ย้อนรักสี่คราลวงชะตาเคียงท่าน

ย้อนรักสี่คราลวงชะตาเคียงท่าน

last updateDernière mise à jour : 2025-07-04
Par:  เทียนสื่อComplété
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
56Chapitres
3.9KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

จะทำเช่นไรเมื่อสวรรค์ให้โอกาสเป็นสาวพรหมจรรย์อีกครั้ง หลังจากถูกสวามีลงทัณฑ์ถึงสามหน นางอยากสะบั้นดวงชะตากับเขา เหตุใดชาตินี้อีกฝ่ายจึงต้องดื้อดึงบีบคั้นเพื่อผูกดวงชะตากับนางอีกคราให้ได้ด้วยเล่า!!…

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 ชายารองต่างแคว้น

"ท่านอยากลงทัณฑ์ข้าก็ลงมือเถิด ไยต้องทรมานกันถึงเพียงนี้" สุ้มเสียงที่เคยสดใสสั่นเครือแหบพร่า ฉงเสว่ปิงพยายามกล้ำกลืนก้อนสะอื้นและเสียงครวญครางซึ่งจุกอยู่ในลำคอไม่ให้เล็ดลอดออกมา 

อาภรณ์งดงามถูกฉีกทึ้งขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดี แท่งทวนขนาดใหญ่เปียกชื้นกระทั้นเข้าออกในโพรงบุปผาอย่างไม่ปรานีซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือหยาบกร้านดึงรั้งแขนเล็กไพล่หลัง ร่างกำยำโน้มลงแนบชิดกายขาวเนียนดุจหยกเนื้อดี บุรุษผู้ควบคุมแรงปรารถนาเบื้องบนเปล่งเสียงกระเส่าระคนดุดัน "เจ้าเป็นชายารองของข้า ทว่าแอบคบชู้สู่ชาย ก่อนข้าส่งเจ้าไปลงปรโลก ข้ายังใจดีมอบความสุขครั้งสุดท้ายให้ ยังไม่คิดขอบคุณอีกหรือ" 

ใบหน้างามซับสีแดงระเรื่อเบี่ยงมองด้านข้าง ฟันเรียงสวยขบแน่นจนกายสั่นระริก "ชินอ๋อง ข้าไม่เคยต้องการสักนิด อีกอย่างลีลาของท่านนั้นมันไม่ได้เรื่อง! ข้าหรือจะมีความสุข หากใคร่อยากนักควรไปลงกับสนมของท่าน ในเมื่อเชื่อในคำพูดของนางแต่ไม่รับฟังข้า ก็รีบส่งข้าไปปรโลกเถอะ คนอำมหิต!" 

ไต้ฮ่าวเฉินกัดฟันกรอด ยิ่งได้ยินวาจาประชดประชันความโกรธเกรี้ยวก็ยิ่งปะทุเป็นทบทวีคูณ เขาเพิ่มแรงกระแทกบดอัดอาวุธร้ายของบุรุษเข้าไปอย่างดุดันเสียจนอีกฝ่ายร้องครางไม่เป็นศัพท์ "ฉงเสว่ปิง! เจ้าปากกล้านัก ไม่ต้องเร่งร้อนเดินทางถึงเพียงนั้น ไว้ข้าอิ่มหนำในกายเจ้าจนเบื่อหน่ายข้าจะส่งเจ้าไปแน่นอน" 

"อื้อ!...ปล่อยข้า ข้าเกลียดท่าน" 

"เจ้าเกลียดข้าหรือ อย่าลืมว่าคนที่เจ้าบอกว่าเกลียดก็คือสวามีที่ถูกต้องของเจ้า" ไต้ฮ่าวเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น

ฉงเสว่ปิงเหลียวมองเหยือกสุราพิษข้างเตียงที่ชินอ๋องเตรียมไว้ให้นางด้วยดวงตาแดงก่ำ ทว่ามือยังถูกจับไพล่หลัง หนำซ้ำอีกฝ่ายกำลังควบคุมเกมสวาทเสียจนสรรพางค์ไหวสะท้าน

ไต้ฮ่าวเฉินจับกายบอบบางพลิกขึ้นประจันหน้าตน เมื่อสบโอกาสฉงเสว่ปิงจึงยกเท้ายันร่างกำยำทันควัน

โครม!

จากนั้นจึงคว้าหยกลายวิจิตรที่บรรจุสุราพิษขึ้นจรดริมฝีปาก แม้เรี่ยวแรงหลงเหลือกะพร่องกะแพร่งก็ตามทีทว่าอีกฝ่ายไม่ทันระวังตัว จึงส่งผลให้เขาเกิดอาการซวนเซและหล่นลงจากเตียงโดยไม่รู้ตัว 

ใบหน้าหล่อเหลาทว่าร้ายกาจดุจปีศาจถลึงตามองชายาถือดีอย่างนึกคาดโทษ "ฉงเสว่ปิง! เจ้าบังอาจนัก!" 

