Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2026-01-08 12:45:59

เหม่ยเซียนเลิกคิ้วที่อีกฝ่ายเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด ก็แน่ล่ะเธอตั้งใจพูดเป็นภาษาไทยเพื่อไม่ให้เขาเข้าใจ เพราะยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นถึงเทพอสูรที่เป็นคนไปรับตัวเธอมา ที่สำคัญกว่านั้นภาษาจีนที่อีกฝ่ายใช้นั้น มันเป็นภาษาจีนแบบดั้งเดิมที่แม้เธอจะฟังออกแต่กลับรู้สึกไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย

“คุณเป็นใครหรือคะ พอจะรู้ไหมว่าฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“เจ้ามาเพราะต้องมา ในเมื่อมาแล้วก็ตามข้ามาเถิด ระหว่างนี้ยังต้องเจอกับคำถามมากมาย เจ้าอยากตอบก็ตอบ ตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องตอบ มาเถิดข้าจะนำทางให้เจ้า” จื่อชิงกล่าวเป็นนัยแล้วเดินนำหญิงสาวออกมา

“คือ... ฉันมีคำถามค่ะ หมายถึงข้าขอถามท่านสักข้อได้หรือไม่เจ้าคะ” จากภาษาไทยเปลี่ยนเป็นภาษาจีนอย่างกล้าๆ กลัวๆ จนตัวหญิงสาวเองยังรู้สึกขายหน้า ...ที่เรียนมาห้าปีนั้นไม่ได้ช่วยอะไรในยามที่กำลังประหม่าอย่างนี้

“เหม่ยเหริน เจ้าเป็นคนปรับตัวเก่ง ไม่นานเจ้าจะรู้สึกคุ้นชินดังนั้นฝึกเอาไว้เถิด เพราะเจ้ายังต้องอยู่ที่นี่อีก...ชั่วระยะหนึ่ง” จื่อชิงเว้นระยะไปเล็กน้อยคล้ายกับว่าเขาเองก็ลังเล

เหม่ยเซียนเบิกตากว้าง “คุณหมายถึงคุณรู้ว่าฉันเป็นใคร...” เหม่ยเซียนชะงักเมื่อจื่อชิงหยุดเดินแล้วหันมามอง “ท่านรู้หรือเจ้าคะว่าข้าเป็นใคร” หญิงสาวรีบแก้ประโยคคำถามเมื่อครู่ทันควัน

“ดีมาก”

“แล้ว...” เหม่ยเซียนรอคอยคำตอบจากเขาอย่างจดจ่อ

“แน่นอนข้ารู้ว่าเจ้าเป็นใครและทำไมต้องมาที่นี่ แต่ข้าจะบอกเหตุผลกับเจ้า หลังจากที่เจ้าไปพบคนที่ข้าจะพาไปพบเสียก่อน”

“อีกคำถามนะเจ้าคะ” เอ่ยขึ้นแล้วหันไปมองยังโลงน้ำแข็ง

“เช่นกันกับคำถามข้อนี้ ข้าจะตอบเจ้าหลังจากนี้เช่นกัน มาเถิดเหม่ยเหรินมากับข้า”

“เดี๋ยวนะเจ้าคะเมื่อครู่ท่านเรียกข้าว่า...”

“เหม่ยเหริน”

“แต่ชื่อของข้าคือเหม่ยเซียน”

เขายิ้ม “มาเถิดข้าจะพาเจ้าไปพบคนผู้หนึ่ง” จื่อชิงเพียงเดินนำหน้าไป

หญิงสาวหน้ามุ่ยเพราะไม่แน่ใจว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่เธอตั้งใจจะบอกหรือไม่ แต่ถึงอย่างนั้นก็เดินตามเขาไปอย่างไม่มีทางเลือก มือที่ยังคงกำจี้หยกแก้วเอาไว้แน่นคลายออกแล้วสวมมันกลับไปบนลำคอ

ก่อนเดินออกมาจากถ้ำน้ำแข็งแห่งนั้น เหม่ยเซียนอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองโลงน้ำแข็งซึ่งบัดนี้ช่องที่เธอเพิ่งจะก้าวออกมาได้ถูกปิดผนึกไปแล้ว

