เข้าสู่ระบบมาร์คัสขับรถด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่สภาพการจราจรที่ค่อนข้างติดขัดจะเอื้ออำนวย ไม่ใช่อยากพาเอวารินมาเข้าหอโดยเร็วเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะไม่อยากให้หญิงสาวต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตรายด้วย เนื่องจากยังไม่รู้ว่าพวกที่สะกดรอยตามมาเป็นพวกไหนกันแน่
อย่างไรก็ตามเขาก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่งเพราะก่อนถึงบ้านไม่นานโทนี่ได้โทร. เข้ามารายงานว่าจับคนร้ายได้หนึ่งคน คืนนี้จะเค้นคอถามให้ได้ว่าใครส่งมาแล้วพรุ่งนี้จะรีบมารายงานแต่เช้า
“คุณขับรถได้น่าหวาดเสียวมากเลยนะคะ” เอวารินบ่นอุบอิบขณะเดินนำร่างสูงเข้ามาในห้องนอน
ชายหนุ่มก้าวตามมาโอบกอดเธอไว้จากทางด้านหลังแล้วทิ้งคางลงบนไหล่เปลือยเหนือชุดเกาะอก “ผมอยากพาคุณมาเข้าหอเร็วๆ ไง” เขากระซิบบอกแล้วแตะริมฝีปากและปลายลิ้นลงบนฐานคอแล้วดูดอย่างแรงจนเธอเสียวแปล๊บ ในขณะที่มือข้างหนึ่งก็นวดคลึงทรวงอกเธอผ่านเนื้อผ้าไปด้วย
“ขับรถมาเหนื่อยๆ จะไม่พักก่อนเหรอคะ” หญิงสาวเอียงคอหลบริมฝีปากร้อนผ่าวแต่มันกลับเป็นการเปิดทางให้เขาลากจูบขึ้นมาตามลำคอจนถึงใบหูได้สะดวกขึ้น
“ไม่...ผมจะกินคุณเพิ่มพลัง” เขากระซิบเสียงแตกพร่าแล้วขบติ่งหูเธอ
“ฉันไม่ยอมให้คุณกินฉันฝ่ายเดียวหรอกนะ” เอวารินพลิกตัวหันหน้ามาแล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นกัดปลายคางเขาเบาๆ เป็นการโต้กลับ
“ผมยอมให้คุณกลืนกินทั้งตัวเลย โดยเฉพาะ...” ชายหนุ่มรั้งเอวบางเข้ามาแนบกับลำตัวแล้วกดสะโพกหมุนวนบนหน้าท้องของหญิงสาวเป็นวงเชื่องช้า “...ผมอยากให้มันละลายในปากคุณจะแย่”
“อะไรที่ทำให้คุณมีความสุข ฉันก็จะทำให้ทุกอย่างค่ะ” เอวารินยกแขนขึ้นคล้องคอเขาพลางมองสบตาด้วยแววตาหวานหยด
“ถ้างั้นเรามีลูกกันนะ ผมอยากมีลูกกับคุณ” เขากระซิบบอกงึมงำพลางซุกใบหน้าลงบนซอกคอหอมละมุนอีกครั้ง
“แล้วแต่คุณเลยค่ะ คุณเป็นคนทำนี่” ลมหายใจของเธอเริ่มหอบลึก จังหวะหัวใจเต้นเร็วและแรง
“เราต้องช่วยกันทำต่างหาก” มาร์คัสทั้งจูบและดูดเม้มไปทั่วซอกคอและเนินอกของหญิงสาวจนเกิดรอยแดงระเรื่อเป็นจ้ำตลอดทางที่ริมฝีปากของเขาลากผ่าน
“คุณอยากได้ลูกสาวหรือลูกชายคะ” เธอถามเสียงแผ่วหวิวเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสอ่อนโยนจากผู้ชายเร่าร้อน
“คนแรกผมอยากได้ลูกชายก่อนเพราะถ้าผมเป็นอะไรไปเขาจะได้ปกป้องดูแลคุณแทนผมได้”
“อย่าพูดแบบนี้สิคะ คุณต้องอยู่เป็นสามีฉันไปจนแก่ ต้องอยู่ช่วยฉันเลี้ยงลูกด้วย ห้ามทำให้ฉันท้องแล้วทิ้งฉันไปเด็ดขาด” เอวารินถอยใบหน้าออกมาแล้วจ้องตาเขาด้วยแววตากังวลปนเศร้า เธอเพิ่งจะฝันร้ายมาเมื่อไม่กี่คืนนี้เอง เขายังจะมาพูดให้เธอคิดมากอีก