"ฮ่าวเฉิน!! ท่านมันจอมปีศาจ ข้าไม่เคยอยากแต่งงานกับท่าน ชินอ๋องอะไร ยศถาอะไร ข้าไม่เคยต้องการจากท่านแม้เพียงนิด ตั้งแต่ข้าก้าวเท้าเข้าแคว้นไต้เจียข้าก็ไม่เคยรู้จักความสุขและความยุติธรรม ท่านมันจอมสับปลับ มีแต่พวกริษยาแก่งแย่งชิงดี ชาติหน้าฉันใดอย่าได้พบเจอกันอีกเลย!"

ฉงเสว่ปิงเขม้นมองอีกฝ่ายด้วยแววตาแดงก่ำ มีอย่างที่ใดต้องข่มเหงนางก่อนคิดสังหาร คนใจดำอำมหิตนางเกลียดเขายิ่งนัก คนมักมากในกาม 

"เจ้าจะทำอะไร หยุดนะเสว่ปิง!" 

นัยน์ตาคมเข้มเบิกกว้างตะลึงลาน เขารีบดันกายของตนขึ้นด้วยความรวดเร็ว ทว่ากลับช้าไปครึ่งก้าว ฉงเสว่ปิงกระดกสุรากรอกเข้าปากของตนจนเปียกลู่ตั้งแต่ลำคอลามไล่จนถึงปทุมขาวราวงาช้าง นัยน์ตาดอกท้อแดงก่ำ ลมหายใจเริ่มติดขัด ความร้อนรุ่มเดือดพล่านไปทั่วเรือนร่าง 

ไต้ฮ่าวเฉินตะลีตะลานตื่นตกใจ เขากระชากเหยือกสุราหมับ จากนั้นจึงเขวี้ยงลงพื้นด้วยความโมโห

เพล้ง!

ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายรับราชโองการประทานสุราพิษมาให้นางเองโดยแท้ เพียงเพื่อต้องการลงทัณฑ์อีกฝ่ายตามกฎมณเฑียรบาลของแคว้น ทว่าเมื่อนางชิงลงมือปลิดชีพตนไปก่อน จิตใจของเขากลับร้อนรุ่มอย่างยากอธิบาย ไต้ฮ่าวเฉินรุดเข้าประคองร่างบอบบางซึ่งอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงไว้บนอ้อมแขน

"ฉะ...ฉงเสว่ปิง นี่เจ้า!..." 

"ท่านอ๋อง...ท่านและข้าอย่าได้พานพบกันอีกเลย คนโง่งม ขะ...ข้าเกลียดท่าน" เปลือกตาบางค่อย ๆ หลับลงเชื่องช้า ลมหายใจขาดสะบั้นลงในที่สุด 

ไต้ฮ่าวเฉินมองภาพชายาสิ้นใจด้วยอาการพรึงเพริดประดุจชีวิตนี้กำลังสูญเสียสิ่งที่หวงแหน เขาเขย่าร่างสตรีในอ้อมแขนราวคนเสียสติ "ไม่นะ...เสว่ปิง ข้ายังไม่อนุญาตให้เจ้าตาย เจ้าก็อย่าตาย!!" 

เสียงแหบแห้งร้องตะโกนระคนไปด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้น 

.

.

เฮือก!!...

ฉงเสว่ปิงดีดกายผึง เสียงหายใจหอบเหนื่อยดังก้องทั่วห้อง 

"หวาดกลัวจนสติเลอะเลือนไปแล้วหรือ" เสียงทุ้มโพล่งขึ้น 

ฉงเสว่ปิงหันหน้าขวับ ดวงตากลมโตเบิกกว้างตะลึงงัน "ท่านอ๋อง นี่ท่าน!?" 

คิ้วเข้มเลิกขึ้นหยั่งเชิง "ทำไม ข้าอะไรของเจ้า สุรามงคลไม่อยากดื่ม ไยจึงชอบดื่มสุราลงทัณฑ์ หืม... ข้ามอบความสุขให้ถึงใจจนต้องร้องขออีกหรือไร" 

ข้ายังไม่ตาย หรือว่าข้าย้อนกลับมาเวลาเดิมอีกครั้ง 

"ข้ากลับมาที่นี่ได้อย่างไร!?" ฉงเสว่ปิงลดสายตามองเรือนร่างเปลือยเปล่าของตน พลางสำรวจสิ่งของต่าง ๆ รอบห้อง ทุกอย่างเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน เพียงเสี้ยวเวลาเดียวเท่านั้น ฉงเสว่ปิงจำได้ว่าภายในกายร้อนรุ่มทรมานจนขาดใจตายไปแล้วแท้ ๆ คาดไม่ถึงยามนี้นางได้ย้อนกลับมาในช่วงเวลาเดิม น่าขันสิ้นดี โอกาสเช่นนี้อย่ามียังดีเสียกว่า

"สตรีแพศยา เจ้าแสร้งทำหน้างงงวยใด เมื่อครู่ยังนอนครางเรียกชื่อข้าไม่ขาดปาก" แววตาของเขาเย็นเยียบ ทั้งยังแห้งแล้งไร้น้ำใจ 