“ข้าไปแล้วนะเจ้าคะ” เสียงกระซิบแผ่วเบาไม่ได้รับสัญญาณตอบรับใดๆ หญิงสาวได้แต่สงสัยว่าเหตุใดตนจึงรู้สึกใจหายเช่นนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วแทบจะไม่รู้จักกับชายหนุ่มที่ไม่ตอบสนองกับเสียงกระซิบผู้นั้นด้วยซ้ำ

เมื่อเดินพ้นปากถ้ำน้ำแข็งที่หนาวเย็น เหม่ยเซียนก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น ลานกว้างสุดลูกหูลูกตาข้างหน้าคือปุยเมฆสีขาว โอบล้อมตำหนักลอยฟ้าที่กระจายกันไปตามจุดต่างๆ แต่ละตำหนักมีสะพานสีขาวทอดยาวเชื่อมเข้าหากัน ตรงจุดสูงสุดที่มองเห็นนั้นเป็นตำหนักที่ยิ่งใหญ่และดูอลังการที่สุดในบรรดาตำหนักทั้งหมด

หญิงสาวตกตะลึงจนพูดไม่ออก ได้แต่เงยหน้ามองสิ่งต่างๆ รอบกายด้วยความตื่นตาตื่นใจ กระทั่งในยามที่หันหลังกลับไปมองถ้ำน้ำแข็งที่ตนเพิ่งจะเดินออกมา หญิงสาวจึงได้รู้ว่าเหนือถ้ำน้ำแข็งนั้นยังมีตำหนักที่ใหญ่ไม่แพ้ตำหนักต่างๆ ลดหลั่นกันลงไปอีกทอดหนึ่ง

“ตำหนักเทพมังกรขอต้อนรับ” จื่อชิงพอจะเข้าใจในท่าทีของหญิงสาว ทว่าเขาต้องการให้อีกฝ่ายใช้เวลาทำความเข้าใจในสถานการณ์ช้าๆ เพราะนั่นอาจทำให้นางค่อยๆ ฟื้นคืนความทรงจำ

ยิ่งนางคืนความทรงจำได้เร็วเท่าไร  เรื่องการนำจิตวิญญาณเทพมังกรกลับมาเข้าร่าง ก็จะยิ่งเกิดขึ้นได้เร็วเท่านั้น

การที่เขาต้องรีบไปนำตัวนางกลับมาจากโลกมนุษย์ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลานั้น เพราะพลังที่หลงเหลือในร่างเทพของจื่อหมิงเริ่มถดถอยลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งนั่นก็เท่ากับความสมดุลของสวรรค์ พื้นดิน และมนุษย์เริ่มสั่นคลอน

พลังของเทพมังกร นอกจากช่วยรักษาสมดุลของความว่างเปล่าแล้ว ยังใช้ปิดผนึกประตูระหว่างแดนสวรรค์ และภพมาร หากไร้ซึ่งพลังที่ใช้ในการปิดผนึก ประตูระหว่างแดนสวรรค์และภพมารก็จะถูกทำลาย เหล่ามารและอสูรร้ายที่ถูกขังเอาไว้ก็จะหนีออกมาก่อกรรมทำเข็ญ สร้างความเดือดร้อนอันใหญ่หลวงไม่ว่าจะต่อโลกมนุษย์หรือแดนสวรรค์เองก็ตาม

ประตูสู่ภพมารดังกล่าวก็คือถ้ำน้ำแข็งที่เก็บรักษาร่างของเทพมังกรจื่อหมิง ทั้งนี้ก็เพื่อให้พลังของเทพมังกรที่หลงเหลืออยู่ สามารถปิดผนึกประตูสู่ภพมารเอาไว้ให้ได้นานที่สุด

ด้วยเหตุที่ประตูอยู่ใกล้กับแดนสวรรค์มาก จึงเป็นสาเหตุที่ทวยเทพทั้งหลาย เริ่มคิดหาหนทางป้องกันเกิดหายนะที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

จื่อชิงเสนอให้นำเทพธิดาเหม่ยเหรินกลับมาก่อนกำหนด และเขาจะเป็นผู้ที่รับผิดชอบในการช่วยเหลือนาง เพื่อทำให้นางคืนความทรงจำให้เร็วที่สุด

“เจ้าต้องไปเข้าเฝ้าองค์เง็กเซียนฮ่องเต้กับพระนางซีหวังหมู่” จื่อชิงเอ่ยขึ้นเมื่อมองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเหม่ยเซียน

