แชร์

บทที่ 1.2

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-12 09:25:17

นาง...ล่องลอยอยู่เหนือความว่างเปล่า มองไม่เห็นสิ่งใดแม้แต่มือของตัวเองที่ยกขึ้น ไม่อาจสัมผัส ไม่มีความเจ็บปวด ไม่ได้ยินเสียง ไม่รู้สึกถึงใดๆ รอบตัว

“นี่หรือคือความตาย” นางกระซิบเสียงเบามากจนแม้แต่ตัวเองก็ไม่ได้ยิน

“คุณหนูเจ้าคะ??”

คล้ายได้ยินเสียงของเสี่ยวฝูสาวใช้คนสนิท อวิ๋นซูฮวาขมวดคิ้ว “คุณหนูท่านละเมอหรือเจ้าคะ??” เสี่ยวฝูกระซิบถามเสียงเบาคล้ายอยู่จากที่ไกลๆ หญิงสาวพยายามลืมตาทว่าความรู้สึกหนักอึ้งทำให้ไม่อาจทำได้ดังใจ

“คุณหนู...” เสียงนั้นใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้า “คุณหนูเจ้าค่ะตื่นเร็วเข้า คุณหนู!”

นางลืมตาพรวด! กระทั่งสบตากับเสี่ยวฝูที่มองมาด้วยสายตาห่วงกังวล “ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ ข้าน้อยได้ยินท่าน...ส่งเสียง”

“เสี่ยว...ฝู?” ละคอแห้งผากจนนางส่งเสียงพูดแทบไม่ได้ ความทรงจำที่ลำคอถูกรัดแน่น หน้าอกที่อึดอัดจนแทบระเบิด ทุกอย่างล้วนชัดเจนในความรู้สึก “น้ำ...”

เสี่ยวฝูรีบรินน้ำชาที่ยังคงอุ่นร้อนส่งมาทันที “น้ำเจ้าค่ะ”

นางรีบดื่มน้ำจนสำลัก เสี่ยวฝูสองตาแดงก่ำ “คุณหนูท่านทำให้ข้าตกใจ มิสู้ให้ข้าน้อยไปแจ้งฮูหยินกับนายท่านให้ตามหมอ?”

นางรีบโบกมือจากนั้นมองไปรอบๆ ลำคอยังคงเจ็บร้าว สายตามองไปรอบห้องนอนของนาง “ที่นี่...เรือนข้า?”

“ย่อมต้องเป็นเรือนบุปผาของท่าน คุณหนูท่านนอนกลางวันเลยเวลาจึงละเมอ ข้าน้อยได้ยินเสียง... ท่านไม่เคยละเมอมาก่อน ข้าน้อยได้ยินเสียงร้องไห้” เสี่ยวฝูเม้มปากกลั้นน้ำตา “ท่าน...คงมิใช่ไม่สบาย?”

ความทรงจำสุดท้ายถูกขุดขึ้นมา เรือนนอนหลังนี้...เรือนบุปผา นางไม่ได้กลับมาอีกเลยตั้งแต่แต่งให้เยี่ยชิงอัน ยิ่งไปกว่านั้นหลังนางแต่งงานเรือนหลังนี้ยังถูกยกให้น้องสาวคนที่หกที่เพิ่งปักปิ่น

“เสี่ยวลิ่วเล่า”

“คุณหนูหก? ก็ต้องอยู่ที่เรือนกับอี๋เหนียงสิเจ้าคะ”

หญิงสาวลุกพรวดลงจากเตียง ทว่าเพราะรีบร้อนจึงล้มลงกระแทกพื้น เสี่ยวฝูเข้ามาช่วยแต่นางปัดมือของอีกฝ่ายจากนั้นลุกขึ้นด้วยตัวเองวิ่งไปยังหน้าต่าง ก่อนถึงหน้าต่างเงาที่ผ่านคันฉ่องบนโต๊ะทำให้ชะงัก

ใบหน้าเยาว์วัยของนางเมื่อยามที่ยังไม่ปักปิ่น “ข้า...” อวิ๋นซูฮวาถึงขั้นอ้าปากค้างพูดไม่ออกแม้ครึ่งคำ สายตาจ้องมองเข้าไปในคันฉ่อง มวยผมง่ามคู่เด่นชัดกับดวงตาของนางที่ยังบริสุทธิ์ไร้เดียงสา

นาง...ตายไปแล้วมิใช่หรือ! ตายไปตอนอายุได้ยี่สิบสามปี จำได้ว่าเพราะต้องแบกรับจวนแม่ทัพ ร่างกายของนางทรุดโทรม ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยของความเหนื่อยล้า นางยังมีแผลเป็นเล็กๆ ที่ข้างขมับเพราะเป็นลมล้มพับกระแทกพื้น

ตอนนี้...เวลานี้ นางกำลังมองตัวเองในวัยสิบสี่ขวบปี ยังไม่ปักปิ่น ยังไม่แต่งงาน!!!