"หน็อย...ข้าอุตส่าห์กรอกเหล้าพิษชิงตายไปก่อนก็ยังกลับมาพบหน้าท่านอีกหนงั้นหรือ ท่านอ๋อง! ตกลงแล้วท่านคือจอมปีศาจหรือไร" ดวงตากระจ่างใสของนางเต็มไปด้วยเปลวโทสะ 

ไต้ฮ่าวเฉินเหยียดยิ้ม "พูดจาเพ้อเจ้อใด ถึงข้าตั้งใจมอบเหล้าพิษให้แก่เจ้า ทว่ายามนี้ยังไม่ถึงเวลา" 

"ถึงหรือไม่ ใช่ว่าท่านเป็นผู้กำหนด ในเมื่ออยากให้ข้าตายนัก หนนี้ข้าหวังว่าจะได้ตายสมใจ และอย่าได้หวนมาพบท่านอีก!" 

ไหน ๆ ก็ต้องตายอยู่แล้ว ถึงข้ามีโอกาสอีกคราแล้วอย่างไร ไม่เห็นหรือว่าตอนนี้ก็ยังย้อนกลับมาช่วงเวลาก่อนตายไม่นาน เหอะ! สวรรค์ท่านช่างรู้จักเล่นเสียจริง อยากให้ข้าทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพียงนั้นเชียวรึ

ฉงเสว่ปิงตัดสินใจกรอกเหล้าพิษอีกครั้ง ความร้อนรุ่มกัดกร่อนจนรู้สึกเจ็บปวด นางนอนแดดิ้นลงบนพื้นเย็นเยียบ ครานี้ไต้ฮ่าวเฉินไม่ได้วิ่งเข้าประคองนางอีกแล้ว ดวงตาสุดท้ายที่เขามองมาที่นางล้วนเต็มไปด้วยความเย็นชา 

ฉงเสว่ปิงแค่นยิ้มให้ตนในใจ 

เหอะ! ฮ่าวเฉินอ๋อง ทั้งที่ข้าไม่ได้กระทำผิด ข้าไม่เคยนอกใจท่านแม้เพียงน้อย ทว่าท่านกลับหูเบาหลงเชื่อมารยาร้อยเล่มเกวียนของสนมจิตใจสกปรก กล้ากระทั่งประทานสุราพิษนี้แด่ข้า คนมักมากข้าได้ตายจากท่านไปเสียคงนับว่าเป็นทางออกอันดีที่สุด ข้าขอให้ท่านเจ็บปวดยิ่งกว่าข้าร้อยเท่าพันทวี อ๋องอำมหิต นับจากนี้อย่าได้พบกันอีกเลย

นัยน์ตาคู่งามปิดลงช้า ๆ หนนี้นางหวังเพียงว่าหากสวรรค์อยากให้โอกาสตนจริง ๆ ได้โปรดอย่าได้พบหน้าของฮ่าวเฉินอ๋องอีกเลย 

.

.

"พระชายา พระชายาเพคะ" เสียงตื่นตระหนกร้องเรียกเป็นระยะ 

ผู้ใดอีกเล่า มู่หลินรึ ตกลงข้าตายแล้วหรือยัง เหตุใดจึงได้ยินเสียงเรียกพระชายาจากมู่หลินเล่า คงไม่เป็นเช่นข้าคิดใช่หรือไม่

ฉงเสว่ปิงเปิดปรือดวงตาขึ้นแช่มช้าด้วยหัวใจไหวระทึก ห้องนอนนี้เป็นของนาง ทว่านางมิได้อยู่ที่แคว้นสุ่ยเหอ ยามนี้ฉงเสว่ปิงยังคงตื่นขึ้นมาที่แคว้นไต้เจีย

เดิมทีนางถูกรับเข้ามาเป็นพระชายารองของชินอ๋อง เพราะสองแคว้นมีพันธสัญญาสงบศึกโดยต้องอภิเษกเชื่อมสัมพันธ์ กระนั้นอ๋องผู้เป็นสวามีกลับยืนกรานไม่รับสตรีใดเป็นชายาเอก ถึงฉงเสว่ปิงมีศักดิ์เป็นองค์หญิงแล้วอย่างไร ชินอ๋องผู้นี้มิได้เกรงใจหรือไว้หน้าแคว้นสุ่ยเหอสักนิด คนหยาบช้า

ทว่าพันธสัญญานับเป็นราชโองการแผ่นดิน ทั้งสองไม่อาจบ่ายเบี่ยง ฉงเสว่ปิงจึงถูกตกแต่งเข้ามาเป็นชายารองของเขาด้วยความจำใจ หลังจากรับชายารองไม่ถึงเดือน ขุนนางในวังก็ยัดเยียดบุตรสาวของตนประเคนแด่ไต้ฮ่าวเฉิน ส่งเสริมขึ้นเป็นสนม เพื่อหวังเพียงลาภยศอำนาจที่ชินอ๋องมีมากล้นคุ้มกะลาหัว 

