหัวหน้าแก๊งที่กำลังนอนน้ำลายฟูมปาก ร้องครวญครางเหมือนหมูถูกเชือด จากนั้นนางก็ใช้เท้าเขี่ยไหล่เขาเบาๆ
"เป็นยังไงบ้างพี่ชาย หอมชื่นใจไหม"
"นะ... นังแม่มด! แกใช้วิชามาร!" หัวหน้าแก๊งพยายามจะลุกขึ้นสู้ แต่ความเจ็บปวดและอาการหายใจไม่ออกทำให้เขาหมดแรง "แก... แกต้องตาย!"
"จุ๊ๆ อย่าเพิ่งรีบตาย" เซียวหลันย่อตัวลงนั่งยองๆ "พิษนี้จะค่อยๆ ซึมเข้าสู่กระแสเลือด มันจะกัดกินอวัยวะภายในของเจ้าทีละส่วน เริ่มจากปอด แล้วก็ตับ ภายในหนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง) ถ้าไม่ได้ยาแก้พิษ ลำไส้เจ้าจะเน่าเปื่อยจนไหลออกมาทางทวารทั้งเก้า"
คำขู่ที่ผสมโรงกับความเจ็บปวดจริงที่ได้รับ ทำให้พวกนักเลงหน้าซีดเผือด ความกลัวตายเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะทันที
"ยะ... ยาแก้พิษ! ขอยาแก้พิษให้ข้า!" หัวหน้าแก๊งละล่ำละลักก้มหัวโขกพื้นโป๊กๆ "ข้ายอมแล้ว! แม่นาง... ไม่สิ ท่านย่า! ท่านบรรพบุรุษ! ไว้ชีวิตพวกข้าด้วย!"
เซียวหลันยิ้มเย็น “ข้าเป็นหมอย่อมมียารักษา แต่ยาของข้าราคาแพงนะ"
"เท่าไหร่! ข้ายอมจ่ายหมดตัวเลย!"
"ข้าไม่ต้องการเงินสกปรกของพวกเจ้า" เซียวหลันลุกขึ้นยืนกวาดสายตามองสภาพบ้านที่ผุพัง "แต่ข้าต้องการแรงงาน"
นางชี้มือไปรอบๆ ลานบ้าน "รื้อพื้นไม้ผุๆ นั่นออก ซ่อมหลังคา ขัดผนัง ขุดลอกบ่อน้ำ และทาสีใหม่ทั้งหลัง ถ้าพวกเจ้าทำงานเสร็จก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ข้าจะมอบยาแก้พิษให้ แต่ถ้าใครอู้งานก็เตรียมตัวไส้เน่าตายได้เลย"
"ทำ! ทำขอรับ! พวกข้าจะทำเดี๋ยวนี้!"
เหล่าแก๊งมังกรดินผู้ยิ่งใหญ่แห่งย่านตลาดรีบกระวีกระวาดลุกขึ้นทั้งน้ำตาจากฤทธิ์พริกแล้ววิ่งไปหาไม้กวาด ถังน้ำ และค้อนมาลงมือทำงานอย่างขยันขันแข็งยิ่งกว่าทาสในเรือนเบี้ย
อาหลงมองดูภาพนั้นด้วยความทึ่ง "คุณหนู ยาแก้พิษที่ว่า..."