“เสี่ยวฝูวันนี้ เวลานี้ วันที่เท่าไหร่ ปีอะไร ฮ่องเต้...”

“คุณหนูท่านทำข้าน้อยกลัว...”

“ตอบข้ามาก่อน!”

เสี่ยวฝูสะดุ้ง “วันนี้วันที่เก้า เดือนเจ็ด ปีที่สิบหกแห่งรัชศกเซวียนหยวน”

!!! นางทรุดตัวลงนั่งบนพื้นที่เย็นเยียบ อีกสามเดือนถัดจากนี้นางมีโอกาสได้ติดตามมารดาเข้าวังหลวง ได้เล่นฉินต่อหน้าพระพักตร์ไทเฮาจนมีชื่อเสียง หลังจากนั้นนางก็ได้รับเทียบเชิญไปงานเลี้ยงตระกูลเยี่ยและได้พบเยี่ยชิงอัน!!!

ช่วงชีวิตที่น่าขมขื่น ความทุกข์ตรมที่ต้องแบกรับ แม้ในใจอิ่มเอมเพราะสมหวังกับคนที่มีใจ ทว่าชีวิตของนางก็ยากนักจะกล่าวได้ว่ามีความสุข อวิ๋นซูฮวาเหลือบมองตัวเองในคันฉ่องอีกครั้ง

นี่คือตัวนางในตอนที่ยังไม่เติบโต ไร้ทุกข์ ไร้ความกังวล นางอวิ๋นซูฮวา...ย้อนเวลากลับมาในยามที่ตัวนางเองคล้ายบุปผาที่ยังไม่ผลิบาน “หากข้าได้มีโอกาสที่สอง หากสวรรค์เมตตาให้ข้าได้แก้ไขสิ่งที่เคยเกิดขึ้น” นางพึมพำเสียงเบากับตัวเองจากนั้นจึงรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา

ชะตาชีวิตที่น่าขมขื่นนั้นนางไม่เอาแล้ว!! เมื่อมีโอกาสได้เปลี่ยนเช่นนั้นเหตุใดนางต้องปล่อยให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมเล่า มิสู้เปลี่ยนมันเสียตั้งแต่ตอนที่นางยังเปลี่ยนได้

ไม่เอาแล้วตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพ ไม่รักแล้วเยี่ยชิงอัน ไม่เป็นแล้วสตรีที่ผู้คนในเมืองหลวงริษยา นางจะเป็นก็แต่เพียงบุตรสาวที่บิดารักมารดาทะนุถนอม เป็นเพียงคุณหนูจวนกั๋วกงที่ไม่โดดเด่น ไม่มีชื่อเสียง ไม่ต้องได้รับการยกย่อง จากนั้นก็อยู่เงียบๆ เลือกคนธรรมดา แต่งงานออกเรือน ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่ทุกข์ร้อน ไร้ความกังวล

คิดได้ดังนั้นก็ค่อยๆ ลุกขึ้น “ท่านแม่อยู่ที่เรือนกระมัง”

“เจ้าค่ะ” เสี่ยวฝูมองนางด้วยสายตาประหลาดใจ

“ข้าไม่เป็นไร เพียงฝันร้ายแล้วคิดว่ามันคือความจริงก็เท่านั้น”

ฝันร้าย? …เป็นความฝันที่น่าตื่นตระหนกจริงๆ หากนั้นคือความฝัน เช่นนั้นนางจะทำให้ฝันร้ายนั้นไม่มีทางเกิดขึ้น ไม่มีวันเป็นความจริง

หลังเปลี่ยนชุดและเดินออกมาจากเรือนบุปผา นึกไม่ถึงว่านางจะได้พบกับพี่สาวที่กลับมาเยี่ยมบ้านเดิมพอดี อวิ๋นซูฮวาวิ่งเข้าไปหาพี่สาวจากนั้นโผเข้ากอดอีกฝ่าย “พี่ใหญ่”

อวิ๋นชิงหรงเลิกคิ้ว “อะไรกัน เมื่อวานมิใช่เพิ่งพบกัน?”