ดูเหมือนสถานะนางสนมคงดูไร้ค่าตกต่ำ สนมผู้นั้นอยากได้ตำแหน่งพระชายา ถึงแม้จะเป็นเพียงชายารองก็ตาม แต่แล้วอย่างไรในเมื่อชินอ๋องมิได้ต้องการรับชายาเอกแม้สักคน สนมนางนั้นจึงวางแผนกำจัดฉงเสว่ปิง ลอบวางยาชายารองแสนโปรดปราน ซ้ำยังใส่ร้ายป้ายสีฉงเสว่ปิงว่านางคบชู้สู่ชาย 

ทันทีที่ความงงงวยมลายหายไป ฉงเสว่ปิงจึงเข้าใจกระจ่างชัดว่ายามนี้เกิดสิ่งใดขึ้น ไยนางจึงยังไม่ตายสมใจเสียที สวรรค์ต้องการเล่นสนุกใดกับชีวิตนางกันแน่ ลงทัณฑ์งั้นหรือ ทรมานหนเดียวไม่หนำใจอยากให้นางแดดิ้นตายหลายร้อยคราหรืออย่างไร 

นี่สินะที่เรียกว่าสวรรค์ไร้เมตตา 

ฉงเสว่ปิงแหงนเงยหน้าขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสวามีเขม้นมองจ้องกินเลือดกินเนื้อ 

"ท่านอ๋อง นี่ข้า...กลับมาที่นี่อีกครั้งงั้นหรือ" ฉงเสว่ปิงยกมือคลึงขมับ 

เสียงทุ้มตะเบ็งด้วยความกราดเกรี้ยว "ยังมีหน้ามาเสแสร้งเล่นละครตลบตะแลงใด นี่เจ้าทำเรื่องงามหน้ายังไม่รู้สำนึกอีกหรือ" 

ฉงเสว่ปิงระบายลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ มีอย่างที่ไหนย้อนกลับมาอีกครั้งก็ยังหนีไม่พ้นจอมปีศาจ ทว่ามือของนางกลับควานต้องบางสิ่ง เมื่อเลิกผ้าห่มข้างกายออกจึงพบว่ามีบุรุษล่ำสันหน้าตาหล่อเหลานอนเปลือยกายอยู่ด้านข้าง 

ฉงเสว่ปิงเบิกตากว้างตะลึงลาน หัวใจเต้นกระหน่ำแทบกระดอนออกนอกอก

บัดซบยิ่ง ข้าย้อนกลับมาวันที่ถูกใส่ความ ก่อนที่อ๋องอำมหิตจะประทานสุราพิษให้เพียงไม่กี่ชั่วยามงั้นหรือ!