“ข้าตายไปแล้วหรือเจ้าคะ” เหม่ยเซียนเอ่ยถามออกมาเสียงแผ่ว ในที่สุดก็ดูเหมือนหญิงสาวจะหาเสียงตัวเองเจอแล้ว เนื่องจากตลอดทางที่เดินตามจื่อชิงมานั้น หญิงสาวเอาแต่มองไปรอบกายด้วยอาการตื่นตะลึง

“ทุกสรรพสิ่งมีเกิดย่อมต้องมีแตกดับ เจ้าจะกลัวไปไย” จื่อชิงกล่าวเมื่อมองเห็นสีหน้าของหญิงสาว

แม้ว่าระยะห่างจากตำหนักแต่ละตำหนักจะไกลมาก แต่ตอนที่เหม่ยเซียนเดินตามจื่อชิงมานั้นกลับดูเหมือนก้าวเดินเพียงแค่ไม่ถึงสิบก้าว ราวกับว่าเมื่อก้าวเท้าออกไปนั้นสะพานที่เชื่อมระหว่างตำหนักจะช่วยย่นระยะทางให้สั้นลงกว่าที่สายตามองเห็น

“จำไว้หากเจ้าอยากตอบก็จงตอบ แต่หากไม่อยากตอบหรือไม่รู้ก็จงพูดไปตามนั้น สิ่งที่เจ้าพูดต่อไปนี้สำคัญมาก สำคัญต่อทั้งทวยเทพและเทพมังกร”

“เทพมังกร...เขา คนที่นอนอยู่ในถ้ำน้ำแข็งผู้นั้น”

“ใช่ เขาก็คือเทพมังกรจื่อหมิง สวามีของเจ้า”

“หา!” เหม่ยเซียนอุทานออกมาเสียงหลง

หญิงสาวไม่เห็นรู้ตัวสักนิดว่าตัวเองมีสวามี ก็เธอยังไม่ได้แต่งงานเลยนี่นา ที่สำคัญแม้แต่แฟนสักคนก็ยังไม่เคยมีด้วยซ้ำ แล้วทำไมขึ้นลิฟต์มาถึงที่นี่เพียงวันเดียวถึงได้มีสวามีโผล่มา หนำซ้ำเขายังเป็นถึงเทพมังกรอีกต่างหาก

นี่มันออกจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 124 จบ

    “ผมยังอยากคุยกับคุณ” เขาเอ่ยออกมาเสียงเบาทั้งยังไม่ยอมให้เหม่ยเซียนปิดประตู“กลับมาค่อยคุยก็ได้นี่คะ”จะให้เขาเข้าไปในห้องไม่ได้อีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาต้องเห็นกระเป๋าเดินทางที่เธอจัดเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อเซอร์ไพรส์เขาโดยเฉพาะ“คุณบินพรุ่งนี้ ควรกลับไปนอนพักผ่อนได้แล้ว”“แต่...” ฉู่เฟิงยังคงไม่ยินยอมเหม่ยเซียนแทบจะหัวเราะออกมาดังๆ กับท่าทางเหมือนเด็กของเขา “ฉันต้องทำงานดังนั้นคงไปส่งคุณไม่ได้ เดินทางปลอดภัยนะคะ”พูดจบก็ยิ้มหวานจากนั้นก็ค่อยๆ ดันเขาออกไปแล้วปิดประตูตาม ปล่อยให้ร่างสูงยืนทำหน้าเหงาหน้าประตู โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวต้นเหตุยังแอบมองเขาผ่านช่องประตูห้องเหม่ยเซียนพยายามบังคับให้ตัวเองใจแข็ง เนื่องจากวางแผนหลอกเขามาได้ตั้งนานเพื่อทำให้เขาประหลาดใจ ดังนั้นเธอต้องอดทน ถึงอย่างนั้นเมื่ออาบน้ำและกำลังจะเตรียมตัวเข้านอน เสียงมือถือของเธอกลับดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของฉู่เฟิงก็ได้แต่อ่อนใจหญิงสาวกดตัดสายจากนั้นก็ถอนหายใจแล้วเดินออกมาจากห้อง มือเล็กยกขึ้นกดออดคอนโดห้องตรงกันข้าม ซึ่งฉู่เฟิงเองก็เปิดออกแทบจะทันทีอาการหอบหายใจของเขาบอกได้ดีว่าเขารีบวิ่งมาเปิดประตูอย่างลนลานแค่