“อ้อ! ก็แค่น้ำมันพืชผสมน้ำตาล" เซียวหลันกระซิบตอบ “พริกกับหมามุ่ยมันแพ้น้ำมัน แค่ล้างออกก็หายแล้ว แต่ปล่อยให้พวกมันแสบๆ คันๆ ไปสักพักเถอะ จะได้จำใส่กะโหลกไว้บ้าง”
ตลอดช่วงบ่ายเรือนกลืนวิญญาณที่เคยเงียบเหงากลับเต็มไปด้วยเสียงตอกตะปูและเสียงขัดถูปนเสียงสูดปากด้วยความแสบคันบนผิวหนัง ด้วยแรงงานชายฉกรรจ์ 6 คน งานที่ควรใช้เวลาสามวันก็เสร็จสิ้นภายในครึ่งวัน พื้นไม้ที่ขึ้นราถูกรื้อออกไปเผาทิ้ง หน้าต่างทุกบานถูกเปิดโล่งรับลม ผนังที่เคยดำมืดด้วยคราบราถูกขัดและทาทับด้วยปูนขาวจนสว่างไสว กลิ่นอับชื้นจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นสะอาดของปูนขาวและน้ำส้มสายชู
เมื่อพระอาทิตย์จวนจะลับขอบฟ้า บ้านผีสิงหลังนี้ก็ดูเหมือนบ้านใหม่ที่น่าอยู่ขึ้นมาถนัดตา
เซียวหลันเดินตรวจงานด้วยความพอใจก่อนจะโยนไหดินเผาใบเล็กให้หัวหน้าแก๊ง “เอ้านี่! ยาแก้พิษ" ที่ความเป็นจริงข้างในคือน้ำมันหมูผสมสมุนไพรเย็นๆ "ทาบริเวณที่แสบ แล้วกินน้ำตามเยอะๆ"
เหล่าอันธพาลรีบแย่งกันทายา พอความแสบร้อนทุเลาลง พวกเขาก็มองเซียวหลันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่กลัว แต่เป็นความเคารพในความเหี้ยมเกรียมของนาง
"ขอบพระคุณท่านหมอ!" หัวหน้าแก๊งประสานมือคารวะ “ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ วันหน้าหากท่านหมอต้องการอะไรบอกพวกข้าแก๊งมังกรดินได้เลย แถวนี้ไม่มีใครกล้าหือกับข้า เอ้ย! กับท่านแน่นอน"
"ดี..." เซียวหลันพยักหน้า “จำไว้ว่าที่นี่คือหอโอสถเซียว ใครป่วยให้มาหาข้า แต่ถ้าใครมารังแกข้า จุดจบจะไม่ใช่แค่คันคะเยอแน่ ไสหัวไปได้แล้ว!"
เมื่อพวกนักเลงจากไปอาหลงและเสี่ยวชุนก็ช่วยกันนำป้ายไม้เก่าๆ ที่อาหลงแกะสลักไว้อย่างประณีตขึ้นไปแขวนเหนือประตู ตัวอักษรคำว่าหอโอสถเซียวเด่นตระหง่านต้องแสงตะวันยามเย็น
"ในที่สุด..." อาหลงน้ำตาซึม "ตระกูลเซียวก็มีที่ยืนอีกครั้ง"
"นี่ยังเป็นแค่ก้าวแรกอาหลง" เซียวหลันกล่าว สายตามองไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปมาแล้วชี้ชวนกันดูด้วยความประหลาดใจที่บ้านผีสิงกลับมาเปิดไฟสว่าง “ข่าวลือเรื่องผียังคงอยู่ คนยังไม่กล้าเข้ามาหรอก" นางวิเคราะห์ “เราต้องการจุดเปลี่ยน เราต้องการคนไข้สักคนที่สิ้นหวังพอที่จะยอมเสี่ยงกับผี เพื่อแลกกับชีวิต"
และราวกับสวรรค์รับรู้สิ่งที่นางหวัง
ท่ามกลางความมืดสลัวของยามพลบค่ำ รถลากเก่าๆ คันหนึ่งก็แล่นมาหยุดที่หน้าประตูร้าน ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งแบกร่างที่ห่อด้วยผ้าห่มวิ่งถลาเข้ามา
"ท่านหมอ! ที่นี่คือร้านหมอใช่ไหม!" ชายคนนั้นตะโกนเสียงสั่น "ช่วยด้วย! หมอในเมืองไม่มีใครยอมรักษาเขา เขาบอกว่าลูกข้าต้องสาป!"
เซียวหลันหันขวับ สัญชาตญาณแพทย์ตื่นตัวทันที "พาเข้ามา!"