นางถอนหายใจยังคงไม่ปล่อยอ้อมแขน “วันนี้ข้าก็คิดถึงท่านแล้ว” ชาติก่อนพี่สาวของนางพยายามเกลี้ยกล่อมนางทุกทาง ไม่อยากให้นางแต่งเข้าจวนแม่ทัพ ไม่อยากให้นางแบกรับภาระในจวนใหญ่ “ต่อไปข้าจะเชื่อฟังท่าน”

อวิ๋นชิงหรงหัวเราะ “วันนี้หิมะต้องตกหนักเป็นแน่ เกิดอะไรขึ้น คุณหนูสามผู้ดื้อรั้นกลับพูดว่าจะเชื่อฟังพี่สาวเช่นข้า”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.9 จบ

    กองทัพ...ออกเดินทางแล้ว เซี่ยจื่อเตี๋ยรีบวิ่งไปยังรถมาคันหนึ่งที่จอดอยู่ นางรีบเปลี่ยนชุดจากนั้นโยนออกมาให้เสี่ยวฟาง “เจ้ารีบสวนเร็วเข้า อย่าลืมเล่าปลอมเป็นข้าให้แนบเนียนที่สุด จากนั้นกลับเข้าจวนแล้วแกล้งป่วยเสีย”“ไม่ให้ข้าน้อยไปด้วยจริงๆ หรือเจ้าคะ”“มีเจ้าอยู่ที่นี่ข้าจึงจะสบายใจ บอกเสี่ยวเหยียนให้เขาดูแลโรงหมอช่วงที่ข้าไม่อยู่”“เจ้าค่ะ”มองออกไปอีกด้านฮ่องเต้เพิ่งเสด็จมาถึง “พร้อมแล้วหรือยัง”“เพคะ” นางยิ้มกว้าง“ให้เราออกราชโองการดีๆ ก็ติดตามไปอย่างสง่าผ่าเผยได้แล้ว เหตุใดต้องทำลับๆ ล่อๆ”“หากตาแก่พวกนั้นยอมง่ายๆ หม่อมฉันคงทำเช่นนั้นไปแล้วเพคะ มัวพิรี้พิไรคัดค้านกันอยู่นั่นชายแดนเหนือก็เสียหายมากขึ้นกว่าจะได้ข้อสรุป”ฮ่องเต้พยักหน้าเห็นด้วย “ไม่ต้องทรงกังวลนะเพคะ หม่อมฉันจะดูแลท่านอ๋องแทนฝ่าบาทเอง”“อืมเราเชื่อเจ้า เจ้าเองก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ เรามอบองครักษ์เงาของเราห้าสิบคนให้ติดตามไปช่วยคุ้มกันเจ้าระหว่างเดินทาง”“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันทูลลา”แล้วรถม้าและองครักษ์เงาก็ออกเดินทางติดตามกองทัพไปจากเมืองหลวง มุ่งหน้าไปยังชายแดนเหนือ...ทางหนึ่ง...กองทหารสู้รบรับมือกับศัตรูอีกทาง...ห