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 123

    “ผมเตรียมเกี้ยวเอาไว้ มีเสี่ยวหลงเปาด้วย เดี๋ยวซื้ออะไรไปทำอีกสักสองอย่างคงพอ ส่วนเกี้ยวกับเสี่ยวหลงเปาผมทำเผื่อไว้คุณเอาใส่ตู้เย็นไว้อุ่นกินวันหลังยังได้”“จริงเหรอ”แล้วบทสนทนาก็กลายมาเป็นเรื่องของกินล้วนๆ ฉู่เฟิงมองใบหน้าอารมณ์ดีของเหม่ยเซียนแล้วอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เขายังคิดว่าเธอจะโกรธนานกว่านี้ที่เห็นเขานั่งคุยอยู่กับเฮเลน ไม่คาดว่าถามแค่ไม่กี่คำหญิงสาวก็ไม่ติดใจอะไรแล้ว แถมตั้งแต่แรกเธอก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเข้าใจผิดเลยด้วยซ้ำ“คุณไม่ค่อยสนิทกันกับพี่สาวบุญธรรมสินะครับ”“ไม่สนิทเหรอคะ?! คุณดูยังไงว่าเราไม่สนิทกัน ต้องเรียกว่าไม่ถูกกันเลยต่างหาก! ขอเตือนนะถึงฉันจะไม่ใช่ผู้หญิงงี่เง่าที่ชอบโกรธหรืองอนกับเรื่องไร้สาระ แต่ฉันเป็นคนขี้หึง! ดังนั้น ทำตัวให้ดีอย่าให้ตัวเองตกเป็นเครื่องมือของผู้หญิงได้ง่ายๆ อ้อ ยกเว้นฉันไว้คนเดียวก็แล้วกัน”“ครับ” เขาหลุดหัวเราะออกมาตั้งแต่ได้พบกับเธอเขาก็พบว่ามีหลายเรื่องที่เขาคาดไม่ถึง รวมไปถึงเรื่องนี้ด้วย เหม่ยเหม่ยของเขาร้ายกาจจริงๆ เฮเลนไหนเลยจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ แบบเมื่อครู่กับเธอได้งานแถลงข่าวจบลงอย่างราบรื่น แม้ว่าบางกระแสจะซุบซิบว่าทั้งสองแถลงข

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 122

    เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเหม่ยเซียนก็ออกมานั่งลงที่โต๊ะกินข้าวซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังเคาเตอร์ครัว พื้นที่ใช้สอยและการตบแต่งคอนโดของพิมพ์พลอยแตกต่างไปจากคอนโดของเธอ ดังนั้นพอออกมาเหม่ยเซียนจึงมีโอกาสได้มองแผ่นหลังกว้างกำลังก้มหน้าง่วนอยู่หน้าเตา“อีกเดี๋ยวนะครับ”“อืม” เหม่ยเซียนก้มลงมองจานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ก่อนจะมองนมสดในแก้ว ข้างๆ ยังมีกาแฟดำของฉู่เฟิง “กาแฟของฉันล่ะ”“วันนี้ไม่ต้องทำงานไม่ใช่หรือครับ โน้ตบุ๊กน่าจะอยู่ที่คอนโดหลังเสร็จธุระจะหาทางเอามาให้ วันนี้ฉวยโอกาสนอนพักสักหน่อย งดกาแฟสักวันนะครับ”“ไม่ได้หรอกเดี๋ยวปวดหัว จิบนิดๆ ก็แล้วกัน” หญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่ยินยอม สายตาก็มองความคล่องแคล่วของฉู่เฟิง ทั้งในยามที่มือใหญ่คว้าจาน แก้วน้ำ และจับตะหลิวในครัว รวมไปถึงใบหน้าสุขุมเวลาชวนเธอคุย “คุณนี่...”“ทำไมหรือครับ”“กลัวฉันโกรธแล้วโทษว่าเป็นความผิดของคุณเหรอคะ ดูคุณไม่มีความมั่นใจเลย ไม่เหมือนตอนที่...” หญิงสาวชะงักคำพูดเพราะเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเขาจำตัวเองในตอนที่เป็นฉินฉางเหยียนไม่ได้“ช่างเถอะ ฉันไม่โกรธหรอก เรื่องนี้จะโทษคุณฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ฉันมันรนหาที่เอง อีกอย่างเรื่องที่เฮ