เมื่อผ้าห่มถูกเปิดออก กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงก็โชยออกมาที่ขาของเด็กหนุ่มวัยรุ่นมีแผลขนาดใหญ่ที่เน่าเปื่อยจนเห็นกระดูก สีดำคล้ำลามขึ้นมาเกือบถึงหัวเข่า
"บาดทะยัก และเนื้อตายเน่า” เซียวหลันขมวดคิ้ว “ถ้ามาช้ากว่านี้อีกคืนเดียว ขาข้างนี้คงต้องตัดทิ้ง หรือไม่ก็ต้องแลกด้วยชีวิต"
"ท่านรักษาได้หรือ!" พ่อเด็กถามทั้งน้ำตา
“ได้!" เซียวหลันตอบเสียงหนักแน่น แววตาเป็นประกายวาวโรจน์ “แต่ข้าต้องขูดกระดูกและตัดเนื้อตายสดๆ เจ้าใจกล้าพอจะดูหรือไม่"
นี่แหละคือจุดเปลี่ยนที่นางรอคอย เคสผ่าตัดสุดหินที่จะประกาศศักดาว่าหอโอสถเซียวสามารถยื้อแย่งชีวิตคนจากมัจจุราชได้
กาลเวลา... คือสายน้ำที่ไหลเรื่อยไปอย่างไม่หยุดยั้ง มันพัดพาเอาความรุ่งโรจน์ ความสูญเสีย และความทรงจำให้จางหายไปตามแรงลม ทว่าสำหรับบางคน กาลเวลากลับเป็นพยานหลักฐานเดียวที่ยืนยันว่า "รัก" และ "การเสียสละ" นั้นมีอยู่จริงสิบปีผ่านไป...ประดุจชั่วพริบตาของสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านยอดเขาชิงฝู ความเปลี่ยนแปลงได้คืบคลานเข้าสู่แผ่นดินจินหลิงทว่าในทิศทางที่งดงามขึ้น มหานครจินหลิงในวันนี้มิใช่สมรภูมิแห่งการแย่งชิงพลังงานเร้นลับอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นตำนานแห่งความรุ่งเรืองที่เล่าขานกันว่ามีรากฐานมาจากยุคสมัยที่ หมอเทวดา ผู้มาจากแดนไกล และ แม่ทัพพยัคฆ์ ผู้เกรียงไกร ยอมสละลาภยศและอำนาจเหนือคนทั้งปวง เพื่อวางรากฐานการแพทย์ที่ยั่งยืนให้แก่ราษฎรโรงเรียนแพทย์ที่อ๋องสิบเอ็ดจัดตั้งขึ้นตามโครงร่างวิจัยที่เซียวหลันทิ้งไว้ได้ผลิตหมอรุ่นใหม่ที่เข้าใจหลักการพื้นฐานที่เคยเป็นเรื่องเหลือเชื่อในยุคก่อน ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือชำระเชื้อโรคด้วยแอลกอฮอล์ การแยกกักโรคอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันโรคระบาด หรือการปรุงยาด้วยหลักการสัณฐานวิทยาและเคมีพื้นฐาน นวัตกรรมเหล่านี้ทำให้อัตราการตายของราษฎรลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ และทำ
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านประหนึ่งกระแสน้ำในแม่น้ำสายใหญ่ที่ไม่เคยหยุดนิ่งและไม่เคยไหลย้อนกลับ หลายเดือนผ่านพ้นไปแล้วนับตั้งแต่วันที่รถม้าคันเล็กซอมซ่อลอบเคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองมหานครจินหลิง ท่ามกลางแสงสลัวอันเหน็บหนาวของรุ่งสาง เมืองหลวงที่เคยเต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจบนบัลลังก์เลือด กลิ่นคาวของการทรยศ และเทคโนโลยีล้ำยุคที่แฝงตัวมาในคราบของปาฏิหาริย์ บัดนี้กลายเป็นเพียงภาพจำที่พร่าเลือนและห่างไกลออกไปทุกทีในความรู้สึกของคนทั้งสี่ภายใต้หุบเขาชิงฝูซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปตรงรอยต่อของชายแดนทางทิศใต้ ภูมิประเทศที่ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนประหนึ่งป้อมปราการธรรมชาติ ทำให้ที่นี่ห่างไกลจากความวุ่นวายของราชสำนัก หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมลำธารใสแจ๋ว รายล้อมด้วยไร่ชาสีเขียวขจีที่ทอดตัวตามแนวเขาและป่าไผ่ที่ลู่ตามลมจนเกิดเสียงซ่าๆ บัดนี้ได้กลายเป็นที่พำนักแห่งใหม่และถาวรของอดีตหมอปีศาจผู้พลิกแผ่นดินและแม่ทัพพยัคฆ์ผู้เกรียงไกรที่นี่... ในหมู่บ้านชิงฝู ไม่มีผู้ใดรู้จักชื่อของเซียวหลันในฐานะสตรีผู้กุมความลับแห่งกาลเวลาและพลังเหนือธรรมชาติ ไม่มีใครรู้ว่านางคือผู้ที่เคยยืนหยัดต่อกรกับก
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วอุโมงค์ใต้ดินที่เย็นเยียบ ร่างของไป๋อวิ๋นทรุดลงในอ้อมแขนของหลี่หยาง ขณะที่กระบี่ของอ๋องสิบเอ็ดยังคงปักคาอยู่ที่หน้าอก แสงสว่างจากคบเพลิงบนผนังวูบไหวสะท้อนดวงตาที่เริ่มพร่าเลือนของหัวหน้าหอเมฆาผู้อยู่เบื้องหลังความสงบสุขของจินหลิงมาเนิ่นนาน"เจ้า... เจ้าคนทรยศ!" อ๋องสิบเอ็ดตะโกนด้วยเสียงที่สั่นเครือ พระหัตถ์ที่กำด้ามกระบี่ยังคงสั่นเทาด้วยความโกรธาและตระหนก "เจ้ากล้าเอาชีวิตมาแลกกับนังหมอโอหังนี่งั้นรึ!"ไป๋อวิ๋นกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ เขาพยายามฝืนยิ้มที่มุมปาก "ฝ่าบาท... กระบี่ที่แทงข้า... คือกระบี่ที่ท่านใช้ปกป้องราษฎร... มิใช่กระบี่เพื่อกิเลส... ข้าเพียงช่วย... ให้ท่านไม่หลงผิดไปมากกว่านี้..."สิ้นคำพูดสุดท้ายมือที่กุมคมกระบี่ไว้แน่นก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นหิน ดวงตาของไป๋อวิ๋นปิดสนิทลงพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่จากไปอย่างสงบ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่หนักอึ้งประหนึ่งขุนเขาถล่มทับหัวใจของทุกคนในที่นั้นเซียวหลันน้ำตาไหลพรากอาบแก้ม นางมองดูร่างของสหายผู้จงรักภักดีด้วยความเจ็บปวดร้าวราน ทว่าในความโศกเศร้านั้นกลับมีความเด็ดเดี่ยวผุดขึ้นมา นางยันกายลุกขึ้นยืนประจันหน้า