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.8

    ชินหวางฝู่กำลังวุ่นวายตระเตรียมการ เซี่ยจื่อเตี๋ยกำลังช่วยเสียนจื่อเตรียมของใช้ที่จำเป็นระหว่างที่เขาเดินทางไปชายแดน นางเน้นหนักไปกับสมุนไพรห้ามเลือด ผงยาแก้ปวด ยาสมานแผล กระทั่งยาแก้ไข้นางก็ยังเตรียมเอาไว้ให้เขาเสียนจื่อมองนางที่เอาแต่คร่ำเครียดเตรียมของ แม้แต่เวลาจะนั่งสนทนากันก็แทบไม่มี เสียงถอนหายใจดังขึ้น “เสี่ยวเตี๋ยข้าอยากกินน้ำแกงสาลี่หวานของเจ้า”นางจึงเลิกคิ้วหันมามองเขา “อยากกินตอนนี้?”“ใช่”นางมองไปรอบๆ เพราะยังเตรียมของได้ไม่ครบ “เช่นนั้นข้าไปทำให้ท่านครู่เดียว”เขายิ้มออกมา “ข้าไปช่วยเจ้า”ในห้องครัวเล็กชายหนุ่มกำลังมองหญิงสาวที่ยุ่งง่วนอยู่กับการทำน้ำแกงสาลี่หวาน “เจ้าไม่กังวลเลยหรือ”“กังวลเรื่องใด”“เรื่องที่ข้าไปออกรบ”นางเลิกคิ้วหันไปมองเขา “เหตุใดต้องกังวล ท่านเพิ่งไปครั้งแรกหรือก็เปล่า รีบไปรีบกลับมาก็สิ้นเรื่อง ข้ารู้ว่าท่านเก่งกาจไม่มีใครเหมาะที่จะนำทัพเท่ากับท่านอีกแล้ว”เขาขมวดคิ้ว “ก็ควรดีใจที่เจ้าเชื่อใจข้า แต่ว่า...ส่งคนรักไปชายแดนเหตุใดเจ้าไม่มีท่าทางกังวลเลย” เขาถอนหายใจพึมพำเสียงเบาคนเดียวหลังจากเตรียมของให้เขาเสร็จแล้วหญิงสาวก็รีบกลับจวน เสียนจื่อนั่

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.7

    หยวนเผิงหน้าซีด “ทะ...ท่านก็คือ... ที่แท้ก็เป็นท่าน ท่านคือ...” เขาพึมพำหญิงสาวอมยิ้มมองเสียนจื่อที่กำลังจะเดินกลับมา ในมือของชายหนุ่มมีมันเผาหนึ่งหัว...ในที่สุดก็เลือกได้เสียที นางลุกขึ้นกล่าว “ใช่แล้วข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น เซี่ยจื่อเตี๋ย”หยวนเผิงประสานมือค้อมศีรษะ “ข้าน้อยไม่ได้... ข้าน้อยขออภัยที่ล่วงเกิน!!”“มิได้ๆ ข้าคงต้องขอตัวก่อน” นางเดินผ่านหยวนเผิงไปหาเสียนจื่อ“บุรุษหล่อเหลาผู้นั้นเจ้ารู้จัก??” เขาเลิกคิ้วถามนางนางเงยหน้าขึ้นมองเสียนจื่อ “หล่อเหลา??” นางหันกลับไปมองชายหนุ่มคนเมื่อครู่ “อ้อ...ก็พอดูได้” แต่ว่า...เมื่อหันกลับมามองใบหน้าของคนข้างๆ นางกลับยิ้มกว้าง นี่ต่างหากจึงจะเรียกว่าบุรุษหล่อเหลา “ท่านเลือกได้แล้วหรือ”เสียนจื่อยิ้มกว้าง “ได้แล้ว เจ้ารีบชิมดูว่าหวานหรือไม่” เขาบรรจงแกะมันเผานั้นส่งให้นางถึงปากสือเหยาที่เป็นเจ้าของเพิงน้ำชาอมยิ้ม ...มันเผาที่ท่านอ๋องยืนเลือกอยู่นานสองนาน แท้ที่จริงเขาไม่ได้เลือกให้ตัวเอง ทว่ากลับเดินไปเลือกให้ใต้เท้าหมอหญิงต่างหาก!!ปีที่สองที่โรงหมอแห่งราชสำนักทำการเปิด ศิษย์มากมายยังคงมาเรียนรู้แลกเปลี่ยน มีหมอหลายคนเข้ามาช่

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.6

    ทางหนึ่งรับเขาเป็นศิษย์ ทางหนึ่งมอบหมายให้เขาเปิดร้านหมอตระกูลหวังดังเดิม แม้แซ่หวังทว่าคนตระกูลหวังกลับไม่อาจสอดไม้สอดมือกับทรัพย์สินที่หญิงสาวยกให้หวังเหยียน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากกินแต่ก็ได้แต่นั่งมอง นี่เป็นการแก้แค้นคนใจแคบอย่างคนตระกูลหวังได้เป็นอย่างดี!!เพิงน้ำชาฝั่งตรงข้ามโรงหมอแห่งราชสำนัก เสียนจื่อรินชาส่งให้หญิงสาวทันทีที่นางเดินเข้ามานั่ง ผู้คนหันมามองทั้งสองคนด้วยสายตาสนอกสนใจข่าวลือมากมายหนาหู ชื่อเสียงแม้กู้คืนกลับมาได้ ทว่าอย่างไรนางก็เป็นสตรีที่เคยแต่งงานมาก่อน อีกทั้งยังเคยมีเรื่องมีราวจนหย่าขาดกับสามีคนก่อนตอนนี้ยังมีเรื่องพัวพันคลุมเครือกับจื่อเสียนชินหวาง ให้อย่างไรฐานะของนางก็ไม่มีใครมองว่าเหมาะสมกับเขาไม่ว่าจะไปที่ใดข้างกายนางก็จะมีเขาเสมอ ไม่ว่านางจะทำอะไรเขาเองก็จะวนเวียนอยู่เคียงข้าง นานวันเข้าก็ยังไม่มีทีท่าว่าทั้งสองจะประกาศข่าวดี ขุนนางที่รอวันคัดค้านถูมือรอ ขุนนางที่รอคอยชมความครื้นเครงเบิกตาเพื่อชมดูความวุ่นวายถึงอย่างนั้นจนแล้วจนรอดโรงหมอแห่งราชสำนักเปิดได้ครบปี ข่าวดีที่ทุกคนรอวิพากษ์วิจารณ์ก็ยังไม่ถูกประกาศมีครั้งหนึ่งเสนาบดีกรมคลังทนไม่ไหว ค

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.5

    เซี่ยจื่อเตี๋ยเม้มปากเมื่อเขาผละไป นางอมยิ้มสบตากับเขา “กลับไปได้แล้ว”เขาจุมพิตหว่างคิ้วนางอีกครั้งหนึ่ง “ได้ ข้ากลับแล้ว เจ้าพักเถิด”ครั้งนี้นางปล่อยให้เขาเดินออกไปจริงๆ ทว่าทันทีที่ประตูปิดลงหญิงสาวก็ทิ้งตัวลงนอนคว่ำ ผ้าห่มถูกรวบขึ้นมาปิดใบหน้ากั้นเสียงหวีดร้องด้วยความขัดเขินนั้นเอาไว้“ให้ตาย...เขินชะมัด!”โรงหมอแห่งราชสำนักเปิดแล้ว...นี่คือความหวังของชีวิต ความยินดีของประชาชนในแคว้น การรักษาที่ไม่แบ่งแยก หมอที่ไม่เลือกปฏิบัติ อีกทั้งบ่าวไพร่ในโรงหมอก็ได้รับการคัดเลือกเป็นอย่างดี ป้ายอักษรฝีพระหัตถ์ของฮ่องเต้‘ก้าวผ่านประตูโรงหมอแห่งราชสำนัก ทุกคนล้วนเป็นคนไข้ ไม่มีสูงส่ง ไม่มีต่ำต้อย ทุกผู้ล้วนเท่าเทียม’ความหมายชัดเจนไม่มีผู้ใดกล้ากังขา ที่โรงหมอนอกจากรับรักษาแล้ว เซี่ยจื่อเตี๋ยยังเปิดสอนหมอที่อยากเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวิชาแพทย์ ดังนั้นไม่เพียงมีหมอที่ยังเป็นมือใหม่ แต่ยังมีหมอที่มากประสบการณ์ หมอหลวง กระทั่งหมอที่ฝีมือเก่งกาจ ทุกคนล้วนเข้าๆ ออกๆ เพื่อแบ่งปันวิชาแพทย์ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์สุขของคนไข้ ประโยชน์ของชาวบ้านและประชาชนในแคว้นหวังเหยียน...ก้าวเข้ามาประคองสองมือคารวะน