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
56
บทที่ 1 ชายารองต่างแคว้น
"ท่านอยากลงทัณฑ์ข้าก็ลงมือเถิด ไยต้องทรมานกันถึงเพียงนี้" สุ้มเสียงที่เคยสดใสสั่นเครือแหบพร่า ฉงเสว่ปิงพยายามกล้ำกลืนก้อนสะอื้นและเสียงครวญครางซึ่งจุกอยู่ในลำคอไม่ให้เล็ดลอดออกมา อาภรณ์งดงามถูกฉีกทึ้งขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดี แท่งทวนขนาดใหญ่เปียกชื้นกระทั้นเข้าออกในโพรงบุปผาอย่างไม่ปรานีซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือหยาบกร้านดึงรั้งแขนเล็กไพล่หลัง ร่างกำยำโน้มลงแนบชิดกายขาวเนียนดุจหยกเนื้อดี บุรุษผู้ควบคุมแรงปรารถนาเบื้องบนเปล่งเสียงกระเส่าระคนดุดัน "เจ้าเป็นชายารองของข้า ทว่าแอบคบชู้สู่ชาย ก่อนข้าส่งเจ้าไปลงปรโลก ข้ายังใจดีมอบความสุขครั้งสุดท้ายให้ ยังไม่คิดขอบคุณอีกหรือ" ใบหน้างามซับสีแดงระเรื่อเบี่ยงมองด้านข้าง ฟันเรียงสวยขบแน่นจนกายสั่นระริก "ชินอ๋อง ข้าไม่เคยต้องการสักนิด อีกอย่างลีลาของท่านนั้นมันไม่ได้เรื่อง! ข้าหรือจะมีความสุข หากใคร่อยากนักควรไปลงกับสนมของท่าน ในเมื่อเชื่อในคำพูดของนางแต่ไม่รับฟังข้า ก็รีบส่งข้าไปปรโลกเถอะ คนอำมหิต!" ไต้ฮ่าวเฉินกัดฟันกรอด ยิ่งได้ยินวาจาประชดประชันความโกรธเกรี้ยวก็ยิ่งปะทุเป็นทบทวีคูณ เขาเพิ่มแรงกระแทกบดอัดอาวุธร้ายของบุรุษเข้าไปอย่างดุดันเสียจนอีกฝ่ายร้อง
Read More
บทที่ 2 ชายารองร้องขอสุราพิษ
ฉงเสว่ปิงถอนหายใจอย่างนึกปลดปลง จะพิสูจน์ความจริงว่าตนยังไม่เกินเลยกับบุรุษแปลกหน้าก็ทำไม่ได้ ในเมื่อแต้มพรหมจรรย์ของนางมลายหายไปตั้งแต่วันแรกที่เข้าหอกับชินอ๋องแล้วนี่อย่างไร หนำซ้ำชายผู้นี้ยังปากแข็งเสียด้วย ดูเหมือนคงพร้อมสละชีพแล้วจริง ๆ ไม่รู้ว่าสนมซินทำอย่างไรจึงสามารถยืมดาบฆ่าคนได้เฉียบขาดเพียงนี้ "เอาล่ะท่านอ๋อง ข้าเบื่อหน่ายเต็มทน หากครั้งนี้ข้ายังไม่ตายข้าจะไม่ยอมแพ้อีกต่อไป ท่านเอาสุราพิษมาเถิด" ฉงเสว่ปิงกล่าวเนิบนาบ ท่าทางของนางไม่อนาทรร้อนใจ สีหน้าเรียบเฉยเช่นนี้ส่งผลให้คนมองรู้สึกกรุ่นโกรธยิ่งนัก นางทำราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อยก็เท่านั้น คิ้วเข้มขมวดฉับ ไต้ฮ่าวเฉินกัดฟันกรอด ฝ่ามือกว้างคว้าหมับบริเวณข้อมือเล็ก เขากระชากกายของนางลอยหวือติดมือ จากนั้นจึงยกร่างบอบบางขึ้นพาดบ่าด้วยความกราดเกรี้ยว"อ๊ะ!...ท่านอ๋อง ปล่อยหม่อมฉัน" "อยู่นิ่ง ๆ ก่อนข้าจะหมดความอดทนกับเจ้า!" ทว่าฉงเสว่ปิงไม่เกรงกลัวเขา ถึงอย่างไรอีกไม่กี่ชั่วยามนางก็ต้องได้รับเหล้าพิษตายอีกหนอยู่ดี เพียงแต่ครานี้นางจะไม่ยินยอมให้เขาข่มเหงรังแกเช่นสองครั้งที่ผ่านมาแล้ว "ปล่อยข้า ท่านเอาสุราพิษมา!" เพียะ!ฉงเสว่
Read More
บทที่ 3 ตำหนักปิงสุ่ยของข้า (1/2)