“อย่าทำหน้าแบบนี้สิ” มาร์คัสประคองใบหน้าสวยได้รูปไว้ด้วยมือทั้งสองข้างพลางมองสบตาเธอด้วยแววตาจริงจังมั่นคง “ผมไม่มีวันทิ้งคุณ ต่อให้วันข้างหน้าคุณเกลียดผม ผมก็ยังยืนยันว่าผมจะรักคุณ”
“ฉันจะเกลียดคุณได้ยังไงในเมื่อคุณเป็นสามีของฉันและกำลังจะเป็นพ่อของลูกฉันด้วย”
ชายหนุ่มแนบริมฝีปากลงบนเรียวปากเต็มอิ่มที่คลี่ออกเป็นรอยยิ้มเย้ายวนใจ เธอจูบตอบเขา ขบเม้มริมฝีปากล่างของเขาอย่างนุ่มนวลก่อนจะส่งปลายลิ้นนุ่มเข้ามาไล้เลียภายใน มาร์คัสครางฮือด้วยความซ่านสยิวและโต้กลับด้วยการดูดดึงลิ้นเล็กอย่างลึกซึ้ง
ในขณะที่ปากและลิ้นยังพัวพันกันอยู่ มือใหญ่ซึ่งเกาะอยู่หลังเอวบางก็เลื่อนขึ้นไปรูดซิปชุดราตรีที่มีความยาวตั้งแต่กลางหลังจนถึงบั้นเอวลงมาจนสุดแล้วปล่อยให้ชุดสวยราคาเฉียดแสนที่สั่งมาให้เธอเป็นพิเศษสำหรับดินเนอร์คืนนี้ร่วงลงไปกองกับพื้น
ร่างบางที่มีเพียงชุดชั้นในปกปิดสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดไว้ต่ำกว่ายี่สิบองศากระทบผิวกาย แต่เพียงเสี้ยว วินาที่ทีเขาปลดเสื้อชั้นในของเธอออกแล้วฝังใบหน้าลงตรงกึ่งกลางทรวงอกเพื่อสูดเอากลิ่นหอมละมุนจากตัวเธอเข้าไปจนเต็มปอดหญิงสาวก็ร้อนผ่าวไปทั่วร่างทันที
“ตัวคุณทั้งหอม ทั้งนุ่ม คืนนี้ผมจะกลืนกินคุณให้หมดทั้งตัวเลย” เขาพร่ำบอกน้ำเสียงสั่นพร่าขณะเคลื่อนริมฝีปากไปงับทรวงอกข้างหนึ่งของเธอเข้าจนเต็มปากแล้วดูดอย่างแรง
“อื้อ...” เอวารินครางกระเส่า ลมหายใจหอบสะท้านไปกับการเล้าโลมอ้อยอิ่งแต่ชวนให้บ้าคลั่ง
มาร์คัสดันตัวหญิงสาวให้ถอยหลังไปจนชิดขอบเตียงแล้วจับตัวเธอให้นอนราบลงบนที่นอน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มอยู่เหนือใบหน้าเธอเพียงแค่คืบ ดวงตาคมกริบสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตหวานฉ่ำอย่างลุ่มหลงราวถูกมนต์สะกด
“ผมต้องการคุณมากเหลือเกิน...เอวาริน”
“ฉันก็ต้องการคุณมากเหมือนกันค่ะมาร์ค” เธอยกสองมือขึ้นลูบไล้ข้างแก้มเขาแผ่วเบาพลางยิ้มยั่วเชิญชวน “รีบถอดเสื้อผ้าแล้วขึ้นเตียงกับฉันสิคะ”
ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างมีเสน่ห์ก่อนจะก้มลงจูบเธอครู่หนึ่งแล้วผละออกเพื่อปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างรวดเร็วแล้วปีนขึ้นเตียงไปนอนทาบทับร่างบอบบางแล้วซุกใบหน้าลงดูดกลืนทรวงอกหอมหวานที่เขาติดอกติดใจนักหนาอีกครั้ง
ถ้ามีลูก เขาคงแย่ลูกดูดนมจากเต้าเธอแน่นอน!
มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”
“ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ
นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ
ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ
หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช