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.4

    “ข้าทำเอง” นางแย่งมาจากมือใหญ่ใช้เช็ดจมูก นางยังไม่หน้าหนาพอถึงขั้นให้เขาเช็ดน้ำมูกให้นะ!! “มิใช่ดึกมากแล้วหรือ”เขามองไปด้านนอกที่มืดสนิทและเงียบงัน “เกรงว่าคงล่วงเข้ายามอิ๋น[1]แล้วกระมัง”หญิงสาวลืมตาเงยหน้าขึ้นมองเขา “ไม่กังวลเรื่องชื่อเสียงแล้ว?”“ของผู้ใดเล่า ข้า?”นางถลึงตามองเขา “ก็ใช่น่ะสิ เป็นถึงท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์กลับรั้งอยู่ในจวนของสตรีที่เคยถูกสามีหย่า ชื่อเสียงหลังจากวันนี้ท่านจะเอาไปไว้ที่ใด?”เขาหัวเราะ “ข้าต้องสนใจไปไยว่าผู้คนข้างนอกนั่นจะคิดอย่างไรกับข้า ข้าสนเพียงเจ้าจะคิดเช่นไรไม่ดีกว่าหรือ”นางสบตาคมเข้มของเขานิ่ง เขาเองก็ไม่ยอมหลบมือใหญ่ยกขึ้นลูบแก้มของนางทีหนึ่ง “แต่หากเจ้าถือสา ชื่อเสียงของข้านี้ให้อย่างไรก็ต้องรบกวนเจ้ารับผิดชอบ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะไม่ทอดทิ้งข้า”“ท่าทางคล้ายเจ้าสาวกำลังจะถูกทอดทิ้งของท่านนี่มันอย่างไรกัน เป็นถึงจื่อเสียนชินหวางผู้ใดจะกล้าทำลายชื่อเสียงท่าน อีกอย่างท่านเป็นบุรุษ!”เขาหัวเราะกอดนางแน่นขึ้น “ท่าทางจะดีขึ้นแล้วจริงๆ ข้าสมควรกลับออกไปแล้วจริงๆ แต่...เจ้าดื่มยาก่อนข้าจึงจะกลับไป” เขาขยับลุกวางนางพิงหัวเตียง ประตูห้องถูกแง

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 3.3

    นางก้มลงมองตัวเองที่ยังคงอยู่ในชุดสาวใช้ “จวนอัครมหาเสนาบดี” ทว่า...ที่นั่นเต็มไปด้วยองครักษ์วังหลวงที่ปิดล้อมแม้แต่แมลงยังบินผ่านยาก!!!“คุณหนูมิสู้เราไปขอความช่วยเหลือฮูหยินรองเจ้ากรมอาญา”“ไม่ได้” นางจะดึงพี่ใหญ่กับพี่เขยเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ได้ หากถูกจับได้... ยังไม่ทันได้รวบรวมความคิดก็มีกองทหาร

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-20
  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 3.7

    เป็นอีกครั้งที่เยี่ยชิงอันมีอันต้องเย็นสันหลังวาบ ยิ่งตอนที่คนของเขาที่มีหน้าที่รายงานวิ่งมาจากที่ไกลๆ สีหน้าของอีกฝ่ายทำให้เขาเป็นกังวล และยิ่งเป็นกังวลกว่าเมื่อได้ยินสิ่งที่อวิ๋นซูฮวากราบทูล“หม่อมฉันออกมาตรวจตราเมล็ดพันธุ์และการนึ่งข้าวเปลือกของหมู่บ้านเปี้ยนหลี่ของจวนเยี่ยนกั๋วกง ทว่าอยู่ๆ แม่ท

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-21
  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 3.5

    เขาใจลอยอยู่นานมากเมื่อเหลือบมองอีกครั้งโจ๊กก็หมดถ้วย!!! ฝานจิ่นสิงมองถ้วยยาที่ถูกส่งมา “ขมมาก แค่กลิ่นยังรู้ได้ทันที ท่านจะต้อง...กลั้นใจดื่มให้หมด” นางหน้าเบ้เขาหัวเราะ “ข้าไม่ใช่เด็ก” จากนั้นเขาก็กรอกยาลงไปทั้งถ้วยในคราวเดียว “เจ้าบอกว่าจะมีคนมารับข้าในวันสองวัน ข้าอยากฟังแผนการของเจ้า”“ไม่มี”

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-21
  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 7.3 จบ

    ฝานจิ่นสิงยอมเดินไปอย่างไม่ใคร่จะเต็มใจนัก เยี่ยชิงอันเห็นก็ยิ้มออกมาบางๆ “ในราชสำนักเขาเป็นเสาหลักของขุนนาง เยือกเย็น สุขุม เฉลียวฉลาดรอบคอบ นึกไม่ถึงว่าข้างนอกนี่กลับเป็นสามีที่เชื่อฟังฮูหยินยิ่งนัก”“ท่านไม่พูดใช่หรือไม่เช่นนั้นข้าขอตัว” นางทำท่าจะเดินหนี เขาขยับเข้ามาขวาง“ขออภัย ข้าปากเสียเอง”

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-05
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status