"องค์หญิง องค์หญิงเพคะ" อีกแล้วหรือ เสียงผู้ใดกัน ครานี้เรียกข้าองค์หญิงรึแพขนตางอนไหวระริก เปลือกตาบางขยับแผ่ว ดวงตากลมโตเปิดปรือเชื่องช้า ดูเหมือนครานี้นางไม่รู้สึกตื่นเต้นใดแล้ว ปรโลกไม่ต้องการ สวรรค์กลั่นแกล้ง หรือการจบชีวิตโดยวิธีกรอกสุราไม่อาจทำให้นางตายได้จริง ๆ กันเล่า"องค์หญิง ตื่นบรรทมเถิดเพคะ" ฉงเสว่ปิงผินหน้ามองอีกฝ่าย ดวงตากลมโตกะพริบขึ้นลงปริบ ๆ "มู่หลิน เจ้าเองหรือ" "หม่อมฉันเองเพคะ ตะวันทอแสงแล้วฝ่าบาทและพระชายารอองค์หญิงที่ห้องเสวยแล้วเพคะ" ฉงเสว่ปิงเลิกคิ้ว พลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง ดวงตากลมโตเป็นทุนเดิมเบิกกว้างตื่นตะลึง "นะ...นี่..." "นี่อะไรหรือเพคะ" มู่หลินกะพริบตางุนงง ฉงเสว่ปิงหันหน้าขวับ "มู่หลิน ข้าแต่งงานหรือยัง!" "องค์หญิง ท่านยังไม่ได้อภิเษกนะเพคะ ถึงจะมีสัญญาหมั้นหมายกับชินอ๋อง แต่ว่ากำหนดวันอภิเษกคืออีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเพคะ" ฉงเสว่ปิงฉีกยิ้มลิงโลด "หนึ่งเดือนข้างหน้า มู่หลินบอกข้าทีว่าตอนนี้ข้าอยู่ในตำหนักปิงสุ่ย" มู่หลินพยักหน้าหงึกหงัก "เพคะ ยามนี้องค์หญิงอยู่ตำหนักปิงสุ่ยแคว้นสุ่ยเหอขององค์หญิงและฝ่าบาทเพคะ" ฉงเสว่ปิงลุกพรวด ร่างบอบบางกระ
Read More
บทที่ 3 ตำหนักปิงสุ่ยของข้า (2/2)
ฉงเสว่ปิงแหงนมองบิดา นางผละกายจากร่างสูงใหญ่ แล้วจึงสาวเท้าไปเบื้องหน้าเฉิงเหยา เอ่ยเสียงอ้อมแอ้มพลางทำสีหน้าออดอ้อน "เสด็จแม่เพคะ ท่านรักข้าหรือไม่""ปิงเอ๋อร์ เจ้าเป็นอันใดหรือ มีเรื่องไม่สบายใจใด" ผู้เป็นมารดาเอื้อมมือขึ้นลูบศีรษะบุตรธิดาด้วยความห่วงใย"ท่านตอบข้าก่อน""หากพ่อแม่ไม่รักลูกจะให้ไปรักผู้ใดงั้นหรือเด็กโง่"จากสีหน้าแย้มยิ้ม จู่ ๆ ก็มีน้ำตาพรั่งพรูออกมา เฉิงเหยาตื่นตระหนก ฉงเสว่ปิงรัดกายมารดาแน่นยิ่งขึ้น "เสด็จแม่ ฮึก...ฮือ...ข้าไม่อยากแต่งงานกับชินอ๋องเพคะ"ฉงเจิ่งหมินและเฉิงเหยาตัวแข็งทื่อ จากนั้นจึงเรียกสติกลับ ฝ่ามือยังคงลูบศีรษะคนในอ้อมกอดเนิบช้า"ทำไมเล่า ก่อนหน้าเจ้าก็มิได้ขัดอะไร อีกอย่างหากเจ้าไม่แต่งงานออกไปรู้หรือไม่จะเกิดเรื่องราวใหญ่โตเพียงไหน"ฉงเสว่ปิงพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ นางพยักหน้าหงึกหงัก แล้วจึงผละจากอ้อมแขนมารดา "แล้วถ้าหากลูกแต่งออกไป จากนั้นมีคนทำร้ายลูกจนถึงแก่ชีวิต เสด็จแม่และเสด็จพ่อจะทำอย่างไรเพคะ"ทั้งสองตกใจเบิกตากว้าง ฉงเจิ่งหมินโพล่ง "ปิงเอ๋อร์ เจ้าเอ่ยวาจาอัปมงคลใด หากเป็นเช่นนั้นจริงพ่อหรือจะนิ่งดูดาย""ฮึก!..." ฉงเสว่ปิงสะอึกหนึ่งครา
Read More
บทที่ 4 สาส์นถอนหมั้น (1/2)
"ท่านพี่เหยียนเฟิง" ฉงเสว่ปิงลุกพรึบ จากแววตาเศร้าสร้อยแปรผันเป็นยิ้มร่าดีอกดีใจ ร่างบอบบางถลันเข้าหาบุรุษตัวสูงทันควัน เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มอบอุ่นดั่งฤดูใบไม้ผลิ ฝ่ามือหยาบกร้านจากการกรำศึกง้างธนูยกขึ้นยีศีรษะอีกฝ่ายแผ่วเบา "เด็กดื้อ เจ้ากำลังสร้างความลำบากใดให้เสด็จพ่อเสด็จแม่กันเล่า" ฉงเสว่ปิงนิ่วหน้า "ข้าเปล่าเสียหน่อย" ตู้เหยียนเฟิงส่ายหน้าพลางอมยิ้มอย่างนึกเอ็นดู"ปิงเอ๋อร์ วิ่งกระโดกกระเดกเช่นนี้ได้อย่างไร โตเป็นสาวแล้ว ไยจึงเกาะแขนเกาะขาพี่เขาอย่างนั้นเล่า" เฉิงเหยาตำหนิเสียงแผ่ว "เสด็จแม่อย่าต่อว่านางเลยพ่ะย่ะค่ะ เดิมทีนางกับข้าเราก็สนิทสนมกันตั้งแต่เยาว์" ตู้เหยียนเฟิงกล่าว"ได้อย่างไร เจ้าเองก็เป็นบุรุษ ควรออกเรือนมีชายาและองค์หญิงองค์ชายน้อยให้แม่กับเสด็จพ่ออุ้มได้แล้ว" ตู้เหยียนเฟิงค้อมศีรษะ "เสด็จแม่ ช่วงนี้แถบชายแดนยังไม่สงบ เรื่องนี้กระหม่อมยังไม่เร่งร้อนพ่ะย่ะค่ะ" ผู้เป็นดั่งบิดามารดาแห่งแคว้นสุ่ยเหอต่างระบายลมหายใจอ่อน เสียงทุ้มเอ่ย "เอาเถิด พวกเจ้าสองพี่