ภายในห้องปฏิบัติการลับของสภาโอสถหลวง แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของเซียวหลันที่กำลังหมกมุ่นอยู่หน้าเตากลั่นยาที่ดัดแปลงขึ้นใหม่ นางทำงานติดต่อกันมาสามวันสามคืนโดยไม่ได้พักผ่อน ริมฝีปากที่เพิ่งได้สัมผัสถึงรสชาติของน้ำชาบัดนี้แห้งผาก ทว่าแววตาของนางกลับฉายความมุ่งมั่นประหนึ่งประกายเพชรในความมืดเป้าหมายของนางไม่ใช่การปรุงโอสถอมตะตามรับสั่งของอ๋องสิบเอ็ด แต่คือการสกัดยาถอนพิษพันธุกรรม ยาที่จะทำให้พลังงานสีม่วงจากมุกมังกรในเลือดของนางและหลี่หยางเสื่อมสภาพลงจนกลับกลายเป็นเลือดมนุษย์ธรรมดา"มันต้องใช้กรดที่กัดกร่อนระดับเซลล์ แต่ต้องมีตัวกลางเป็นเมือกของกบภูเขาเพื่อไม่ให้ทำลายเนื้อเยื่อหลัก..." เซียวหลันพึมพำกับตัวเองขณะหยดของเหลวสีเขียวใสลงในหลอดทดลอง เสียงฟู่และควันบางๆ ลอยขึ้นมา นางยิ้มอย่างพึงพอใจ "สำเร็จ... มันเสถียรแล้ว"ขณะเดียวกันอ๋องสิบเอ็ดเริ่มไม่ไว้ใจความเคลื่อนไหวในห้องแล็บ พระองค์ทรงส่งองครักษ์เงาที่มีความสามารถในการพรางตัวระดับสูงไปสอดแนมเซียวหลันตลอดเวลา"กราบทูลฝ่าบาท นางไม่ได้ปรุงยาส่งเสริมพลังเลยพ่ะย่ะค่ะ... แต่ดูเหมือนนางกำลังปรุงยาที่ออกฤทธิ์สลายสิ่งเร้นลับในตัวนางเอง!" องครั
สายหมอกยามเช้าเหนือทะเลสาบจินหลิงค่อยๆ เลือนหายไปทิ้งไว้เพียงผิวน้ำที่สงบนิ่งประหนึ่งกระจกเงาบานยักษ์ที่คอยปกปิดความลับดำมืดใต้ก้นบึ้งไว้ตลอดกาล เซียวหลันนั่งอยู่ริมตลิ่งพลางทอดสายตามองดูเหล่าทหารที่กำลังเก็บกวาดซากเรือและอุปกรณ์ที่หลงเหลือจากการปะทะ แม้ร่างกายของนางจะได้รับการเยียวยาด้วยพลังแห่งมุกมังกรจนไร้ร่องรอยบาดแผล ทว่าความเหนื่อยล้าทางจิตใจกลับหนักอึ้งประหนึ่งแบกขุนเขาเอาไว้นางก้มลงมองฝ่ามือของตนเอง แสงแดดที่ตกกระทบผิวทำให้เห็นเส้นเลือดจางๆ ที่ไหลเวียนด้วยประกายสีม่วงอ่อนลึกลับ นางรู้สึกได้ถึงจังหวะของพลังงานที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับหลี่หยางที่นั่งพักอยู่อีกด้านหนึ่ง"มันจบแล้วจริงๆ หรือเจ้าคะ?" เสี่ยวชุนกระซิบขณะยื่นน้ำขิงอุ่นๆ ให้ "เครื่องจักรนั่นพังแล้ว อาซานก็ตายแล้ว... เราจะได้กลับไปใช้ชีวิตสงบๆ ที่โรงหมอเหมือนเดิมใช่ไหมเจ้าคะคุณหนู?"เซียวหลันไม่ได้ตอบแต่นางสังเกตเห็นทหารม้าเร็วกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดเกราะเต็มยศของวังหลวงกำลังมุ่งหน้าตรงมายังจุดที่พวกนางพักอยู่ พร้อมกับธงสีเหลืองอร่ามขององค์เหนือหัว"ราชโองการมาถึงแล้ว!" เสียงประกาศของขันทีหลวงดังก้องไปทั่วชายฝั่งหลี่หยางย
สายลมยามรุ่งสางพัดกระโชกเหนือพื้นผิวน้ำอันกว้างใหญ่ของทะเลสาบจินหลิงทว่าความหนาวเหน็บในครานี้กลับผิดแผกไปจากธรรมชาติ น้ำในทะเลสาบที่เคยนิ่งสงบบัดนี้กลับหมุนวนเป็นน้ำวนขนาดมหึมาหลายจุด แสงสีฟ้าหม่นเรืองรองขึ้นมาจากก้นบึ้งประหนึ่งอสุรกายใต้บาดาลกำลังตื่นจากการหลับไหล เสียงหึ่งๆ ของเครื่องจักรที่ทำงานด้วยความถี่สูงสั่นสะเทือนไปถึงผืนดินรอบชายฝั่งจนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมน้ำต้องอพยพหนีตายด้วยความหวาดกลัวเซียวหลันในชุดรัดกุมสีดำทับด้วยผ้าคลุมแพทย์ยืนอยู่บนเรือพายลำเล็กที่กำลังโคลงเคลงท่ามกลางคลื่นลม ข้างกายของนางคือหลี่หยางที่บัดนี้ดูองอาจและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม รอยแผลที่ไหล่ซึ่งเพิ่งถูกสมานด้วยโลหิตสีม่วงหลงเหลือเพียงรอยจางๆ ประหนึ่งปาฏิหาริย์และยังมีไป๋อวิ๋นที่คอยควบคุมทิศทางเรือด้วยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศ"นั่นไงเจ้าค่ะ..." เซียวหลันชี้ไปที่ใจกลางน้ำวน "ค่าสนามแม่เหล็กที่พุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดนั่น พาหนะกาลเวลามิได้เป็นเพียงเรือแต่มันคือเครื่องกำเนิดรูหนอนที่ขัดข้อง!"ทันใดนั้นผิวน้ำรอบเรือกลับระเบิดออก ร่างในชุดเกราะสีดำนับสิบพุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้พฤกษาใต้น้ำ พวกมันม
ม่านหมอกสีเทาจางๆ ยามรุ่งสางเข้าปกคลุมเส้นทางสู่เมืองจินหลิงประหนึ่งผืนผ้าคลุมศพที่ทอดตัวยาวเหยียด รถม้าเก่าๆ คันหนึ่งเคลื่อนที่ไปตามถนนดินอย่างเชื่องช้า เสียงล้อไม้บดลงบนกรวดหินฟังดูวังเวงท่ามกลางความเงียบงันของป่าละเมาะรอบข้างภายในรถม้าเซียวหลันกำลังตรวจดูบาดแผลที่เริ่มปิดสนิทของหลี่หยา
เสียงคำรามของน้ำตกเบื้องนอกยังคงดังกึกก้องประหนึ่งกลองศึกที่รัวไม่หยุดหย่อน ไอเย็นจากละอองน้ำแทรกซึมผ่านม่านน้ำเข้ามาปะทะกับบรรยากาศอันร้อนระอุด้วยรังสีฆ่าฟันภายในถ้ำ องค์ชายใหญ่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันที่ริบหรี่สะท้อนกับใบดาบสีดำสนิทของเขาจนดูเหมือนงูพิษที่กำลังแลบลิ้นเลียหา
รุ่งอรุณแรกแห่งรัชสมัยใหม่สาดทอแสงสีทองอาบไล้ไปทั่วกำแพงเมืองจินหลิง เสียงระฆังจากอารามหลวงดังกังวานกึกก้อง มิใช่เสียงแห่งการอาลัยแต่เป็นเสียงแห่งการเริ่มต้นชำระล้างความหม่นหมองที่ฝังรากลึกมานานปีเซียวหลันในชุดรัดกุมสีครามเรียบง่ายทว่าดูทะมัดทะแมงยืนอยู่หน้าทางเข้าลับที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาด
หัวใจของเซียวหลันกระตุกวูบไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่าสีหน้าภายใต้การตกแต่งด้วยคราบยาและสีสกัดจากรากไม้ยังคงนิ่งสนิทประหนึ่งผิวน้ำในบ่อน้ำลึก นางรู้ดีว่าในสงครามประสาทเช่นนี้ ใครที่กะพริบตาก่อนคือผู้พ่ายแพ้นางค่อยๆ เงยหน้าที่ดูแก่ชราขึ้นสบตาข้ามม่านมุกที่สั่นไหว แววตาของฮองเฮาเยี่ยเฟิ่งที่จ้องมองมานั้นแหลม
![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