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 121

    “คุณกับน้องสาวเป็นคนมีชื่อเสียง ฉันพอจะเข้าใจค่ะว่าคงเลี่ยงเรื่องข่าวไม่พ้น แต่สิ่งที่คุณทำวันนี้มันส่งผลกระทบต่อหลายคนคุณเคยคิดเรื่องนี้บ้างไหมคะ ไหนจะพ่อกับแม่และน้องสาวของฉัน ไหนจะเรื่องงาน หลังจากเรื่องวันนี้ฉันมั่นใจว่านักข่าวจะขุดคุ้ยเรื่องของฉัน และมันจะส่งผลกระทบต่อคนที่ฉันรักหลายคน” เหม่ยเซียนเอ่ยจบก็ก้าวลงไปจากรถ จากนั้นก็หันกลับมาหาเขาอีกครั้ง “กลับไปก่อนเถอะค่ะ ฉันอยากคิดอะไรคนเดียว ชุดนี้เดี๋ยวจะส่งกลับไปให้ทีหลัง”ฉู่เฟิงมองดูแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจากไปด้วยความกระวนกระวาย ถึงอย่างนั้นเขาก็พยักหน้าให้คนขับออกรถไป เนื่องจากเขายังมีเรื่องอีกมากให้ต้องจัดการไหนจะเรื่องข่าวที่จะออกมาพรุ่งนี้ไหนจะเรื่องที่หญิงสาวกังวล นั่นคือเรื่องที่นักข่าวต้องขุดคุ้ยเรื่องของเธอและครอบครัวของเธอขึ้นมาแน่ๆ“เหม่ยเหม่ย!!”พิมพ์พลอยตะโกนมาตามสายทันทีที่อีกฝ่ายกดรับ “รออยู่เลยนี่ถ้ายังไม่โทรมาจะปิดเครื่องแล้ว” เหม่ยเซียนหัวเราะ “เดี๋ยว อย่าเพิ่งโวยวาย ตอนนี้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่หรือเปล่า” “ใช่ โทรไปที่คอนโดแต่ไม่มีใครรับ ห่วงกันจะแย่” “เหม่ยเหม่ยอยู่ที่คอนโดของพลอย มา

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 120

    ฉู่เฟิงที่กำลังระงับอารมณ์พลุ่งพล่านมองริมฝีปากแดงเรื่อตรงหน้าอย่างหลงใหล ขณะที่พูดลมหายใจอบอุ่นของเขาเป่ารดลงไปยังแก้มนวล ทำให้หญิงสาวหน้าแดงซ่านขึ้นอย่างจนใจ แม้ไม่ได้สบตาแต่กลับรับรู้ได้ถึงสายตาร้อนแรงที่อีกฝ่ายจ้องมองหน้าอกที่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ กระทั่งไม่อาจแยกแยะว่าจังหวะรัวแรงถี่ยิบนั้นเป็นของใครกันแน่ เสียงหอบหายใจและสายตาร้อนแรงของฉู่เฟิง ทำให้เหม่ยเซียนร่างแข็งทื่อไม่กล้าขยับ เธอก้มหน้าลงมองแผ่นอกแกร่งตรงหน้า ไม่มีความกล้าที่จะเงยขึ้นสบตากับเขาภาพความทรงจำในอดีตที่มาพร้อมกับจุมพิตของเขา ทำให้เหม่ยเซียนพ่ายแพ้เธอรักเขา...ไม่ว่าเขาจะเป็นเทพมังกรจื่อหมิงฉินฉางเหยียนหรือแม้กระทั่งตอนนี้เขากลายเป็นฉู่เฟิงที่จดจำเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่ได้เหม่ยเซียนร้องไห้ออกมาเงียบๆ และนั่นทำให้ฉู่เฟิงตกใจ เขารั้งหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอด กดศีรษะเล็กให้พิงเข้ากับบ่ากว้าง “ผมขอโทษ”ประโยคนั้นทำให้เหม่ยเซียนมั่นใจ จุมพิต...ไม่อาจคืนความทรงจำใดๆ ให้เขา ดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้นและยกมือทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบคอเขา รั้งเขาให้ก้มลงมาหาริมฝีปากอิ่มกดริมฝีปากหนาของเขาแผ่วเบา จากน