Read More
บทที่ 4 สาส์นถอนหมั้น (2/2)
"ฝ่าบาท หนังสือขอยกเลิกการหมั้นหมายจากแคว้นสุ่ยเหอพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีค้อมศีรษะลงพลางยื่นสาส์นสีแดงเหลือบทองไปเบื้องหน้า"หืม..." ไต้จวิ้นหยู่เหลือบมองอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนผินหน้ามองไต้ฮ่าวเฉินอีกฝ่ายได้ยินคำกล่าวเมื่อครู่ชัดถนัดหู ทว่าท่าทีของเขากลับยังใจเย็นดุจหุบเขาน้ำแข็ง มือหยาบระคายยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างไม่อนาทรร้อนใจ"ฮ่าวเฉิน""พ่ะย่ะค่ะ" เขาวางชาถ้วยนั้นลง พลางค้อมศีรษะเล็กน้อย"ว่าที่ชายาของเจ้าต้องการถอนหมั้น นี่เกิดเรื่องใดขึ้นหรือ" ไต้จวิ้นหยู่ขมวดคิ้ว ม่านมุกบนศีรษะแกว่งไปมานัยน์ตาคมช้อนขึ้นมองบัลลังก์มังกร สีหน้าของเขาเรียบนิ่ง "หากแคว้นสุ่ยเหอต้องการถอนหมั้นก็เพียงทำตามกฎ คือแบ่งดินแดนให้แคว้นไต้เจียหนึ่งส่วน มีสิ่งใดต้องกังวลพระทัยหรือพ่ะย่ะค่ะ""นี่มิใช่เพียงการได้ดินแดน พื้นที่น้อยนิดเพียงนั้นสำคัญเท่าความสัมพันธ์ของแคว้นรึ" ไต้จวิ้นหยู่ไม่สบอารมณ์นัก"เช่นนั้นฝ่าบาทต้องการสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ""หากแคว้นสุ่ยเหออยากถอนหมั้นเช่นนั้นก็ไปเยือนดูสักครา ดูซิว่าชายาในอนาคตของเจ้าจะบ่ายเบี่ยงเช่นไร"คิ้วเข้มเลิกขึ้น "พระองค์จะให้กระหม่อมไปเยือนแคว้นสุ่ยเหอหรือ"นัยน์ตาคมเข้มแฝงเ
Read More
บทที่ 5 กลยุทธ์แมวสามขา (1/2)
"ข้าไม่เห็นด้วย!" ฉงเจิ่งหมินโพล่งเสียงเข้ม "เสด็จพ่อ... แล้วท่านพี่เหยียนเฟิงไม่ดีอย่างไรเพคะ อีกอย่างเขาสามารถช่วยแบ่งเบาภาระให้ท่านได้ ไม่เหมือนชินอ๋องจอมร้ายกาจนั่น" "เช่นนั้นพ่อถามสักคำ เจ้ารักเหยียนเฟิงหรือ" "รักเพคะ" ฉงเสว่ปิงตอบอย่างหนักแน่น "รัก!? เจ้ารักแบบใด" "ท่านพี่เหยียนเฟิงทั้งเก่ง หน้าตาหล่อเหลา เพียบพร้อมทุกอย่าง ข้ารักและเทิดทูนเขา" ฉงเสว่ปิงเอ่ยด้วยแววตาเปล่งประกาย "ปิงเอ๋อร์ เจ้านะเจ้า ไม่รู้ความสักนิด" ฉงเจิ่งหมินยกฝ่ามือคลึงขมับ นางเพียงมีความรู้สึกรักและผูกพันธ์กับตู้เหยียนเฟิงเฉกเช่นพี่ชายกับน้องสาว ทว่าการแต่งงานมิใช่เรื่องล้อเล่น เรื่องใหญ่โตเช่นนี้เขาจะปราบพยศธิดาผู้ดื้อรั้นของตนเช่นไรดี "เสด็จพ่อ เชื่อลูกสักครา การไม่อภิเษกกับชินอ๋องเป็นเรื่องดีที่สุด ท่านส่งสาส์นกลับไปยังแคว้นไต้เจียได้เลยเพคะ ว่าลูกมีคู่หมั้นแล้วไม่อาจตอบรับหนังสือสัญญาอภิเษกได้ จะชดเชยตามกฎมณเฑียร" ฉงเสว่ปิงเขย่ากายผู้เป็นบิดา ใบหน้างามเว้าวอน นางไม่อยากเอาชีวิตไปผู
Read More
บทที่ 5 กลยุทธ์แมวสามขา (2/2)
"องค์หญิง ออกมาดึกดื่นเช่นนี้อันตรายยิ่งนัก ข้าว่า..." มู่หลินหวาดกลัวเสียจนตัวสั่น เหลียวมองไปทางใดก็พบเพียงความอนธการ"ชู่ว...เจ้ากลัวไปไย วิชากระบี่ยิงธนูของข้าหาด้อยไปกว่าบุรุษ หากมีอันตรายข้าจะปกป้องเจ้าเอง" นิ้วเรียวยกขึ้นจรดริมฝีปากฉงเสว่ปิงลอบออกจากราชวังกลางดึก โดยอาศัยช่องสุนัขลอด หนำซ้ำยังลอบปลดม้าผู้อื่นโดยพลการจากโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ทว่านางมิใช่ขโมยขโจร ทุกอย่างทำไปล้วนมาจากความจำเป็น นางจึงวางก้อนทองคำไว้ให้เจ้าของเพื่อสำนึกผิดต่อมโนธรรมในจิตใจแล้ว ต่อมาจึงควบอาชาตัวสูงใหญ่พร้อมสาวใช้คนสนิทด้วยเครื่องแต่งกายบุรุษ อีกคนคุมบังเหียน อีกคนโอบกอดจากทางด้านหลัง มู่หลินหวาดกลัวเสียจนสีหน้าซีดขาวน้ำตาพานจะไหลอยู่รอมร่อหากเจ้าแคว้นทราบว่าธิดาของตนหนีออกจากวังศีรษะน้อย ๆ นี้คงไม่อาจรักษาได้แล้ว ไยองค์หญิงจึงซุกซนนัก พวกนางเดินทางมาได้สักพัก สายตาเฉียบแหลมก็ทันสังเกตเห็นกระโจมสีขาวตั้งอยู่ไกลลิบ คาดว่าคงเป็นขบวนของชินอ๋อง ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มไต้ฮ่าวเฉิน ข้าจะทำให้ท่านไม่ได้พักผ่อน หวาดกลัวจนวิ่งแจ้นกลับแคว้นไต้เจียไม่ทันเลยคอยดูร่าง
Read More
บทที่ 6 วาจาพิกล (1/2)
มีดสั้นลดลงจากลำคอคนเบื้องล่าง จากสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อครู่ แปรผันเป็นเจ้าเล่ห์แสนกล "เจ้าเป็นใคร เหตุใดใจกล้าลอบทำร้ายข้า" ฉงเสว่ปิงผินหน้ากลับ "ไม่รู้จักข้าหรือ อ้อ...ลืมไป ชาตินี้คงมีเพียงข้าที่รู้จักและรู้เช่นเห็นชาติบุรุษอย่างท่าน"ไต้ฮ่าวเฉินเลิกคิ้ว "หมายความว่าอย่างไร ชาตินี้?" "ทำไมจับข้าได้แล้ว ไม่บั่นคอข้าอีกหนไปเลยเล่า น่าเสียดายที่ข้าไม่ตาย ทว่ายังหวนกลับมาใช้ชีวิตแสนบัดซบซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากข้าเลือกได้ข้าขอไม่รู้จักท่าน ฮ่าวเฉิน!" อีกฝ่ายต่อว่าเขาฉอด ๆ ไต้ฮ่าวเฉินงุนงง ทว่ายังคงปั้นหน้าเย็นชา "รนหาที่ตายนี่เอง" ร่างสูงยันกายขึ้นจากนั้นดึงแขนของนางให้ลุกตาม มืออีกด้านควานหาบางสิ่งด้านข้างเตียง เชือกเส้นหนาถูกสะบัดออก ต่อมาก็ใช้พันกายอีกฝ่ายพลางผูกปมไว้แน่น"โอ๊ย! อ๋องบ้า นี่ท่านยังโรคจิตไม่เปลี่ยนเลยหรือ ข้าเจ็บ" ใบหน้างามเหยเกเป็นนางที่โง่เอง เดิมทีเขาฉลาดเป็นกรดมีหรือยานอนหลับเพียงเล็กน้อยจะทำอันใดเขาได้ "หุบปาก เจ้าบุกรุกเข้ามาเอง จู่ ๆ ก็มาพูดจาเพ้อเจ้อเป็นน้ำตก ต้องการสิ่งใดกั
Read More
บทที่ 6 วาจาพิกล (2/2)
ฉงเสว่ปิงได้ย้อนกลับมาร่างเดิมของตนขณะที่ยังมิเคยผ่านมือชายใด ทว่ากลับจดจำรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้วยามทั้งสองร่วมอภิรมย์ได้เป็นอย่างดี ทั้งรอยกอด รอยจูบ ตอนฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้จะด้วยความอ่อนโยนก็ดี หรือยามหยาบโลนก็ช่าง ทุกการกระทำล้วนติดตรึงมิอาจแสร้งลืม กายของนางเริ่มสั่นระริกและหวาดกลัวขึ้นมาหน่อยเสียแล้ว"องค์หญิง คิดไปถึงไหนกัน" คิ้วเข้มเลิกขึ้นหยั่งเชิง เขาผินหน้ามองเบื้องหลัง เอ่ยต่อว่า "จื่อจ้ง พาผู้ติดตามองค์หญิงไปพักผ่อน อ้อ...อย่าลืมปลดเชือกให้นาง และดูแลอย่างดีเล่า""พ่ะย่ะค่ะ"ฉงเสว่ปิงพูดไม่ออกดั่งริมฝีปากถูกเย็บติดหนึบ กายของนางสั่นเทาไม่หยุด สีหน้าแตกตื่นมองตามมู่หลินซึ่งกำลังร้องไห้ขี้มูกโป่ง สายตาอีกฝ่ายเว้าวอน มู่หลินส่งสัญญาณด้วยการส่ายหน้าเป็นเชิงปรามให้นางอย่าคิดเล่นพิเรนทร์ใดอีก ทั้งที่ตัวเองย่ำแย่กว่าตนด้วยซ้ำลมหายใจถูกพ่นเพื่อรวบรวมสติ เสียงใสเอ่ยกะพร่องกะแพร่ง "อะ…เอาล่ะท่านอ๋อง ข้าขออภัยท่านที่คิดเล่นแผลง ๆ ท่านช่วยปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่ สัญญาจะไม่กระโตกกระตาก"มุมปากของเขาเหยียดยิ้มน้อย ๆ "ไม่ดื้อแล้วหรือ"ฉงเสว่
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status