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 119

    ห้องรับแขกที่รกรุงรังเกิดเสียงโครมครามขึ้นเป็นระยะๆ ฉู่เฟิงทำได้เพียงแค่อมยิ้มและแอบเหลือบมอง จากนั้นเขาก็กลับมามีสมาธิกับอาหารเช้าสำหรับสองคนต่อไปผ่านไปครู่หนึ่งไข่คนเคียงคู่มากับขนมปัง ไส้กรอก แฮม และแพนเค้กมันฝรั่งก็พร้อมเสิร์ฟ กลิ่นหอมของอาหารเช้าช่วยหยุดคำต่อว่าก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดีถึงอย่างนั้นระหว่างที่กำลังทำสงครามกับไข่คนแสนอร่อยอย่างจริงจัง สายตาของหญิงสาวกลับเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าฉู่เฟิ่งสวมเพียงชุดลำลองที่ดูไม่เป็นทางการฉู่เฟิงก้มลงมองตัวเองก่อนจะเข้าใจในสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนั้น “ผมเพิ่งซื้อห้องที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม จากวันนี้เราเป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว”เคร้ง!!เสียงมีดกับส้อมกระทบจานทำให้ฉู่เฟิงเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว “ดีใจขนาดนั้นเลย?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม “จากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะครับ จนกว่าคุณจะใจอ่อนยอมตกลงทำความฝันของผมให้เป็นความจริง ตั้งแต่วันนี้ผมก็จะมาคอยตามตื้อคุณทุกวัน”“นี่!!!” เหม่ยเซียนถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียวนับจากวันที่ฉู่เฟิงจู่โจมเข้าไปในคอนโดของเหม่ยเซียน หญิงสาวตระหนักว่าทุกอย่างที่พูดเขาหมายความตามนั้นจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกอะไรเพราะหัวใจ

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 48

    “ช่างเถิดอย่างไรเสียการมาถึงของเรานับว่าไม่สูญเปล่า เราหาดวงจิตหนึ่งในสองของเทพมังกรพบแล้ว” เหม่ยเซียนเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ใบหน้ามองตรงไปยังหน้าต่างเบื้องหน้านิ่งเมื่อความเงียบยามค่ำคืนเข้ามาเยือน หญิงสาวที่ยังคงจมอยู่กับความคิดของตัวเองนอนเหม่อมองม่านเตียงนอนอย่างกลัดกลุ้ม เรื่องราวมากมายที่ไม่คิด

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 47

    ...พบแล้ว นางพบดวงจิตของเทพมังกรจื่อหมิงแล้ว เป็นเขาแน่นอน!!“นี่คือความบังเอิญหรือความตั้งใจ หากเป็นความตั้งใจแล้วมันคือความตั้งใจของผู้ใด แล้วหากเป็นความบังเอิญ...ใครเล่าเป็นผู้ลิขิต ในเมื่อเทพแห่งชะตาหาใช่ผู้ดูแลในดวงชะตาของผู้คนภายในแดนมายาแห่งนี้ หรือว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นโดยไร้ซึ่งเหต

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 46

    แดนมายาแท้จริงแล้วก็คือโลกใบหนึ่ง ผู้คนที่นี่มีการแบ่งแยกชนชั้น ฐานะ มีกษัตริย์ปกครอง มีความรัก โลภ โกรธ หลง มีการแก่งแย่งชิงดีพูดง่ายๆ ก็คือพวกเขามีทุกอย่างที่เหมือนมนุษย์ทั่วไป เพียงแต่ความล้าหลังนั้นยังคงมีมากกว่า หากให้เหม่ยเซียนเทียบแดนมายาแห่งนี้ กับโลกมนุษย์ในยุคเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารไร้

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 45

    “นายหญิงเกรงใจไปแล้ว เราทั้งสามคนเป็นคนของนายหญิง แน่นอนว่าย่อมรับใช้ท่านอย่างสุดกำลัง” ทั้งสามคนคุกเข่าลงตรงหน้านางก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันราวกับนัดหมาย“ลุกขึ้นเถิด เรามีเรื่องอีกมากต้องปรึกษาหารือกัน”“ข้าน้อยนำเครื่องประดับของท่านไปจำนำ ยังดีที่ได้ราคาสูงพอสมควร คิดว่าอีกไม่นานคงต้องหา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status